อนุสยยมก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อนุสยยมกํ สตฺต อนุสยา กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโย มานานุสโย ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโย ฯ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ อนุสยยมก อนุสัย ๗ อนุสัย ๗ คือ ๑. กามราคานุสัย ๒. ปฏิฆานุสัย ๓. มานานุสัย ๔. ทิฏฐานุสัย ๕. วิจิกิจฉานุสัย ๖. ภวราคานุสัย ๗. อวิชชานุสัย
กตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ฯ กตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ฯ กตฺถ มานานุสโย อนุเสติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ฯ กตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ: สพฺพสกฺกายปริยาปนฺเนสุ ธมฺเมสุ เอตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ฯ กตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ: สพฺพสกฺกายปริยาปนฺเนสุ ธมฺเมสุ เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ฯ กตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ฯ กตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ: สพฺพสกฺกายปริยาปนฺเนสุ ธมฺเมสุ เอตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ฯ อนุสยวาโร
กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ไหน? กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ไหน? ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา. มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ไหน? มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ. ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ไหน? ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในธรรมที่นับเนื่องในกายของตนทั้งหมด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ไหน? วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในธรรมที่นับเนื่องในกายของตนทั้งหมด. ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ไหน? ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ. อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ไหน? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในธรรมที่นับเนื่องในกายของตนทั้งหมด. อนุสัยวาร
ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส มานานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสตีติ: อนาคามิสฺส มานานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ มานานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย อนุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ กามราคานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส กามราคานุสโย จ อนุเสติ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสติ อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ {๑๒๒๒.๑} ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ กามราคานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส กามราคานุสโย จ อนุเสติ วิจิกิจฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ภวราคานุสย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสตีติ: อนาคามสฺส ภวราคานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ภวราคานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสตีติ: อนาคามิสฺส อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ
กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่อง แก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? มานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัยจะนอนเนื่องแก่พระอนาคามีนั้น ก็หาไม่ มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวก แต่ทิฏฐานุสัยจะไม่นอนเนื่องอยู่แก่บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้นก็หาไม่ กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องและทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน. หรือว่า ทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่อง และวิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัยจะนอนเนื่องแก่พระ-*อนาคามีก็หาไม่ ภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัยจะนอนเนื่องแก่พระอนาคามี ก็หาไม่ อวิชชานุสัยและกามราคานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก.
ยสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส มานานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: อนาคามิสฺส มานานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ มานานุสโย จ อนุเสติ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส ปฏิฆานุสโย จ อนุเสติ จิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส ภวาราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชายนุสโย อนุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: อนาคามิสฺส อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ติรฺณํ ปุคฺคลานํ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสติ ฯ
ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่ บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องอยู่แก่พระ-*อนาคามีนั้นก็หาไม่ มานานุสัยย่อมนอนเนื่องและปฏิฆานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคล๒ จำพวกเหล่านั้น ก็หาไม่ ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่พระอนาคามี ก็หาไม่ อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก.
ยสฺส มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ มานานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส มานานุสโย จ อนุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสฺโย อนุเสติ ตสฺส มานานุสโย อนุเสติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส มานานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคล๓ จำพวกเหล่านั้น ก็หาไม่ มานานุสัยย่อมนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว.
ยสฺส ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ตสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติสตสฺส ทิฏฺฐานุสโย อนุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสติ ฯ
ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด วิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่ บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก แต่ทิฏฐานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคล๓ จำพวกเหล่านั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่อง และทิฏฐานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน.
ยสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ติรฺณํ ปุคฺคลายนํ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ
วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชา-*นุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน
ยสฺส ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว.
ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส มานานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส มานานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ มานานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย อนเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสส อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่พระอนาคามีนั้นก็หาไม่ มานานุสัยย่อมนอนเนื่องกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้นก็หาไม่ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่พระอนาคามีนั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก
ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลายนํ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ วิจิกิจฺฉานุโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโยก จ มานานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อุเสนฺติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวก แต่วิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวก เหล่านั้นก็หาไม่ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? อวิชชานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่พระอนาคามีนั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๓ จำพวก
ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส กมราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่อง แก่บุคคลใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? ถูกแล้ว. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใดภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? อวิชชานุสัย และมานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัย จะนอนเนื่องแก่พระอนาคามีนั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวก แต่ทิฏฐานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคล๒ จำพวกเหล่านั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน.
ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ จ อนุเสนฺติ ปุถุชฺชนสฺส อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ปุถุชฺชนสฺส อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? อวิชชานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่พระอนาคามีนั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวก แต่ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน.
ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ปุถุชฺชนสฺส อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น? อวิชชานุสัย มานานุสัย ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่พระอนาคามี แต่กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่พระอนาคามีนั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวกแต่ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่ปุถุชน.
ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยตฺถ วา ปน ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มานานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ มานานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ มานานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ {๑๒๓๓.๑} ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ
กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องใน ที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? หามิได้. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยจะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ มานานุสัย ย่อมนอนเนื่อง และกามราคานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุแต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? หามิได้. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุแต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องอยู่ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องอยู่ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ.
ยตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยตฺถ วา ปน มานานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: กามธาตุยา ทวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสติ ฯ
ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น หรือ? หามิได้. หรือว่า มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? หามิได้. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุแต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องอยู่ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? หามิได้. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุแต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องอยู่ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้คือในทุกขเวทนา.
ยตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ มานานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ มานานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ มานานุสโย จ อนุเสติ ภวราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ มานานุสโย จ อนุเสติ ฯ
มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่มานานุสัยจะนอนเนื่องในนั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ. มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัยจะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ มานานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? ถูกแล้ว. มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่มานานุสัยจะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ.
ยตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ เอตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสติ ภวราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่อง ในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? ถูกแล้ว. ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัยจะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ทิฏฐานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือในรูปธาตุในอรูปธาตุ. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? ถูกแล้ว. ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ภวราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่อง ในที่นั้นหรือ? วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัยจะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น. ถูกแล้ว. วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ เอตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ ภวราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ
ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องอยู่ในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องอยู่ในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องอยู่ในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัยจะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ.
ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน มานานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ มานานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ มานานุสโย จ กามราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ฯ {๑๒๓๙.๑} ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: โน ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ฯ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นั้น. มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ มานานุสัย และกามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในนั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? หามิได้. กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่.
ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ {๑๒๔๐.๑} ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ ภวราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? ภวราคานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ กามราคานุสัย และมานานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่ภวราคานุสัยกามราคานุสัย และมานานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? อวิชชานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่.
ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ ภวราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ {๑๒๔๑.๑} ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่อง ในที่ใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัยกามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุแต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใดภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? ภวราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ กามราคานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใดอวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? อวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยกามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุแต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่.
ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ ภวราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ {๑๒๔๒.๑} ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้น ก็หาไม่กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ปฏิฆานุสัย ทิฏฐา-*นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่ภวราคานุสัย กามราคานุสัยและมานานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้น? อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่.
ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นหรือ? อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในที่นี้ คือในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จะนอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่.
ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ {๑๒๔๔.๑} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ อนุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: ปุถุชฺชนสฺส ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ {๑๒๔๔.๒} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ: อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ กามราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ
กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อม นอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? หรือว่า ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้น? หามิได้. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้น? มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ผู้เป็นพระอนาคามี ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้น ก็หาไม่ มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ บุคคล ๓ จำพวกในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่มานานุสัย และกามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ บุคคล ๒ จำพวกนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๒ จำพวกในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่กามราคานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลผู้เป็นปุถุชนในเวทนา ๒ ในกามธาตุ. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในนั้นที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลผู้เป็นปุถุชนนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? หามิได้. กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ผู้เป็นพระอนาคามี ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวกในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวกนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ.
ยสฺส ยตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยสฺส ยตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: ปุถุชฺชนสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสติ ฯ {๑๒๔๕.๑} ยสฺส ยตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: โน ฯ ยสฺส ยตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ: อนาคามิสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสติ ฯ
ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอน เนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้น หรือ? หามิได้. หรือว่า มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้น? หามิได้. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือบุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา แต่วิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ ปฏิฆานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในทุกขเวทนา. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในเวทนา ๒ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่อง และปฏิฆานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? หามิได้. ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ในเวทนา ๓ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือบุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือแก่บุคคล ๓จำพวกเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา.
ยสฺส ยตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย จ อนุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: ปุถุชฺชนสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ มานานุสโย จ อนุเสติ ฯ {๑๒๔๖.๑} ยสฺส ยตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ มานานุสโย จ อนุเสติ ภวราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส ยตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ มานานุสโย จ อนุเสติ ฯ
มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? มานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ มานานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชนในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในเวทนา ๒. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในทุกขเวทนาแต่มานานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ. มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? มานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่มานานุสัย และภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? ถูกแล้ว. มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่แก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา แต่มานานุสัย จะนอนเนื่องแต่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ.
ยสฺส ยตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? ถูกแล้ว ฯลฯ.
ยสฺส ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: ปุถุชฺชนสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ภวราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ อนุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ ยสฺส ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ปุถุชฺชนสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสติ ฯ
วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อม นอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? วิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และภวราคา-*นุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น ภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ ภวราคา-*นุสัย และวิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ. วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๓ จำพวก ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่วิจิกิจฉานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชนในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ.
ยสฺส ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ อนุเสติ ภวราคานุสโย จ อนุเสติ ฯ
ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อม นอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ในกามธาตุ แต่ภวราคานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ.
ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มานานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ มานานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย จ กามราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ฯ {๑๒๕๐.๑} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ฯ {๑๒๕๐.๒} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ฯ
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? มานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ในเวทนา ๒ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้นก็หาไม่ มานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้นในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๓ จำพวกในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ มานานุสัย และกามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาแต่กามราคานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ในเวทนา ๓ในกามธาตุ ในภูมินั้น ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้นในที่นั้น คือแก่บุคคล ๓ จำพวกในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชา-*นุสัยและกามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่.
ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: โน ฯ {๑๒๕๑.๑} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใดภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? วิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัยและมานานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่. ไม่มี. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? หามิได้. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใดอวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ในทุกขเวทนาแต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานาสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยและมานานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยและมานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัยและมานานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่.
ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ {๑๒๕๒.๑} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ {๑๒๕๒.๒} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่อง แก่บุคคลใด ในที่ใด วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือแก่ปุถุชน ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัยและมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใดในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? ภวราคานุสัยและมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล๓ จำพวก ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ ภวราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในรูปธาตุ อรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใดในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆา-*นุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ในทุกขเวทนาแต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยกามราคานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นคือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชา-*นุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย และมานานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่.
ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ {๑๒๕๓.๑} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺตี เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆา-*นุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น? ภวราคานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล๓ จำพวก ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือแก่ปุถุชน ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุแต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้น? อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่พระอนาคามี ในทุกขเวทนาแต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และมานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นคือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่อวิชชานุสัยและมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๒ จำพวกในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นคือแก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่ปุถุชน ในรูปธาตุในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้นก็หาไม่อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัยและมานานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่.
ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺตีติ: อนาคามิสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ อนุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ภวราคานุสโย จ อนุเสนฺติ ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลใด ในที่ใด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้น? อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นคือ แก่พระอนาคามี ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยและมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุแต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้น คือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุแต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นคือ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยวิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้น ในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลเหล่านั้นในที่นั้น คือแก่ปุถุชน ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นในที่นั้นก็หาไม่ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้น คือแก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ แต่ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัย จะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นคือ แก่บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยจะนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ในที่นั้นก็หาไม่. อนุโลม จบ.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๑. อุปปัตติฏฐานวาร อนุสยยมก
อนุสัย ๗ คือ ๑. กามราคานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือกามราคะ) ๒. ปฏิฆานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือปฏิฆะ) ๓. มานานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือมานะ) ๔. ทิฏฐานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือทิฏฐิ) ๕. วิจิกิจฉานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือวิจิกิจฉา) ๖. ภวราคานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือภวราคะ) ๗. อวิชชานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคืออวิชชา)๑. อุปปัตติฏฐานวาร
ปุ. กามราคานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน วิ. กามราคานุสัยในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ นอนเนื่อง ปุ. ปฏิฆานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง ปุ. มานานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน วิ. มานานุสัยในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุนอนเนื่อง ปุ. ทิฏฐานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน วิ. ทิฏฐานุสัยในที่นี้ คือ ในสภาวธรรมที่นับเนื่องในกายของตนทั้งหมด นอนเนื่อง @เชิงอรรถ : @ คำว่า กามธาตุ อรรถกถาขยายเป็นกามาวจรภูมิ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒/๓๖๖)@ หมายถึงยังอิงอาศัยสังสารวัฏ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒/๓๗๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปุ. วิจิกิจฉานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน วิ. วิจิกิจฉาในที่นี้ คือ ในสภาวธรรมที่นับเนื่องในกายของตนทั้งหมด นอนเนื่อง ปุ. ภวราคานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้ คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง ปุ. อวิชชานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้ คือ ในสภาวธรรมที่นับเนื่องในกายของตนทั้งหมดนอนเนื่อง อุปปัตติฏฐานวาร จบ ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุโลมบุคคล เอกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. มานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอน เนื่อง มานานุสัยของบุคคล ๓ จำพวก นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยของบุคคล ๒ จำพวก นอนเนื่อง แต่ทิฏฐานุสัยไม่ใช่ นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและทิฏฐานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ @เชิงอรรถ : @ บุคคล ๓ จำพวก คือ บุคคลผู้เป็นปุถุชน โสดาบันบุคคล และสกทาคามีบุคคล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓/๓๗๓)@ บุคคล ๒ จำพวก คือ โสดาบันบุคคลและสกทาคามีบุคคล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓/๓๗๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องอวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน เนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. มานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องมานานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอน เนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน เนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน เนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องอวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. มานานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน เนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย ของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง แต่ทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอน เนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและทิฏฐานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ เอกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ทุกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัย ของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. มานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่ วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง กามราคา-นุสัยและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง ทุกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ติกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่องทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่องภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยและมานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคา-นุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่องกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็นอนเนื่อง ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของ บุคคลใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลใด นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-นุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยและมานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่ทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องอวิชชานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยก็นอนเนื่อง จตุกกมูลกนัย จบ ปัญจกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยและมานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคา-นุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง ปัญจกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ฉักกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-นุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่องแต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคล๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยวิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง ฉักกมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส เอกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่อง ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. มานานุสัยในที่นี้ คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่อง ใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่องแต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่องแต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๓๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่มานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุนอนเนื่องและมานานุสัยก็นอนเนื่อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่องและภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่มานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุนอนเนื่องและมานานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่องและภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่องและภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่องและภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่ นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคา-นุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้คือ ใน เวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉา-นุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคา-นุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ทุกมูลกนัย จบ ติกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัยในที่นี้ คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่องแต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัยและมานานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอน เนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและมานานุสัยในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยกามราคานุสัย และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชา-นุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัยและมานานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่องแต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่ใด นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและ อรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยกามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่องภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุ และ อรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่องอวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและ อรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยกามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องจตุกกมูลกนัย จบ ปัญจกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ใน รูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยกามราคานุสัย และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ใน รูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องฉักกมูลกนัย จบ อนุโลมปุคคโลกาส เอกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของ บุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องแต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ กามราคานุสัยของ บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชนในเวทนา ๒ ในกามธาตุ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉา-นุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและกาม-ราคานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคล นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่ นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนาปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๓จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องบุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้น นอนเนื่อง แต่มานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในรูปธาตุ อรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและมานานุสัยก็นอนเนื่อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ มานานุสัยของบุคคล เหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในรูปธาตุและอรูปธาตุ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและภว-ราคานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่ นั้นนอนเนื่อง แต่มานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและมานานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ @เชิงอรรถ : @ คือ บุคคลผู้เป็นปุถุชน โสดาบันบุคคล สกทาคามีบุคคล และอนาคามีบุคคล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๗/๓๗๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคา-นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้น ในที่นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุอวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องบุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคล เหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ มานานุสัยและกามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร แหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆา-นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัยและกามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ทุกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ติกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใด นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องบุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องแต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่องภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่องอวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอน เนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร แหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องบุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยและมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคล ใดในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยกามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ภวราคานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ภวราคานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอน เนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องบุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยและมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องแต่ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูป-ธาตุ อวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กาม-ราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง จตุกกมูลกนัย จบ ปัญจกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ภวราคานุสัยและมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอน เนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุอวิชชานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยและมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องบุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องแต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและ ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชา-นุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัย มานานุสัยและภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่องบุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ฉักกมูลกนัย จบ อนุโลมในอนุสยวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอนุสยยมก
บัดนี้ เป็นการวรรณนาเนื้อความแห่งอนุสยยมกเหมือนที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรวบรวมเอกเทสแห่งกุศลธรรมเป็นต้นทรงแสดงไว้ในมูลยมกนั้นนั่นแหละด้วยสามารถแห่งการหยั่งเห็นได้แล้วทรงแสดงไว้ในลำดับแห่งสังขารยมก. บัณฑิตพึงทราบการกำหนดบาลี ในอนุสยยมกก่อนเพราะว่า ในอนุสยยมกนี้พระองค์ทรงทำบาลีเทศนาไว้อีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนทำเทศนาในขันธยมก เป็นต้น.
ถามว่า ทำเทศนาอย่างไร?
ตอบว่า ในเบื้องต้นทำเทศนาแสดงไว้ ๓ วาระ คือปริจเฉทวาระ วาระว่าด้วยการกำหนด. ปริจฉินนุทเทสวาระ วาระว่าด้วยอุทเทสที่กำหนดไว้แล้ว,อัปปัตติฏฐานวาระ วาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นก่อน, เพื่อจะให้ศึกษาอนุสัยทั้งหลาย โดยอาการ ๓ อย่าง คือโดยปริจเฉท โดยอุทเทสและโดยอุปปัตติฏฐานต่อจากนั้นก็ทรงประกอบอนุสัยทั้งหลายทำยมกเทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗.
ในอนุสยยมกนั้น คำว่า สตฺต อนุสยา นี้ ชื่อว่าปริจเฉทวาระ เพราะความที่อนุสัยทั้งหลาย พระองค์กำหนดจำนวนแสดงไว้ว่า อนุสัยนี้มี ๗ เท่านั้น ไม่เกินกว่านี้ ไม่ต่ำกว่านี้ ดังนี้.
คำว่า กามราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นี้ ชื่อว่าปริจฉินทุทเทสวาระ เพราะความที่วาระนี้ทรงยกเพียงแต่ชื่อแห่งธรรมที่กำหนดไว้แล้วโดยปริจเฉทวาระนั้น ขึ้นแสดงว่า ชื่อว่าธรรมเหล่านี้เป็นธรรมชนิดนั้น ดังนี้.
ในข้อนั้น คำว่า กามราคานุสโย อนุเสติ เอตฺถ ฯเปฯ อวิชฺชานุสโดย อนุเสติ นี้ ชื่อว่าอุปปัตติฏฐานวาระ เพราะความที่วาระนี้ ทรงแสดงที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านั้นนั่นแหละ อย่างนี้ว่า อนุสัยเหล่านี้ย่อมนอนเนื่อง ในวาระทั้งหลายชื่อนี้ ดังนี้.
อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกอบอนุสัยทั้งหลายแล้วทำยมกเทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗ เหล่าใด มหาวาระเหล่านั้น มีชื่อดังนี้ คือ
๑. อนุสยวาระ (วาระว่าด้วยอนุสัย)
๒. สานุสยาวาระ (วาระว่าด้วยผู้มีอนุสัย)
๓. ปชหนวาระ (วาระว่าด้วยการละ)
๔. ปริญญาวาระ (วาระว่าด้วยการกำหนดรู้)
๕. ปหีนวาระ (วาระว่าด้วยการละได้แล้ว)
๖. อุปปัชชนาวาระ (วาระว่าด้วยการเกิด)
๗. ธาตุวาระ (วาระว่าด้วยธาตุ)
อธิบายอนุสยวาระ
บรรดามหาวาระเหล่านั้น วาระที่ ๑ ชื่อว่าอนุสยวาระ นั้นมี ๒ นัย คือด้วยสามารถแห่งอนุโลมนัยและปฏิโลมนัย. ในนัยทั้ง ๒ นั้น อนุโลมนัยมีอันตรวาระ ๓ วาระ ด้วยอำนาจแห่งบุคคลและภูมิ คือ.-
ยสฺส อนุเสติ แปลว่า... กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด (ปุคคลวาระ)
ยตฺถ อนุเสติ แปลว่า... กำลังนอนเนื่องในภูมิใด (โอกาสวาระ)
ยสฺส ยตฺถานุเสติ แปลว่า...กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใดในภูมิใด (ปุคคโลกาสวาระ)
ในอันตรวาระ ๓ เหล่านั้น ในปุคคลวาระมี ๒๑ ยมก คือมีกามราคานุสัยเป็นมูล ๖ ยมก โดยพระบาลีว่า :-
ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ
ยสฺส วาปน ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ฯ
ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส มานานุสโย....
ทิฏฐานุสโย...วิจิกิจฉานุสโย...ภวราคานุสโย...อวิชฺชานุสโย อนุเสติ
ยสฺส วาปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ
ที่มีปฏิฆานุสัยเป็นมูล ๕ ยมก มีมานานุสัยเป็นมูล ๔ ยมก มีทิฏฐานุสัยเป็นมูล ๓ ยมก มีวิจิกิจฉานุสัยเป็นมูล ๒ ยมก มีภวราคานุสัยเป็นมูล ๑ ยมก ด้วยสามารถแห่งการนับแลวไม่นับอีกวาระแม้ทั้งหมดที่มีมูล ๑ จึงรวมเป็น ๒๑ ยมก ด้วยประการฉะนี้.
ปุคคลวาระอื่นอีก ๑๕ ยมก คือ ที่มีมูล ๒ (ทุกมูล) อันมาแล้วในพระบาลีอย่างนี้ว่า ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ดังนี้ มี ๕ ยมก ที่มีมูล ๓ (ติกมูล) มี ๔ ยมก,ที่มีมูล ๔ (จตุกกมูล) มี ๓ ยมก, ที่มีมูล ๕ (ปัญจกมูล) มี ๒ ยมก, ที่มีมูล ๖ (ฉักกมูล) มี ๑ ยมก. รวมในปุคคลวาระเป็น ๓๖ ยมกคือ ยมกที่มีมูล ๑ มี ๒๑ ยมก ที่มีมูล ๒ เป็นต้นอีก ๑๕ ยมก (๒๑+๑๕=๓๖) ดังนี้.
ในโอกาสวาระก็เหมือนกัน คือมี ๓๖ ในปุคคโลกาสวาระก็เหมือนกัน คือมี ๓๖ เพราะฉะนั้น อันตรวาระแม้ทั้งหมดในอนุโลมนัยจึงเป็น ๑๐๘ ยมก ในปฏิโลมนัยก็เหมือนกัน (มี ๑๐๘) ดังนั้นในมหาวาระแรก คืออนุสยวาระ จึงรวมเป็น ๒๑๖ ยมก. บัณฑิตพึงทราบคำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒ แต่ยมกนั้น เนื้อความคือคำวิสัชนาคูณด้วย ๒ จากคำปุจฉานั้น.
ก็ในอนุสยวาระนี้ฉันใด พึงทราบการนับยมกหนึ่งๆ แห่งมหาวาระทั้ง ๕ แม้เหล่านี้ สานุสยวาระ ปชหนวาระ ปริญญาวาระ ปหีนวาระและอุปปัชชนวาระว่า คำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒ แต่ละยมก เนื้อความคือคำวิสัชนาต้องคูณด้วย ๒ จากคำปุจฉานั้นฉันนั้น.
แต่ว่าในมหาวาระ ๕ นี้ มีเนื้อความที่แปลกไปจาก ๓ วาระแรก คือในโอกาสวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสคำว่า ยตฺถ ยตฺถ แต่ทรงทำเทศนาด้วยพระดำรัสว่า ยโต ยโต ดังนี้. คำที่เหลือเป็นเช่นเดียวกันนั่นแหละ.
ก็ในมหาวาระทั้งหมด วาระสุดท้าย ชื่อว่าธาตุวาระ นั้น ดำรงอยู่ ๒ อย่าง คือปุจฉาวาระและวิสัชนาวาระ
ถามว่า เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสในคำปุจฉาวาระแห่งธาตุวาระนั้นว่า เมื่อสัตว์เข้าถึงกามธาตุ แล้วเข้าถึงกามธาตุ ดังนี้ แต่ไม่ตรัสว่า เมื่อสัตว์เข้าถึงกามธาตุ จุติแล้วจากกามธาตุ ดังนี้.
ตอบว่า เมื่อว่าโดยอรรถแล้วไม่แปลกกัน เพราะคำถามแม้ทั้ง ๒ นี้ มีอรรถอย่างเดียวกันนั่นแหละ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสคำปุจฉายมกหนึ่งๆ นั่นแหละ แต่ยมกหนึ่งๆ โดยลำดับในที่สุดแห่งคำถามทั้งหมดแล้วจึงทำคำวิสัชนาไว้โดยนัยเป็นต้นว่า เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุแล้วเข้าถึงกามธาตุ อนุสัย ๗ ย่อมนอนเนื่องแก่ใครบ้าง ดังนี้.
ในบรรดาคำถามเหล่านั้น อนุโลมปุจฉามีกามธาตุเป็นมูละ ๙ คือ สุทธิกปุจฉา ๖ ยมก โดยพระบาลีว่า เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุ เข้าถึงกามธาตุ...เข้าถึงรูปธาตุ...เข้าถึงอรูปธาตุ...เข้าถึงน กามธาตุ... เข้าถึง น รูปธาตุ เข้าถึง น อรูปธาตุ ดังนี้ และมิสสกปุจฉาอีก ๓ คือ เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุแล้ว เข้าถึง น กามธาตุ น อรูปธาตุ... เข้าถึง น รูปธาตุ น อรูปธาตุ... เข้าถึง นกามธาตุ น รูปธาตุ ดังนี้.
อนุโลมปุจฉาที่มีรูปธาตุเป็นมูละก็มี ๙ ที่มีรูปธาตุเป็นมูละก็มี ๙ เหมือนกัน รวมเป็นอนุโลมปุจฉา ๒๗ ปฏิโลมปุจฉาที่มี นกามธาตุ นรูปธาตุ และนอรูปธาตุ เป็นมูละก็มี ๒๗ นั่นแหละ. รวมคำถามทั้งหมด คืออนุโลมปุจฉา ๒๗ ปฏิโลมปุจฉา ๒๗ และคำถามที่เป็นทุกมูลอีก ๒๗ ดังพระบาลีว่า น กามธาตุยา น อรูปธาตุยา น รูปธาตุยา น อรูปธาตุยา น กามธาตุยา น รูปธาตุยา ดังนี้ จึงเป็นคำปุจฉา ๑๘. บัณฑิตพึงทำการกำหนดบาลีในธาตุวาระ และพึงทราบการกำหนดบาลี ในอนุสยยมกแม้ทั้งสิ้นด้วยประการฉะนี้ก่อน.
ก็คำใดๆ ในอนุสยยมกที่มีเนื้อความอันยาก พึงทราบการวินิจฉัยกถาในที่นั้นๆ ตั้งแต่ต้น.
ถามว่า คำว่า อนุสยา ชื่อว่าอนุสัยทั้งหลาย เพราะอรรถว่าอย่างไร?
ตอบว่า ชื่อว่าอนุสัย เพราะอรรถว่านอนเนื่อง.
ถามว่า อนุสัยนั้น ชื่อว่ามีอรรถว่านอนเนื่อง อย่างไร?
ตอบว่า ชื่ออย่างนั้น เพราะอรรถว่าละไม่ได้.
จริงอยู่ กิเลสเหล่านี้ ชื่อว่าย่อมนอนเนื่องในสันดานของสัตว์ เพราะอรรถว่าไม่ได้ ฉะนั้น อาจารย์ทั้งหลายจึงเรียกกิเลสเหล่านั้นว่า อนุสัย.
คำว่า อนุเสนฺติ แปลว่า ย่อมนอนเนื่อง.
อธิบายว่า ได้เหตุอันสมควรแล้วจึงเกิดขึ้น. อนึ่ง กิเลสที่มีอาการละไม่ได้ ชื่อว่าอนุสยัฏฐะ อรรถว่านอนเนื่อง พึงมี ก็ไม่ควรจะกล่าวว่า กิเลสมีอาการละไม่ได้นี้ ย่อมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นควรจะกล่าวว่า อนุสัยทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น ดังนี้.
คำว่า อนุสยา อุปฺปชฺชนฺติ นี้ ในที่นี้เป็นคำรับรองว่า อนุสัย คือกิเลสที่มีอาการอันละไม่ได้.
ก็คำว่า อนุสโย พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสเรียกกิเลสที่มีกำลัง เพราะอรรถว่าละไม่ได้.
บัณฑิตพึงทราบว่า อนุสัยนี้เป็นจิตตสัมปยุต เป็นไปกับด้วยอารมณ์ (รู้อารมณ์ได้) เป็นสาเหตุกะเพราะอรรถว่ามีปัจจัยปรุงแต่ง และเป็นอกุศลอย่างเดียว เป็นอดีตบ้าง เป็นอนาคตบ้าง เป็นปัจจุบันบ้าง เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวว่า อนุสัยย่อมเกิดขึ้น.
ในที่นี้ พึงทราบคำวินิจฉัยกถานี้ เป็นประมาณ.
ในอภิธรรม ก่อนท่านปฏิเสธวาทะทั้งหมดไว้ในกถาวัตถุว่า อนุสัยทั้งหลายเป็นอัพยากตะ เป็นอเหตุกะ เป็นจิตตวิปปยุต ดังนี้ (โปรดดูกถาวัตถุ)
ในปฏิสัมภิทามรรค ท่านได้กล่าว กระทำคำถามไว้ว่า บุคคลย่อมละกิเลสทั้งหลายที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น คือว่า บุคคลย่อมละอนุสัยคือกิเลสที่มีกำลังได้ เพราะความที่อนุสัยเหล่านั้นเป็นปัจจุบันมีอยู่.
ในธรรมสังคหะ ท่านกล่าวไว้ในบทภาชนีแห่งโมหะว่า ความเกิดขึ้นแห่งอวิชชานุสัยร่วมกับอกุศลจิตว่า อวิชชานุสัย อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาลังคิโมหะและอกุศลมูลนี้ มีอยู่ในสมัยใด โมหะก็มีอยู่ในสมัยนั้น ดังนี้.
ในอนุสยยมกนี้นั่นแหละ ท่านกล่าวไว้ในอุปปัชชนวาระแห่งมหาวาระ ๗ วาระใดวาระหนึ่งว่า กามราคานุสัย กำลังเกิดแก่บุคคลใดปฏิฆานุสัยก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม เป็นต้น เพราะฉะนั้น คำใดที่ท่านอธิบายว่า คำว่า นอนเนื่อง คือได้เหตุอันสมควรแล้วจึงเกิดขึ้นนี้คำนั้นพึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้ดีแล้วด้วยสามารถแห่งแบบแผนนี้เป็นประมาณ.
แม้คำที่กล่าวว่า อนุสัยเป็นจิตตสัมปยุต เป็นไปกับด้วยอารมณ์ (คือรู้อารมณ์ได้) แม้คำนั้นท่านก็กล่าวดีแล้วนั่นแหละ ดังนั้นพึงถึงความตกลงในที่นี้ว่า ชื่อว่าอนุสัย นั้นเป็นธรรมสำเร็จแล้ว เป็นจิตตสัมปยุตและเป็นอกุศล ด้วยประการฉะนี้. และพึงทราบวิเคราะห์ในคำทั้งหลายซึ่งมีคำว่า กามราคานุสโย เป็นต้นว่า กามราคะนั้นด้วย เป็นอนุสัยเพราะอรรถว่าละไม่ได้ด้วย ฉะนั้นจึงชื่อว่ากามราคานุสัย.
แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้แหละ.
บัดนี้ เพื่อประกาศอุปปัตติฏฐานวาระ คือวาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัย แห่งอนุสัยเหล่านั้น ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ เป็นต้น.
คำว่า ตตฺถ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ได้แก่ กามราคานุสัยเกิดในเวทนาทั้ง ๒ คือสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนาในกามาวจรภูมิ.
____________________________
คำว่า กามาวจรภูมิและกามธาตุ มีอรรถอย่างเดียวกัน
คำว่า เอตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ได้แก่ กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ เหล่านี้. อธิบายว่า กามราคานุสัยนี้ย่อมนอนเนื่องด้วยอาการ ๒ อย่าง คือด้วยสามารถแห่งการเกิดร่วมและด้วยสามารถแห่งอารมณ์ในสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนาแห่งอกุศลทั้งหลาย.
ก็อนุสัยนั้นเป็นธรรมเกิดพร้อมกับสุขเวทนาและอุเบกขา เวทนาแห่งอกุศลบ้าง ย่อมทำเวทนาทั้ง ๒ ให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้นบ้าง และทำเวทนาในกามาวจรกุศล วิบาก กิริยาที่เหลือให้เป็นอารมณ์อย่างนั้นแหละเกิดขึ้นบ้าง.
อนึ่ง อนุสัยนั้น เมื่อนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุ ย่อมนอนเนื่องแม้ในสัญญา สังขารและวิญญาณที่สัมปยุตด้วยเวทนาทั้ง ๒ นั้น. แต่ว่า อนุสัยที่นอนเนื่องอยู่ในเวทนาทั้งสอง ไม่อาจเพื่อจะเกิดร่วมกับสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้น หรือว่าไม่กระทำสัญญาเป็นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นแล้วเกิดขึ้น.
ก็ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นมีอยู่ เวทนาทั้งสองจึงเป็นประธานในสัมปยุตธรรมที่เหลือเพราะความเกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัยเพราะอรรถว่าชอบใจโดยความเป็นสุขที่มีความยินดีและความสงบ ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้งสองเหล่านี้ เป็นต้น.
จริงอยู่ สุขเวทนาในเวไนยสัตว์ที่จะรู้ธรรม เพื่อความรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งสภาวะที่โอฬาร คืออย่างหยาบ.
อนึ่ง กามราคานุสัยนี้ เมื่อนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งอารมณ์ ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้งสอง และในธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนาทั้งสอง เพียงเท่านั้นก็หาไม่ย่อมนอนเนื่องแม้ในรูปเป็นต้นที่ปรารถนาด้วยทีเดียว แม้คำนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสไว้ในวิภังคปกรณ์ว่า รูปอันใด เป็นที่รัก (ปิยรูปํ) เป็นที่ชอบใจ (สาตรูปํ) มีอยู่ในโลกกามราคานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องในปิยรูปและสาตรูปนี้ ดังนี้ มิใช่หรือ แม้ในคัมภีร์ยมกนี้ ก็ตรัสไว้ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระว่า กามราคานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในภูมิใด ทิฏฐานุสัย ก็ย่อมไม่นอนเนื่องในภูมินั้น ใช่ไหม ดังนี้.
ก็กามราคานุสัยนั้น ย่อมไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุเหล่านี้ แต่ทิฏฐานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ในที่เป็นที่ไม่เนื่องกับกามราคานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง.
จริงอยู่ ในข้อนี้ กามราคานุสัย เว้นทุกขเวทนาพร้อมทั้งสัมปยุตตธรรม เว้นรูปารูปาจรธรรมที่เป็นไปในภูมิ และเว้นโลกุตธรรม ๙ เพราะได้ตรัสไว้ว่า กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา และในรูปธาตุเป็นต้น จึงเป็นอันว่า ย่อมนอนเนื่องในรูป เสียง กลิ่น รสและโผฏฐัพพะที่เหลือ.
ถามว่า เพราะเหตุไร จึงไม่ตรัสถ้อยคำนั้นในปกรณ์นี้?
ตอบว่า เพราะความที่สภาวะเหล่านั้นเป็นของละเอียด.
จริงอยู่ พระองค์ไม่ตรัสว่า กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในรูปเหล่านี้ เป็นต้น เพราะความที่เวทนาทั้งสองเท่านั้นเป็นประธานคือเป็นอารมณ์ชัด และเพราะความที่รูปเหล่านี้เป็นอารมณ์ละเอียด คือปรากฏไม่มาก โดยนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง แต่ว่าเมื่อว่าโดยอรรถแล้ว ย่อมเป็นได้ ฉะนั้น พึงทราบว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแม้ในรูปทั้งหลายเหล่านั้นนั่นแหละด้วย.
จริงอยู่ พระศาสดาย่อมไม่ตรัสถึงธรรมทั้งปวงในที่ทั้งปวง เว้นแต่ธรรมใดย่อมหยั่งเห็นได้ด้วยอำนาจแห่งสัตว์ที่พระองค์ทรงแนะนำเพื่อให้รู้ธรรมก็ย่อมตรัสธรรมนั้นทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ตรัสในที่บางแห่ง. จริงอย่างนั้นแหละ คำใดที่พระองค์ตรัสปุจฉาว่า ทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่ไหน ดังนี้ ย่อมได้คำวิสัชนาอย่างนี้ว่าทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวง ดังนี้ ธรรมทั้งหมดนั้นพระองค์ตรัสไว้แล้ว.
ในที่อื่นอีก คำใดย่อมได้คำวิสัชนาอย่างนี้ว่า วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุนี้และวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุและวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนานี้ ดังนี้พระองค์มิได้ตรัสคำนั้นทั้งหมด ตรัสเพียงเวทนา ๓ กับรูปธาตุ อรูปธาตุเท่านั้น.
ก็อรูปธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนา และรูปทั้งหมด มิได้ตรัสไว้. มิได้ตรัสไว้แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้นทิฏฐานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นนั่นแหละ. ข้อนี้ฉันใดในที่นี้มิได้ตรัสอิฏฐารมณ์มีรูปเป็นต้นไว้ ถึงอย่างนั้น กามราคานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องในรูปที่เป็นอิฏฐารมณ์ ฉันนั้นนั่นแหละ. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้ก่อน.
บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยโดยพระบาลีว่า ทุกฺขาย เวทนาย เป็นต้นว่า ได้แก่เวทนาทั้ง ๓ คือ โทมนัสสเวทนา ๒ และทุกขเวทนาที่สัมปยุตด้วยกายวิญญาณ ๑ นี้ ชื่อว่าอนุสยนัฏฐาน คือที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัย. ก็ปฏิฆานุสัยนั้นย่อมนอนเนื่องในโทมนัสสเวทนา ด้วยอาการ ๒ อย่าง คือด้วยสามารถแห่งการเกิดขึ้นพร้อมกัน และด้วยสามารถแห่งอารมณ์ด้วย และย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนาที่เหลือด้วยสามารถแห่งอารมณ์.
ก็ปฏิฆานุสัยนั้น เมื่อนอนเนื่องในเวทนาเหล่านั้น ย่อมนอนเนื่องแม้ในสัญญา สังขารและวิญญาณเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนาเหล่านั้น.
จริงอยู่ ปฏิฆานุสัยนี้เกิดร่วมกับเวทนาใด ก็เป็นสภาพเกิดร่วมกับธรรมทั้งหลาย แม้มีสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นนั่นแหละ หรือว่า ย่อมกระทำเวทนาใดให้เป็นอารมณ์ ก็ย่อมทำแม้ธรรมทั้งหลายมีสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นเหมือนกัน.
ก็ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นแม้มีอยู่ ทุกขเวทนาเทียวจึงเป็นใหญ่ในสัมปยุตธรรมที่เหลือ เพราะความเกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยโดยอรรถว่าไม่ชอบใจ และเพราะความที่ตนเสวยทุกข์ในธรรมที่ไม่ชอบใจ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสคำนี้ว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนานี้ ดังนี้.
จริงอยู่ ความสุขคือสุขเวทนา ในเผ่าพันธุ์แห่งสัตว์ที่พระองค์ทรงแนะนำในการรู้ธรรม เพื่อความรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งสภาวะที่เป็นโอฬาร มีอยู่.
อนึ่ง ปฏิฆานุสัย เมื่อนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งอารมณ์ ย่อมไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา และสัมปยุตตธรรมแห่งเวทนาเท่านั้นย่อมนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น ที่ไม่น่าปรารถนาด้วย. ดังคำที่ตรัสไว้ในคัมภีร์วิภังคปกรณ์ว่ารูปอันใดอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจมีอยู่ในโลก ปฏิฆานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องในรูปที่ไม่น่ารัก ไม่น่าชอบใจนี้ ดังนี้ มิใช่หรือ.
แม้ในปกรณ์แห่งยมกนี้ ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระก็ตรัสไว้ว่า ปฏิฆานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในเวทนาทั้งสองในกามธาตุนี้ แต่กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ในรูปธาตุ อรูปธาตุที่ไม่เนื่องกันนี้ ปฏิฆานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิบายไว้ว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่เหลือมีรูปเป็นต้น โดยเว้นเวทนา ๒ คือสุข อุเบกขา พร้อมทั้งสัมปยุตตธรรม เว้นรูปาวจรธรรมที่เป็นไปในภูมิ และเว้นโลกุตตรธรรม ๙ เพราะความที่เทศนานั้น พระองค์ตรัสว่า ปฏิฆานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในกามาวจรเวทนาทั้ง ๒ และในรูปธาตุเป็นต้น ดังนี้.
ถามว่า เพราะเหตุไร จึงไม่ตรัสไว้?
ตอบว่า เพราะเป็นสภาวะละเอียด.
จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่ธรรมเหล่านี้ เพราะความที่ทุกขเวทนาเป็นใหญ่โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละและในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น เพราะความเป็นธรรมละเอียด ดังนี้ แต่เมื่อว่าโดยอรรถแล้วย่อมเป็นได้เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้นเหล่านี้นั่นแหละ ดังนี้.
ถามว่า เวทนาทั้งสองนอกนี้ เป็นอิฏฐารมณ์ของปฏิฆะ หรือไม่?
ตอบว่า เวทนาทั้งสองนอกนี้ ไม่เป็นอารมณ์ของปฏิฆะ ก็หาไม่.
จริงอยู่ โทมนัสของผู้มีฌานเสื่อมแล้ว ย่อมเกิดเพราะปรารภเวทนาเหล่านั้นอันเป็นไปกับด้วยสัมปยุตตธรรม ด้วยสามารถแห่งความเดือนร้อนคือโทมนัส ย่อมเกิดเพราะตามระลึกถึงความเสื่อมของผู้ได้อิฏฐารมณ์บ้าง ย่อมเกิดเพราะตามระลึกถึงสิ่งที่ไม่ได้ของผู้ไม่ได้อิฏฐารมณ์บ้างก็ข้อนี้เป็นเพียงโทมนัสเท่านั้น ไม่เป็นปฏิฆานุสัย เพราะปฏิฆานุสัยนั้นเป็นกิเลสที่มีกำลังเกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งการกระทบในอนิฏฐารมณ์ ฉะนั้นปฏิฆะแม้เกิดร่วมกับโทมนัสในที่นี้ ย่อมไม่เป็นปฏิฆานุสัย เพราะไม่ทำปฏิฆกิจของตน ย่อมถึงความเป็นอัพโพหาริก คือถึงการกล่าวอ้างไม่ได้.
พยาบาทแม้เกิดร่วมกับเจตนาในปาณาติบาต ย่อมไม่ชื่อว่าเป็นมโนกรรม ฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้น ไม่เป็นปฏิฆานุสัย คือว่าย่อมถึงการกล่าวอ้างไม่ได้สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า บุคคลย่อมละปฏิฆะ คือโทมนัสเห็นปานนี้ โดยหมายเอาโทมนัสอันอาศัยเนกขัมมะอันเป็นอิฏฐารมณ์บางอย่างโดยสภาวะนั้นปฏิฆานุสัย ก็ย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้น ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็ที่เป็นที่นอนเนื่องแห่งมานานุสัย โดยพระบาลีว่า กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เป็นต้นมี ๓ คือกามาวจรเวทนา ๒ รูปธาตุและอรูปธาตุ ๑. บัณฑิตพึงทราบความนอนเนื่องแห่งมานานุสัยอันเป็นสหชาตะเหมือนกามราคานุสัยในอกุศลเวทนาทั้งหลาย. ก็มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในกามาวจรแม้ทั้งหมด พร้อมทั้งสัมปยุตตธรรมในสุขทุกข์ อทุกขมสุขเวทนาทั้งหลาย และในรูปธาตุทั้งหลาย ด้วยสามารถแห่งอารมณ์. ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระ มานานุสัยนี้ เว้นทุกขเวทนา และโลกุตตรธรรม ๙ ย่อมนอนเนื่องในรูปและอรูปธาตุที่เหลือเท่านั้นเพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่อง มานานุสัยก็ย่อมไม่นอนเนื่องในธรรมที่เนื่องด้วยทุกขเวทนานี้ ดังนี้. พึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งมานานุสัยดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในโลกุตตธรรมอย่างเดียวเท่านั้น แท้จริงยังนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งปวงทีเดียวที่เป็นไปกับภูมิ ๓ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวง ดังนี้.
ก็ในบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพสกฺกายปริยาปนฺเนสุ ได้แก่ ในธรรมทั้งปวงที่นับเนื่องด้วยสักกายะ เพราะอรรถว่าอาศัยสังสารวัฏ ดังนี้. ในข้อนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยเหล่านี้ ย่อมนอนเนื่องในจิตตุปบาท ๕ ดวงคือโลภสัมปยุตตจิต ๔ วิจิกิจฉาสัมปยุตตจิต ๑ ด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องที่เป็นสหชาตะ.
ก็หรือว่า ธรรมทั้ง ๒ นั้น ย่อมนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องในอารมณ์ในปวัตติกาล เพราะปรารภจิตตุปบาท ๕ เหล่านี้ หรือธรรมอื่นอันเป็นไปกับภูมิ ๓ ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็ภวราคานุสัย บัณฑิตพึงกล่าวว่า ย่อมนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ เพราะความเกิดขึ้นในทิฏฐิวิปปยุตตจิต ๔ ดวงแม้ก็จริงถึงอย่างนั้น ภวราคานุสัยนั้น เมื่อเกิดกับเวทนาทั้งปวงในกามธาตุ ย่อมได้เฉพาะในรูปาวจร อรูปาวจรเท่านั้น และย่อมไม่ทำธรรมแม้อันหนึ่งซึ่งเนื่องด้วยกามธาตุให้เป็นอารมณ์เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุนี้ โดยกำหนดไว้ด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องในอารมณ์ ดังนี้.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าราคะนี้ มี ๒ ด้วยสามารถแห่งกามราคะและภวราคะ.
ใน ๒ อย่างนั้น กามราคะ ท่านกล่าวว่า ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ แห่งกามธาตุ ดังนี้.
ก็ถ้าว่า แม้ภวราคะพึงเป็นดุจกามราคะอย่างนี้ไซร้ การแสดงภวราคะกับด้วยกามราคะก็พึงเป็นเหมือนการคาบเกี่ยวกัน เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงแยกกิเลสมีราคะเป็นต้นไว้ เพื่อต้องการแสดงความแตกต่างกันของกามราคะกับภวราคะแล้ว จึงทรงแสดงเทศนาอย่างนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งภวราคานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ทั้งหมด. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวงไว้ในที่นี้ ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบความที่อวิชชานุสัยเป็นธรรมนอนเนื่องอันเป็นสหชาติในจิตตุปบาท ๑๒ ดวง. ก็เมื่อว่าด้วยสามารถแห่งการกระทำอารมณ์แล้วอวิชชานุสัยไม่ปรารภธรรมอะไรๆ อันเป็นไปในภูมิ ๓ แล้วเป็นไปหามีไม่. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอวิชชานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
นี้เป็นวินิจฉัยกถาในปริจเฉทวาระ ปริจฉินนุทเทสวาระ อุปปัตติฏฐานวาระก่อน.
มหาวาระ ๗
ก็ในอนุสยวาระที่หนึ่งแห่งมหาวาระ ๗ คำใดที่กล่าวไว้ว่า กามราคานุสัยกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้ ตอบรับคำว่า อามนฺตา แปลว่า ใช่ ดังนี้. คำนั้น ย่อมปรากฏราวกะว่าให้คำตอบที่ไม่ดี.
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะกามราคะและปฏิฆะไม่เกิดในขณะเดียวกัน เหมือนอย่างว่ามนาตนะ ธัมมายตนะ กายสังขาร วจีสังขาร ย่อมเกิดขึ้นในขณะเดียวกันในคำว่า มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด ธัมมายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้.
ท่านตอบรับว่า ใช่ (อามนฺตา) ในขณะแห่งการเกิดขึ้นแห่งอัสสาสะปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้นวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นก็กำลังเกิดขึ้น เป็นต้นฉันใด กามราคะและปฏิฆะ ย่อมเกิดฉันนั้นหามิได้. เพราะกามราคะย่อมเกิดในโลภสหคตจิตตุปบาท ๘ ดวง ส่วนปฏิฆะย่อมเกิดในโทมนัสสหคตจิตตุปบาท ๒ ดวง ด้วยประการฉะนี้ความเกิดขึ้นในขณะเดียวกันของธรรมเหล่านั้น (กามราคะ ปฏิฆะ) จึงไม่มี เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทำคำปฏิเสธในที่นี้ว่า โน ดังนี้. ก็ในที่นี้ ท่านไม่ถือเอาโวหารอันกำลังเป็นไป ด้วยสามารถแห่งปัจจุบันขณะราวกะในยมกทั้งหลายในหนหลังเพราะเนื้อความนั้นไม่ปฏิเสธ ก็ต้องตอบรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้ จึงควรถือเอาโดยประการอื่นๆ.
ถามว่า ควรถือเอาด้วยอาการอย่างไร?
ตอบว่า ด้วยสามารถแห่งกิเลสที่ละไม่ได้.
จริงอยู่ โวหารที่กำลังเป็นไปว่า อนุเสติ นี้ ท่านกล่าวหมายเอากิเลสที่ยังละไม่ได้ มิได้หมายเอาความเป็นปัจจุบันขณะเพราะท่านกล่าวหมายเอากิเลสที่เป็นสภาวะที่ละไม่ได้ ฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความอย่างนี้ว่า กามราคานุสัยอันบุคคลใดยังละไม่ได้แม้ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ จึงเป็นสภาวะให้ถึงความเป็นธรรมนอนเนื่อง ในคำปุจฉาว่า กามราคานุสัยกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้.
อนึ่ง ในอนุสัยเหล่านั้น อนุสัยหนึ่งอันบุคคลใดยังมิได้ละ อนุสัยนอกนี้ของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้นั่นแหละ ฉะนั้น จึงกล่าวว่า อามนฺตา ดังนี้.
ผิว่า คำใดท่านรับรองว่า อามนฺตา ในอุปปัชชนวาระข้างหน้า เพราะคำถามอย่างนี้ว่า กามราคานุสัยกำลังเกิดแก่บุคคลใดปฏิฆานุสัยก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้. ในข้อนี้พึงถือเอาเนื้อความอย่างไร แม้ในข้อนั้น ท่านก็ถือเอาด้วยสามารถแห่งการที่กิเลสนั้นยังละไม่ได้ก็หรือ ครั้นเมื่อปัจจัยคือการเกิดขึ้นมีอยู่ ก็พึงถือเอาด้วยสามารถแห่งการไม่ปฏิเสธความเกิด.
เหมือนอย่างว่า ช่างเขียนเป็นต้น เริ่มจิตกรรมมีการวาดเขียนเป็นต้น เมื่อการงานยังไม่เสร็จ ถูกมิตรสหายเป็นต้นถามว่า ท่านทำอะไรในวันเหล่านี้ที่เราเห็นแล้วๆแม้ในขณะที่ยังไม่ทำการงานเหล่านั้น ก็ย่อมกล่าวว่า เรากำลังทำจิตกรรม กำลังทำกัฏฐกรรม แม้ขณะนั้นไม่ได้ทำจิตกรรมเป็นต้นก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ชื่อว่ากำลังทำอยู่นั่นแหละ เพราะอาศัยขณะที่ทำแล้ว และขณะที่ควรจะทำต่อไป ฉันใด อนุสัยทั้งหลายในสันดานใดที่ยังละไม่ได้ ก็ฉันนั้นนั่นแหละ.
ก็หรือว่า เมื่อปัจจัยให้เกิดอนุสัยเหล่านั้นมีอยู่ในสันดานใด การเกิดขึ้นแห่งอนุสัยเหล่านั้นอันธรรมดามิได้ห้ามไว้ในข้อนั้นบัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งอนุสัย แม้ในขณะที่ยังไม่เกิดขึ้น อย่างนี้ว่า กามราคานุสัยกำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลใด เพราะอาศัยกาลที่เคยเกิดแล้วด้วยและจะเกิดขึ้นในกาลอื่นด้วย ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้น ก็ชื่อว่ากำลังเกิดขึ้นนั่นแหละ ดังนี้ ในการวิสัชนาแม้อื่นจากนี้ก็ดี ที่มีรูปอย่างนี้ก็ดี ก็นัยนี้แหละ.
คำว่า โน จ ตสฺส นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เพราะความที่กามราคถและพยาบาทเป็นสภาวะ อันพระอนาคามีละได้แล้วโดยไม่เหลือ.
คำว่า ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ ปุถุชน พระโสดาบันและพระสกทาคามี.
คำว่า ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ พระโสดาบันและพระสกทาคามี. ในฐานะทั้งหลายที่มีรูปอย่างนี้แม้ข้างหน้า ก็นัยนี้แหละ.
ในคำถามที่หนึ่งและที่สองแห่งโอกาสวาระ ท่านทำการปฏิเสธว่า โน ดังนี้ เพราะกามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนา ๒ แห่งกามธาตุ ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนา ฉะนั้น จึงปฏิเสธว่า โน.
ในคำถามที่ ๓ ท่านกล่าวรับรองว่า อามนฺตา เพราะการนอนเนื่องแม้แห่งธรรมทั้งสองในเวทนาทั้งสองแห่งกามธาตุฐานะคือที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งมานานุสัยในรูปธาตุ อรูปธาตุกับด้วยกามราคานุสัยนั้นเป็นที่ที่ไม่ทั่วไป เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่าอนึ่ง กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในรูปธาตุนั้น ดังนี้.
โดยนัยนี้ บัณฑิตพึงตรวจดูวาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยทั้งปวง แล้วจะพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยทั้งปวง แล้วจะพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นอันเป็นสาธารณะและอสาธารณะ.
ในคำถามที่มีมูล ๒ เพราะกามราคานุสัย ย่อมไม่เกิดในที่เดียวกัน และย่อมไม่ทำธรรมหนึ่งให้เป็นอารมณ์ ฉะนั้นจึงทำปฏิเสธว่า นตฺถิ ดังนี้. ก็ในที่นี้พึงทราบว่า อนุสัยทั้ง ๒ เหล่านี้ พึงนอนเนื่องในที่ใด ที่นั้นย่อมไม่เป็นที่ๆ เดียวกันเพราะฉะนั้น คำถามนี้ว่า มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นั้น ดังนี้ ชื่อว่าย่อมไม่เป็นคำปุจฉาเลย. ในอนุสัยแม้อื่นๆ ที่มีรูปอย่างนี้ ก็นัยนี้แหละ.
คำว่า จตุนฺนํ ในปุคคโลกาสวาระ ได้แก่ บุคคล ๔ จำพวก คือปุถุชน พระโสดาบัน พระสกทาคามีและพระอนาคามี.
ในปฏิโลมนัย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาเนื้อความนี้แล้ว จึงตรัสถามว่า กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องแก่บุคคลใด เป็นต้น. ทรงถือเอาพระอนาคามีและพระอรหันต์ จึงตรัสถามว่า กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องแก่บุคคลทั้งสองในภูมิทั้งปวง ดังนี้. บัณฑิตพึงถือเอากามาวจรธรรมแม้ทั้งหมดอันสัมปยุตด้วยเวทนา ในพระบาลีว่า กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ดังนี้บ้าง และถือเอาวัตถุและอารมณ์แห่งธรรมเหล่านั้นบ้าง. อนุสยาวารกถา จบ.
สานุสยวารกถา
ก็ในสานุสยวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า โย กามราคานุสเยน สานุสโย นี้ อธิบายว่าเปรียบเหมือนบุคคลผู้มีอาพาธด้วยโรคอย่างใดอย่างหนึ่งมิโรคชราอันแน่นอนเป็นต้นตราบใดโรคทั้งหลายยังไม่พ้นไปจากบุคคลนั้น ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้มีโรค แม้ในขณะแห่งโรคนั้นยังไม่เกิด ฉันใดข้อนี้ก็ฉันนั้น อนุสัยทั้งหลายแห่งสัตว์ผู้มีปกติไปตามวัฏฏะ ผู้มีกิเลสยังไม่ถึงการถอนขึ้นด้วยอริยมรรคเพียงใดแม้ในขณะที่อนุสัยทั้งหลายยังไม่เกิดขึ้น เขาก็ชื่อว่าเป็นผู้เป็นไปกับด้วยอนุสัย คือมีอนุสัยนั่นแหละเพราะอาศัยความที่สัตว์เป็นผู้มีอนุสัยเห็นปานนี้ จึงรับรองด้วยคำว่า อามนฺตา ดังนี้.
คำที่เหลือในที่นี้เช่นกับอนุสยวาระนั่นแหละ.
ก็ในโอกาสวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ มานานุสเยน สานุสโยอธิบายว่า ในธาตุทั้งหลายเหล่านั้น ความที่บุคคลเป็นไปกับด้วยอนุสัย คือมีอนุสัย พึงปรากฏ แต่ที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยไม่พึงปรากฏก็เพื่อแสดงที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยนั้น พระองค์จึงเริ่มวาระนี้ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า มานานุสเยน สานุสโย เป็นต้นจากวาระนั้น ฯ ก็เมื่อเป็นอย่างนั้น จึงตรัสว่า บุคคลผู้เป็นไปกับด้วยมานานุสัย คือมีมานานุสัย เกิดขึ้นแต่ธาตุทั้งสองนั้น ดังนี้. ก็เมื่อพระองค์ไม่ตรัสอรรถแห่งปัญหาแรก ย่อมจะไม่ปรากฏ ฉะนั้น จึงไม่ตรัสอรรถปัญหาแรก พึงทราบเนื้อความแห่งปัญหานี้ อย่างนี้.
คำว่า ยโต กามราคานุสเยน ได้แก่ กามราคานุสัยเกิดขึ้นแล้วแต่ที่ใด.
คำว่า สานุสโย ได้แก่ บุคคลชื่อว่าผู้เป็นไปกับด้วยอนุสัย คือมีอนุสัย แม้ด้วยปฏิฆานุสัยก็เกิดขึ้นแต่ที่นั้น ดังนี้. แต่เพราะอนุสัยทั้งสอง คือกามราคะ ปฏิฆะ นั้นไม่เกิดแต่ที่เดียวกัน ฉะนั้น จึงปฏิเสธว่า โน ดังนี้.
คำว่า อรหา สพฺพตฺถ นี้ ท่านทำสัตตมีวิภัตติ ในที่แสดงอรรถโดยสิ้นเชิง ด้วยสามารถแห่งอรรถนี้ว่า พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอนุสัยอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในธรรมทั้งปวง ดังนี้.
พึงทราบวินิจฉัยอรรถในคำทั้งปวงโดยอุบายนี้. สานุสยวารกถา จบ.
ปชหนวารกถา
ในปชหนวาระ บทว่า ปชหติ ได้แก่ ย่อมละอนุสัยด้วยมรรคนั้น คือว่า ย่อมทำให้ถึงความเป็นธรรมชาติที่ไม่เกิดขึ้นต่อไป ด้วยอำนาจแห่งปหานปริญญา.
คำว่า อามนฺตา เป็นคำรับรอง โดยหมายเอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรค.
คำว่า ตเทกฏฐํ ปชหติ นี้ ตรัสหมายเอาความที่บุคคลนั้นเป็นผู้ตั้งอยู่ในปริญญาอันเลิศ คือปหานะ.
คำว่า โน นี้ ปฏิเสธหมายเอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค.
คำว่า ยโต กามราคานุสยํ ปชหติ ได้แก่ ย่อมละกามราคานุสัยซึ่งเกิดขึ้นแต่ที่ใด.
คำว่า อฏฺฐมโก ได้แก่ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค โดยนับตั้งแต่พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตผล เป็นที่หนึ่ง พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรคนั้น จึงชื่อว่าเป็นพระอริยบุคคลที่ ๘.
จริงอยู่ พระอรหันต์เป็นพระอริยบุคคลที่หนึ่ง เพราะความที่ท่านเป็นพระทักขิไณยบุคคลผู้เลิศ โดยการนับตามลำดับพระทักขิไณยบุคคล. พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรคเป็นที่ ๒ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิผลเป็นที่ ๓ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรคเป็นที่ ๔ ฯลฯ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตตมรรคเป็นที่ ๘. พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตตมรรคนั้น ตรัสว่าเป็นบุคคลที่ ๘.
อีกอย่างหนึ่ง คำว่า อฏฺฐมโก นี้ เป็นนามสัญญาของท่าน.
คำว่า อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ได้แก่ พระเสขะและอเสขะทั้งหลายกับด้วยปุถุชน.
จริงอยู่ ในบุคคลเหล่านั้น ปุถุชนย่อมละกามราคานุสัยไม่ได้ เพราะความที่ปุถุชนนั้นไม่มีปหานปริญญา. อธิบายว่า เว้นบุคคลที่เหลือ คือผู้ถึงพร้อมด้วยมรรคทั้ง ๒ ได้แก่โสดาปัตติมรรค อนาคามิมรรค เพราะความที่อนุสัยเหล่านั้นท่านละได้แล้ว.
พึงทราบวินิจฉัยในบททั้งปวง โดยนัยนี้. ปชหนวารกถา จบ.
ปริญญาวารกถา
ในปริญญาวาระ คำว่า ปริชานาติ ได้แก่ ย่อมรู้แจ้งปริญญาทั้ง ๓ คำที่เหลือในที่นี้ มีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง. จริงอยู่ แม้วาระนี้ พระองค์ก็ทรงวิสัชนาด้วยอำนาจแห่งพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรคเท่านั้น ราวกะปชหนวาระ. ปริญญาวารกถา จบ.
ปหีนวารกถา
พระองค์ทรงเริ่มเทศนาในปหีนวาระไว้ ด้วยอำนาจแห่งพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในผล เพราะว่า อนุสัยเหล่านี้แม้ทั้งสองอันพระอนาคามีละได้แล้ว ฉะนั้น จึงรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้.
ในโอกาสวาระ ท่านกล่าว เพราะคำถามว่า กามราคานุสัยที่ละได้แล้วในภูมิใด ปฏิฆานุสัยก็ละได้แล้วในภูมินั้น ใช่ไหม ดังนี้ ไม่สมควรจะกล่าวคำว่า ละได้แล้ว หรือว่า ละไม่ได้แล้ว ดังนี้
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะความที่ภูมินั้นเป็นที่เกิดขึ้นอันไม่ทั่วไป.
จริงอยู่ ที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัยก็เป็นอย่างหนึ่ง ของปฏิฆานุสัยก็เป็นอย่างหนึ่ง. คือว่า อนุสัยของมรรคบุคคลผู้ไม่เจริญแล้ว ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ครั้นท่านเจริญมรรคให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ชื่อว่าละได้แล้วในที่นั้นนั่นแหละ. ก็ในบรรดาอนุสัยทั้งสองนั้น ปฏิฆานุสัยย่อมไม่เกิดขึ้นในที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย แม้กามราคานุสัยก็ไม่เกิดขึ้นในที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยฉะนั้น จึงไม่ควรกล่าวว่า อนุสัยนั้น ท่านละได้แล้ว หรือว่าละยังไม่ได้ในที่ (ภูมิ) นั้น เพราะว่า กามราคานุสัยนั้น ท่านละได้แล้วในที่เป็นที่เกิดของตนจึงไม่ควรกล่าวว่า อนุสัยนั้น ท่านละได้แล้วในที่นั้น เพราะความที่ท่านละยังไม่ได้. ที่ใด เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย ไม่ควรกล่าวว่าท่านละไม่ได้แล้วในที่นั้น เพราะความที่กามราคานุสัยนั้นไม่ได้อยู่ในที่นั้น.
ก็ในคำนี้ว่า ยตฺถ กามราคานุสโย ปหีโน ตตฺถ มานานุสโย ปหีโน นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าหมายเอาที่เป็นที่สาธารณะ จึงตรัสว่า อามนฺตา. เพราะว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุ มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ เหล่านั้นด้วย ในรูปธาตุและอรูปธาตุทั้งหลายด้วยแต่มานานุสัยนั้น เว้นที่เป็นที่อสาธารณะ ในที่เป็นที่สาธารณะ ย่อมชื่อว่า ท่านละได้แล้วกับทั้งกามราคานุสัย ฉะนั้น จึงรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้.
บัณฑิตพึงทราบความเป็นผู้ละได้แล้ว และคำอันไม่พึงกล่าวในโอกาสวาระแม้ทั้งปวงโดยนัยนี้.
ก็คำว่า นตฺถิ ในอนาคตสถานทั้งหลาย บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยเช่นกับคำที่กล่าวแล้วในหนหลัง. ปุคคโลกาสวาระมีคติอย่างโอกาสวาระนั่นแหละ. ในปฏิโลมนัย คำว่า ยสฺส กามราคานุสโย อปฺปหีโน นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามด้วยอำนาจแห่งความเป็นปุถุชน พระโสดาบันและพระสกทาคามี.
จริงอยู่ อนุสัยทั้ง ๒ เหล่านี้ บุคคล ๖ จำพวก ตั้งแต่ปุถุชนจนถึงพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรค ละยังไม่ได้ แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้นในที่นี้ ประสงค์เอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรค เพราะพระบาลีว่า ปรโต ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ เป็นต้นเพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า อามนฺตา โดยหมายเอาปุถุชน พระโสดาบันและพระสกทาคามีเท่านั้น.
คำว่า ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ พระโสดาบันและพระสกทาคามี. พึงทราบวินิจฉัยในปุคคลวาระโดยนัยนี้. ก็โอกาสวาระและปุคคลโลกาสวาระ พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ. ปหีนวารกถา จบ. ในอุปปัชชนวาระ เช่นกับอนุสัยวาระนั่นแหละ.
ธาตุวารกถา
บัณฑิตพึงทราบธาตุวาระก่อนว่า กติ อนุสยา อนุเสนฺติ ได้แก่ อนุสัยเท่าไร ที่เป็นสภาพไปตามสันดานแล้วอาศัยอยู่.
คำว่า กติ อนุสยา นานุเสนฺติ อนุสัยเท่าไรไม่ไปตามสันดานแล้วอาศัยอยู่.
คำว่า กติ อนุสยา ภงฺคา ความว่า บัณฑิตพึงจำแนกอย่างนี้ว่า อนุสัยเท่าไรย่อมนอนเนื่อง อนุสัยเท่าไรย่อมไม่นอนเนื่อง ดังนี้. คำที่เหลือในที่นี้คำใดที่ควรกล่าว คำนั้นท่านก็กล่าวแล้วในที่เป็นที่กำหนดพระบาลีในหนหลังนั่นแหละ. แต่ในนิเทสวาระ ท่านกล่าวไว้ด้วยสามารถแห่งปุถุชนว่า อนุสัย ๗ ย่อมนอนเนื่องแก่ใครดังนี้.
คำว่า กสฺสจิ ปญฺจ นี้ ท่านกล่าวไว้ด้วยสามารถแห่งพระโสดาบันและพระสกทาคามี.
จริงอยู่ ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย อันท่านเหล่านั้นละได้แล้ว เพราะเหตุนั้น อนุสัยทั้ง ๕ เท่านั้น จึงนอนเนื่อง ดังนี้.
บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในข้อนั้นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาเนื้อความในบทว่า อุปฺปชฺชนฺติ แห่งบทว่า อนุเสนฺติ ในอนุสยวาระฉันใด ในธาตุวาระนี้ พึงทราบว่าไม่พึงถือเอาฉันนั้น.
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะความที่อนุสัยนั้นไม่เกิดขึ้นในขณะนั้น.
จริงอยู่ เมื่อบุคคลกำลังเข้าถึงกามธาตุ วิบากจิตและรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานย่อมเกิด แต่อกุศลจิตย่อมไม่เกิดในขณะนั้น. ก็อนุสัยทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้นในขณะแห่งอกุศลจิต ย่อมไม่เกิดขึ้นในขณะแห่งวิบากจิต เพราะเหตุนั้น เพราะความไม่เกิดในขณะดังกล่าวแล้วนั้นจึงไม่ควรถือเอา.
ถามว่า พึงถือเอาอย่างไร?
ตอบว่า ย่อมหยั่งเห็นได้โดยประการใด ก็พึงถือเอาโดยประการนั้น.
ถามว่า ย่อมหยั่งเห็นได้อย่างไร?
ตอบว่า ย่อมหยั่งเห็นได้ เพราะอรรถว่าเป็นกิเลสที่ยังละไม่ไม้.
เหมือนอย่างว่า บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยกุศลและอัพยากตจิต เพราะความที่ราคะโทสะและโมหะอันตนละยังไม่ได้ ท่านก็เรียกว่าผู้มีราคะโทสะและโมหะ ฉันใดข้อนี้ก็ฉันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อนุสัยเหล่านั้นย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นๆ แม้ในขณะแห่งปฏิสนธิ เพราะความที่มรรคภาวนายังมิได้ละ ดังนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ตรัสว่า อนุสัยเหล่านั้นย่อมนอนเนื่องอย่างเดียว แต่พึงทราบว่าอนุสัยเหล่านั้น ชื่อว่านอนเนื่องเพราะความเป็นสภาวะที่ยังละไม่ได้นั่นแหละด้วย ดังนี้.
คำว่า อนุสยา ภงฺคา นตฺถิ อธิบายว่า ก็ชื่อว่าอนุสัย อันบัณฑิตพึงจำแนกอย่างนี้ว่า อนุสัยใดกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใดอนุสัยนั้นเท่านั้นย่อมนอนเนื่อง, อนุสัยใดมิได้กำลังนอนเนื่อง, อนุสัยนั้นเท่านั้น ก็ย่อมไม่นอนเนื่อง, อนุสัยนี้ย่อมนอนเนื่องและย่อมไม่นอนเนื่อง,อนุสัยนี้พึงนอนเนื่องด้วยไม่พึงนอนเนื่องด้วย ดังนี้ ย่อมไม่มี.
คำว่า รูปธาตุํ อุปปชฺชนฺตสฺส กสฺสจิ ตโย นี้ ตรัสไว้ด้วยสามารถแห่งพระอนาคามี.
จริงอยู่ กามราคะ ปฏิฆะ ทิฏฐิและวิจิกิจฉานุสัยแม้ทั้ง ๔ ท่านละได้แล้วโดยไม่เหลือ อนุสัย ๓ นอกนี้ท่านยังละไม่ได้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กสฺสจิ ตโย อนุสยา อนุเสนฺติ แปลว่า อนุสัย ๓ ย่อมนอนเนื่องแก่ใคร ดังนี้.
คำว่า น กามธาตุ อธิบายว่า เมื่อเข้าถึงธาตุทั้ง ๒ ที่เหลือ เพราะความที่ท่านปฏิเสธกามธาตุ.
คำว่า สตฺเตว นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกำหนดแล้วตรัสว่า ชื่อว่า การเกิดในกามธาตุของพระอริยสาวกผู้จุติจากรูปธาตุย่อมไม่มี มีอยู่แต่ปุถุชนเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงตรัสว่า สตฺเตว ดังนี้. แม้ในคำว่า สตฺเตว แห่งบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วเข้าถึงกามธาตุนี้ ก็นัยนี้แหละ.
ถามว่า เพราะเหตุไร คำว่า ความเกิดขึ้นในรูปธาตุย่อมไม่มี ดังนี้.
ตอบว่า เพราะความไม่มีรูปาวจรฌานอันเป็นธรรมให้สำเร็จในการเกิดนั้นไม่มี.
จริงอยู่ บุคคลนั้นเข้าถึงธาตุนั้น เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะฉะนั้น รูปาวจรฌานของท่านจึงไม่มีอยู่ในที่นั้น เพราะความไม่มีรูปาวจรฌานนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า การเกิดขึ้นในรูปธาตุจึงไม่มี ดังนี้.
ในข้อว่า อรูปธาตุยา จุตสฺส น กามธาตุํ นี้ ทรงประสงค์เอาในอรูปธาตุเท่านั้น. พึงทราบเนื้อความในวิสัชนาทั้งปวง โดยนัยนี้ ดังนี้แล. ธาตุวารกถา จบ. อรรถกถาอนุสยยมก จบ. -----------------------------------------------------