อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๔

ขันธ์ ๕ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๔–๙๖พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 13 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 13 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ปญฺจกฺขนฺธา รูปกฺขนฺโธ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ฯ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ กติ กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา ฯเปฯ กติ สรณา กติ อรณา ฯ

รูปกฺขนฺโธ อพฺยากโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา กุสลา สิยา อกุสลา สิยา อพฺยากตา ฯ เทฺว ขนฺธา น วตฺตพฺพา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ตโย ขนฺธา สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺโม จตฺตาโร ขนฺธา สิยา วิปากา สิยา วิปากธมฺมธมฺมา สิยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ฯ {๘๕.๑} รูปกฺขนฺโธ สิยา อุปาทินฺนุปาทานิโย สิยา อนุปาทินฺนุปาทานิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อุปาทินฺนุปาทานิยา สิยา อนุปาทินฺนุปาทานิยา สิยา อนุปาทินฺนานุปาทานิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อวิตกฺกอวิจาโร ตโย ขนฺธา สิยา สวิตกฺกสวิจารา สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตา สิยา อวิตกฺกอวิจารา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา สวิตกฺกสวิจาโร สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺโต สิยา อวิตกฺกอวิจาโร สิยา น วตฺตพฺโพ สวิตกฺกสวิจาโรติปิ อวิตกฺกวิจารมตฺโตติปิ อวิตกฺกอวิจาโรติปิ ฯ {๘๕.๒} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ ปีติสหคโตติปิ สุขสหคโตติปิ อุเปกฺขาสหคโตติปิ เวทนากฺขนฺโธ สิยา ปีติสหคโต น สุขสหคโต น อุเปกฺขาสหคโต สิยา น วตฺตพฺโพ ปีติสหคโตติ ตโย ขนฺธา สิยา ปีติสหคตา สิยา สุขสหคตา สิยา อุเปกฺขาสหคตา สิยา น วตฺตพฺพา ปีติสหคตาติปิ สุขสหคตาติปิ อุเปกฺขาสหคตาติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺโพ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพา สิยา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพา ฯ รูปกฺขนฺโธ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา สิยา เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกา ฯ {๘๕.๓} รูปกฺขนฺโธ เนวอาจยคามินอปจยคามิ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อาจยคามิโน สิยา อปจยคามิโน สิยา เนวอาจยคามิโน- นอปจยคามิโน ฯ รูปกฺขนฺโธ เนวเสกฺโขนาเสกฺโข จตฺตาโร ขนฺธา สิยา เสกฺขา สิยา อเสกฺขา สิยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ฯ รูปกฺขนฺโธ ปริตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปริตฺตา สิยา มหคฺคตา สิยา อปฺปมาณา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปริตฺตารมฺมณา สิยา มหคฺคตารมฺมณา สิยา อปฺปมาณารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา ปริตฺตารมฺมณาติปิ มหคฺคตารมฺมณาติปิ อปฺปมาณารมฺมณาติปิ ฯ {๘๕.๔} รูปกฺขนฺโธ มชฺฌิโม จตฺตาโร ขนฺธา สิยา หีนา สิยา มชฺฌิมา สิยา ปณีตา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนิยโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา มิจฺฉตฺตนิยตา สิยา สมฺมตฺตนิยตา สิยา อนิยตา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา มคฺคารมฺมณา สิยา มคฺคเหตุกา สิยา มคฺคาธิปติโน สิยา น วตฺตพฺพา มคฺคารมฺมณาติปิ มคฺคเหตุกาติปิ มคฺคาธิปติโนติปิ ฯ สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา สิยา อุปฺปาทิโน สิยา อตีตา สิยา อนาคตา สิยา ปจฺจุปฺปนฺนา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อตีตารมฺมณา สิยา อนาคตารมฺมณา สิยา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา อตีตารมฺมณาติปิ อนาคตารมฺมณาติปิ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาติปิ ฯ สิยา อชฺฌตฺตา สิยา พหิทฺธา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธา ฯ {๘๕.๕} รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อชฺฌตฺตารมฺมณา สิยา พหิทฺธารมฺมณา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา อชฺฌตฺตารมฺมณาติปิ พหิทฺธารมฺมณาติปิ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณาติปิ ฯ จตฺตาโร ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา รูปกฺขนฺโธ สิยา สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ สิยา อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ สิยา อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ฯ

จตฺตาโร ขนฺธา น เหตู สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา เหตุ สิยา น เหตุ ฯ รูปกฺขนฺโธ อเหตุโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สเหตุกา สิยา อเหตุกา ฯ รูปกฺขนฺโธ เหตุวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา เหตุสมฺปยุตฺตา สิยา เหตุวิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ เหตุ เจว สเหตุโก จาติปิ สเหตุโก เจว น จ เหตูติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา เหตู เจว สเหตุกา จาติ สิยา สเหตุกา เจว น จ เหตู สิยา น วตฺตพฺพา สเหตุกา เจว น จ เหตูติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา เหตุ เจว สเหตุโก จ สิยา สเหตุโก เจว น จ เหตุ สิยา น วตฺตพฺโพ เหตุ เจว สเหตุโก จาติปิ สเหตุโก เจว น จ เหตูติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จาติปิ เหตุสมฺปยุตฺโต เจว น จ เหตูติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตู สิยา น วตฺตพฺพา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตูติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จ สิยา เหตุสมฺปยุตฺโต เจว น จ เหตุ สิยา น วตฺตพฺโพ เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จาติปิ เหตุสมฺปยุตฺโต เจว น จ เหตูติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ น เหตุ อเหตุโก ตโย ขนฺธา สิยา น เหตู สเหตุกา สิยา น เหตู อเหตุกา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา น เหตุ สเหตุโก สิยา น เหตุ อเหตุโก สิยา น วตฺตพฺโพ น เหตุ สเหตุโกติปิ น เหตุ อเหตุโกติปิ ฯ

สปฺปจฺจยา สงฺขตา ฯ จตฺตาโร ขนฺธา อนิทสฺสนา รูปกฺขนฺโธ สิยา สนิทสฺสโน สิยา อนิทสฺสโน ฯ จตฺตาโร ขนฺธา อปฺปฏิฆา รูปกฺขนฺโธ สิยา สปฺปฏิโฆ สิยา อปฺปฏิโฆ ฯ รูปกฺขนฺโธ รูปํ จตฺตาโร ขนฺธา อรูปา ฯ รูปกฺขนฺโธ โลกิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา โลกิยา สิยา โลกุตฺตรา ฯ เกนจิ วิญฺเญยฺยา เกนจิ น วิญฺเญยฺยา ฯ

จตฺตาโร ขนฺธา โน อาสวา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อาสโว สิยา โน อาสโว ฯ รูปกฺขนฺโธ สาสโว จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สาสวา สิยา อนาสวา ฯ รูปกฺขนฺโธ อาสววิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อาสวสมฺปยุตฺตา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ อาสโว เจว สาสโว จาติ สาสโว เจว โน จ อาสโว ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว สาสวา จาติ สิยา สาสวา เจว โน จ อาสวา สิยา น วตฺตพฺพา สาสวา เจว โน จ อาสวาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อาสโว เจว สาสโว จ สิยา สาสโว เจว โน จ อาสโว สิยา น วตฺตพฺโพ อาสโว เจว สาสโว จาติปิ สาสโว เจว โน จ อาสโวติปิ ฯ {๘๘.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺโต จาติปิ อาสวสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อาสโวติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวา สิยา น วตฺตพฺพา อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺโต จ สิยา อาสวสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อาสโว สิยา น วตฺตพฺโพ อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺโต จาติปิ อาสวสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อาสโวติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ อาสววิปฺปยุตฺตสาสโว จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวา สิยา น วตฺตพฺพา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวาติปิ อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวาติปิ ฯ

จตฺตาโร ขนฺธา โน สญฺโญชนา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา สญฺโญชนํ สิยา โน สญฺโญชนํ ฯ รูปกฺขนฺโธ สญฺโญชนิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สญฺโญชนิยา สิยา อสญฺโญชนิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิโย จาติ สญฺโญชนิโย เจว โน จ สญฺโญชนํ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนิยา จาติ สิยา สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิโย จ สิยา สญฺโญชนิโย เจว โน จ สญฺโญชนํ สิยา น วตฺตพฺโพ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิโย จาติปิ สญฺโญชนิโย เจว โน จ สญฺโญชนนฺติปิ ฯ {๘๙.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชน- สมฺปยุตฺโต จาติปิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต เจว โน จ สญฺโญชนนฺติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต เจว โน จ สญฺโญชนํ สิยา น วตฺตพฺโพ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จาติปิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต เจว โน จ สญฺโญชนนฺติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สญฺโญชน- วิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิยา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยาติปิ สญฺโญชน- วิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิยาติปิ

จตฺตาโร ขนฺธา โน คนฺถา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา คนฺโถ สิยา โน คนฺโถ ฯ รูปกฺขนฺโธ คนฺถนิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา คนฺถนิยา สิยา อคนฺถนิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ คนฺถวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา คนฺถสมฺปยุตฺตา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ คนฺโถ เจว คนฺถนิโย จาติ คนฺถนิโย เจว โน จ คนฺโถ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถนิยา จาติ สิยา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา คนฺโถ เจว คนฺถนิโย จ สิยา คนฺถนิโย เจว โน จ คนฺโถ สิยา น วตฺตพฺโพ คนฺโถ เจว คนฺถนิโย จาติปิ คนฺถนิโย เจว โน จ คนฺโถติปิ ฯ {๙๐.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จาติปิ คนฺถสมฺปยุตฺโต เจว โน จ คนฺโถติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จ สิยา คนฺถสมฺปยุตฺโต เจว โน จ คนฺโถ สิยา น วตฺตพฺโพ คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จาติปิ คนฺถสมฺปยุตฺโต เจว โน จ คนฺโถติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ คนฺถวิปฺปยุตฺต- คนฺถนิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยาติปิ คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยาติปิ ฯ

จตฺตาโร ขนฺธา โน โอฆา ฯเปฯ โน โยคา ฯเปฯ โน นีวรณา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา นีวรณํ สิยา โน นีวรณํ ฯ รูปกฺขนฺโธ นีวรณิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นีวรณิยา สิยา อนีวรณิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ นีวรณวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นีวรณสมฺปยุตฺตา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตา ฯ {๙๑.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ นีวรณญฺเจว นีวรณิโย จาติ นีวรณิโย เจว โน จ นีวรณํ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา นีวรณญฺเจว นีวรณิยา จาติ สิยา นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา นีวรณญฺเจว นีวรณิโย จ สิยา นีวรณิโย เจว โน จ นีวรณํ สิยา น วตฺตพฺโพ นีวรณญฺเจว นีวรณิโย จาติปิ นีวรณิโย เจว โน จ นีวรณนฺติปิ ฯ {๙๑.๒} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺโต จาติปิ นีวรณสมฺปยุตฺโต เจว โน จ นีวรณนฺติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา นีวรณา เจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺโต จ สิยา นีวรณสมฺปยุตฺโต เจว โน จ นีวรณํ สิยา น วตฺตพฺโพ นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺโต จาติปิ นีวรณสมฺปยุตฺโต เจว โน จ นีวรณนฺติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตอนีวรณิยา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยาติปิ นีวรณวิปฺปยุตฺต- อนีวรณิยาติปิ ฯ

จตฺตาโร ขนฺธา โน ปรามาสา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา ปรามาโส สิยา โน ปรามาโส ฯ รูปกฺขนฺโธ ปรามฏฺโฐ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปรามฏฺฐา สิยา อปรามฏฺฐา ฯ รูปกฺขนฺโธ ปรามาสวิปฺปยุตฺโต ตโย ขนฺธา สิยา ปรามาสสมฺปยุตฺตา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา ปรามาสสมฺปยุตฺโต สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺโต สิยา น วตฺตพฺโพ ปรามาสสมฺปยุตฺโตติปิ ปรามาสวิปฺปยุตฺโตติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ ปรามาโส เจว ปรามฏฺโฐ จาติ ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโส ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา ปรามาสา เจว ปรามฏฺฐา จาติ สิยา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสา สิยา น วตฺตพฺพา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา ปรามาโส เจว ปรามฏฺโฐ จ สิยา ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโส สิยา น วตฺตพฺโพ ปรามาโส เจว ปรามฏฺโฐ จาติปิ ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโสติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺโฐ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺต- อปรามฏฺฐา สิยา น วตฺตพฺพา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐาติปิ ปรามาสวิปฺปยุตฺตอปรามฏฺฐาติปิ ฯ

รูปกฺขนฺโธ อนารมฺมโณ จตฺตาโร ขนฺธา สารมฺมณา ฯ จตฺตาโร ขนฺธา โน จิตฺตา วิญฺญาณกฺขนฺโธ จิตฺตํ ฯ ตโย ขนฺธา เจตสิกา เทฺว ขนฺธา อเจตสิกา ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมฺปยุตฺตา รูปกฺขนฺโธ จิตฺตวิปฺปยุตฺโต วิญฺญาณกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ จิตฺเตน สมฺปยุตฺโตติปิ จิตฺเตน วิปฺปยุตฺโตติปิ ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสํสฏฺฐา รูปกฺขนฺโธ จิตฺตวิสํสฏฺโฐ วิญฺญาณกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ จิตฺเตน สํสฏฺโฐติปิ จิตฺเตน วิสํสฏฺโฐติปิ ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานา วิญฺญาณกฺขนฺโธ โน จิตฺตสมุฏฺฐาโน รูปกฺขนฺโธ สิยา จิตฺตสมุฏฺฐาโน สิยา โน จิตฺตสมุฏฺฐาโน ฯ {๙๓.๑} ตโย ขนฺธา จิตฺตสหภุโน วิญฺญาณกฺขนฺโธ โน จิตฺตสหภู รูปกฺขนฺโธ สิยา จิตฺตสหภู สิยา โน จิตฺตสหภู ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตานุปริวตฺติโน วิญฺญาณกฺขนฺโธ โน จิตฺตานุปริวตฺติ รูปกฺขนฺโธ สิยา จิตฺตานุปริวตฺติ สิยา โน จิตฺตานุปริวตฺติ ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา เทฺว ขนฺธา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน เทฺว ขนฺธา โน จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานสหภุโน ฯ ตโย ขนฺธา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน เทฺว ขนฺธา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ฯ ตโย ขนฺธา พาหิรา วิญฺญาณกฺขนฺโธ อชฺฌตฺติโก รูปกฺขนฺโธ สิยา อชฺฌตฺติโก สิยา พาหิโร ฯ จตฺตาโร ขนฺธา นุปาทา รูปกฺขนฺโธ สิยา อุปาทา สิยา นุปาทา สิยา อุปาทินฺนา สิยา อนุปาทินฺนา ฯ

จตฺตาโรขนฺธานุปาทานา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อุปาทานํ สิยา นุปาทานํ ฯ รูปกฺขนฺโธ อุปาทานิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อุปาทานิยา สิยา อนุปาทานิยา ฯ รูปกฺขนฺโธ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺตา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตา ฯ รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ อุปาทานญฺเจว อุปาทานิโย จาติ อุปาทานิโย เจว โน จ อุปาทานํ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานิยา จาติ สิยา อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อุปาทานญฺเจว อุปาทานิโย จ สิยา อุปาทานิโย เจว โน จ อุปาทานํ สิยา น วตฺตพฺโพ อุปาทานญฺเจว อุปาทานิโย จาติปิ อุปาทานิโย เจว โน จ อุปาทานนฺติปิ ฯ {๙๔.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ อุปาทานญฺเจว อุปาทานสมฺปยุตฺโต จาติปิ อุปาทานสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อุปาทานนฺติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา อุปาทานญฺเจว อุปาทานสมฺปยุตฺโต จ สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อุปาทานํ สิยา น วตฺตพฺโพ อุปาทานญฺเจว อุปาทาน- สมฺปยุตฺโตติปิ อุปาทานสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อุปาทานนฺติปิ ฯ รูปกฺขนฺโธ อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิโย จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิยา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิยาติปิ อุปาทานวิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยาติปิ ฯ

จตฺตาโร ขนฺธา โน กิเลสา สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา กิเลโส สิยา โน กิเลโส ฯ รูปกฺขนฺโธ สงฺกิเลสิโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิเลสิกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อสงฺกิลิฏฺโฐ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สงฺกิลิฏฺฐา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐา ฯ รูปกฺขนฺโธ กิเลสวิปฺปยุตฺโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา กิเลสสมฺปยุตฺตา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตา ฯ {๙๕.๑} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว สงฺกิเลสิโก จาติ สงฺกิเลสิโก เจว โน จ กิเลโส ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิเลสิกา จาติ สิยา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสา สิยา น วตฺตพฺพา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา กิเลโส เจว สงฺกิเลสิโก จ สิยา สงฺกิเลสิโก เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว สงฺกิเลสิโก จาติปิ สงฺกิเลสิโก เจว โน จ กิเลโสติปิ ฯ {๙๕.๒} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺโฐ จาติปิ สงฺกิลิฏฺโฐ เจว โน จ กิเลโสติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิลิฏฺฐา จาติ สิยา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสา สิยา น วตฺตพฺพา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺโฐ จ สิยา สงฺกิลิฏฺโฐ เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺโฐ จาติปิ สงฺกิลิฏฺโฐ เจว โน จ กิเลโสติปิ ฯ {๙๕.๓} รูปกฺขนฺโธ น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺโต จาติปิ กิเลสสมฺปยุตฺโต เจว โน จ กิเลโสติปิ ตโย ขนฺธา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสา สิยา น วตฺตพฺพา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสาติ สงฺขารกฺขนฺโธ สิยา กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺโต จ สิยา กิเลสสมฺปยุตฺโต เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺโพ กิเลโส เจว กิเลสมฺปยุตฺโต จาติปิ กิเลสสมฺปยุตฺโต เจว โน จ กิเลโสติปิ ฯ {๙๕.๔} รูปกฺขนฺโธ กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตอสงฺกิเลสิกา สิยา น วตฺตพฺพา กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกาติปิ กิเลสวิปฺปยุตฺต- อสงฺกิเลสิกาติปิ ฯ

รูปกฺขนฺโธ น ทสฺสเนน ปหาตพฺโพ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา สิยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ฯ รูปกฺขนฺโธ น ภาวนาย ปหาตพฺโพ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพา สิยา น ภาวนาย ปหาตพฺพา ฯ รูปกฺขนฺโธ น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา สิยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ฯ รูปกฺขนฺโธ น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา สิยา น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อวิตกฺโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สวิตกฺกา สิยา อวิตกฺกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อวิจาโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สวิจารา สิยา อวิจารา ฯ รูปกฺขนฺโธ อปฺปีติโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สปฺปีติกา สิยา อปฺปีติกา ฯ รูปกฺขนฺโธ น ปีติสหคโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปีติสหคตา สิยา น ปีติสหคตา ฯ เทฺว ขนฺธา น สุขสหคตา ตโย ขนฺธา สิยา สุขสหคตา สิยา น สุขสหคตา ฯ เทฺว ขนฺธา น อุเปกฺขาสหคตา ตโย ขนฺธา สิยา อุเปกฺขาสหคตา สิยา น อุเปกฺขาสหคตา ฯ {๙๖.๑} รูปกฺขนฺโธ กามาวจโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา กามาวจรา สิยา น กามาวจรา ฯ รูปกฺขนฺโธ น รูปาวจโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา รูปาววรา สิยา น รูปาวจรา ฯ รูปกฺขนฺโธ น อรูปาวจโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา อรูปาวจรา สิยา น อรูปาวจรา ฯ รูปกฺขนฺโธ ปริยาปนฺโน จตฺตาโร ขนฺธา สิยา ปริยาปนฺนา สิยา อปริยาปนฺนา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนิยฺยานิโก จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นิยฺยานิกา สิยา อนิยฺยานิกา ฯ รูปกฺขนฺโธ อนิยโต จตฺตาโร ขนฺธา สิยา นิยตา สิยา อนิยตา ฯ รูปกฺขนฺโธ สอุตฺตโร จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สอุตฺตรา สิยา อนุตฺตรา ฯ รูปกฺขนฺโธ อรโณ จตฺตาโร ขนฺธา สิยา สรณา สิยา อรณาติ ฯ ปญฺหาปุจฺฉกํ ฯ ขนฺธวิภงฺโค สมตฺโต ฯ -------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๓. ปัญหาปุจฉกะ

ข้อ ๑๕๐

ขันธ์ ๕ คือ ๑. รูปขันธ์ ๒. เวทนาขันธ์ ๓. สัญญาขันธ์ ๔. สังขารขันธ์ ๕. วิญญาณขันธ์ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา

ข้อ ๑๕๑

บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์เท่าไรเป็นกุศล เท่าไรเป็นอกุศล เท่าไรเป็นอัพยากฤต ฯลฯ เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๑. กุสลติกวิสัชนา

ข้อ ๑๕๒

รูปขันธ์เป็นอัพยากฤต ขันธ์ ๔ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ๒. เวทนาติกวิสัชนา ขันธ์ ๒ กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา หรือสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ขันธ์ ๓ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ๓. วิปากติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ขันธ์ ๔ ที่เป็นวิบากก็มีที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๔. อุปาทินนติกวิสัชนา รูปขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ขันธ์ ๔ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ๕. สังกิลิฏฐติกวิสัชนา รูปขันธ์กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส ขันธ์ ๔ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี๖. สวิตักกติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ขันธ์ ๓ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี สังขารขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีทั้งวิตกและวิจารไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร หรือไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ๗. ปีติติกวิสัชนา รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขา เวทนาขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติแต่ไม่สหรคตด้วยสุขและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติก็มี ขันธ์ ๓ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มีที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ๘. ทัสสนติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ขันธ์ ๔ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มีที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๙. ทัสสนเหตุติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ขันธ์ ๔ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี๑๐. อาจยคามิติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน ขันธ์ ๔ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี ๑๑. เสกขติกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคล ขันธ์ ๔ ที่เป็นของเสขบุคคลก็มีที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลก็มี ๑๒. ปริตตติกวิสัชนา รูปขันธ์เป็นปริตตะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็น อัปปมาณะก็มี ๑๓. ปริตตารัมมณติกวิสัชนา รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมหัคคตะ เป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีปริตตะเป็นอารมณ์มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ หรือมีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ๑๔. หีนติกวิสัชนา รูปขันธ์เป็นชั้นกลาง ขันธ์ ๔ ที่เป็นชั้นต่ำก็มี ที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้น ประณีตก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๑๕. มิจฉัตตติกวิสัชนา รูปขันธ์เป็นธรรมชาติไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้น ขันธ์ ๔ ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่เป็นธรรมชาติไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี ๑๖. มัคคารัมมณติกวิสัชนา รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นอารมณ์ มีมรรคเป็นเหตุหรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ๑๗. อุปปันนติกวิสัชนา ขันธ์ ๕ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี ๑๘. อตีตติกวิสัชนา ขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี ๑๙. อตีตารัมมณติกวิสัชนา รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ๒๐. อัชฌัตตติกวิสัชนา ขันธ์ ๕ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกวิสัชนา รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา กล่าวไม่ได้ว่า มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ หรือมีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ๒๒. สนิทัสสนติกวิสัชนา ขันธ์ ๔ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ รูปขันธ์ที่เห็นได้และกระทบได้ก็มี ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ก็มี ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ก็มี ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๑๕๓

ขันธ์ ๔ ไม่เป็นเหตุ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี รูปขันธ์ไม่มีเหตุ ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากเหตุ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ขันธ์ ๓กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและมีเหตุก็มี ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ ขันธ์ ๓ ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา ขันธ์ ๕ มีปัจจัยปรุงแต่ง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ขันธ์ ๔ เห็นไม่ได้ รูปขันธ์ที่เห็นได้ก็มี ที่เห็นไม่ได้ก็มี ขันธ์ ๔ กระทบไม่ได้ รูปขันธ์ที่กระทบได้ก็มี ที่กระทบไม่ได้ก็มี รูปขันธ์เป็นรูป ขันธ์ ๔ ไม่เป็นรูป รูปขันธ์เป็นโลกิยะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี ขันธ์ ๕ ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี ๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นอาสวะ สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอาสวะก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของอาสวะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากอาสวะ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นสังโยชน์ สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากสังโยชน์ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุต จากสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มีที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือวิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๕. คันถโคจฉกวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นคันถะ สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะก็มี ที่ไม่เป็นคันถะก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของคันถะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากคันถะ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจาก คันถะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะหรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจาก คันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะ และไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ๖-๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่ เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากนิวรณ์ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจาก นิวรณ์ก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วย นิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจาก นิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือวิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา ขันธ์ ๔ ไม่เป็นปรามาส สังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นปรามาสก็มีรูปขันธ์เป็นอารมณ์ของปรามาส ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากปรามาส ขันธ์ ๓ ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุต จากปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ๑๐. ปิฏฐิทุกะ รูปขันธ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ รับรู้อารมณ์ได้ วิญญาณขันธ์เป็นจิต ขันธ์ ๔ ไม่เป็นจิต ขันธ์ ๓ เป็นเจตสิก ขันธ์ ๒ ไม่เป็นเจตสิก ขันธ์ ๓ สัมปยุตด้วยจิต รูปขันธ์วิปปยุตจากจิต วิญญาณขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยจิต หรือวิปปยุตจากจิต ขันธ์ ๓ ระคนกับจิต รูปขันธ์ไม่ระคนกับจิต วิญญาณขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า ระคนกับจิต หรือไม่ระคนกับจิต ขันธ์ ๓ มีจิตเป็นสมุฏฐาน วิญญาณขันธ์ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน รูปขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ขันธ์ ๓ เกิดพร้อมกับจิต วิญญาณขันธ์ไม่เกิดพร้อมกับจิต รูปขันธ์ที่เกิด พร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่เกิดพร้อมกับจิตก็มี ขันธ์ ๓ เป็นไปตามจิต วิญญาณขันธ์ไม่เป็นไปตามจิต รูปขันธ์ที่เป็นไปตามจิตก็มี ที่ไม่เป็นไปตามจิตก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ขันธ์ ๓ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ขันธ์ ๒ ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ขันธ์ ๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต ขันธ์ ๒ ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต ขันธ์ ๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต ขันธ์ ๒ ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต ๑๑. อุปาทานโคจฉกะ วิญญาณขันธ์เป็นภายใน ขันธ์ ๓ เป็นภายนอก รูปขันธ์ที่เป็นภายในก็มี ที่เป็นภายนอกก็มี ขันธ์ ๔ ไม่เป็นอุปาทายรูป รูปขันธ์ที่เป็นอุปาทายรูปก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปก็มี ขันธ์ ๕ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือก็มี ขันธ์ ๔ ไม่เป็นอุปาทาน สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทานก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากอุปาทาน ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุต จากอุปาทานก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ๑๒. กิเลสโคจฉกะ ขันธ์ ๔ ไม่เป็นกิเลส สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นกิเลสก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของกิเลส ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี รูปขันธ์กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง ขันธ์ ๔ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากกิเลส ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจาก กิเลสก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสหรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมองหรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ๑๓. มหันตรทุกวิสัชนา รูปขันธ์ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ขันธ์ ๔ ที่ต้องประหาณด้วย โสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี รูปขันธ์ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ขันธ์ ๔ ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี รูปขันธ์ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุต้อง ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี รูปขันธ์ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุต้อง ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี รูปขันธ์ไม่มีวิตก ขันธ์ ๔ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี รูปขันธ์ไม่มีวิจาร ขันธ์ ๔ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑. ขันธวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา รูปขันธ์ไม่มีปีติ ขันธ์ ๔ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี รูปขันธ์ไม่สหรคตด้วยปีติ ขันธ์ ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วย ปีติก็มี ขันธ์ ๒ ไม่สหรคตด้วยสุข ขันธ์ ๓ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วย สุขก็มี ขันธ์ ๒ ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ขันธ์ ๓ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่ สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี รูปขันธ์เป็นกามาวจร ขันธ์ ๔ ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นรูปาวจร ขันธ์ ๔ ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นอรูปาวจร ขันธ์ ๔ ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี รูปขันธ์นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ขันธ์ ๔ ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ขันธ์ ๔ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี รูปขันธ์เป็นธรรมชาติไม่แน่นอน ขันธ์ ๔ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี รูปขันธ์มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ขันธ์ ๔ ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ ขันธ์ ๔ ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี (๑๓) ปัญหาปุจฉกะ จบ ขันธวิภังค์ จบบริบูรณ์ @เชิงอรรถ : @ คือเป็นธรรมชาติที่ไม่แน่นอนโดยการให้ผลหรือไม่ให้ผล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๑๑}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

วรรณนาปัญหาปุจฉกะ

บัดนี้ เป็นปัญหาปุจฉกะ (หมวดถามปัญหา) ในปัญหาปุจฉกะนั้น บัณฑิตพึงทราบในการถามปัญหาว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามปัญหาธรรมใดที่ได้และไม่ได้โดยนัยมีอาทิว่า ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ กติ กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา(บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นกุศล ขันธ์ไหนเป็นอกุศล ขันธ์ไหนเป็นอัพยากฤต) ดังนี้นั้น ในการวิสัชนา พระองค์ทรงยกธรรมที่ได้เท่านั้นขึ้นแสดงโดยนัยมีอาทิว่า รูปกฺขนฺโธ อพฺยากโต (รูปขันธ์เป็นอัพยากฤต) ดังนี้.

ก็ในที่ใดๆ พระองค์ไม่ทรงกำหนดว่า เป็นขันธ์หนึ่งหรือขันธ์สอง ก็จะทรงตั้งตันติ (แบบแผน) ไว้โดยนัยมีอาทิว่า สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา (ขันธ์ ๕ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปันนะก็มี) ดังนี้ ในที่นั้นๆ พึงทราบการถือเอาขันธ์แม้ทั้ง ๕.

การจำแนกกุศลเป็นต้นของขันธ์เหล่านั้นๆ ที่เหลือ ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในอรรถกถาธรรมสังคหะ ในหนหลังแล้วแล.

____________________________

อัฏฐสาลินี อรรถกถาธรรมสังคณี.

ก็ในอารัมมณติกะทั้งหลาย ขันธ์ ๔ ย่อมเป็นปริตตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้พิจารณา ผู้เล็งเห็นปรารภกามาวจรธรรม ๕๕ ดวง เป็นมหัคคตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้เริ่มกำหนดปรารภรูปาวจรและอรูปาวจรธรรม ๒๗ ดวงและเป็นอัปปมาณารัมมณะแก่บุคคลผู้พิจารณามรรค ผลและพระนิพพาน แต่เป็นนวัตตัพพารมณ์ (อารมณ์บัญญัติ) ในเวลาพิจารณาบัญญัติ ฉะนี้แล.

ขันธ์ ๔ เหล่านั้นนั่นเองเป็นมัคคารัมมณะในเวลาที่พระเสขะและอเสขะพิจารณามรรค. เป็นมัคคเหตุกะ (มีมรรคเป็นเหตุ) โดยเหตุที่เกิดพร้อมกันในกาลแห่งมรรค. เป็นมัคคาธิปติโดยอารัมมณาธิปติ ในเวลาพิจารณาทำมรรคให้หนัก (เป็นใหญ่).

อีกอย่างหนึ่ง ขันธ์ ๔ เป็นมัคคาธิปติด้วยอธิบดีที่เกิดพร้อมกันของบุคคลผู้เจริญมรรคมีวิริยะเป็นใหญ่ หรือมีวิมังสาเป็นใหญ่ แต่ชื่อว่าเป็นนวัตตัพพารัมมณะ แก่บุคคลผู้เจริญมรรคมีฉันทะเป็นใหญ่ หรือมีจิตเป็นใหญ่.

ก็ขันธ์ ๔ เป็นอตีตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้เริ่มกำหนดปรารภขันธ์ ธาตุ อายตนะที่ล่วงแล้ว. เป็นอนาคตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัดเป็นผู้ปรารภธรรมมีขันธ์เป็นต้นที่ยังมาไม่ถึง. เป็นปัจจุปปันนารัมมณะแก่บุคคลเหล่านั้นแหละผู้ปรารภธรรมเหล่านั้นแหละที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า. เป็นนวัตตัพพารัมมณะแก่บุคคลผู้พิจารณาบัญญัติหรือพระนิพพาน.

อนึ่ง ขันธ์ ๔ พึงทราบว่าเป็นอัชฌัตตารัมมณะแก่บุคคลผู้กำหนัด ผู้ขัดเคือง ผู้ลุ่มหลง ผู้สำรวม ผู้เริ่มกำหนดปรารภขันธ์ ธาตุ อายตนะของตน เป็นพหิทธารัมมณะแก่บุคคลผู้ปรารภขันธ์ ธาตุ อายตนะของบุคคลเหล่าอื่น เป็นไปอยู่อย่างนั้น เป็นพหิทธารัมมณะนั่นแหละ แม้ในกาลที่พิจารณาบัญญัติและพระนิพพาน เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะแก่บุคคลผู้ประพฤติอย่างนั้นในอัชฌัตตธรรมตามกาล ในพหิทธธรรมตามกาล เป็นนวัตตัพพารัมมณะ ในกาลแห่งอากิญจัญญายตนะ ดังนี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงจำแนกขันธวิภังค์นี้นำออก ๓ ปริวรรต ด้วยอำนาจสุตตันตภาชนีย์เป็นต้น ด้วยประการฉะนี้. ก็ในปริวรรตแม้ทั้ง ๓ มีปริจเฉทเดียวเท่านั้น เพราะรูปขันธ์เป็นกามาพจรอย่างเดียวในที่ทั้งปวง ขันธ์ ๔ เป็นไปในภูมิ ๔ พระองค์ตรัสไว้ปะปนกันไปทั้งโลกิยะและโลกุตระแล.

____________________________

หมุนไป ๓ อย่าง.

ขันธวิภังคนิเทศที่หนึ่ง แห่งสัมโมหวิโนทนี อรรถกถาพระวิภังค์ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา