อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๔

ขันธ์ ๕ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๔–๙๖พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 13 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 13 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ ปัญหาปุจฉกะ

ข้อ ๘๔

ปญฺจกฺขนฺธา รูปกฺขนฺโธ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ฯ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ กติ กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา ฯเปฯ กติ สรณา กติ อรณา ฯ

ขันธ์ ๕ คือ ๑. รูปขันธ์ ๒. เวทนาขันธ์ ๓. สัญญาขันธ์ ๔. สังขารขันธ์ ๕. วิญญาณขันธ์ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นกุศล ขันธ์ไหนเป็นอกุศล ขันธ์ไหนเป็นอัพยากฤต ฯลฯ ขันธ์ไหนเป็นสรณะ ขันธ์ไหนเป็นอรณะ ติกมาติกาวิสัชนา

ข้อ ๘๕

รูปกฺขนฺโธ อพฺยากโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา กุสลา สิยา อกุสลา สิยา อพฺยากตา ฯ เทฺว ขนฺธา น วตฺตพฺพา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ตโย ขนฺธา สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จตฺตาโร ขนฺธา สิยา วิปากา สิยา วิปากธมฺมธมฺมา สิยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ฯ {๘๕.๑} รูปกฺขนฺโธ สิยา อุปาทินฺนุปาทานิโย สิยา อนุปาทินฺนุปาทานิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อุปาทินฺนุปาทานิยา สิยา อนุปาทินฺนุปาทานิยา สิยา อนุปาทินฺนานุปาทานิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อวิตกฺกอวิจาโร ตโย ขนฺธา สิยา สวิตกฺกสวิจารา สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตา สิยา อวิตกฺกอวิจารา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา สวิตกฺกสวิจาโร สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺโต สิยา อวิตกฺกอวิจาโร สิยา น วตฺตพฺโพ สวิตกฺกสวิจาโรติปิ อวิตกฺกวิจารมตฺโตติปิ อวิตกฺกอวิจาโรติปิ ฯ {๘๕.๒} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ ปีติสหคโตติปิ สุขสหคโตติปิ อุเปกฺขาสหคโตติปิ เวทนากฺขนฺโธ สิยา ปีติสหคโต น สุขสหคโต น อุเปกฺขาสหคโต สิยา น วตฺตพฺโพ ปีติสหคโตติ ตโย ขนฺธา สิยา ปีติสหคตา สิยา สุขสหคตา สิยา อุเปกฺขาสหคตา สิยา น วตฺตพฺพา ปีติสหคตาติปิ สุขสหคตาติปิ อุเปกฺขาสหคตาติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺโพ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพา สิยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพา ฯ รูปกฺขนฺโธ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา สิยา เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกา ฯ {๘๕.๓} รูปกฺขนฺโธ เนวอาจยคามินอปจยคามิ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อาจยคามิโน สิยา อปจยคามิโน สิยา เนวอาจยคามิโน- นอปจยคามิโน ฯ รูปกฺขนฺโธ เนวเสกฺโขนาเสกฺโข จตฺตาโร ขนฺธา สิยา เสกฺขา สิยา อเสกฺขา สิยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ฯ รูปกฺขนฺโธ ปริตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปริตฺตา สิยา มหคฺคตา สิยา อปฺปมาณา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปริตฺตารมฺมณา สิยา มหคฺคตารมฺมณา สิยา อปฺปมาณารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา ปริตฺตารมฺมณาติปิ มหคฺคตารมฺมณาติปิ อปฺปมาณารมฺมณาติปิ ฯ {๘๕.๔} รูปกฺขนฺโธ มชฺฌิโม จตฺตาโร ขนฺธา สิยา หีนา สิยา มชฺฌิมา สิยา ปณีตา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนิยโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา มิจฺฉตฺตนิยตา สิยา สมฺมตฺตนิยตา สิยา อนิยตา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา มคฺคารมฺมณา สิยา มคฺคเหตุกา สิยา มคฺคาธิปติโน สิยา น วตฺตพฺพา มคฺคารมฺมณาติปิ มคฺคเหตุกาติปิ มคฺคาธิปติโนติปิ ฯ สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา สิยา อุปฺปาทิโน สิยา อตีตา สิยา อนาคตา สิยา ปจฺจุปฺปนฺนา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อตีตารมฺมณา สิยา อนาคตารมฺมณา สิยา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา อตีตารมฺมณาติปิ อนาคตารมฺมณาติปิ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาติปิ ฯ สิยา อชฺฌตฺตา สิยา พหิทฺธา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธา ฯ {๘๕.๕} รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อชฺฌตฺตารมฺมณา สิยา พหิทฺธารมฺมณา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา อชฺฌตฺตารมฺมณาติปิ พหิทฺธารมฺมณาติปิ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณาติปิ ฯ จตฺตาโร ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา รูปกฺขนฺโธ สิยา สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ สิยา อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ สิยา อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ฯ

รูปขันธ์เป็นอัพยากฤต ขันธ์ ๔ (เบื้องปลาย) เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากฤตก็มี ขันธ์ ๒ (เบื้องต้น) กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นสุขเวทนา-*สัมปยุต แม้เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต แม้เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต ขันธ์ ๓(เบื้องปลาย) เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นทุกขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นอทุกขม-*สุขเวทนาสัมปยุตก็มี รูปขันธ์เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ขันธ์ ๔ เป็นวิบากก็มี เป็นวิปากธัมมธรรมก็มี เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมก็มี รูปขันธ์ เป็นอุปาทินนุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะก็มี ขันธ์ ๔ เป็นอุปาทินนุปาทา-*นิยะก็มี เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะก็มี รูปขันธ์เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ ขันธ์ ๔ เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะก็มี เป็นอสัง-*กิลิฏฐาสังกิเลสิกะก็มี รูปขันธ์ เป็นอวิตักกาวิจาระ ขันธ์ ๓ เป็นสวิตักก-*สวิจาระก็มี เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี เป็นอวิตักกาวิจาระก็มี สังขารขันธ์เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี เป็นอวิตักกาวิจาระก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสวิตักกสวิจาระ แม้เป็นอวิตักกวิจารมัตตะ แม้เป็นอวิตักกาวิจาระก็มีรูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปีติสหคตะ แม้เป็นสุขสหคตะ แม้เป็นอุเปกขา-*สหคตะ เวทนาขันธ์ เป็นปีติสหคตะ เป็นนสุขสหคตะ เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปีติสหคตะก็มี ขันธ์ ๓ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปีติสหคตะ แม้เป็นสุขสหคตะ แม้เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี รูปขันธ์ เป็นเนวทัสสนนภาวนา-*ปหาตัพพะ ขันธ์ ๔ เป็นทัสสนปหาตัพพะก็มี เป็นภาวนาปหาตัพพะก็มี เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะก็มี รูปขันธ์ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะขันธ์ ๔ เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี รูปขันธ์ เป็นเนวาจยคามีนาปจยคามีขันธ์ ๔ เป็นอาจยคามีก็มี เป็นอปจยคามีก็มี เป็นเนวาจยคามีนาปจยคามีก็มีรูปขันธ์ เป็นเนวเสกขนาเสกขะ ขันธ์ ๔ เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มีเป็นเนวเสกขนาเสกขะก็มี รูปขันธ์ เป็นปริตตะ ขันธ์ ๔ เป็นปริตตะก็มีเป็นมหัคคตะก็มี เป็นอัปปมาณะก็มี รูปขันธ์ เป็นอนารัมมณะ ขันธ์ ๔ เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มี เป็นอัปปมาณารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปริตตารัมมณะ แม้เป็นมหัคคตารัมมณะ แม้เป็นอัปปมาณา-*รัมมณะก็มี รูปขันธ์ เป็นมัชฌิมะ ขันธ์ ๔ เป็นหีนะก็มี เป็นมัชฌิมะก็มี เป็นปณีตะก็มี รูปขันธ์ เป็นอนิยตะ ขันธ์ ๔ เป็นมิจฉัตตนิยตะก็มี เป็นสัมมัตตนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี รูปขันธ์ เป็นอนารัมมณะ ขันธ์ ๔ เป็นมัคคารัมมณะก็มี เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคารัมมณะ แม้เป็นมัคคเหตุกะ แม้เป็นมัคคาธิปติก็มี ขันธ์ ๕ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทีก็มี ขันธ์ ๕ เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มีรูปขันธ์ เป็นอนารัมมณะ ขันธ์ ๔ เป็นอดีตารัมมณะก็มี เป็นอนาคตารัมมณะก็มีเป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอดีตารัมมณะ แม้เป็นอนาคตารัมมณะ แม้เป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มี ขันธ์ ๕ เป็นอัชฌัตตะก็มีเป็นพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี รูปขันธ์ เป็นอนารัมมณะ ขันธ์ ๔เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มี เป็นพหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอัชฌัตตารัมมณะ แม้เป็นพหิทธารัมมณะ แม้เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี ขันธ์ ๔ เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะ รูปขันธ์ เป็นสนิ-*ทัสสนสัปปฏิฆะก็มี เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆะก็มี เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะก็มีทุกมาติกาวิสัชนา ๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๘๖

จตฺตาโร ขนฺธา น เหตู สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา เหตุ สิยา น เหตุ ฯ รูปกฺขนฺโธ อเหตุโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สเหตุกา สิยา อเหตุกา ฯ รูปกฺขนฺโธ เหตุวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา เหตุสมฺปยุตฺตา สิยา เหตุวิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ เหตุ เจว สเหตุโก จาติปิ สเหตุโก เจว น จ เหตูติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา เหตู เจว สเหตุกา จาติ สิยา สเหตุกา เจว น จ เหตู สิยา น วตฺตพฺพา สเหตุกา เจว น จ เหตูติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา เหตุ เจว สเหตุโก จ สิยา สเหตุโก เจว น จ เหตุ สิยา น วตฺตพฺโพ เหตุ เจว สเหตุโก จาติปิ สเหตุโก เจว น จ เหตูติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จาติปิ เหตุสมฺปยุตฺโต เจว น จ เหตูติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตู สิยา น วตฺตพฺพา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตูติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จ สิยา เหตุสมฺปยุตฺโต เจว น จ เหตุ สิยา น วตฺตพฺโพ เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จาติปิ เหตุสมฺปยุตฺโต เจว น จ เหตูติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ น เหตุ อเหตุโก ตโย ขนฺธา สิยา น เหตู สเหตุกา สิยา น เหตู อเหตุกา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา น เหตุ สเหตุโก สิยา น เหตุ อเหตุโก สิยา น วตฺตพฺโพ น เหตุ สเหตุโกติปิ น เหตุ อเหตุโกติปิ ฯ

ขันธ์ ๔ เป็นนเหตุ สังขารขันธ์เป็นเหตุก็มี เป็นนเหตุก็มีรูปขันธ์ เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๔ เป็นสเหตุกะก็มี เป็นอเหตุกะก็มี รูปขันธ์เป็นเหตุวิปปยุต ขันธ์ ๔ เป็นเหตุสัมปยุตก็มี เป็นเหตุวิปปยุตก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุสเหตุกะ แม้เป็นสเหตุกนเหตุ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุสเหตุกะ เป็นสเหตุกนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสเหตุกนเหตุก็มีสังขารขันธ์เป็นเหตุสเหตุกะก็มี เป็นสเหตุกนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุสเหตุกะ แม้เป็นสเหตุกนเหตุก็มี รูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุ-*เหตุสัมปยุต แม้เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุ-*เหตุสัมปยุต เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี สังขารขันธ์ เป็นเหตุเหตุสัมปยุตก็มี เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุเหตุสัมปยุต แม้เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี รูปขันธ์เป็นนเหตุสเหตุกะ ขันธ์ ๓ เป็นนเหตุสเหตุกะก็มี เป็นนเหตุอเหตุกะก็มีสังขารขันธ์เป็นนเหตุสเหตุกะก็มี เป็นนเหตุอเหตุกะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนเหตุสเหตุกะ แม้เป็นนเหตุอเหตุกะก็มี ๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา

ข้อ ๘๗

สปฺปจฺจยา สงฺขตา ฯ จตฺตาโร ขนฺธา อนิทสฺสนา รูปกฺขนฺโธ สิยา สนิทสฺสโน สิยา อนิทสฺสโน ฯ จตฺตาโร ขนฺธา อปฺปฏิฆา รูปกฺขนฺโธ สิยา สปฺปฏิโฆ สิยา อปฺปฏิโฆ ฯ รูปกฺขนฺโธ รูปํ จตฺตาโร ขนฺธา อรูปา ฯ รูปกฺขนฺโธ โลกิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา โลกิยา สิยา โลกุตฺตรา ฯ เกนจิ วิญฺเญยฺยา เกนจิ น วิญฺเญยฺยา ฯ

ขันธ์ ๕ เป็นสัปปัจจยะ เป็นสังขตะ ขันธ์ ๔ เป็นอนิทัสสนะรูปขันธ์ เป็นสนิทัสสนะก็มี เป็นอนิทัสสนะก็มี ขันธ์ ๔ เป็นอัปปฏิฆะรูปขันธ์ เป็นสัปปฏิฆะก็มี เป็นอัปปฏิฆะก็มี รูปขันธ์ เป็นรูป ขันธ์ ๔ เป็นอรูป รูปขันธ์เป็นโลกิยะ ขันธ์ ๔ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี ขันธ์ ๕เป็นเกนจิวิญเญยยะ เป็นเกนจินวิญเญยยะ ๓. อาสวโคจฉกวิสัชชนา

ข้อ ๘๘

จตฺตาโร ขนฺธา โน อาสวา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อาสโว สิยา โน อาสโว ฯ รูปกฺขนฺโธ สาสโว จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สาสวา สิยา อนาสวา ฯ รูปกฺขนฺโธ อาสววิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อาสวสมฺปยุตฺตา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ อาสโว เจว สาสโว จาติ สาสโว เจว โน จ อาสโว ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว สาสวา จาติ สิยา สาสวา เจว โน จ อาสวา สิยา น วตฺตพฺพา สาสวา เจว โน จ อาสวาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อาสโว เจว สาสโว จ สิยา สาสโว เจว โน จ อาสโว สิยา น วตฺตพฺโพ อาสโว เจว สาสโว จาติปิ สาสโว เจว โน จ อาสโวติปิ ฯ {๘๘.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺโต จาติปิ อาสวสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อาสโวติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวา สิยา น วตฺตพฺพา อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺโต จ สิยา อาสวสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อาสโว สิยา น วตฺตพฺโพ อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺโต จาติปิ อาสวสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อาสโวติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ อาสววิปฺปยุตฺตสาสโว จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวา สิยา น วตฺตพฺพา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวาติปิ อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวาติปิ ฯ

ขันธ์ ๔ เป็นโนอาสวะ สังขารขันธ์ เป็นอาสวะก็มี เป็นโนอาสวะก็มี รูปขันธ์ เป็นสาสวะ ขันธ์ ๔ เป็นสาสวะก็มี เป็นอนาสวะก็มีรูปขันธ์ เป็นอาสววิปปยุต ขันธ์ ๔ เป็นอาสวสัมปยุตก็มี เป็นอาสววิปปยุตก็มี รูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวสาสวะ เป็นสาสวโนอาสวะ ขันธ์ ๓กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ เป็นสาสวโนอาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสาสวโนอาสวะก็มี สังขารขันธ์ เป็นอาสวสาสวะก็มี เป็นสาสวโนอาสวะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวสาสวะ แม้เป็นสาสวโนอาสวะก็มี รูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุต แม้เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ ขันธ์ ๓กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวอาสวสัมปยุต เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี สังขารขันธ์ เป็นอาสวอาสวสัมปยุตก็มีเป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุต แม้เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี รูปขันธ์ เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ ขันธ์ ๔เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะก็มี เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ แม้เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะก็มี๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๘๙

จตฺตาโร ขนฺธา โน สญฺโญชนา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา สญฺโญชนํ สิยา โน สญฺโญชนํ ฯ รูปกฺขนฺโธ สญฺโญชนิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สญฺโญชนิยา สิยา อสญฺโญชนิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิโย จาติ สญฺโญชนิโย เจว โน จ สญฺโญชนํ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนิยา จาติ สิยา สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิโย จ สิยา สญฺโญชนิโย เจว โน จ สญฺโญชนํ สิยา น วตฺตพฺโพ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิโย จาติปิ สญฺโญชนิโย เจว โน จ สญฺโญชนนฺติปิ ฯ {๘๙.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชน- สมฺปยุตฺโต จาติปิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต เจว โน จ สญฺโญชนนฺติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต เจว โน จ สญฺโญชนํ สิยา น วตฺตพฺโพ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จาติปิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต เจว โน จ สญฺโญชนนฺติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สญฺโญชน- วิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิยา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยาติปิ สญฺโญชน- วิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิยาติปิ

ขันธ์ ๔ เป็นโนสัญโญชนะ สังขารขันธ์ เป็นสัญโญชนะก็มีเป็นโนสัญโญชนะก็มี รูปขันธ์เป็นสัญโญชนิยะ ขันธ์ ๔ เป็นสัญโญชนิยะก็มีเป็นอสัญโญชนิยะก็มี รูปขันธ์เป็นสัญโญชนวิปปยุต ขันธ์ ๔ เป็นสัญโญชน-*สัมปยุตตก็มี เป็นสัญโญชนวิปปยุตก็มี รูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสัญโญชน-*สัญโญชนิยะ เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสัญโญ-*ชนสัญโญชนิยะ เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญ-*ชนิยะโนสัญโญชนะก็มี สังขารขันธ์ เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะก็มี เป็นสัญโญ-*ชนิยโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะ แม้เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะก็มี รูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนสัญโญ-*ชนสัมปยุต แม้เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี สังขารขันธ์เป็นสัญโญชน-*สัญโญชนสัมปยุตตก็มี เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต แม้เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มีรูปขันธ์ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ ขันธ์ ๔ เป็นสัญโญชนวิปปยุตต-*สัญโญชนิยะก็มี เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี๕. คันถโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๙๐

จตฺตาโร ขนฺธา โน คนฺถา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา คนฺโถ สิยา โน คนฺโถ ฯ รูปกฺขนฺโธ คนฺถนิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา คนฺถนิยา สิยา อคนฺถนิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ คนฺถวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา คนฺถสมฺปยุตฺตา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ คนฺโถ เจว คนฺถนิโย จาติ คนฺถนิโย เจว โน จ คนฺโถ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถนิยา จาติ สิยา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา คนฺโถ เจว คนฺถนิโย จ สิยา คนฺถนิโย เจว โน จ คนฺโถ สิยา น วตฺตพฺโพ คนฺโถ เจว คนฺถนิโย จาติปิ คนฺถนิโย เจว โน จ คนฺโถติปิ ฯ {๙๐.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จาติปิ คนฺถสมฺปยุตฺโต เจว โน จ คนฺโถติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จ สิยา คนฺถสมฺปยุตฺโต เจว โน จ คนฺโถ สิยา น วตฺตพฺโพ คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จาติปิ คนฺถสมฺปยุตฺโต เจว โน จ คนฺโถติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ คนฺถวิปฺปยุตฺต- คนฺถนิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยาติปิ คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยาติปิ ฯ

ขันธ์ ๔ เป็นโนคันถะ สังขารขันธ์เป็นคันถะก็มี เป็นโนคันถะก็มี รูปขันธ์ เป็นคันถนิยะ ขันธ์ ๔ เป็นคันถนิยะก็มี เป็นอคันถนิยะก็มีรูปขันธ์ เป็นคันถวิปปยุต ขันธ์ ๔ เป็นคันถสัมปยุตก็มี เป็นคันถวิปปยุตก็มีรูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถนิยะ เป็นคันถนิยโนคันถะ ขันธ์ ๓กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถนิยะ เป็นคันถนิยโนคันถะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเป็นคันถนิยโนคันถะก็มี สังขารขันธ์ เป็นคันถคันถนิยะก็มี เป็นคันนิยโน-*คันถะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นคันถคันถนิยะ แม้เป็นคันถนิยโนคันถะก็มีรูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นคันถคันถสัมปยุต แม้เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถสัมปยุต เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มี สังขารขันธ์ เป็นคันถคันถสัมปยุตก็มี เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นคันถคันถสัมปยุตแม้เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มี รูปขันธ์ เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ ขันธ์ ๔เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะก็มี เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ แม้เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี๖. ๗. ๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชนา

ข้อ ๙๑

จตฺตาโร ขนฺธา โน โอฆา ฯเปฯ โน โยคา ฯเปฯ โน นีวรณา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา นีวรณํ สิยา โน นีวรณํ ฯ รูปกฺขนฺโธ นีวรณิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นีวรณิยา สิยา อนีวรณิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ นีวรณวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นีวรณสมฺปยุตฺตา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตา ฯ {๙๑.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ นีวรณญฺเจว นีวรณิโย จาติ นีวรณิโย เจว โน จ นีวรณํ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา นีวรณญฺเจว นีวรณิยา จาติ สิยา นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา นีวรณญฺเจว นีวรณิโย จ สิยา นีวรณิโย เจว โน จ นีวรณํ สิยา น วตฺตพฺโพ นีวรณญฺเจว นีวรณิโย จาติปิ นีวรณิโย เจว โน จ นีวรณนฺติปิ ฯ {๙๑.๒} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺโต จาติปิ นีวรณสมฺปยุตฺโต เจว โน จ นีวรณนฺติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา นีวรณา เจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺโต จ สิยา นีวรณสมฺปยุตฺโต เจว โน จ นีวรณํ สิยา น วตฺตพฺโพ นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺโต จาติปิ นีวรณสมฺปยุตฺโต เจว โน จ นีวรณนฺติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตอนีวรณิยา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยาติปิ นีวรณวิปฺปยุตฺต- อนีวรณิยาติปิ ฯ

ขันธ์ ๔ เป็นโนโอฆะ ฯลฯ ขันธ์ ๔ เป็นโนโยคะ ฯลฯ ขันธ์ ๔ เป็นโนนีวรณะ สังขารขันธ์ เป็นนีวรณะก็มี เป็นโนนีวรณะก็มี รูปขันธ์เป็นนีวรณิยะ ขันธ์ ๔ เป็นนีวรณิยะก็มี เป็นอนีวรณิยะก็มี รูปขันธ์ เป็นนีวรณะวิปปยุต ขันธ์ ๔ เป็นนีวรณสัมปยุตก็มี เป็นนีวรณวิปปยุตก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณนีวรณิยะ เป็นนีวรณิยโนนีวรณะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณนีวรณิยะ เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณิย-*โนนีวรณะก็มี สังขารขันธ์ เป็นนีวรณนีวรณิยะก็มี เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณิยะ แม้เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณสัมปยุต แม้เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะ ขันธ์ ๓กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุต เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มี สังขารขันธ์เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุตก็มี เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุตแม้เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มี รูปขันธ์ เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะขันธ์ ๔ เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะก็มี เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ แม้เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะก็มี๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๙๒

จตฺตาโร ขนฺธา โน ปรามาสา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา ปรามาโส สิยา โน ปรามาโส ฯ รูปกฺขนฺโธ ปรามฏฺโฐ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปรามฏฺฐา สิยา อปรามฏฺฐา ฯ รูปกฺขนฺโธ ปรามาสวิปฺปยุตฺโต ตโย ขนฺธา สิยา ปรามาสสมฺปยุตฺตา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา ปรามาสสมฺปยุตฺโต สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺโต สิยา น วตฺตพฺโพ ปรามาสสมฺปยุตฺโตติปิ ปรามาสวิปฺปยุตฺโตติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ ปรามาโส เจว ปรามฏฺโฐ จาติ ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโส ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา ปรามาสา เจว ปรามฏฺฐา จาติ สิยา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสา สิยา น วตฺตพฺพา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา ปรามาโส เจว ปรามฏฺโฐ จ สิยา ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโส สิยา น วตฺตพฺโพ ปรามาโส เจว ปรามฏฺโฐ จาติปิ ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโสติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺโฐ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺต- อปรามฏฺฐา สิยา น วตฺตพฺพา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐาติปิ ปรามาสวิปฺปยุตฺตอปรามฏฺฐาติปิ ฯ

ขันธ์ ๔ เป็นโนปรามาสะ สังขารขันธ์ เป็นปรามาสะก็มี เป็นโนปรามาสะก็มี รูปขันธ์เป็นปรามัฏฐะ ขันธ์ ๔ เป็นปรามัฏฐะก็มี เป็นอปรา-*มัฏฐะก็มี รูปขันธ์เป็นปรามาสวิปปยุต ขันธ์ ๓ เป็นปรามาสสัมปยุตก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตก็มี สังขารขันธ์ เป็นปรามาสสัมปยุตก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปรามาสสัมปยุต แม้เป็นปรามาสวิปปยุตก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสปรามัฏฐะ เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มี ขันธ์ ๓กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสปรามัฏฐะ เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มี สังขารขันธ์ เป็นปรามาสปรามัฏฐะก็มี เป็นปรา-*มัฏฐโนปรามาสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปรามาสปรามัฏฐะ แม้เป็นปรามัฏฐ-*โนปราสะก็มี รูปขันธ์ เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะ ขันธ์ ๔ เป็นปรามาส-*วิปปยุตตปรามัฏฐะก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปรามาสวิปปยุตปรามัฏฐะ แม้เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะก็มี๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา

ข้อ ๙๓

รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สารมฺมณา ฯ จตฺตาโร ขนฺธา โน จิตฺตา วิญฺญาณกฺขนฺโธ จิตฺตํ ฯ ตโย ขนฺธา เจตสิกา เทฺว ขนฺธา อเจตสิกา ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมฺปยุตฺตา รูปกฺขนฺโธ จิตฺตวิปฺปยุตฺโต วิญฺญาณกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ จิตฺเตน สมฺปยุตฺโตติปิ จิตฺเตน วิปฺปยุตฺโตติปิ ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสํสฏฺฐา รูปกฺขนฺโธ จิตฺตวิสํสฏฺโฐ วิญฺญาณกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ จิตฺเตน สํสฏฺโฐติปิ จิตฺเตน วิสํสฏฺโฐติปิ ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานา วิญฺญาณกฺขนฺโธ โน จิตฺตสมุฏฺฐาโน รูปกฺขนฺโธ สิยา จิตฺตสมุฏฺฐาโน สิยา โน จิตฺตสมุฏฺฐาโน ฯ {๙๓.๑} ตโย ขนฺธา จิตฺตสหภุโน วิญฺญาณกฺขนฺโธ โน จิตฺตสหภู รูปกฺขนฺโธ สิยา จิตฺตสหภู สิยา โน จิตฺตสหภู ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตานุปริวตฺติโน วิญฺญาณกฺขนฺโธ โน จิตฺตานุปริวตฺติ รูปกฺขนฺโธ สิยา จิตฺตานุปริวตฺติ สิยา โน จิตฺตานุปริวตฺติ ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา เทฺว ขนฺธา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน เทฺว ขนฺธา โน จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานสหภุโน ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน เทฺว ขนฺธา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ฯ ตโย ขนฺธา พาหิรา วิญฺญาณกฺขนฺโธ อชฺฌตฺติโก รูปกฺขนฺโธ สิยา อชฺฌตฺติโก สิยา พาหิโร ฯ จตฺตาโร ขนฺธา นุปาทา รูปกฺขนฺโธ สิยา อุปาทา สิยา นุปาทา สิยา อุปาทินฺนา สิยา อนุปาทินฺนา ฯ

รูปขันธ์ เป็นอนารัมมณะ ขันธ์ ๔ เป็นสารัมมณะ ขันธ์ ๔เป็นโนจิตตะ วิญญาณขันธ์เป็นจิตตะ ขันธ์ ๓ เป็นเจตสิกะ ขันธ์ ๒ เป็นอเจตสิกะ ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสัมปยุต รูปขันธ์ เป็นจิตตวิปปยุต วิญญาณขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสัมปยุต แม้เป็นจิตตวิปปยุต ขันธ์ ๓ เป็นจิตต-*สังสัฏฐะ รูปขันธ์ เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ วิญญาณขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสังสัฏฐะ แม้เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสมุฏฐานะ วิญญาณ-*ขันธ์เป็นโนจิตตสมุฏฐานะ รูปขันธ์ เป็นจิตตสมุฏฐานะก็มี เป็นโนจิตตสมุฏฐานะก็มี ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสหภู วิญญาณขันธ์เป็นโนจิตตสหภู รูปขันธ์เป็นจิตตสหภูก็มี เป็นโนจิตตสหภูก็มี ขันธ์ ๓ เป็นจิตตานุปริวัตติ วิญญาณขันธ์เป็นโนจิตตานุปริวัตติ รูปขันธ์ เป็นจิตตานุปริวัตติก็มี เป็นโนจิตตานุปริวัตติก็มีขันธ์ ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ ขันธ์ ๒ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะขันธ์ ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู ขันธ์ ๒ เป็นโนจิตตสังสัฏฐ-*สมุฏฐานสหภู ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ ขันธ์ ๒ เป็นโนจิตตสังสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ ขันธ์ ๓ เป็นพาหิระ วิญญาณขันธ์เป็นอัชฌัตติกะ รูปขันธ์ เป็นอัชฌัตติกะก็มี เป็นพาหิระก็มี ขันธ์ ๔ เป็นนอุปาทารูปขันธ์ เป็นอุปาทาก็มี เป็นนอุปาทาก็มี เป็นอุปาทินนะก็มี เป็นอนุปาทินนะก็มี๑๑. อุปาทานโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๙๔

จตฺตาโรขนฺธานุปาทานา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อุปาทานํ สิยา นุปาทานํ ฯ รูปกฺขนฺโธ อุปาทานิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อุปาทานิยา สิยา อนุปาทานิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺตา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ อุปาทานญฺเจว อุปาทานิโย จาติ อุปาทานิโย เจว โน จ อุปาทานํ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานิยา จาติ สิยา อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อุปาทานญฺเจว อุปาทานิโย จ สิยา อุปาทานิโย เจว โน จ อุปาทานํ สิยา น วตฺตพฺโพ อุปาทานญฺเจว อุปาทานิโย จาติปิ อุปาทานิโย เจว โน จ อุปาทานนฺติปิ ฯ {๙๔.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ อุปาทานญฺเจว อุปาทานสมฺปยุตฺโต จาติปิ อุปาทานสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อุปาทานนฺติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อุปาทานญฺเจว อุปาทานสมฺปยุตฺโต จ สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อุปาทานํ สิยา น วตฺตพฺโพ อุปาทานญฺเจว อุปาทาน- สมฺปยุตฺโตติปิ อุปาทานสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อุปาทานนฺติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิยา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิยาติปิ อุปาทานวิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยาติปิ ฯ

ขันธ์ ๔ เป็นนอุปาทานะ สังขารขันธ์ เป็นอุปาทานะก็มี เป็นนอุปาทานะก็มี รูปขันธ์ เป็นอุปาทานิยะ ขันธ์ ๔ เป็นอุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทานิยะก็มี รูปขันธ์ เป็นอุปาทานวิปปยุต ขันธ์ ๔ เป็นอุปาทานสัมปยุตก็มี เป็นอุปาทานวิปปยุตก็มี รูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานิยะเป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานิยะเป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มีสังขารขันธ์ เป็นอุปาทานอุปาทานิยะก็มี เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานอุปาทานิยะ แม้เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มี รูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต แม้เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต เป็นอุปาทานสัมปยุตตโน-*อุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี สังขารขันธ์เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุตก็มี เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต แม้เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี รูปขันธ์ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะ ขันธ์ ๔ เป็นอุปาทานวิปปยุตต-*อุปาทานิยะก็มี เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะ แม้เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะก็มี๑๒. กิเลสโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๙๕

จตฺตาโร ขนฺธา โน กิเลสา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา กิเลโส สิยา โน กิเลโส ฯ รูปกฺขนฺโธ สงฺกิเลสิโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิเลสิกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อสงฺกิลิฏฺโฐ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สงฺกิลิฏฺฐา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐา ฯ รูปกฺขนฺโธ กิเลสวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา กิเลสสมฺปยุตฺตา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตา ฯ {๙๕.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว สงฺกิเลสิโก จาติ สงฺกิเลสิโก เจว โน จ กิเลโส ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิเลสิกา จาติ สิยา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสา สิยา น วตฺตพฺพา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา กิเลโส เจว สงฺกิเลสิโก จ สิยา สงฺกิเลสิโก เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว สงฺกิเลสิโก จาติปิ สงฺกิเลสิโก เจว โน จ กิเลโสติปิ ฯ {๙๕.๒} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺโฐ จาติปิ สงฺกิลิฏฺโฐ เจว โน จ กิเลโสติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิลิฏฺฐา จาติ สิยา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสา สิยา น วตฺตพฺพา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺโฐ จ สิยา สงฺกิลิฏฺโฐ เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺโฐ จาติปิ สงฺกิลิฏฺโฐ เจว โน จ กิเลโสติปิ ฯ {๙๕.๓} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺโต จาติปิ กิเลสสมฺปยุตฺโต เจว โน จ กิเลโสติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสา สิยา น วตฺตพฺพา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺโต จ สิยา กิเลสสมฺปยุตฺโต เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว กิเลสมฺปยุตฺโต จาติปิ กิเลสสมฺปยุตฺโต เจว โน จ กิเลโสติปิ ฯ {๙๕.๔} รูปกฺขนฺโธ กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตอสงฺกิเลสิกา สิยา น วตฺตพฺพา กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกาติปิ กิเลสวิปฺปยุตฺต- อสงฺกิเลสิกาติปิ ฯ

ขันธ์ ๔ เป็นโนกิเลสะ สังขารขันธ์ เป็นกิเลสะก็มี เป็นโนกิเลสะก็มี รูปขันธ์ เป็นสังกิเลสิกะ ขันธ์ ๔ เป็นสังกิเลสิกะก็มี เป็นอสังกิเลสิกะก็มีรูปขันธ์ เป็นอสังกิลิฏฐะ ขันธ์ ๔ เป็นสังกิลิฏฐะก็มี เป็นอสังกิลิฏฐะก็มี รูปขันธ์เป็นกิเลสวิปปยุต ขันธ์ ๔ เป็นกิเลสสัมปยุตก็มี เป็นกิเลสวิปปยุตก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะก็มี สังขารขันธ์ เป็นกิเลสสังกิเลสิกะก็มี เป็นสังกิเลสิกโน-*กิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ แม้เป็นสังกิเลสิก-*โนกิเลสะก็มี รูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะ แม้เป็นสังกิลิฏฐ-*โนกิเลสะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะ เป็นสังกิลิฏฐโน-*กิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มี สังขารขันธ์ เป็นกิเลสสัง-*กิลิฏฐะก็มี เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะแม้เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มี รูปขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุตแม้เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุตเป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มีสังขารขันธ์ เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุตก็มี เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุต แม้เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มี รูปขันธ์เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะ ขันธ์ ๔ เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะก็มี เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะแม้เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี ๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา

ข้อ ๙๖

รูปกฺขนฺโธ น ทสฺสเนน ปหาตพฺโพ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา สิยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ฯ รูปกฺขนฺโธ น ภาวนาย ปหาตพฺโพ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพา สิยา น ภาวนาย ปหาตพฺพา ฯ รูปกฺขนฺโธ น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา สิยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ฯ รูปกฺขนฺโธ น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา สิยา น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อวิตกฺโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สวิตกฺกา สิยา อวิตกฺกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อวิจาโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สวิจารา สิยา อวิจารา ฯ รูปกฺขนฺโธ อปฺปีติโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สปฺปีติกา สิยา อปฺปีติกา ฯ รูปกฺขนฺโธ น ปีติสหคโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปีติสหคตา สิยา น ปีติสหคตา ฯ เทฺว ขนฺธา น สุขสหคตา ตโย ขนฺธา สิยา สุขสหคตา สิยา น สุขสหคตา ฯ เทฺว ขนฺธา น อุเปกฺขาสหคตา ตโย ขนฺธา สิยา อุเปกฺขาสหคตา สิยา น อุเปกฺขาสหคตา ฯ {๙๖.๑} รูปกฺขนฺโธ กามาวจโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา กามาวจรา สิยา น กามาวจรา ฯ รูปกฺขนฺโธ น รูปาวจโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา รูปาววรา สิยา น รูปาวจรา ฯ รูปกฺขนฺโธ น อรูปาวจโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อรูปาวจรา สิยา น อรูปาวจรา ฯ รูปกฺขนฺโธ ปริยาปนฺโน จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปริยาปนฺนา สิยา อปริยาปนฺนา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนิยฺยานิโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นิยฺยานิกา สิยา อนิยฺยานิกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนิยโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นิยตา สิยา อนิยตา ฯ รูปกฺขนฺโธ สอุตฺตโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สอุตฺตรา สิยา อนุตฺตรา ฯ รูปกฺขนฺโธ อรโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สรณา สิยา อรณาติ ฯ ปญฺหาปุจฺฉกํ ฯ ขนฺธวิภงฺโค สมตฺโต ฯ -------------

รูปขันธ์ เป็นนทัสสนปหาตัพพะ ขันธ์ ๔ เป็นทัสสนปหาตัพพะก็มี เป็นนทัสสนปหาตัพพะก็มี รูปขันธ์ เป็นนภาวนาปหาตัพพะ ขันธ์ ๔ เป็นภาวนาปหาตัพพะก็มี เป็นนภาวนาปหาตัพพะก็มี รูปขันธ์ เป็นนทัสสนปหาตัพพ-*เหตุกะ ขันธ์ ๔ เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มีรูปขันธ์ เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะ ขันธ์ ๔ เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี รูปขันธ์ เป็นอวิตักกะ ขันธ์ ๔ เป็นสวิตักกะก็มีเป็นอวิตักกะก็มี รูปขันธ์เป็นอวิจาระ ขันธ์ ๔ เป็นสวิจาระก็มี เป็นอวิจาระก็มีรูปขันธ์ เป็นอัปปีติกะ ขันธ์ ๔ เป็นสัปปีติกะก็มี เป็นอัปปีติกะก็มี รูปขันธ์ เป็นนปีติสหคตะ ขันธ์ ๔ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี ขันธ์ ๒ เป็นนสุขสหคตะ ขันธ์ ๓ เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี ขันธ์ ๒ เป็นนอุเปกขาสหคตะ ขันธ์ ๓ เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มีรูปขันธ์ เป็นกามาวจร ขันธ์ ๔ เป็นกามาวจรก็มี เป็นนกามาวจรก็มี รูปขันธ์ เป็นนรูปาวจร ขันธ์ ๔ เป็นรูปาวจรก็มี เป็นนรูปาวจรก็มี รูปขันธ์ เป็นนอรูปาวจรขันธ์ ๔ เป็นอรูปาวจรก็มี เป็นนอรูปาวจรก็มี รูปขันธ์ เป็นปริยาปันนะ ขันธ์๔ เป็นปริยาปันนะก็มี เป็นอปริยาปันนะก็มี รูปขันธ์ เป็นอนิยยานิกะ ขันธ์ ๔เป็นนิยยานิกะก็มี เป็นอนิยยานิกะก็มี รูปขันธ์ เป็นอนิยตะ ขันธ์ ๔ เป็นนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี รูปขันธ์ เป็นสอุตตระ ขันธ์ ๔ เป็นสอุตตระก็มี เป็นอนุตตระก็มี รูปขันธ์ เป็นอรณะ ขันธ์ ๔ เป็นสรณะก็มี เป็นอรณะก็มี ฉะนี้แลปัญหาปุจฉกะ จบ ขันธวิภังค์ จบบริบูรณ์

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๓. ปัญหาปุจฉกะ

ข้อ ๑๕๐

ขันธ์ ๕ คือ ๑. รูปขันธ์ ๒. เวทนาขันธ์ ๓. สัญญาขันธ์ ๔. สังขารขันธ์ ๕. วิญญาณขันธ์ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา

ข้อ ๑๕๑

บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์เท่าไรเป็นกุศล เท่าไรเป็นอกุศล เท่าไรเป็นอัพยากฤต ฯลฯ เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๑. กุสลติกวิสัชนา

ข้อ ๑๕๒

รูปขันธ์เป็นอัพยากฤต ขันธ์ ๔ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ๒. เวทนาติกวิสัชนา ขันธ์ ๒ กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา หรือสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ขันธ์ ๓ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ๓. วิปากติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ขันธ์ ๔ ที่เป็นวิบากก็มีที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๔. อุปาทินนติกวิสัชนา รูปขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ขันธ์ ๔ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ๕. สังกิลิฏฐติกวิสัชนา รูปขันธ์กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส ขันธ์ ๔ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี๖. สวิตักกติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ขันธ์ ๓ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี สังขารขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีทั้งวิตกและวิจารไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร หรือไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ๗. ปีติติกวิสัชนา รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขา เวทนาขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติแต่ไม่สหรคตด้วยสุขและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติก็มี ขันธ์ ๓ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มีที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ๘. ทัสสนติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ขันธ์ ๔ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มีที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๙. ทัสสนเหตุติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ขันธ์ ๔ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี๑๐. อาจยคามิติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน ขันธ์ ๔ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี ๑๑. เสกขติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคล ขันธ์ ๔ ที่เป็นของเสขบุคคลก็มีที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลก็มี ๑๒. ปริตตติกวิสัชนา รูปขันธ์เป็นปริตตะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็น อัปปมาณะก็มี ๑๓. ปริตตารัมมณติกวิสัชนา รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมหัคคตะ เป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีปริตตะเป็นอารมณ์มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ หรือมีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ๑๔. หีนติกวิสัชนา รูปขันธ์เป็นชั้นกลาง ขันธ์ ๔ ที่เป็นชั้นต่ำก็มี ที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้น ประณีตก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๑๕. มิจฉัตตติกวิสัชนา รูปขันธ์เป็นธรรมชาติไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้น ขันธ์ ๔ ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่เป็นธรรมชาติไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี ๑๖. มัคคารัมมณติกวิสัชนา รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นอารมณ์ มีมรรคเป็นเหตุหรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ๑๗. อุปปันนติกวิสัชนา ขันธ์ ๕ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี ๑๘. อตีตติกวิสัชนา ขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี ๑๙. อตีตารัมมณติกวิสัชนา รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ๒๐. อัชฌัตตติกวิสัชนา ขันธ์ ๕ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกวิสัชนา รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา กล่าวไม่ได้ว่า มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ หรือมีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ๒๒. สนิทัสสนติกวิสัชนา ขันธ์ ๔ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ รูปขันธ์ที่เห็นได้และกระทบได้ก็มี ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ก็มี ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ก็มี ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๑๕๓

ขันธ์ ๔ ไม่เป็นเหตุ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี รูปขันธ์ไม่มีเหตุ ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากเหตุ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ขันธ์ ๓กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและมีเหตุก็มี ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ ขันธ์ ๓ ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา ขันธ์ ๕ มีปัจจัยปรุงแต่ง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ขันธ์ ๔ เห็นไม่ได้ รูปขันธ์ที่เห็นได้ก็มี ที่เห็นไม่ได้ก็มี ขันธ์ ๔ กระทบไม่ได้ รูปขันธ์ที่กระทบได้ก็มี ที่กระทบไม่ได้ก็มี รูปขันธ์เป็นรูป ขันธ์ ๔ ไม่เป็นรูป รูปขันธ์เป็นโลกิยะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี ขันธ์ ๕ ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี ๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นอาสวะ สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอาสวะก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของอาสวะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากอาสวะ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นสังโยชน์ สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากสังโยชน์ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุต จากสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มีที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือวิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๕. คันถโคจฉกวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นคันถะ สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะก็มี ที่ไม่เป็นคันถะก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของคันถะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากคันถะ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจาก คันถะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะหรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจาก คันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะ และไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ๖-๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่ เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากนิวรณ์ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจาก นิวรณ์ก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วย นิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจาก นิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือวิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นปรามาส สังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นปรามาสก็มีรูปขันธ์เป็นอารมณ์ของปรามาส ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากปรามาส ขันธ์ ๓ ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุต จากปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ๑๐. ปิฏฐิทุกะ รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ รับรู้อารมณ์ได้ วิญญาณขันธ์เป็นจิต ขันธ์ ๔ ไม่เป็นจิต ขันธ์ ๓ เป็นเจตสิก ขันธ์ ๒ ไม่เป็นเจตสิก ขันธ์ ๓ สัมปยุตด้วยจิต รูปขันธ์วิปปยุตจากจิต วิญญาณขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยจิต หรือวิปปยุตจากจิต ขันธ์ ๓ ระคนกับจิต รูปขันธ์ไม่ระคนกับจิต วิญญาณขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า ระคนกับจิต หรือไม่ระคนกับจิต ขันธ์ ๓ มีจิตเป็นสมุฏฐาน วิญญาณขันธ์ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน รูปขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ขันธ์ ๓ เกิดพร้อมกับจิต วิญญาณขันธ์ไม่เกิดพร้อมกับจิต รูปขันธ์ที่เกิด พร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่เกิดพร้อมกับจิตก็มี ขันธ์ ๓ เป็นไปตามจิต วิญญาณขันธ์ไม่เป็นไปตามจิต รูปขันธ์ที่เป็นไปตามจิตก็มี ที่ไม่เป็นไปตามจิตก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ขันธ์ ๓ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ขันธ์ ๒ ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ขันธ์ ๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต ขันธ์ ๒ ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต ขันธ์ ๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต ขันธ์ ๒ ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต ๑๑. อุปาทานโคจฉกะ วิญญาณขันธ์เป็นภายใน ขันธ์ ๓ เป็นภายนอก รูปขันธ์ที่เป็นภายในก็มี ที่เป็นภายนอกก็มี ขันธ์ ๔ ไม่เป็นอุปาทายรูป รูปขันธ์ที่เป็นอุปาทายรูปก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปก็มี ขันธ์ ๕ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือก็มี ขันธ์ ๔ ไม่เป็นอุปาทาน สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทานก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากอุปาทาน ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุต จากอุปาทานก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ๑๒. กิเลสโคจฉกะ ขันธ์ ๔ ไม่เป็นกิเลส สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นกิเลสก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของกิเลส ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี รูปขันธ์กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง ขันธ์ ๔ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากกิเลส ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจาก กิเลสก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสหรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมองหรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ๑๓. มหันตรทุกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ขันธ์ ๔ ที่ต้องประหาณด้วย โสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี รูปขันธ์ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ขันธ์ ๔ ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี รูปขันธ์ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุต้อง ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี รูปขันธ์ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุต้อง ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี รูปขันธ์ไม่มีวิตก ขันธ์ ๔ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี รูปขันธ์ไม่มีวิจาร ขันธ์ ๔ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา รูปขันธ์ไม่มีปีติ ขันธ์ ๔ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี รูปขันธ์ไม่สหรคตด้วยปีติ ขันธ์ ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วย ปีติก็มี ขันธ์ ๒ ไม่สหรคตด้วยสุข ขันธ์ ๓ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วย สุขก็มี ขันธ์ ๒ ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ขันธ์ ๓ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่ สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี รูปขันธ์เป็นกามาวจร ขันธ์ ๔ ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นรูปาวจร ขันธ์ ๔ ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นอรูปาวจร ขันธ์ ๔ ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี รูปขันธ์นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ขันธ์ ๔ ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ขันธ์ ๔ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี รูปขันธ์เป็นธรรมชาติไม่แน่นอน ขันธ์ ๔ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี รูปขันธ์มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ขันธ์ ๔ ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ ขันธ์ ๔ ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี (๑๓) ปัญหาปุจฉกะ จบ ขันธวิภังค์ จบบริบูรณ์ @เชิงอรรถ : @ คือเป็นธรรมชาติที่ไม่แน่นอนโดยการให้ผลหรือไม่ให้ผล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๑๑}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

วรรณนาปัญหาปุจฉกะ

บัดนี้ เป็นปัญหาปุจฉกะ (หมวดถามปัญหา) ในปัญหาปุจฉกะนั้น บัณฑิตพึงทราบในการถามปัญหาว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามปัญหาธรรมใดที่ได้และไม่ได้โดยนัยมีอาทิว่า ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ กติ กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา(บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นกุศล ขันธ์ไหนเป็นอกุศล ขันธ์ไหนเป็นอัพยากฤต) ดังนี้นั้น ในการวิสัชนา พระองค์ทรงยกธรรมที่ได้เท่านั้นขึ้นแสดงโดยนัยมีอาทิว่า รูปกฺขนฺโธ อพฺยากโต (รูปขันธ์เป็นอัพยากฤต) ดังนี้.

ก็ในที่ใดๆ พระองค์ไม่ทรงกำหนดว่า เป็นขันธ์หนึ่งหรือขันธ์สอง ก็จะทรงตั้งตันติ (แบบแผน) ไว้โดยนัยมีอาทิว่า สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา (ขันธ์ ๕ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปันนะก็มี) ดังนี้ ในที่นั้นๆ พึงทราบการถือเอาขันธ์แม้ทั้ง ๕.

การจำแนกกุศลเป็นต้นของขันธ์เหล่านั้นๆ ที่เหลือ ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในอรรถกถาธรรมสังคหะ ในหนหลังแล้วแล.

____________________________

อัฏฐสาลินี อรรถกถาธรรมสังคณี.

ก็ในอารัมมณติกะทั้งหลาย ขันธ์ ๔ ย่อมเป็นปริตตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้พิจารณา ผู้เล็งเห็นปรารภกามาวจรธรรม ๕๕ ดวง เป็นมหัคคตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้เริ่มกำหนดปรารภรูปาวจรและอรูปาวจรธรรม ๒๗ ดวงและเป็นอัปปมาณารัมมณะแก่บุคคลผู้พิจารณามรรค ผลและพระนิพพาน แต่เป็นนวัตตัพพารมณ์ (อารมณ์บัญญัติ) ในเวลาพิจารณาบัญญัติ ฉะนี้แล.

ขันธ์ ๔ เหล่านั้นนั่นเองเป็นมัคคารัมมณะในเวลาที่พระเสขะและอเสขะพิจารณามรรค. เป็นมัคคเหตุกะ (มีมรรคเป็นเหตุ) โดยเหตุที่เกิดพร้อมกันในกาลแห่งมรรค. เป็นมัคคาธิปติโดยอารัมมณาธิปติ ในเวลาพิจารณาทำมรรคให้หนัก (เป็นใหญ่).

อีกอย่างหนึ่ง ขันธ์ ๔ เป็นมัคคาธิปติด้วยอธิบดีที่เกิดพร้อมกันของบุคคลผู้เจริญมรรคมีวิริยะเป็นใหญ่ หรือมีวิมังสาเป็นใหญ่ แต่ชื่อว่าเป็นนวัตตัพพารัมมณะ แก่บุคคลผู้เจริญมรรคมีฉันทะเป็นใหญ่ หรือมีจิตเป็นใหญ่.

ก็ขันธ์ ๔ เป็นอตีตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้เริ่มกำหนดปรารภขันธ์ ธาตุ อายตนะที่ล่วงแล้ว. เป็นอนาคตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัดเป็นผู้ปรารภธรรมมีขันธ์เป็นต้นที่ยังมาไม่ถึง. เป็นปัจจุปปันนารัมมณะแก่บุคคลเหล่านั้นแหละผู้ปรารภธรรมเหล่านั้นแหละที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า. เป็นนวัตตัพพารัมมณะแก่บุคคลผู้พิจารณาบัญญัติหรือพระนิพพาน.

อนึ่ง ขันธ์ ๔ พึงทราบว่าเป็นอัชฌัตตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้เริ่มกำหนดปรารภขันธ์ ธาตุ อายตนะของตน เป็นพหิทธารัมมณะแก่บุคคลผู้ปรารภขันธ์ ธาตุ อายตนะของบุคคลเหล่าอื่น เป็นไปอยู่อย่างนั้น เป็นพหิทธารัมมณะนั่นแหละ แม้ในกาลที่พิจารณาบัญญัติและพระนิพพาน เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะแก่บุคคลผู้ประพฤติอย่างนั้นในอัชฌัตตธรรมตามกาล ในพหิทธธรรมตามกาล เป็นนวัตตัพพารัมมณะ ในกาลแห่งอากิญจัญญายตนะ ดังนี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงจำแนกขันธวิภังค์นี้นำออก ๓ ปริวรรต ด้วยอำนาจสุตตันตภาชนีย์เป็นต้น ด้วยประการฉะนี้. ก็ในปริวรรตแม้ทั้ง ๓ มีปริจเฉทเดียวเท่านั้น เพราะรูปขันธ์เป็นกามาพจรอย่างเดียวในที่ทั้งปวง ขันธ์ ๔ เป็นไปในภูมิ ๔ พระองค์ตรัสไว้ปะปนกันไปทั้งโลกิยะและโลกุตระแล.

____________________________

หมุนไป ๓ อย่าง.

ขันธวิภังคนิเทศที่หนึ่ง แห่งสัมโมหวิโนทนี อรรถกถาพระวิภังค์ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา