อริยมรรคมีองค์ ๘ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ ปัญหาปุจฉกะ
อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เสยฺยถีทํ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ ฯ อฏฺฐนฺนํ มคฺคงฺคานํ กติ กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา ฯเปฯ กติ สรณา กติ อรณา ฯ
อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ ๒. สัมมาสังกัปปะ ๓. สัมมาวาจา ๔. สัมมากัมมันตะ ๕. สัมมาอาชีวะ ๖. สัมมาวายามะ ๗. สัมมาสติ ๘. สัมมาสมาธิ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา บรรดาองค์มรรค ๘ ข้อไหนเป็นกุศล ข้อไหนเป็นอกุศล ข้อไหนเป็นอัพยากฤต ฯลฯ ข้อไหนเป็นสรณะ ข้อไหนเป็นอรณะ ติกมาติกาวิสัชนา
สิยา กุสลา สิยา อพฺยากตา ฯ สมฺมาสงฺกปฺโป สุขาย เวทนาย สมฺมปยุตฺโต สตฺต มคฺคงฺคา สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ฯ สิยา วิปากา สิยา วิปากธมฺมธมฺมา อนุปาทินฺนอนุปาทานิยา อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา ฯ สมฺมาสงฺกปฺโป อวิตกฺกวิจารมตฺโต สตฺต มคฺคงฺคา สิยา สวิตกฺกสวิจารา สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตา สิยา อวิตกฺกอวิจารา ฯ สมฺมาสงฺกปฺโป ปีติสหคโต สุขสหคโต น อุเปกฺขาสหคโต สตฺต มคฺคงฺคา สิยา ปีติสหคตา สิยา สุขสหคตา สิยา อุเปกฺขาสหคตา ฯ {๕๙๕.๑} เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกา สิยา อปจยคามิโน สิยา เนวอาจยคามิโน- นอปจยคามิโน สิยา เสกฺขา สิยา อเสกฺขา อปฺปมาณา อปฺปมาณารมฺมณา ปณีตา สิยา สมฺมตฺตนิยตา สิยา อนิยตา น มคฺคารมฺมณา สิยา มคฺคเหตุกา สิยา มคฺคาธิปติโน สิยา น วตฺตพฺพา มคฺคเหตุกาติปิ มคฺคาธิปติโนติปิ สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา สิยา อุปฺปาทิโน สิยา อตีตา สิยา อนาคตา สิยา ปจฺจุปนฺนา น วตฺตพฺพา อตีตารมฺมณาติปิ อนาคตารมฺมณาติปิ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาติปิ สิยา อชฺฌตฺตา สิยา พหิทฺธา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธา พหิทฺธารมฺมณา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ฯ
องค์มรรค ๘ เป็นกุศลก็มี เป็นอัพยากฤตก็มี สัมมาสังกัปปะเป็นสุขเวทนาสัมปยุต องค์มรรค ๗ เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี องค์มรรค ๘ เป็นวิบากก็มี เป็นวิบากธัมมธรรมก็มี องค์มรรค ๘เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะ องค์มรรค ๘ เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะ สัมมา-*สังกัปปะ เป็นอวิตักกวิจารมัตตะ องค์มรรค ๗ เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี เป็นอวิตักกาวิจาระก็มี สัมมาสังกัปปะ เป็นปีติสหคตะเป็นสุขสหคตะ ไม่เป็นอุเบกขาสหคตะ องค์มรรค ๗ เป็นปีติสหคตะก็มีเป็นสุขสหคตะก็มี เป็นอุเบกขาสหคตะก็มี องค์มรรค ๘ เป็นเนวทัสสน-*นภาวนาปหาตัพพะ องค์มรรค ๘ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ องค์มรรค ๘ เป็นอปจยคามีก็มี เป็นเนวาจยคามินาปจยคามีก็มี องค์มรรค ๘ เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มี องค์มรรค ๘ เป็นอัปปมาณะ องค์มรรค ๘เป็นอัปปมาณารัมมณะ องค์มรรค ๘ เป็นปณีตะ องค์มรรค ๘ เป็นสัมมัตต-*นิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี องค์มรรค ๘ ไม่เป็นมัคคารัมมณะ องค์มรรค ๘เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคเหตุกะแม้เป็นมัคคาธิปติก็มี องค์มรรค ๘ เป็นอุปปันนะก็มี อนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทีก็มีองค์มรรค ๘ เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอตีตารัมมณะ แม้เป็นอนาคตารัมมณะ แม้เป็นปัจจุปันนารัมมณะ องค์มรรค ๘เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี องค์มรรค ๘ เป็นพหิทธารัมมณะ องค์มรรค ๘ เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะ ทุกมาติกาวิสัชนา ๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
สมฺมาทิฏฺฐิ เหตุ สตฺต มคฺคงฺคา น เหตู ฯ สเหตุกา เหตุสมฺปยุตฺตา ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ เหตุ เจว สเหตุกา จ สตฺต มคฺคงฺคา น วตฺตพฺพา เหตู เจว สเหตุกา จาติ สเหตุกา เจว น จ เหตู ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จ สตฺต มคฺคงฺคา น วตฺตพฺพา เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จาติ เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตู ฯ สตฺต มคฺคงฺคา น เหตู สเหตุกา สมฺมาทิฏฺฐิ น วตฺตพฺพา น เหตุ สเหตุกาติปิ น เหตุ อเหตุกาติปิ ฯ
สัมมาทิฏฐิ เป็นเหตุ องค์มรรค ๗ เป็นนเหตุ องค์มรรค ๘เป็นสเหตุกะ เป็นเหตุสัมปยุต สัมมาทิฏฐิ เป็นเหตุสเหตุกะ องค์มรรค ๗กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุสเหตุกะ เป็นแต่สเหตุกนเหตุ สัมมาทิฏฐิ เป็นเหตุเหตุ-*สัมปยุต องค์มรรค ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุเหตุสัมปยุต เป็นแต่เหตุสัมปยุตองค์มรรค ๗ เป็นนเหตุสเหตุกะ สัมมาทิฏฐิ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนเหตุสเหตุกะแม้เป็นนเหตุอเหตุกะ ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒. จูฬนตรทุกาทิวิสัชนา
สปฺปจฺจยา สงฺขตา อนิทสฺสนา อปฺปฏิฆา อรูปา โลกุตฺตรา เกนจิ วิญฺเญยฺยา เกนจิ น วิญฺเญยฺยา ฯ โน อาสวา อนาสวา อาสววิปฺปยุตฺตา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว สาสวา จาติปิ สาสวา เจว โน จ อาสวาติปิ น วตฺตพฺพา อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จาติปิ อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวาติปิ อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวา ฯ โน สญฺโญชนา ฯเปฯ โน คนฺถา ฯเปฯ โน โอฆา ฯเปฯ โน โยคา ฯเปฯ โน นีวรณา ฯเปฯ โน ปรามาสา ฯเปฯ สารมฺมณา โน จิตฺตา เจตสิกา จิตฺตสมฺปยุตฺตา จิตฺตสํสฏฺฐา จิตฺตสมุฏฺฐานา จิตฺตสหภุโน จิตฺตานุปริวตฺติโน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน พาหิรา นุปาทา อนุปาทินฺนา ฯ นุปาทานา ฯเปฯ โน กิเลสา ฯเปฯ
องค์มรรค ๘ เป็นสัปปัจจยะ องค์มรรค ๘ เป็นสังขตะ องค์มรรค ๘ เป็นอนิทัสสนะ องค์มรรค ๘ เป็นอัปปฏิฆะ องค์มรรค ๘ เป็นอรูปองค์มรรค ๘ เป็นโลกุตตระ องค์มรรค ๘ เป็นเกนจิวิญเญยยะ องค์มรรค ๘เป็นโนอาสวะ องค์มรรค ๘ เป็นอนาสวะ องค์มรรค ๘ เป็นอาสววิปปยุตองค์มรรค ๘ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวสาสวะ แม้เป็นสาสวโนอาสวะ องค์มรรค ๘ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุต แม้เป็นอาสวสัมปยุตต-*โนอาสวะ องค์มรรค ๘ เป็นอาสวะวิปปยุตตอนาสวะ องค์มรรค ๘ เป็นโนสัญ-*โญชนะ ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นโนคันถะ ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นโนโอฆะ ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นโนโยคะ ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นโนนีวรณะ ฯลฯ องค์มรรค ๘เป็นโนปรามาสะ ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นสารัมมณะ องค์มรรค ๘ เป็นโนจิตตะองค์มรรค ๘ เป็นเจตสิกะ องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสัมปยุต องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสังสัฏฐะ องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสมุฏฐานะ องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสหภูองค์มรรค ๘ เป็นจิตตานุปริวัตติ องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏ-*ฐานานุปริวัตติ องค์มรรค ๘ เป็นพาหิระ องค์มรรค ๘ เป็นนอุปาทา องค์มรรค ๘เป็นอนุปาทินนะ องค์มรรค ๘ เป็นนอุปาทานะ ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นโนกิเลสะ ฯลฯ ๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา
น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา น ภาวนาย ปหาตพฺพา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ฯ สมฺมาสงฺกปฺโป อวิตกฺโก สตฺต มคฺคงฺคา สิยา สวิตกฺกา สิยา อวิตกฺกา ฯ สมฺมาสงฺกปฺโป สวิจาโร สตฺต มคฺคงฺคา สิยา สวิจารา สิยา อวิจารา ฯ สมฺมาสงฺกปฺโป สปฺปีติโก สตฺต มคฺคงฺคา สิยา สปฺปีติกา สิยา อปฺปีติกา ฯ สมฺมาสงฺกปฺโป ปีติสหคโต สตฺต มคฺคงฺคา สิยา ปีติสหคตา สิยา น ปีติสหคตา ฯ สมฺมาสงฺกปฺโป สุขสหคโต สตฺต มคฺคงฺคา สิยา สุขสหคตา สิยา น สุขสหคตา ฯ สมฺมาสงฺกปฺโป น อุเปกฺขาสหคโต สตฺต มคฺคงฺคา สิยา อุเปกฺขาสหคตา สิยา น อุเปกฺขาสหคตา ฯ น กามาวจรา น รูปาวจรา น อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา สิยา นิยฺยานิกา สิยา อนิยฺยานิกา สิยา นิยตา สิยา อนิยตา อนุตฺตรา อรณาติ ฯ ปญฺหาปุจฺฉกํ ฯ มคฺควิภงฺโค สมตฺโต ฯ ------------
องค์มรรค ๘ เป็นนทัสสนปหาตัพพะ องค์มรรค ๘ เป็น นภาวนาปหาตัพพะ องค์มรรค ๘ เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะ องค์มรรค ๘เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ สัมมาสังกัปปะ เป็นอวิตักกะ องค์มรรค ๗เป็นสวิตักกะก็มี เป็นอวิตักกะก็มี สัมมาสังกัปปะ เป็นสวิจาระ องค์มรรค ๗เป็นสวิจาระก็มี เป็นอวิจาระก็มี สัมมาสังกัปปะ เป็นสัปปีติกะ องค์มรรค ๗เป็นสัปปีติกะก็มี เป็นอัปปีติกะก็มี สัมมาสังกัปปะ เป็นปีติสหคตะ องค์มรรค ๗เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี สัมมาสังกัปปะ เป็นสุขสหคตะ องค์มรรค ๗ เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี สัมมาสังกัปปะ เป็นนอุเปกขาสหคตะ องค์มรรค ๗ เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มีองค์มรรค ๘ เป็นนกามาวจร องค์มรรค ๘ เป็นนรูปาวจร องค์มรรค ๘ เป็นนอรูปาวจร องค์มรรค ๘ เป็นอปริยาปันนะ องค์มรรค ๘ เป็นนิยยานิกะก็มีเป็นอนิยยานิกะก็มี องค์มรรค ๘ เป็นนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี องค์มรรค ๘เป็นอนุตตระ องค์มรรค ๘ เป็นอรณะ ฉะนี้แล ปัญหาปุจฉกะ จบ มรรควิภังค์ จบบริบูรณ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ปัญหาปุจฉกะ
อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ ๒. สัมมาสังกัปปะ ๓. สัมมาวาจา ๔. สัมมากัมมันตะ ๕. สัมมาอาชีวะ ๖. สัมมาวายามะ ๗. สัมมาสติ ๘. สัมมาสมาธิติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา
บรรดาองค์มรรค ๘ องค์มรรคเท่าไรเป็นกุศล เท่าไรเป็นอกุศลเท่าไรเป็นอัพยากฤต ฯลฯ เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๑-๒๒. กุสลติกาทิวิสัชนา
องค์มรรค ๘ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี สัมมาสังกัปปะสัมปยุตด้วยสุขเวทนา องค์มรรค ๗ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มีที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี องค์มรรค ๘ ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี องค์มรรค ๘ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน @เชิงอรรถ : @ อภิ.วิ.อ. ๔๘๖/๓๔๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๘๐}
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๑. มัคควิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา องค์มรรค ๘ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สัมมาสังกัปปะไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร องค์มรรค ๗ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มีที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี สัมมาสังกัปปะสหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุขแต่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา องค์มรรค ๗ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี องค์มรรค ๘ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ องค์มรรค ๘ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ องค์มรรค ๘ ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี องค์มรรค ๘ ที่เป็นของเสขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี องค์มรรค ๘ เป็นอัปปมาณะ องค์มรรค ๘ มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ องค์มรรค ๘ เป็นชั้นประณีต องค์มรรค ๘ ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี องค์มรรค ๘ ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์ องค์มรรค ๘ ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี องค์มรรค ๘ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี องค์มรรค ๘ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี องค์มรรค ๘ กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็น อารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ องค์มรรค ๘ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตน และภายนอกตนก็มี องค์มรรค ๘ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ องค์มรรค ๘ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๘๑}
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๑. มัคควิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
สัมมาทิฏฐิเป็นเหตุ องค์มรรค ๗ ไม่เป็นเหตุ องค์มรรค ๘ มีเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ สัมมาทิฏฐิเป็นเหตุและมีเหตุ องค์มรรค ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุหรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สัมมาทิฏฐิเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ องค์มรรค ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ องค์มรรค ๗ ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ สัมมาทิฏฐิกล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุหรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ ๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา องค์มรรค ๘ มีปัจจัยปรุงแต่ง องค์มรรค ๘ ถูกปัจจัยปรุงแต่ง องค์มรรค ๘ เห็นไม่ได้ องค์มรรค ๘ กระทบไม่ได้ องค์มรรค ๘ ไม่เป็นรูป องค์มรรค ๘ เป็นโลกุตตระ องค์มรรค ๘ จิตบางดวงรู้ได้ องค์มรรค ๘ จิตบางดวงรู้ไม่ได้ ๓-๙. อาสวโคจฉกาทิวิสัชนา องค์มรรค ๘ ไม่เป็นอาสวะ องค์มรรค ๘ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ องค์มรรค ๘ วิปปยุตจากอาสวะ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ องค์มรรค ๘ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ องค์มรรค ๘ วิปปยุตจากอาสวะ องค์มรรค ๘ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๘๒}
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๑. มัคควิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา องค์มรรค ๘ ไม่เป็นสังโยชน์ ฯลฯ ไม่เป็นคันถะ ฯลฯ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ ฯลฯ ไม่เป็นปรามาส ฯลฯ ๑๐-๑๒. มหันตรทุกาทิวิสัชนา องค์มรรค ๘ รับรู้อารมณ์ได้ องค์มรรค ๘ ไม่เป็นจิต องค์มรรค ๘ เป็นเจตสิก องค์มรรค ๘ สัมปยุตด้วยจิต องค์มรรค ๘ ระคนกับจิต องค์มรรค ๘ มีจิตเป็นสมุฏฐาน องค์มรรค ๘ เกิดพร้อมกับจิต องค์มรรค ๘ เป็นไปตามจิต องค์มรรค ๘ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน องค์มรรค ๘ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต องค์มรรค ๘ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต องค์มรรค ๘เป็นภายนอก องค์มรรค ๘ ไม่เป็นอุปาทายรูป องค์มรรค ๘ กรรมอันประกอบด้วย ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ องค์มรรค ๘ ไม่เป็นอุปาทาน ฯลฯ ไม่เป็นกิเลส ฯลฯ ๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา องค์มรรค ๘ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค และมรรคเบื้องบน ๓ องค์มรรค ๘ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค และมรรคเบื้องบน ๓ สัมมาสังกัปปะไม่มีวิตก องค์มรรค ๗ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี สัมมาสังกัปปะมีวิจาร องค์มรรค ๗ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี สัมมาสังกัปปะมีปีติ องค์มรรค ๗ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี สัมมาสังกัปปะ สหรคตด้วยปีติ องค์มรรค ๗ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่ สหรคตด้วยปีติก็มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๘๓}
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๑. มัคควิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา สัมมาสังกัปปะสหรคตด้วยสุข องค์มรรค ๗ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่ สหรคตด้วยสุขก็มี สัมมาสังกัปปะไม่สหรคตด้วยอุเบกขา องค์มรรค ๗ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี องค์มรรค ๘ ไม่เป็นกามาวจร องค์มรรค ๘ ไม่เป็นรูปาวจร องค์มรรค ๘ ไม่เป็นอรูปาวจร องค์มรรค ๘ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ องค์มรรค ๘ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจาก วัฏฏทุกข์ก็มี องค์มรรค ๘ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี องค์มรรค ๘ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า องค์มรรค ๘ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ ปัญหาปุจฉกะ จบ มัคควิภังค์ จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๘๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
วรรณนาปัญหาปุจฉกะ
ในปัญหาปุจฉกะ บัณฑิตพึงทราบความที่มัคคังคะเป็นกุศลเป็นต้น โดยทำนองพระบาลีนั่นแหละ. แต่ในอารัมมณติกะ มรรคเหล่านี้ทั้งหมด เป็นอัปปมาณารัมมณะอย่างเดียว ไม่เป็นมัคคารัมมณะ เพราะปรารภพระนิพพานอันเป็นอัปปมาณธรรมเป็นไป. เพราะมรรค ย่อมไม่ทำผลให้เป็นอารมณ์แต่ว่าด้วยสามารถแห่งสหชาตเหตุในที่นี้ กุสลทั้งหลายเป็นมัคคเหตุกะ. ในกาลเจริญมรรค ชื่อว่าเป็นมัคคาธิปติ เพราะทำวิริยะ หรือวิมังสาให้เป็นประธาน. แม้ในกาลแห่งผลจิต ก็ไม่พึงกล่าวนั่นแหละ. ถึงว่าด้วยความเป็นเอการัมมณะในอตีตะเป็นต้น ก็ไม่พึงกล่าว. แต่ย่อมชื่อว่า เป็นพหิทธารัมมณะได้ เพราะความที่พระนิพพานเป็นพหิทธาธรรม ดังนี้. แม้ในปัญหาปุจฉกะนี้ ท่านก็กล่าวว่า เป็นมัคคังคะ เป็นโลกุตตระที่เกิดขึ้นแล้วเหมือนกัน. สำหรับมัคคังคะซึ่งเป็นโลกิยะและโลกุตตระ พระสัมมาสัมพุทธะตรัสไว้ในสุตตันตภาชนีย์เท่านั้น ส่วนในอภิธรรมภาชนีย์และปัญหาปุจฉกะ ตรัสว่า เป็นโลกุตตระอย่างเดียว. แม้มัคควิภังค์นี้ พระองค์ก็ทรงนำออกจำแนกแสดงแล้ว ๓ ปริวัฎ ฉะนี้แล.
วรรณนาปัญหาปุจฉกะ จบ อรรถกถามัคควิภังค์ จบ. -----------------------------------------------------