ประมวลกฎหมายที่ดิน
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 5a62c20d… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๒ การจัดที่ดินเพื่อประชาชนมาตรา ๑๔–๓๓ · 22 มาตรา
- หมวด ๓ การกำหนดสิทธิในที่ดินมาตรา ๓๔–๕๕ · 22 มาตรา
- หมวด ๔ การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาตรา ๕๖–๖๔ · 16 มาตรา
- หมวด ๕ การรังวัดที่ดินมาตรา ๖๕–๗๐ ทวิ · 8 มาตรา
- หมวด ๖ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมาตรา ๗๑–๘๓ · 13 มาตรา
- หมวด ๗ การกำหนดสิทธิในที่ดินเพื่อการศาสนามาตรา ๘๔–๘๕ · 2 มาตรา
- หมวด ๘ การกำหนดสิทธิในที่ดินของคนต่างด้าวมาตรา ๘๖–๙๖ ตรี · 13 มาตรา
- หมวด ๙ การกำหนดสิทธิในที่ดินของนิติบุคคลบางประเภทมาตรา ๙๗–๑๐๐ · 4 มาตรา
- หมวด ๑๐ การค้าที่ดินมาตรา ๑๐๑–๑๐๒ · 2 มาตรา
- หมวด ๑๑ ค่าธรรมเนียมมาตรา ๑๐๓–๑๐๖ · 12 มาตรา
- หมวด ๑๒ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๐๗–๑๑๓ · 9 มาตรา
ปรารภ
๙ ประมวลกฎหมายที่ดิน หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป คำนิยาม
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
ในประมวลกฎหมายนี้ “ที่ดิน”หมายความว่าพื้นที่ดินทั่วไปและให้ - ที่ดิน หมายความรวมถึงภูเขาห้วยหนองคลองบึงบางลำน้ำ ทะเลสาบเกาะและที่ชายทะเลด้วย “สิทธิในที่ดิน”หมายความว่ากรรมสิทธิ์และ - สิทธิในที่ดิน ให้หมายความรวมถึงสิทธิครอบครองด้วย “ใบจอง”หมายความว่าหนังสือแสดงการยอม - ใบจอง ให้เข้าครอบครองที่ดินชั่วคราว “หนังสือรับรองการทำประโยชน์”หมายความว่า - หนังสือรับรอง หนังสือคำรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำ การทำประโยชน์ ประโยชน์ในที่ดินแล้ว “ใบไต่สวน”หมายความว่าหนังสือแสดงการ -ใบไต่สวน สอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดินและให้หมายความ รวมถึงใบนำด้วย “โฉนดที่ดิน” หมายความว่าหนังสือสำคัญ - โฉนดที่ดิน แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและให้หมายความรวมถึงโฉนด แผนที่ โฉนดตราจองและตราจองที่ตราว่า “ได้ทำ ประโยชน์แล้ว” ๑๐ “การรังวัด” หมายความว่าการรังวัดปักเขต - การรังวัด และทำเขตจดหรือคำนวณการรังวัดเพื่อให้ทราบที่ตั้ง แนวเขตที่ดินหรือทราบที่ตั้งและเนื้อที่ของที่ดิน “การค้าที่ดิน”๓(ยกเลิก) - ทบวงการเมือง “ทบวงการเมือง”๔หมายความว่า
(๑) ราชการส่วนกลางราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น (๒)หน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ “คณะกรรมการ”หมายความว่าคณะกรรมการ - คณะกรรมการ จัดที่ดินแห่งชาติ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่าเจ้า - พนักงาน พนักงานซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายนี้ เจ้าหน้าที่ และพนักงานอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม ประมวลกฎหมายนี้ - อธิบดี “อธิบดี”หมายความว่าอธิบดีกรมที่ดิน “รัฐมนตรี” หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษา - รัฐมนตรี การตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ๓ ๔ และตามประมวลกฎหมายนี้
- ๒
ที่ดินซึ่งมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ที่ดินของรัฐ บุคคลหนึ่งบุคคลใดให้ถือว่าเป็นของรัฐ
- ๓
บุคคลย่อมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินใน ที่ดินเอกชน (กรรมสิทธิ์ในที่ดิน) กรณีต่อไปนี้ (๑)ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามบทกฎหมายก่อน วันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับหรือได้มาซึ่งโฉนด ที่ดินตามบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ (๒)ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วย การจัดที่ดินเพื่อการครองชีพหรือกฎหมายอื่น
- ๔
ภายใต้บังคับมาตรา ๖บุคคลใด ที่ดินเอกชน ได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดิน ก่อนวันที่ประมวล (สิทธิครอบครอง) กฎหมายนี้ใช้บังคับให้มีสิทธิครอบครองสืบไปและให้ คุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วย
- ๔ ทวิ
นับตั้งแต่วันที่ประกาศของ การโอนต้องจด คณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับการโอนกรรมสิทธิ์หรือ ทะเบียน สิทธิครอบครองในที่ดินซึ่งมีโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
- ๕
ผู้ใดมีความประสงค์เวนคืนสิทธิใน เวนคืนสิทธิ ๕ กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ๑๒ ที่ดินให้แก่รัฐให้ยื่นคำขอเวนคืนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้แก่รัฐ ตามมาตรา ๗๑
- ๖
นับตั้งแต่วันที่ประกาศของคณะ การทอดทิ้งไม่ทำ ปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับบุคคลใดมีสิทธิในที่ดินตามโฉนด ประโยชน์ ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์หากบุคคล นั้นทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ในที่ดินหรือปล่อยที่ดินให้ เป็นที่รกร้างว่างเปล่าเกินกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินเกินสิบปี - กรณีโฉนด ติดต่อกัน (๒)สำหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำ -กรณีหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ ประโยชน์เกินห้าปีติดต่อกัน ให้ถือว่าเจตนาสละสิทธิในที่ดินเฉพาะส่วนที่ การดำเนินการ ทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือที่ปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่าง ของรัฐ เปล่าเมื่ออธิบดีได้ยื่นคำร้องต่อศาลและศาลได้สั่งเพิก ถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวให้ที่ดินนั้นตก เป็นของรัฐเพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายนี้ ต่อไป
- ๗
(ยกเลิก) ๖ ๒๙กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ๗
- ๘
บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นสาธารณ การดูแลรักษา สมบัติของแผ่นดินหรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น ที่สาธารณสมบัติ ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้อธิบดีมี ของแผ่นดิน อำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกัน ได้ตามควรแก่กรณีอำนาจหน้าที่ดังว่านี้ รัฐมนตรีจะ มอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้ ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การถอนสภาพ สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของ หรือการโอนเพื่อ แผ่นดินโดยเฉพาะหรือเป็นที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือ ใช้อย่างอื่นที่ สงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองอาจถูก สาธารณประโยชน์ หรือที่ดินที่ใช้เพื่อ ถอนสภาพหรือโอนไปเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นหรือ แผ่นดินโดยเฉพาะ นำไปจัดเพื่อประชาชนได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันถ้าทบวง ที่ดินสาธารณ การเมือง รัฐวิสาหกิจหรือเอกชนจัดหาที่ดินมาให้ ประโยชน์ พลเมืองใช้ร่วมกันแทนแล้วการถอนสภาพหรือโอน ประชาชนใช้ ให้กระทำโดยพระราชบัญญัติแต่ถ้าพลเมืองได้เลิกใช้ ประโยชน์ร่วมกัน ประโยชน์ในที่ดินนั้นหรือที่ดินนั้นได้เปลี่ยนสภาพไป จากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันและมิได้ ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดตามอำนาจกฎหมายอื่น แล้วการถอนสภาพให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ๘ ลงวันที่๑๓ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ ๑๔
(๒) ที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน ที่ดินที่ใช้เพื่อ โดยเฉพาะหรือที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตาม ประโยชน์ของ ความต้องการของทบวงการเมืองใดถ้าทบวงการเมือง แผ่นดิน นั้นเลิกใช้ หรือไม่ต้องการหวงห้ามหรือสงวนต่อไป โดยเฉพาะ เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพแล้วคณะรัฐมนตรี จะมอบหมายให้ทบวงการเมืองซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ใช้หรือ จัดหาประโยชน์ก็ได้แต่ถ้าจะโอนต่อไปยังเอกชนให้ กระทำโดยพระราชบัญญัติ และถ้าจะนำไปจัดเพื่อ ประชาชนตามประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา การตราพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา การออกกฎหมาย ตามวรรคสองให้มีแผนที่แสดงเขตที่ดินแนบท้าย พระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกานั้นด้วย
- ๘ ทวิ
ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใด การนำที่ดินของ มีสิทธิครอบครองหรือที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน รับขึ้นทะเบียน ซึ่งได้ถอนสภาพตามมาตรา ๘(๑) แล้วรัฐมนตรีมี อำนาจที่จะจัดขึ้นทะเบียนเพื่อให้ทบวงการเมืองใช้ ประโยชน์ในราชการได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ๙ ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ ๑๕ กำหนดในกฎกระทรวง ก่อนที่จะจัดขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่งให้มี ขั้นตอนการนำขึ้น การรังวัดทำแผนที่ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดท้องที่ ทะเบียน ประกาศการจัดขึ้นทะเบียนให้ราษฎรทราบมีกำหนด สามสิบวันประกาศให้ปิดในที่เปิดเผย ณสำนักงาน ที่ดินที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการ กำนันและในบริเวณที่ดินนั้น การจัดขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่งให้รัฐมนตรี ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีแผนที่แนบท้าย ประกาศด้วย
- ๘ ตรี
ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของ การออกหนังสือ แผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ สำคัญสำหรับ ของแผ่นดินโดยเฉพาะอธิบดีอาจจัดให้มีหนังสือ ที่หลวง(น.ส.ล.) สำคัญสำหรับที่หลวงเพื่อแสดงเขตไว้เป็นหลักฐาน แบบหลักเกณฑ์และวิธีการออกหนังสือสำคัญ หลักเกณฑ์ สำหรับที่หลวงให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงฉบับที่๒๕(พ.ศ.๒๕๑๖)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ กฎกระทรวงฉบับที่๒๖(พ.ศ.๒๕๑๖)และฉบับที่๔๕(พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๑๖ ที่ดินตามวรรคหนึ่งแปลงใดยังไม่มีหนังสือ สำคัญสำหรับที่หลวงเขตของที่ดินดังกล่าวให้เป็นไป ตามหลักฐานของทางราชการ
- ๙
ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการ การหวงห้ามที่ดิน เหมืองแร่และการป่าไม้ที่ดินของรัฐนั้นถ้ามิได้มีสิทธิ ครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงาน เจ้าหน้าที่ แล้วห้ามมิให้บุคคลใด (๑)เข้าไปยึดถือครอบครองรวมตลอดถึงการ ก่นสร้างหรือเผาป่า (๒)ทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลายหรือ ข้อห้ามกระทำ ทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ใน บริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้าม ในราชกิจจา นุเบกษาหรือ (๓)ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ ทรัพยากรในที่ดิน
- ๙ ทวิ
(ยกเลิก) คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ ๑๐๙/๒๕๓๘ลงวันที่๑๖มีนาคม๒๕๓๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศหวงห้ามลงวันที่๒๑ พฤษภาคม๒๕๒๓ มาตรา ๙ทวิถูกยกเลิกและบัญญัติมาตรา ๙/๑แทนโดยแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๑๑)พ.ศ.๒๕๕๑ ๑๗
- ๙/๑
ให้ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๙เสีย อัตราค่าตอบแทน ค่าตอบแทนเป็นรายปีให้แก่เทศบาลองค์การบริหาร มาตรา ๙ ส่วนตำบลกรุงเทพมหานครเมืองพัทยาหรือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งที่ที่ดินที่ ได้รับอนุญาตตั้งอยู่ ยกเว้นองค์การบริหารส่วน จังหวัด๑๒ ทั้งนี้ ตามวิธีการและอัตราที่กำหนดใน ข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชี ท้ายประมวลกฎหมายนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด การแบ่ง แบ่งค่าตอบแทนที่ได้รับตามวรรคหนึ่งให้แก่องค์การ ค่าตอบแทน บริหารส่วนจังหวัดในอัตราร้อยละสี่สิบของค่าตอบแทน ที่ได้รับภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเพื่อ เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และให้ ค่าตอบแทนส่วนที่เหลือตกเป็นรายได้ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ที่ดินที่ได้รับอนุญาตตั้งอยู่ ในกรณีที่ที่ดินดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตขององค์การ มาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับ ที่ ๑๑)พ.ศ.๒๕๕๑ให้ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๙แห่งประมวลกฎหมายที่ดินก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ (ฉบับที่ ๑๑)ใช้บังคับเสียค่าตอบแทนตามมาตรา ๙ทวิ แห่ง ประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่๓๓๔ลงวันที่ ๑๓ธันวาคมพ.ศ.๒๕๑๕จนกว่าการอนุญาตจะสิ้นสุดลง ๑๒ ๑๘ บริหารส่วนจังหวัดให้ค่าตอบแทนที่ได้รับตามวรรคหนึ่ง ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น ทั้งหมด
- ๑๐
ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมี การจัดหา สิทธิครอบครองและมิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผลประโยชน์ อันราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันนั้นให้อธิบดีมีอำนาจ ในที่ดินของรัฐ จัดหาผลประโยชน์ในการจัดหาผลประโยชน์ให้ รวมถึงจัดทำให้ที่ดินใช้ประโยชน์ได้ซื้อขายแลกเปลี่ยน ให้เช่า และให้เช่าซื้อ หลักเกณฑ์และวิธีการจัดหาผลประโยชน์ให้ หลักเกณฑ์ กำหนดโดยกฎกระทรวง* แต่สำหรับการขายการ แลกเปลี่ยน และการให้เช่าซื้อที่ดินต้องได้รับอนุมัติ จากรัฐมนตรี การดำเนินการจัดหาผลประโยชน์ตามความ ข้อคำนึงถึง ในมาตรานี้ให้คำนึงถึงการที่จะสงวนที่ดินไว้ให้อนุชน อนาคต รุ่นหลังด้วย
- ๑๑
การจัดหาผลประโยชน์ซึ่งที่ดิน การมอบหมายให้ ของรัฐตามนัยดังกล่าวมาในมาตราก่อนนี้รัฐมนตรีจะ ทบวงการเมืองอื่น มอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่ นเป็นผู้ จัดหา เป็นผู้จัดหา ผลประโยชน์สำหรับรัฐหรือบำรุงท้องถิ่นก็ได้ ทั้งนี้ ประโยชน์ * กฎกระทรวงฉบับที่๑๑(พ.ศ.๒๕๐๐)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๑๙ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฎกระทรวง*
- ๑๒
ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมี การขอสัมปทาน สิทธิครอบครองรัฐมนตรีมีอำนาจให้สัมปทานให้ หรือให้ใช้ในระยะเวลาอันจำกัด ทั้งนี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง** บทบัญญัติในมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนถึง กฎหมายว่าด้วยการเหมืองแร่และการป่าไม้
- ๑๓
เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามบท ตั้งสำนักงานที่ดิน แห่งประมวลกฎหมายนี้ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้ง จังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดขึ้น จังหวัดใดมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งที่ทำการ ตั้งสำนักงานที่ดิน ที่ดินมากกว่าหนึ่งแห่งให้รัฐมนตรี มีอำนาจจัดตั้ง สาขา สำนักงานที่ดินสาขาขึ้นโดยให้สังกัดอยู่ในสำนักงาน ที่ดินจังหวัด การจัดตั้ งสำนักงานที่ ดินจังหวัดและ สำนักงานที่ดินสาขาให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา * กฎกระทรวงฉบับที่๑๑(พ.ศ.๒๕๐๐)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ** กฎกระทรวงฉบับที่๑๒(พ.ศ.๒๕๐๐)แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่๑๓(พ.ศ.๒๕๐๓)และฉบับที่๒๐(พ.ศ.๒๕๑๕)ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๒๐
หมวด ๒ การจัดที่ดินเพื่อประชาชน
22 มาตรา- ๑๔
ให้มีกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการ “คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ” ประกอบด้วย จัดที่ดินแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม* เป็นประธาน รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยปลัดกระทรวงมหาดไทยปลัด กระทรวงกลาโหมอธิบดีกรมการปกครองอธิบดีกรม พัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมทางหลวงอธิบดีกรมชลประทานอธิบดีกรม พัฒนาที่ดินอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอธิบดีกรมส่งเสริม การเกษตร อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกาเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติเลขาธิการสำนักงานเร่งรัดพัฒนา ๑๓ ลงวันที่๑๓ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ * แก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับการปฏิรูประบบราชการตามมาตรา ๔แห่ง พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วน ราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ.๒๕๔๕ พ.ศ.๒๕๔๕(มีผลใช้บังคับในวันที่๙ตุลาคม๒๕๔๕) ๒๑ ชนบทเป็นกรรมการผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นกรรมการ และเลขาธิการโดยตำแหน่งและคณะกรรมการผู้ทรง คุณวุฒิอื่นอีกไม่เกินเจ็ดคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
- ๑๕
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรง กรรมการ ตำแหน่งมีกำหนดสี่ปีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจาก ผู้ทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งคณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอีก ก็ได้
- ๑๖
นอกจากการออกจากตำแหน่งตาม การพ้นจาก วาระตามความในมาตรา ๑๕กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑)ตาย (๒)ลาออก (๓)ต้องจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีโทษชั้น ลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท (๔)คณะรัฐมนตรีให้ออกจากตำแหน่ง ในกรณีที่มีการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรานี้ กำหนดเวลาของ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการ ผู้ถูกตั้งแทน แทนกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเข้าแทนนี้ย่อมอยู่ใน ๑๔ ลงวันที่๑๓ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ ๒๒ ตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน
- ๑๗
การประชุมของคณะกรรมการต้อง องค์ประชุม มีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งจึงเป็นองค์ประชุม
- ๑๘
ในเมื่อประธานไม่อยู่ในที่ประชุม กรณีประธาน ไม่อยู่ ให้กรรมการเลือกตั้งกันขึ้นเองเป็นประธาน
- ๑๙
การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษานั้นให้ มติที่ประชุม ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ กรรมการคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการลง คะแนนถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากันให้ประธานใน ที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
- ๒๐
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ อำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑)วางนโยบายการจัดที่ดินเพื่อให้ประชาชน มีที่ดินสำหรับอยู่อาศัยและหาเลี้ยงชีพตามควรแก่อัตภาพ (๒)วางแผนการถือครองที่ดิน
(๓) สงวนและพัฒนาที่ดินเพื่อจัดให้แก่ ประชาชน (๔)สงวนหรือหวงห้ามที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มี บุคคลใดมีสิทธิครอบครองเพื่อให้ประชาชนใช้ ประโยชน์ร่วมกัน ๑๕ (๕)อนุมัติโครงการการจัดที่ดินของทบวง การเมือง (๖)ควบคุมการจัดที่ดินตามประมวลกฎหมายนี้ และกฎหมายอื่น (๗)ปฏิบัติการเกี่ยวกับที่ดินตามที่คณะรัฐมนตรี มอบหมาย (๘)มอบหมายให้ทบวงการเมืองที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งใน มาตรานี้แทนคณะกรรมการได้ตามที่เห็นสมควร (๙)ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในประมวล กฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น
(๑๐) วางระเบียบหรือข้อบังคับกำหนด หลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดที่ดินหรือเพื่อ กิจการอื่นตามประมวลกฎหมายนี้ ระเบียบ*หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ๒๑
ให้รัฐมนตรีดำเนินการตามมติ มอบหมายให้ ของคณะกรรมการและมีอำนาจมอบหมายให้ทบวง ทบวงการเมืองอื่น การเมืองที่เกี่ยวข้องดำเนินการใดๆอันเกี่ยวกับการจัด จัดที่ดิน ที่ดินได้ และถ้าสามารถทำได้ ให้ทบวงการเมืองที่ * ระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน, ระเบียบของคณะกรรมการ จัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่๒–ฉบับที่๑๒ ๒๔ เกี่ยวข้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามที่ได้รับมอบอำนาจ ไปนั้นโดยไม่ชักช้าและเพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ให้ เจ้าพนักงานของทบวงการเมืองเช่นว่านั้นมีอำนาจ หน้าที่อย่างเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ ในประมวลกฎหมายนี้ ในการมอบอำนาจให้ทบวงการเมืองดำเนินการ การเบิก ตามความในวรรคก่อนรัฐมนตรีจะให้ทบวงการเมือง งบประมาณแทน เช่นว่านั้นเบิกเงินในงบประมาณของกรมที่ดินไปใช้ จ่ายตามรายการในงบประมาณแทนกรมที่ดินก็ได้
- ๒๒
ให้รัฐมนตรีและพนักงานเจ้าหน้าที่ อำนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีและ ที่รัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาชี้แจง ผู้ได้รับมอบหมาย ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดที่ดิน และให้ส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องมา ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
(๒) เข้าไปยังสถานที่หรือที่ดินของทบวง การเมือง องค์การของรัฐหรือเอกชนเพื่อตรวจสอบ เรื่องต่าง ๆที่เกี่ยวกับการจัดที่ดินและให้มีอำนาจ สอบถามข้อเท็จจริงเรียกเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่น ที่เกี่ยวข้อง จากบุคคลที่อยู่ในสถานที่หรือที่ดินเช่นว่า นั้นมาตรวจพิจารณาได้ตามความจำเป็นในการนี้ บุคคลเช่นว่านั้นต้องให้ความสะดวกแก่คณะกรรมการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร ๒๕
- ๒๓
ในการใช้อำนาจหน้าที่ตาม อำนาจหน้าที่ของ ประมวลกฎหมายนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้า พนักงาน พนักงานของทบวงการเมืองซึ่งมีอำนาจหน้าที่อย่าง เจ้าหน้าที่ เดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา ๒๑ ต้องมีบัตรประจำตัวและแสดงแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง
- ๒๔
ให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่และ เป็นเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามความในประมวล ตามป.อาญา กฎหมายนี้ เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายใน กฎหมายลักษณะอาญา
- ๒๕
เพื่อประโยชน์ในการจัดที่ดิน การสำรวจที่ดิน หรือการสำรวจความอุดมสมบูรณ์ของดินคณะกรรมการ จะจัดให้มีการสำรวจที่ดินก็ได้ เมื่อเป็นการสมควรจะสำรวจที่ดินในท้องที่ใด ให้คณะกรรมการประกาศท้องที่นั้นเป็นเขตสำรวจที่ดิน ในราชกิจจานุเบกษาและให้ปิดประกาศนั้นณที่ว่าการ อำเภอและบ้านกำนันในตำบลที่อยู่ในเขตสำรวจประกาศ ของคณะกรรมการดังกล่าวให้มีแผนที่ประเมินเขต ที่ดินที่กำหนดให้เป็นเขตสำรวจที่ดินไว้ท้ายประกาศ ด้วยแผนที่ดังกล่าวนี้ให้ถือว่าเป็นส่วนแห่งประกาศ
- ๒๖
ภายในเขตสำรวจที่ดินตามความ หน้าที่ของผู้มี ๑๖ ลงวันที่๑๓ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ ๒๖ ในมาตรา ๒๕ให้ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้ครอบครอง สิทธิในที่ดินใน เขตสำรวจ ที่ดินซึ่งอยู่ในเขตสำรวจที่ดินมีหน้าที่
(๑) แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ซึ่ง ที่ดินตั้งอยู่ภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศกำหนดตามแบบและวิธีการที่กำหนดใน กฎกระทรวง* ในกรณีเช่นนี้จะจัดให้บุคคลอื่นแจ้งแทน ก็ได้
(๒) นำหรือจัดให้บุคคลอื่นนำพนักงาน เจ้าหน้าที่ไปชี้เขตที่ดินซึ่งตนมีสิทธิหรือครอบครองอยู่ ในเมื่อได้รับคำบอกกล่าวจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ล่วงหน้าเป็นเวลาอันสมควร (๓)ลงชื่อรับรองการสำรวจที่ดินของพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามที่เป็นจริง ในกรณีที่จัดให้บุคคลอื่นนำชี้ เขตที่ดินให้บุคคลซึ่งนำชี้เขตที่ดินเป็นผู้ลงชื่อรับรอง การสำรวจที่ดินแทน
- ๒๗
นอกจากที่ดินที่ส่วนราชการหรือ การจัดที่ดิน องค์การของรัฐนำไปจัดตามกฎหมายอื่นแล้วอธิบดีมี ของกรมที่ดิน อำนาจจัดที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิ (ผืนใหญ่) ครอบครองให้ราษฎรเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและทำมาหา * กฎกระทรวงฉบับที่๑๔(พ.ศ.๒๕๐๙)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๒๗ เลี้ยงชีพได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบ* ข้อบังคับ ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดซึ่งให้ รวมถึงรายการดังต่อไปนี้ด้วยคือ (๑)จำนวนที่ดินที่จะแบ่งให้ครอบครอง
(๒) หลักเกณฑ์สอบสวนคัดเลือกผู้เข้า ครอบครอง (๓)วิธีที่ผู้เข้าครอบครองพึงปฏิบัติ
(๔) หลักเกณฑ์การชดใช้ทุนที่ได้ลงไปใน ที่ดินนั้น และการเรียกค่าธรรมเนียมบางอย่าง (๕)กิจการที่จำเป็นสำหรับการจัดแบ่งที่ดิน ระเบียบข้อบังคับข้อกำหนดและเงื่อนไข ของคณะกรรมการให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ๒๗ ทวิ
ในกรณีที่ผู้ครอบครองและ ขอผ่อนผันการ ทำประโยชน์ในที่ดินหรือผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำ แจ้งส.ค.๑ ประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องจากบุคคลดังกล่าว ได้ยื่น คำร้องขอผ่อนผันการแจ้งการครอบครองตาม พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับและ * ระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชนลงวันที่๒๔สิงหาคม๒๔๙๘, ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ๑๗ กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ๒๘ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่ได้มีคำสั่ง ให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดพิจารณาสั่งการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้าแต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินนั้นที่ จะใช้สิทธิตามมาตรา ๒๗ตรีแห่งประมวลกฎหมายนี้
- ๒๗ ตรี
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ แจ้งสิทธิในที่ดินที่ ประกาศกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการสำรวจ ได้มาก่อนป.ที่ดิน ตามมาตรา ๕๘วรรคสอง ผู้ครอบครองและทำ ในการเดินสำรวจ ประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้ บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา ๕แห่ง พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. ๒๔๙๗หรือผู้ซึ่งรอคำสั่งผ่อนผันจากผู้ว่าราชการ จังหวัดตามมาตรา ๒๗ทวิ แต่ได้ครอบครองและทำ ประโยชน์ในที่ดินนั้นติดต่อมาจนถึงวันทำการสำรวจ รังวัดหรือพิสูจน์สอบสวนถ้าประสงค์จะได้สิทธิใน ที่ดินนั้น ให้แจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าพนักงาน ที่ดิน ณที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวัน นับแต่วันปิดประกาศถ้ามิได้แจ้งการครอบครอง ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแต่ได้มานำหรือส่งตัวแทน มานำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจรังวัดตามวันและ ๑๘ เวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดให้ถือว่ายัง ประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินนั้น เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ผู้ครอบครองและ ผู้ครอบครอง ทำประโยชน์ในที่ดินตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความ ต่อเนื่อง รวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อ เนื่องมาจากบุคคลดังกล่าวด้วย
- ๒๘
ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้ง ตั้งอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินกิจการ ของคณะกรรมการ จัดที่ดินแห่งชาติ อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วรายงานคณะกรรมการ ให้นำความในมาตรา ๑๗มาตรา ๑๘และ มาตรา ๑๙มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๒๙
ในการดำเนินการตามความใน การจัดที่ดินเพื่อ มาตรา ๒๗ที่ดินที่ได้รับมาโดยบทแห่งประมวล ประชาชน กฎหมายนี้ตั้งอยู่ในท้องที่ใด ให้จัดให้บุคคลที่มี ภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่นั้นได้รับ ได้ซื้อ ได้แลกเปลี่ยน หรือได้เช่าซื้อก่อน ต่อเมื่อมีที่ดินเหลืออยู่ จึงให้จัดให้ บุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่อื่นได้รับ ได้ซื้อได้ แลกเปลี่ยนหรือได้เช่าซื้อต่อไป
- ๓๐
เมื่อได้จัดให้บุคคลเข้าครอบครอง การออกใบจอง ในที่ดินรายใดแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบจอง และออกหนังสือ ๑๙ ลงวันที่๑๓ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ ๓๐ ให้ไว้เป็นหลักฐานก่อนและเมื่อปรากฏแก่พนักงาน แสดงสิทธิในที่ดิน เจ้าหน้าที่ว่า บุคคลที่ได้จัดให้เข้าครอบครองที่ดินได้ทำ ประโยชน์ในที่ดินและทั้งได้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่คณะกรรมการ กำหนดโดยครบถ้วนแล้วก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออก หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้โดยเร็ว
- ๓๑
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง ห้ามโอน การทำประโยชน์ที่ได้ออกสืบเนื่องมาจากใบจองตาม มาตรา ๓๐และมาตรา ๓๓ห้ามมิให้ผู้ได้มาซึ่งสิทธิในที่ดิน ดังกล่าวโอนที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่นในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ถ้าเป็นกรณีที่ได้ออกใบจองในหรือหลัง ห้ามโอน๑๐ปี วันที่ ๑๔ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๑๕ห้ามโอนภายใน กำหนดสิบปีนับแต่วันได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ (๒)ถ้าเป็นกรณีที่ได้ออกใบจองก่อนวันที่๑๔ ห้ามโอน๕ปี ธันวาคมพ.ศ.๒๕๑๕เฉพาะที่รัฐให้การช่วยเหลือใน ด้านสาธารณูปโภคและอื่นๆเนื่องจากการจัดที่ดิน ห้ามโอนภายในกำหนดห้าปี นับแต่วันได้รับโฉนด ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ ข้อยกเว้น ๒๐ ที่ดินนั้นตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวง การห้ามโอน การเมืององค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการ จัดตั้งองค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดย พระราชบัญญัติหรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้ โดยได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์ ภายในกำหนดเวลาห้ามโอนตามวรรคหนึ่ง ห้ามบังคับคดี ที่ดินนั้นไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี
- ๓๒
บุคคลใดเข้าครอบครองที่ดินตาม การสั่งขาดสิทธิ นัยแห่งบทบัญญัติมาตรา ๓๐ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ในที่ดินที่จัดให้ ข้อบังคับ ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขของคณะกรรมการ อธิบดีมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้นออกไปจากที่ดินนั้นได้ และนับตั้งแต่วันได้รับคำสั่ง ให้บุคคลนั้นขาดสิทธิอัน จะพึงได้ตามระเบียบข้อบังคับทั้งหลายทันที ถ้าบุคคลนั้นไม่พอใจคำสั่งดังกล่าวในวรรค การอุทธรณ์คำสั่ง ก่อนก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในกำหนด สามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่ง แต่ถ้ารัฐมนตรีมิได้ วินิจฉัยสั่งการภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันได้รับ อุทธรณ์ให้ถือว่ารัฐมนตรีสั่งให้มีสิทธิครอบครองใน ที่ดินนั้นต่อไป แต่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของคณะกรรมการตามเดิม คำสั่งเป็นที่สุด คำสั่งของรัฐมนตรีให้ถือเป็นที่สุด
- ๓๓
ในเขตท้องที่ใดที่คณะกรรมการ จัดที่ดินแปลงเล็ก ยังมิได้ประกาศเขตสำรวจที่ดินตามความในหมวดนี้ก็ดี แปลงน้อย ๓๒ หรือในกรณีที่สภาพของที่ดินเป็นแปลงเล็กแปลงน้อยก็ดี ราษฎรจะขออนุญาตจับจองที่ดินได้โดยปฏิบัติตาม ระเบียบข้อบังคับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่คณะกรรมการ กำหนด และเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตแล้วก็ให้ ออกใบจองให้ต่อไป
หมวด ๓ การกำหนดสิทธิในที่ดิน
22 มาตรา- ๓๔
(ยกเลิก)
- ๓๕
(ยกเลิก)
- ๓๖
(ยกเลิก)
- ๓๗
(ยกเลิก)
- ๓๘
(ยกเลิก) ระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชนและฉบับที่แก้ไข(ฉบับที่๕,๖) มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ ๓๓
- ๓๙
(ยกเลิก)
- ๔๐
(ยกเลิก)
- ๔๑
(ยกเลิก)
- ๔๒
(ยกเลิก)
- ๔๓
(ยกเลิก)
- ๔๔
(ยกเลิก)
- ๔๕
(ยกเลิก) มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ ๓๔
- ๔๖
(ยกเลิก)
- ๔๗
(ยกเลิก)
- ๔๘
(ยกเลิก)
- ๔๙
(ยกเลิก)
- ๕๐
ในการที่อธิบดีใช้อำนาจจำหน่าย หลักเกณฑ์การ ที่ดินตามบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ให้อธิบดีมีอำนาจ จำหน่ายที่ดินโดย จำหน่ายโดยการขายหรือให้เช่าซื้อตามหลักเกณฑ์และ อธิบดีกรมที่ดิน วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้อธิบดีมี อำนาจเรียกค่าธรรมเนียมได้ไม่เกินร้อยละห้าของราคา ที่จำหน่ายนั้น ถ้าจำหน่ายไม่ได้ภายในสองปีให้อธิบดี โดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจจัดการขายที่ดินนั้นด้วยวิธี ผ่อนส่งภายในสิบปี อำนาจตามความที่กล่าวในวรรคแรกนั้นเมื่อ แบ่งขายได้ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒ กฎกระทรวงฉบับที่๔(พ.ศ.๒๔๙๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๓๕ อธิบดีเห็นเป็นการสมควรจะจัดแบ่งที่ดินออกเป็น แปลงๆเพื่อจำหน่ายก็ได้
- ๕๑
ในกรณีที่อธิบดีจะใช้อำนาจจำหน่าย สิทธิในการตกลง ที่ดินตามประมวลกฎหมายนี้ให้ผู้มีสิทธิในที่ดินอันจะ กำหนดแปลง พึงจำหน่ายตกลงกับพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าที่ดินแปลงใด จำหน่าย หรือส่วนของที่ดินตอนใดจะพึงจำหน่ายถ้าไม่สามารถ ตกลงกันได้ให้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการชี้ขาด
- ๕๒
ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรจะใช้ ขั้นตอนการ อำนาจจำหน่ายที่ดินให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งไปให้ผู้ จำหน่ายที่ดิน มีสิทธิในที่ดินทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตกลงกับ การกำหนดราคา ผู้มีสิทธิในที่ดินเกี่ยวกับราคาที่ดิน ถ้าไม่สามารถตกลง ราคาที่ดินกันได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการกำหนด ราคาอสังหาริมทรัพย์โดยอนุญาโตตุลาการตามกฎหมาย ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม ราคาที่ดินที่จะพึงตกลงหรือที่จะพึงกำหนด โดยอนุญาโตตุลาการนั้นให้ถือราคาตลาดตามที่เป็นอยู่ ในวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินทราบ ว่าอธิบดีจะใช้อำนาจจำหน่าย
- ๕๓
นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ อำนาจการ แจ้งให้ทราบตามความในมาตรา ๕๒ให้อธิบดีมี ครอบครองและ อำนาจครอบครองที่ดินนั้นทันที และให้ผู้มีสิทธิใน ระยะเวลาต้อง ที่ดินบริวาร ผู้เช่า ผู้อาศัยและบุคคลอื่นใดที่อยู่ใน ออกจากที่ดิน ๓๖ ที่ดินนั้น ออกจากที่ดินภายในกำหนดหนึ่งปี ในกรณีที่มีสัญญาเช่าที่ดินแปลงนั้นอยู่ ก็ให้ กรณีมีการเช่าอยู่ สัญญาเช่าเป็นอันระงับไปในวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ แจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินทราบว่าอธิบดีจะใช้อำนาจ จำหน่าย
- ๕๔
เมื่อมีการจำหน่ายที่ดินของผู้ใด การชำระราคา ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายนี้โดยวิธีเช่าซื้อหรือผ่อน ผ่อนชำระ ชำระราคาให้อธิบดีชำระราคาที่ดินให้แก่ผู้มีสิทธิใน ที่ดินเป็นงวดๆให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาดังต่อไปนี้ (๑)กรณีการจำหน่ายตามมาตรา ๓๙ให้ผ่อน ชำระราคาที่ดินภายในห้าปี (๒)กรณีการจำหน่ายตามมาตราอื่นให้ผ่อน ชำระราคาที่ดินภายในสิบปี สำหรับการผ่อนชำระราคาที่ดินนั้นให้คิด ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยร้อยละสามต่อปีของราคาที่ดินที่ค้างชำระจากผู้ ซื้อหรือผู้เช่าซื้อ ให้แก่ผู้มีสิทธิในที่ดินเดิม
- ๕๕
ในกรณีการขายหรือให้เช่าซื้อ การเรียกที่ดิน ที่ดินตามความในมาตรา ๕๐ถ้าผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อไม่ ที่จำหน่ายคืน ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายหรือสัญญาเช่าซื้อ แล้วแต่กรณีให้อธิบดีมีอำนาจเรียกที่ดินคืน ในการ เรียกที่ดินคืน ให้สิทธิในที่ดินตกเป็นของกรมที่ดินใน วันที่ผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อได้ทราบ หรือควรจะได้ทราบถึง การเรียกที่ดินคืน ๓๗
หมวด ๔ การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
16 มาตรา- ๕๖
ภายใต้บังคับมาตรา ๕๖/๑แบบ หลักเกณฑ์การ หลักเกณฑ์และวิธีการออกใบจองหนังสือรับรองการ ออกหนังสือแสดง ทำประโยชน์ใบไต่สวนหรือโฉนดที่ดินรวมทั้งใบแทน สิทธิในที่ดิน ของหนังสือดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง
- ๕๖/๑
การออกโฉนดที่ดินหรือ กรณีที่ดินมีเขต หนังสือรับรองการทำประโยชน์ถ้าเป็นที่ดินที่มีอาณา ติดต่อหรืออยู่ใน เขตติดต่อคาบเกี่ยวหรืออยู่ในเขตที่ดินของรัฐที่มีระวาง เขตที่ดินของรัฐ แผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือระวางรูปถ่ายทางอากาศ พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกให้ได้ต่อเมื่อตรวจสอบกับ ระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือระวางรูปถ่ายทาง อากาศฉบับที่ทำขึ้นก่อนสุดเท่าที่ทางราชการมีอยู่แล้ว ว่าเป็นที่ดินที่สามารถออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ กฎกระทรวงฉบับที่๔๓(พ.ศ.๒๕๓๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ รับรองการทำประโยชน์ได้หรือตรวจสอบด้วยวิธีอื่น ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด* พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๑๑) มาตรา ๘ ให้ผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำ ระยะเวลายื่น ประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดิน จากส.ค.๑(๒ปี) ใช้บังคับ โดยมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน และยังมิได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ นำหลักฐานการแจ้งการ ครอบครองที่ดินนั้นมายื่นคำขอเพื่อออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ เมื่อได้รับคำขอและหลักฐานการแจ้งการ การดำเนินการ ครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงาน ของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหากมีผู้นำ พ้นระยะเวลาต้อง หลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนด มีคำพิพากษาศาล * ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการตรวจสอบที่ดินเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทำประโยชน์กรณีเป็นที่ดินที่มีอาณาเขตติดต่อควบเกี่ยวหรืออยู่ ในเขตที่ดินของรัฐด้วยวิธีอื่นพ.ศ.๒๕๕๑ ๓๙ ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ พนักงาน ประกอบ เจ้าหน้าที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ ประโยชน์ให้ได้ต่อเมื่อศาลยุติธรรมได้มีคำพิพากษา หรือคำสั่งถึงที่สุดว่าผู้นั้นเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและ ทำประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อน วันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ในการพิจารณาของศาลตามวรรคสามให้ศาล การพิจารณาของ แจ้งให้กรมที่ดินทราบและให้กรมที่ดินตรวจสอบกับ ศาลและหน้าที่ ระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือระวางรูปถ่ายทาง กรมที่ดิน อากาศฉบับที่ทำขึ้นก่อนสุดเท่าที่ทางราชการมีอยู่ พร้อมทั้งทำความเห็นเสนอต่อศาลว่า ผู้นั้นได้ ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินนั้นโดยชอบด้วย กฎหมายก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ หรือไม่เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลความเห็น ดังกล่าวให้เสนอต่อศาลภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่ วันได้รับแจ้งจากศาลเว้นแต่ศาลจะขยายระยะเวลาเป็น อย่างอื่น เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ผู้ครอบครองที่ดิน ผู้ครอบครอง ตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครอง ต่อเนื่อง และทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากบุคคลดังกล่าว ด้วย มาตรา ๙ ให้อธิบดีกรมที่ดินทำการสำรวจ การสำรวจเพื่อ ตรวจสอบหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินและ จำหน่ายทะเบียน ๔๐ ตำแหน่งที่ดินตามหลักฐานการแจ้งการครอบครอง ส.ค.๑ ที่ดินที่มีอยู่จริงกับทะเบียนการครอบครองที่ดินระวาง แผนที่หรือระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือระวาง รูปถ่ายทางอากาศว่าที่ดินที่มีหลักฐานการแจ้งการ ครอบครองที่ดินนั้นได้มีการออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปแล้วหรือไม่ให้แล้ว เสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับหากพบว่าที่ดินแปลงใดได้ออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปแล้วให้จำหน่าย หลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินนั้นเสีย ฯลฯ
- ๕๗
โฉนดที่ดินและหนังสือรับรอง องค์ประกอบของ การทำประโยชน์ให้มีข้อความสำคัญดังต่อไปนี้ชื่อตัว หนังสือแสดง ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้มีสิทธิในที่ดินตำแหน่งที่ดิน สิทธิในที่ดิน จำนวนเนื้อที่ รูปแผนที่ของที่ดินแปลงนั้นซึ่งแสดงเขต ข้างเคียงทั้งสี่ทิศให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเจ้า พนักงานที่ดินจังหวัดสาขาหรือเจ้าพนักงานที่ดินซึ่ง ๓๙ อธิบดีมอบหมายเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และประทับตรา ประจำตำแหน่งของเจ้าพนักงานที่ดินเป็นสำคัญกับให้ มีสารบัญสำหรับจดทะเบียนไว้ด้วย โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จับทำเป็นคู่ฉบับ ให้ทำเป็นคู่ฉบับรวมสองฉบับมอบให้ผู้มีสิทธิในที่ดิน ฉบับหนึ่งอีกฉบับหนึ่งเก็บไว้ณสำนักงานที่ดินสำหรับ ฉบับที่เก็บไว้ ณสำนักงานที่ดินนั้น จะจำลองเป็นรูป ถ่ายหรือจัดเก็บโดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือเสมือนเป็น ต้นฉบับ
- ๕๘
เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มี ประกาศกำหนด การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จังหวัดเดินสำรวจ ในจังหวัดใดในปีใดให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจา นุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่ ตามมาตรา ๑๙แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่๔)พ.ศ.๒๕๒๘บัญญัติให้การปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งเป็น อำนาจหน้าที่ของหัวหน้าเขตนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่ง อำเภออยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวปฏิบัติต่อไป พลางก่อนจนกว่ารัฐมนตรีจะได้ประกาศยกเลิกในราชกิจจานุเบกษาเป็นท้องที่ไป หรือพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์สำหรับปีนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่รวมท้องที่ที่ ทางราชการได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ประกาศท้องที่ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของ และวันเริ่มต้น การเดินสำรวจรังวัดในท้องที่นั้นโดยปิดประกาศไว้ณ สำนักงานที่ดินที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำ การกำนันและที่ทำการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ก่อนวัน เริ่มต้นสำรวจไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เมื่อได้มีประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดตาม หน้าที่ของเจ้าของ วรรคสองให้บุคคลตามมาตรา ๕๘ทวิวรรคสองหรือ ที่ดิน ตัวแทนของบุคคลดังกล่าวนำพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ ผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่มอบหมายเพื่อทำการสำรวจ รังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ ในที่ดินของตนตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ นัดหมาย ในการเดินสำรวจพิสูจน์สอบสวนการทำ การแต่งตั้ง ประโยชน์เพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เจ้าหน้าที่เดิน เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจแต่งตั้งผู้ซึ่งได้รับการอบรม สำรวจ ในการพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์เป็นเจ้าหน้าที่ ออกไปพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์แทนตนได้ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคสี่ให้เจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงาน ป.อาญา เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ๔๓
- ๕๘ ทวิ
เมื่อได้สำรวจรังวัดทำแผน หลักเกณฑ์การ ที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ในที่ดินตาม ออกหนังสือแสดง มาตรา ๕๘แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดิน สิทธิในที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วแต่กรณี (เดินสำรวจ) ให้แก่บุคคลตามที่ระบุไว้ในวรรคสองเมื่อปรากฏว่า ที่ดินที่บุคคลนั้นครอบครองเป็นที่ดินที่อาจออกโฉนด ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ตาม ประมวลกฎหมายนี้ บุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนด บุคคลผู้มีสิทธิ ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้ได้คือ
(๑) ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครอง - กรณีมีหลักฐาน ที่ดินมีใบจองใบเหยียบย่ำ หนังสือรับรองการทำ ประโยชน์โฉนดตราจองตราจองที่ตราว่า “ได้ทำ ประโยชน์แล้ว”หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วย การจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ - ครอบครองก่อน (๒)ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ตรี ป.ที่ดิน (๓)ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ใน - ครอบครองหลัง ที่ดินภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับและไม่มี ป.ที่ดิน ๔๒ ใบจองใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ซึ่งมีหลักฐาน ผู้ครอบครอง การแจ้งการครอบครองที่ดินตามวรรคสอง(๑) ให้ ต่อเนื่อง หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครอบและทำประโยชน์ ในที่ดินต่อเนื่องมาจากบุคคลดังกล่าวด้วย สำหรับบุคคลตามวรรคสอง(๒)และ(๓)ให้ กรณีออกเกิน ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ๕๐ไร่ แล้วแต่กรณี ได้ไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่ จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นการ เฉพาะราย ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด* ภายในสิบปีนับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือ ห้ามโอนและ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามวรรคหนึ่งห้ามมิ ข้อยกเว้น ให้บุคคลตามวรรคสอง(๓)ผู้ได้มาซึ่งสิทธิในที่ดิน ดังกล่าวโอนที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่นเว้นแต่เป็นการตก ทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมืององค์การ ของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของ รัฐบาลรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือ โอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้โดยได้รับอนุมัติจาก นายทะเบียนสหกรณ์ ภายในกำหนดระยะเวลาห้ามโอนตามวรรคห้า ห้ามบังคับคดี * ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่๑๒(พ.ศ.๒๕๓๒) ๔๕ ที่ดินนั้นไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี
- ๕๘ ตรี
เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะ กรณีออกโฉนด ให้มีการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินที่มีหนังสือ ที่ดินย้ายแปลง รับรองการทำประโยชน์ซึ่งใช้ระวางรูปถ่ายทางอากาศ ในท้องที่ใดให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดท้องที่นั้นและวันที่เริ่มดำเนินการออกโฉนด ที่ดินให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน การทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดินตามวรรคหนึ่ง ให้นำหลักฐานเกี่ยวกับระวางรูปถ่ายทางอากาศที่ใช้กับ หนังสือรับรองการทำประโยชน์มาปรับแก้ตามหลัก วิชาการแผนที่รูปถ่ายทางอากาศโดยไม่ต้องทำการ สำรวจรังวัดเว้นแต่กรณีจำเป็นให้เจ้าพนักงานที่ดินทำ การสำรวจรังวัด เมื่อถึงกำหนดวันที่เริ่มดำเนินการออกโฉนด การระงับทำ ที่ดินตามประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งแล้วให้ นิติกรรมที่ต้อง ระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใดๆที่ต้องมี มีการรังวัด การรังวัดสำหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยใช้ระวางรูปถ่ายทางอากาศในท้องที่ดังกล่าวเว้นแต่ ในกรณีจำเป็นเจ้าพนักงานที่ดินจะอนุญาตเฉพาะรายก็ได้ ๔๓ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด* การออกโฉนดที่ดินตามมาตรานี้ให้ออกแก่ผู้มี ชื่อเจ้าของโฉนด ชื่อซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เมื่อได้จัดทำโฉนดที่ดินแปลงใดพร้อมที่จะ ประกาศแจก แจกแล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินประกาศกำหนดวันแจก และผลยกเลิก โฉนดที่ดินแปลงนั้นแก่ผู้มีสิทธิ และให้ถือว่าหนังสือ น.ส.๓ก.เดิม รับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินแปลงนั้นได้ ยกเลิกตั้งแต่วันกำหนดแจกโฉนดที่ดินตามประกาศ ดังกล่าว และให้ส่งหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ ยกเลิกแล้วนั้นคืนแก่เจ้าพนักงานที่ดิน เว้นแต่กรณี สูญหาย
- ๕๙
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครอง ขอออกหนังสือ ที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ แสดงสิทธิในที่ดิน ประโยชน์เป็นการเฉพาะรายไม่ว่าจะได้มีประกาศของ เฉพาะราย รัฐมนตรีตามมาตรา ๕๘แล้วหรือไม่ก็ตามเมื่อพนักงาน เจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควรให้ดำเนินการออกโฉนด ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วแต่กรณี ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ผู้มีสิทธิครอบครอง ผู้ครอบครอง * ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่๑๐(พ.ศ.๒๕๒๙) ลงวันที่๒๙กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ๔๔ ๔๗ ที่ดินตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ ต่อเนื่อง ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจาก ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองด้วย
- ๕๙ ทวิ
ผู้ซึ่งครอบครองและทำ การขอเฉพาะราย ประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้ กรณีครอบครอง บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก่อนป.ที่ดิน และมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา ๕แห่ง แต่ไม่แจ้งส.ค.๑ พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ แต่ไม่รวมถึงผู้ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ตรี ถ้ามี ความจำเป็นจะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย เมื่อพนักงาน เจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควรให้ดำเนินการออกโฉนด ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วแต่กรณี ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้ กำหนดแต่ต้องไม่เกินห้าสิบไร่ถ้าเกินห้าสิบไร่จะต้อง ได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ ตามระเบียบ ที่คณะกรรมการกำหนด* เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ผู้ครอบครองและ ผู้ครอบครอง ทำประโยชน์ในที่ดินตามวรรคหนึ่งให้หมายความ ต่อเนื่อง ๔๕ กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ * ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่๑๒(พ.ศ.๒๕๓๒) ๔๘ รวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ต่อเนื่องมาจากบุคคลดังกล่าวด้วย
- ๕๙ ตรี
ในการออกโฉนดที่ดินหรือ กรณีรังวัดได้ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ถ้าปรากฏว่าเนื้อที่ที่ เนื้อที่ต่างจาก ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการ ส.ค.๑ ครอบครองตามมาตรา ๕แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. ๒๔๙๗ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์ ทั้งนี้ ตาม ระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
- ๕๙ จัตวา
การออกโฉนดที่ดินตาม การยกรายการ มาตรา ๕๘ทวิมาตรา ๕๘ตรีและมาตรา ๕๙ถ้าหนังสือ ภาระผูกพันหรือ แสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีรายการภาระผูกพันหรือมี เปลี่ยนแปลงมา รายการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิในที่ดินในระหว่าง จดแจ้ง ดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้ยกรายการดังกล่าวมาจด แจ้งไว้ในโฉนดที่ดินด้วย กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่๑๒(พ.ศ.๒๕๓๒)
- ๕๙ เบญจ
การออกโฉนดที่ดินตาม ยกเลิกหลักฐาน มาตรา ๕๘ทวิและมาตรา ๕๙ให้ถือว่าหนังสือแสดง เดิม สิทธิในที่ดินเดิมเป็นอันยกเลิกและให้ส่งหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินที่ยกเลิกแล้วนั้นคืนแก่เจ้าพนักงาน ที่ดิน เว้นแต่กรณีสูญหาย
- ๖๐
ในการออกโฉนดที่ดินหรือ การเปรียบเทียบ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ถ้ามี ผู้โต้แย้งสิทธิกัน ออกหนังสือแสดง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานที่ดินแล้วแต่กรณี สิทธิในที่ดิน มีอำนาจทำการสอบสวนเปรียบเทียบถ้าตกลงกันได้ก็ให้ ดำเนินการไปตามที่ตกลงหากตกลงกันไม่ได้ให้เจ้า พนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด สาขามีอำนาจพิจารณาสั่งการไปตามที่เห็นสมควร เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงาน ไม่พอใจคำสั่งให้ ที่ดินจังหวัดสาขาสั่งประการใดแล้วให้แจ้งเป็นหนังสือ ฟ้องศาล ต่อคู่กรณีเพื่อทราบและให้ฝ่ายที่ไม่พอใจไปดำเนินการ ฟ้องต่อศาลภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง ในกรณีที่ได้ฟ้องต่อศาลแล้วให้รอเรื่องไว้ การรอเรื่องรอผล เมื่อศาลได้พิพากษาหรือมีคำสั่งถึงที่สุดประการใดจึงให้ พิจารณาคดี ๔๘ ๔๙ ดำเนินการไปตามกรณีถ้าไม่ฟ้องภายในกำหนดก็ให้ ดำเนินการไปตามที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้า พนักงานที่ดินจังหวัดสาขาสั่งแล้วแต่กรณี
- ๖๑
เมื่อความปรากฏว่าได้ออกโฉนด การเพิกถอน/ ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือได้จด แก้ไขเอกสาร ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ สิทธิในที่ดินและ หรือจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ รายการทะเบียน ให้แก่ผู้ใดโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีหรือผู้ตรวจราชการกรมที่ดินมีอำนาจหน้าที่ สั่งเพิกถอนหรือแก้ไขได้ ก่อนที่จะดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้อธิบดี ขั้นตอน หรือผู้ ซึ่ งอธิบดีมอบหมายตามวรรคหนึ่ง ตั้ ง ดำเนินการ คณะกรรมการสอบสวนขึ้นคณะหนึ่งโดยมีอำนาจเรียก - ตั้งคณะ โฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารที่ กรรมการ - แจ้งผู้มีส่วน ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเอกสารที่ได้จดแจ้ง ได้เสีย รายการทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ หรือเอกสารอื่นที่ เกี่ยวข้องมาพิจารณา พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสีย ทราบเพื่อให้โอกาสคัดค้านถ้าไม่คัดค้านภายในกำหนด สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้ถือว่าไม่มีการคัดค้าน ๕๐ คณะกรรมการสอบสวนการออกโฉนดที่ดิน - องค์ประกอบ หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกโดย คณะกรรมการ คลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างน้อยต้องมีเจ้า พนักงานฝ่ายปกครองและตัวแทนคณะผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่เป็นกรรมการ การสอบสวนตามวรรคสองต้องดำเนินการให้ - ระยะเวลา แล้วเสร็จและส่งให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย สอบสวน ตามวรรคหนึ่งภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ได้มี - กรณีขอขยาย คำสั่งให้ทำการสอบสวนในกรณีที่คณะกรรมการ เวลา สอบสวนไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน กำหนดเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการสอบสวน รายงานเหตุที่ทำให้การสอบสวนไม่แล้วเสร็จต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรคหนึ่งเพื่อขอขยาย ระยะเวลาการสอบสวนโดยให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมายตามวรรคหนึ่งสั่งขยายระยะเวลาดำเนินการ ได้ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินหกสิบวัน ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรค การพิจารณา หนึ่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับ ของผู้มีอำนาจ รายงานการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนตาม เพิกถอนแก้ไข วรรคสี่เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรค หนึ่งพิจารณาประการใดแล้วก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น การดำเนินการเพิกถอนหรือแก้ไขตามความ การออกใบแทน ในมาตรานี้ถ้าไม่ได้โฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรอง ๕๒ การทำประโยชน์มาให้ถือว่าโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์นั้นสูญหาย และให้เจ้า พนักงานที่ดินออกใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เพื่อดำเนินการต่อไป ถ้ามีการคลาดเคลื่อนเนื่องจากเขียนหรือพิมพ์ กรณีเขียน ข้อความผิดพลาดโดยมีหลักฐานชัดแจ้งและผู้มีส่วนได้ คลาดเคลื่อน เสียยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วให้เจ้าพนักงาน ที่ดินมีอำนาจหน้าที่แก้ไขให้ถูกต้องได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด กรณีศาลสั่ง ให้เพิกถอนหรือแก้ไขอย่างใดแล้วให้เจ้าพนักงานที่ดิน เพิกถอน/แก้ไข ดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามวิธีการที่ อธิบดีกำหนด การตั้งคณะกรรมการสอบสวนการสอบสวน หลักเกณฑ์และ การแจ้งผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้โอกาสคัดค้านและการ วิธีดำเนินการ พิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไขให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง*
- ๖๒
บรรดาคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวด้วยเรื่อง การแจ้งผลคดี กรรมสิทธิ์ที่ดินที่ได้ออกโฉนดที่ดินแล้ว เมื่อศาล เกี่ยวกับ กรรมสิทธิ์ที่ดิน * กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสอบสวนและการ พิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือการจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนโดย คลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายพ.ศ.๒๕๕๓ ๕๓ พิจารณาพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วให้ศาลแจ้งผลของคำ ของศาล พิพากษาอันถึงที่สุดหรือคำสั่งนั้นต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ด้วย
- ๖๓
โฉนดที่ดินของผู้ใดเป็นอันตราย การออกใบแทน ชำรุดสูญหายด้วยประการใดให้เจ้าของมาขอรับใบแทน โฉนดที่ดินนั้นได้* เมื่อได้ออกใบแทนไปแล้วโฉนดที่ดินเดิมเป็น ฉบับของเดิม ยกเลิก อันยกเลิกเว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น สำหรับการขอใบแทนใบจองหนังสือรับรอง ใช้กับใบจองและ การทำประโยชน์หรือใบไต่สวนให้นำความดังกล่าว หนังสือรับรองการ ทำประโยชน์ด้วย ข้างต้นมาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๖๔
ถ้าโฉนดที่ดินใบไต่ส่วนหนังสือ สร้างใหม่ รับรองการทำประโยชน์หรือใบจองฉบับสำนักงาน ทั้งคู่ฉบับ ที่ดินเป็นอันตรายชำรุด สูญหายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา ๗๑ มีอำนาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิใน ที่ดินดังกล่าวจากผู้มีสิทธิในที่ดินมาพิจารณาแล้วจัดทำ * กฎกระทรวงฉบับที่๔๓(พ.ศ.๒๕๓๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๕๑ ขึ้นใหม่โดยอาศัยหลักฐานเดิมได้*
หมวด ๕ การรังวัดที่ดิน
8 มาตรา- ๖๕
การรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินให้ หลักเกณฑ์การ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน รังวัด กฎกระทรวง**
- ๖๖
เพื่อประโยชน์แก่การรังวัดให้ อำนาจช่างรังวัด พนักงานเจ้าหน้าที่และคนงานมีอำนาจเข้าไปในที่ดิน - เข้าที่ดิน ของผู้มีสิทธิในที่ดิน หรือผู้ครอบครองในเวลากลางวัน ได้แต่จะต้องแจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินทราบเสียก่อนและ ให้ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดินนั้นอำนวย ความสะดวกตามควรแก่กรณี ในกรณีต้องสร้างหมุดหลักฐานการแผนที่ใน - สร้างหมุด ที่ดินของผู้ใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสร้างหมุด หลักฐาน หลักฐานลงได้ตามความจำเป็น ในการรังวัด เมื่อมีความจำเป็นและโดย - อำนาจขุด * ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ขึ้นใหม่ในกรณีที่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินเป็นอันตรายชำรุด สูญหายพ.ศ.๒๕๒๔ ** กฎกระทรวงฉบับที่๖(พ.ศ.๒๔๙๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๕๕ สมควรพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะขุดดินตัดราน ตัดต้นไม้ กิ่งไม้หรือกระทำการอย่างอื่นแก่สิ่งที่กีดขวางแก่การ รังวัดได้เท่าที่จำเป็น ทั้งนี้ ให้ระลึกถึงการที่จะให้ เจ้าของได้รับความเสียหายน้อยที่สุด
- ๖๗
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จัดทำ ห้ามบุคคลอื่นย้าย หลักหมายเขตที่ดินหรือได้สร้างหมุดหลักฐานเพื่อการ ทำลายหลักเขต แผนที่ลงไว้ในที่ใด ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดนอกจาก พนักงานเจ้าหน้าที่ทำลายดัดแปลงเคลื่อนย้ายถอดถอน หลักหมายเขตหรือหมุดหลักฐานเพื่อการแผนที่นั้นไป จากที่เดิมเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่ดิน
- ๖๘
เมื่อบุคคลใดมีความจำเป็นที่ ขออนุญาต จะต้องกระทำการตามความในมาตรา ๖๗ให้ยื่นคำร้อง ย้ายหลัก ต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อขออนุญาต ในกรณีที่เจ้าพนักงานที่ดินไม่อนุญาต ให้ กรณีไม่อนุญาต เจ้าของที่ดินมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ ภายในสิบ ห้าวันนับจากวันทราบคำสั่งไม่อนุญาตให้รัฐมนตรีสั่ง ภายในหกสิบวันนับจากวันได้รับอุทธรณ์ คำสั่ง รัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ถ้ารัฐมนตรีไม่สั่งภายในกำหนดหกสิบวัน อนุญาตโดย ปริยาย ดังกล่าวในวรรคก่อนให้ถือว่าอนุญาต
- ๖๙
เมื่อเป็นการสมควรจะทำการสอบ สอบเขตทั้งตำบล เขตที่ดินตามแผนที่ระวางในท้องที่ใดให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดประกาศให้ผู้มีสิทธิในที่ดินทราบล่วงหน้าไม่ ๕๖ น้อยกว่าสิบห้าวันการประกาศให้ทำหนังสือปิดไว้ใน บริเวณที่ดินเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบด้วยและให้แจ้ง กำหนดวันเวลา ไปให้ผู้มีสิทธิในที่ดินทราบอีก ชั้นหนึ่ง และให้ผู้มีสิทธิในที่ดินนำพนักงานเจ้าหน้าที่ ทำการรังวัดสอบเขตที่ดิน ผู้มีสิทธิในที่ดินตามความในวรรคก่อนจะตั้ง ตัวแทนนำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการรังวัดสอบเขตที่ดิน ของตนก็ได้ ที่ดินที่ได้ทำการสอบเขตแล้วให้เจ้าพนักงาน สร้างโฉนดใหม่ ที่ดินมีอำนาจทำโฉนดที่ดินให้ใหม่แทนฉบับเดิมส่วน ฉบับเดิมเป็นอันยกเลิกและให้ส่งคืน
- ๖๙ ทวิ
ผู้มีสิทธิในที่ดินประสงค์จะ สอบเขต ขอสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะรายของตนให้ยื่นคำขอ เฉพาะราย พร้อมด้วยโฉนดที่ดินนั้นต่อเจ้าพนักงานที่ดินและให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ไปทำการรังวัดให้ ในการรังวัดถ้าปรากฏว่าการครอบครองไม่ตรง กรณีครอบครอง กับแผนที่หรือเนื้อที่ในโฉนดที่ดินเมื่อผู้มีสิทธิในที่ดิน ไม่ตรง ข้างเคียงได้รับรองแนวเขตแล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินมี อำนาจแก้ไขแผนที่หรือเนื้อที่ให้ตรงกับความเป็นจริง ได้เว้นแต่จะเป็นการสมยอมเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ๕๒ ในกรณีที่ไม่อาจติดต่อผู้มีสิทธิในที่ดิน กรณีติดต่อไม่ได้/ ข้างเคียงให้มาระวังแนวเขตได้หรือในกรณีที่ผู้มีสิทธิ ข้างเคียงไม่ลงชื่อ ในที่ดินข้างเคียงได้รับการติดต่อจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้มาระวังแนวเขตแล้วแต่ไม่มาหรือมาแต่ไม่ยอมลง ชื่อรับรองแนวเขตโดยไม่ได้คัดค้านการรังวัดให้ พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นมาลงชื่อ รับรองแนวเขตหรือคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้ส่งหนังสือถ้าผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงไม่ ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในกำหนดดังกล่าว และผู้ขอได้ให้คำรับรองว่ามิได้นำทำการรังวัดรุกล้ำ ที่ดินข้างเคียงและยินยอมให้แก้ไขแผนที่หรือเนื้อที่ให้ - แก้ไขแผนที่หรือ ตรงกับความเป็นจริงให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการ เนื้อที่ ตามวรรคสองไปได้โดยไม่ต้องมีการรับรองแนวเขต การติดต่อหรือการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดิน การแจ้งข้างเคียง ข้างเคียงตามวรรคสามให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง* หากปรากฏว่ามีผู้คัดค้านให้เจ้าพนักงานที่ดิน กรณีคัดค้าน/ มีอำนาจสอบสวนไกล่เกลี่ยโดยถือหลักฐานแผนที่เป็น ไกล่เกลี่ย หลักในการพิจารณาถ้าตกลงกันได้ก็ให้ดำเนินการไป ตามที่ตกลงแต่ต้องไม่เป็นการสมยอมกันเพื่อหลีกเลี่ยง * กฎกระทรวงฉบับที่๓๑(พ.ศ.๒๕๒๑)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๕๘ กฎหมายหากตกลงกันไม่ได้ให้แจ้งคู่กรณีไปฟ้องต่อ ศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งถ้าไม่มีการ ฟ้องภายในกำหนดดังกล่าวให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์ จะสอบเขตโฉนดที่ดินนั้นต่อไป ในกรณีผู้มีสิทธิในที่ดินประสงค์จะขอให้ การตรวจสอบเนื้อที่ ตรวจสอบเนื้อที่ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หนังสือรับรอง เฉพาะรายของตนให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ การทำประโยชน์สำหรับที่ดินนั้นต่อเจ้าพนักงานที่ดิน และให้นำความในวรรคสองวรรคสามวรรคสี่ และ วรรคห้ามาใช้บังคับโดยอนุโลม อำนาจพนักงาน
- ๗๐
เพื่อประโยชน์แก่การรังวัดให้ เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ (๑)เรียกผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงมาระวังแนว รังวัด เขตและลงชื่อรับทราบแนวเขตที่ดินของตน (๒)เรียกให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือสั่งให้ส่งเอกสาร หรือหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ในการสอบสวน
- ๗๐ ทวิ
ให้นำความในมาตรา ๖๖และ กรณีนำมาใช้กับ มาตรา ๗๐มาใช้บังคับแก่การพิสูจน์สอบสวนที่ดินเพื่อ หนังสือรับรอง ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และการตรวจสอบ การทำประโยชน์ ๕๓ เนื้อที่ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยอนุโลม
หมวด ๖ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
13 มาตรา- ๗๑
ให้เจ้าพนักงานที่ดิน เป็น เจ้าพนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่* จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ผู้มีอำนาจ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่ง จดทะเบียน และพาณิชย์ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเขตท้องที่ สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขานั้น ในกรณีที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงาน จดทะเบียน ที่ดินสาขาได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ ต่างสำนักงาน สื่อสารมาใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแล้ว (ปัจจุบันยังปฏิบัติ ให้เจ้าพนักงานที่ดินเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียน ไม่ได้) สิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยระบบเทคโนโลยี ๕๔ * มาตรา ๗๑ แก้ไขโดยมาตรา ๑๙แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘:-การปฏิบัติการตามประมวล กฎหมายที่ดินซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าเขตนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็น หัวหน้าประจำกิ่งอำเภออยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้ดำรงตำแหน่ง ดังกล่าวปฏิบัติต่อไปพลางก่อนจนกกว่ารัฐมนตรีจะได้ประกาศยกเลิกในราชกิจจา นุเบกษาเป็นท้องที่ไป ๖๐ สารสนเทศและการสื่อสารสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ ในเขตท้องที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดิน สาขาอื่นได้ด้วยเว้นแต่การจดทะเบียนที่ต้องมีการ ประกาศหรือต้องมีการรังวัดทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา๕๕
- ๗๒
ผู้ใดประสงค์จะจดทะเบียน ยื่นคำขอ สิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้คู่กรณีนำ หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาขอจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตาม ยื่นคำขอ วรรคหนึ่ง สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน ใบไต่สวนหรือ ต่างสำนักงาน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ คู่กรณีอาจยื่นคำขอต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ณกรมที่ดินหรือสำนักงานที่ดินแห่ง ใดแห่งหนึ่ง เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ดำเนินการจดทะเบียนให้ เว้นแต่การจดทะเบียนที่ต้อง มีการประกาศหรือต้องมีการรังวัด
- ๗๓
เมื่อปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นิติกรรมโมฆะ ๕๕ มาตรา ๗๑วรรคสองเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๑๐)พ.ศ.๒๕๕๐ ๕๖ มาตรา ๗๒แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย ที่ดิน (ฉบับที่๔)พ.ศ.๒๕๒๘ ๖๑ ว่านิติกรรมที่คู่กรณีนำมาขอจดทะเบียนนั้นเป็นโมฆะ กรรมพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องจดทะเบียนให้ หากนิติกรรมที่คู่กรณีนำมาขอจดทะเบียนนั้น นิติกรรมโมฆียะ ปรากฏว่าเป็นโมฆียะกรรมให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับจด ทะเบียนในเมื่อคู่กรณีฝ่ายที่อาจเสียหายยืนยันให้จด
- ๗๔
ในการดำเนินการจดทะเบียน อำนาจสอบสวน สิทธิและนิติกรรมของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา และเรียกคน ๗๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบสวนคู่กรณี หรือเอกสาร และเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ตามความจำเป็น แล้วให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามควรแก่กรณี ถ้ามีกรณีเป็นที่ควรเชื่อได้ว่า การขอจด กรณีหลีกเลี่ยง ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น จะเป็นการหลีกเลี่ยง กฎหมายหรือเพื่อ กฎหมาย หรือเป็นที่ควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดจะซื้อที่ดิน ประโยชน์ต่างด้าว เพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว ให้ขอคำสั่งต่อรัฐมนตรี คำสั่งรัฐมนตรีเป็นที่สุด
- ๗๕
การดำเนินการจดทะเบียนสิทธิ ทำสัญญาและ และนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินหรือหนังสือ จดทะเบียน รับรองการทำประโยชน์ ให้เจ้าพนักงานที่ดินบันทึก ทั้งสองฉบับ ข้อตกลงหรือทำสัญญาเกี่ยวกับการนั้น แล้วแต่กรณี ๕๗ มาตรา ๗๕แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย ที่ดิน (ฉบับที่๔)พ.ศ.๒๕๒๘ ๖๒ แล้วให้จดบันทึกสาระสำคัญลงในโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับสำนักงานที่ดิน และฉบับเจ้าของที่ดินให้ตรงกันด้วย
- ๗๖
ในกรณีการขอจดทะเบียนสิทธิ จดทะเบียน และนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำ ใบไต่สวน การสอบสวนและรังวัดหมายเขตไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ ออกโฉนดที่ดิน ให้ไปขอจดทะเบียนต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา ๗๑ การจดทะเบียนดังกล่าวในวรรคก่อน ให้จด แจ้งในใบไต่สวน อนุโลมตามวิธีการว่าด้วยการจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน
- ๗๗
การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม วิธีการจดทะเบียน เกี่ยวกับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น ถ้าประมวล กฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง*
- ๗๘
การขอจดทะเบียนสิทธิและ แย่งการ นิติกรรมในที่ดินซึ่งได้มาตามประมวลกฎหมายแพ่งและ ครอบครอง พาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒หรือโดยประการอื่นนอกจาก (ครอบครอง ปรปักษ์) * กฎกระทรวงฉบับที่๗(พ.ศ.๒๔๙๗)และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๓(พ.ศ.๒๕๒๖), กฎกระทรวงฉบับที่ ๓๕(พ.ศ.๒๕๓๑),กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๒(พ.ศ. ๒๕๓๖)และฉบับที่ ๕๒(พ.ศ. ๒๕๔๙)ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๖๓ นิติกรรมสำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินแล้วให้ปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๗๙
ผู้มีสิทธิในที่ดินประสงค์จะ การขอแบ่งแยก แบ่งแยกที่ดินออกเป็นหลายแปลงหรือรวมที่ดินหลาย หรือรวมโฉนด แปลงเข้าเป็นแปลงเดียวกัน ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วย หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา ๗๑ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้นำมาตรา ๖๙ - จดทะเบียนก่อน ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย และถ้าจะต้องจด ออกแปลงแบ่งแยก ทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ก็ให้จดทะเบียนสิทธิและ -นำเรื่องคัดค้าน/ นิติกรรมเสียก่อน แล้วจึงออกหนังสือแสดงสิทธิใน ไกล่เกลี่ยสอบเขต ที่ดินฉบับใหม่ให้ มาใช้
- ๘๐
ในกรณีไถ่ถอนจากจำนองหรือ ขอไถ่ถอน ไถ่ถอนจากการขายฝากซึ่งที่ดินที่มีหนังสือแสดงสิทธิ ฝ่ายเดียว ในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น เมื่อผู้รับจำนองหรือ ผู้รับซื้อฝากได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือว่าได้มีการ กฎกระทรวงฉบับที่๗(พ.ศ.๒๔๙๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๗๙แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่๓๓๔ลงวันที่๑๓ ธันวาคมพุทธศักราช๒๕๑๕ ไถ่ถอนแล้ว ให้ผู้มีสิทธิไถ่ถอนหรือผู้มีสิทธิใน อสังหาริมทรัพย์นำหลักฐานที่แสดงว่าได้มีการไถ่ถอน แล้วมาขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจเป็นการถูกต้อง ให้จดทะเบียนในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือใน ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ให้ ปรากฏการไถ่ถอนนั้น
- ๘๑
การขอจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับ โอนมรดก อสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดกให้ผู้ได้รับ มรดกนำหลักฐานสำหรับที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินหรือหลักฐานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อื่น พร้อมด้วยหลักฐานในการได้รับมรดกมายื่นคำขอต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ถ้าหนังสือแสดง สิทธิในที่ดินอยู่กับบุคคลอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มี อำนาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวนั้นได้๖๑ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนพยาน สอบสวน หลักฐานและเชื่อได้ว่าผู้ขอเป็นทายาทแล้วให้ประกาศ ประกาศ โดยทำเป็นหนังสือปิดไว้ในที่เปิดเผยมีกำหนดสามสิบวัน และจดทะเบียน ๖๐ มาตรา ๘๑แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย ที่ดิน (ฉบับที่๙)พ.ศ.๒๕๔๓ ๖๑ ณสำนักงานที่ดิน สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ โอนมรดก หรือกิ่งอำเภอสำนักงานเทศบาลที่ทำการองค์การ บริหารส่วนตำบลที่ทำการแขวงหรือที่ทำการกำนันที่ ทำการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ และบริเวณอสังหาริมทรัพย์นั้นแห่งละหนึ่งฉบับและ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือส่งประกาศดังกล่าวให้ บุคคลที่ผู้ขอแจ้งว่าเป็นทายาทและมิได้มาด้วยในวันยื่น คำขอทราบเท่าที่จะทำได้ หากไม่มีทายาทซึ่งมีสิทธิ ได้รับมรดกโต้แย้งภายในกำหนดเวลาที่ประกาศและมี หลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าผู้ขอมีสิทธิได้รับมรดกแล้วให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนให้ตามที่ผู้ขอ แสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมายตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง๖๒ * ในกรณีที่มีทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกโต้แย้ง โต้แย้ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบสวนคู่กรณีและเรียก เปรียบเทียบ บุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือสั่งให้ส่งเอกสารที่ เกี่ยวข้องได้ตามความจำเป็น และให้พนักงาน เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบ ถ้าเปรียบเทียบไม่ตกลง ให้ ๖๒ * กฎกระทรวงฉบับที่๒๔(พ.ศ.๒๕๑๖)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๖๖ พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งการไปตามที่เห็นสมควร เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งประการใดแล้ว ให้ ไม่พอใจฟ้องศาล แจ้งให้คู่กรณีทราบและให้ฝ่ายที่ไม่พอใจไปดำเนินการ ฟ้องต่อศาลภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ แจ้ง หากผู้นั้นมิได้ฟ้องต่อศาลและนำหลักฐานการยื่น ฟ้องพร้อมสำเนาคำฟ้องเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับ มรดกมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนด เวลาดังกล่าว ก็ให้ดำเนินการไปตามที่พนักงาน เจ้าหน้าที่สั่ง ในกรณีที่ทายาทได้ยื่นฟ้องต่อศาลภายใน ฟ้องศาลระงับจด กำหนดเวลาตามความในวรรคสี่ หรือทายาทอื่นซึ่งมี ทะเบียน สิทธิได้รับมรดกได้ฟ้องคดีเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับ มรดกต่อศาลก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมการได้มาโดยทางมรดก เมื่อผู้นั้นนำ หลักฐานการยื่นฟ้องพร้อมสำเนาคำฟ้องแสดงต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระงับการจด ทะเบียนไว้ เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด ประการใดก็ให้ดำเนินการไปตามคำพิพากษาหรือ คำสั่งนั้น ๖๗
- ๘๒
ผู้ใดประสงค์จะขอจดทะเบียน ผู้จัดการมรดก ลงชื่อผู้จัดการมรดกในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้ ยื่นคำขอพร้อมด้วยนำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้น และหลักฐานการเป็นผู้จัดการมรดกมาแสดงต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ถ้าเป็นผู้จัดการ มรดกโดยคำสั่งศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ จดทะเบียนให้ตามคำขอ แต่ถ้าเป็นผู้จัดการมรดกใน กรณีอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนและตรวจสอบ หลักฐานและให้นำความในมาตรา ๘๑วรรคสองมาใช้ บังคับโดยอนุโลมเมื่อไม่มีผู้โต้แย้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ จดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินนั้นได้ แต่ถ้ามีผู้โต้แย้งก็ให้รอเรื่องไว้ และให้ คู่กรณีไปฟ้องร้องต่อศาล เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือ คำสั่งถึงที่สุดประการใดแล้ว ให้ดำเนินการไปตามคำ พิพากษาหรือคำสั่งศาลนั้น ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกซึ่งได้มีชื่อในหนังสือ โอนมรดก แสดงสิทธิในที่ดินแล้วขอจดทะเบียนสิทธิในที่ดินให้แก่ ทายาทให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนให้ ตามคำขอโดยไม่ต้องประกาศตามมาตรา ๘๑ ในกรณีที่ทรัสตีของทรัสต์ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นโดย ทรัสตี ๖๓ ชอบด้วยกฎหมายไว้แล้วขอจดทะเบียนในฐานะเป็น ทรัสตี เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนพยานหลักฐาน แล้วให้ดำเนินการจดทะเบียนได้
- ๘๓
ผู้ใดมีส่วนได้เสียในที่ดินใดอัน อายัด อาจจะฟ้องบังคับให้มีการจดทะเบียน หรือให้มีการ เปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ มีความประสงค์จะขออายัด ที่ดิน ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนเอกสารหลักฐาน รับอายัด ที่ผู้ขอได้นำมาแสดงแล้ว ถ้าเห็นสมควรเชื่อถือก็ให้รับ อายัดซ้ำ อายัดไว้มีกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่สั่งรับอายัด เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าการอายัด สิ้นสุดลงและผู้นั้นจะขออายัดซ้ำในกรณีเดียวกันอีกไม่ได้ ถ้าผู้มีส่วนได้เสียคัดค้านว่าการอายัดนั้นไม่ คัดค้าน ชอบด้วยกฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ เลิกอายัด สอบสวนพยานหลักฐานเท่าที่จำเป็น เมื่อเป็นที่เชื่อ ได้ว่าได้รับอายัดไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งยกเลิกการอายัดนั้น และ แจ้งให้ผู้ขออายัดทราบ* ๖๔ * คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ ๖๓๕/๒๕๔๗ลงวันที่๒๑ธันวาคม๒๕๔๗ ๖๙
หมวด ๗ การกำหนดสิทธิในที่ดินเพื่อการศาสนา
2 มาตรา- ๘๔
การได้มาซึ่งที่ดินของวัดวาอาราม การขอนุญาต วัดบาดหลวงโรมันคาธอลิคมูลนิธิเกี่ยวกับคริสต์จักร ได้มา หรือมัสยิดอิสลามต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีและ ให้ได้มาไม่เกิน๕๐ไร่ ในกรณีที่เป็นการสมควรรัฐมนตรีจะอนุญาต กรณีเกิน๕๐ไร่ ให้ได้มาซึ่งที่ดินเกินจำนวนที่บัญญัติไว้ในวรรคแรก ก็ได้ บทบัญญัติในมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือน ข้อยกเว้น การได้มาซึ่งที่ดินที่มีอยู่แล้วก่อนวันที่ประมวล กฎหมายนี้ใช้บังคับและการได้มาซึ่งที่ดินของมัสยิด อิสลามโดยทางบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามใน จังหวัดที่มีตำแหน่งดะโต๊ะยุติธรรม
- ๘๕
ในกรณีที่นิติบุคคลได้มาซึ่งที่ดิน กรณีได้มาเกิน เกินกำหนดตามความในมาตรา ๘๔เมื่อประมวล สิทธิ/การจำหน่าย กฎหมายนี้ได้ใช้บังคับแล้วให้นิติบุคคลดังกล่าวจัดการ จำหน่ายภายในห้าปีถ้าไม่จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่ กำหนดให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น และให้นำ บทบัญญัติเรื่องการบังคับจำหน่ายที่ดินตามความใน หมวด ๓มาใช้บังคับโดยอนุโลม ๗๐
หมวด ๘ การกำหนดสิทธิในที่ดินของคนต่างด้าว
13 มาตรา- ๘๖
คนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินก็โดย ได้มาโดย อาศัยบทสนธิสัญญาซึ่งบัญญัติให้มีกรรมสิทธิ์ใน สนธิสัญญา อสังหาริมทรัพย์ได้ และอยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายนี้ด้วย ภายใต้บังคับมาตรา ๘๔คนต่างด้าวดังกล่าว จะได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ประกอบกิจการ ในทางพาณิชยกรรมอุตสาหกรรมเกษตรกรรมการ สุสานการกุศลสาธารณะหรือการศาสนาต้องเป็นไป ตามเงื่อนไขและวิธีการซึ่งกำหนดโดยกฎกระทรวง* และต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
- ๘๗
จำนวนที่ดินที่จะพึงอนุญาตให้ จำนวนที่พึง อนุญาต ตามความในมาตราก่อนมีกำหนดดังนี้ (๑)ที่อยู่อาศัย ครอบครัวละไม่เกิน ๑ไร่ (๒)ที่ใช้เพื่อพาณิชยกรรมไม่เกิน ๑ไร่ (๓)ที่ใช้เพื่ออุตสาหกรรมไม่เกิน ๑๐ไร่ (๔)ที่ใช้เพื่อเกษตรกรรมครอบครัวละไม่เกิน๑๐ไร่ (๕)ที่ใช้เพื่อการศาสนาไม่เกิน ๑ไร่ * กฎกระทรวงฉบับที่๘(พ.ศ.๒๔๙๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๗๑ (๖)ที่ใช้เพื่อการกุศลสาธารณะไม่เกิน ๕ไร่ (๗)ที่ใช้เพื่อการสุสานตระกูลละไม่เกิน๑/๒ไร่ คนต่างด้าวผู้ใดต้องการมีสิทธิในที่ดินเพื่อการ กรณีจำนวนเกิน อุตสาหกรรมเกินกว่าที่บัญญัติไว้ใน (๓)ถ้าเห็นเป็น การสมควรคณะรัฐมนตรีจะอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดิน เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ โดยกำหนดเงื่อนไขก็ได้ และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๘มาใช้บังคับโดย อนุโลม
- ๘๘
บทบัญญัติในมาตรา ๘๗มิให้ ไม่กระทบจำนวน กระทบกระเทือนแก่ที่ดินของคนต่างด้าวที่มีอยู่แล้ว ก่อนกฎหมาย เกินกำหนดตามความในมาตรา ๘๗ก่อนวันที่ประมวล กฎหมายนี้ใช้บังคับส่วนผู้ที่มีที่ดินอยู่แล้วน้อยกว่า กำหนดหรือผู้ที่ได้จำหน่ายที่ดินเดิมของตนไปอาจ ได้มาซึ่งที่ดินได้อีก แต่รวมแล้วต้องไม่เกินกำหนดตาม มาตรา ๘๗
- ๘๙
เมื่อคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ เงื่อนไขการใช้ ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อกิจการใดผู้รับอนุญาตต้องใช้ที่ดิน ประโยชน์ เพื่อกิจการนั้นจะใช้เพื่อกิจการอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะ ได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่อกิจการอื่นใหม่ตามจำนวนที่ไม่ เกินกำหนดในมาตรา ๘๗ถ้าจะไม่ใช้ที่ดินตามที่ได้รับ อนุญาตนั้นต้องแจ้งให้ทราบตามแบบและวิธีการที่ ๗๒ กำหนดในกฎกระทรวง* ภายในกำหนดสามสิบวันนับ แต่วันไม่ใช้ที่ดินนั้น คนต่างด้าวผู้ใดประสงค์จะใช้ที่ดินเพื่อกิจการ ใช้กิจการใหม่ อื่นใหม่ ให้ขออนุญาตใหม่ต่อรัฐมนตรีตามแบบและ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง** ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควร ก็ให้มีอำนาจอนุญาต
- ๙๐
คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีและ ไม่ใช้ต้องจำหน่าย ใช้ที่ดินเพื่อกิจการใดถ้าไม่ใช้ที่ดินนั้นต่อไปหรือได้ใช้ ที่ดินเพื่อกิจการอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตใหม่ให้จัดการ จำหน่ายที่ดินนั้นภายในเวลาที่อธิบดีกำหนดซึ่งไม่น้อย กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันแต่ไม่ให้เกินหนึ่งปี ถ้าพ้น กำหนดเวลาดังกล่าวให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น
- ๙๑
คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ กิจการใหม่สิทธิ ที่ดินเพื่อกิจการใดถ้าได้รับอนุญาตใหม่ให้ใช้ที่ดินนั้น น้อยลงต้อง เพื่อกิจการอื่นซึ่งจำนวนที่ดินที่ได้รับอนุญาตนี้ลดลง จำหน่ายส่วนเกิน ให้จำหน่ายที่ดินส่วนที่เกินนั้นภายในเวลาที่อธิบดี กำหนดซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่ให้ เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีมี * กฎกระทรวงฉบับที่๘(พ.ศ.๒๔๙๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ** กฎกระทรวงฉบับที่๘(พ.ศ.๒๔๙๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗ ๗๓ อำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น
- ๙๒
คนต่างด้าวผู้ใดได้รับอนุญาตให้ ไม่ปฏิบัติตาม ได้มาซึ่งที่ดินตามความในมาตรา ๘๗วรรคสองถ้า เงื่อนไข ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ให้ จำหน่ายที่ดินส่วนที่ได้รับอนุญาตให้ได้มาเกินกว่า จำนวนที่กำหนดไว้นั้นภายในเวลาที่อธิบดีกำหนดซึ่ง ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันแต่ไม่ให้เกินหนึ่งปีถ้า พ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่าย ที่ดินนั้น
- ๙๓
คนต่างด้าวได้มาซึ่งที่ดินโดย กรณีรับมรดก ได้รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมรัฐมนตรี จะอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินนั้น แต่เมื่อรวมกับที่มีอยู่ แล้วไม่เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตามความในมาตรา ๘๗ ก็ได้
- ๙๔
บรรดาที่ดินที่คนต่างด้าวได้มา ได้มาไม่ชอบด้วย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาตให้คน กฎหมาย ต่างด้าวนั้นจัดการจำหน่ายภายในเวลาที่อธิบดี กำหนดให้ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่ เกินหนึ่งปีถ้าไม่จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนดให้ อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น และให้นำบทบัญญัติ เรื่องการบังคับจำหน่ายที่ดินตามความในหมวด ๓มา ใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๙๕
ผู้ใดได้มาซึ่งที่ดินในขณะที่มี กรณีเปลี่ยน ๗๔ สัญชาติไทยถ้าภายหลังผู้นั้นเปลี่ยนสัญชาติเป็นคนต่าง สัญชาติเป็น ด้าวให้คงมีสิทธิถือที่ดินได้เท่าที่คนต่างด้าวนั้นจะพึงมี ต่างด้าว นอกจากนั้นให้ทำการจำหน่ายและให้นำบทบัญญัติ มาตรา ๙๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๙๖
เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้มาซึ่งที่ดิน กรณีถือแทน แห่งใดในฐานะเป็นเจ้าของแทนคนต่างด้าวหรือนิติ ต่างด้าว บุคคลตามความในมาตรา ๙๗หรือมาตรา ๙๘ให้ อธิบดีมีอำนาจทำการจำหน่ายที่ดินนั้นและให้นำ บทบัญญัติมาตรา ๙๔มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๙๖ ทวิ
บทบัญญัติว่าด้วยคนต่างด้าว กรณีนำเงิน จะได้มาซึ่งที่ดินโดยอาศัยบทสนธิสัญญาตามมาตรา มาลงทุน ๘๖วรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับคนต่างด้าวซึ่งได้นำเงิน มาลงทุนตามจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งต้อง ไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาท โดยให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้ เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกินหนึ่งไร่ และต้องได้รับอนุญาต จากรัฐมนตรี การได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวตามวรรค หลักเกณฑ์ หนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่ ๖๕ กำหนดในกฎกระทรวง* โดยในกฎกระทรวงอย่างน้อย ต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (๑)ประเภทของธุรกิจที่คนต่างด้าวลงทุนซึ่ง - ประกอบธุรกิจ ต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ หรือเป็นกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ ประกาศให้เป็นกิจการที่สามารถขอรับการส่งเสริมการ ลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนได้ (๒)ระยะเวลาการดำรงการลงทุนต้องไม่น้อย - ระยะเวลาลงทุน กว่าสามปี (๓)บริเวณที่ดินที่อนุญาตให้คนต่างด้าวได้มา - ที่ตั้งที่ดิน ต้องอยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานครเขตเมืองพัทยาเขต เทศบาลหรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่ อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
- ๙๖ ตรี
คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาต ไม่ปฏิบัติตาม ให้ได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา ๙๖ทวิ ถ้ากระทำการผิด เงื่อนไข/จำหน่าย หลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงตาม มาตรา ๙๖ทวิ วรรคสองให้จัดการจำหน่ายที่ดินใน ส่วนที่ตนมีสิทธิภายในเวลาที่อธิบดีกำหนดซึ่งไม่น้อย * กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อ ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวพ.ศ.๒๕๔๕ ๖๖ กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้น กำหนดเวลาดังกล่าวให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดิน ไม่ใช้ที่ดิน ตามมาตรา ๙๖ทวิ ถ้าไม่ได้ใช้ที่ดินนั้นเพื่อเป็นที่อยู่ จำหน่าย อาศัยภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันจดทะเบียน การได้มาให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น
หมวด ๙ การกำหนดสิทธิในที่ดินของนิติบุคคลบางประเภท
4 มาตรา- ๙๗
นิติบุคคลดังต่อไปนี้ให้มีสิทธิใน นิติบุคคลต่างด้าว ที่ดินได้เสมือนกับคนต่างด้าว (๑)๖๗บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่มี - จำนวนหุ้น หุ้นอันเป็นทุนจดทะเบียนถือโดยคนต่างด้าวเกินกว่า ร้อยละสี่สิบเก้าของทุนจดทะเบียนหรือผู้ถือหุ้นเป็น คนต่างด้าวเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณี เพื่อประโยชน์แห่งหมวดนี้บริษัทจำกัดใดออก ใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือให้ถือว่า ใบหุ้นนั้นคนต่าง ด้าวเป็นผู้ถือ ๖๗
(๒) ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือห้างหุ้นส่วน - จำนวนผู้ถือหุ้น สามัญที่จดทะเบียนแล้วที่มีคนต่างด้าวลงหุ้นมีมูลค่า เกินกว่าร้อยละสี่สิบเก้าของทุนทั้งหมดหรือผู้เป็น หุ้นส่วนเป็นคนต่างด้าวเกินกว่ากึ่งจำนวนของผู้เป็น หุ้นส่วนแล้วแต่กรณี (๓)สมาคมรวมทั้งสหกรณ์ที่มีสมาชิกเป็นคน - จำนวนสมาชิก ต่างด้าวเกินกว่ากึ่งจำนวนหรือดำเนินกิจการเพื่อ หรือกิจกรรม ประโยชน์คนต่างด้าวโดยเฉพาะหรือเป็นส่วนใหญ่ (๔)มูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์คน - วัตถุประสงค์ ต่างด้าวโดยเฉพาะหรือเป็นส่วนใหญ่ มูลนิธิ
(๕) (ยกเลิก)
- ๙๘
ในกรณีที่นิติบุคคลที่ระบุไว้ใน ผลการถือหุ้นของ มาตรา ๙๗เข้าถือหุ้นหรือลงหุ้น แล้วแต่กรณีในนิติ นิติบุคคลต่างด้าว บุคคลอื่นตามนัยที่กล่าวในมาตรา ๙๗ให้ถือว่านิติ บุคคลอื่นนั้นเป็นคนต่างด้าว ๑๓มกราคมพุทธศักราช๒๕๐๒
- ๙๙
ในกรณีที่นิติบุคคลตามมาตรา ได้มาไม่ชอบ ๙๗หรือมาตรา ๙๘จะได้มาหรือต้องจำหน่ายไปซึ่ง สิทธิในที่ดิน ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๘มาใช้บังคับ โดยอนุโลมและให้นิติบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่และ ความรับผิดเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้สำหรับคนต่างด้าว และบุคคลทั่วไป
- ๑๐๐
นิติบุคคลใดได้มาซึ่งที่ดินใน เปลี่ยนสภาพเป็น ขณะที่ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของมาตรา ๙๗และ ต่างด้าว มาตรา ๙๘ถ้าภายหลังมีสภาพต้องด้วยบทบัญญัติใน มาตรา ๙๗หรือมาตรา ๙๘ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
หมวด ๑๐ การค้าที่ดิน
2 มาตรา- ๑๐๑
(ยกเลิก)
- ๑๐๒
(ยกเลิก)
หมวด ๑๑ ค่าธรรมเนียม
12 มาตรา- ๑๐๓
ในการดำเนินการออกหนังสือ อัตรา แสดงสิทธิในที่ดินการรังวัดการจดทะเบียนสิทธิและ ค่าธรรมเนียม นิติกรรมหรือการทำธุระอื่นๆเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชีท้าย ประมวลกฎหมายนี้ ในกรณีออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง ค่าธรรมเนียม การทำประโยชน์ตามมาตรา ๕๘ให้เรียกเก็บเฉพาะ ออกโฉนดกรณี ค่าธรรมเนียมเป็นค่าออกโฉนดที่ดินค่าออกหนังสือ เดินสำรวจ รับรองการทำประโยชน์ค่าหลักเขตที่ดิน และค่ามอบ อำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจแล้วแต่กรณีโดยผู้มี สิทธิในที่ดินจะขอรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ไปก่อนแต่ยังไม่ชำระเงินค่าธรรมเนียม กฎกระทรวงฉบับที่๔๗(พ.ศ.๒๕๔๑)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม ๘๐ ก็ได้ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการค้างชำระเงิน ค่าธรรมเนียมให้ปรากฏในโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์นั้นถ้าได้ยื่นคำขอจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมครั้งแรกให้ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ชำระ ค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ ในกรณีออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ตรีให้ กรณีย้ายแปลง ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
- ๑๐๓ ทวิ
การจดทะเบียนสิทธิและ ยกเว้น นิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่บริจาคให้แก่ทาง ค่าธรรมเนียม ราชการให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม
- ๑๐๔
ในกรณีการขอจดทะเบียน เสียค่าธรรมเนียม สิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ตามราคาประเมิน ในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ให้ผู้ขอจดทะเบียนเสีย ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดยคำนวณ ตามราคาประเมินทุนทรัพย์ตามมาตรา ๑๐๕เบญจ พฤศจิกายนพุทธศักราช๒๕๒๐ การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับ กรณีเก็บ อสังหาริมทรัพย์ในกรณีอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ใน ค่าธรรมเนียม วรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอจดทะเบียนเสียค่าธรรมเนียมจด ตามทุนทรัพย์ ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดยคำนวณตามจำนวนทุน ทรัพย์ที่ผู้ขอจดทะเบียนแสดงตามความเป็นจริง
- ๑๐๕
ให้มีคณะกรรมการกำหนด คณะกรรมการ ราคาประเมินทุนทรัพย์ประกอบด้วยปลัดกระทรวง กำหนดราคา มหาดไทยเป็นประธานกรรมการอธิบดีกรมการปกครอง ประเมินทุน หรือผู้แทนอธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้แทนอธิบดีกรม ทรัพย์ โยธาธิการและผังเมืองหรือผู้แทน อธิบดีกรมธนารักษ์ หรือผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือผู้แทนและผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสี่คนซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้ง เป็นกรรมการและให้ผู้อำนวยการสำนักงาน กลางประเมินราคาทรัพย์สินเป็นกรรมการและ เลขานุการ พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ.๒๕๔๕ พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ.๒๕๔๕ ๘๒
- ๑๐๕ ทวิ
กรรมการซึ่งรัฐมนตรี วาระกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่งตั้ง มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้
- ๑๐๕ ตรี
นอกจากการพ้นจาก การพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๐๕ทวิ กรรมการซึ่ง ตำแหน่งของ กรรมการ รัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ ผู้ทรงคุณวุฒิ (๑)ตาย (๒)ลาออก (๓)รัฐมนตรีให้ออก (๔)เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลาย (๕)ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ กรณีตั้งแทน ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน ๘๑ ๘๒ กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสองให้อยู่ วาระของ ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่ง กรรมการ ที่ตั้งแทน ได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น
- ๑๐๕ จัตวา
การประชุมของ องค์ประชุม คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ต้องมี กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ ประธานที่ กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็น ประชุม ประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียง มติที่ประชุม ข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการ ลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
- ๑๐๕ เบญจ
ให้คณะกรรมการ อำนาจหน้าที่ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ๘๓ ๘๔
(๑) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามประมวลกฎหมายนี้* (๒)ให้ความเห็นชอบต่อการกำหนดราคา ประเมินทุนทรัพย์ที่คณะอนุกรรมการประจำจังหวัด เสนอเพื่อใช้ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ใน เขตจังหวัดนั้นหรือในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดในเขต จังหวัดนั้น
(๓) วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามที่กรม ที่ดินขอความเห็น
(๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์มอบหมายก็ได้ แล้ว รายงานต่อคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ * ระเบียบของคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมพ.ศ.๒๕๓๕(แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่๒)(พ.ศ.๒๕๓๘) ๘๕ (๕)ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในประมวล กฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่คณะกรรมการ การใช้บัญชีราคา กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ได้ให้ความเห็นชอบ ประเมินฯ ตาม(๒)แล้วให้ปิดประกาศไว้ณสำนักงานที่ดิน จังหวัด สำนักงานที่ดินสาขา และสำนักงานเขตหรือ ที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอท้องที่
- ๑๐๕ ฉ
ให้มีคณะอนุกรรมการประจำ อนุกรรมการ จังหวัดแต่ละจังหวัดประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด ประจำจังหวัด เป็นประธานอนุกรรมการปลัดจังหวัดสรรพากรจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสามคนซึ่งคณะกรรมการ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ และให้ธนารักษ์จังหวัด* เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการประจำจังหวัดสำหรับ อนุกรรมการ กรุงเทพมหานครประกอบด้วยปลัดกรุงเทพมหานคร ประจำกรุงเทพฯ เป็นประธานอนุกรรมการผู้แทนกรมการปกครองผู้แทน กรมสรรพากรเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครและ ๘๕ * พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ.๒๕๔๕ ๘๖ ผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสามคนซึ่งคณะกรรมการกำหนด ราคาประเมินทุนทรัพย์แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการและให้ ผู้อำนวยการสำนักงานกลางประเมินราคาทรัพย์สิน เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ให้นำมาตรา ๑๐๕ทวิ มาตรา ๑๐๕ตรี และ มาตรา ๑๐๕จัตวา มาใช้บังคับแก่คณะอนุกรรมการ ประจำจังหวัดโดยอนุโลม
- ๑๐๕ สัตต
ให้คณะอนุกรรมการ หน้าที่อนุฯ ประจำจังหวัดมีหน้าที่พิจารณากำหนดราคาประเมิน จังหวัด ทุนทรัพย์เพื่อใช้ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนั้น หรือในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดใน เขตจังหวัดนั้นเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์
- ๑๐๕ อัฏฐ
เมื่อได้มีการประกาศ กรณีราคาซื้อขาย กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์สำหรับเขตจังหวัดใดไว้ แตกต่างจาก แล้ว ถ้าต่อมาปรากฏว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติใน ราคาประเมิน ท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่หนึ่งท้องที่ใด มากพอสมควร ๘๖ ๘๗ ในเขตจังหวัดนั้นแตกต่างจากราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ ได้ประกาศกำหนดไว้มากพอสมควรให้คณะอนุกรรมการ ประจำจังหวัดนั้นพิจารณาปรับปรุงราคาประเมินทุนทรัพย์ สำหรับท้องที่นั้นเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โดยเร็ว
- ๑๐๖
(ยกเลิก)
หมวด ๑๒ บทกำหนดโทษ
9 มาตรา- ๑๐๗
ผู้ใดไม่นำพนักงานเจ้าหน้าที่ - ไม่นำ/ไม่ปฏิบัติ ทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการ ทำประโยชน์ในที่ดินของตนหรือไม่ตั้งตัวแทนเพื่อ การดังกล่าวตามมาตรา ๕๘หรือมาตรา ๖๙หรือผู้ใด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๖หรือมาตรา ๗๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท ๘๘ ๘๙ ลงวันที่๒๙กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ๘๘
- ๑๐๘
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙อยู่ก่อน ฝ่าฝืนมาตรา ๙ วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับพนักงาน ก่อนปว.ฉบับ๙๖ เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากพนักงาน เจ้าหน้าที่มีอำนาจแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ฝ่าฝืนปฏิบัติ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ถ้าผู้ฝ่าฝืน เพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบให้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ฝ่าฝืนออก จากที่ดินและหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินนั้น ภายในระยะเวลาที่กำหนดถ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในการกำหนดระเบียบตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการจะกำหนดให้ผู้ฝ่าฝืนต้องเสียค่าตอบแทน ในการใช้ที่ดินนั้นให้แก่รัฐหรือราชการบริหารส่วน ท้องถิ่นด้วยก็ได้
- ๑๐๘ ทวิ
นับตั้งแต่วันที่ประกาศของ ฝ่าฝืนมาตรา ๙ คณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙ต้อง หลังปว.ฉบับ๙๖ ลงวันที่๒๙กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่๓(พ.ศ.๒๕๑๕) ๒๙กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ๘๙ ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำแก่ที่ดิน ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ ร่วมกันหรือที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดตามวรรคสองได้กระทำเป็นเนื้อที่ เกินกว่าห้าสิบไร่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่มีคำพิพากษาว่าผู้ใดกระทำความผิด ตามมาตรานี้ศาลมีอำนาจสั่งในคำพิพากษาให้ผู้กระทำ ความผิดคนงานผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารของ ผู้กระทำความผิดออกไปจากที่ดินนั้นด้วย บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะหรือเครื่องจักรกลใดๆซึ่งบุคคลได้ใช้ใน การกระทำความผิดหรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผล ในการกระทำความผิดดังกล่าวให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่า จะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ ๙๐
- ๑๐๘ ตรี
ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ ขัดขวางการ ความสะดวกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตาม ปฏิบัติงาน มาตรา ๖๖ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
- ๑๐๙
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม - ย้ายหลักเขต มาตรา ๓๘มาตรา ๖๗หรือมาตรา ๗๔มีความผิดต้อง - ไม่ให้ถ้อยคำ ระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาทหรือจำคุกไม่เกิน สามเดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ
- ๑๑๐
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม คนต่างด้าวฝ่าฝืน มาตรา ๘๙ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสาม พันบาทหรือจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ
- ๑๑๑
ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม คนต่างด้าวได้มา มาตรา ๘๖มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสอง ไม่ชอบ หมื่นบาทหรือจำคุกไม่เกินสองปีหรือทั้งปรับทั้งจำ ความผิด
- ๑๑๒
นิติบุคคลใด
(๑) ได้มาซึ่งที่ดินเป็นการฝ่าฝืนบทแห่ง นิติบุคคล ประมวลกฎหมายนี้ (๒)ใช้ที่ดินนั้นเพื่อกิจการอื่นนอกจากที่ได้รับ อนุญาต ๙๒ ๒๙กุมภาพันธ์พุทธศักราช๒๕๑๕ ๙๓ (๓)ใช้ที่ดินผิดเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ตามความในมาตรา ๙๙ประกอบด้วยมาตรา ๘๗วรรคสอง (๔)ไม่แจ้งการไม่ใช้ที่ดินตามความในมาตรา ๙๙ประกอบด้วยมาตรา ๘๙หรือ (๕)๙๔ (ยกเลิก) มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
- ๑๑๓
ผู้ใดได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็น ตัวแทนต่างด้าว ตัวแทนของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตามความใน มาตรา ๙๗หรือมาตรา ๙๘ มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือจำคุกไม่เกินสองปีหรือ ทั้งปรับทั้งจำ (ประกาศราชกิจจานุเบกษาเล่ม๗๑ตอนที่๗๘ฉบับพิเศษหน้า๑วันที่ ๓๐พฤศจิกายน๒๔๙๗) ๙๔ บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน๙๕ ๑.ค่าธรรมเนียมในการขอสัมปทานรายละ ๕๐๐บาท ๒.ค่าสัมปทานปีหนึ่งไร่ละ ๒๐บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ ๓.ค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (๑)ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน ๒๐ไร่ แปลงละ ๓๐บาท (๒)ที่ดินเนื้อที่เกิน ๒๐ไร่ ส่วนที่เกินไร่ละ ๒บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ ๔.ค่าธรรมเนียมการพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (๑)ถ้าเรียกเป็นรายแปลงแปลงละ ๓๐บาท (๒)ถ้าเรียกเป็นรายวันวันละ ๓๐บาท (๓)ค่าคัดหรือจำลองแผนที่แปลงละ ๓๐บาท (๔)ค่าคำนวณเนื้อที่หรือสอบแสแปลงละ ๓๐บาท (๕)ค่าจับระยะแปลงละ ๑๐บาท ๕.ค่าธรรมเนียมออกโฉนดที่ดิน (๑)ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน ๒๐ไร่ แปลงละ ๕๐บาท (๒)ที่ดินเนื้อที่เกิน ๒๐ไร่ ส่วนที่เกินไร่ละ ๒บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ ๙๕ บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายประมวลกฎหมายที่ดินแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๒๑ ๙๓ ๖.ค่าธรรมเนียมรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน (๑)ถ้าเรียกเป็นรายแปลงแปลงละ ๔๐บาท (๒)ถ้าเรียกเป็นรายวันวันละ ๔๐บาท (๓)ค่าคัดหรือจำลองแผนที่แปลงละ ๓๐บาท (๔)ค่าคำนวณเนื้อที่หรือสอบแสแปลงละ ๓๐บาท (๕)ค่าจับระยะแปลงละ ๑๐บาท ๗.๙๖ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(๑) มีทุนทรัพย์ให้เรียกเก็บร้อยละ๒ของราคาประเมินทุนทรัพย์ สำหรับการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือ สิทธิครอบครองในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ส่วนกรณีอื่นให้เรียก เก็บร้อยละ๒ของจำนวนทุนทรัพย์ที่ผู้ขอจดทะเบียนแสดงตาม ความเป็นจริง เศษของร้อยให้คิดเป็นหนึ่งร้อย (๒)ไม่มีทุนทรัพย์แปลงละ ๑,๐๐๐บาท ๘.ค่าธรรมเนียมการขอให้ได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวรายละ ๕๐๐บาท ค่าอนุญาตไร่ละ ๑๐๐บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ ๙.๙๗ (ยกเลิก) ๙๖ บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน๗. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๙) พ.ศ.๒๕๔๓ ๙๔ ๑๐.ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด (๑)ค่าคำขอแปลงละ (๒)ค่าคัดสำเนาเอกสารต่างๆรวมทั้งค่าคัดสำเนา เอกสารเป็นพยานในคดีแพ่งโดยเจ้าหน้าที่เป็นผู้คัด ร้อยคำแรกหรือไม่ถึงร้อยคำ ร้อยคำต่อไปร้อยละ เศษของร้อยให้คิดเป็นหนึ่งร้อย (๓)ค่ารับรองเอกสารที่คัดฉบับละ (๔)ค่าตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดินแปลงละ (๕)ค่ารับอายัดที่ดินแปลงละ (๖)ค่ามอบอำนาจเรื่องละ (๗)ค่าออกใบแทนโฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินอย่างอื่นฉบับละ (๘)ค่าประกาศแปลงละ (๙)ค่าหลักเขตที่ดินหลักละ ถ้าเป็นการเดินสำรวจหรือสอบเขตทั้งตำบล สำหรับกรณีออกโฉนดคิดเป็นรายแปลงแปลงละ ๙๗ ๕บาท ๑๐บาท ๕บาท ๑๐บาท ๑๐บาท ๑๐บาท ๒๐บาท ๕๐บาท ๑๐บาท ๑๕บาท ๖๐บาท บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน๙. ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๑๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๙๕
(๑๐) ค่าตรวจสอบข้อมูลด้านงานรังวัดด้านทะเบียนที่ดิน ด้านประเมินราคาหรือข้อมูลอื่นครั้งละ ๑๐๐บาท
(๑๑) ค่าสำเนาจากสื่อบันทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นหรือสำเนาข้อมูลอื่นแผ่นละ๕๐บาท ๑๑. ค่าใช้จ่าย (๑)ค่าพาหนะเดินทางให้แก่เจ้าพนักงาน ให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่าย พนักงานเจ้าหน้าที่และคนงานที่จ้าง ตามระเบียบกระทรวง ไปทำการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน มหาดไทยด้วยความ หรือพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบ เห็นชอบของ เนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการ กระทรวงการคลัง ทำประโยชน์ตามคำขอ (๒)ค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่เจ้าพนักงาน ให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่าย พนักงานเจ้าหน้าที่และค่าจ้าง ตามระเบียบกระทรวง คนงาน ที่จ้างไปทำการรังวัด มหาดไทยด้วยความ บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน๑๐. (๑๐)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน๑๐. (๑๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน๑๑. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๗) พ.ศ.๒๕๔๑ ๙๖ เกี่ยวกับโฉนดที่ดิน หรือพิสูจน์ เห็นชอบของกระทรวง สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่ การคลัง เกี่ยวกับหนังสือรับรองการ ทำประโยชน์ตามคำขอ (๓)ค่าป่วยการให้แก่เจ้าพนักงานผู้ปกครอง ท้องที่หรือผู้แทนที่ไปในการรังวัดเกี่ยวกับ โฉนดที่ดินหรือพิสูจน์สอบสวนหรือ ตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรอง การทำประโยชน์คนหนึ่งวันละ ๑๐๐บาท (๔)ค่าใช้จ่ายอื่น ๆในการรังวัดเกี่ยวกับให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่าย โฉนดที่ดินหรือพิสูจน์สอบสวน ตามระเบียบกระทรวง หรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับ มหาดไทยด้วยความ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ เห็นชอบของกระทรวง การคลัง (๕)ค่าปิดประกาศให้แก่ผู้ปิดประกาศแปลงละ ๒๐บาท (๖)ค่าพยานให้แก่พยานคนละ ๒๐บาท ๙๗ บัญชีค่าตอบแทนท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน๑๐๑ ค่าตอบแทนในการอนุญาต (๑)ตามมาตรา ๙(๑)ไร่ละ ๑,๐๐๐บาทต่อปี (๒)ตามมาตรา ๙(๒)หรือมาตรา ๙(๓) (ก)การขุดหรือดูดทรายลูกบาศก์เมตรละ ๒๘บาท (ข)การขุดดินหรือลูกรังหรืออื่นๆ ไร่ละ ๑๐,๐๐๐บาทต่อปี หรือลูกบาศก์เมตรละ ๑๐บาท ๑๐๑ บัญชีค่าตอบแทนท้ายประมวลกฎหมายที่ดินแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่๗)พ.ศ.๒๕๔๑
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.forest.go.th/phetchaburi/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.forest.go.th/phetchaburi/wp-content/uploads/sites/55/2024/02/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99.pdf89 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:5a62c20d6c45f209a5e7a435c99c6f39f52f6f648ae0b1b0df3872c765af9223ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:21.754Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR