ปัจจนียานุโลมติกติกปัฏฐาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กุสลตฺติกเกนจิวิญฺเญยฺยทุเก นกุสลตฺติกนเกนจิวิญฺเญยฺยทุกํ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมปัจจนียานุโลม [ติกติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. เวทนาติกะ พระอภิธรรมปิฎก ธัมมปัจจนียานุโลม ติกติกปัฏฐาน __________ ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ๑. กุสลติกะ ๑. เวทนาติกะ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็น กุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็น อัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๖๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมปัจจนียานุโลม [ติกติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. เวทนาติกะ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ(ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรม ที่ไม่เป็นกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๖๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมปัจจนียานุโลม [ติกติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๒. วิปากติกะ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลและที่ไม่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ ๑. กุสลติกะ ๒. วิปากติกะ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งเป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งไม่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งเป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งเป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและที่ไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งเป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๖๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมปัจจนียานุโลม [ติกติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. อุปาทินนติกะ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งเป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งเป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งเป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลและไม่เป็นอกุศลซึ่งไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งมิใช่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ อัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ ๑. กุสลติกะ ๓. อุปาทินนติกะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิ ยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัยมี ๖ วาระ (ย่อ) อารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๖ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๖ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๖ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๖๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมปัจจนียานุโลม [ติกติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๔. สังกิลิฏฐติกะ กัมมปัจจัย มี ๕ วาระ อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งมิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งมิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ ๑. กุสลติกะ ๔. สังกิลิฏฐติกะ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งกิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (เฉพาะอกุศล มี ๓ วาระ ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๕ หน้า : ๖๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมปัจจนียานุโลม [ติกติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. วิตักกติกะ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งกิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งมิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๖ วาระ วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งกิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลซึ่งมิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๕๑๓ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัจจนียปัฏฐาน
บัดนี้ เพื่อจะแสดงปัจจนียปัฏฐานซึ่งมีชื่ออันได้แล้ว เพราะเป็นธรรมตรงกันข้าม ด้วยอำนาจเป็นปฏิปักษ์ต่อบททั้งหลายมีกุศลเป็นต้น พระผู้มีพระภาคจึงทรงเริ่มคำว่า นกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ดังนี้เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงห้ามความที่กุศลเป็นปัจจัย ด้วยคำว่า นกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทรงห้ามการเกิดขึ้นแห่งกุศล ด้วยคำว่า นกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เพราะฉะนั้น ผู้ศึกษาพึงทราบปัญหาและวิสัชนาในอธิการนี้ โดยนัยมีอาทิอย่างนี้ว่าขันธ์ ๓ ที่เป็นอกุสลาพยากตะและรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัยขันธ์หนึ่งที่เป็นอกุสลาพยากตะเกิดขึ้น.
ก็วิธีนับที่ได้ในปัจจัยนั้นๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้วในบาลี แม้วาระทั้งหลายที่มีวิสัชนาเหมือนกัน ก็ทรงแสดงไว้ในบาลีนั้นเองเพราะฉะนั้น ในอธิการนี้ ผู้ศึกษาพึงกำหนดบาลีแล้วทราบปัฏฐานนัยทั้งหมด ตามแนวแห่งนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลังก็ในอธิการนี้ฉันใด ในทุกปัฏฐาน ทุกติกปัฏฐาน ติกทุกปัฏฐาน ติกติกปัฏฐานและทุกทุกปัฏฐาน ก็ฉันนั้น.
นัย ๖ ในธัมมปัจจนียปัฏฐาน อันท่านแสดงไว้ด้วยคาถาที่ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาว่า
นัย ๖ ในปัจจนียปัฏฐาน คือติกปัฏฐาน อันประเสริฐ ทุกปัฏฐานอันสูงสุด ทุกติกปัฏฐาน ติกทุกปัฏฐาน ติกติกปัฏฐานและทุกทุกปัฏฐาน ลึกซึ้งนัก ดังนี้.
เป็นอันข้าพเจ้าแสดงแล้วด้วยคำมีประมาณเท่านี้ ฯ
ก็ในอธิการนี้ ผู้ศึกษาพึงทราบเฉพาะ ปัจจนียปัฏฐาน เท่านั้น ประดับด้วยนัย ๒๕ โดยปริยายหนึ่งคือ ในปัฏฐานหนึ่งๆ ว่าด้วยอำนาจแห่งปัจจัยมีอย่างละ ๔ นัย มีอนุโลมนัยเป็นต้น.
อรรถกถาปัจจนียปัฏฐาน จบ. -----------------------------------------------------