ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 bd3b78a8… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- บรรพ ๑ หลักทั่วไปมาตรา ๔–๑๙๓/๓๕ · 225 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔–๑๔ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๒ บุคคลมาตรา ๑๕–๑๓๖ · 122 มาตรา
- หมวด ๑ บุคคลธรรมดามาตรา ๑๕–๖๔ · 50 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ สภาพบุคคลมาตรา ๑๕–๑๘ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ความสามารถมาตรา ๑๙–๓๖ · 18 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนามาตรา ๓๗–๔๗ · 11 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ สาบสูญมาตรา ๔๘–๖๔ · 17 มาตรา
- หมวด ๒ นิติบุคคลมาตรา ๖๕–๑๓๖ · 72 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕–๗๗ · 13 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ สมาคมมาตรา ๗๘–๑๐๙ · 32 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ มูลนิธิมาตรา ๑๑๐–๑๓๖ · 27 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ทรัพย์มาตรา ๑๓๗–๑๔๘ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๔ นิติกรรมมาตรา ๑๔๙–๑๙๓ · 45 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๔๙–๑๕๓ · 5 มาตรา
- หมวด ๒ การแสดงเจตนามาตรา ๑๕๔–๑๗๑ · 18 มาตรา
- หมวด ๓ โมฆะกรรมและโมฆียะกรรมมาตรา ๑๗๒–๑๘๑ · 10 มาตรา
- หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลามาตรา ๑๘๒–๑๙๓ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๕ ระยะเวลามาตรา ๑๙๓/๑–๑๙๓/๘ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๓๕ · 27 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๒๙ · 21 มาตรา
- หมวด ๒ กำหนดอายุความมาตรา ๑๙๓/๓๐–๑๙๓/๓๕ · 6 มาตรา
- บรรพ ๒ หนี้มาตรา ๑๙๔–๔๕๒ · 259 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๔–๓๕๓ · 160 มาตรา
- หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้มาตรา ๑๙๔–๒๐๒ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ ผลแห่งหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๘๙ · 87 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๒๕ · 23 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิมาตรา ๒๒๖–๒๓๒ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้มาตรา ๒๓๓–๒๓๖ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉลมาตรา ๒๓๗–๒๔๐ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วงมาตรา ๒๔๑–๒๕๐ · 10 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ บุริมสิทธิมาตรา ๒๕๑–๒๘๙ · 39 มาตรา
- หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคนมาตรา ๒๙๐–๓๐๒ · 13 มาตรา
- หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้องมาตรา ๓๐๓–๓๑๓ · 11 มาตรา
- หมวด ๕ ความระงับหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๕๓ · 40 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การชำระหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๓๙ · 26 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ปลดหนี้มาตรา ๓๔๐ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ หักกลบลบหนี้มาตรา ๓๔๑–๓๔๘ · 8 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ แปลงหนี้ใหม่มาตรา ๓๔๙–๓๕๒ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ หนี้เกลื่อนกลืนกันมาตรา ๓๕๓ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๒ สัญญามาตรา ๓๕๔–๓๙๔ · 41 มาตรา
- หมวด ๑ ก่อให้เกิดสัญญามาตรา ๓๕๔–๓๖๘ · 15 มาตรา
- หมวด ๒ ผลแห่งสัญญามาตรา ๓๖๙–๓๗๖ · 8 มาตรา
- หมวด ๓ มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับมาตรา ๓๗๗–๓๘๕ · 9 มาตรา
- หมวด ๔ เลิกสัญญามาตรา ๓๘๖–๓๙๔ · 9 มาตรา
- ลักษณะ ๓ จัดการงานนอกสั่งมาตรา ๓๙๕–๔๐๕ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๔ ลาภมิควรได้มาตรา ๔๐๖–๔๑๙ · 14 มาตรา
- ลักษณะ ๕ ละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๕๒ · 33 มาตรา
- หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๓๗ · 18 มาตรา
- หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดมาตรา ๔๓๘–๔๔๘ · 11 มาตรา
- หมวด ๓ นิรโทษกรรมมาตรา ๔๔๙–๔๕๒ · 4 มาตรา
- บรรพ ๓ เอกเทศสัญญามาตรา ๔๕๓–๑๒๗๔ · 839 มาตรา
- ลักษณะ ๑ ซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๕๑๗ · 65 มาตรา
- หมวด ๑ สภาพและหลักสำคัญของสัญญาซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๔๖๐ · 8 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔๕๓–๔๕๗ · 5 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์มาตรา ๔๕๘–๔๖๐ · 3 มาตรา
- หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขายมาตรา ๔๖๑–๔๘๕ · 25 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การส่งมอบมาตรา ๔๖๑–๔๗๑ · 11 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องมาตรา ๔๗๒–๔๗๔ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสิทธิมาตรา ๔๗๕–๔๘๒ · 8 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดมาตรา ๔๘๓–๔๘๕ · 3 มาตรา
- หมวด ๓ หน้าที่ของผู้ซื้อมาตรา ๔๘๖–๔๙๐ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ การซื้อขายเฉพาะบางอย่างมาตรา ๔๙๑–๕๑๗ · 27 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ ขายฝากมาตรา ๔๙๑–๕๐๒ · 12 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ขายตามตัวอย่าง ขายตามคำพรรณนาขายเผื่อชอบมาตรา ๕๐๓–๕๐๘ · 6 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาดมาตรา ๕๐๙–๕๑๗ · 9 มาตรา
- ลักษณะ ๒ แลกเปลี่ยนมาตรา ๕๑๘–๕๒๐ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ให้มาตรา ๕๒๑–๕๓๖ · 16 มาตรา
- ลักษณะ ๔ เช่าทรัพย์มาตรา ๕๓๗–๕๗๑ · 35 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕๓๗–๕๔๕ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่ามาตรา ๕๔๖–๕๕๑ · 6 มาตรา
- หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่ามาตรา ๕๕๒–๕๖๓ · 12 มาตรา
- หมวด ๔ ความระงับแห่งสัญญาเช่มาตรา ๕๖๔–๕๗๑ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๕ เช่าซื้อมาตรา ๕๗๒–๕๗๔ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๖ จ้างแรงงานมาตรา ๕๗๕–๕๘๖ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๗ จ้างทำของมาตรา ๕๘๗–๖๐๗ · 21 มาตรา
- ลักษณะ ๘ รับขนมาตรา ๖๐๘–๖๓๙ · 32 มาตรา
- หมวด ๑ รับขนของมาตรา ๖๑๐–๖๓๓ · 24 มาตรา
- หมวด ๒ รับขนคนโดยสารมาตรา ๖๓๔–๖๓๙ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๙ ยืมมาตรา ๖๔๐–๖๕๖ · 17 มาตรา
- หมวด ๑ ยืมใช้คงรูปมาตรา ๖๔๐–๖๔๙ · 10 มาตรา
- หมวด ๒ ยืมใช้สิ้นเปลืองมาตรา ๖๕๐–๖๕๖ · 7 มาตรา
- ลักษณะ ๑๐ ฝากทรัพย์มาตรา ๖๕๗–๖๗๙ · 23 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕๗–๖๗๑ · 15 มาตรา
- หมวด ๒ วิธีเฉพาะการฝากเงินมาตรา ๖๗๒–๖๗๓ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ วิธีเฉพาะสำหรับเจ้าสำนักโรงแรมมาตรา ๖๗๔–๖๗๙ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๑๑ ค้ำประกันมาตรา ๖๘๐–๗๐๑ · 22 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๘๐–๖๘๕ · 6 มาตรา
- หมวด ๒ ผลก่อนชำระหนี้มาตรา ๖๘๖–๖๙๒ · 7 มาตรา
- หมวด ๓ ผลภายหลังชำระหนี้มาตรา ๖๙๓–๖๙๗ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกันมาตรา ๖๙๘–๗๐๑ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๑๒ จำนองมาตรา ๗๐๒–๗๔๖ · 45 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๐๒–๗๑๔ · 13 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิจำนองครอบเพียงใดมาตรา ๗๑๕–๗๒๑ · 7 มาตรา
- หมวด ๓ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนองและผู้จำนองมาตรา ๗๒๒–๗๒๗ · 6 มาตรา
- หมวด ๔ การบังคับจำนองมาตรา ๗๒๘–๗๓๕ · 8 มาตรา
- หมวด ๕ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองมาตรา ๗๓๖–๗๔๓ · 8 มาตรา
- หมวด ๖ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนองมาตรา ๗๔๔–๗๔๖ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๑๓ จำนำมาตรา ๗๔๗–๗๖๙ · 23 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๔๗–๗๕๗ · 11 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำและผู้รับจำนำมาตรา ๗๕๘–๗๖๓ · 6 มาตรา
- หมวด ๓ การบังคับจำนำมาตรา ๗๖๔–๗๖๘ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการจำนำมาตรา ๗๖๙ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๑๔ เก็บของในคลังสินค้ามาตรา ๗๗๐–๗๙๖ · 27 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๗๐–๗๗๔ · 5 มาตรา
- หมวด ๒ ใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้ามาตรา ๗๗๕–๗๙๖ · 22 มาตรา
- ลักษณะ ๑๕ ตัวแทนมาตรา ๗๙๗–๘๔๔ · 47 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๙๗–๘๐๖ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการมาตรา ๘๐๗–๘๑๔ · 8 มาตรา
- หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทนมาตรา ๘๑๕–๘๑๙ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอกมาตรา ๘๒๐–๘๒๕ · 6 มาตรา
- หมวด ๕ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทนมาตรา ๘๒๖–๘๓๒ · 7 มาตรา
- หมวด ๖ ตัวแทนค้าต่างมาตรา ๘๓๓–๘๔๔ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๑๖ นายหน้ามาตรา ๘๔๕–๘๔๙ · 5 มาตรา
- ลักษณะ ๑๗ ประนีประนอมยอมความมาตรา ๘๕๐–๘๕๒ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๑๘ การพนันและขันต่อมาตรา ๘๕๓–๘๕๕ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๑๙ บัญชีเดินสะพัดมาตรา ๘๕๖–๘๖๐ · 5 มาตรา
- ลักษณะ ๒๐ ประกันภัยมาตรา ๘๖๑–๘๙๗ · 37 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๑–๘๖๘ · 8 มาตรา
- หมวด ๒ ประกันวินาศภัยมาตรา ๘๖๙–๘๘๘ · 20 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๙–๘๘๒ · 14 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ วิธีเฉพาะการประกันภัยในการรับขนมาตรา ๘๘๓–๘๘๖ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ประกันภัยค้ำจุนมาตรา ๘๘๗–๘๘๘ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ ประกันชีวิตมาตรา ๘๘๙–๘๙๗ · 9 มาตรา
- ลักษณะ ๒๑ ตั๋วเงินมาตรา ๘๙๘–๑๐๑๑ · 114 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๙๘–๙๐๗ · 10 มาตรา
- หมวด ๒ ตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๘๑ · 74 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การออกและสลักหลังตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๒๖ · 19 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การรับรองมาตรา ๙๒๗–๙๓๗ · 11 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ อาวัลมาตรา ๙๓๘–๙๔๐ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การใช้เงินมาตรา ๙๔๑–๙๔๙ · 9 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การสอดเข้าแก้หน้ามาตรา ๙๕๐–๙๕๘ · 9 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ สิทธิไล่เบี้ยเพราะเขาไม่รับรองหรือไม่ใช้เงินมาตรา ๙๕๙–๙๗๔ · 16 มาตรา
- ส่วนที่ ๗ ตั๋วแลกเงินเป็นสำรับมาตรา ๙๗๕–๙๘๑ · 7 มาตรา
- หมวด ๓ ตั๋วสัญญาใช้เงินมาตรา ๙๘๒–๙๘๖ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ เช็คมาตรา ๙๘๗–๑๐๐๐ · 14 มาตรา
- หมวด ๕ อายุความมาตรา ๑๐๐๑–๑๐๐๕ · 5 มาตรา
- หมวด ๖ ตั๋วเงินปลอม ตั๋วเงินถูกลัก และตั๋วเงินหายมาตรา ๑๐๐๖–๑๐๑๑ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัทมาตรา ๑๐๑๒–๑๒๗๓/๔ · 280 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๐๑๒–๑๐๒๔ · 14 มาตรา
- หมวด ๒ ห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๒๕–๑๐๗๖ · 54 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บทวิเคราะห์มาตรา ๑๐๒๕ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเองมาตรา ๑๐๒๖–๑๐๔๘ · 23 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ความเกี่ยวพันระหว่ งผู้เป็นหุ้นส่วนกับบุคคลภายนอกมาตรา ๑๐๔๙–๑๐๕๔ · 6 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การเลิกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๕๕–๑๐๖๓ · 9 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๖๔–๑๐๗๒ · 11 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ การควบห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเข้ากันมาตรา ๑๐๗๓–๑๐๗๖ · 4 มาตรา
- หมวด ๓ หุ้นส่วนส่วนจำกัดมาตรา ๑๐๗๗–๑๐๙๕ · 21 มาตรา
- หมวด ๔ บริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๒๔๖/๗ · 160 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ สภาพและการตั้งบริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๑๑๖ · 23 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ หุ้นและผู้ถือหุ้มาตรา ๑๑๑๗–๑๑๔๓ · 27 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ วิธีจัดการบริษัทจำกัดมาตรา ๑๑๔๔–๑๒๐๗ · 65 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การสอบบัญชีมาตรา ๑๒๐๘–๑๒๑๔ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การตรวจมาตรา ๑๒๑๕–๑๒๑๙ · 5 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ การเพิ่มทุนและลดทุนมาตรา ๑๒๒๐–๑๒๒๘ · 8 มาตรา
- ส่วนที่ ๗ หุ้นกู้มาตรา ๑๒๒๙–๑๒๓๕ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๘ เลิกบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๓๖–๑๒๓๗ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๙ การควบบริษัทจำกัดเข้ากันมาตรา ๑๒๓๘–๑๒๔๓ · 6 มาตรา
- ส่วนที่ ๑๐ หนังสือบอกกล่าวมาตรา ๑๒๔๔–๑๒๔๕ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๑๑ การถอนทะเบียนบริษัทร้มาตรา ๑๒๔๖ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๑๒ การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๖/๑–๑๒๔๖/๗ · 7 มาตรา
- หมวด ๕ การชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๗–๑๒๗๓ · 27 มาตรา
- หมวด ๖ การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนมาตรา ๑๒๗๓/๑–๑๒๗๓/๔ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๒๓ สมาคมมาตรา ๑๒๗๔ · 1 มาตรา
- บรรพ ๔ ทรัพย์สินมาตรา ๑๒๙๘–๑๔๓๔ · 137 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๒๙๘–๑๓๐๗ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๖๖ · 59 มาตรา
- หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๓๔ · 27 มาตรา
- หมวด ๒ แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๓๕–๑๓๕๕ · 21 มาตรา
- หมวด ๓ กรรมสิทธิ์รวมมาตรา ๑๓๕๖–๑๓๖๖ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ครอบครองมาตรา ๑๓๖๗–๑๓๘๖ · 20 มาตรา
- ลักษณะ ๔ ภาระจำยอมมาตรา ๑๓๘๗–๑๔๐๑ · 15 มาตรา
- ลักษณะ ๕ อาศัยมาตรา ๑๔๐๒–๑๔๐๙ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๖ สิทธิเหนือพื้นดินมาตรา ๑๔๑๐–๑๔๑๖ · 7 มาตรา
- ลักษณะ ๗ สิทธิเก็บกินมาตรา ๑๔๑๗–๑๔๒๘ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๘ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์มาตรา ๑๔๒๙–๑๔๓๔ · 6 มาตรา
- บรรพ ๕ ครอบครัวมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๙๘/๔๑ · 215 มาตรา
- ลักษณะ ๑ การสมรสมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๓๕ · 109 มาตรา
- หมวด ๑ การหมั้นมาตรา ๑๔๓๕–๑๔๔๗/๒ · 15 มาตรา
- หมวด ๒ เงื่อนไขแห่งการสมรสมาตรา ๑๔๔๘–๑๔๖๐ · 13 มาตรา
- หมวด ๓ ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๑–๑๔๖๔/๑ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๕–๑๔๙๓ · 32 มาตรา
- หมวด ๕ ความเป็นโมฆะของการสมรสมาตรา ๑๔๙๔–๑๕๐๐ · 9 มาตรา
- หมวด ๖ การสิ้นสุดแห่งการสมรสมาตรา ๑๕๐๑–๑๕๓๕ · 35 มาตรา
- ลักษณะ ๒ บิดามารดากับบุตรมาตรา ๑๕๓๖–๑๕๙๘/๓๗ · 102 มาตรา
- หมวด ๑ บิดามารดามาตรา ๑๕๓๖–๑๕๖๐ · 25 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตรมาตรา ๑๕๖๑–๑๕๘๔/๑ · 26 มาตรา
- หมวด ๓ ความปกครองมาตรา ๑๕๘๕–๑๕๙๘/๑๘ · 32 มาตรา
- หมวด ๔ บุตรบุญธรรมมาตรา ๑๕๙๘/๑๙–๑๕๙๘/๓๗ · 19 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ค่าอุปการะเลี้ยงดูมาตรา ๑๕๙๘/๓๘–๑๕๙๘/๔๑ · 4 มาตรา
- บรรพ ๖ มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๗๕๕ · 156 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๑๙ · 21 มาตรา
- หมวด ๑ การตกทอดแห่งทรัพย์มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๐๓ · 5 มาตรา
- หมวด ๒ การเป็นทายาทมาตรา ๑๖๐๔–๑๖๐๗ · 4 มาตรา
- หมวด ๓ การตัดมิให้รับมรดกมาตรา ๑๖๐๘–๑๖๐๙ · 2 มาตรา
- หมวด ๔ การสละมรดกและอื่น ๆมาตรา ๑๖๑๐–๑๖๑๙ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๒ สิทธิโดยธรรมในการรับมรดกมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๔๕ · 26 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๒๘ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ การแบ่งทรัพย์มรดกระหว่ งทายาทมาตรา ๑๖๒๙–๑๖๓๑ · 3 มาตรา
- หมวด ๓ การแบ่งส่วนมรดกของทายาทโดยธรรมมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๘ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ ญาติมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๔ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ คู่สมรสมาตรา ๑๖๓๕–๑๖๓๘ · 4 มาตรา
- หมวด ๔ การรับมรดกแทนที่กันมาตรา ๑๖๓๙–๑๖๔๕ · 7 มาตรา
- ลักษณะ ๓ พินัยกรรมมาตรา ๑๖๔๖–๑๗๑๐ · 65 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๔๖–๑๖๕๔ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ แบบพินัยกรรมมาตรา ๑๖๕๕–๑๖๗๒ · 18 มาตรา
- หมวด ๓ ผลและการตีความแห่งพิ ยกรรมมาตรา ๑๖๗๓–๑๖๘๕ · 13 มาตรา
- หมวด ๔ พินัยกรรมที่ตั้งผู้ปกครองทรัพย์มาตรา ๑๖๘๖–๑๖๙๒ · 7 มาตรา
- หมวด ๕ การเพิกถอนและการตกไปแห่งพินัยกรรมมาตรา ๑๖๙๓–๑๖๙๙ · 7 มาตรา
- หมวด ๖ ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรมหรือมาตรา ๑๗๐๐–๑๗๑๐ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๔ วิธีจัดการและปันทรัพย์มรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๕๒ · 41 มาตรา
- หมวด ๑ ผู้จัดการมรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๓๓ · 23 มาตรา
- หมวด ๒ การรวบรวมจำหน่ายทรัพย์มรดกเป็นตัวเงินมาตรา ๑๗๓๔–๑๗๔๔ · 11 มาตรา
- หมวด ๓ การแบ่งมรดกมาตรา ๑๗๔๕–๑๗๕๒ · 7 มาตรา
- ลักษณะ ๕ มรดกที่ไม่มีผู้รับมาตรา ๑๗๕๓ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๗๕๔–๑๗๕๕ · 2 มาตรา
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการลักษณะ ๒ บิดามารดากับบุตร
หมวด ๑ บิดามารดา
25 มาตรา- ๑๕๓๖
เด็เกิดแต่หญิงขณะเป็นภริยาชายหรือภายในสามร้อยสิบวัน นับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็น สามี หรือเคยเป็สามี แล้วแต่กรณี ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่บุตรที่เกิดจากหญิงก่อนที่ได้มีคำ พิพากษาถึงที่สุดของศาลแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะ หรือภายในระยะเวลาสามร้อยสิบวันนับแต่ วันนั้น
- ๑๕๓๗
ในกรณีที่หญิงทำการสมรสใหม่นั้นเป็นการฝ่ ฝืนมาตรา ๑๔๕๓ และคลอดบุตรภายในสามร้อยสิบวันนับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กที่ เกิดแต่หญิง้ เป็บุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้ เป็สามี นใหม่ และห้ามมิให้นำข้อ สันนิษฐานในมาตรา ๑๕๓๖ที่ว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีเดิมมาใช้บังคับ ทั้งนี้ เว้น แต่มีคำพิพากษาของศาลแสดงว่าเด็กมิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีคนใหม่นั้น
- ๑๕๓๘
ในกรณีที่ชายหรือหญิงสมรสฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕๒เด็กที่เกิด ในระหว่างการสมรสที่ฝ่าฝืนนั้น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็น สามีซึ่งได้จดทะเบียนสมรสครั้งหลัง ในกรณีที่หญิงสมรสฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕๒ถ้ามีคำพิพากษาถึงที่สุดแสดงว่าเด็ก มิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีซึ่งได้จดทะเบียนสมรสครั้งหลัง ให้นำข้อสันนิษฐาน ในมาตรา ๑๕๓๖มาใช้บังคับ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่เด็กที่เกิดภายในสามร้อยสิบวันนับแต่ วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้การสมรสเป็นโมฆะเพราะฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕๒ด้วย
- ๑๕๓๙
ในกรณีที่สันนิษฐานว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามีตามมาตรา ๑๕๓๖มาตรา ๑๕๓๗หรือมาตรา ๑๕๓๘ชายผู้เป็นหรือ เคยเป็นสามีจะไม่รับเด็กเป็นบุตรของตนก็ได้ โดยฟ้องเด็กกับมารดาเด็กร่วมกันเป็นจำเลยและ ๒๙๗ พิสูจน์ได้ว่าตนไม่ได้อยู่ร่วมกับมารดาเด็กใน- ระยะเวลาตั้งครรภ์คือระหว่ งหนึ่งร้อยแปดสิบ วันถึงสามร้อยสิบวันก่อนเด็กเกิด หรือตนไม่สามารถเป็นบิดาของเด็กได้เพราะเหตุอย่างอื่น แต่ถ้าในขณะยื่นฟ้องมารดาเด็กไม่มีชีวิตอยู่ จะฟ้องเด็กแต่ผู้เดียวเป็นจำเลยก็ได้ ถ้าเด็กไม่มีชีวิตอยู่ไม่ว่ามารดาของเด็กจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ จะยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าเด็กนั้น ไม่เป็นบุตรก็ได้ ในกรณีที่มารดาของเด็กหรือทายาทของเด็กยังมีชีวิตอยู่ ให้ศาลส่งสำเนาคำร้องนี้ ไปให้ด้วย และถ้ ศาลเห็นสมควรจะส่งสำเนาคำร้องไปให้อัยการพิจารณาเพื่อดำเนินคดีแทนเด็ก ด้วยก็ได้
- ๑๕๔๐
(ยกเลิก)
- ๑๕๔๑
ชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามีจะฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรตาม มาตรา ๑๕๓๙ไม่ได้ ถ้าปรากฏว่าตนเป็นผู้แจ้งการเกิดของเด็กในทะเบียนคนเกิดเองว่าเป็นบุตร ของตนหรือจัดหรือยอมให้มีการแจ้งดังกล่าว
- ๑๕๔๒
การฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร ชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามี ต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันรู้ถึงการเกิดของเด็ก แต่ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันเกิด ของเด็ก ในกรณีที่มีคำพิพากษาของศาลแสดงว่าเด็กมิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้ เป็นสามีคนใหม่ตามมาตรา ๑๕๓๗หรือชายผู้เป็นสามีในการสมรสครั้งหลัตามมาตรา ๑๕๓๘ ถ้าชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามีซึ่งต้องด้วยบทสันนิษฐานว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของตน ตามมาตรา ๑๕๓๖ประสงค์จะฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรให้ฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้ว่า มีคำพิพากษาถึงที่สุด
- ๑๕๔๓
ในกรณีที่ชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามีได้ฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็น บุตรแล้ว และตายก่อนคดีนั้นถึงที่สุด ผู้มีสิทธิได้รับมรดกร่วมกับเด็กหรือผู้จะเสียสิทธิรับมรดก เพราะการเกิดของเด็กนั้นจะขอเข้าเป็คู่ความแทนที่หรืออาจถูกเรียกให้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ ชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามีก็ได้ -
- ๑๕๔๔
การฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร ผู้มีสิทธิได้รับมรดกร่วมกับ เด็กหรือผู้จะเสียสิทธิรับมรดกเพราะการเกิดของเด็กอาจฟ้องได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)ชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามีตายก่อนพ้นระยะเวลาที่ชายผู้เป็นหรือเคยเป็น สามีจะพึงฟ้องได้ (๒)เด็กเกิดภายหลังการตายของชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามี การฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็บุตรในกรณี (๑)ต้องฟ้องภายในหกเดือนนับแต่วันที่ รู้ถึงการตายของชายผู้เป็นหรือเคยเป็นสามี การฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรในกรณี (๒)ต้องฟ้อง ภายในหกเดือนนับแต่วันที่รู้ถึงการเกิดของเด็ก แต่ไม่ว่าเป็นกรณีใดห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นสิบปีนับ แต่วันเกิดของเด็ก ให้นำมาตรา ๑๕๓๙มาใช้บังคับแก่การฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม
- ๑๕๔๕
เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงต่อเด็กว่าตนมิได้เป็นบุตรสืบสายโลหิต ของชายผู้เป็นสามีของมารดาตน เด็กจะร้องขอต่ออัยการให้ฟ้องคดีปฏิเสธความเป็นบุตรชอบด้วย กฎหมายของชายนั้นก็ได้ การฟ้องคดีตามวรรคหนึ่ง ถ้าเด็กได้รู้ข้อเท็จจริงก่อนบรรลุนิติภาวะว่าตนมิได้ เป็นบุตรของชายผู้เป็นสามีของมารดา ห้ามอัยการฟ้องคดีเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่เด็กบรรลุนิติ ภาวะแต่ถ้าเด็กรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวหลังจากบรรลุนิติภาวะแล้ว ห้ามอัยการฟ้องคดีเมื่อพ้นหนึ่งปี นับแต่วันที่เด็กรู้เหตุนั้น ไม่ว่ากรณีใดๆห้ามมิให้ฟ้องคดีปฏิเสธความเป็นบุตรเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันที่ เด็กบรรลุนิติภาวะ
- ๑๕๔๖
เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย ให้ถือว่าเป็นบุตร ชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
- ๑๕๔๗
เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วย กฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาล พิพากษาว่าเป็นบุตร -
- ๑๕๔๘
บิดาจะจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้ต่อเมื่อ ได้รับความยินยอมของเด็กและมารดาเด็ก ในกรณีที่เด็กและมารดาเด็กไม่ได้มาให้ วามยินยอมต่อหน้านายทะเบียน ให้ นายทะเบียนแจ้งการขอจดทะเบียนของบิดาไปยังเด็กและมารดาเด็ก ถ้าเด็กหรือมารดาเด็กไม่ คัดค้านหรือไม่ให้ความยินยอมภายในหกสิบวันนับแต่การแจ้งนั้นถึงเด็กหรือมารดาเด็ก ให้ สันนิษฐานว่าเด็หรือมารดาเด็กไม่ให้ความยินยอมถ้าเด็หรือมารดาเด็กอยู่นอกประเทศไทยให้ ขยายเวลานั้นเป็นหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ในกรณีที่เด็กหรือมารดาเด็กคัดค้ นว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่ใช่บิด หรือไม่ให้ ความยินยอมหรือไม่อาจให้ความยินยอมได้ การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรต้องมีคำพิพากษาของ ศาล เมื่ อศาลได้พิพากษาให้บิดาจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรได้ และบิดาได้นำคำ พิพากษาไปขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนให้นายทะเบียนดำเนินการจดทะเบียนให้
- ๑๕๔๙
เมื่อนายทะเบียนได้แจ้งการขอจดทะเบียนขอรับเด็กเป็นบุตร ชอบด้วยกฎหมายไปยังเด็กและมารดาเด็กตามมาตรา ๑๕๔๘แล้ว ไม่ว่าเด็หรือมารดาเด็จะ คัดค้านการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรตามมาตรา ๑๕๔๘หรือไม่ ภายในกำหนดเวลาไม่เกินเก้า สิบวันนับแต่วันแจ้งการขอจดทะเบียนถึงเด็กหรือมารดาเด็กเด็กหรือมารดาเด็กอาจแจ้งให้นาย ทะเบียนจดบันทึกไว้ได้ว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่สมควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด เมื่อได้มีคำแจ้งของเด็กหรือมารดาเด็กดังกล่าวในวรรคหนึ่งแล้ว แม้จะได้มีการ จดทะเบียนรับเด็เป็นบุตรตามมาตรา ๑๕๔๘บิดาของเด็กก็ยังใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือ ทั้งหมดตามที่เด็กหรือมารดาเด็กแจ้งว่าบิดาไม่สมควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองนั้นไม่ได้ จนกว่า ศาลจะพิพากษาให้บิดาของเด็กใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด หรือกำหนดเวลาเก้าสิบวัน นับแต่วันที่เด็กหรือมารดาเด็กแจ้งต่อนายทะเบียนว่าผู้ขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรไม่สมควรใช้ อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดนั้นได้ล่วงพ้นไปโดยเด็กหรือมารดาเด็กมิได้ร้องขอต่อศาลให้ พิพากษาว่ ผู้ขอจดทะเบียนรับเด็เป็บุตรไม่เป็นผู้ มควรใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือ ทั้งหมด ในคดีที่ศาลพิพากษาว่ ผู้ขอจดทะเบียนรับเด็เป็บุตรเป็ผู้ ไม่สมควรใช้ อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด ศาลจะพิพากษาในคดีเดียวกันนั้นให้ผู้ใดเป็นผู้ใช้อำนาจ ปกครองหรือเป็นผู้ปกครองเพื่อการปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้
- ๑๕๕๐
(ยกเลิก) -
- ๑๕๕๑
ในกรณีที่มีการคัดค้านว่าผู้ซึ่งขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรมิใช่ บิดาของเด็ก เมื่อผู้ซึ่งขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรนำคดีไปสู่ศาลขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้ขอจด ทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรเป็นบิดาของเด็ก เด็กหรือมารดาเด็กจะขอให้ศาลพิพากษาในคดีเดียวกัน นั้นก็ได้ว่าผู้ขอจดทะเบียนรับเด็เป็บุตรแม้จะเป็นบิดาของเด็กก็เป็นผู้ ไม่ มควรใช้อำนาจ ปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด ในกรณีเช่นว่านี้ให้นำความในวรรคสามของมาตรา ๑๕๔๙มาใช้ บังคับโดยอนุโลม
- ๑๕๕๒
ในกรณีที่เด็กไม่มีมารดาหรือมีมารดาแต่มารดาถูกถอน อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดและศาลได้ตั้งผู้อื่นเป็ผู้ปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดไว้ก่อน มีการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร บิดาซึ่งจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายแล้วจะร้อง ขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอนความเป็ผู้ปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดของผู้ปกครองและให้บิดาเป็น ผู้ใช้อำนาจปกครองก็ได้ ถ้าศาลเห็นว่าบิดาอาจใช้อำนาจปกครองเพื่อความผาสุกและประโยชน์ ของเด็กได้ดียิ่งกว่าผู้ปกครอง ศาลจะมีคำสั่งถอนความเป็นผู้ปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดของ ผู้ปกครองและให้บิดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองก็ได้
- ๑๕๕๓
(ยกเลิก)
- ๑๕๕๔
ผู้มีส่วนได้เสียจะขอให้ศาลถอนการจดทะเบียนเด็กรับเป็นบุตร เพราะเหตุว่าผู้ขอให้จดทะเบียนนั้นมิใช่บิดาก็ได้ แต่ต้องฟ้องภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้การจด ทะเบียนนั้น อนึ่ง ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันจดทะเบียน
- ๑๕๕๕
ในคดีฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ให้ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่าง ใดดังต่อไปนี้ (๑)เมื่อมีการข่มขืนกระทำชำเรา ฉุดคร่า หรือหน่วงเหนี่ยวกักขังหญิงมารดา โดยมิชอบด้วยกฎหมายในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้ (๒)เมื่อมีการลักพาหญิงมารดาไปในทางชู้สาวหรือมีการล่อลวงร่วมประเวณีกับ หญิงมารดาในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้ (๓)เมื่อมีเอกสารของบิดาแสดงว่าเด็กนั้นเป็นบุตรของตน - (๔)เมื่อปรากฏในทะเบียนคนเกิดว่าเด็กเป็นบุตรโดยมีหลัฐานว่าบิดาเป็นผู้ แจ้งการเกิดหรือรู้เห็นยินยอมในการแจ้งนั้น (๕)เมื่อบิดามารดาได้อยู่กินด้วยกันอย่ งเปิดเผยในระยะเวลาซึ่งหญิงมารดา อาจตั้งครรภ์ได้
(๖) เมื่อได้มีการร่วมประเวณีกับหญิงมารดาในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจ ตั้งครรภ์ได้ และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเด็นั้นมิได้เป็นบุตรของชายอื่น (๗)เมื่อมีพฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตร พฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตรนั้น ให้พิจารณาข้อเท็จจริงที่แสดง ความเกี่ยวข้องฉันบิดากับบุตรซึ่งปรากฏในระหว่างตัวเด็กกับครอบครัวที่เด็กอ้างว่าตนสังกัดอยู่ เช่น บิดาให้การศึกษา ให้ความอุปการะเลี้ยงดูหรือยอมให้เด็กนั้นใช้ชื่อสกุลของตนหรือโดยเหตุ ประการอื่น ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังกล่าวข้างต้น ถ้าปรากฏว่าชายไม่อาจเป็นบิดาของเด็กนั้น ได้ ให้ยกฟ้องเสีย
- ๑๕๕๖
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็บุตรในระหว่ งที่ เด็กเป็นผู้เยาว์ ถ้า เด็กมีอายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กเป็นผู้ฟ้องแทน ในกรณีที่เด็กไม่ มีผู้แทนโดยชอบธรรม หรือมีแต่ผู้แทนโดยชอบธรรมไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ญาติสนิทของเด็ก หรืออัยการอาจร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้แทนเฉพาะคดีเพื่อทำหน้าที่ฟ้องคดีแทนเด็กก็ได้ เมื่อเด็กมีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ เด็กต้องฟ้องเอง ทั้งนี้โดยไม่จำต้องได้รับความ ยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม ในกรณีที่เด็กบรรลุนิติภาวะแล้ว จะต้องฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติ ภาวะ ในกรณีที่เด็กตายในระหว่างที่เด็กนั้นยังมีสิทธิฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรอยู่ ผู้สืบสันดานของเด็กจะฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรก็ได้ ถ้าผู้สืบสันดานของเด็กได้รู้เหตุที่อาจ ขอให้รับเด็กเป็นบุตรมาก่อนวันที่เด็้นตาย ผู้สืบสันดานของเด็กจะต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่ วันที่เด็กนั้นตาย ถ้าผู้สืบสันดานของเด็กได้รู้เหตุที่อาจขอให้รับเด็กเป็นบุตรภายหลังที่เด็กนั้นตาย ผู้สืบสันดานของเด็กจะต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วัที่รู้เหตุดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ต้องไม่พ้นสิบปี นับแต่วันที่เด็กนั้นตาย การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรในระหว่างที่ผู้สืบสันดานของเด็กเป็นผู้เยาว์ ให้ นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๑๕๕๗
การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๑๕๔๗ให้มีผล นับแต่วันที่เด็กเกิด แต่ทั้งนี้จะอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตใน - ระหว่างเวลาตั้งแต่เด็กเกิดจนถึงเวลาที่บิดามารดาได้สมรสกัหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นบุตรไม่ได้
- ๑๕๕๘
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรของผู้ตายที่ได้ฟ้องภายใน กำหนดอายุความมรดกถ้าศาลได้พิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เด็กนั้นมี สิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ในกรณีที่ได้มีการแบ่งมรดกไปแล้ว ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่า ด้วยเรื่องลาภมิควรได้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๑๕๕๙
เมื่อได้จดทะเบียนเด็กเป็บุตรแล้วจะถอนมิได้
- ๑๕๖๐
บุตรเกิดระหว่างสมรสซึ่งศาลพิพากษาให้เพิ ถอนภายหลังนั้น ให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตร
26 มาตรา- ๑๕๖๑
บุตรมีสิทธิใช้ชื่อสกุลของบิดา ในกรณีที่บิดาไม่ปรากฏบุตรมีสิทธิใช้ชื่อสกุลของมารดา
- ๑๕๖๒
ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้ แต่ เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทของผู้นั้นร้องขอ อัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้
- ๑๕๖๓
บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
- ๑๕๖๔
บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควร แก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เฉพาะผู้ทุพพล ภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้
- ๑๕๖๕
การร้องขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรหรือขอให้บุตรได้รับการ อุปการะเลี้ยงดูโดยประการอื่ นอกจากอัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวตามมาตรา ๑๕๖๒แล้ว บิดา หรือมารดาจะนำคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้
- ๑๕๖๖
บุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิด มารดา อำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดาในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)มารดาหรือบิดาตาย (๒)ไม่แน่นอนว่ามารดาหรือบิดามีชีวิตอยู่หรือตาย
(๓) มารดาหรือบิดาถูกศาลสั่งให้เป็คนไร้ วามสามารถหรือเสมือนไร้ ความสามารถ (๔)มารดาหรือบิดาต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะจิตฟั่นเฟือน (๕)ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดา (๖)บิดาและมารดาตกลงกันตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ตกลงกันได้
- ๑๕๖๗
ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ (๑)กำหนดที่อยู่ของบุตร (๒)ทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน (๓)ให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ วามสามารถและฐานานุรูป (๔)เรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
- ๑๕๖๘
เมื่อบุคคลใดมีบุตรติดมาได้สมรสกับบุคคลอื่น อำนาจปกครอง ที่มีต่อบุตรอยู่กับผู้ที่บุตรนั้นติดมา
- ๑๕๖๙
ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรในกรณีที่ บุตรถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ใช้อำนาจปกครองย่อม เป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี
- ๑๕๖๙/๑
ในกรณีที่ผู้เยาว์ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถและ ศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ใช้อ นาจปกครองหรือผู้ปกครองเป็นผู้อนุบาลให้คำสั่งนั้นมีผล เป็นการถอนผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้ปกครองที่เป็นอยู่ในขณะนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและไม่มีคู่สมรสถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถให้บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาเป็นผู้อนุบาลหรือผู้ พิทักษ์แล้วแต่กรณี เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น -
- ๑๕๗๐
คำบอกกล่ วที่ผู้ใช้อำนาจปกครองตามมาตรา ๑๕๖๖หรือ มาตรา ๑๕๖๘แจ้งไปหรือรับแจ้งมา ให้ถือว่าเป็นคำบอกกล่าวที่บุตรได้แจ้งไปหรือรับแจ้งมา
- ๑๕๗๑
อำนาจปกครองนั้น รวมทั้งการจัดการทรัพย์สินของบุตรด้วย และให้จัดการทรัพย์ินนั้นด้วยความระมัดระวังเช่นวิญญูชนจะพึงกระทำ
- ๑๕๗๒
ผู้ใช้อ นาจปกครองจะทำหนี้ที่บุตรจะต้องทำเองโดยมิได้รับ ความยินยอมของบุตรไม่ได้
- ๑๕๗๓
ถ้าบุตรมีเงินได้ ให้ใช้เงินนั้นเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูและ การศึกษาก่อน ส่วนที่เหลือผู้ใช้อำนาจปกครองต้องเก็บรักษาไว้เพื่อส่งมอบแก่บุตร แต่ถ้าผู้ใช้ อำนาจปกครองไม่มีเงินได้เพียงพอแก่ารครองชีพตามสมควรแก่ฐานะผู้ใช้อ นาจปกครองจะใช้ เงินนั้นตามสมควรก็ได้ เว้นแต่จะเป็นเงินได้ที่เกิดจากทรัพย์สินโดยการให้โดยเสน่หาหรือ พินัยกรรมซึ่งมีเงื่อนไขว่ามิให้ผู้ใช้อำนาจปกครองได้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น ๆ
- ๑๕๗๔
นิติกรรมใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ดังต่อไปนี้ ผู้ใช้ อำนาจปกครองจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต
(๑) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิ จำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
(๒) กระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งทรัพยสิทธิของผู้เยาว์อัน เกี่ยวกับอสังหาริ ทรัพย์ (๓)ก่อตั้งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน ภาระติดพัน ในอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพยสิทธิอื่นใดในอสังหาริมทรัพย์ (๔)จำหน่ายไปทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งสิทธิเรียกร้องที่จะให้ได้มาซึ่งทรัพยสิทธิ ในอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ หรือสิทธิเรียกร้องที่จะให้ทรัพย์สินเช่นว่า นั้นของผู้เยาว์ปลอดจากทรัพยสิทธิที่มีอยู่เหนือทรัพย์สินนั้น (๕)ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี (๖)ก่อข้อผูกพันใด ๆที่มุ่งให้เกิดผลตาม (๑)(๒)หรือ
(๓) (๗)ให้กู้ยืมเงิน (๘)ให้โดยเสน่หา เว้นแต่จะเอาเงินได้ของผู้เยาว์ให้แทนผู้เยาว์เพื่อการกุศล สาธารณะเพื่อการสังคมหรือตามหน้าที่ธรรมจรรยาทั้งนี้ พอสมควรแก่ฐานานุรูปของผู้เยาว์ (๙)รับการให้โดยเสน่หาที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพัน หรือไม่รับการให้โดย เสน่หา - (๑๐)ประกันโดยประการใดๆอันอาจมีผลให้ผู้เยาว์ต้องถู บังคับชำระหนี้หรือ ทำนิติกรรมอื่นที่มีผลให้ผู้เยาว์ต้องรับเป็นผู้รับชำระหนี้ของบุคคลอื่นหรือแทนบุคคลอื่น (๑๑)นำทรัพย์สินไปแสวงหาผลประโยชน์นอกจากในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕๙๘/๔(๑)(๒)หรือ
(๓) (๑๒)ประนีประนอมยอมความ (๑๓)มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
- ๑๕๗๕
ถ้ ในกิจการใดประโยชน์ของผู้ใช้อำนาจปกครองหรือประโยชน์ ของคู่สมรสหรือบุตรของผู้ใช้อำนาจปกครองขัดกับประโยชน์ของผู้เยาว์ ผู้ใช้อำนาจปกครองต้อง ได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงทำกิจการนั้ ได้ มิฉะนั้นเป็โมฆะ
- ๑๕๗๖
ประโยชน์ของผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือของคู่สมรสหรือบุตรของ ผู้ใช้อำนาจปกครองตามมาตรา ๑๕๗๕ให้หมายความรวมถึงประโยชน์ในกิจการดังต่อไปนี้ด้วย คือ (๑)ประโยชน์ในกิจการที่กระทำกับห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลดังกล่าวนั้นเป็น หุ้นส่วน (๒)ประโยชน์ในกิจการที่กระทำกับห้ งหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลดังกล่าวนั้นเป็น หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด
- ๑๕๗๗
บุคคลใดจะโอนทรัพย์สินให้ผู้เยาว์โดยพินัยกรรมหรือโดย การให้โดยเสน่หาซึ่งมีเงื่อนไขให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้จัดการจนกว่าผู้เยาว์ จะบรรลุนิติภาวะก็ได้ ผู้จัดการนั้นต้องเป็นผู้ซึ่งผู้โอนระบุชื่อไว้ หรือถ้ามิได้ระบุไว้ก็ให้ศาลสั่งแต่ การจัดการทรัพย์สินนั้นต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา ๕๖มาตรา ๕๗มาตรา ๖๐
- ๑๕๗๘
ในกรณีที่อำนาจปกครองสิ้นไปเพราะผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะ ผู้ใช้ อำนาจปกครองต้องรีบส่งมอบทรัพย์ินที่จัดการและบัญชีในการนั้นให้ผู้บรรลุิติภาวะเพื่อรับรอง ถ้ามีเอกสารเกี่ยวกับเรื่องจัดการทรัพย์สินนั้น ก็ให้ส่งมอบพร้อมกับบัญชี ในกรณีที่อำนาจปกครองสิ้นไปเพราะเหตุอื่ นอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ มอบทรัพย์สิน บัญชี และเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องจัดการทรัพย์สินให้แก่ผู้ใช้อำนาจปกครอง ถ้ามี หรือผู้ปกครองแล้วแต่กรณี เพื่อรับรอง
- ๑๕๗๙
ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตายและมีบุตรที่เกิด ด้วยกันและคู่สมรสอี ฝ่ายหนึ่งจะสมรสใหม่ ถ้าคู่สมรสนั้นได้ รอบครองทรัพย์ินอันเป็นสัดส่วน ของบุตรไว้อย่างถูกต้องแล้ว จะส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุตรในเมื่อสามารถจัดการก็ได้ หรือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ.๒๕๓๕ มิฉะนั้นจะเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้บุตรเมื่อถึงเวลาอันสมควรก็ได้ แต่ถ้าทรัพย์ินใดเป็นจำพวกที่ ระบุไว้ในมาตรา ๔๕๖หรือที่มีเอกสารเป็นสำคัญ ให้ลงชื่อบุตรเป็นเจ้าของรวมในเอกสารนั้น ก่อนที่จะจัดการดักล่าวคู่สมรสนั้นจะทำการสมรสมิได้ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้คู่สมรสดังกล่าวทำการสมรสไปก่อน ก็ได้ คำสั่งศาลเช่นว่านี้ ให้ระบุไว้ด้วยว่าให้คู่สมรสปฏิบัติการแบ่งแยกทรัพย์สินและทำบัญชี ทรัพย์สิน ตามความในวรรคหนึ่งภายในกำหนดเวลาเท่าใดภายหลังการสมรสนั้นด้วย ในกรณีที่การสมรสได้กระทำไปโดยมิได้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง หรือในกรณีที่คู่ สมรสไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลดักล่าวในวรรคสองเมื่อความปรากฏแก่ศาลเองหรือเมื่อญาติ ของผู้เยาว์หรืออัยการร้องขอ ศาลมีอำนาจสั่งให้ถอนอำนาจปกครองจากคู่สมรสนั้น หรือจะมอบ ให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดทำบัญชีและลงชื่อบุตรเป็นเจ้าของรวมในเอกสารดังกล่าวแทนโดยให้คู่ สมรสเสียค่าใช้จ่ายก็ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าบุตรบุญธรรมของคู่สมรสที่ตายไปและที่มี ชีวิตอยู่ทั้งสองฝ่ายเป็นบุตรที่เกิดจากคู่สมรส
- ๑๕๘๐
ผู้เยาว์ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครอง จะให้การรับรองการจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ได้ต่อเมื่อได้รับมอบทรัพย์สินบัญชีและเอกสาร ตามมาตรา ๑๕๗๘แล้ว
- ๑๕๘๑
คดีเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินในระหว่างผู้เยาว์กับผู้ใช้อำนาจ ปกครองนั้นห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาที่อำนาจปกครองสิ้นไป ถ้าอำนาจปกครองสิ้นไปขณะบุตรยังเป็นผู้เยาว์อยู่ ให้เริ่มนับอายุความในวรรค หนึ่งตั้งแต่เวลาที่ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะหรือเมื่อมีผู้แทนโดยชอบธรรมขึ้นใหม่
- ๑๕๘๒
ถ้ ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็คนไร้ วามสามารถหรือเสมือนไร้ ความสามารถโดยคำสั่งของศาลก็ดี ใช้อำนาจปกครองเกี่ยวแก่ตัวผู้เยาว์โดยมิชอบก็ดี ประพฤติชั่ว ร้ายก็ดี ในกรณีเหล่านี้ศาลจะสั่งเอง หรือจะสั่งเมื่อญาติของผู้เยาว์หรืออัยการร้องขอให้ถอนอำนาจ ปกครองเสียบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้ ถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองล้มละลายก็ดี หรือจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ในทางที่ผิดจน อาจเป็นภัยก็ดี ศาลจะสั่งตามวิธีในวรรคหนึ่งให้ถอนอำนาจจัดการทรัพย์สินเสียก็ได้
- ๑๕๘๓
ผู้ถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดนั้น ถ้าเหตุดังกล่าว ไว้ในมาตราก่อนสิ้นไปแล้ว และเมื่อตนเองหรือญาติของผู้เยาว์ร้องขอ ศาลจะสั่งให้มีอำนาจ ปกครองดังเดิมก็ได้ -
- ๑๕๘๔
การที่ ผู้ใช้อำนาจปกครองถู ถอนอำนาจปกครองบางส่วนหรือ ทั้งหมด ไม่เป็นเหตุให้ผู้นั้นพ้นจากหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ตามกฎหมาย
- ๑๕๘๔/๑
บิดาหรือมารดาย่อมมีสิทธิที่จะติดต่อกับบุตรของตนได้ตาม ควรแก่พฤติการณ์ไม่ว่าบุคคลใดจะเป็ผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองก็ตาม
หมวด ๓ ความปกครอง
32 มาตรา- ๑๕๘๕
บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและไม่มีบิดามารดาหรือบิดามารดา ถูกถอนอำนาจปกครองเสียแล้วนั้น จะจัดให้มีผู้ปกครองขึ้นในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ก็ได้ ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนตามมาตรา ๑๕๘๒ วรรคหนึ่ง ศาลจะตั้งผู้ปกครองในส่วนที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองนั้นก็ได้ หรือ ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจจัดการทรัพย์สินตามมาตรา ๑๕๘๒วรรคสองศาลจะ ตั้งผู้ปกครองเพื่อจัดการทรัพย์สินก็ได้
- ๑๕๘๖
ผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๘๕นั้น ให้ตั้งโดยคำสั่งศาลเมื่อมี การร้องขอของญาติของผู้เยาว์ อัยการ หรือผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายทีหลังได้ระบุชื่อไว้ใน พินัยกรรมให้เป็นผู้ปกครอง ภายใต้บังคับมาตรา ๑๕๙๐การตั้งผู้ปกครองนั้นถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม เว้นแต่พินัยกรรมนั้นไม่มีผลบังคับหรือบุคคลที่ระบุชื่อไว้ใน พินัยกรรมนั้นเป็นบุ คลที่ต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๘๗
- ๑๕๘๗
บุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้วอาจถูกตั้งเป็นผู้ปกครองได้ เว้นแต่ (๑)ผู้ซึ่งศาลสั่งว่าเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ (๒)ผู้ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลาย (๓)ผู้ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือทรัพย์สินของผู้เยาว์ (๔)ผู้ซึ่งมีหรือเคยมีคดีในศาลกับผู้เยาว์ ผู้บุพการีหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดากับผู้เยาว์ -
(๕) ผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายได้ทำหนังสือระบุชื่อห้ามไว้ิให้เป็นผู้ปกครอง
- ๑๕๘๘
หากปรากฏว่าบุ คลที่ ศาลตั้ ให้เป็ผู้ปกครองเป็นผู้ ต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๘๗อยู่ในขณะที่ศาลตั้งให้เป็นผู้ปกครองโดยปรากฏ แก่ศาลเองหรือผู้มีส่วนได้เสียหรืออัยการร้องขอให้ศาลสั่งเพิ ถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองนั้นเสียและ มีคำสั่งเกี่ยวกับผู้ปกครองต่อไปตามที่เห็นสมควร การเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของ บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตเว้นแต่ในกรณีการเพิ ถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองที่ต้องห้าม ตามมาตรา ๑๕๘๗(๑)หรือ (๒)การกระทำของผู้ปกครองไม่ผูกพันผู้เยาว์ไม่ว่าบุคคลภายนอก จะได้กระทำการโดยสุจริตหรือไม่
- ๑๕๘๙
(ถูกยกเลิ )
- ๑๕๙๐
ผู้ ปกครองมีได้ ราวหนึ่ เพียงคนเดียว แต่ในกรณีมี ข้อกำหนดพินัยกรรมให้ตั้งผู้ปกครองหลายคนหรือเมื่อมีผู้ร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร ให้ศาล มีอำนาจตั้งผู้ปกครองได้ตามจำนวนที่ศาลเห็นว่าจำเป็น ในกรณีที่ตั้งผู้ปกครองหลายคนศาลจะ กำหนดให้ผู้ปกครองเหล่านั้นกระทำการร่วมกันหรือกำหนดอำนาจเฉพาะสำหรับคนหนึ่งๆก็ได้
- ๑๕๙๑
ความเป็นผู้ปกครองนั้นเริ่มแต่วันทราบคำสั่งตั้งของศาล
- ๑๕๙๒
ให้ผู้ปกครองรีบทำบัญชีทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครองให้ เสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันที่ทราบคำสั่งตั้งของศาล แต่ผู้ปกครองจะร้องต่อศาลก่อนสิ้น กำหนดขอให้ยืดเวลาก็ได้ - บัญชีนั้นต้องมีพยานรับรองความถูกต้องอย่ งน้อยสองคนพยานสองคนนั้นต้อง เป็นผู้บรรลุนิติภาวะและเป็นญาติของผู้อยู่ในปกครอง แต่ถ้าหาญาติไม่ได้จะให้ผู้อื่นเป็นพยานก็ได้
- ๑๕๙๓
ให้ผู้ปกครองยื่นสำเนาบัญชีทรัพย์สินที่ตนรับรองว่าถู ต้องต่อ ศาลฉบับหนึ่งภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้ทำบัญชีทรัพย์สินแล้ว และศาลจะสั่งให้ผู้ปกครองชี้แจง เพิ่มเติมหรือให้นำเอกสารมาประกอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าบัญชีนั้นถูกต้องแล้วก็ได้ ถ้าศาลมิได้มีคำสั่งเป็อย่างอื่นภายในสิบห้ วันนับแต่วันยื่ บัญชี หรือวันชี้แจง เพิ่มเติม หรือวันนำเอกสารยื่นประกอบแล้วแต่กรณี ให้ถือว่าศาลยอมรับบัญชีนั้นแล้ว
- ๑๕๙๔
ถ้าผู้ปกครองไม่ปฏิบัติเกี่ยวแก่การทำบัญชีทรัพย์สินหรือการยื่น บัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕๙๒หรือมาตรา ๑๕๙๓หรือไม่ ปฏิบัติตามคำสั่งศาลซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๕๙๓หรือศาลไม่พอใจในบัญชีทรัพย์สินเพราะทำขึ้นด้วย ความเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่สุจริต หรือเห็นได้ชัดว่าผู้ปกครองหย่อนความสามารถ ศาลจะ สั่งถอนผู้ปกครองนั้นเสียก็ได้
- ๑๕๙๕
ก่อนที่ศาลยอมรับบัญชีนั้น ห้ามมิให้ผู้ปกครองทำกิจการใด เว้น แต่เป็นการเร่งร้อนและจำเป็น แต่จะยกข้อห้ามดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่ได้
- ๑๕๙๖
ถ้ามีหนี้เป็นคุณแก่ผู้ปกครองแต่เป็นโทษต่อผู้อยู่ในปกครอง หรือเป็นคุณแก่ผู้อยู่ในปกครองแต่เป็นโทษต่อผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองแจ้งข้อความเหล่านั้นต่อ ศาลก่อนลงมือทำบัญชีทรัพย์สิน ถ้าผู้ปกครองรู้ว่ามีหนี้เป็นคุณแก่ตนแต่เป็นโทษต่อผู้อยู่ในปกครอง และมิได้ แจ้งข้อความนั้นต่อศาล หนี้ของผู้ปกครองนั้นย่อมสูญไป ถ้าผู้ปกครองรู้ว่ามีหนี้เป็นโทษต่อตน แต่เป็นคุณแก่ผู้อยู่ในปกครองและมิได้ แจ้งข้อความนั้นต่อศาล ศาลจะสั่งถอนผู้ปกครองก็ได้
- ๑๕๙๗
เมื่อศาลเห็นสมควรโดยลำพัง หรือเมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือ อัยการร้องขอ ศาลอาจสั่งให้ผู้ปกครอง (๑)หาประกันอันสมควรในการจัดการทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครอง ตลอดจน การมอบคืนทรัพย์สินนั้น (๒)แถลงถึงความเป็นอยู่แห่งทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครอง -
- ๑๕๙๘
ในระหว่างปกครอง ถ้าผู้อยู่ในปกครองได้ทรัพย์สินอันมีค่ามา โดยทางมรดกหรือการให้โดยเสน่หา ให้นำมาตรา ๑๕๙๒ถึงมาตรา ๑๕๙๗มาใช้บังคับโดย อนุโลม
- ๑๕๙๘/๑
ให้ผู้ปกครองทำบัญชีทรัพย์สินส่งต่อศาลปีละครั้งนับแต่วัน เป็นผู้ปกครอง แต่เมื่อศาลได้รับบัญชีปีแรกแล้วจะสั่งให้ส่งบัญชีเช่นว่านั้นในระยะเวลาเกินหนึ่งปี ก็ได้
- ๑๕๙๘/๒
ผู้ปกครองมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ใช้อำนาจปกครอง ตามมาตรา ๑๕๖๔วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๕๖๗
- ๑๕๙๘/๓
ผู้ปกครองเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้อยู่ในปกครอง ให้นำมาตรา ๑๕๗๐มาตรา ๑๕๗๑มาตรา ๑๕๗๒มาตรา ๑๕๗๔มาตรา ๑๕๗๕ มาตรา ๑๕๗๖และมาตรา ๑๕๗๗มาใช้บังคับแก่ผู้ปกครองและผู้อยู่ในปกครองโดย อนุโลม
- ๑๕๙๘/๔
เงินได้ของผู้อยู่ในปกครองนั้น ผู้ปกครองย่อมใช้ได้ตาม สมควรเพื่อการอุปการะเลี้ยงดูและการศึกษาของผู้อยู่ในปกครอง ถ้ามีเหลือให้ใช้เพื่อแสวงหา ผลประโยชน์เฉพาะในเรื่องต่อไปนี้ (๑)ซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรที่รัฐบาลไทยค้ำประกัน (๒)รับขายฝากหรือรับจำนองอสังหาริ ทรัพย์ในลำดับแรกแต่จำนวนเงินที่รับ ขายฝากหรือรับจำนองต้องไม่เกินกึ่งราคาตลาดของอสังหาริมทรัพย์นั้น
(๓) ฝากประจำในธนาคารที่ ได้ตั้งขึ้นโดยกฎหมายหรือที่ ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการในราชอาณาจักร (๔)ลงทุนอย่างอื่นซึ่งศาลอนุญาตเป็นพิเศษ
- ๑๕๙๘/๕
ถ้าผู้อยู่ในปกครองรู้จักผิดชอบและมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปี บริบูรณ์เมื่อผู้ปกครองจะทำกิจการใดที่สำคัญให้ปรึกษาหารือผู้อยู่ในปกครองก่อนเท่าที่จะทำได้ การที่ผู้อยู่ในปกครองได้ยินยอมด้วยนั้นหาคุ้มผู้ปกครองให้พ้นจากความรับผิด ไม่
- ๑๕๙๘/๖
ความปกครองสิ้นสุดลงเมื่อผู้อยู่ในปกครองตายหรือบรรลุ นิติภาวะ
- ๑๕๙๘/๗
ความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลงเมื่อผู้ปกครอง - (๑)ตาย (๒)ลาออกโดยได้รับอนุญาตจากศาล (๓)เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๔)เป็นบุคคลล้มละลาย (๕)ถูกถอนโดยคำสั่งศาล
- ๑๕๙๘/๘
ให้ศาลสั่งถอนผู้ปกครองในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)ผู้ปกครองละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่ (๒)ผู้ปกครองประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในหน้าที่ (๓)ผู้ปกครองใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ (๔)ผู้ปกครองประพฤติมิชอบซึ่งไม่สมควรแก่หน้าที่ (๕)ผู้ปกครองหย่อนความสามารถในหน้าที่จนน่าจะเป็นอันตรายแก่ประโยชน์ ของผู้อยู่ในปกครอง (๖)มีกรณีดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕๘๗(๓)(๔)หรือ (๕)
- ๑๕๙๘/๙
การร้องขอให้ถอนผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๙๘/๘นั้น ผู้อยู่ ในปกครองซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ หรือญาติของผู้อยู่ในปกครองหรืออัยการจะเป็นผู้ ร้องขอก็ได้
- ๑๕๙๘/๑๐
ในระหว่างพิจารณาคำร้องขอให้ถอนผู้ปกครอง ศาลจะตั้ง ผู้จัดการชั่วคราวให้จัดการทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครองแทนผู้ปกครองก็ได้
- ๑๕๙๘/๑๑
ถ้าความปกครองหรือความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลง ให้ ผู้ปกครองหรือทายาทรีบส่งมอบทรัพย์สินที่จัดการแก่ผู้อยู่ในปกครองหรือทายาทหรือผู้ปกครอง คนใหม่ และให้ทำบัญชีในการจัดการทรัพย์สินส่งมอบภายในเวลาหกเดือน และถ้ามีเอกสาร เกี่ยวกับเรื่องจัดการทรัพย์สินนั้นก็ให้ส่งมอบพร้อมกับบัญชี แต่เมื่อผู้ปกครองหรือทายาทร้องขอ ศาลจะสั่งให้ยืดเวลาก็ได้ ให้ำมาตรา ๑๕๘๐และมาตรา ๑๕๘๑มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๑๕๙๘/๑๒
นับแต่วันส่งมอบบัญชี ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินซึ่ง ผู้ปกครองหรือผู้อยู่ในปกครองจะต้องคืนให้แก่กัน - ถ้ ผู้ ปกครองใช้เงิ ของผู้อยู่ในปกครองนอกจากเพื่อประโยชน์ของผู้อยู่ใปกครองแล้วให้เสียดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีในจำนวนเงินนั้นตั้งแต่วันใช้เป็นต้นไป
- ๑๕๙๘/๑๓
ผู้อยู่ในปกครองมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของ ผู้ปกครองเพื่อชำระหนี้ซึ่งค้างอยู่แก่ต บุริมสิทธินี้ให้อยู่ในลำดับที่หกถัดจากบุริมสิทธิสามัญอย่างอื่นตามมาตรา ๒๕๓ แห่งประมวลกฎหมายนี้
- ๑๕๙๘/๑๔
ผู้ปกครองไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ (๑)มีข้อกำหนดไว้ในพิัยกรรมให้ผู้ปกครองได้รับบำเหน็จ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ ผู้ปกครองได้รับบำเหน็จเท่าที่กำหนดในพินัยกรรม
(๒) ในกรณีที่พิ ยกรรมไม่ได้ หนดบำเหน็จไว้ แต่ไม่ ข้อกำหนดห้ ผู้ปกครองรับบำเหน็จ ผู้ปกครองจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้ ศาลจะ กำหนดให้หรือไม่เพียงใดก็ได้ (๓)ในกรณีที่ไม่มีคำสั่งตั้งผู้ปกครองไว้ในพินัยกรรม และไม่มีข้อกำหนดห้าม ผู้ปกครองรับบำเหน็จ ศาลจะกำหนดบำเหน็จให้แก่ผู้ปกครองในคำสั่งตั้งผู้ปกครองก็ได้ หรือถ้า ศาลมิได้กำหนด ผู้ปกครองจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้ ศาลจะกำหนดให้ หรือไม่เพียงใดก็ได้ ในการพิจารณากำหนดบำเหน็จ ให้ศาลพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ รายได้และฐานะ ความเป็นอยู่ของผู้ปกครองและผู้อยู่ในปกครอง ถ้าผู้ปกครองหรือผู้อยู่ในปกครองแสดงได้ว่า พฤติการณ์ รายได้หรือฐานะความ เป็นอยู่ของผู้ปกครองหรือผู้อยู่ในปกครองได้เปลี่ยนแปลงไปภายหลังที่ได้เข้ รับหน้าที่ผู้ปกครอง ศาลจะสั่งให้บำเหน็จงดลดเพิ่ม หรือกลับให้บำเหน็จแก่ผู้ปกครองอีกก็ได้ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้ ใช้บังคับแก่กรณีที่มีข้อกำหนดห้ามไว้ในพินัยกรรมมิให้ผู้ปกครองได้รับบำเหน็จด้วย
- ๑๕๙๘/๑๕
ในกรณีที่ศาลสั่ งให้สามีหรือภริยาเป็นคนไร้ ความสามารถและภริยาหรือสามีเป็นผู้อนุบาล ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้ อำนาจปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลมเว้นแต่สิทธิตามมาตรา ๑๕๖๗(๒)และ(๓)
- ๑๕๙๘/๑๖
คู่สมรสซึ่งเป็นผู้อนุบาลของคู่สมรสที่ถูกศาลสั่งให้เป็น คนไร้ความสามารถ มีอำนาจจัดการสิ ส่วนตัวของคู่ มรสอี ฝ่ ยหนึ่ และมีอำนาจจัดการ - สินสมรสแต่ผู้เดียว แต่การจัดการสิ ส่วนตัวและสิ สมรสตามกรณีที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๔๗๖ วรรคหนึ่งคู่สมรสนั้นจะจัดการไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
- ๑๕๙๘/๑๗
ในกรณีที่ศาลสั่งให้สามีหรือภริยาเป็นคนไร้ความสามารถ และศาลเห็นไม่สมควรให้คู่สมรสเป็ผู้อนุบาล และตั้งบิดาหรือมารดาหรือบุ คลภายนอกเป็นผู้ อนุบาล ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้อนุบาลเป็นผู้จัดการสินสมรสร่วมกันกับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง เว้นแต่ ถ้ามีเหตุสำคัญอันจะเกิดความเสียหายแก่คนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่นก็ได้ อย่ งไรก็ตาม เมื่อมี รณีดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง คู่สมรสอี ฝ่ ยหนึ่งมีสิทธิร้อง ขอต่อศาลให้สั่งแยกสินสมรสได้
- ๑๕๙๘/๑๘
ในกรณีที่บิดามารดาเป็นผู้อนุบาลบุตร ถ้าบุตรนั้นยังไม่ บรรลุนิติภาวะ ให้น บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้ ที่ของผู้ใช้อำนาจปกครองมาใช้บังคับโดย อนุโลม แต่ถ้าบุตรนั้นบรรลุนิติภาวะแล้ว ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครองมา ใช้บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่สิทธิตามมาตรา ๑๕๖๗(๒)และ(๓) ในกรณีที่บุคคลอื่นซึ่ งมิใช่บิดามารดาหรือมิใช่คู่สมรสเป็นผู้อนุบาล ให้นำ บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าผู้อยู่ในความอนุบาล บรรลุนิติภาวะแล้วจะใช้สิทธิตามมาตรา ๑๕๖๗(๒)และ(๓)ไม่ได้
หมวด ๔ บุตรบุญธรรม
19 มาตรา- ๑๕๙๘/๑๙
บุคคลที่มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีจะรับบุคคลอื่นเป็น บุตรบุญธรรมก็ได้ แต่ผู้นั้นต้องมีอายุแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อยสิบห้าปี
- ๑๕๙๘/๒๐
การรับบุตรบุญธรรม ถ้าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีอายุไม่ ต่ำกว่าสิบห้าปี ผู้นั้นต้องให้ความยินยอมด้วย
- ๑๕๙๘/๒๑
การรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมจะกระทำได้ต่อเมื่อ ได้รับความยินยอมของบิดาและมารดาของผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ในกรณีที่บิดาหรือมารดาคนใด - คนหนึ่งตายหรือถูกถอนอำนาจปกครองต้องได้รับความยินยอมของมารดาหรือบิดาซึ่งยังมีอำนาจ ปกครอง ถ้าไม่มีผู้มีอำนาจให้ความยินยอมดังกล่ วในวรรคหนึ่ง หรือมีแต่บิดาหรือมารดา คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้หรือไม่ให้ความยินยอม และการไม่ให้ความยินยอมนั้นปราศจากเหตุผลอันสมควรและเป็นปฏิปักษ์ต่อสุขภาพ ความเจริญ หรือสวัสดิภาพของผู้เยาว์ มารดาหรือบิดาหรือผู้ประสงค์จะขอรับบุตรบุญธรรมหรืออัยการจะร้อง ขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมตามวรรคหนึ่งก็ได้
- ๑๕๙๘/๒๒
ในการรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม ถ้าผู้เยาว์เป็นผู้ถูก ทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์เด็กตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์และ คุ้มครองเด็ก ให้สถานสงเคราะห์เด็กเป็นผู้ให้ความยินยอมแทนบิดาและมารดา ถ้าสถาน สงเคราะห์เด็กไม่ให้ความยินยอม ให้นำความในมาตรา ๑๕๙๘/๒๑วรรคสองมาใช้บังคับโดย อนุโลม
- ๑๕๙๘/๒๓
ในกรณีที่ผู้เยาว์มิได้ถูกทอดทิ้ง แต่อยู่ในความอุปการะ เลี้ยงดูของสถานสงเคราะห์เด็กตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์และคุ้มครองเด็กบิดาและ มารดา หรือบิดาหรือมารดาในกรณีท่ารดาหรือบิดคนใดคนหนึ่ ตายหรือถูกถอนอำนาจ ปกครองจะทำหนังสือมอบอำนาจให้สถานสงเคราะห์เด็กดังกล่าวเป็นผู้มีอำนาจให้ความยินยอม ในการรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมแทนตนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้นำความในมาตรา ๑๕๙๘/๒๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม หนังสือมอบอำนาจตามวรรคหนึ่งจะถอนเสียมิได้ตราบเท่าที่ผู้เยาว์ยังอยู่ใน ความอุปการะเลี้ยงดูของสถานสงเคราะห์เด็กนั้น
- ๑๕๙๘/๒๔
ผู้มีอำนาจให้ วามยินยอมแทนสถานสงเคราะห์เด็กใน การรับบุตรบุญธรรมตามมาตรา ๑๕๙๘/๒๒หรือมาตรา ๑๕๙๘/๒๓จะรับผู้เยาว์ซึ่งอยู่ในความ ดูแลหรืออยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของสถานสงเคราะห์เด็กนั้นเป็นบุตรบุญธรรมของตนเองได้ ต่อเมื่อศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอของผู้นั้นแทนการให้ความยินยอมของสถานสงเคราะห์เด็ก -
- ๑๕๙๘/๒๕
ผู้จะรับบุตรบุญธรรมหรือผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมถ้ามีคู่ สมรสอยู่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน ในกรณีที่คู่สมรสไม่อาจให้ความยินยอมได้หรือ ไปเสียจากภูมิล เนาหรือถิ่นที่อยู่และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ต้องร้องขอต่อศาลให้ มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้น
- ๑๕๙๘/๒๖
ผู้เยาว์ที่เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่จะเป็นบุตรบุญ ธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญ ธรรม ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งจะจดทะเบียนรับผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสอีก ฝ่ายหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของตนด้วยจะต้องได้รับความยินยอมของคู่สมรสซึ่งเป็นผู้รับบุตรบุญ ธรรมอยู่แล้วและมิให้นำมาตรา ๑๕๙๘/๒๑มาใช้บังคับ
- ๑๕๙๘/๒๗
การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียน ตามกฎหมายแต่ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับ เด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน
- ๑๕๙๘/๒๘
บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วย กฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา ในกรณี เช่นนี้ ให้บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองนับแต่วันเวลาที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว ให้นำบทบัญญัติในลักษณะ ๒หมวด ๒แห่งบรรพนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๑๕๙๘/๒๙
การรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตร บุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรมเพราะเหตุการณ์รับบุตรบุญธรรมนั้น
- ๑๕๙๘/๓๐
ถ้าบุตรบุญธรรมซึ่งไม่มีคู่สมรสหรือผู้สืบสันดานตายก่อน ผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้รับบุตรบุญธรรมมีสิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์สินที่ตนได้ให้แก่บุตรบุญธรรมคืน จากกองมรดกของบุตรบุญธรรมเพียงเท่าที่ทรัพย์สินนั้นยังคงเหลืออยู่ภายหลังที่ชำระหนี้ของกอง มรดกเสร็จสิ้นแล้ว - ห้ามมิให้ฟ้องคดีเรียกร้องสิทธิตามวรรคหนึ่ เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เวลาที่ ผู้รับบุตรบุญธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของบุตรบุญธรรมหรือเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่ วันที่บุตรบุญธรรมตาย
- ๑๕๙๘/๓๑
การเลิกรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะ แล้วจะเลิกโดยความตกลงกันในระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมเมื่อใดก็ได้ ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเลิกรับบุตรบุญธรรมจะทำได้ต่อเมื่อ ได้รับความยินยอมของบิดาและมารดาและให้นำมาตรา ๑๕๙๘/๒๐และมาตรา ๑๕๙๘/๒๑มา ใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่ได้รับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมตามมาตรา ๑๕๙๘/๒๑วรรคสอง มาตรา ๑๕๙๘/๒๒มาตรา ๑๕๙๘/๒๓มาตรา ๑๕๙๘/๒๔หรือมาตรา ๑๕๙๘/๒๖วรรคสอง ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเลิกรับบุตรบุญธรรมให้กระทำได้ต่อเมื่อมีคำสั่งศาลโดย คำร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียหรืออัยการ การเลิกรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย
- ๑๕๙๘/๓๒
การรับบุตรบุญธรรมย่อมเป็นอันยกเลิกเมื่อมีการสมรสฝ่า ฝืนมาตรา ๑๔๕๑
- ๑๕๙๘/๓๓
คดีฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรมนั้นเมื่อ
(๑) ฝ่ายหนึ่งทำการชั่วร้ายไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ เป็นเหตุให้อีก ฝ่ายหนึ่งอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อน เกินควร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้
(๒) ฝ่ายหนึ่งหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีก ฝ่ายหนึ่งอันเป็ารร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ ถ้ บุตรบุญธรรมกระทำการดังกล่าวต่อคู่ สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม ให้ผู้รับบุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้
(๓) ฝ่ายหนึ่งกระทำการประทุษร้ายอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีหรือคู่สมรสของ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจอย่างร้ายแรงและการกระทำนั้นเป็นความผิด ที่มีโทษอาญา อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ - (๔)ฝ่ายหนึ่งไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้ (๕)ฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้
(๖) ฝ่ ยหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงทีุ่ ดให้จำคุกเกินสามปี เว้ แต่ความผิดที่ กระทำโดยประมาทอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ (๗)ผู้รับบุตรบุญธรรมทำผิดหน้าที่บิดามารดา และการกระทำนั้นเป็นการ ละเมิด หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๕๖๔มาตรา ๑๕๗๑มาตรา ๑๕๗๓มาตรา ๑๕๗๔หรือ มาตรา ๑๕๗๕เป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อบุตรบุญธรรม บุตรบุญ ธรรมฟ้องเลิกได้
(๘) ผู้รับบุตรบุญธรรมผู้ใดถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดและ เหตุที่ถูกถอนอำนาจปกครองนั้นมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นไม่สมควรเป็นผู้รับบุตรบุญ ธรรมต่อไปบุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้
(๙) (ยกเลิก)
- ๑๕๙๘/๓๔
ห้ามมิให้ฟ้องขอเลิกการรับบุตรบุญธรรมเมื่อพ้นกำหนด หนึ่งปี บแต่วันที่ผู้ขอเลิกการรับบุตรบุญธรรมรู้หรือควรได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็เหตุให้เลิกการนั้น หรือเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เหตุนั้นเกิดขึ้น
- ๑๕๙๘/๓๕
การฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมมี อายุไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ให้บิดามารดาโดยกำเนิดเป็นผู้มีอำนาจฟ้องแทนแต่ถ้าบุตรบุญธรรมมี อายุสิบห้าปีบริบูรณ์แล้วบุตรบุญธรรมฟ้องได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใด ในกรณีตามวรรคหนึ่งอัยการจะฟ้องคดีแทนบุตรบุญธรรมก็ได้
- ๑๕๙๘/๓๖
การเลิกรับบุตรบุญธรรมโดยคำพิพากษาของศาล ย่อมมี ผลแต่เวลาที่ค พิพากษาถึงที่สุด แต่จะอ้างเป็นเหตุเสื่ อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดย สุจริตไม่ได้ เว้นแต่ได้จดทะเบียนแล้ว
- ๑๕๙๘/๓๗
เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมตายหรือมีการเลิกรับบุตรบุญ ธรรมถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้บิดามารดาโดยกำเนิดกลับมีอำนาจปกครองนับแต่ - เวลาที่ผู้ับบุตรบุญธรรมตายหรือ บแต่เวลาที่จดทะเบียนเลิกการรับบุตรบุญธรรมตามมาตรา ๑๕๙๘/๓๑หรือนับแต่เวลาที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เลิกการรับบุตรบุญธรรม เว้นแต่ศาล เห็นสมควรสั่งเป็ประการอื่น ในกรณีที่มีการตั้งผู้ปกครองของผู้เป็นบุตรบุญธรรมไว้ก่อนผู้รับบุตรบุญธรรม ตายหรือก่อนการเลิกรับบุตรบุญธรรม ให้ผู้ปกครองยังคงมีอำนาจหน้าที่เช่นเดิมต่อไป เว้นแต่ บิดามารดาโดยกำเนิดจะร้องขอและศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอเป็นผู้มีอำนาจปกครอง การเปลี่ยนผู้ใช้อำนาจปกครองตามวรรคหนึ่งหรือผู้ปกครองตามวรรคสองไม่ เป็เหตุเสื่อมสิทธิที่บุคคลภายนอกได้าโดยสุจริตก่อนผู้ บบุตรบุญธรรมตายหรือก่อนจด ทะเบียนเลิกการรับบุตรบุญธรรม ให้พนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจร้องขอเพื่อให้ศาลมีคำสั่งเป็นประการอื่นตาม วรรคหนึ่ง
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
-
๑)บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง
_________
โดยธรรมในลำดับและชั้นต่าง ๆ
ในลำดับและชั้นต่างๆ
หรือข้อกำหนดพินัยกรรม
ข้อกำหนดพินัยกรรม
และการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C.pdf362 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:bd3b78a8a9abebedec47739ee24d3f19bb82c3c798f69fe50786c5668dcdea92ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:16.713Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR