อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๔๙

มาติกา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๔๙–๘๕๙11 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺโค

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ ๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์ มาติกา เอกกมาติกา

ข้อ ๘๔๙

ชาติมโท โคตฺตมโท อาโรคฺยมโท โยพฺพนมโท ชีวิตมโท ลาภมโท สกฺการมโท ครุการมโท ปุเรกฺขารมโท ปริวารมโท โภคมโท วณฺณมโท สุตมโท ปฏิภาณมโท รตฺตญฺญุมโท ปิณฺฑปาติกมโท อนวญฺญตฺติมโท อิริยาปถมโท อิทฺธิมโท ยสมโท สีลมโท ฌานมโท สิปฺปมโท อาโรหมโท ปริณาหมโท สณฺฐานมโท ปาริปูริมโท มโท ปมาโท ถมฺโภ สารมฺโภ อติจฺฉตา มหิจฺฉตา ปาปิจฺฉตา สิงฺคํ ตินฺติณํ จาปลฺยํ อสภาควุตฺติ อรติ ตนฺทิ วิชมฺภิกา ภตฺตสมฺมโท เจตโส ลีนตฺตํ กุหนา ลปนา เนมิตฺติกตา นิปฺเปสิกตา ลาเภน ลาภํ ชิคึสนตา เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน สทิโสหมสฺมีติ มาโน หีโนหมสฺมีติ มาโน เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน สทิสสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน หีนสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน มาโน อติมาโน มานาติมาโน โอมาโน อธิมาโน อสฺมิมาโน มิจฺฉามาโน ญาติวิตกฺโก ชนปทวิตกฺโก อมรวิตกฺโก ปรานุทยตาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก ฯ

ความมัวเมาในชาติ ความมัวเมาในโคตร ความมัวเมาในความไม่มีโรค ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว ความมัวเมาในชีวิต ความมัวเมาในลาภ ความมัวเมาในสักการะ ความมัวเมาในการทำความเคารพ ความมัวเมาในความเป็นหัวหน้า ความมัวเมาในบริวาร ความมัวเมาในโภคสมบัติ ความมัวเมาในวรรณะแห่งสรีระและคุณความดี ความมัวเมาในการศึกษา ความมัวเมาในปฏิภาณ ความมัวเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู ความมัวเมาในความถือบิณฑบาตเป็นวัตร ความมัวเมาในความไม่มีใครดูหมิ่น ความมัวเมาในอิริยาบถ ความมัวเมาในอิทธิฤทธิ์ ความมัวเมาในยศ ความมัวเมาในศีล ความมัวเมาในฌาน ความมัวเมาในศิลปะ ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสูง ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสันทัด ความมัวเมาในความมีทรวดทรงงาม ความมัวเมาในความมีร่างกายบริบูรณ์ความมัวเมา ความประมาท ความหัวดื้อ ความแข่งดี ความอยากได้เกินประมาณความมักมาก ความปรารถนาลามก การพูดเสียดแทง การพูดเกียดกัน การชอบตกแต่ง การประพฤติไม่สมควร ความไม่ยินดี ความโงกง่วง ความบิดกายความเมาอาหาร ความย่อหย่อนแห่งจิต การหลอกลวง การพูดประจบ การแสดงนิมิต การพูดติเตียน การแลกเปลี่ยนลาภด้วยลาภ ความสำคัญตนว่าเลิศกว่าเขาความสำคัญตนว่าเสมอเขา ความสำคัญตนว่าเลวกว่าเขา ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขาผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา ความถือตัว ความดูหมิ่นผู้อื่น ความเย่อหยิ่ง ความดูหมิ่นตัวเอง ความสำคัญว่าได้บรรลุธรรมวิเศษ ความสำคัญว่ามีอัตตาตัวตน ความถือตัวผิด ความคิดถึงญาติความคิดถึงชนบท ความคิดไม่ตายตัว ความคิดเกี่ยวด้วยความเอ็นดูผู้อื่น ความคิดเกี่ยวด้วยลาภสักการะและชื่อเสียง ความคิดเกี่ยวด้วยความไม่มีใครดูหมิ่นทุกมาติกา

ข้อ ๘๕๐

โกโธ จ อุปนาโห จ มกฺโข จ ปลาโส จ อิสฺสา จ มจฺฉริยญฺจ มายา จ สาเถยฺยญฺจ อวิชฺชา จ ภวตณฺหา จ ภวทิฏฺฐิ จ วิภวทิฏฺฐิ จ สสฺสตทิฏฺฐิ จ อุจฺเฉททิฏฺฐิ จ อนฺตวาทิฏฺฐิ จ อนนฺตวาทิฏฺฐิ จ ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิ จ อปรนฺตานุทิฏฺฐิ จ อหิริกญฺจ อโนตฺตปฺปญฺจ โทวจสฺสตา จ ปาปมิตฺตตา จ อนาชฺชโว จ อมทฺทโว จ อกฺขนฺติ จ อโสรจฺจญฺจ อสาขลฺยญฺจ อปฺปฏิสนฺถาโร จ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา จ โภชเน อมตฺตญฺญุตา จ มุฏฺฐสจฺจญฺจ อสมฺปชญฺญญฺจ สีลวิปตฺติ จ ทิฏฺฐิวิปตฺติ จ อชฺฌตฺตํ สญฺโญชนญฺจ พหิทฺธา สญฺโญชนญฺจ ฯ

โกธะ ความโกรธ อุปนาหะ ความผูกโกรธไว้ มักขะ ความลบหลู่คุณท่าน ปลาสะ ความตีเสมอ อิสสา ความริษยา มัจฉริยะ ความตระหนี่ มายา ความเจ้าเล่ห์ สาเถยยะ ความโอ้อวด อวิชชา ความไม่รู้ภวตัณหา ความปรารถนาภพ ภวทิฏฐิ ความเห็นว่าเกิด วิภวทิฏฐิ ความเห็นว่าไม่เกิด สัสสตทิฏฐิ ความเห็นว่าเที่ยง อุจเฉททิฏฐิ ความเห็นว่าไม่เที่ยง อันต-*วาทิฏฐิ ความเห็นว่ามีที่สุด อนันตวาทิฏฐิ ความเห็นว่าไม่มีที่สุด ปุพพันตา-*นุทิฏฐิ ความเห็นปรารภส่วนอดีต อปรันตานุทิฏฐิ ความเห็นปรารภส่วนอนาคตอหิริกะ ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริต อโนตตัปปะ ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริต โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว อนาชชวะ ความไม่ซื่อตรง อมัททวะ ความไม่อ่อนโยน อขันติ ความไม่อดทน อโสรัจจะ ความไม่สงบเสงี่ยม อสาขัลยะ ความไม่มีวาจาอ่อนหวานอัปปฏิสันถาระ ความไม่มีการปฏิสันถาร อินทริยอคุตตทวารตา ความเป็นผู้ไม่สำรวมในอินทรีย์ ๖ โภชนอมัตตัญญุตา ความเป็นผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนาหารมุฏฐสัจจะ ความเป็นผู้ไม่มีสติ อสัมปชัญญะ ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะสีลวิปัตติ ความวิบัติแห่งศีล ทิฏฐิวิปัตติ ความวิบัติแห่งทิฏฐิ อัชฌัตตสัญโญ-*ชนะ สัญโญชน์ภายใน พหิทธาสัญโญชนะ สัญโญชน์ภายนอกติกมาติกา

ข้อ ๘๕๑

ตีณิ อกุสลมูลานิ ตโย อกุสลวิตกฺกา ติสฺโส อกุสลสญฺญา ติสฺโส อกุสลธาตุโย ตีณิ ทุจฺจริตานิ ตโย อาสวา ตีณิ สญฺโญชนานิ ติสฺโส ตณฺหา อปราปิ ติสฺโส ตณฺหา อปราปิ ติสฺโส ตณฺหา ติสฺโส เอสนา ติสฺโส วิธา ตีณิ ภยานิ ตีณิ ตมานิ ตีณิ ติตฺถายตนานิ ตโย กิญฺจนา ตีณิ องฺคณานิ ตีณิ มลานิ ตีณิ วิสมานิ อปรานิปิ ตีณิ วิสมานิ ตโย อคฺคี ตโย กสาวา อปเรปิ ตโย กสาวา อสฺสาททิฏฺฐิ อตฺตานุทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ อรติ วิเหสา อธมฺมจริยา โทวจสฺสตา ปาปมิตฺตตา นานตฺตสญฺญา อุทฺธจฺจํ โกสชฺชํ ปมาโท อสนฺตุฏฺฐิตา อสมฺปชญฺญตา มหิจฺฉตา อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ ปมาโท อนาทริยํ โทวจสฺสตา ปาปมิตฺตตา อสฺสทฺธิยํ อวทญฺญุตา โกสชฺชํ อุทฺธจฺจํ อสํวโร ทุสฺสีลฺยํ อริยานํ อทสฺสนกมฺยตา สทฺธมฺมํ อโสตุกมฺยตา อุปารมฺภจิตฺตตา มุฏฺฐสจฺจํ อสมฺปชญฺญํ เจตโส วิกฺเขโป อโยนิโส มนสิกาโร กุมฺมคฺคเสวนา เจตโส ลีนตฺตํ ฯ

อกุศลมูล ๓ อกุศลวิตก ๓ อกุศลสัญญา ๓ อกุศลธาตุ ๓ ทุจริต ๓ อาสวะ ๓ สัญโญชน์ ๓ ตัณหา ๓ ตัณหา ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง ตัณหา ๓แม้อีกนัยหนึ่ง เอสนา ๓ วิธา ๓ ภัย ๓ ตมะ ๓ ติตถายตนะ ๓ กิญจนะ ๓อังคณะ ๓ มละ ๓ วิสมะ ๓ วิสมะ ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง อัคคิ ๓ กสาวะ ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง อัสสาททิฏฐิ ความเห็นผิดอันประกอบด้วยความยินดี อัตตานุทิฏฐิความเห็นผิดว่ามีอัตตาตัวตน มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด อรติ ความไม่ยินดีวิเหสา ความเบียดเบียน อธัมมจริยา ความประพฤติอธรรม โทวจัสสตาความเป็นผู้ว่ายาก ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว นานัตตสัญญา สัญญาต่างๆอุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน โกสัชชะ ความเกียจคร้าน ปมาทะ ความประมาทอสันตุฏฐิตา ความไม่สันโดษ อสัมปชัญญตา ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะมหิจฉตา ความมักมาก อหิริกะ ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริต อโนต-*ตัปปะ ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริต ปมาทะ ความประมาท อนาทริยะความไม่เอื้อเฟื้อ โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว อัสสัทธิยะ ความไม่เชื่อ อวทัญญุตา ความเป็นผู้ไม่รู้ถ้อยคำด้วยอำนาจความตระหนี่อันกระด้าง โกสัชชะ ความเกียจคร้าน อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่านอสังวร ความไม่สำรวม ทุสสีลยะ ความทุศีล อริยอทัสสนกัมยตา ความไม่อยากเห็นพระอริยเจ้า สัทธัมมอโสตุกัมยตา ความไม่อยากฟังพระสัทธรรม อุปา-*รัมภจิตตตา ความเป็นผู้มีจิตคิดแข่งดี มุฏฐสัจจะ ความเป็นผู้ไม่มีสติ อสัม-*ปชัญญะ ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ เจตโสวิกเขปะ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต อโย-*นิโสมนสิการ ความทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย กุมมัคคเสวนา การเสพทางชั่วเจตโสลีนัตตะ ความย่อหย่อนแห่งจิต จตุกกมาติกา

ข้อ ๘๕๒

จตฺตาโร อาสวา จตฺตาโร คนฺถา จตฺตาโร โอฆา จตฺตาโร โยคา จตฺตาริ อุปาทานานิ จตฺตาโร ตณฺหุปฺปาทา จตฺตาริ อคติคมนานิ จตฺตาโร วิปริเยสา จตฺตาโร อนริยโวหารา อปเรปิ จตฺตาโร อนริยโวหารา จตฺตาริ ทุจฺจริตานิ อปรานิปิ จตฺตาริ ทุจฺจริตานิ จตฺตาริ ภยานิ อปรานิปิ จตฺตาริ ภยานิ อปรานิปิ จตฺตาริ ภยานิ อปรานิปิ จตฺตาริ ภยานิ จตสฺโส ทิฏฺฐิโย ฯ

อาสวะ ๔ คันถะ ๔ โอฆะ ๔ โยคะ ๔ อุปาทาน ๔ ตัณ-*หุปปาทา ๔ อคติคมนะ ๔ วิปริเยสะ ๔ อนริยโวหาร ๔ อนริยโวหาร ๔ แม้อีกนัยหนึ่ง ทุจริต ๔ ทุจริต ๔ แม้อีกนัยหนึ่ง ภัย ๔ ภัย ๔ แม้อีกนัยหนึ่ง ภัย ๔แม้อีกนัยหนึ่ง ภัย ๔ แม้อีกนัยหนึ่ง ทิฏฐิ ๔ ปัญจกมาติกา

ข้อ ๘๕๓

ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ปญฺจ มจฺฉริยานิ ปญฺจ สงฺคา ปญฺจ สลฺลา ปญฺจ เจโตขีลา ปญฺจ เจตโส วินิพนฺธา ปญฺจ นีวรณานิ ปญฺจ กมฺมานิ อานนฺตริกานิ ปญฺจ ทิฏฺฐิโย ปญฺจ เวรา ปญฺจ พฺยสนา ปญฺจ อกฺขนฺติยา อาทีนวา ปญฺจ ภยานิ ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทา ฯ

โอรัมภาคิยสัญโญชน์ ๕ อุทธัมภาคิยสัญโญชน์ ๕ มัจฉริยะ ๕สังคะ ๕ สัลละ ๕ เจโตขีละ ๕ เจตโสวินิพันธะ ๕ นิวรณ์ ๕ อนันตริยกรรม๕ ทิฏฐิ ๕ เวร ๕ พยสนะ ๕ โทษแห่งความไม่อดทน ๕ ภัย ๕ ทิฏฐธัมมนิพ-*พานวาทะ ๕ ฉักกมาติกา

ข้อ ๘๕๔

ฉ วิวาทมูลานิ ฉ ฉนฺทราคา เคหสิตา ธมฺมา ฉ วิโรธวตฺถูนิ ฉ ตณฺหากายา ฉ อคารวา ฉ ปริหานิยา ธมฺมา อปเรปิ ฉ ปริหานิยา ธมฺมา ฉ โสมนสฺสุปวิจารา ฉ โทมนสฺสุปวิจารา ฉ อุเปกฺขูปวิจารา ฉ เคหสิตานิ โสมนสฺสานิ ฉ เคหสิตานิ โทมนสฺสานิ ฉ เคหสิตา อุเปกฺขา ฉ ทิฏฺฐิโย ฯ

วิวาทมูล ๖ เคหสิตฉันทราคธรรม ๖ วิโรธวัตถุ ๖ ตัณหา-*กายะ ๖ อคารวะ ๖ ปริหานิยธรรม ๖ ปริหานิยธรรม ๖ แม้อีกนัยหนึ่งโสมนัสสอุปวิจาร ๖ โทมนัสสอุปวิจาร ๖ อุเปกขาอุปวิจาร ๖ เคหสิตโสมนัส๖ เคหสิตโทมนัส ๖ เคหสิตอุเปกขา ๖ ทิฏฐิ ๖ สัตตกมาติกา

ข้อ ๘๕๕

สตฺต อนุสยา สตฺต ปริยุฏฺฐานานิ สตฺต สญฺโญชนานิ สตฺต อสทฺธมฺมา สตฺต ทุจฺจริตานิ สตฺต มานา สตฺต ทิฏฺฐิโย ฯ

อนุสัย ๗ ปริยุฏฐาน ๗ สัญโญชน์ ๗ อสัทธรรม ๗ ทุจริต ๗มานะ ๗ ทิฏฐิ ๗ อัฏฐกมาติกา

ข้อ ๘๕๖

อฏฺฐ กิเลสวตฺถูนิ อฏฺฐ กุสีตวตฺถูนิ อฏฺฐสุ โลกธมฺเมสุ จิตฺตสฺส ปฏิฆาโต อฏฺฐ อนริยโวหารา อฏฺฐ มิจฺฉตฺตา อฏฺฐ ปุริสโทสา อฏฺฐ อสญฺญิวาทา อฏฺฐ เนวสญฺญินาสญฺญิวาทา ฯ

กิเลสวัตถุ ๘ กุสีตวัตถุ ๘ จิตตปฏิฆาตในโลกธรรม ๘ อนริย-*โวหาร ๘ มิจฉัตตะ ๘ ปุริสโทษ ๘ อสัญญีวาทะ ๘ เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ ๘นวกมาติกา

ข้อ ๘๕๗

นว อาฆาตวตฺถูนิ นว ปุริสมลานิ นววิธา มานา นว ตณฺหามูลกา ธมฺมา นว อิญฺชิตานิ นว มญฺญิตานิ นว ผนฺทิตานิ นว ปปญฺจิตานิ นว สงฺขตานิ ฯ

อาฆาตวัตถุ ๙ ปุริสมละ ๙ มานะ ๙ ตัณหามูลกธรรม ๙ อิญชิตะ๙ มัญญิตะ ๙ ผันทิตะ ๙ ปปัญจิตะ ๙ สังขตะ ๙ทสกมาติกา

ข้อ ๘๕๘

ทส กิเลสวตฺถูนิ ทส อาฆาตวตฺถูนิ ทส อกุสลกมฺมปถา ทส สญฺโญชนานิ ทส มิจฺฉตฺตา ทสวตฺถุกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ ทสวตฺถุกา อนฺตคฺคาหิกา ทิฏฺฐิ ฯ

กิเลสวัตถุ ๑๐ อาฆาตวัตถุ ๑๐ อกุศลกรรมบถ ๑๐ สัญโญชน์ ๑๐ มิจฉัตตะ ๑๐ มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ อันตคาหิกทิฏฐีมีวัตถุ ๑๐

ข้อ ๘๕๙

อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ อชฺฌตฺติกสฺส อุปาทาย อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ พาหิรสฺส อุปาทาย ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ อิติ อตีตานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ อนาคตานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ ปจฺจุปฺปนฺนานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตํ โหติ ยานิ จ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตานิ พฺรหฺมชาเล เวยฺยากรเณ วุตฺตานิ ภควตา ฯ มาติกา ฯ

ตัณหาวิจริตอาศัยอายตนะภายใน ๑๘ ตัณหาวิจริต อาศัยอายตนะภายนอก ๑๘ ประมวลเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๓๖ ตัณหาวิจริตเป็นอดีต ๓๖ ตัณหาวิจริตเป็นอนาคต ๓๖ ตัณหาวิจริตเป็นปัจจุบัน ๓๖ ประมวลเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๑๐๘ ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตรมาติกา จบ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๑. เอกกมาติกา ๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์ ๑. เอกกมาติกา

ข้อ ๘๓๒

(๑) ชาติมทะ (ความเมาเพราะอาศัยชาติ) (๘๔๓) (๒) โคตตมทะ (ความเมาเพราะอาศัยโคตร) (๘๔๔) (๓) อาโรคยมทะ (ความเมาในความไม่มีโรค) (๘๔๔) (๔) โยพพนมทะ (ความเมาในความเป็นหนุ่มสาว) (๘๔๔) (๕) ชีวิตมทะ (ความเมาในชีวิต) (๘๔๔) (๖) ลาภมทะ (ความเมาในลาภ) (๘๔๔) (๗) สักการมทะ (ความเมาในสักการะ) (๘๔๔) (๘) ครุการมทะ (ความเมาในความเคารพ) (๘๔๔) (๙) ปุเรกขารมทะ (ความเมาในความเป็นหัวหน้า) (๘๔๔) (๑๐) ปริวารมทะ (ความเมาในบริวาร) (๘๔๔) (๑๑) โภคมทะ (ความเมาในโภคสมบัติ) (๘๔๔) (๑๒) วัณณมทะ (ความเมาเพราะอาศัยผิวพรรณและคุณความดี) (๘๔๔) (๑๓) สุตมทะ (ความเมาในการการสดับตรับฟัง) (๘๔๔) (๑๔) ปฏิภาณมทะ (ความเมาในปฏิภาณ) (๘๔๔) (๑๕) รัตตัญญูมทะ (ความเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู) (๘๔๔) (๑๖) ปิณฑปาติกมทะ (ความเมาในการถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร) (๘๔๔) (๑๗) อนวัญญาตมทะ ความเมาเพราะไม่ถูกใครดูหมิ่น (๘๔๔) (๑๘) อิริยาปถมทะ ความเมาในอิริยาบถ (๘๔๔) (๑๙) อิทธิมทะ ความเมาในฤทธิ์ (๘๔๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๑. เอกกมาติกา (๒๐) ยสมทะ (ความเมาในยศ) (๘๔๔) (๒๑) สีลมทะ (ความเมาในศีล) (๘๔๔) (๒๒) ฌานมทะ (ความเมาในฌาน) (๘๔๔) (๒๓) สิปปมทะ (ความเมาในศิลปะ) (๘๔๔) (๒๔) อาโรหมทะ (ความเมาในความมีทรวดทรงสูง) (๘๔๔) (๒๕) ปริณาหมทะ (ความเมาในความมีทรวดทรงสันทัด) (๘๔๔) (๒๖) สัณฐานมทะ (ความเมาในความมีทรวดทรงงาม) (๘๔๔) (๒๗) ปาริปูริมทะ (ความเมาในความมีร่างกายสมบูรณ์) (๘๔๔) (๒๘) มทะ (ความเมา) (๘๔๕) (๒๙) ปมาทะ (ความประมาท) (๘๔๖) (๓๐) ถัมภะ (ความหัวดื้อ) (๘๔๗) (๓๑) สารัมภะ (ความแข่งดี) (๘๔๘) (๓๒) อติริจฉตา (ความอยากได้เกินประมาณ) (๘๔๙) (๓๓) มหิจฉตา (ความมักมาก) (๘๕๐) (๓๔) ปาปิจฉตา (ความปรารถนาลามก) (๘๕๑) (๓๕) สิงคะ (ความยั่วยวน) (๘๕๒) (๓๖) ตินติณะ (การพูดเกียดกัน) (๘๕๓) (๓๗) จาปัลยะ (การชอบตกแต่ง) (๘๕๔) (๓๘) อสภาควุตติ (ความประพฤติไม่เหมาะสม) (๘๕๕) (๓๙) อรติ (ความไม่ยินดี) (๘๕๖) (๔๐) ตันที (ความโงกง่วง) (๘๕๗) (๔๑) วิชัมภิตา (ความบิดกาย) (๘๕๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๑. เอกกมาติกา (๔๒) ภัตตสัมมทะ (ความเมาในอาหาร) (๘๕๙) (๔๓) เจตโสลีนัตตะ (ความหดหู่จิต) (๘๖๐) (๔๔) กุหนา (ความหลอกลวง) (๘๖๑) (๔๕) ลปนา (การพูดประจบ) (๘๖๒) (๔๖) เนมิตติกตา (การทำนิมิต) (๘๖๓) (๔๗) นิปเปสิกตา (การพูดลบล้างความดีของคนอื่น) (๘๖๔) (๔๘) ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา (การแลกเปลี่ยนลาภด้วยลาภ) (๘๖๕) (๔๙) ความถือตัวว่า เป็นผู้เลิศกว่าเขา (๘๖๖) (๕๐) ความถือตัวว่า เป็นผู้เสมอเขา (๘๖๗) (๕๑) ความถือตัวว่า เป็นผู้ด้อยกว่าเขา (๘๖๘) (๕๒) เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตัวว่าเลิศกว่าเขา (๘๖๙) (๕๓) เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตัวว่าเสมอเขา (๘๗๐) (๕๔) เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตัวว่าด้อยกว่าเขา (๘๗๑) (๕๕) เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าเลิศกว่าเขา (๘๗๒) (๕๖) เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าเสมอเขา (๘๗๓) (๕๗) เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าด้อยกว่าเขา (๘๗๔) (๕๘) เป็นผู้ด้อยกว่าเขา ถือตัวว่าเลิศกว่าเขา (๘๗๕) (๕๙) เป็นผู้ด้อยกว่าเขา ถือตัวว่าเสมอเขา (๘๗๖) (๖๐) เป็นผู้ด้อยกว่าเขา ถือตัวว่าด้อยกว่าเขา (๘๗๗) (๖๑) มานะ (ความถือตัว) (๘๗๘) (๖๒) อติมานะ (ความดูหมิ่นผู้อื่น (๘๗๙) (๖๓) มานาติมานะ (ความเย่อหยิ่งถือตัว) (๘๘๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๒. ทุกมาติกา (๖๔) โอมานะ (ความดูหมิ่นตนเอง) (๘๘๑) (๖๕) อธิมานะ (ความสำคัญว่าได้บรรลุ) (๘๘๒) (๖๖) อัสมิมานะ (ความสำคัญว่ามีตัวตน) (๘๘๓) (๖๗) มิจฉามานะ (ความถือตัวผิด) (๘๘๔) (๖๘) ญาติวิตักกะ (ความตรึกถึงญาติ) (๘๘๕) (๖๙) ชนปทวิตักกะ (ความตรึกถึงชนบท) (๘๘๖) (๗๐) อมรวิตักกะ (ความตรึกเพื่อเอาตัวรอด) (๘๘๗) (๗๑) ปรานุททยตาปฏิสังยุตตวิตักกะ (ความตรึกเกี่ยวด้วยความ เอ็นดูผู้อื่น) (๘๘๘) (๗๒) ลาภสักการสิโลกปฏิสังยุตตวิตักกะ (ความตรึกเกี่ยวด้วยลาภ สักการะและชื่อเสียง) (๘๘๙) (๗๓) อนวัญญัตติปฏิสังยุตตวิตักกะ (ความตรึกเกี่ยวด้วยความไม่ ต้องการให้ใครดูหมิ่น) (๘๙๐) เอกกมาติกา จบ ๒. ทุกมาติกา

ข้อ ๘๓๓

(๑) โกธะ (ความโกรธ) (๘๙๑) อุปนาหะ (ความผูกโกรธ) (๘๙๑) (๒) มักขะ (ความลบหลู่) (๘๙๒) ปลาสะ (ความตีตัวเสมอ) (๙๘๒) (๓) อิสสา (ความริษยา) (๘๙๓) มัจฉริยะ (ความตระหนี่) (๘๙๓) (๔) มายา (ความเจ้าเล่ห์) (๘๙๔) สาเถยยะ (ความโอ้อวด) (๘๙๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๒. ทุกมาติกา (๕) อวิชชา (ความไม่รู้) (๘๙๕) ภวตัณหา (ความปรารถนาภพ) (๘๙๕) (๖) ภวทิฏฐิ (ความเห็นว่าเกิดอีก) (๘๙๖) วิภวทิฏฐิ (ความเห็นว่าไม่เกิดอีก) (๘๙๖) (๗) สัสสตทิฏฐิ (ความเห็นว่าเที่ยง) (๘๙๗) อุจเฉททิฏฐิ (ความเห็นว่าขาดสูญ) (๘๙๗) (๘) อันตวาทิฏฐิ (ความเห็นว่ามีที่สุด) (๘๙๘) อนันตวาทิฏฐิ (ความเห็นว่าไม่มีที่สุด) (๘๙๘) (๙) ปุพพันตานุทิฏฐิ (ความเห็นปรารภส่วนอดีต) (๘๙๙) อปรันตานุทิฏฐิ (ความเห็นปรารภส่วนอนาคต) (๘๙๙) (๑๐) อหิริกะ (ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริต) (๙๐๐) อโนตตัปปะ (ความไม่สะดุ้งกลัวต่อการประพฤติทุจริต) (๙๐๐) (๑๑) โทวจัสสตา (ความเป็นผู้ว่ายาก) (๙๐๑) ปาปมิตตตา (ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว) (๙๐๑) (๑๒) อนัชชวะ (ความไม่ซื่อตรง) (๙๐๒) อมัททวะ (ความไม่อ่อนโยน) (๙๐๒) (๑๓) อขันติ (ความไม่อดทน) (๙๐๓) อโสรัจจะ (ความไม่เสงี่ยม) (๙๐๓) (๑๔) อสาขัลยะ (ความไม่มีวาจานิ่มนวล) (๙๐๔) อัปปฏิสันถาระ (ความไม่มีปฏิสันถาร) (๙๐๔) (๑๕) ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย (๙๐๕) ความไม่รู้จักประมาณในการบริโภค (๙๐๕) (๑๖) มุฏฐสัจจะ (ความหลงลืมสติ) (๙๐๖) อสัมปชัญญะ (ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ) (๙๐๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๓. ติกมาติกา (๑๗) สีลวิปัตติ (ความวิบัติแห่งศีล) (๙๐๗) ทิฏฐิวิปัตติ (ความวิบัติแห่งทิฏฐิ) (๙๐๗) (๑๘) อัชฌัตตสัญโญชนะ (สังโยชน์ภายใน) (๙๐๘) พหิทธาสัญโญชนะ (สังโยชน์ภายนอก) (๙๐๘) ทุกมาติกา จบ ๓. ติกมาติกา

ข้อ ๘๓๔

(๑) อกุศลมูล (รากเหง้าแห่งอกุศล) ๓ (๙๐๙) (๒) อกุศลวิตก (ความตรึกที่เป็นอกุศล) ๓ (๙๑๐) (๓) อกุศลสัญญา (การกำหนดหมายที่เป็นอกุศล) ๓ (๙๑๑) (๔) อกุศลธาตุ (ธาตุที่เป็นอกุศล) ๓ (๙๑๒) (๕) ทุจริต (ความประพฤติชั่ว) ๓ (๙๑๓) (๖) อาสวะ (สภาวะที่หมักดองสันดาน) ๓ (๙๑๔) (๗) สังโยชน์ (กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ) ๓ (๙๑๕) (๘) ตัณหา (ความทะยานอยาก) ๓ (๙๑๖) (๙) ตัณหา ๓ อีกนัยหนึ่ง (๙๑๗) (๑๐) ตัณหา ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง (๙๑๘) (๑๑) เอสนา (ความพอใจ) ๓ (๙๑๙) (๑๒) วิธา ๓ (๙๒๐) (๑๓) ภัย ๓ (๙๒๑) (๑๔) ตมะ (ความมืด) ๓ (๙๒๒) (๑๕) ติตถายตนะ (ถิ่นเกิดของทิฏฐิ) ๓ (๙๒๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๓. ติกมาติกา (๑๖) กิญจนะ (กิเลสเครื่องกังวล) ๓ (๙๒๔) (๑๗) อังคณะ (กิเลสเพียงดังเนิน) ๓ (๙๒๔) (๑๘) มละ (มลทิน) ๓ (๙๒๔) (๑๙) วิสมะ (ความประพฤติไม่สม่ำเสมอ) ๓ (๙๒๔) (๒๐) วิสมะ ๓ อีกนัยหนึ่ง (๙๒๔) (๒๑) อัคคิ (ไฟ) ๓ (๙๒๔) (๒๒) กสาวะ (กิเลสดุจน้ำฝาด) ๓ (๙๒๔) (๒๓) กสาวะ ๓ อีกนัยหนึ่ง (๙๒๔) (๒๔) อัสสาททิฏฐิ (ความเห็นผิดที่ประกอบด้วยความยินดี ) (๙๒๕) อัตตานุทิฏฐิ (ความเห็นผิดว่ามีตัวตน) (๙๒๕) มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) (๙๒๕) (๒๕) อรติ (ความไม่ยินดี) (๙๒๖) วิเหสา (ความเบียดเบียน) (๙๒๖) อธรรมจริยา (ความประพฤติไม่เป็นธรรม) (๙๒๖) (๒๖) โทวจัสสตา (ความเป็นผู้ว่ายาก) (๙๒๗) ปาปมิตตตา (ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว) (๙๒๗) นานัตตสัญญา (สัญญาที่แตกต่างกัน) (๙๒๗) (๒๗) อุทธัจจะ (ความฟุ้งซ่าน) (๙๒๘) โกสัชชะ (ความเกียจคร้าน) (๙๒๘) ปมาทะ (ความประมาท) (๙๒๘) (๒๘) อสันตุฏฐิตา (ความไม่สันโดษ) (๙๒๙) อสัมปชัญญตา (ความไม่มีสัมปชัญญะ) (๙๒๙) มหิจฉตา (ความมักมาก) (๙๒๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๓. ติกมาติกา (๒๙) อหิริกะ (ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริต) (๙๓๐) อโนตตัปปะ (ความไม่สะดุ้งกลัวต่อการประพฤติทุจริต) (๙๓๐) ปมาทะ (ความประมาท) (๙๓๐) (๓๐) อนาทริยะ (ความไม่เอื้อเฟื้อ) (๙๓๑) โทวจัสสตา (ความเป็นผู้ว่ายาก) (๙๓๑) ปาปมิตตตา (ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว) (๙๓๑) (๓๑) อัสสัทธิยะ (ความไม่เชื่อ) (๙๓๒) อวทัญญุตา (ความเป็นผู้ไม่โอบอ้อมอารี) (๙๓๒) โกสัชชะ (ความเกียจคร้าน) (๙๓๒) (๓๒) อุทธัจจะ (ความฟุ้งซ่าน) (๙๓๓) อสังวร (ความไม่สำรวม) (๙๓๓) ทุสสีลยะ (ความเป็นผู้ทุศีล) (๙๓๓) (๓๓) อริยานัง อทัสสนกัมยตา (ความไม่อยากเห็นพระอริยะ) (๙๓๔) สัทธัมมัง อโสตุกัมยตา (ความไม่อยากฟังพระสัทธรรม) (๙๓๔) อุปารัมภจิตตตา (ความคิดแข่งดี) (๙๓๔) (๓๔) มุฏฐัสสัจจะ (ความเป็นผู้มีสติฟั่นเฟือน) (๙๓๕) อสัมปชัญญะ (ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ) (๙๓๕) เจตโสวิกเขปะ (ความฟุ้งซ่านแห่งจิต) (๙๓๕) (๓๕) อโยนิโสมนสิการ (การไม่พิจารณาโดยแยบคาย) (๙๓๖) กุมมัคคเสวนา (การยึดถือทางผิด) (๙๓๖) เจตโสลีนัตตะ (ความหดหู่จิต) (๙๓๖) ติกมาติกา จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๔. จตุกกมาติกา ๔. จตุกกมาติกา

ข้อ ๘๓๕

(๑) อาสวะ (สภาวะที่หมักดองในสันดาน) ๔ (๙๓๗) (๒) คันถะ (กิเลสเครื่องร้อยรัดใจ) ๔ (๙๓๘) (๓) โอฆะ (กิเลสดุจห้วงน้ำ) ๔ (๙๓๘) (๔) โยคะ (กิเลสเป็นเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ) ๔ (๙๓๘) (๕) อุปาทาน (ความยึดมั่น) ๔ (๙๓๘) (๖) ตัณหุปาทาน (ความยึดมั่นด้วยตัณหา) ๔ (๙๓๙) (๗) อคติคมนะ (การถึงอคติ) ๔ (๙๓๙) (๘) วิปริเยสะ (การแสวงหาผิด) ๔ (๙๓๙) (๙) อนริยโวหาร (โวหารของผู้มิใช่พระอริยะ) ๔ (๙๓๙) (๑๐) อนริยโวหาร ๔ อีกนัยหนึ่ง (๙๓๙) (๑๑) ทุจริต (ความประพฤติชั่ว) ๔ (๙๓๙) (๑๒) ทุจริต ๔ อีกนัยหนึ่ง (๙๓๙) (๑๓) ภัย ๔ (๙๓๙) (๑๔) ภัย ๔ อีกนัยหนึ่ง (๙๓๙) (๑๕) ภัย ๔ อื่นอีกนัยหนึ่ง (๙๓๙) (๑๖) ภัย ๔ อื่นต่อไปอีกนัยหนึ่ง (๙๓๙) (๑๗) ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) ๔ (๙๓๙) จตุกกมาติกา จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๖. ฉักกมาติกา ๕. ปัญจกมาติกา

ข้อ ๘๓๖

(๑) โอรัมภาคิยสังโยชน์ (สังโยชน์เบื้องต่ำ) ๕ (๙๔๐) (๒) อุทธัมภาคิยสังโยชน์ (สังโยชน์เบื้องสูง) ๕ (๙๔๐) (๓) มัจฉริยะ (ความตระหนี่) ๕ (๙๔๐) (๔) สังคะ (กิเลสเครื่องข้อง) ๕ (๙๔๐) (๕) สัลละ (กิเลสดุจลูกศร) ๕ (๙๔๐) (๖) เจโตขีละ (กิเลสดุจตะปูตรึงใจ) ๕ (๙๔๑) (๗) เจตโสวินิพันธะ (กิเลสเครื่องผูกพันใจ) ๕ (๙๔๑) (๘) นิวรณ์ (กิเลสเครื่องกั้นความดี) ๕ (๙๔๑) (๙) อนันตริยกรรม (กรรมหนัก) ๕ (๙๔๑) (๑๐) ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) ๕ (๙๔๑) (๑๑) เวร (ความแค้นเคือง) ๕ (๙๔๒) (๑๒) พยสนะ (ความพินาศ) ๕ (๙๔๒) (๑๓) โทษแห่งความไม่อดทน ๕ (๙๔๒) (๑๔) ภัย ๕ (๙๔๒) (๑๕) ทิฏฐธัมมนิพพานวาทะ (วาทะว่านิพพานมีในชีวิตปัจจุบัน) ๕ (๙๔๓)ปัญจกมาติกา จบ ๖. ฉักกมาติกา

ข้อ ๘๓๗

(๑) วิวาทมูล (เหตุก่อวิวาท) ๖ (๙๔๔) (๒) ฉันทราคเคหสิตธรรม (สภาวธรรมคือฉันทราคะซึ่งอาศัยกามคุณ) (๙๔๔) (๓) วิโรธวัตถุ ๖ (๙๔๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๗. สัตตกมาติกา (๔) ตัณหากาย (กองตัณหา) ๖ (๙๔๔) (๕) อคารวะ (ความไม่เคารพ) ๖ (๙๔๕) (๖) ปริหานิยธรรม (ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม) ๖ (๙๔๕) (๗) ปริหานิยธรรม ๖ อีกนัยหนึ่ง (๙๔๖) (๘) โสมนัสสุปวิจาร (ความครุ่นคิดเกี่ยวด้วยโสมนัส) ๖ (๙๔๖) (๙) โทมนัสสุปวิจาร (ความครุ่นคิดเกี่ยวด้วยโทมนัส) ๖ (๙๔๖) (๑๐) อุเปกขูปวิจาร (ความครุ่นคิดเกี่ยวด้วยอุเบกขา) ๖ (๙๔๖) (๑๑) เคหสิตโสมนัส (โสมนัสที่อาศัยกามคุณ) ๖ (๙๔๗) (๑๒) เคหสิตโทมนัส (โทมนัสที่อาศัยกามคุณ) ๖ (๙๔๗) (๑๓) เคหสิตอุเบกขา (อุเบกขาที่อาศัยกามคุณ) ๖ (๙๔๖) (๑๔) ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) ๖ (๙๔๘) ฉักกมาติกา จบ ๗. สัตตกมาติกา

ข้อ ๘๓๘

(๑) อนุสัย (กิเลสที่นอนเนื่อง) ๗ (๙๔๙) (๒) สังโยชน์ (กิเลสที่ประกอบสัตว์ไว้ในภพ) ๗ (๙๔๙) (๓) ปริยุฏฐาน (กิเลสเครื่องกลุ้มรุมใจ) ๗ (๙๔๙) (๔) อสัทธรรม (ธรรมของคนพาล) ๗ (๙๕๐) (๕) ทุจริต (ความประพฤติชั่ว) ๗ (๙๕๐) (๖) มานะ (ความถือตัว) ๗ (๙๕๐) (๗) ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) ๗ (๙๕๑) สัตตกมาติกา จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๙. นวกมาติกา ๘. อัฏฐกมาติกา

ข้อ ๘๓๙

(๑) กิเลสวัตถุ (สิ่งก่อความเศร้าหมอง) ๘ (๙๕๒) (๒) กุสีตวัตถุ (เหตุเกิดความเกียจคร้าน) ๘ (๙๕๒) (๓) จิตกระทบในโลกธรรม ๘ (๙๕๔) (๔) อนริยโวหาร (คำพูดของผู้มิใช่พระอริยะ) ๘ (๙๕๕) (๕) มิจฉัตตะ (ความเห็นผิด) ๘ (๙๕๖) (๖) บุรุษโทษ (โทษของคน) ๘ (๙๕๗) (๗) อสัญญีวาทะ (วาทะว่าอัตตาไม่มีสัญญา) ๘ (๙๕๘) (๘) เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ (วาทะว่ามีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่) ๘ (๙๕๘)อัฏฐกมาติกา จบ ๙. นวกมาติกา

ข้อ ๘๔๐

(๑) อาฆาตวัตถุ (เรื่องให้เกิดความอาฆาต) ๙ (๙๖๑) (๒) ปุริสมละ (มลทินของคน) ๙ (๙๖๒) (๓) มานะ (ความถือตัว) ๙ (๙๖๓) (๔) ตัณหามูลกธรรม (ธรรมที่มีตัณหาเป็นมูล) ๙ (๙๖๔) (๕) อิญชิตะ ๙ (๙๖๔) (๖) มัญญิตะ ๙ (๙๖๕) (๗) ผันทิตะ ๙ (๙๖๕) (๘) ปปัญจิตะ ๙ (๙๖๕) (๙) สังขตะ ๙ (๙๖๕) นวกมาติกา จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๕๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๑. เอกกนิทเทส ๑๐. ทสกมาติกา

ข้อ ๘๔๑

(๑) กิเลสวัตถุ (สิ่งก่อความเศร้าหมอง) ๑๐ (๙๖๖) (๒) อาฆาตวัตถุ (สิ่งก่อความอาฆาต) ๑๐ (๙๖๗) (๓) อกุศลกรรมบถ (ทางแห่งอกุศลกรรม) ๑๐ (๙๖๘) (๔) สังโยชน์ (กิเลสที่ประกอบสัตว์ไว้ในภพ) ๑๐ (๙๖๙) (๕) มิจฉัตตะ (ความเห็นผิด) ๑๐ (๙๗๐) (๖) มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ (ความเห็นผิดมี ๑๐ อย่าง) ๑๐ (๙๗๑) (๗) อันตัคคาหิกทิฏฐิมีวัตถุ (ความเห็นที่ยึดเอาที่สุดมี ๑๐ อย่าง) ๑๐ (๙๗๒)ทสกมาติกา จบ

ข้อ ๘๔๒

ตัณหาวิจริตอาศัยอายตนะภายใน ๑๘ อาศัยอายตนะภายนอก ๑๘รวมเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๓๖ ตัณหาวิจริตที่เป็นอดีต ๓๖ ที่เป็นอนาคต ๓๖ ที่เป็นปัจจุบัน ๓๖ รวมเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๑๐๘ ด้วยประการฉะนี้ ทิฏฐิ ๖๒ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ในพรหมชาลสูตรมาติกา จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาขุททกวัตถุวิภังค์ การกำหนดบทมาติกา

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งปฐมมาติกาแม้ในขุททกวัตถุวิภังค์ อันเป็นลำดับแห่งญาณวิภังค์นั้น แล้วทรงทำคำอธิบายโดยลำดับแห่งบทที่พระองค์ทรงตั้งไว้.

กำหนดแม่บท (มาติกา) ในขุททกวิภังค์

ธรรมหมวดที่หนึ่ง (เอกกมาติกา) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งไว้ ๗๓ บทมีคำว่า ความมัวเมาในชาติเป็นต้นก่อน ต่อจากนั้น ทรงตั้งธรรมหมวดสอง (ทุกมาติกา) ๑๘ บทมีคำว่า ความโกรธและความผูกโกรธเป็นต้น. ทรงตั้งธรรมหมวดสาม (ติกมาติกา) ๓๕ บทมีคำว่า อกุศลมูล ๓ เป็นต้น. ทรงตั้งธรรมหมวดสี่ (จตุกกมาติกา) ๑๔ บทมีอาสวะ ๔ เป็นต้น. ทรงตั้งธรรมหมวดห้า (ปัญจกมาติกา) ๑๕ บทมีคำว่า โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ เป็นต้น.

ทรงตั้งธรรมหมวดหก (ฉักกมาติกา) ๑๔ บทมีคำว่า วิวาทมูล ๖ เป็นต้น. ทรงตั้งธรรมหมวดเจ็ด (สัตตกมาติกา) ๗ บทมีอนุสัย ๗ เป็นต้น. ทรงตั้งธรรมหมวดแปด (อัฏฐกมาติกา) ๘ บทมีกิเลสวัตถุ ๘ เป็นต้น. ทรงตั้งธรรมหมวดเก้า (นวกมาติกา) ๙ บทมีอาฆาตวัตถุ ๙ เป็นต้น. ทรงตั้งธรรมหมวดสิบ (ทสกมาติกา) ๗ บทมีกิเลสวัตถุ ๑๐ เป็นต้น.

และพึงทราบว่า ทรงตั้งตัณหาวิจริต ๑๐๘ มีคำว่า ตัณหาวิจริต อาศัยอายตนะภายใน ๑๘ และอาศัยอายตนะภายนอก ๑๘ ประมวลเข้าด้วยกันเป็น ๓๖ เป็นต้น (ตัณหา ๓๖ x กาล ๓ = ๑๐๘) ดังนี้. นี้เป็นการกำหนดบทมาติกาก่อน.

____________________________

ในบาลีนิทเทส กล่าวว่า ตัณหาวิจริตอาศัยเบญจขันธ์ภายใน ๑๘ ภายนอก ๑๘...

-----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา