ปฏิโลมบุคคล ปฏิโลมโอกาส ปฏิโลมปุคคโลกาส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. ปริญญาวาร ปฏิโลมบุคคล เอกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนด รู้ปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคา-นุสัยใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ มานานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยเว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่ เหลือไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กาม- ราคานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่ มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ มานานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคา- นุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรูปฏิฆา- นุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่ มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานา- นุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่ มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคา- นุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐา-นุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-นุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยเว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคา-นุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ เอกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ทุกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่ กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กาม- ราคานุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กาม- ราคานุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่ มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อม เพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทุกมูลกนัย จบ ติกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่มิใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ไม่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคา-นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและ มานานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-นุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชา-นุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคา-นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-นุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยวิจิกิจฉานุสัย ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคา-นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยวิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย ฉักกมูลกนัย จบ ปฏิโลมโอกาส เอกมูลกนัย
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่ กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก ธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคา-นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิด จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคา-นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่ กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่ กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่ กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในสภาว-ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิด จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่ กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่ กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิด จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ เอกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ทุกมูลกนัย
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก ธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ทุกมูลกนัย จบ ติกมูลกนัย
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและมานานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลนัย
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญจกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ฉักกมูลกนัย
อนุ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ฉักกมูลกนัย จบ ปฏิโลมปุคคโลกาส เอกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยเว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น และก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยเว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นแต่ มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคา-นุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ กามราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิ-มรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ กามราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นแต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กาม-ราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาว-ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นแต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร นั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่ ๘แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิ ทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร รู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก ธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใดบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๖๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น และก็ไม่ใช่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใดบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้น ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย เว้นบุคคล ๒จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กาม-ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใดบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๗๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคา-นุสัย ปฏิฆานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย ทุกมูลกนัย จบ ติกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๗๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคา-นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุและใน สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุบุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาว-ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เว้น บุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน เกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๗๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และใน สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน เกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๗๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และใน สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย เว้นบุคคล ๒จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุอรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัยและทิฏฐานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๗๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏ-ทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย ฯลฯ
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคา-นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนาบุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๗๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-นุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้วบุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๗๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๗๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๔. ปริญญาวาร มรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์บุคคลนั้นไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย เว้นบุคคล ๒จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและบุคคลที่ ๘ แล้ว บุคคลที่เหลือในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและก็ไม่ใช่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย ฉักกมูลกนัย จบ ปฏิโลมในปริญญาวาร จบ ปริญญาวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๗๗๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑
โย กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โส มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ มานานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน มานานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๕๓.๑} โย กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยํ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๕๓.๒} โย กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ภวราคานุสยํ ฯเปฯ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ ปฏิฆานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัยหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวกย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย.
โย ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โส มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ มานานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน มานานุสยํ น ปริชานาติ โส ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โส ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โส ภวราคานุสยํ ฯเปฯ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ มานานุสัยหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวกย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย. บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวกย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย หรือ? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวกย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย.
โย มานานุสยํ น ปริชานาติ โส ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ มานานุสยํ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย มานานุสยํ น ปริชานาติ โส ภวราคานุสยํ ฯเปฯ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐา- *นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-*มรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย? ถูกแล้ว.
โย ทิฏฺฐานุสยํ น ปริชานาติ โส วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ทิฏฺฐานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย? ถูกแล้ว ฯลฯ.
โย วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ภวราคานุสยํ ฯเปฯ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โน จ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-*นุสัย? บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
โย ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โส อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย บุคคลนั้น ไม่กำหนดรู้อวิชชา- *นุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-*นุสัย? ถูกแล้ว.
โย กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ มานานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน มานานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๕๙.๑} โย กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๕๙.๒} โย กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ภวราคานุสยํ ฯเปฯ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อม ไม่กำหนดรู้มานานุสัยหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆา-*นุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-*นุสัย และปฏิฆานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-*นุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม-*เพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆา-*นุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชา-*นุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-*นุสัย และปฏิฆานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย.
โย กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคี วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ มานานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ภวราคานุสยํ ฯเปฯ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี อวิชฺชานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัย. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และมานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.
โย กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคี วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ มานานุสยํ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯเปฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยแต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ฯลฯ.
โย กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ภวราคานุสยํ ฯเปฯ อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก อวิชฺชานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคี อวิชฺชานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-*นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย? บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และจะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.
โย กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก อวิชฺชานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคี อวิชฺชานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย? บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือเว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยและไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย.
ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน มานานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ {๑๔๖๔.๑} ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยจากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยจากที่นั้น? บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยจากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยจากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยจากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยจากที่นั้น? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุแต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยจากที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน มานานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ {๑๔๖๕.๑} ยโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-*นุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยจากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคล ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัยจากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยจากที่นั้น? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยจากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยและไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยโต มานานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต มานานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต มานานุสยํ น ปริชานาติ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-*นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นคือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัยจากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัยจากที่นั้น? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยจากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยโต ทิฏฺฐานุสยํ น ปริชานาติ ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ทิฏฺฐานุสยํน ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัยจากที่นั้น? ถูกแล้ว. ฯลฯ.
ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้น? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่รู้กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-*นุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัยจากที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน มานานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต มานานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ {๑๔๗๐.๑} ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ {๑๔๗๐.๒} ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต ภวราคานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต ภวราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ {๑๔๗๐.๓} ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย และย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนาแต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต ภวราคานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต ภวราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใดย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใดย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ทิฏฐานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว ฯลฯ.
ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต ภวราคานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต ภวราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ ตโต กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อปริยาปนฺเน ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุแต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม. บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
โย ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคึ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคึ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๗๕.๑} โย ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๗๕.๒} โย ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๗๕.๓} โย ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๗๕.๔} โย ยโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือเว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-*นุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-*นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
โย ยโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน โส ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๗๖.๑} โย ยโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๗๖.๒} โย ยโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน โส ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๗๖.๓} โย ยโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ มานานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัยในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐา-*นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือเว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-*นุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-*นุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคา-*นุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชา-*นุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
โย ยโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๗๗.๑} โย ยโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคึ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๗๗.๒} โย ยโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ อคฺคมคฺคสมงฺคึ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ใน-*รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-*นุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือเว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชา-*นุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชา-*นุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผ็้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใดไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
โย ยโต ทิฏฺฐานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ทิฏฺฐานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว ฯลฯ.
โย ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ฯ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่- *กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ในวิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง? บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-*นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ในวิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้นย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้-*วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
โย ยโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคึ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด รู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.
โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ฯ ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต มานานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต มานานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๘๑.๑} โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๘๑.๒} โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๘๑.๓} โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติโน จ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยและไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ในกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวกย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้นแต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือเว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้นย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆนุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้นแต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ในภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้นแต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-*นุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-*นุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต ทิฏฺฐานุสยํ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๘๒.๑} โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๘๒.๒} โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนํ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จาก ที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีควมพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลน้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหรดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใดบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีควมพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคน้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้นจะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใดบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-*นุสัย และปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีควมพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ทั้งปวง.
โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯเปฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? บุคคลผู้มีควมพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานนุสัย จากที่นั้นแต่บุคคลนั้นจะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคน้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ในที่ทั้งปวง ฯลฯ.
โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสวปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต มานานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน โส ตโต ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ {๑๔๘๔.๑} โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา- *นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคที่ ๔ นั้น จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จาที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไมกำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลนั้นจะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง. บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-*นุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้นย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จาที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้รู้กามราคา-*นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนา-*คามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-*นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นนั่นแหละ จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจนุสัย จากที่นั้นบุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
โย ยโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสยํ น ปริชานาติ โส ตโต กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาตีติ: อฏฺฐมโก กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล อปริยาปนฺเน โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ อนาคามิมคฺคสมงฺคี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ กามราคานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ โน จ โส ตโต กามราคานุสยํ น ปริชานาติ โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน โส ตโต อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานาติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานาติ ทฺวินฺนํ มคฺคสมงฺคีนญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา สพฺพตฺถ อวิชฺชานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ กามราคานุสยญฺจ ปฏิฆานุสยญฺจ มานานุสยญฺจ ทิฏฺฐานุสยญฺจ วิจิกิจฺฉานุสยญฺจ ภวราคานุสยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ ปริญฺญาวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ -------
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา- *นุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยจากที่นั้น หรือ. @ ข้อนี้ ตัวเลขในฉบับบาลีข้ามเป็น ๑๔๙๕ ที่ถูกเป็น ๑๔๘๕ และข้อต่อๆ ไป ก็คลาดเคลื่อนไปตามๆ กัน แต่@จะแก้ในชั้นนี้ไม่ได้ จะทำให้ยุ่งยากแก่การตรวจสอบฉบับภาษาบาลีกับภาษาไทย ฉะนั้นจึงต้องคงไว้ตาม@ฉบับภาษาบาลี บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยวิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือเว้นบุคคลผู้มีความพร้องเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-*นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง. หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้นย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นแต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานถุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคา-*นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยา-*ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือเว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดอวิชชานุสัยไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่ทั้งปวง. ปริญญาวาร จบ.