อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๗๙

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๙–๑๒๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 66 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 66 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 49 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน อนุโลมบุคคล

ข้อ ๗๙

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและวจีสังขารก็กำลังดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาส-ปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและกายสังขารก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและกายสังขารก็กำลังดับ

ข้อ ๘๐

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตต-สังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและวจีสังขารก็กำลังดับ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๘๑

อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในทุติยฌานและตติยฌาน ในฌานนั้นกายสังขารกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๘๒

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม ฯลฯ (คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี เหมือนกัน)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๘๓

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ข้อ ๘๔

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๘๕

อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๘๖

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ (คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี พึงขยายให้พิสดารเหมือนกัน ในคำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ไม่พึงเพิ่มคำว่าบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๘๗

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยดับ ฯลฯ วิ. ใช่ (ท่านจำแนกอตีตปุจฉาในอุปปาทวาร เป็นคำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดและของบุคคลใดในภูมิใด ทั้งอนุโลมและปัจจนีกะฉันใด แม้ในนิโรธวาร ก็พึงจำแนกฉันนั้นไม่มีข้อแตกต่างกัน) ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๘๘

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็จักดับ

ข้อ ๘๙

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและวจีสังขารก็จักดับ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๙๐

อนุ. กายสังขารในภูมิใดจักดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๙๑

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน ฌานนั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและวจีสังขารก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็จักดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิจิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็จักดับ

ข้อ ๙๒

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ตติยฌานและจตุตถฌาน จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและวจีสังขารก็จักดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๙๓

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๙๔

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๙๕

อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๙๖

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถ-ฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่ใช่จักดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๙๗

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จิตตสังขารของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าทุติยฌานตติยฌาน และจตุตถฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๙๘

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและกายสังขารก็กำลังดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดเคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิจิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและกายสังขารก็กำลังดับ

ข้อ ๙๙

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็เคย ดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ในอุปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตต-สังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและวจีสังขารก็กำลังดับ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๐๐

อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๐๑

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่เคยดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและวจีสังขารก็เคยดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและกายสังขารก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและกายสังขารก็กำลังดับ

ข้อ ๑๐๒

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและวจีสังขารก็กำลังดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๐๓

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี

ข้อ ๑๐๔

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๐๕

อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๐๖

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาท-ขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ และวจีสังขารก็ไม่เคยดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติย-ฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่กำลังดับในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน ในภังค-ขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ จิตตสังขารก็ไม่เคยดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๐๗

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๔๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่เคยดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๐๘

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิจิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังดับ

ข้อ ๑๐๙

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารของบุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจิตตสังขารก็จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิจิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและวจีสังขารก็กำลังดับอนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๑๐

อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๑๑

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติย-ฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและวจีสังขารก็จักดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจี-สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังดับ

ข้อ ๑๑๒

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารของบุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและจิตตสังขารก็จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและวจีสังขารก็กำลังดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๑๓

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๑๑๔

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้น จากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๑๕

อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๑๖

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติย-ฌาน ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละบุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติย-ฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่จักไม่ดับในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร แห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละบุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตต-สังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๑๗

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด และในภังคขณะแห่งจิตซึ่ง เว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตต-สังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิม-จิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๑๘

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและวจีสังขารก็จักดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและจิตตสังขารก็จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๑๑๙

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ ใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและจิตตสังขารก็จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๒๐

อนุ. กายสังขารในภูมิใดเคยดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๒๑

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ ตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในฌานนั้นเคยดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับบุคคลผู้เข้าปฐมฌาน บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและวจีสังขารก็จักดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่เคยดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ และกายสังขารก็เคยดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌานตติยฌาน และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจิตตสังขารก็จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิจิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่เคยดับ บุคคลผู้เข้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็เคยดับ

ข้อ ๑๒๒

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ ในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจารของบุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจิตตสังขารก็จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่เคยดับ ในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและวจีสังขารก็เคยดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๒๓

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๒๔

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๒๕

อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่เคยดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๒๖

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ วจีสังขารของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด(ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ ตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่เคยดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังค-ขณะแห่งปัจฉิมจิตในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิกายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่เคยดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่เคยดับ

ข้อ ๑๒๗

อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จิตตสังขารของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่เคยดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตต-สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่เคยดับ นิโรธวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๑๐}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ นิโรธวาร

ข้อ ๑๑๑๖

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป หรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เว้นวิตกและวิจารย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์นั้น ผู้เข้าปฐมฌานผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๑๗

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๑๘

ยสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป. จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร ย่อมดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๑๙

ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: ทุติยชฺฌาเน ตติยชฺฌาเน ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไป หรือ? กายสังขารในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ย่อมดับไป แต่วจีสังขารในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ฯลฯ.

ข้อ ๑๑๒๐

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: ฯเปฯ ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ฯลฯ คำว่า ยสฺส (แห่งสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.

ข้อ ๑๑๒๑

ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ อวิตกฺกอวิจารจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ อวิตกฺกอวิจารจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อม ไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เว้นวิตกและวิจารย่อมไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะ-*ปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๑๑๒๒

ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อม ไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๒๓

ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจารย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๒๔

ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๑๑๒๕

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ อวิตกฺกอวิจารจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร ฯเปฯ ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ ยสฺสยตฺถเก นิโรธสมาปนฺนานนฺติ น กาตพฺพํ ฯ --------

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ. คำว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดีพึงให้พิสดาร เช่นเดียวกัน ไม่พึงกระทำว่าผู้เข้านิโรธ ในคำว่า ยสฺส ยตฺถ.

ข้อ ๑๑๒๖

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร ฯเปฯ ยถา อุปฺปาทวาเร อตีตา ปุจฺฉา ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ อนุโลมมฺปิ ปจฺจนิยมฺปิ วิภตฺตํ เอวํ นิโรธวาเรปิ วิภชิตพฺพํ ฯ นตฺถิ นานากรณํ ฯ --------

กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับ ไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ. การถามที่เป็นอดีต ในอุปปาทวารตลอดถึงคำว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺสยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้ว ฉันใด แม้ในนิโรธวาร ก็พึงจำแนก ฉันนั้น ไม่มีการทำต่างๆ กัน.

ข้อ ๑๑๒๗

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ซึ่งกำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.

ข้อ ๑๑๒๘

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป. จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป. จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจารของสัตว์ซึ่งมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.

ข้อ ๑๑๒๙

ยสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป.

ข้อ ๑๑๓๐

ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด จักดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๑๑๓๑

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น จักดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ จักดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักดับไป. วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไปและกายสังขารก็จักดับไป.

ข้อ ๑๑๓๒

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไป. จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.

ข้อ ๑๑๓๓

ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อิตเรสํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักดับไป. จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌานตติยฌาน จตุตถฌาน จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.

ข้อ ๑๑๓๔

ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไปแต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ จักไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๓๕

ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๓๖

ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตจักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๓๗

ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด จักไม่ดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๑๑๓๘

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และวจีสังขาร ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็จักไม่ดับไป.

ข้อ ๑๑๓๙

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๔๐

ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ---------

วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌานตติยฌาน จตุตถฌาน จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๔๑

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะเคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๔๒

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะ-*ปัสสาสะ เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๔๓

ยสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไป แล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เคยดับไปแล้วและวจีสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๔๔

ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ?

ข้อ ๑๑๔๕

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และวจีสังขารก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๑๑๔๖

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะ-*แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะเคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๔๗

ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะ-*แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เคยดับไปแล้วและวจีสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๔๘

ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? เคยดับไปแล้ว. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป? ไม่มี.

ข้อ ๑๑๔๙

ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? เคยดับไปแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป? ไม่มี.

ข้อ ๑๑๕๐

ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: นตฺถิ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคย ดับไปแล้วหรือ? เคยดับไปแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป? ไม่มี.

ข้อ ๑๑๕๑

ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๑๑๕๒

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๑๑๕๓

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะ-*แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๕๔

ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปฺปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ --------

วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจารย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๕๕

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะจักดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๕๖

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๕๗

ยสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ย่อมดับไปแต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร ย่อมดับไป และจิตตสังขารก็จักดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตเว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จักดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๕๘

ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๑๑๕๙

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขาร ก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๖๐

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะ-*แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะจักดับไป กายสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๖๑

ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌติ วิตกฺกวิจารานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌติ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจารย่อมดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น นอกนี้ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร ย่อมดับไป และจิตตสังขารก็จักดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะ-*แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร จักดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.

ข้อ ๑๑๖๒

ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจารผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ย่อมไม่ดับไปและวจีสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๖๓

ยสฺส กายสงฺขาโร นนรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๖๔

ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๑๑๖๕

ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.

ข้อ ๑๑๖๖

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํเยว วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจารผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๑๑๖๗

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา อสฺสาสปสฺสาเสหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์ นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๖๘

ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วินา วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌติ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌติ ฯ ----------

วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต อันมีวิตกและมีวิจารจักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.

ข้อ ๑๑๖๙

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว

ข้อ ๑๑๗๐

ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จัก ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๑๗๑

ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ฯลฯ.

ข้อ ๑๑๗๒

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิจักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ จักดับไป และกายสังขารก็เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๑๑๗๓

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ปฐมชฺฌานํ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิเคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิจักดับไป และกายสังขารก็เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๑๑๗๔

ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถาติ: อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิตฺถ สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันไม่วิตกและไม่มีวิจาร จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร จักดับไป และวจีสังขารก็เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๑๑๗๕

ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว? เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๑๑๗๖

ยสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว? เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๑๑๗๗

ยสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว? เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๑๑๗๘

ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ฯเปฯ

กายสังขารในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฯลฯ.

ข้อ ๑๑๗๙

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ทุติยชฺฌานํ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร สวิตกฺกสวิจารปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อวิตกฺกอวิจารปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อวิตกฺกอวิจารํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิไม่เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต อันมีวิตกและมีวิจาร สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ไม่เคยดับไป.

ข้อ ๑๑๘๐

ยสฺส ยตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กายสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ กายสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

ข้อ ๑๑๘๑

ยสฺส ยตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สวิตกฺกสวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ วจีสงฺขาโร น นิรุชฺฌิตฺถ อวิตกฺกอวิจารภูมิยํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จิตฺตสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิสฺสติ วจีสงฺขาโร จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ นิโรธวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ

วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของ สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว. นิโรธวาร จบ.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/