อนุสัยวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๒๕๕ยสฺส กามราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส กามราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส มานานุสโย นานุเสตีติ: อนาคามิสฺส กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส มานานุสโย นานุเสติ อรหโต กามราคานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส กามราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย นานุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ กามราคานุสโย นานุเสติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส กามราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อนาคามิสฺส กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส อวิชฺชานุสโย นานุเสติ อรหโต กามราคานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๕๖ยสฺส ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตสฺส มานานุสโย นานุเสตีติ: อนาคามิสฺส ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส มานานุสโย นานุเสติ อรหโต ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อนาคามิสฺส ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส อวิชฺชานุสโย นานุเสติ อรหโต ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๕๗ยสฺส มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส มานานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ มานานุสโย นานุเสติ อรหโต วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส มานานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๕๘ยสฺส ทิฏฺฐานุสโย นานุเสติ ตสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
๑๒๕๙ยสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ อรหโต วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๖๐ยสฺส ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๖๑ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส มานานุสโย นานุเสตีติ: อนาคามิสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส มานานุสโย นานุเสติ อรหโต กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ฯ ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อนาคามิสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส อวิชฺชานุสโย นานุเสติ อรหโต กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๖๒ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ อนาคามิสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส มานานุสโย นานุเสติ อรหโต วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ฯ ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๖๓ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ อนาคามิสฺส วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส มานานุสโย นานุเสติ อรหโต วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ ฯเปฯ
๑๒๖๔ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๖๕ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๖๖ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน เอตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน เอตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน เอตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน มานานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ {๑๒๖๖.๑} ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน เอตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน เอตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๖๗ยตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน มานานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ มานานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ฯ {๑๒๖๗.๑} ยตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๖๘ยตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ มานานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน เอตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ มานานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๖๙ยตฺถ ทิฏฺฐานุสโย นานุเสติ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
๑๒๗๐ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ เอตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๗๑ยตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ เอตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๗๒ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน มานานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ มานานุสโย จ กามราคานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ฯ {๑๒๗๒.๑} ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ฯ {๑๒๗๒.๒} ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๗๓ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ฯ ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๗๔ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
๑๒๗๕ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ภวราคานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทุกฺขาย เวทนาย เอตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ อปริยาปนฺเน เอตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ ฯเปฯ
๑๒๗๖ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺติ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๗๗ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ สพฺพตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ {๑๒๗๗.๑} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ {๑๒๗๗.๒} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: ปุถุชฺชนสฺส ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ สพฺพตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ {๑๒๗๗.๓} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อนาคามิสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ {๑๒๗๗.๔} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ กามราคานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๗๘ยสฺส ยตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ฯ {๑๒๗๘.๑} ยสฺส ยตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: ปุถุชฺชนสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ฯ {๑๒๗๘.๒} ยสฺส ยตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อนาคามิสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ ฯ {๑๒๗๘.๓} ยสฺส ยตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๗๙ยสฺส ยตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: ปุถุชฺชนสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ {๑๒๗๙.๑} ยสฺส ยตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ {๑๒๗๙.๒} ยสฺส ยตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๘๐ยสฺส ยตฺถ ทิฏฺฐานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
๑๒๘๑ยสฺส ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: ปุถุชฺชนสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๘๒ยสฺส ยตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๘๓ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ มานานุสโย จ นานุเสติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ มานานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ มานานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ มานานุสโย จ กามราคานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ อรหโต สพฺพตฺถ มานานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ฯ {๑๒๘๓.๑} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ สพฺพตฺถ ฯเปฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ สพฺพตฺถ ฯเปฯ {๑๒๘๓.๒} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อนาคามิสฺส รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ฯเปฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ อรหโต สพฺพตฺถ ฯเปฯ {๑๒๘๓.๓} ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ฯเปฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๘๔ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ อรหโต สพฺพตฺถ ฯเปฯ ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ {๑๒๘๔.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ กามาราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ อรหโต สพฺพตฺถ ฯเปฯ ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อนาคามิสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ ฯเปฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
๑๒๘๕ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ อรหโต สพฺพตฺถ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ นานุเสนฺติ ฯเปฯ
๑๒๘๖ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ภวราคานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: ปุถุชฺชนสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ทุกฺขาย เวทนาย เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปฏิฆานุสโย นานุเสติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กามราคานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ เตสํเยว ปุคฺคลานํ อปริยาปนฺเน เตสํ ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ อนาคามิสฺส กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ มานานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ทุกฺขาย เวทนาย อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ ภวราคานุสโย จ นานุเสติ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ นานุเสนฺติ อรหโต สพฺพตฺถ ฯเปฯ
๑๒๘๗ยสฺส ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสตีติ: อนาคามิสฺส ทุกฺขาย เวทนาย ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺติ โน จ ตสฺส ตตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส อปริยาปนฺเน ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ อรหโต สพฺพตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺติ อวิชฺชานุสโย จ นานุเสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อวิชฺชานุสโย นานุเสติ ตสฺส ตตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ ทิฏฺฐานุสโย จ วิจิกิจฺฉานุสโย จ ภวราคานุสโย จ นานุเสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ อนุสยวารํ นิฏฺฐิตํ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิโลมบุคคล เอกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-นุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย มิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลอีก ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่องและกาม-ราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. ปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-นุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานา- นุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย และปฏิฆา-นุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลอีก ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ทุกมูลกนัย จบ ติกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอน เนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องวิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่องภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคล ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. วิจิกิจฉานุสัยและทิฏฐานุสัยของบุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ฯลฯ จตุกกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปัญจกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ฉักกมูลกนัย จบ ปฏิโลมโอกาส เอกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่ นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยในที่นี้ คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนาและในสภาว-ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๖๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา และในรูปธาตุ อรูปธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน เนื่องใช่ไหม วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในสภาว-ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย มิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ใน สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย ในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัย มิใช่ไม่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัย มิใช่ไม่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่ นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัย ในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่ นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. มานานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่ นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง และวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่ นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง และภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่องแต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่ นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ทุกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ติกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภว-ราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัย กามราคานุสัยและมานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้ คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ติกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร จตุกกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ จตุกกมูลกนัย จบ ปัญจกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา- นุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ภวราคานุสัย กามราคานุสัยและมานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่องแต่กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ฉักกมูลกนัย จบ ปฏิโลมปุคคโลกาส เอกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของ บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา กามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคา-นุสัยของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของ บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคล เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง และกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคา-นุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคล เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคลในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่ นอนเนื่องและมานานุสัยก็ใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันต-บุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคา-นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๗๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร นั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคล๒ จำพวก ในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของ บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคล เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามี-บุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น นั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคลในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของ บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคลในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรม ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่อง และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นใน ที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องบุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคล๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นใน ที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง และปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคลในรูปธาตุและอรูปธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภว-ราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นใน ที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคา-นุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามี-บุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยของ บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคา-นุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่ นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของ บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่องวิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ใน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉา-นุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่องวิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของ บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยของ บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของอรหันต-บุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ เอกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ทุกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่องอนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคา-นุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา มานานุสัยและกามราคานุสัยของ บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐา-นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของบุคคล๒ จำพวกในภูมิทั้งหมด ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัย ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมด ฯลฯ อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภว-ราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคา-นุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องบุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัยและกามราคานุสัย ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร เหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชา-นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่องอนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องบุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ทุกมูลกนัย จบ ติกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่ นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๘๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัย กาม-ราคานุสัย และปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่องภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่องบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุภวราคานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กาม-ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆา-นุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคล ใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานา-นุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุ-สัยและมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่องวิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำลังนอนเนื่อง กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ฯลฯ จตุกกมูลกนัย จบ ปัญจกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภว-ราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัย กามราคานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภว-ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัย กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องแต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาว-ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆา-นุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม วิ. ใช่ ฉักกมูลกนัย จบ ปฏิโลมในอนุสยวาร จบ อนุสยวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๓}
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๑๒๒๑ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอนุสยยมก
บัดนี้ เป็นการวรรณนาเนื้อความแห่งอนุสยยมกเหมือนที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรวบรวมเอกเทสแห่งกุศลธรรมเป็นต้นทรงแสดงไว้ในมูลยมกนั้นนั่นแหละด้วยสามารถแห่งการหยั่งเห็นได้แล้วทรงแสดงไว้ในลำดับแห่งสังขารยมก. บัณฑิตพึงทราบการกำหนดบาลี ในอนุสยยมกก่อนเพราะว่า ในอนุสยยมกนี้พระองค์ทรงทำบาลีเทศนาไว้อีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนทำเทศนาในขันธยมก เป็นต้น.
ถามว่า ทำเทศนาอย่างไร?
ตอบว่า ในเบื้องต้นทำเทศนาแสดงไว้ ๓ วาระ คือปริจเฉทวาระ วาระว่าด้วยการกำหนด. ปริจฉินนุทเทสวาระ วาระว่าด้วยอุทเทสที่กำหนดไว้แล้ว,อัปปัตติฏฐานวาระ วาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นก่อน, เพื่อจะให้ศึกษาอนุสัยทั้งหลาย โดยอาการ ๓ อย่าง คือโดยปริจเฉท โดยอุทเทสและโดยอุปปัตติฏฐานต่อจากนั้นก็ทรงประกอบอนุสัยทั้งหลายทำยมกเทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗.
ในอนุสยยมกนั้น คำว่า สตฺต อนุสยา นี้ ชื่อว่าปริจเฉทวาระ เพราะความที่อนุสัยทั้งหลาย พระองค์กำหนดจำนวนแสดงไว้ว่า อนุสัยนี้มี ๗ เท่านั้น ไม่เกินกว่านี้ ไม่ต่ำกว่านี้ ดังนี้.
คำว่า กามราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นี้ ชื่อว่าปริจฉินทุทเทสวาระ เพราะความที่วาระนี้ทรงยกเพียงแต่ชื่อแห่งธรรมที่กำหนดไว้แล้วโดยปริจเฉทวาระนั้น ขึ้นแสดงว่า ชื่อว่าธรรมเหล่านี้เป็นธรรมชนิดนั้น ดังนี้.
ในข้อนั้น คำว่า กามราคานุสโย อนุเสติ เอตฺถ ฯเปฯ อวิชฺชานุสโดย อนุเสติ นี้ ชื่อว่าอุปปัตติฏฐานวาระ เพราะความที่วาระนี้ ทรงแสดงที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านั้นนั่นแหละ อย่างนี้ว่า อนุสัยเหล่านี้ย่อมนอนเนื่อง ในวาระทั้งหลายชื่อนี้ ดังนี้.
อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกอบอนุสัยทั้งหลายแล้วทำยมกเทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗ เหล่าใด มหาวาระเหล่านั้น มีชื่อดังนี้ คือ
๑. อนุสยวาระ (วาระว่าด้วยอนุสัย)
๒. สานุสยาวาระ (วาระว่าด้วยผู้มีอนุสัย)
๓. ปชหนวาระ (วาระว่าด้วยการละ)
๔. ปริญญาวาระ (วาระว่าด้วยการกำหนดรู้)
๕. ปหีนวาระ (วาระว่าด้วยการละได้แล้ว)
๖. อุปปัชชนาวาระ (วาระว่าด้วยการเกิด)
๗. ธาตุวาระ (วาระว่าด้วยธาตุ)
อธิบายอนุสยวาระ
บรรดามหาวาระเหล่านั้น วาระที่ ๑ ชื่อว่าอนุสยวาระ นั้นมี ๒ นัย คือด้วยสามารถแห่งอนุโลมนัยและปฏิโลมนัย. ในนัยทั้ง ๒ นั้น อนุโลมนัยมีอันตรวาระ ๓ วาระ ด้วยอำนาจแห่งบุคคลและภูมิ คือ.-
ยสฺส อนุเสติ แปลว่า... กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด (ปุคคลวาระ)
ยตฺถ อนุเสติ แปลว่า... กำลังนอนเนื่องในภูมิใด (โอกาสวาระ)
ยสฺส ยตฺถานุเสติ แปลว่า...กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใดในภูมิใด (ปุคคโลกาสวาระ)
ในอันตรวาระ ๓ เหล่านั้น ในปุคคลวาระมี ๒๑ ยมก คือมีกามราคานุสัยเป็นมูล ๖ ยมก โดยพระบาลีว่า :-
ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ
ยสฺส วาปน ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ฯ
ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส มานานุสโย....
ทิฏฐานุสโย...วิจิกิจฉานุสโย...ภวราคานุสโย...อวิชฺชานุสโย อนุเสติ
ยสฺส วาปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ
ที่มีปฏิฆานุสัยเป็นมูล ๕ ยมก มีมานานุสัยเป็นมูล ๔ ยมก มีทิฏฐานุสัยเป็นมูล ๓ ยมก มีวิจิกิจฉานุสัยเป็นมูล ๒ ยมก มีภวราคานุสัยเป็นมูล ๑ ยมก ด้วยสามารถแห่งการนับแลวไม่นับอีกวาระแม้ทั้งหมดที่มีมูล ๑ จึงรวมเป็น ๒๑ ยมก ด้วยประการฉะนี้.
ปุคคลวาระอื่นอีก ๑๕ ยมก คือ ที่มีมูล ๒ (ทุกมูล) อันมาแล้วในพระบาลีอย่างนี้ว่า ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ดังนี้ มี ๕ ยมก ที่มีมูล ๓ (ติกมูล) มี ๔ ยมก,ที่มีมูล ๔ (จตุกกมูล) มี ๓ ยมก, ที่มีมูล ๕ (ปัญจกมูล) มี ๒ ยมก, ที่มีมูล ๖ (ฉักกมูล) มี ๑ ยมก. รวมในปุคคลวาระเป็น ๓๖ ยมกคือ ยมกที่มีมูล ๑ มี ๒๑ ยมก ที่มีมูล ๒ เป็นต้นอีก ๑๕ ยมก (๒๑+๑๕=๓๖) ดังนี้.
ในโอกาสวาระก็เหมือนกัน คือมี ๓๖ ในปุคคโลกาสวาระก็เหมือนกัน คือมี ๓๖ เพราะฉะนั้น อันตรวาระแม้ทั้งหมดในอนุโลมนัยจึงเป็น ๑๐๘ ยมก ในปฏิโลมนัยก็เหมือนกัน (มี ๑๐๘) ดังนั้นในมหาวาระแรก คืออนุสยวาระ จึงรวมเป็น ๒๑๖ ยมก. บัณฑิตพึงทราบคำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒ แต่ยมกนั้น เนื้อความคือคำวิสัชนาคูณด้วย ๒ จากคำปุจฉานั้น.
ก็ในอนุสยวาระนี้ฉันใด พึงทราบการนับยมกหนึ่งๆ แห่งมหาวาระทั้ง ๕ แม้เหล่านี้ สานุสยวาระ ปชหนวาระ ปริญญาวาระ ปหีนวาระและอุปปัชชนวาระว่า คำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒ แต่ละยมก เนื้อความคือคำวิสัชนาต้องคูณด้วย ๒ จากคำปุจฉานั้นฉันนั้น.
แต่ว่าในมหาวาระ ๕ นี้ มีเนื้อความที่แปลกไปจาก ๓ วาระแรก คือในโอกาสวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสคำว่า ยตฺถ ยตฺถ แต่ทรงทำเทศนาด้วยพระดำรัสว่า ยโต ยโต ดังนี้. คำที่เหลือเป็นเช่นเดียวกันนั่นแหละ.
ก็ในมหาวาระทั้งหมด วาระสุดท้าย ชื่อว่าธาตุวาระ นั้น ดำรงอยู่ ๒ อย่าง คือปุจฉาวาระและวิสัชนาวาระ
ถามว่า เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสในคำปุจฉาวาระแห่งธาตุวาระนั้นว่า เมื่อสัตว์เข้าถึงกามธาตุ แล้วเข้าถึงกามธาตุ ดังนี้ แต่ไม่ตรัสว่า เมื่อสัตว์เข้าถึงกามธาตุ จุติแล้วจากกามธาตุ ดังนี้.
ตอบว่า เมื่อว่าโดยอรรถแล้วไม่แปลกกัน เพราะคำถามแม้ทั้ง ๒ นี้ มีอรรถอย่างเดียวกันนั่นแหละ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสคำปุจฉายมกหนึ่งๆ นั่นแหละ แต่ยมกหนึ่งๆ โดยลำดับในที่สุดแห่งคำถามทั้งหมดแล้วจึงทำคำวิสัชนาไว้โดยนัยเป็นต้นว่า เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุแล้วเข้าถึงกามธาตุ อนุสัย ๗ ย่อมนอนเนื่องแก่ใครบ้าง ดังนี้.
ในบรรดาคำถามเหล่านั้น อนุโลมปุจฉามีกามธาตุเป็นมูละ ๙ คือ สุทธิกปุจฉา ๖ ยมก โดยพระบาลีว่า เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุ เข้าถึงกามธาตุ...เข้าถึงรูปธาตุ...เข้าถึงอรูปธาตุ...เข้าถึงน กามธาตุ... เข้าถึง น รูปธาตุ เข้าถึง น อรูปธาตุ ดังนี้ และมิสสกปุจฉาอีก ๓ คือ เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุแล้ว เข้าถึง น กามธาตุ น อรูปธาตุ... เข้าถึง น รูปธาตุ น อรูปธาตุ... เข้าถึง นกามธาตุ น รูปธาตุ ดังนี้.
อนุโลมปุจฉาที่มีรูปธาตุเป็นมูละก็มี ๙ ที่มีรูปธาตุเป็นมูละก็มี ๙ เหมือนกัน รวมเป็นอนุโลมปุจฉา ๒๗ ปฏิโลมปุจฉาที่มี นกามธาตุ นรูปธาตุ และนอรูปธาตุ เป็นมูละก็มี ๒๗ นั่นแหละ. รวมคำถามทั้งหมด คืออนุโลมปุจฉา ๒๗ ปฏิโลมปุจฉา ๒๗ และคำถามที่เป็นทุกมูลอีก ๒๗ ดังพระบาลีว่า น กามธาตุยา น อรูปธาตุยา น รูปธาตุยา น อรูปธาตุยา น กามธาตุยา น รูปธาตุยา ดังนี้ จึงเป็นคำปุจฉา ๑๘. บัณฑิตพึงทำการกำหนดบาลีในธาตุวาระ และพึงทราบการกำหนดบาลี ในอนุสยยมกแม้ทั้งสิ้นด้วยประการฉะนี้ก่อน.
ก็คำใดๆ ในอนุสยยมกที่มีเนื้อความอันยาก พึงทราบการวินิจฉัยกถาในที่นั้นๆ ตั้งแต่ต้น.
ถามว่า คำว่า อนุสยา ชื่อว่าอนุสัยทั้งหลาย เพราะอรรถว่าอย่างไร?
ตอบว่า ชื่อว่าอนุสัย เพราะอรรถว่านอนเนื่อง.
ถามว่า อนุสัยนั้น ชื่อว่ามีอรรถว่านอนเนื่อง อย่างไร?
ตอบว่า ชื่ออย่างนั้น เพราะอรรถว่าละไม่ได้.
จริงอยู่ กิเลสเหล่านี้ ชื่อว่าย่อมนอนเนื่องในสันดานของสัตว์ เพราะอรรถว่าไม่ได้ ฉะนั้น อาจารย์ทั้งหลายจึงเรียกกิเลสเหล่านั้นว่า อนุสัย.
คำว่า อนุเสนฺติ แปลว่า ย่อมนอนเนื่อง.
อธิบายว่า ได้เหตุอันสมควรแล้วจึงเกิดขึ้น. อนึ่ง กิเลสที่มีอาการละไม่ได้ ชื่อว่าอนุสยัฏฐะ อรรถว่านอนเนื่อง พึงมี ก็ไม่ควรจะกล่าวว่า กิเลสมีอาการละไม่ได้นี้ ย่อมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นควรจะกล่าวว่า อนุสัยทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น ดังนี้.
คำว่า อนุสยา อุปฺปชฺชนฺติ นี้ ในที่นี้เป็นคำรับรองว่า อนุสัย คือกิเลสที่มีอาการอันละไม่ได้.
ก็คำว่า อนุสโย พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสเรียกกิเลสที่มีกำลัง เพราะอรรถว่าละไม่ได้.
บัณฑิตพึงทราบว่า อนุสัยนี้เป็นจิตตสัมปยุต เป็นไปกับด้วยอารมณ์ (รู้อารมณ์ได้) เป็นสาเหตุกะเพราะอรรถว่ามีปัจจัยปรุงแต่ง และเป็นอกุศลอย่างเดียว เป็นอดีตบ้าง เป็นอนาคตบ้าง เป็นปัจจุบันบ้าง เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวว่า อนุสัยย่อมเกิดขึ้น.
ในที่นี้ พึงทราบคำวินิจฉัยกถานี้ เป็นประมาณ.
ในอภิธรรม ก่อนท่านปฏิเสธวาทะทั้งหมดไว้ในกถาวัตถุว่า อนุสัยทั้งหลายเป็นอัพยากตะ เป็นอเหตุกะ เป็นจิตตวิปปยุต ดังนี้ (โปรดดูกถาวัตถุ)
ในปฏิสัมภิทามรรค ท่านได้กล่าว กระทำคำถามไว้ว่า บุคคลย่อมละกิเลสทั้งหลายที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น คือว่า บุคคลย่อมละอนุสัยคือกิเลสที่มีกำลังได้ เพราะความที่อนุสัยเหล่านั้นเป็นปัจจุบันมีอยู่.
ในธรรมสังคหะ ท่านกล่าวไว้ในบทภาชนีแห่งโมหะว่า ความเกิดขึ้นแห่งอวิชชานุสัยร่วมกับอกุศลจิตว่า อวิชชานุสัย อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาลังคิโมหะและอกุศลมูลนี้ มีอยู่ในสมัยใด โมหะก็มีอยู่ในสมัยนั้น ดังนี้.
ในอนุสยยมกนี้นั่นแหละ ท่านกล่าวไว้ในอุปปัชชนวาระแห่งมหาวาระ ๗ วาระใดวาระหนึ่งว่า กามราคานุสัย กำลังเกิดแก่บุคคลใดปฏิฆานุสัยก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม เป็นต้น เพราะฉะนั้น คำใดที่ท่านอธิบายว่า คำว่า นอนเนื่อง คือได้เหตุอันสมควรแล้วจึงเกิดขึ้นนี้คำนั้นพึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้ดีแล้วด้วยสามารถแห่งแบบแผนนี้เป็นประมาณ.
แม้คำที่กล่าวว่า อนุสัยเป็นจิตตสัมปยุต เป็นไปกับด้วยอารมณ์ (คือรู้อารมณ์ได้) แม้คำนั้นท่านก็กล่าวดีแล้วนั่นแหละ ดังนั้นพึงถึงความตกลงในที่นี้ว่า ชื่อว่าอนุสัย นั้นเป็นธรรมสำเร็จแล้ว เป็นจิตตสัมปยุตและเป็นอกุศล ด้วยประการฉะนี้. และพึงทราบวิเคราะห์ในคำทั้งหลายซึ่งมีคำว่า กามราคานุสโย เป็นต้นว่า กามราคะนั้นด้วย เป็นอนุสัยเพราะอรรถว่าละไม่ได้ด้วย ฉะนั้นจึงชื่อว่ากามราคานุสัย.
แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้แหละ.
บัดนี้ เพื่อประกาศอุปปัตติฏฐานวาระ คือวาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัย แห่งอนุสัยเหล่านั้น ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ เป็นต้น.
คำว่า ตตฺถ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ได้แก่ กามราคานุสัยเกิดในเวทนาทั้ง ๒ คือสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนาในกามาวจรภูมิ.
____________________________
คำว่า กามาวจรภูมิและกามธาตุ มีอรรถอย่างเดียวกัน
คำว่า เอตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ได้แก่ กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ เหล่านี้. อธิบายว่า กามราคานุสัยนี้ย่อมนอนเนื่องด้วยอาการ ๒ อย่าง คือด้วยสามารถแห่งการเกิดร่วมและด้วยสามารถแห่งอารมณ์ในสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนาแห่งอกุศลทั้งหลาย.
ก็อนุสัยนั้นเป็นธรรมเกิดพร้อมกับสุขเวทนาและอุเบกขา เวทนาแห่งอกุศลบ้าง ย่อมทำเวทนาทั้ง ๒ ให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้นบ้าง และทำเวทนาในกามาวจรกุศล วิบาก กิริยาที่เหลือให้เป็นอารมณ์อย่างนั้นแหละเกิดขึ้นบ้าง.
อนึ่ง อนุสัยนั้น เมื่อนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุ ย่อมนอนเนื่องแม้ในสัญญา สังขารและวิญญาณที่สัมปยุตด้วยเวทนาทั้ง ๒ นั้น. แต่ว่า อนุสัยที่นอนเนื่องอยู่ในเวทนาทั้งสอง ไม่อาจเพื่อจะเกิดร่วมกับสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้น หรือว่าไม่กระทำสัญญาเป็นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นแล้วเกิดขึ้น.
ก็ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นมีอยู่ เวทนาทั้งสองจึงเป็นประธานในสัมปยุตธรรมที่เหลือเพราะความเกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัยเพราะอรรถว่าชอบใจโดยความเป็นสุขที่มีความยินดีและความสงบ ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้งสองเหล่านี้ เป็นต้น.
จริงอยู่ สุขเวทนาในเวไนยสัตว์ที่จะรู้ธรรม เพื่อความรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งสภาวะที่โอฬาร คืออย่างหยาบ.
อนึ่ง กามราคานุสัยนี้ เมื่อนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งอารมณ์ ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้งสอง และในธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนาทั้งสอง เพียงเท่านั้นก็หาไม่ย่อมนอนเนื่องแม้ในรูปเป็นต้นที่ปรารถนาด้วยทีเดียว แม้คำนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสไว้ในวิภังคปกรณ์ว่า รูปอันใด เป็นที่รัก (ปิยรูปํ) เป็นที่ชอบใจ (สาตรูปํ) มีอยู่ในโลกกามราคานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องในปิยรูปและสาตรูปนี้ ดังนี้ มิใช่หรือ แม้ในคัมภีร์ยมกนี้ ก็ตรัสไว้ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระว่า กามราคานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในภูมิใด ทิฏฐานุสัย ก็ย่อมไม่นอนเนื่องในภูมินั้น ใช่ไหม ดังนี้.
ก็กามราคานุสัยนั้น ย่อมไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุเหล่านี้ แต่ทิฏฐานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ในที่เป็นที่ไม่เนื่องกับกามราคานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง.
จริงอยู่ ในข้อนี้ กามราคานุสัย เว้นทุกขเวทนาพร้อมทั้งสัมปยุตตธรรม เว้นรูปารูปาจรธรรมที่เป็นไปในภูมิ และเว้นโลกุตธรรม ๙ เพราะได้ตรัสไว้ว่า กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา และในรูปธาตุเป็นต้น จึงเป็นอันว่า ย่อมนอนเนื่องในรูป เสียง กลิ่น รสและโผฏฐัพพะที่เหลือ.
ถามว่า เพราะเหตุไร จึงไม่ตรัสถ้อยคำนั้นในปกรณ์นี้?
ตอบว่า เพราะความที่สภาวะเหล่านั้นเป็นของละเอียด.
จริงอยู่ พระองค์ไม่ตรัสว่า กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในรูปเหล่านี้ เป็นต้น เพราะความที่เวทนาทั้งสองเท่านั้นเป็นประธานคือเป็นอารมณ์ชัด และเพราะความที่รูปเหล่านี้เป็นอารมณ์ละเอียด คือปรากฏไม่มาก โดยนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง แต่ว่าเมื่อว่าโดยอรรถแล้ว ย่อมเป็นได้ ฉะนั้น พึงทราบว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแม้ในรูปทั้งหลายเหล่านั้นนั่นแหละด้วย.
จริงอยู่ พระศาสดาย่อมไม่ตรัสถึงธรรมทั้งปวงในที่ทั้งปวง เว้นแต่ธรรมใดย่อมหยั่งเห็นได้ด้วยอำนาจแห่งสัตว์ที่พระองค์ทรงแนะนำเพื่อให้รู้ธรรมก็ย่อมตรัสธรรมนั้นทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ตรัสในที่บางแห่ง. จริงอย่างนั้นแหละ คำใดที่พระองค์ตรัสปุจฉาว่า ทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่ไหน ดังนี้ ย่อมได้คำวิสัชนาอย่างนี้ว่าทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวง ดังนี้ ธรรมทั้งหมดนั้นพระองค์ตรัสไว้แล้ว.
ในที่อื่นอีก คำใดย่อมได้คำวิสัชนาอย่างนี้ว่า วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุนี้และวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุและวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนานี้ ดังนี้พระองค์มิได้ตรัสคำนั้นทั้งหมด ตรัสเพียงเวทนา ๓ กับรูปธาตุ อรูปธาตุเท่านั้น.
ก็อรูปธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนา และรูปทั้งหมด มิได้ตรัสไว้. มิได้ตรัสไว้แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้นทิฏฐานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นนั่นแหละ. ข้อนี้ฉันใดในที่นี้มิได้ตรัสอิฏฐารมณ์มีรูปเป็นต้นไว้ ถึงอย่างนั้น กามราคานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องในรูปที่เป็นอิฏฐารมณ์ ฉันนั้นนั่นแหละ. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้ก่อน.
บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยโดยพระบาลีว่า ทุกฺขาย เวทนาย เป็นต้นว่า ได้แก่เวทนาทั้ง ๓ คือ โทมนัสสเวทนา ๒ และทุกขเวทนาที่สัมปยุตด้วยกายวิญญาณ ๑ นี้ ชื่อว่าอนุสยนัฏฐาน คือที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัย. ก็ปฏิฆานุสัยนั้นย่อมนอนเนื่องในโทมนัสสเวทนา ด้วยอาการ ๒ อย่าง คือด้วยสามารถแห่งการเกิดขึ้นพร้อมกัน และด้วยสามารถแห่งอารมณ์ด้วย และย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนาที่เหลือด้วยสามารถแห่งอารมณ์.
ก็ปฏิฆานุสัยนั้น เมื่อนอนเนื่องในเวทนาเหล่านั้น ย่อมนอนเนื่องแม้ในสัญญา สังขารและวิญญาณเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนาเหล่านั้น.
จริงอยู่ ปฏิฆานุสัยนี้เกิดร่วมกับเวทนาใด ก็เป็นสภาพเกิดร่วมกับธรรมทั้งหลาย แม้มีสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นนั่นแหละ หรือว่า ย่อมกระทำเวทนาใดให้เป็นอารมณ์ ก็ย่อมทำแม้ธรรมทั้งหลายมีสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นเหมือนกัน.
ก็ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นแม้มีอยู่ ทุกขเวทนาเทียวจึงเป็นใหญ่ในสัมปยุตธรรมที่เหลือ เพราะความเกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยโดยอรรถว่าไม่ชอบใจ และเพราะความที่ตนเสวยทุกข์ในธรรมที่ไม่ชอบใจ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสคำนี้ว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนานี้ ดังนี้.
จริงอยู่ ความสุขคือสุขเวทนา ในเผ่าพันธุ์แห่งสัตว์ที่พระองค์ทรงแนะนำในการรู้ธรรม เพื่อความรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งสภาวะที่เป็นโอฬาร มีอยู่.
อนึ่ง ปฏิฆานุสัย เมื่อนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งอารมณ์ ย่อมไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา และสัมปยุตตธรรมแห่งเวทนาเท่านั้นย่อมนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น ที่ไม่น่าปรารถนาด้วย. ดังคำที่ตรัสไว้ในคัมภีร์วิภังคปกรณ์ว่ารูปอันใดอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจมีอยู่ในโลก ปฏิฆานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องในรูปที่ไม่น่ารัก ไม่น่าชอบใจนี้ ดังนี้ มิใช่หรือ.
แม้ในปกรณ์แห่งยมกนี้ ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระก็ตรัสไว้ว่า ปฏิฆานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในเวทนาทั้งสองในกามธาตุนี้ แต่กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ในรูปธาตุ อรูปธาตุที่ไม่เนื่องกันนี้ ปฏิฆานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิบายไว้ว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่เหลือมีรูปเป็นต้น โดยเว้นเวทนา ๒ คือสุข อุเบกขา พร้อมทั้งสัมปยุตตธรรม เว้นรูปาวจรธรรมที่เป็นไปในภูมิ และเว้นโลกุตตรธรรม ๙ เพราะความที่เทศนานั้น พระองค์ตรัสว่า ปฏิฆานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในกามาวจรเวทนาทั้ง ๒ และในรูปธาตุเป็นต้น ดังนี้.
ถามว่า เพราะเหตุไร จึงไม่ตรัสไว้?
ตอบว่า เพราะเป็นสภาวะละเอียด.
จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่ธรรมเหล่านี้ เพราะความที่ทุกขเวทนาเป็นใหญ่โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละและในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น เพราะความเป็นธรรมละเอียด ดังนี้ แต่เมื่อว่าโดยอรรถแล้วย่อมเป็นได้เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้นเหล่านี้นั่นแหละ ดังนี้.
ถามว่า เวทนาทั้งสองนอกนี้ เป็นอิฏฐารมณ์ของปฏิฆะ หรือไม่?
ตอบว่า เวทนาทั้งสองนอกนี้ ไม่เป็นอารมณ์ของปฏิฆะ ก็หาไม่.
จริงอยู่ โทมนัสของผู้มีฌานเสื่อมแล้ว ย่อมเกิดเพราะปรารภเวทนาเหล่านั้นอันเป็นไปกับด้วยสัมปยุตตธรรม ด้วยสามารถแห่งความเดือนร้อนคือโทมนัส ย่อมเกิดเพราะตามระลึกถึงความเสื่อมของผู้ได้อิฏฐารมณ์บ้าง ย่อมเกิดเพราะตามระลึกถึงสิ่งที่ไม่ได้ของผู้ไม่ได้อิฏฐารมณ์บ้างก็ข้อนี้เป็นเพียงโทมนัสเท่านั้น ไม่เป็นปฏิฆานุสัย เพราะปฏิฆานุสัยนั้นเป็นกิเลสที่มีกำลังเกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งการกระทบในอนิฏฐารมณ์ ฉะนั้นปฏิฆะแม้เกิดร่วมกับโทมนัสในที่นี้ ย่อมไม่เป็นปฏิฆานุสัย เพราะไม่ทำปฏิฆกิจของตน ย่อมถึงความเป็นอัพโพหาริก คือถึงการกล่าวอ้างไม่ได้.
พยาบาทแม้เกิดร่วมกับเจตนาในปาณาติบาต ย่อมไม่ชื่อว่าเป็นมโนกรรม ฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้น ไม่เป็นปฏิฆานุสัย คือว่าย่อมถึงการกล่าวอ้างไม่ได้สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า บุคคลย่อมละปฏิฆะ คือโทมนัสเห็นปานนี้ โดยหมายเอาโทมนัสอันอาศัยเนกขัมมะอันเป็นอิฏฐารมณ์บางอย่างโดยสภาวะนั้นปฏิฆานุสัย ก็ย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้น ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็ที่เป็นที่นอนเนื่องแห่งมานานุสัย โดยพระบาลีว่า กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เป็นต้นมี ๓ คือกามาวจรเวทนา ๒ รูปธาตุและอรูปธาตุ ๑. บัณฑิตพึงทราบความนอนเนื่องแห่งมานานุสัยอันเป็นสหชาตะเหมือนกามราคานุสัยในอกุศลเวทนาทั้งหลาย. ก็มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในกามาวจรแม้ทั้งหมด พร้อมทั้งสัมปยุตตธรรมในสุขทุกข์ อทุกขมสุขเวทนาทั้งหลาย และในรูปธาตุทั้งหลาย ด้วยสามารถแห่งอารมณ์. ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระ มานานุสัยนี้ เว้นทุกขเวทนา และโลกุตตรธรรม ๙ ย่อมนอนเนื่องในรูปและอรูปธาตุที่เหลือเท่านั้นเพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่อง มานานุสัยก็ย่อมไม่นอนเนื่องในธรรมที่เนื่องด้วยทุกขเวทนานี้ ดังนี้. พึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งมานานุสัยดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในโลกุตตธรรมอย่างเดียวเท่านั้น แท้จริงยังนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งปวงทีเดียวที่เป็นไปกับภูมิ ๓ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวง ดังนี้.
ก็ในบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพสกฺกายปริยาปนฺเนสุ ได้แก่ ในธรรมทั้งปวงที่นับเนื่องด้วยสักกายะ เพราะอรรถว่าอาศัยสังสารวัฏ ดังนี้. ในข้อนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยเหล่านี้ ย่อมนอนเนื่องในจิตตุปบาท ๕ ดวงคือโลภสัมปยุตตจิต ๔ วิจิกิจฉาสัมปยุตตจิต ๑ ด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องที่เป็นสหชาตะ.
ก็หรือว่า ธรรมทั้ง ๒ นั้น ย่อมนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องในอารมณ์ในปวัตติกาล เพราะปรารภจิตตุปบาท ๕ เหล่านี้ หรือธรรมอื่นอันเป็นไปกับภูมิ ๓ ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็ภวราคานุสัย บัณฑิตพึงกล่าวว่า ย่อมนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ เพราะความเกิดขึ้นในทิฏฐิวิปปยุตตจิต ๔ ดวงแม้ก็จริงถึงอย่างนั้น ภวราคานุสัยนั้น เมื่อเกิดกับเวทนาทั้งปวงในกามธาตุ ย่อมได้เฉพาะในรูปาวจร อรูปาวจรเท่านั้น และย่อมไม่ทำธรรมแม้อันหนึ่งซึ่งเนื่องด้วยกามธาตุให้เป็นอารมณ์เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุนี้ โดยกำหนดไว้ด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องในอารมณ์ ดังนี้.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าราคะนี้ มี ๒ ด้วยสามารถแห่งกามราคะและภวราคะ.
ใน ๒ อย่างนั้น กามราคะ ท่านกล่าวว่า ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ แห่งกามธาตุ ดังนี้.
ก็ถ้าว่า แม้ภวราคะพึงเป็นดุจกามราคะอย่างนี้ไซร้ การแสดงภวราคะกับด้วยกามราคะก็พึงเป็นเหมือนการคาบเกี่ยวกัน เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงแยกกิเลสมีราคะเป็นต้นไว้ เพื่อต้องการแสดงความแตกต่างกันของกามราคะกับภวราคะแล้ว จึงทรงแสดงเทศนาอย่างนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งภวราคานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
ก็อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ทั้งหมด. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวงไว้ในที่นี้ ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบความที่อวิชชานุสัยเป็นธรรมนอนเนื่องอันเป็นสหชาติในจิตตุปบาท ๑๒ ดวง. ก็เมื่อว่าด้วยสามารถแห่งการกระทำอารมณ์แล้วอวิชชานุสัยไม่ปรารภธรรมอะไรๆ อันเป็นไปในภูมิ ๓ แล้วเป็นไปหามีไม่. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอวิชชานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.
นี้เป็นวินิจฉัยกถาในปริจเฉทวาระ ปริจฉินนุทเทสวาระ อุปปัตติฏฐานวาระก่อน.
มหาวาระ ๗
ก็ในอนุสยวาระที่หนึ่งแห่งมหาวาระ ๗ คำใดที่กล่าวไว้ว่า กามราคานุสัยกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้ ตอบรับคำว่า อามนฺตา แปลว่า ใช่ ดังนี้. คำนั้น ย่อมปรากฏราวกะว่าให้คำตอบที่ไม่ดี.
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะกามราคะและปฏิฆะไม่เกิดในขณะเดียวกัน เหมือนอย่างว่ามนาตนะ ธัมมายตนะ กายสังขาร วจีสังขาร ย่อมเกิดขึ้นในขณะเดียวกันในคำว่า มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด ธัมมายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้.
ท่านตอบรับว่า ใช่ (อามนฺตา) ในขณะแห่งการเกิดขึ้นแห่งอัสสาสะปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้นวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นก็กำลังเกิดขึ้น เป็นต้นฉันใด กามราคะและปฏิฆะ ย่อมเกิดฉันนั้นหามิได้. เพราะกามราคะย่อมเกิดในโลภสหคตจิตตุปบาท ๘ ดวง ส่วนปฏิฆะย่อมเกิดในโทมนัสสหคตจิตตุปบาท ๒ ดวง ด้วยประการฉะนี้ความเกิดขึ้นในขณะเดียวกันของธรรมเหล่านั้น (กามราคะ ปฏิฆะ) จึงไม่มี เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทำคำปฏิเสธในที่นี้ว่า โน ดังนี้. ก็ในที่นี้ ท่านไม่ถือเอาโวหารอันกำลังเป็นไป ด้วยสามารถแห่งปัจจุบันขณะราวกะในยมกทั้งหลายในหนหลังเพราะเนื้อความนั้นไม่ปฏิเสธ ก็ต้องตอบรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้ จึงควรถือเอาโดยประการอื่นๆ.
ถามว่า ควรถือเอาด้วยอาการอย่างไร?
ตอบว่า ด้วยสามารถแห่งกิเลสที่ละไม่ได้.
จริงอยู่ โวหารที่กำลังเป็นไปว่า อนุเสติ นี้ ท่านกล่าวหมายเอากิเลสที่ยังละไม่ได้ มิได้หมายเอาความเป็นปัจจุบันขณะเพราะท่านกล่าวหมายเอากิเลสที่เป็นสภาวะที่ละไม่ได้ ฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความอย่างนี้ว่า กามราคานุสัยอันบุคคลใดยังละไม่ได้แม้ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ จึงเป็นสภาวะให้ถึงความเป็นธรรมนอนเนื่อง ในคำปุจฉาว่า กามราคานุสัยกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้.
อนึ่ง ในอนุสัยเหล่านั้น อนุสัยหนึ่งอันบุคคลใดยังมิได้ละ อนุสัยนอกนี้ของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้นั่นแหละ ฉะนั้น จึงกล่าวว่า อามนฺตา ดังนี้.
ผิว่า คำใดท่านรับรองว่า อามนฺตา ในอุปปัชชนวาระข้างหน้า เพราะคำถามอย่างนี้ว่า กามราคานุสัยกำลังเกิดแก่บุคคลใดปฏิฆานุสัยก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้. ในข้อนี้พึงถือเอาเนื้อความอย่างไร แม้ในข้อนั้น ท่านก็ถือเอาด้วยสามารถแห่งการที่กิเลสนั้นยังละไม่ได้ก็หรือ ครั้นเมื่อปัจจัยคือการเกิดขึ้นมีอยู่ ก็พึงถือเอาด้วยสามารถแห่งการไม่ปฏิเสธความเกิด.
เหมือนอย่างว่า ช่างเขียนเป็นต้น เริ่มจิตกรรมมีการวาดเขียนเป็นต้น เมื่อการงานยังไม่เสร็จ ถูกมิตรสหายเป็นต้นถามว่า ท่านทำอะไรในวันเหล่านี้ที่เราเห็นแล้วๆแม้ในขณะที่ยังไม่ทำการงานเหล่านั้น ก็ย่อมกล่าวว่า เรากำลังทำจิตกรรม กำลังทำกัฏฐกรรม แม้ขณะนั้นไม่ได้ทำจิตกรรมเป็นต้นก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ชื่อว่ากำลังทำอยู่นั่นแหละ เพราะอาศัยขณะที่ทำแล้ว และขณะที่ควรจะทำต่อไป ฉันใด อนุสัยทั้งหลายในสันดานใดที่ยังละไม่ได้ ก็ฉันนั้นนั่นแหละ.
ก็หรือว่า เมื่อปัจจัยให้เกิดอนุสัยเหล่านั้นมีอยู่ในสันดานใด การเกิดขึ้นแห่งอนุสัยเหล่านั้นอันธรรมดามิได้ห้ามไว้ในข้อนั้นบัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งอนุสัย แม้ในขณะที่ยังไม่เกิดขึ้น อย่างนี้ว่า กามราคานุสัยกำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลใด เพราะอาศัยกาลที่เคยเกิดแล้วด้วยและจะเกิดขึ้นในกาลอื่นด้วย ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้น ก็ชื่อว่ากำลังเกิดขึ้นนั่นแหละ ดังนี้ ในการวิสัชนาแม้อื่นจากนี้ก็ดี ที่มีรูปอย่างนี้ก็ดี ก็นัยนี้แหละ.
คำว่า โน จ ตสฺส นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เพราะความที่กามราคถและพยาบาทเป็นสภาวะ อันพระอนาคามีละได้แล้วโดยไม่เหลือ.
คำว่า ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ ปุถุชน พระโสดาบันและพระสกทาคามี.
คำว่า ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ พระโสดาบันและพระสกทาคามี. ในฐานะทั้งหลายที่มีรูปอย่างนี้แม้ข้างหน้า ก็นัยนี้แหละ.
ในคำถามที่หนึ่งและที่สองแห่งโอกาสวาระ ท่านทำการปฏิเสธว่า โน ดังนี้ เพราะกามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนา ๒ แห่งกามธาตุ ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนา ฉะนั้น จึงปฏิเสธว่า โน.
ในคำถามที่ ๓ ท่านกล่าวรับรองว่า อามนฺตา เพราะการนอนเนื่องแม้แห่งธรรมทั้งสองในเวทนาทั้งสองแห่งกามธาตุฐานะคือที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งมานานุสัยในรูปธาตุ อรูปธาตุกับด้วยกามราคานุสัยนั้นเป็นที่ที่ไม่ทั่วไป เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่าอนึ่ง กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในรูปธาตุนั้น ดังนี้.
โดยนัยนี้ บัณฑิตพึงตรวจดูวาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยทั้งปวง แล้วจะพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยทั้งปวง แล้วจะพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นอันเป็นสาธารณะและอสาธารณะ.
ในคำถามที่มีมูล ๒ เพราะกามราคานุสัย ย่อมไม่เกิดในที่เดียวกัน และย่อมไม่ทำธรรมหนึ่งให้เป็นอารมณ์ ฉะนั้นจึงทำปฏิเสธว่า นตฺถิ ดังนี้. ก็ในที่นี้พึงทราบว่า อนุสัยทั้ง ๒ เหล่านี้ พึงนอนเนื่องในที่ใด ที่นั้นย่อมไม่เป็นที่ๆ เดียวกันเพราะฉะนั้น คำถามนี้ว่า มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นั้น ดังนี้ ชื่อว่าย่อมไม่เป็นคำปุจฉาเลย. ในอนุสัยแม้อื่นๆ ที่มีรูปอย่างนี้ ก็นัยนี้แหละ.
คำว่า จตุนฺนํ ในปุคคโลกาสวาระ ได้แก่ บุคคล ๔ จำพวก คือปุถุชน พระโสดาบัน พระสกทาคามีและพระอนาคามี.
ในปฏิโลมนัย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาเนื้อความนี้แล้ว จึงตรัสถามว่า กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องแก่บุคคลใด เป็นต้น. ทรงถือเอาพระอนาคามีและพระอรหันต์ จึงตรัสถามว่า กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องแก่บุคคลทั้งสองในภูมิทั้งปวง ดังนี้. บัณฑิตพึงถือเอากามาวจรธรรมแม้ทั้งหมดอันสัมปยุตด้วยเวทนา ในพระบาลีว่า กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ดังนี้บ้าง และถือเอาวัตถุและอารมณ์แห่งธรรมเหล่านั้นบ้าง. อนุสยาวารกถา จบ.
สานุสยวารกถา
ก็ในสานุสยวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า โย กามราคานุสเยน สานุสโย นี้ อธิบายว่าเปรียบเหมือนบุคคลผู้มีอาพาธด้วยโรคอย่างใดอย่างหนึ่งมิโรคชราอันแน่นอนเป็นต้นตราบใดโรคทั้งหลายยังไม่พ้นไปจากบุคคลนั้น ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้มีโรค แม้ในขณะแห่งโรคนั้นยังไม่เกิด ฉันใดข้อนี้ก็ฉันนั้น อนุสัยทั้งหลายแห่งสัตว์ผู้มีปกติไปตามวัฏฏะ ผู้มีกิเลสยังไม่ถึงการถอนขึ้นด้วยอริยมรรคเพียงใดแม้ในขณะที่อนุสัยทั้งหลายยังไม่เกิดขึ้น เขาก็ชื่อว่าเป็นผู้เป็นไปกับด้วยอนุสัย คือมีอนุสัยนั่นแหละเพราะอาศัยความที่สัตว์เป็นผู้มีอนุสัยเห็นปานนี้ จึงรับรองด้วยคำว่า อามนฺตา ดังนี้.
คำที่เหลือในที่นี้เช่นกับอนุสยวาระนั่นแหละ.
ก็ในโอกาสวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ มานานุสเยน สานุสโยอธิบายว่า ในธาตุทั้งหลายเหล่านั้น ความที่บุคคลเป็นไปกับด้วยอนุสัย คือมีอนุสัย พึงปรากฏ แต่ที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยไม่พึงปรากฏก็เพื่อแสดงที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยนั้น พระองค์จึงเริ่มวาระนี้ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า มานานุสเยน สานุสโย เป็นต้นจากวาระนั้น ฯ ก็เมื่อเป็นอย่างนั้น จึงตรัสว่า บุคคลผู้เป็นไปกับด้วยมานานุสัย คือมีมานานุสัย เกิดขึ้นแต่ธาตุทั้งสองนั้น ดังนี้. ก็เมื่อพระองค์ไม่ตรัสอรรถแห่งปัญหาแรก ย่อมจะไม่ปรากฏ ฉะนั้น จึงไม่ตรัสอรรถปัญหาแรก พึงทราบเนื้อความแห่งปัญหานี้ อย่างนี้.
คำว่า ยโต กามราคานุสเยน ได้แก่ กามราคานุสัยเกิดขึ้นแล้วแต่ที่ใด.
คำว่า สานุสโย ได้แก่ บุคคลชื่อว่าผู้เป็นไปกับด้วยอนุสัย คือมีอนุสัย แม้ด้วยปฏิฆานุสัยก็เกิดขึ้นแต่ที่นั้น ดังนี้. แต่เพราะอนุสัยทั้งสอง คือกามราคะ ปฏิฆะ นั้นไม่เกิดแต่ที่เดียวกัน ฉะนั้น จึงปฏิเสธว่า โน ดังนี้.
คำว่า อรหา สพฺพตฺถ นี้ ท่านทำสัตตมีวิภัตติ ในที่แสดงอรรถโดยสิ้นเชิง ด้วยสามารถแห่งอรรถนี้ว่า พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอนุสัยอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในธรรมทั้งปวง ดังนี้.
พึงทราบวินิจฉัยอรรถในคำทั้งปวงโดยอุบายนี้. สานุสยวารกถา จบ.
ปชหนวารกถา
ในปชหนวาระ บทว่า ปชหติ ได้แก่ ย่อมละอนุสัยด้วยมรรคนั้น คือว่า ย่อมทำให้ถึงความเป็นธรรมชาติที่ไม่เกิดขึ้นต่อไป ด้วยอำนาจแห่งปหานปริญญา.
คำว่า อามนฺตา เป็นคำรับรอง โดยหมายเอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรค.
คำว่า ตเทกฏฐํ ปชหติ นี้ ตรัสหมายเอาความที่บุคคลนั้นเป็นผู้ตั้งอยู่ในปริญญาอันเลิศ คือปหานะ.
คำว่า โน นี้ ปฏิเสธหมายเอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค.
คำว่า ยโต กามราคานุสยํ ปชหติ ได้แก่ ย่อมละกามราคานุสัยซึ่งเกิดขึ้นแต่ที่ใด.
คำว่า อฏฺฐมโก ได้แก่ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค โดยนับตั้งแต่พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตผล เป็นที่หนึ่ง พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรคนั้น จึงชื่อว่าเป็นพระอริยบุคคลที่ ๘.
จริงอยู่ พระอรหันต์เป็นพระอริยบุคคลที่หนึ่ง เพราะความที่ท่านเป็นพระทักขิไณยบุคคลผู้เลิศ โดยการนับตามลำดับพระทักขิไณยบุคคล. พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรคเป็นที่ ๒ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิผลเป็นที่ ๓ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรคเป็นที่ ๔ ฯลฯ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตตมรรคเป็นที่ ๘. พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตตมรรคนั้น ตรัสว่าเป็นบุคคลที่ ๘.
อีกอย่างหนึ่ง คำว่า อฏฺฐมโก นี้ เป็นนามสัญญาของท่าน.
คำว่า อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ได้แก่ พระเสขะและอเสขะทั้งหลายกับด้วยปุถุชน.
จริงอยู่ ในบุคคลเหล่านั้น ปุถุชนย่อมละกามราคานุสัยไม่ได้ เพราะความที่ปุถุชนนั้นไม่มีปหานปริญญา. อธิบายว่า เว้นบุคคลที่เหลือ คือผู้ถึงพร้อมด้วยมรรคทั้ง ๒ ได้แก่โสดาปัตติมรรค อนาคามิมรรค เพราะความที่อนุสัยเหล่านั้นท่านละได้แล้ว.
พึงทราบวินิจฉัยในบททั้งปวง โดยนัยนี้. ปชหนวารกถา จบ.
ปริญญาวารกถา
ในปริญญาวาระ คำว่า ปริชานาติ ได้แก่ ย่อมรู้แจ้งปริญญาทั้ง ๓ คำที่เหลือในที่นี้ มีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง. จริงอยู่ แม้วาระนี้ พระองค์ก็ทรงวิสัชนาด้วยอำนาจแห่งพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรคเท่านั้น ราวกะปชหนวาระ. ปริญญาวารกถา จบ.
ปหีนวารกถา
พระองค์ทรงเริ่มเทศนาในปหีนวาระไว้ ด้วยอำนาจแห่งพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในผล เพราะว่า อนุสัยเหล่านี้แม้ทั้งสองอันพระอนาคามีละได้แล้ว ฉะนั้น จึงรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้.
ในโอกาสวาระ ท่านกล่าว เพราะคำถามว่า กามราคานุสัยที่ละได้แล้วในภูมิใด ปฏิฆานุสัยก็ละได้แล้วในภูมินั้น ใช่ไหม ดังนี้ ไม่สมควรจะกล่าวคำว่า ละได้แล้ว หรือว่า ละไม่ได้แล้ว ดังนี้
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะความที่ภูมินั้นเป็นที่เกิดขึ้นอันไม่ทั่วไป.
จริงอยู่ ที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัยก็เป็นอย่างหนึ่ง ของปฏิฆานุสัยก็เป็นอย่างหนึ่ง. คือว่า อนุสัยของมรรคบุคคลผู้ไม่เจริญแล้ว ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ครั้นท่านเจริญมรรคให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ชื่อว่าละได้แล้วในที่นั้นนั่นแหละ. ก็ในบรรดาอนุสัยทั้งสองนั้น ปฏิฆานุสัยย่อมไม่เกิดขึ้นในที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย แม้กามราคานุสัยก็ไม่เกิดขึ้นในที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยฉะนั้น จึงไม่ควรกล่าวว่า อนุสัยนั้น ท่านละได้แล้ว หรือว่าละยังไม่ได้ในที่ (ภูมิ) นั้น เพราะว่า กามราคานุสัยนั้น ท่านละได้แล้วในที่เป็นที่เกิดของตนจึงไม่ควรกล่าวว่า อนุสัยนั้น ท่านละได้แล้วในที่นั้น เพราะความที่ท่านละยังไม่ได้. ที่ใด เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย ไม่ควรกล่าวว่าท่านละไม่ได้แล้วในที่นั้น เพราะความที่กามราคานุสัยนั้นไม่ได้อยู่ในที่นั้น.
ก็ในคำนี้ว่า ยตฺถ กามราคานุสโย ปหีโน ตตฺถ มานานุสโย ปหีโน นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าหมายเอาที่เป็นที่สาธารณะ จึงตรัสว่า อามนฺตา. เพราะว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุ มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ เหล่านั้นด้วย ในรูปธาตุและอรูปธาตุทั้งหลายด้วยแต่มานานุสัยนั้น เว้นที่เป็นที่อสาธารณะ ในที่เป็นที่สาธารณะ ย่อมชื่อว่า ท่านละได้แล้วกับทั้งกามราคานุสัย ฉะนั้น จึงรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้.
บัณฑิตพึงทราบความเป็นผู้ละได้แล้ว และคำอันไม่พึงกล่าวในโอกาสวาระแม้ทั้งปวงโดยนัยนี้.
ก็คำว่า นตฺถิ ในอนาคตสถานทั้งหลาย บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยเช่นกับคำที่กล่าวแล้วในหนหลัง. ปุคคโลกาสวาระมีคติอย่างโอกาสวาระนั่นแหละ. ในปฏิโลมนัย คำว่า ยสฺส กามราคานุสโย อปฺปหีโน นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามด้วยอำนาจแห่งความเป็นปุถุชน พระโสดาบันและพระสกทาคามี.
จริงอยู่ อนุสัยทั้ง ๒ เหล่านี้ บุคคล ๖ จำพวก ตั้งแต่ปุถุชนจนถึงพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรค ละยังไม่ได้ แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้นในที่นี้ ประสงค์เอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรค เพราะพระบาลีว่า ปรโต ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ เป็นต้นเพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า อามนฺตา โดยหมายเอาปุถุชน พระโสดาบันและพระสกทาคามีเท่านั้น.
คำว่า ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ พระโสดาบันและพระสกทาคามี. พึงทราบวินิจฉัยในปุคคลวาระโดยนัยนี้. ก็โอกาสวาระและปุคคลโลกาสวาระ พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ. ปหีนวารกถา จบ. ในอุปปัชชนวาระ เช่นกับอนุสัยวาระนั่นแหละ.
ธาตุวารกถา
บัณฑิตพึงทราบธาตุวาระก่อนว่า กติ อนุสยา อนุเสนฺติ ได้แก่ อนุสัยเท่าไร ที่เป็นสภาพไปตามสันดานแล้วอาศัยอยู่.
คำว่า กติ อนุสยา นานุเสนฺติ อนุสัยเท่าไรไม่ไปตามสันดานแล้วอาศัยอยู่.
คำว่า กติ อนุสยา ภงฺคา ความว่า บัณฑิตพึงจำแนกอย่างนี้ว่า อนุสัยเท่าไรย่อมนอนเนื่อง อนุสัยเท่าไรย่อมไม่นอนเนื่อง ดังนี้. คำที่เหลือในที่นี้คำใดที่ควรกล่าว คำนั้นท่านก็กล่าวแล้วในที่เป็นที่กำหนดพระบาลีในหนหลังนั่นแหละ. แต่ในนิเทสวาระ ท่านกล่าวไว้ด้วยสามารถแห่งปุถุชนว่า อนุสัย ๗ ย่อมนอนเนื่องแก่ใครดังนี้.
คำว่า กสฺสจิ ปญฺจ นี้ ท่านกล่าวไว้ด้วยสามารถแห่งพระโสดาบันและพระสกทาคามี.
จริงอยู่ ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย อันท่านเหล่านั้นละได้แล้ว เพราะเหตุนั้น อนุสัยทั้ง ๕ เท่านั้น จึงนอนเนื่อง ดังนี้.
บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในข้อนั้นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาเนื้อความในบทว่า อุปฺปชฺชนฺติ แห่งบทว่า อนุเสนฺติ ในอนุสยวาระฉันใด ในธาตุวาระนี้ พึงทราบว่าไม่พึงถือเอาฉันนั้น.
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะความที่อนุสัยนั้นไม่เกิดขึ้นในขณะนั้น.
จริงอยู่ เมื่อบุคคลกำลังเข้าถึงกามธาตุ วิบากจิตและรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานย่อมเกิด แต่อกุศลจิตย่อมไม่เกิดในขณะนั้น. ก็อนุสัยทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้นในขณะแห่งอกุศลจิต ย่อมไม่เกิดขึ้นในขณะแห่งวิบากจิต เพราะเหตุนั้น เพราะความไม่เกิดในขณะดังกล่าวแล้วนั้นจึงไม่ควรถือเอา.
ถามว่า พึงถือเอาอย่างไร?
ตอบว่า ย่อมหยั่งเห็นได้โดยประการใด ก็พึงถือเอาโดยประการนั้น.
ถามว่า ย่อมหยั่งเห็นได้อย่างไร?
ตอบว่า ย่อมหยั่งเห็นได้ เพราะอรรถว่าเป็นกิเลสที่ยังละไม่ไม้.
เหมือนอย่างว่า บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยกุศลและอัพยากตจิต เพราะความที่ราคะโทสะและโมหะอันตนละยังไม่ได้ ท่านก็เรียกว่าผู้มีราคะโทสะและโมหะ ฉันใดข้อนี้ก็ฉันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อนุสัยเหล่านั้นย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นๆ แม้ในขณะแห่งปฏิสนธิ เพราะความที่มรรคภาวนายังมิได้ละ ดังนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ตรัสว่า อนุสัยเหล่านั้นย่อมนอนเนื่องอย่างเดียว แต่พึงทราบว่าอนุสัยเหล่านั้น ชื่อว่านอนเนื่องเพราะความเป็นสภาวะที่ยังละไม่ได้นั่นแหละด้วย ดังนี้.
คำว่า อนุสยา ภงฺคา นตฺถิ อธิบายว่า ก็ชื่อว่าอนุสัย อันบัณฑิตพึงจำแนกอย่างนี้ว่า อนุสัยใดกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใดอนุสัยนั้นเท่านั้นย่อมนอนเนื่อง, อนุสัยใดมิได้กำลังนอนเนื่อง, อนุสัยนั้นเท่านั้น ก็ย่อมไม่นอนเนื่อง, อนุสัยนี้ย่อมนอนเนื่องและย่อมไม่นอนเนื่อง,อนุสัยนี้พึงนอนเนื่องด้วยไม่พึงนอนเนื่องด้วย ดังนี้ ย่อมไม่มี.
คำว่า รูปธาตุํ อุปปชฺชนฺตสฺส กสฺสจิ ตโย นี้ ตรัสไว้ด้วยสามารถแห่งพระอนาคามี.
จริงอยู่ กามราคะ ปฏิฆะ ทิฏฐิและวิจิกิจฉานุสัยแม้ทั้ง ๔ ท่านละได้แล้วโดยไม่เหลือ อนุสัย ๓ นอกนี้ท่านยังละไม่ได้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กสฺสจิ ตโย อนุสยา อนุเสนฺติ แปลว่า อนุสัย ๓ ย่อมนอนเนื่องแก่ใคร ดังนี้.
คำว่า น กามธาตุ อธิบายว่า เมื่อเข้าถึงธาตุทั้ง ๒ ที่เหลือ เพราะความที่ท่านปฏิเสธกามธาตุ.
คำว่า สตฺเตว นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกำหนดแล้วตรัสว่า ชื่อว่า การเกิดในกามธาตุของพระอริยสาวกผู้จุติจากรูปธาตุย่อมไม่มี มีอยู่แต่ปุถุชนเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงตรัสว่า สตฺเตว ดังนี้. แม้ในคำว่า สตฺเตว แห่งบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วเข้าถึงกามธาตุนี้ ก็นัยนี้แหละ.
ถามว่า เพราะเหตุไร คำว่า ความเกิดขึ้นในรูปธาตุย่อมไม่มี ดังนี้.
ตอบว่า เพราะความไม่มีรูปาวจรฌานอันเป็นธรรมให้สำเร็จในการเกิดนั้นไม่มี.
จริงอยู่ บุคคลนั้นเข้าถึงธาตุนั้น เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะฉะนั้น รูปาวจรฌานของท่านจึงไม่มีอยู่ในที่นั้น เพราะความไม่มีรูปาวจรฌานนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า การเกิดขึ้นในรูปธาตุจึงไม่มี ดังนี้.
ในข้อว่า อรูปธาตุยา จุตสฺส น กามธาตุํ นี้ ทรงประสงค์เอาในอรูปธาตุเท่านั้น. พึงทราบเนื้อความในวิสัชนาทั้งปวง โดยนัยนี้ ดังนี้แล. ธาตุวารกถา จบ. อรรถกถาอนุสยยมก จบ. -----------------------------------------------------