ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๖๘1,834 มาตรา216 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 362 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 bd3b78a8… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. บรรพ ๑ หลักทั่วไปมาตรา ๔–๑๙๓/๓๕ · 225 มาตรา
  2. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔–๑๔ · 11 มาตรา
  3. ลักษณะ ๒ บุคคลมาตรา ๑๕–๑๓๖ · 122 มาตรา
  4. หมวด ๑ บุคคลธรรมดามาตรา ๑๕–๖๔ · 50 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๑ สภาพบุคคลมาตรา ๑๕–๑๘ · 4 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๒ ความสามารถมาตรา ๑๙–๓๖ · 18 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนามาตรา ๓๗–๔๗ · 11 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๔ สาบสูญมาตรา ๔๘–๖๔ · 17 มาตรา
  9. หมวด ๒ นิติบุคคลมาตรา ๖๕–๑๓๖ · 72 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕–๗๗ · 13 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๒ สมาคมมาตรา ๗๘–๑๐๙ · 32 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๓ มูลนิธิมาตรา ๑๑๐–๑๓๖ · 27 มาตรา
  13. ลักษณะ ๓ ทรัพย์มาตรา ๑๓๗–๑๔๘ · 12 มาตรา
  14. ลักษณะ ๔ นิติกรรมมาตรา ๑๔๙–๑๙๓ · 45 มาตรา
  15. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๔๙–๑๕๓ · 5 มาตรา
  16. หมวด ๒ การแสดงเจตนามาตรา ๑๕๔–๑๗๑ · 18 มาตรา
  17. หมวด ๓ โมฆะกรรมและโมฆียะกรรมมาตรา ๑๗๒–๑๘๑ · 10 มาตรา
  18. หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลามาตรา ๑๘๒–๑๙๓ · 12 มาตรา
  19. ลักษณะ ๕ ระยะเวลามาตรา ๑๙๓/๑–๑๙๓/๘ · 8 มาตรา
  20. ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๓๕ · 27 มาตรา
  21. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๒๙ · 21 มาตรา
  22. หมวด ๒ กำหนดอายุความมาตรา ๑๙๓/๓๐–๑๙๓/๓๕ · 6 มาตรา
  23. บรรพ ๒ หนี้มาตรา ๑๙๔–๔๕๒ · 259 มาตรา
  24. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๔–๓๕๓ · 160 มาตรา
  25. หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้มาตรา ๑๙๔–๒๐๒ · 9 มาตรา
  26. หมวด ๒ ผลแห่งหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๘๙ · 87 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๒๕ · 23 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิมาตรา ๒๒๖–๒๓๒ · 7 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้มาตรา ๒๓๓–๒๓๖ · 4 มาตรา
  30. ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉลมาตรา ๒๓๗–๒๔๐ · 4 มาตรา
  31. ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วงมาตรา ๒๔๑–๒๕๐ · 10 มาตรา
  32. ส่วนที่ ๖ บุริมสิทธิมาตรา ๒๕๑–๒๘๙ · 39 มาตรา
  33. หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคนมาตรา ๒๙๐–๓๐๒ · 13 มาตรา
  34. หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้องมาตรา ๓๐๓–๓๑๓ · 11 มาตรา
  35. หมวด ๕ ความระงับหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๕๓ · 40 มาตรา
  36. ส่วนที่ ๑ การชำระหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๓๙ · 26 มาตรา
  37. ส่วนที่ ๒ ปลดหนี้มาตรา ๓๔๐ · 1 มาตรา
  38. ส่วนที่ ๓ หักกลบลบหนี้มาตรา ๓๔๑–๓๔๘ · 8 มาตรา
  39. ส่วนที่ ๔ แปลงหนี้ใหม่มาตรา ๓๔๙–๓๕๒ · 4 มาตรา
  40. ส่วนที่ ๕ หนี้เกลื่อนกลืนกันมาตรา ๓๕๓ · 1 มาตรา
  41. ลักษณะ ๒ สัญญามาตรา ๓๕๔–๓๙๔ · 41 มาตรา
  42. หมวด ๑ ก่อให้เกิดสัญญามาตรา ๓๕๔–๓๖๘ · 15 มาตรา
  43. หมวด ๒ ผลแห่งสัญญามาตรา ๓๖๙–๓๗๖ · 8 มาตรา
  44. หมวด ๓ มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับมาตรา ๓๗๗–๓๘๕ · 9 มาตรา
  45. หมวด ๔ เลิกสัญญามาตรา ๓๘๖–๓๙๔ · 9 มาตรา
  46. ลักษณะ ๓ จัดการงานนอกสั่งมาตรา ๓๙๕–๔๐๕ · 11 มาตรา
  47. ลักษณะ ๔ ลาภมิควรได้มาตรา ๔๐๖–๔๑๙ · 14 มาตรา
  48. ลักษณะ ๕ ละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๕๒ · 33 มาตรา
  49. หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๓๗ · 18 มาตรา
  50. หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดมาตรา ๔๓๘–๔๔๘ · 11 มาตรา
  51. หมวด ๓ นิรโทษกรรมมาตรา ๔๔๙–๔๕๒ · 4 มาตรา
  52. บรรพ ๓ เอกเทศสัญญามาตรา ๔๕๓–๑๒๗๔ · 839 มาตรา
  53. ลักษณะ ๑ ซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๕๑๗ · 65 มาตรา
  54. หมวด ๑ สภาพและหลักสำคัญของสัญญาซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๔๖๐ · 8 มาตรา
  55. ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔๕๓–๔๕๗ · 5 มาตรา
  56. ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์มาตรา ๔๕๘–๔๖๐ · 3 มาตรา
  57. หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขายมาตรา ๔๖๑–๔๘๕ · 25 มาตรา
  58. ส่วนที่ ๑ การส่งมอบมาตรา ๔๖๑–๔๗๑ · 11 มาตรา
  59. ส่วนที่ ๒ ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องมาตรา ๔๗๒–๔๗๔ · 3 มาตรา
  60. ส่วนที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสิทธิมาตรา ๔๗๕–๔๘๒ · 8 มาตรา
  61. ส่วนที่ ๔ ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดมาตรา ๔๘๓–๔๘๕ · 3 มาตรา
  62. หมวด ๓ หน้าที่ของผู้ซื้อมาตรา ๔๘๖–๔๙๐ · 5 มาตรา
  63. หมวด ๔ การซื้อขายเฉพาะบางอย่างมาตรา ๔๙๑–๕๑๗ · 27 มาตรา
  64. ส่วนที่ ๑ ขายฝากมาตรา ๔๙๑–๕๐๒ · 12 มาตรา
  65. ส่วนที่ ๒ ขายตามตัวอย่าง ขายตามคำพรรณนาขายเผื่อชอบมาตรา ๕๐๓–๕๐๘ · 6 มาตรา
  66. ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาดมาตรา ๕๐๙–๕๑๗ · 9 มาตรา
  67. ลักษณะ ๒ แลกเปลี่ยนมาตรา ๕๑๘–๕๒๐ · 3 มาตรา
  68. ลักษณะ ๓ ให้มาตรา ๕๒๑–๕๓๖ · 16 มาตรา
  69. ลักษณะ ๔ เช่าทรัพย์มาตรา ๕๓๗–๕๗๑ · 35 มาตรา
  70. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕๓๗–๕๔๕ · 9 มาตรา
  71. หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่ามาตรา ๕๔๖–๕๕๑ · 6 มาตรา
  72. หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่ามาตรา ๕๕๒–๕๖๓ · 12 มาตรา
  73. หมวด ๔ ความระงับแห่งสัญญาเช่มาตรา ๕๖๔–๕๗๑ · 8 มาตรา
  74. ลักษณะ ๕ เช่าซื้อมาตรา ๕๗๒–๕๗๔ · 3 มาตรา
  75. ลักษณะ ๖ จ้างแรงงานมาตรา ๕๗๕–๕๘๖ · 12 มาตรา
  76. ลักษณะ ๗ จ้างทำของมาตรา ๕๘๗–๖๐๗ · 21 มาตรา
  77. ลักษณะ ๘ รับขนมาตรา ๖๐๘–๖๓๙ · 32 มาตรา
  78. หมวด ๑ รับขนของมาตรา ๖๑๐–๖๓๓ · 24 มาตรา
  79. หมวด ๒ รับขนคนโดยสารมาตรา ๖๓๔–๖๓๙ · 6 มาตรา
  80. ลักษณะ ๙ ยืมมาตรา ๖๔๐–๖๕๖ · 17 มาตรา
  81. หมวด ๑ ยืมใช้คงรูปมาตรา ๖๔๐–๖๔๙ · 10 มาตรา
  82. หมวด ๒ ยืมใช้สิ้นเปลืองมาตรา ๖๕๐–๖๕๖ · 7 มาตรา
  83. ลักษณะ ๑๐ ฝากทรัพย์มาตรา ๖๕๗–๖๗๙ · 23 มาตรา
  84. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕๗–๖๗๑ · 15 มาตรา
  85. หมวด ๒ วิธีเฉพาะการฝากเงินมาตรา ๖๗๒–๖๗๓ · 2 มาตรา
  86. หมวด ๓ วิธีเฉพาะสำหรับเจ้าสำนักโรงแรมมาตรา ๖๗๔–๖๗๙ · 6 มาตรา
  87. ลักษณะ ๑๑ ค้ำประกันมาตรา ๖๘๐–๗๐๑ · 22 มาตรา
  88. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๘๐–๖๘๕ · 6 มาตรา
  89. หมวด ๒ ผลก่อนชำระหนี้มาตรา ๖๘๖–๖๙๒ · 7 มาตรา
  90. หมวด ๓ ผลภายหลังชำระหนี้มาตรา ๖๙๓–๖๙๗ · 5 มาตรา
  91. หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกันมาตรา ๖๙๘–๗๐๑ · 4 มาตรา
  92. ลักษณะ ๑๒ จำนองมาตรา ๗๐๒–๗๔๖ · 45 มาตรา
  93. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๐๒–๗๑๔ · 13 มาตรา
  94. หมวด ๒ สิทธิจำนองครอบเพียงใดมาตรา ๗๑๕–๗๒๑ · 7 มาตรา
  95. หมวด ๓ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนองและผู้จำนองมาตรา ๗๒๒–๗๒๗ · 6 มาตรา
  96. หมวด ๔ การบังคับจำนองมาตรา ๗๒๘–๗๓๕ · 8 มาตรา
  97. หมวด ๕ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองมาตรา ๗๓๖–๗๔๓ · 8 มาตรา
  98. หมวด ๖ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนองมาตรา ๗๔๔–๗๔๖ · 3 มาตรา
  99. ลักษณะ ๑๓ จำนำมาตรา ๗๔๗–๗๖๙ · 23 มาตรา
  100. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๔๗–๗๕๗ · 11 มาตรา
  101. หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำและผู้รับจำนำมาตรา ๗๕๘–๗๖๓ · 6 มาตรา
  102. หมวด ๓ การบังคับจำนำมาตรา ๗๖๔–๗๖๘ · 5 มาตรา
  103. หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการจำนำมาตรา ๗๖๙ · 1 มาตรา
  104. ลักษณะ ๑๔ เก็บของในคลังสินค้ามาตรา ๗๗๐–๗๙๖ · 27 มาตรา
  105. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๗๐–๗๗๔ · 5 มาตรา
  106. หมวด ๒ ใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้ามาตรา ๗๗๕–๗๙๖ · 22 มาตรา
  107. ลักษณะ ๑๕ ตัวแทนมาตรา ๗๙๗–๘๔๔ · 47 มาตรา
  108. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๙๗–๘๐๖ · 9 มาตรา
  109. หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการมาตรา ๘๐๗–๘๑๔ · 8 มาตรา
  110. หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทนมาตรา ๘๑๕–๘๑๙ · 5 มาตรา
  111. หมวด ๔ ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอกมาตรา ๘๒๐–๘๒๕ · 6 มาตรา
  112. หมวด ๕ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทนมาตรา ๘๒๖–๘๓๒ · 7 มาตรา
  113. หมวด ๖ ตัวแทนค้าต่างมาตรา ๘๓๓–๘๔๔ · 12 มาตรา
  114. ลักษณะ ๑๖ นายหน้ามาตรา ๘๔๕–๘๔๙ · 5 มาตรา
  115. ลักษณะ ๑๗ ประนีประนอมยอมความมาตรา ๘๕๐–๘๕๒ · 3 มาตรา
  116. ลักษณะ ๑๘ การพนันและขันต่อมาตรา ๘๕๓–๘๕๕ · 3 มาตรา
  117. ลักษณะ ๑๙ บัญชีเดินสะพัดมาตรา ๘๕๖–๘๖๐ · 5 มาตรา
  118. ลักษณะ ๒๐ ประกันภัยมาตรา ๘๖๑–๘๙๗ · 37 มาตรา
  119. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๑–๘๖๘ · 8 มาตรา
  120. หมวด ๒ ประกันวินาศภัยมาตรา ๘๖๙–๘๘๘ · 20 มาตรา
  121. ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๙–๘๘๒ · 14 มาตรา
  122. ส่วนที่ ๒ วิธีเฉพาะการประกันภัยในการรับขนมาตรา ๘๘๓–๘๘๖ · 4 มาตรา
  123. ส่วนที่ ๓ ประกันภัยค้ำจุนมาตรา ๘๘๗–๘๘๘ · 2 มาตรา
  124. หมวด ๓ ประกันชีวิตมาตรา ๘๘๙–๘๙๗ · 9 มาตรา
  125. ลักษณะ ๒๑ ตั๋วเงินมาตรา ๘๙๘–๑๐๑๑ · 114 มาตรา
  126. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๙๘–๙๐๗ · 10 มาตรา
  127. หมวด ๒ ตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๘๑ · 74 มาตรา
  128. ส่วนที่ ๑ การออกและสลักหลังตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๒๖ · 19 มาตรา
  129. ส่วนที่ ๒ การรับรองมาตรา ๙๒๗–๙๓๗ · 11 มาตรา
  130. ส่วนที่ ๓ อาวัลมาตรา ๙๓๘–๙๔๐ · 3 มาตรา
  131. ส่วนที่ ๔ การใช้เงินมาตรา ๙๔๑–๙๔๙ · 9 มาตรา
  132. ส่วนที่ ๕ การสอดเข้าแก้หน้ามาตรา ๙๕๐–๙๕๘ · 9 มาตรา
  133. ส่วนที่ ๖ สิทธิไล่เบี้ยเพราะเขาไม่รับรองหรือไม่ใช้เงินมาตรา ๙๕๙–๙๗๔ · 16 มาตรา
  134. ส่วนที่ ๗ ตั๋วแลกเงินเป็นสำรับมาตรา ๙๗๕–๙๘๑ · 7 มาตรา
  135. หมวด ๓ ตั๋วสัญญาใช้เงินมาตรา ๙๘๒–๙๘๖ · 5 มาตรา
  136. หมวด ๔ เช็คมาตรา ๙๘๗–๑๐๐๐ · 14 มาตรา
  137. หมวด ๕ อายุความมาตรา ๑๐๐๑–๑๐๐๕ · 5 มาตรา
  138. หมวด ๖ ตั๋วเงินปลอม ตั๋วเงินถูกลัก และตั๋วเงินหายมาตรา ๑๐๐๖–๑๐๑๑ · 6 มาตรา
  139. ลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัทมาตรา ๑๐๑๒–๑๒๗๓/๔ · 280 มาตรา
  140. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๐๑๒–๑๐๒๔ · 14 มาตรา
  141. หมวด ๒ ห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๒๕–๑๐๗๖ · 54 มาตรา
  142. ส่วนที่ ๑ บทวิเคราะห์มาตรา ๑๐๒๕ · 1 มาตรา
  143. ส่วนที่ ๒ ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเองมาตรา ๑๐๒๖–๑๐๔๘ · 23 มาตรา
  144. ส่วนที่ ๓ ความเกี่ยวพันระหว่ งผู้เป็นหุ้นส่วนกับบุคคลภายนอกมาตรา ๑๐๔๙–๑๐๕๔ · 6 มาตรา
  145. ส่วนที่ ๔ การเลิกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๕๕–๑๐๖๓ · 9 มาตรา
  146. ส่วนที่ ๕ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๖๔–๑๐๗๒ · 11 มาตรา
  147. ส่วนที่ ๖ การควบห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเข้ากันมาตรา ๑๐๗๓–๑๐๗๖ · 4 มาตรา
  148. หมวด ๓ หุ้นส่วนส่วนจำกัดมาตรา ๑๐๗๗–๑๐๙๕ · 21 มาตรา
  149. หมวด ๔ บริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๒๔๖/๗ · 160 มาตรา
  150. ส่วนที่ ๑ สภาพและการตั้งบริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๑๑๖ · 23 มาตรา
  151. ส่วนที่ ๒ หุ้นและผู้ถือหุ้มาตรา ๑๑๑๗–๑๑๔๓ · 27 มาตรา
  152. ส่วนที่ ๓ วิธีจัดการบริษัทจำกัดมาตรา ๑๑๔๔–๑๒๐๗ · 65 มาตรา
  153. ส่วนที่ ๔ การสอบบัญชีมาตรา ๑๒๐๘–๑๒๑๔ · 7 มาตรา
  154. ส่วนที่ ๕ การตรวจมาตรา ๑๒๑๕–๑๒๑๙ · 5 มาตรา
  155. ส่วนที่ ๖ การเพิ่มทุนและลดทุนมาตรา ๑๒๒๐–๑๒๒๘ · 8 มาตรา
  156. ส่วนที่ ๗ หุ้นกู้มาตรา ๑๒๒๙–๑๒๓๕ · 7 มาตรา
  157. ส่วนที่ ๘ เลิกบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๓๖–๑๒๓๗ · 2 มาตรา
  158. ส่วนที่ ๙ การควบบริษัทจำกัดเข้ากันมาตรา ๑๒๓๘–๑๒๔๓ · 6 มาตรา
  159. ส่วนที่ ๑๐ หนังสือบอกกล่าวมาตรา ๑๒๔๔–๑๒๔๕ · 2 มาตรา
  160. ส่วนที่ ๑๑ การถอนทะเบียนบริษัทร้มาตรา ๑๒๔๖ · 1 มาตรา
  161. ส่วนที่ ๑๒ การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๖/๑–๑๒๔๖/๗ · 7 มาตรา
  162. หมวด ๕ การชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๗–๑๒๗๓ · 27 มาตรา
  163. หมวด ๖ การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนมาตรา ๑๒๗๓/๑–๑๒๗๓/๔ · 4 มาตรา
  164. ลักษณะ ๒๓ สมาคมมาตรา ๑๒๗๔ · 1 มาตรา
  165. บรรพ ๔ ทรัพย์สินมาตรา ๑๒๙๘–๑๔๓๔ · 137 มาตรา
  166. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๒๙๘–๑๓๐๗ · 10 มาตรา
  167. ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๖๖ · 59 มาตรา
  168. หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๓๔ · 27 มาตรา
  169. หมวด ๒ แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๓๕–๑๓๕๕ · 21 มาตรา
  170. หมวด ๓ กรรมสิทธิ์รวมมาตรา ๑๓๕๖–๑๓๖๖ · 11 มาตรา
  171. ลักษณะ ๓ ครอบครองมาตรา ๑๓๖๗–๑๓๘๖ · 20 มาตรา
  172. ลักษณะ ๔ ภาระจำยอมมาตรา ๑๓๘๗–๑๔๐๑ · 15 มาตรา
  173. ลักษณะ ๕ อาศัยมาตรา ๑๔๐๒–๑๔๐๙ · 8 มาตรา
  174. ลักษณะ ๖ สิทธิเหนือพื้นดินมาตรา ๑๔๑๐–๑๔๑๖ · 7 มาตรา
  175. ลักษณะ ๗ สิทธิเก็บกินมาตรา ๑๔๑๗–๑๔๒๘ · 12 มาตรา
  176. ลักษณะ ๘ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์มาตรา ๑๔๒๙–๑๔๓๔ · 6 มาตรา
  177. บรรพ ๕ ครอบครัวมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๙๘/๔๑ · 215 มาตรา
  178. ลักษณะ ๑ การสมรสมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๓๕ · 109 มาตรา
  179. หมวด ๑ การหมั้นมาตรา ๑๔๓๕–๑๔๔๗/๒ · 15 มาตรา
  180. หมวด ๒ เงื่อนไขแห่งการสมรสมาตรา ๑๔๔๘–๑๔๖๐ · 13 มาตรา
  181. หมวด ๓ ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๑–๑๔๖๔/๑ · 5 มาตรา
  182. หมวด ๔ ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๕–๑๔๙๓ · 32 มาตรา
  183. หมวด ๕ ความเป็นโมฆะของการสมรสมาตรา ๑๔๙๔–๑๕๐๐ · 9 มาตรา
  184. หมวด ๖ การสิ้นสุดแห่งการสมรสมาตรา ๑๕๐๑–๑๕๓๕ · 35 มาตรา
  185. ลักษณะ ๒ บิดามารดากับบุตรมาตรา ๑๕๓๖–๑๕๙๘/๓๗ · 102 มาตรา
  186. หมวด ๑ บิดามารดามาตรา ๑๕๓๖–๑๕๖๐ · 25 มาตรา
  187. หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตรมาตรา ๑๕๖๑–๑๕๘๔/๑ · 26 มาตรา
  188. หมวด ๓ ความปกครองมาตรา ๑๕๘๕–๑๕๙๘/๑๘ · 32 มาตรา
  189. หมวด ๔ บุตรบุญธรรมมาตรา ๑๕๙๘/๑๙–๑๕๙๘/๓๗ · 19 มาตรา
  190. ลักษณะ ๓ ค่าอุปการะเลี้ยงดูมาตรา ๑๕๙๘/๓๘–๑๕๙๘/๔๑ · 4 มาตรา
  191. บรรพ ๖ มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๗๕๕ · 156 มาตรา
  192. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๑๙ · 21 มาตรา
  193. หมวด ๑ การตกทอดแห่งทรัพย์มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๐๓ · 5 มาตรา
  194. หมวด ๒ การเป็นทายาทมาตรา ๑๖๐๔–๑๖๐๗ · 4 มาตรา
  195. หมวด ๓ การตัดมิให้รับมรดกมาตรา ๑๖๐๘–๑๖๐๙ · 2 มาตรา
  196. หมวด ๔ การสละมรดกและอื่น ๆมาตรา ๑๖๑๐–๑๖๑๙ · 10 มาตรา
  197. ลักษณะ ๒ สิทธิโดยธรรมในการรับมรดกมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๔๕ · 26 มาตรา
  198. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๒๘ · 9 มาตรา
  199. หมวด ๒ การแบ่งทรัพย์มรดกระหว่ งทายาทมาตรา ๑๖๒๙–๑๖๓๑ · 3 มาตรา
  200. หมวด ๓ การแบ่งส่วนมรดกของทายาทโดยธรรมมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๘ · 7 มาตรา
  201. ส่วนที่ ๑ ญาติมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๔ · 3 มาตรา
  202. ส่วนที่ ๒ คู่สมรสมาตรา ๑๖๓๕–๑๖๓๘ · 4 มาตรา
  203. หมวด ๔ การรับมรดกแทนที่กันมาตรา ๑๖๓๙–๑๖๔๕ · 7 มาตรา
  204. ลักษณะ ๓ พินัยกรรมมาตรา ๑๖๔๖–๑๗๑๐ · 65 มาตรา
  205. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๔๖–๑๖๕๔ · 9 มาตรา
  206. หมวด ๒ แบบพินัยกรรมมาตรา ๑๖๕๕–๑๖๗๒ · 18 มาตรา
  207. หมวด ๓ ผลและการตีความแห่งพิ ยกรรมมาตรา ๑๖๗๓–๑๖๘๕ · 13 มาตรา
  208. หมวด ๔ พินัยกรรมที่ตั้งผู้ปกครองทรัพย์มาตรา ๑๖๘๖–๑๖๙๒ · 7 มาตรา
  209. หมวด ๕ การเพิกถอนและการตกไปแห่งพินัยกรรมมาตรา ๑๖๙๓–๑๖๙๙ · 7 มาตรา
  210. หมวด ๖ ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรมหรือมาตรา ๑๗๐๐–๑๗๑๐ · 11 มาตรา
  211. ลักษณะ ๔ วิธีจัดการและปันทรัพย์มรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๕๒ · 41 มาตรา
  212. หมวด ๑ ผู้จัดการมรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๓๓ · 23 มาตรา
  213. หมวด ๒ การรวบรวมจำหน่ายทรัพย์มรดกเป็นตัวเงินมาตรา ๑๗๓๔–๑๗๔๔ · 11 มาตรา
  214. หมวด ๓ การแบ่งมรดกมาตรา ๑๗๔๕–๑๗๕๒ · 7 มาตรา
  215. ลักษณะ ๕ มรดกที่ไม่มีผู้รับมาตรา ๑๗๕๓ · 1 มาตรา
  216. ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๗๕๔–๑๗๕๕ · 2 มาตรา

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ลักษณะ ๕ ละเมิด

  2. หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิด

    18 มาตรา
  3. ๔๒๐

    ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้ เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

  4. ๔๒๑

    การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่น้น ท่านว่าเป็น การอันมิชอบด้วยกฎหมาย

  5. ๔๒๒

    ถ้าความเสียหายเกิดแต่การฝ่าฝืนบทบังคับแห่งกฎหมายใดอันมีที่ ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่นๆผู้ใดทำการฝ่าฝืนเช่นนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็น ผู้ผิด

  6. ๔๒๓

    ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้ หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อ ความเสียหายอย่ งใดๆอันเกิดแต่ารนั้ แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะ รู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริ หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้น มีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิด ใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

  7. ๔๒๔

    ในการพิพากษาคดีข้อความรับผิดเพื่อละเมิดและกำหนดค่า สินไหมทดแทนนั้ ท่านว่าศาลไม่จำต้องดำเนินตามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายลัษณะอาญาอัน ว่าด้วยการที่จะต้องรับโทษ และไม่จำต้องพิเคราะห์ถึงการที่ผู้กระทำผิดต้องคำพิพากษาลงโทษ ทางอาญาหรือไม่

  8. ๔๒๕

    นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

  9. ๔๒๖

    นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิด อันลูกจ้างได้ท้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้างนั้น

  10. ๔๒๗

    บทบัญญัติในมาตราทั้งสองก่อนนั้น ท่านให้ใช้บังคับแก่ตัวการ และตัวแทนด้วยโดยอนุโลม

  11. ๔๒๘

    ผู้ว่ จ้ งทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอัผู้รับจ้ งได้ ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วน การงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง

  12. ๔๒๙

    บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิด ร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่ นั้น

  13. ๔๓๐

    ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือบุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ ความสามารถอยู่เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้ คราวก็ดี จำต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้กระทำลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้นๆ มิได้ใช้ ความระมัดระวัตามสมควร

  14. ๔๓๑

    ในกรณีที่กล่าวมาในสองมาตราก่อนนั้น ท่านให้นำบทบัญญัติแห่ง มาตรา ๔๒๖มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

  15. ๔๓๒

    ถ้าบุ คลหลายคนก่อให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยร่วมกันทำ ละเมิด ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่ไม่สามารถสืบรู้ตัวได้แน่ว่าในจำพวกที่ทำละเมิดร่วมกันนั้น คนไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดเสียหายนั้นด้วย อนึ่ง บุคคลผู้ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือในการทำละเมิด ท่านก็ให้ถือว่าเป็น ผู้กระทำละเมิดร่วมกันด้วย ในระหว่างบุคคลทั้งหลายซึ่งต้องรับผิดร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น ท่านว่า ต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆกันเว้นแต่โดยพฤติการณ์ศาลจะวินิจฉัยเป็นประการอื่น

  16. ๔๓๓

    ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคล ผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความ เสียหายอย่างใดๆอัเกิดแต่สัตว์นั้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่ การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความ เสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ วามระมัดระวัถึ เพียงนั้น อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้นๆ ก็ได้

  17. ๔๓๔

    ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะเหตุที่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่าง อื่นก่อสร้างไว้ชำรุดบกพร่องก็ดี หรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอก็ด ท่านว่าผู้ครองโรงเรือนหรือสิ่งปลูก สร้างนั้นๆ จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ถ้าผู้ครองได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อปัด ป้องมิให้เกิดเสียหายฉะนั้นแล้ว ท่านว่าผู้เป็นเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนั้น ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงความบกพร่องใน การปลูกหรือค้ำจุนต้นไม้หรือกอไผ่ด้วย ในกรณีที่ ล่าวมาในสองวรรคข้างต้นนั้น ถ้ายังมีผู้อื่นอี ที่ต้องรับผิดชอบในการ ก่อให้เกิดเสียหายนั้นด้วยไซร้ ท่านว่าผู้ครองหรือเจ้าของจะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้นั้นก็ได้

  18. ๔๓๕

    บุคคลใดจะประสบความเสียหายอันพึงเกิดจากโรงเรือนหรือสิ่ง ปลูกสร้างอย่างอื่นของผู้อื่น บุคคลผู้นั้นชอบที่จะเรียกให้จัดการตามที่จำเป็นเพื่อบำบัดปัดป้อง ภยันตรายนั้นเสียได้

  19. ๔๓๖

    บุคคลผู้อยู่ในโรงเรือนต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิด เพราะของตกหล่นจากโรงเรือนนั้น หรือเพราะทิ้งขว้างของไปตกในที่อันมิควร

  20. ๔๓๗

    บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใดๆอัน เดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ การเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหาย นั้นเอง ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครองของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็น ของเกิดอันตรายได้โดยสภาพหรือโดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้น ด้วย

  21. หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด

    11 มาตรา
  22. ๔๓๘

    ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวินิจฉัย ตามควรแก่พฤติารณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด อนึ่ง ค่าสินไหมทดแทนนั้น ได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะ ละเมิด หรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น รวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่าง ใดๆอันได้ก่อขึ้นนั้นด้วย

  23. ๔๓๙

    บุคคลผู้จำต้องคืนทรัพย์อันผู้อื่นต้องเสียไปเพราะละเมิดแห่งตน นั้น ยังต้องรับผิดชอบตลอดถึงการที่ทรัพย์นั้นทำลายลงโดยอุบัติเหตุ หรือการคืนทรัพย์ตกเป็น พ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างอื่นโดยอุบัติเหตุ หรือทรัพย์นั้นเสื่อมเสียลงโดยอุบัติเหตุั้นด้วย เว้นแต่ เมื่อการที่ทรัพย์สินทำลาย หรือตกเป็นพ้นวิสัยจะคืน หรือเสื่อมเสียนั้น ถึงแม้ว่าจะมิได้มีการทำ ละเมิด ก็คงจะต้องตกไปเป็นอย่างนั้นอยู่เอง

  24. ๔๔๐

    ในกรณีที่ต้องใช้ราคาทรัพย์อันได้เอาของเขาไปก็ดี ในกรณีที่ต้อง ใช้ราคาทรัพย์อันลดน้อยลงเพราะบุบสลายก็ดี ฝ่ายผู้ต้องเสียหายจะเรียกดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ จะต้องใช้ คิดตั้งแต่เวลาอันเป็นฐานที่ตั้งแห่งการประมาณราคานั้นก็ได้

  25. ๔๔๑

    ถ้าบุคคลจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ เพราะเอาสังหาริมทรัพย์ของเขาไปก็ดี หรือเพราะทำของเขาให้บุบสลายก็ดี เมื่อใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่บุ คลซึ่งเป็นผู้ครองทรัพย์ั้นอยู่ในขณะที่เอาไปหรือขณะที่ทำให้บุบสลายนั้นแล้ว ท่านว่าเป็นอันหลุดพ้นไปเพราะการที่ได้ใช้ให้เช่นนั้น แม้กระทั่งบุคคลภายนอกจะเป็นเจ้าของ ทรัพย์หรือมีสิทธิอย่ งอื่นเหนือทรัพย์นั้น เว้นแต่สิทธิของบุคคลภายนอกเช่้นจะเป็นที่รู้อยู่แก่ ตนหรือมิได้รู้เพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตน

  26. ๔๔๒

    ถ้าความเสียหายได้เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้ ต้องเสียหายประกอบด้วยไซร้ ท่านให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๒๓มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

  27. ๔๔๓

    ในกรณีทำให้เขาถึงตายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่าปลงศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นๆอีกด้วย ถ้ามิได้ตายในทันที ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้น ทำให้บุคคลหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไป ด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลคนนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

  28. ๔๔๔

    ในกรณีทำให้เสียหายแก่างกายหรืออนามัยนั้น ผู้ต้องเสียหาย ชอบที่จะได้ชดใช้ค่าใช้จ่ายอันตนต้องเสียไป และค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถ ประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน ทั้งในเวลาปัจจุบันนั้นและในเวลาอนาคตด้วย ถ้ ในเวลาที่พิพากษาคดี เป็นพ้นวิสยจะหยั่ งรู้ได้แน่ว่าความเสียหายนั้นได้มี แท้จริงเพียงใด ศาลจะกล่าวในคำพิพากษาว่ายังสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษานั้นอีก ภายในระยะเวลาไม่เกินสองปีก็ได้

  29. ๔๔๕

    ในกรณีทำให้เขาถึงตาย หรือให้เสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยก็ดี ในกรณีทำให้เขาเสียเสรีภาพก็ดี ถ้าผู้ต้องเสียหายมีความผูกพันตามกฎหมายจะต้องทำการงาน ให้เป็นคุณแก่บุคคลภายนอกในครัวเรือน หรืออุตสาหกรรมของบุคคลภายนอกนั้นไซร้ ท่านว่า บุคคลผู้จำต้องใช้่าสินไหมทดแทนนั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อที่เขา ต้องขาดแรงงานอันนั้นไปด้วย

  30. ๔๔๖

    ในกรณีทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยก็ดี ในกรณีทำให้ เขาเสียเสรีภาพก็ดี ผู้ต้องเสียหายจะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความที่เสียหายอย่างอื่น อันมิใช่ตัวเงินด้วยอี ก็ได้ สิทธิเรียกร้องอันนี้ไม่โอนกันได้ และไม่ตกสืบไปถึ ทายาทเว้นแต่สิทธิ นั้นจะได้รับสภาพกันไว้โดยสัญญาหรือได้เริ่มฟ้องคดีตามสิทธินั้นแล้ว อนึ่ง หญิงที่ต้องเสียหายเพราะผู้ใดทำผิดอาญาเป็นทุรศีลธรรมแก่ตนก็ย่อมมี สิทธิเรียกร้องทำนองเดียวกันนี้

  31. ๔๔๗

    บุคคลใดทำให้เขาต้องเสียหายแก่ชื่อเสียงเมื่อผู้ต้องเสียหายร้อง ขอ ศาลจะสั่งให้บุคคลนั้นจัดการตามควรเพื่อทำให้ชื่อเสียงของผู้นั้นกลับคืนดีแทนให้ใช้ ค่าเสียหาย หรือทั้งให้ใช้ค่าเสียหายด้วยก็ได้

  32. ๔๔๘

    สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุ ความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนหรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด แต่ถ้าเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็ความผิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะ อาญาและมีกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าที่กล่าวมานั้นไซร้ ท่านให้เอาอายุความที่ยาวกว่า นั้นมาบังคับ

  33. หมวด ๓ นิรโทษกรรม

    4 มาตรา
  34. ๔๔๙

    บุคคลใดเมื่อกระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายก็ดี กระทำ ตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายก็ดีหากก่อให้เกิดเสียหายแก่ผู้อื่นไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นหาต้องรับ ผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ ผู้ต้องเสียหายอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้เป็นต้นเหตุให้ต้องป้องกันโดย ชอบด้วยกฎหมายหรือจากบุคคลผู้ให้คำสั่งโดยละเมิดนั้นก็ได้

  35. ๔๕๐

    ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อจะบำบัด ปัดป้องภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉิน ท่านว่าไม่จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หาก ความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุภยัตราย ถ้าบุคคลทำบุบสลาย หรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะบำบัดปัดป้อง ภยันตรายอันมีแก่เอกชนโดยฉุกเฉินผู้นั้นจะต้องใช้คืนทรัพย์นั้น ถ้าบุคคลทำบุบสลาย หรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะป้องกันสิทธิของตน หรือของบุคคลภายนอกจากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน เพราะตัวทรัพย์นั้นเองเป็นเหตุ บุคคล เช่นว่านี้หาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่หากว่าความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุ แต่ถ้า ภยันตรายนั้นเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลนั้นเองแล้ว ท่านว่าจำต้องรับผิดใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้

  36. ๔๕๑

    บุคคลใช้กำลังเพื่อป้องกันสิทธิของตน ถ้าตามพฤติการณ์จะขอให้ ศาลหรือเจ้าหน้ ที่ช่วยเหลือให้ทันท่วงทีไม่ได้ และถ้ามิได้ทำในทันใด ภัยมีอยู่ด้วยการที่ตนจะได้ สมดังสิทธินั้นจะต้องประวิงไปมากหรือถึงแก่สาบสูญได้ไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นหาต้องรับผิดใช้ค่า สินไหมทดแทนไม่ การใช้กำลังดังกล่าวมาในวรรคก่อนนั้น ท่านว่าต้องจำกัดครัดเคร่งแต่เฉพาะที่ จำเป็นเพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายเท่านั้น ถ้าบุคคลผู้ใดกระทำการดังกล่าวมาในวรรคต้นเพราะหลงสันนิษฐานพลาดไปว่า มีเหตุอันจำเป็นที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่บุ คลอื่น แม้ทั้งการที่หลงพลาดไปนั้นจะมิใช่เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของ ตน

  37. ๔๕๒

    ผู้ครองอสังหาริมทรัพย์ชอบที่จะจับสัตว์ของผู้อื่นอันเข้ามาทำความ เสียหายในอสังหาริมทรัพย์นั้น และยึดไว้เป็นประกันค่าสินไหมทดแทน อันจะพึงต้องใช้แก่ตนได้ และถ้าเป็นการจำเป็โดยพฤติการณ์แม้จะฆ่าสัตว์นั้นเสียก็ชอบที่จะทำได้ แต่ว่าผู้นั้นต้องบอกกล่าวแก่เจ้าของสัตว์โดยไม่ชักช้า ถ้าและหาตัวเจ้าของสัตว์ไม่ พบผู้ที่จับสัตว์ไว้ต้องจัดการตามสมควรเพื่อสืบหาตัวเจ้าของ

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

-

๑)บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง

_________

โดยธรรมในลำดับและชั้นต่าง ๆ

ในลำดับและชั้นต่างๆ

หรือข้อกำหนดพินัยกรรม

ข้อกำหนดพินัยกรรม

และการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C.pdf362 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:bd3b78a8a9abebedec47739ee24d3f19bb82c3c798f69fe50786c5668dcdea92ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:16.713Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR