อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๘

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๘–๑๓๕พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 65 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 65 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 48 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน อนุโลมบุคคล

ข้อ ๘๘

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาใน ปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งตัณหา ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคใน ปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่กำลังดับ ใน ภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมัคคสัจก็กำลังดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

ข้อ ๘๙

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๙๐

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังดับ สมุทยสัจในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังดับ ฯลฯ (คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทั้งในอุปปาทวาร นิโรธวาร และอุปปาทนิโรธวาร ไม่มีข้อแตกต่างกัน) อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๙๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ (พึงขยายคำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ซึ่งเหมือนกันให้พิสดาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๙๒

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาใน ปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับบุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง ดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับแต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง ดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคใน ปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับบุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ข้อ ๙๓

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งมรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดและในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาและที่วิปปยุตจากมรรค บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหา มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด และในภังค-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและที่วิปปยุตจากตัณหา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๙๔

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๙๕

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ (ข้อที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ในภูมิใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดีเหมือนกัน แต่ในข้อที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ไม่พึงเพิ่มคำว่า บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๙๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ (อตีตปุจฉาในอุปปาทวารทั้งอนุโลมและปัจจนีกะท่านจำแนกไว้แล้วฉันใดแม้ในนิโรธวารก็พึงจำแนกฉันนั้น ไม่มีข้อแตกต่างกัน)๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๙๗

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสมุทยสัจก็จักดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชน ซึ่งจักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและมัคคสัจก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๙๘

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับแต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและมัคคสัจก็จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสมุทยสัจก็จักดับอนุโลมโอกาส

ข้อ ๙๙

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดจักดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๐๐

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสมุทยสัจก็จักดับ ฯลฯ (ข้อที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด และ ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกัน)ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๐๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักดับ

ข้อ ๑๐๒

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ @เชิงอรรถ : @ จิตดวงสุดท้ายของบุคคลผู้จะปรินิพพานในชาตินี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๐๓

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๐๔

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-สัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่ดับในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจัก ไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ข้อ ๑๐๕

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับแต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังค-ขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๐๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคยดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และ ในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลสมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่เคยดับ บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมัคคสัจก็เคยดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและ ในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

ข้อ ๑๐๗

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ ในภังคขณะแห่งตัณหา สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่เคยดับ บุคคลผู้ได้บรรลุ ในภังคขณะแห่งตัณหาสมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมัคคสัจก็เคยดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สมุทย-สัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้ได้บรรลุ ในภังคขณะแห่งตัณหา มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๐๘

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๐๙

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ สมุทยสัจไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสมุทยสัจก็เคยดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและทุกขสัจก็กำลังดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น ก็เคยดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล ผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่เคยดับบุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมัคคสัจก็เคยดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ข้อ ๑๑๐

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่เคยดับ ในภังคขณะแห่งตัณหา บุคคลผู้ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมัคคสัจก็เคยดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๑๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับแต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ

ข้อ ๑๑๒

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่เคยดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๑๓

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๑๔

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญ-สัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสมุทยสัจก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธา-วาสภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่เคยดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล ผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ

ข้อ ๑๑๕

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยดับ เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่เคยดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังดับ เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๑๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ทุกขสัจของบุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร เหล่านั้นกำลังดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสมุทยสัจก็จักดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน ภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลัง จุติในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมัคคสัจก็จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

ข้อ ๑๑๗

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมัคคสัจก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๑๘

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๑๙

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสมุทยสัจก็จักดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจาก จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น ก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจากอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมัคคสัจก็จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังค-ขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

ข้อ ๑๒๐

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมัคคสัจก็จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๒๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน ภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค และในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ

ข้อ ๑๒๒

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและ สมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๒๓

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๒๔

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตต-มรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค และในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคในปัญจโวการภูมิ บุคคลจักได้อรหัตต-มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจากอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๒๕

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นซึ่งจักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตต-มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สมุทย-สัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ๖. อตีตานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๒๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร เคยดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสมุทยสัจก็จักดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง จักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและมัคคสัจก็จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๑๒๗

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและมัคคสัจก็จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๒๘

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดเคยดับ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๒๙

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้จักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-สัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสมุทยสัจก็จักดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็เคยดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจัก ไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและมัคคสัจก็จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักดับ แต่ทุกขสัจไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตต-มรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๓๐

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและมัคคสัจก็จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสมุทยสัจก็เคยดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๓๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับ ใช่ไหม วิ. เคยดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๓๒

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๓๓

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่เคยดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๓๔

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ

ข้อ ๑๓๕

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สมุทย-สัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจัก ไม่ได้มรรค และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่เคยดับ นิโรธวาร จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ นิโรธวาร

ข้อ ๙๑๙

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งตัณหา. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป? ถูกแล้ว.

ข้อ ๙๒๐

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต มคฺควิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌติ ปญฺจโวกาเร มคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อรูเป มคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ปญฺจโวกาเร มคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไป และมัคคสัจก็ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งมรรค ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปและทุกขสัจก็ย่อมดับไปในภังคขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๙๒๑

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? หามิได้. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป? หามิได้.

ข้อ ๙๒๒

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ฯเปฯ ยตฺถกํ อุปฺปาเทปิ นิโรเธปิ อุปฺปาทนิโรเธปิ สทิสํ ฯ นตฺถิ นานากรณํ ฯ

ทุกขสัจในภูมิใดย่อมดับไป สมุทยสัจในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ? ทุกขสัจในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป ฯลฯ. คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยตฺถ (ในภูมิใด) เป็นเช่นเดียวกัน ทั้งในอุปปาทวาร ทั้งในนิโรธวาร ทั้งในอุปปาทนิโรธวาร. เหตุเครื่องกระทำให้ต่างกัน ย่อมไม่มี

ข้อ ๙๒๓

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ฯเปฯ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ. แม้คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ยตฺถ (ในภูมิใด) พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน.

ข้อ ๙๒๔

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต ตณฺหาวิปฺปยุตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๒๕

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อรูเป มคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป ผลสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต มคฺควิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป ผลสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป หรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งมัคคจิตในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งผลจิตในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๒๖

ยสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: มคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตมคฺควิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ มคฺควิปฺปยุตฺตตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป หรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งมัคคจิต ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของ-*สัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิต และมัคควิปปยุตตจิต ของผู้ที่เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต และตัณหาวิปปยุตตจิต ของผู้ที่เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๒๗

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

ทุกขสัจในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๙๒๘

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ฯเปฯ ยสฺสกมฺปิ ยตฺถกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ ฯ ยสฺสยตฺถเกปิ นิโรธสมาปนฺนานนฺติ เจตํ นกาตพฺพํ ฯ --------

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ. คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ยตฺถ (ในภูมิใด) ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน. อนึ่ง ไม่พึงกระทำคำว่า นิโรธสมาปนฺนานํ นี้ แม้ในคำที่กำหนดด้วยบทว่า ยสฺสยตฺถ.

ข้อ ๙๒๙

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยถา อุปฺปาทวาเร อตีตา ปุจฺฉา อนุโลมมฺปิ ปจฺจนิยมฺปิ วิภตฺตํ เอวํ นิโรเธปิ วิภชิตพฺพํ ฯ นตฺถิ นานากรณํ ฯ --------

ทุกขสัจของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว หรือ? ถูกแล้ว. การปุจฉาที่เป็นอดีต ในอุปปาทวาร ทั้งเป็นอนุโลม ทั้งเป็นปัจจนียะ ท่านจำแนกไว้แล้ว ฉันใด แม้ในนิโรธวาร ก็พึงจำแนก ฉันนั้น เหตุเครื่องกระทำให้ต่างกัน ไม่มี.

ข้อ ๙๓๐

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดจักดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลายสัตว์ใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นจักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้จักดับไป และสมุทยสัจก็จักดับไป. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด. ถูกแล้ว.

ข้อ ๙๓๑

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดจักดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลายและของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคจักดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น และของสัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค จักดับไปและมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๙๓๒

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: เย ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใดจักดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? สมุทยสัจของปุถุชนเหล่านั้น ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคจักดับไป แต่มัคคสัจของปุถุชนเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปและมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไป และสมุทยสัจก็จักดับไป.

ข้อ ๙๓๓

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯเปฯ

ทุกขสัจในภูมิใดจักดับไป ฯลฯ?

ข้อ ๙๓๔

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺสกมฺปิ ยตฺถกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด สัตว์เหล่านั้น และของอสัญญสัตว์ทั้งหลายจักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้จักดับไป และสมุทยสัจก็จักดับไป. คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยสฺส (ของสัตว์) ยตฺถ (ในภูมิใด) ก็ดี คำที่กำหนดด้วยบทว่ายสฺส (ของสัตว์ใด) ยตฺถ (ในภูมิใด) ก็ดี เหมือนกัน.

ข้อ ๙๓๕

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปแต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไป และทุกขสัจก็จักไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.

ข้อ ๙๓๖

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลายและของปุถุชนทั้งหลาย ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็จักไม่ดับไปในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.

ข้อ ๙๓๗

ยสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: เย ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป หรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป มัคคสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น คือปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคและของพระอรหันต์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.

ข้อ ๙๓๘

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯเปฯ

ทุกขสัจในภูมิใด จักไม่ดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๙๓๙

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป. สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลายและสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น และอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็จักไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.

ข้อ ๙๔๐

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ อาปายิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ของอาปายิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ทั้งหลายจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็จักไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.

ข้อ ๙๔๑

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อาปายิกานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ --------

สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย ของอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.

ข้อ ๙๔๒

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป. สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๔๓

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อนภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ อภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ อภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังมิได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้วที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๔๔

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว หรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไปแต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้วในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้น ย่อมดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และผู้ซึ่งเข้านิโรธเคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหาเคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๔๕

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

ทุกขสัจในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๙๔๖

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น นอกนี้ ซึ่งกำลังจุติอยู่จากจตุโวการภูมิ จากปัญจ-*โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และสมุทยสัจก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ที่กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๔๗

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อนภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ อภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ อภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตซึ่งเป็นสัตว์ที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ซึ่งเป็นสัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาท-*ขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้วแต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลเคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๔๘

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหาเคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๔๙

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นไม่เคยดับไป แล้วหรือ? เคยดับไปแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อม ไม่ดับไป. ไม่มี.

ข้อ ๙๕๐

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ อนภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อนภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ อนภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นไม่เคยดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลไม่เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๕๑

ยสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไป แล้วหรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่เข้านิโรธ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังมิได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ไม่เคยดับไปแล้วแต่สมุทยของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๕๒

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

ทุกขสัจในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๙๕๓

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นใน ภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตและสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะ-*แห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๕๔

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อนภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อนภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อนภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปัตติจิต ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิไม่เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๕๕

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ -------

สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ไม่เคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในเมื่ออุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลายไม่เคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๕๖

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ นอกนี้ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และสมุทยสัจก็จักดับไป. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดจักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๕๗

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และของปุถุชนซึ่งจะไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไปและมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๕๘

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: เย ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อคฺคมคฺคสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ปุถุชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค สมุทยสัจของปุถุชนเหล่านั้น และของสัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรคของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไปและมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของผู้เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งตัณหา จักดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๕๙

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

ทุกขสัจในภูมิใดย่อมดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๙๖๐

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ของสัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไปและสมุทยสัจก็จักดับไป. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไปแต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไปและทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๖๑

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อปายา อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ปญฺจโวกาเร มคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌติ ปญฺจโวกาเร มคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และปุถุชนเหล่านั้น ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะ-*แห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๖๒

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อาปายิกานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ และของปุถุชน ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป และมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป? มัคคสัตว์ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ จักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งตัณหา จักดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๙๖๓

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจจักไม่ดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระ-*อรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลายในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๖๔

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์ทั้งหลายจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัตว์ของสัตว์เหล่านั้น คือ ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิตและปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และปุถุชนเหล่านั้น ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต และของปุถุชนเหล่านั้น ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๖๕

ยสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: เย ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของผู้ที่เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลายและของปุถุชน ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของผู้ซึ่งเข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป? ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของปุถุชนเหล่านั้น ในภังคขณะแห่งตัณหา จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของผู้ที่เข้านิโรธของอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๖๖

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

ทุกขสัจในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๙๖๗

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นใน ภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ของสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไปแต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๖๘

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ อปายํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อปายา อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌติ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ อปายํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ในปัญจโวการภูมิสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นพระอรหันต์ ในอุปปาทขณะแห่งจิต และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่เกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และของปุถุชนเหล่านั้นซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไปแต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งเป็นพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต และของปุถุชนเหล่านั้น ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๖๙

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌตีติ: อาปายิกานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌติ ฯ --------

สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมิ นั้นจักไม่ดับไปหรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่และของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๙๗๐

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ซึ่งเป็นพระอรหันต์และสัตว์เหล่าใดที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้วแต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้วและสมุทยสัจก็จักดับไป. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๙๗๑

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลายและของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค เคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค และสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น และของสัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค เคยดับไปแล้ว และมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๙๗๒

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลายและของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค เคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น และของสัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค เคยดับไปแล้ว และมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๙๗๓

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ฯเปฯ

ทุกขสัจในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ฯลฯ.

ข้อ ๙๗๔

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ที่เป็นพระ-*อรหันต์ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น และของอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็จักดับไป. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสจักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และทุกขสัจก็เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๙๗๕

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ อาปายิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ? ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชน ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ของอาปายิกสัตว์ ของอสัญญสัตว์เคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค เคยดับไปแล้วและมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาท-*ขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้นและของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค จักดับไป และทุกขสัจก็เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๙๗๖

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ อาปายิกานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌิตฺถ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค และของอาปายิกสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้นและของสัตว์เหล่าอื่น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค เคยดับไปแล้ว และมัคคสัจก็จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่จักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น และของสัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค จักดับไป และสมุทยสัจก็เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๙๗๗

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นไม่เคยดับไปแล้ว? เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๙๗๘

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว? เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๙๗๙

ยสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว? เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๙๘๐

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯเปฯ

ทุกขสัจในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฯลฯ.

ข้อ ๙๘๑

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักดับไป. หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว? เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๙๘๒

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว? เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๙๘๓

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ อาปายิกานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ น นิรุชฺฌิตฺถ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ นิโรธวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ

สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว? มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหันตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ของอาปายิกสัตว์จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว. นิโรธวาร จบ.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/