ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๖๘1,834 มาตรา216 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 362 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 bd3b78a8… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. บรรพ ๑ หลักทั่วไปมาตรา ๔–๑๙๓/๓๕ · 225 มาตรา
  2. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔–๑๔ · 11 มาตรา
  3. ลักษณะ ๒ บุคคลมาตรา ๑๕–๑๓๖ · 122 มาตรา
  4. หมวด ๑ บุคคลธรรมดามาตรา ๑๕–๖๔ · 50 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๑ สภาพบุคคลมาตรา ๑๕–๑๘ · 4 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๒ ความสามารถมาตรา ๑๙–๓๖ · 18 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนามาตรา ๓๗–๔๗ · 11 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๔ สาบสูญมาตรา ๔๘–๖๔ · 17 มาตรา
  9. หมวด ๒ นิติบุคคลมาตรา ๖๕–๑๓๖ · 72 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕–๗๗ · 13 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๒ สมาคมมาตรา ๗๘–๑๐๙ · 32 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๓ มูลนิธิมาตรา ๑๑๐–๑๓๖ · 27 มาตรา
  13. ลักษณะ ๓ ทรัพย์มาตรา ๑๓๗–๑๔๘ · 12 มาตรา
  14. ลักษณะ ๔ นิติกรรมมาตรา ๑๔๙–๑๙๓ · 45 มาตรา
  15. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๔๙–๑๕๓ · 5 มาตรา
  16. หมวด ๒ การแสดงเจตนามาตรา ๑๕๔–๑๗๑ · 18 มาตรา
  17. หมวด ๓ โมฆะกรรมและโมฆียะกรรมมาตรา ๑๗๒–๑๘๑ · 10 มาตรา
  18. หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลามาตรา ๑๘๒–๑๙๓ · 12 มาตรา
  19. ลักษณะ ๕ ระยะเวลามาตรา ๑๙๓/๑–๑๙๓/๘ · 8 มาตรา
  20. ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๓๕ · 27 มาตรา
  21. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๒๙ · 21 มาตรา
  22. หมวด ๒ กำหนดอายุความมาตรา ๑๙๓/๓๐–๑๙๓/๓๕ · 6 มาตรา
  23. บรรพ ๒ หนี้มาตรา ๑๙๔–๔๕๒ · 259 มาตรา
  24. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๔–๓๕๓ · 160 มาตรา
  25. หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้มาตรา ๑๙๔–๒๐๒ · 9 มาตรา
  26. หมวด ๒ ผลแห่งหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๘๙ · 87 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๒๕ · 23 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิมาตรา ๒๒๖–๒๓๒ · 7 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้มาตรา ๒๓๓–๒๓๖ · 4 มาตรา
  30. ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉลมาตรา ๒๓๗–๒๔๐ · 4 มาตรา
  31. ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วงมาตรา ๒๔๑–๒๕๐ · 10 มาตรา
  32. ส่วนที่ ๖ บุริมสิทธิมาตรา ๒๕๑–๒๘๙ · 39 มาตรา
  33. หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคนมาตรา ๒๙๐–๓๐๒ · 13 มาตรา
  34. หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้องมาตรา ๓๐๓–๓๑๓ · 11 มาตรา
  35. หมวด ๕ ความระงับหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๕๓ · 40 มาตรา
  36. ส่วนที่ ๑ การชำระหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๓๙ · 26 มาตรา
  37. ส่วนที่ ๒ ปลดหนี้มาตรา ๓๔๐ · 1 มาตรา
  38. ส่วนที่ ๓ หักกลบลบหนี้มาตรา ๓๔๑–๓๔๘ · 8 มาตรา
  39. ส่วนที่ ๔ แปลงหนี้ใหม่มาตรา ๓๔๙–๓๕๒ · 4 มาตรา
  40. ส่วนที่ ๕ หนี้เกลื่อนกลืนกันมาตรา ๓๕๓ · 1 มาตรา
  41. ลักษณะ ๒ สัญญามาตรา ๓๕๔–๓๙๔ · 41 มาตรา
  42. หมวด ๑ ก่อให้เกิดสัญญามาตรา ๓๕๔–๓๖๘ · 15 มาตรา
  43. หมวด ๒ ผลแห่งสัญญามาตรา ๓๖๙–๓๗๖ · 8 มาตรา
  44. หมวด ๓ มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับมาตรา ๓๗๗–๓๘๕ · 9 มาตรา
  45. หมวด ๔ เลิกสัญญามาตรา ๓๘๖–๓๙๔ · 9 มาตรา
  46. ลักษณะ ๓ จัดการงานนอกสั่งมาตรา ๓๙๕–๔๐๕ · 11 มาตรา
  47. ลักษณะ ๔ ลาภมิควรได้มาตรา ๔๐๖–๔๑๙ · 14 มาตรา
  48. ลักษณะ ๕ ละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๕๒ · 33 มาตรา
  49. หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๓๗ · 18 มาตรา
  50. หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดมาตรา ๔๓๘–๔๔๘ · 11 มาตรา
  51. หมวด ๓ นิรโทษกรรมมาตรา ๔๔๙–๔๕๒ · 4 มาตรา
  52. บรรพ ๓ เอกเทศสัญญามาตรา ๔๕๓–๑๒๗๔ · 839 มาตรา
  53. ลักษณะ ๑ ซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๕๑๗ · 65 มาตรา
  54. หมวด ๑ สภาพและหลักสำคัญของสัญญาซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๔๖๐ · 8 มาตรา
  55. ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔๕๓–๔๕๗ · 5 มาตรา
  56. ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์มาตรา ๔๕๘–๔๖๐ · 3 มาตรา
  57. หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขายมาตรา ๔๖๑–๔๘๕ · 25 มาตรา
  58. ส่วนที่ ๑ การส่งมอบมาตรา ๔๖๑–๔๗๑ · 11 มาตรา
  59. ส่วนที่ ๒ ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องมาตรา ๔๗๒–๔๗๔ · 3 มาตรา
  60. ส่วนที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสิทธิมาตรา ๔๗๕–๔๘๒ · 8 มาตรา
  61. ส่วนที่ ๔ ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดมาตรา ๔๘๓–๔๘๕ · 3 มาตรา
  62. หมวด ๓ หน้าที่ของผู้ซื้อมาตรา ๔๘๖–๔๙๐ · 5 มาตรา
  63. หมวด ๔ การซื้อขายเฉพาะบางอย่างมาตรา ๔๙๑–๕๑๗ · 27 มาตรา
  64. ส่วนที่ ๑ ขายฝากมาตรา ๔๙๑–๕๐๒ · 12 มาตรา
  65. ส่วนที่ ๒ ขายตามตัวอย่าง ขายตามคำพรรณนาขายเผื่อชอบมาตรา ๕๐๓–๕๐๘ · 6 มาตรา
  66. ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาดมาตรา ๕๐๙–๕๑๗ · 9 มาตรา
  67. ลักษณะ ๒ แลกเปลี่ยนมาตรา ๕๑๘–๕๒๐ · 3 มาตรา
  68. ลักษณะ ๓ ให้มาตรา ๕๒๑–๕๓๖ · 16 มาตรา
  69. ลักษณะ ๔ เช่าทรัพย์มาตรา ๕๓๗–๕๗๑ · 35 มาตรา
  70. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕๓๗–๕๔๕ · 9 มาตรา
  71. หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่ามาตรา ๕๔๖–๕๕๑ · 6 มาตรา
  72. หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่ามาตรา ๕๕๒–๕๖๓ · 12 มาตรา
  73. หมวด ๔ ความระงับแห่งสัญญาเช่มาตรา ๕๖๔–๕๗๑ · 8 มาตรา
  74. ลักษณะ ๕ เช่าซื้อมาตรา ๕๗๒–๕๗๔ · 3 มาตรา
  75. ลักษณะ ๖ จ้างแรงงานมาตรา ๕๗๕–๕๘๖ · 12 มาตรา
  76. ลักษณะ ๗ จ้างทำของมาตรา ๕๘๗–๖๐๗ · 21 มาตรา
  77. ลักษณะ ๘ รับขนมาตรา ๖๐๘–๖๓๙ · 32 มาตรา
  78. หมวด ๑ รับขนของมาตรา ๖๑๐–๖๓๓ · 24 มาตรา
  79. หมวด ๒ รับขนคนโดยสารมาตรา ๖๓๔–๖๓๙ · 6 มาตรา
  80. ลักษณะ ๙ ยืมมาตรา ๖๔๐–๖๕๖ · 17 มาตรา
  81. หมวด ๑ ยืมใช้คงรูปมาตรา ๖๔๐–๖๔๙ · 10 มาตรา
  82. หมวด ๒ ยืมใช้สิ้นเปลืองมาตรา ๖๕๐–๖๕๖ · 7 มาตรา
  83. ลักษณะ ๑๐ ฝากทรัพย์มาตรา ๖๕๗–๖๗๙ · 23 มาตรา
  84. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕๗–๖๗๑ · 15 มาตรา
  85. หมวด ๒ วิธีเฉพาะการฝากเงินมาตรา ๖๗๒–๖๗๓ · 2 มาตรา
  86. หมวด ๓ วิธีเฉพาะสำหรับเจ้าสำนักโรงแรมมาตรา ๖๗๔–๖๗๙ · 6 มาตรา
  87. ลักษณะ ๑๑ ค้ำประกันมาตรา ๖๘๐–๗๐๑ · 22 มาตรา
  88. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๘๐–๖๘๕ · 6 มาตรา
  89. หมวด ๒ ผลก่อนชำระหนี้มาตรา ๖๘๖–๖๙๒ · 7 มาตรา
  90. หมวด ๓ ผลภายหลังชำระหนี้มาตรา ๖๙๓–๖๙๗ · 5 มาตรา
  91. หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกันมาตรา ๖๙๘–๗๐๑ · 4 มาตรา
  92. ลักษณะ ๑๒ จำนองมาตรา ๗๐๒–๗๔๖ · 45 มาตรา
  93. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๐๒–๗๑๔ · 13 มาตรา
  94. หมวด ๒ สิทธิจำนองครอบเพียงใดมาตรา ๗๑๕–๗๒๑ · 7 มาตรา
  95. หมวด ๓ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนองและผู้จำนองมาตรา ๗๒๒–๗๒๗ · 6 มาตรา
  96. หมวด ๔ การบังคับจำนองมาตรา ๗๒๘–๗๓๕ · 8 มาตรา
  97. หมวด ๕ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองมาตรา ๗๓๖–๗๔๓ · 8 มาตรา
  98. หมวด ๖ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนองมาตรา ๗๔๔–๗๔๖ · 3 มาตรา
  99. ลักษณะ ๑๓ จำนำมาตรา ๗๔๗–๗๖๙ · 23 มาตรา
  100. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๔๗–๗๕๗ · 11 มาตรา
  101. หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำและผู้รับจำนำมาตรา ๗๕๘–๗๖๓ · 6 มาตรา
  102. หมวด ๓ การบังคับจำนำมาตรา ๗๖๔–๗๖๘ · 5 มาตรา
  103. หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการจำนำมาตรา ๗๖๙ · 1 มาตรา
  104. ลักษณะ ๑๔ เก็บของในคลังสินค้ามาตรา ๗๗๐–๗๙๖ · 27 มาตรา
  105. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๗๐–๗๗๔ · 5 มาตรา
  106. หมวด ๒ ใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้ามาตรา ๗๗๕–๗๙๖ · 22 มาตรา
  107. ลักษณะ ๑๕ ตัวแทนมาตรา ๗๙๗–๘๔๔ · 47 มาตรา
  108. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๙๗–๘๐๖ · 9 มาตรา
  109. หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการมาตรา ๘๐๗–๘๑๔ · 8 มาตรา
  110. หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทนมาตรา ๘๑๕–๘๑๙ · 5 มาตรา
  111. หมวด ๔ ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอกมาตรา ๘๒๐–๘๒๕ · 6 มาตรา
  112. หมวด ๕ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทนมาตรา ๘๒๖–๘๓๒ · 7 มาตรา
  113. หมวด ๖ ตัวแทนค้าต่างมาตรา ๘๓๓–๘๔๔ · 12 มาตรา
  114. ลักษณะ ๑๖ นายหน้ามาตรา ๘๔๕–๘๔๙ · 5 มาตรา
  115. ลักษณะ ๑๗ ประนีประนอมยอมความมาตรา ๘๕๐–๘๕๒ · 3 มาตรา
  116. ลักษณะ ๑๘ การพนันและขันต่อมาตรา ๘๕๓–๘๕๕ · 3 มาตรา
  117. ลักษณะ ๑๙ บัญชีเดินสะพัดมาตรา ๘๕๖–๘๖๐ · 5 มาตรา
  118. ลักษณะ ๒๐ ประกันภัยมาตรา ๘๖๑–๘๙๗ · 37 มาตรา
  119. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๑–๘๖๘ · 8 มาตรา
  120. หมวด ๒ ประกันวินาศภัยมาตรา ๘๖๙–๘๘๘ · 20 มาตรา
  121. ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๙–๘๘๒ · 14 มาตรา
  122. ส่วนที่ ๒ วิธีเฉพาะการประกันภัยในการรับขนมาตรา ๘๘๓–๘๘๖ · 4 มาตรา
  123. ส่วนที่ ๓ ประกันภัยค้ำจุนมาตรา ๘๘๗–๘๘๘ · 2 มาตรา
  124. หมวด ๓ ประกันชีวิตมาตรา ๘๘๙–๘๙๗ · 9 มาตรา
  125. ลักษณะ ๒๑ ตั๋วเงินมาตรา ๘๙๘–๑๐๑๑ · 114 มาตรา
  126. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๙๘–๙๐๗ · 10 มาตรา
  127. หมวด ๒ ตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๘๑ · 74 มาตรา
  128. ส่วนที่ ๑ การออกและสลักหลังตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๒๖ · 19 มาตรา
  129. ส่วนที่ ๒ การรับรองมาตรา ๙๒๗–๙๓๗ · 11 มาตรา
  130. ส่วนที่ ๓ อาวัลมาตรา ๙๓๘–๙๔๐ · 3 มาตรา
  131. ส่วนที่ ๔ การใช้เงินมาตรา ๙๔๑–๙๔๙ · 9 มาตรา
  132. ส่วนที่ ๕ การสอดเข้าแก้หน้ามาตรา ๙๕๐–๙๕๘ · 9 มาตรา
  133. ส่วนที่ ๖ สิทธิไล่เบี้ยเพราะเขาไม่รับรองหรือไม่ใช้เงินมาตรา ๙๕๙–๙๗๔ · 16 มาตรา
  134. ส่วนที่ ๗ ตั๋วแลกเงินเป็นสำรับมาตรา ๙๗๕–๙๘๑ · 7 มาตรา
  135. หมวด ๓ ตั๋วสัญญาใช้เงินมาตรา ๙๘๒–๙๘๖ · 5 มาตรา
  136. หมวด ๔ เช็คมาตรา ๙๘๗–๑๐๐๐ · 14 มาตรา
  137. หมวด ๕ อายุความมาตรา ๑๐๐๑–๑๐๐๕ · 5 มาตรา
  138. หมวด ๖ ตั๋วเงินปลอม ตั๋วเงินถูกลัก และตั๋วเงินหายมาตรา ๑๐๐๖–๑๐๑๑ · 6 มาตรา
  139. ลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัทมาตรา ๑๐๑๒–๑๒๗๓/๔ · 280 มาตรา
  140. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๐๑๒–๑๐๒๔ · 14 มาตรา
  141. หมวด ๒ ห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๒๕–๑๐๗๖ · 54 มาตรา
  142. ส่วนที่ ๑ บทวิเคราะห์มาตรา ๑๐๒๕ · 1 มาตรา
  143. ส่วนที่ ๒ ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเองมาตรา ๑๐๒๖–๑๐๔๘ · 23 มาตรา
  144. ส่วนที่ ๓ ความเกี่ยวพันระหว่ งผู้เป็นหุ้นส่วนกับบุคคลภายนอกมาตรา ๑๐๔๙–๑๐๕๔ · 6 มาตรา
  145. ส่วนที่ ๔ การเลิกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๕๕–๑๐๖๓ · 9 มาตรา
  146. ส่วนที่ ๕ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๖๔–๑๐๗๒ · 11 มาตรา
  147. ส่วนที่ ๖ การควบห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเข้ากันมาตรา ๑๐๗๓–๑๐๗๖ · 4 มาตรา
  148. หมวด ๓ หุ้นส่วนส่วนจำกัดมาตรา ๑๐๗๗–๑๐๙๕ · 21 มาตรา
  149. หมวด ๔ บริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๒๔๖/๗ · 160 มาตรา
  150. ส่วนที่ ๑ สภาพและการตั้งบริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๑๑๖ · 23 มาตรา
  151. ส่วนที่ ๒ หุ้นและผู้ถือหุ้มาตรา ๑๑๑๗–๑๑๔๓ · 27 มาตรา
  152. ส่วนที่ ๓ วิธีจัดการบริษัทจำกัดมาตรา ๑๑๔๔–๑๒๐๗ · 65 มาตรา
  153. ส่วนที่ ๔ การสอบบัญชีมาตรา ๑๒๐๘–๑๒๑๔ · 7 มาตรา
  154. ส่วนที่ ๕ การตรวจมาตรา ๑๒๑๕–๑๒๑๙ · 5 มาตรา
  155. ส่วนที่ ๖ การเพิ่มทุนและลดทุนมาตรา ๑๒๒๐–๑๒๒๘ · 8 มาตรา
  156. ส่วนที่ ๗ หุ้นกู้มาตรา ๑๒๒๙–๑๒๓๕ · 7 มาตรา
  157. ส่วนที่ ๘ เลิกบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๓๖–๑๒๓๗ · 2 มาตรา
  158. ส่วนที่ ๙ การควบบริษัทจำกัดเข้ากันมาตรา ๑๒๓๘–๑๒๔๓ · 6 มาตรา
  159. ส่วนที่ ๑๐ หนังสือบอกกล่าวมาตรา ๑๒๔๔–๑๒๔๕ · 2 มาตรา
  160. ส่วนที่ ๑๑ การถอนทะเบียนบริษัทร้มาตรา ๑๒๔๖ · 1 มาตรา
  161. ส่วนที่ ๑๒ การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๖/๑–๑๒๔๖/๗ · 7 มาตรา
  162. หมวด ๕ การชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๗–๑๒๗๓ · 27 มาตรา
  163. หมวด ๖ การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนมาตรา ๑๒๗๓/๑–๑๒๗๓/๔ · 4 มาตรา
  164. ลักษณะ ๒๓ สมาคมมาตรา ๑๒๗๔ · 1 มาตรา
  165. บรรพ ๔ ทรัพย์สินมาตรา ๑๒๙๘–๑๔๓๔ · 137 มาตรา
  166. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๒๙๘–๑๓๐๗ · 10 มาตรา
  167. ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๖๖ · 59 มาตรา
  168. หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๓๔ · 27 มาตรา
  169. หมวด ๒ แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๓๕–๑๓๕๕ · 21 มาตรา
  170. หมวด ๓ กรรมสิทธิ์รวมมาตรา ๑๓๕๖–๑๓๖๖ · 11 มาตรา
  171. ลักษณะ ๓ ครอบครองมาตรา ๑๓๖๗–๑๓๘๖ · 20 มาตรา
  172. ลักษณะ ๔ ภาระจำยอมมาตรา ๑๓๘๗–๑๔๐๑ · 15 มาตรา
  173. ลักษณะ ๕ อาศัยมาตรา ๑๔๐๒–๑๔๐๙ · 8 มาตรา
  174. ลักษณะ ๖ สิทธิเหนือพื้นดินมาตรา ๑๔๑๐–๑๔๑๖ · 7 มาตรา
  175. ลักษณะ ๗ สิทธิเก็บกินมาตรา ๑๔๑๗–๑๔๒๘ · 12 มาตรา
  176. ลักษณะ ๘ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์มาตรา ๑๔๒๙–๑๔๓๔ · 6 มาตรา
  177. บรรพ ๕ ครอบครัวมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๙๘/๔๑ · 215 มาตรา
  178. ลักษณะ ๑ การสมรสมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๓๕ · 109 มาตรา
  179. หมวด ๑ การหมั้นมาตรา ๑๔๓๕–๑๔๔๗/๒ · 15 มาตรา
  180. หมวด ๒ เงื่อนไขแห่งการสมรสมาตรา ๑๔๔๘–๑๔๖๐ · 13 มาตรา
  181. หมวด ๓ ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๑–๑๔๖๔/๑ · 5 มาตรา
  182. หมวด ๔ ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๕–๑๔๙๓ · 32 มาตรา
  183. หมวด ๕ ความเป็นโมฆะของการสมรสมาตรา ๑๔๙๔–๑๕๐๐ · 9 มาตรา
  184. หมวด ๖ การสิ้นสุดแห่งการสมรสมาตรา ๑๕๐๑–๑๕๓๕ · 35 มาตรา
  185. ลักษณะ ๒ บิดามารดากับบุตรมาตรา ๑๕๓๖–๑๕๙๘/๓๗ · 102 มาตรา
  186. หมวด ๑ บิดามารดามาตรา ๑๕๓๖–๑๕๖๐ · 25 มาตรา
  187. หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตรมาตรา ๑๕๖๑–๑๕๘๔/๑ · 26 มาตรา
  188. หมวด ๓ ความปกครองมาตรา ๑๕๘๕–๑๕๙๘/๑๘ · 32 มาตรา
  189. หมวด ๔ บุตรบุญธรรมมาตรา ๑๕๙๘/๑๙–๑๕๙๘/๓๗ · 19 มาตรา
  190. ลักษณะ ๓ ค่าอุปการะเลี้ยงดูมาตรา ๑๕๙๘/๓๘–๑๕๙๘/๔๑ · 4 มาตรา
  191. บรรพ ๖ มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๗๕๕ · 156 มาตรา
  192. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๑๙ · 21 มาตรา
  193. หมวด ๑ การตกทอดแห่งทรัพย์มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๐๓ · 5 มาตรา
  194. หมวด ๒ การเป็นทายาทมาตรา ๑๖๐๔–๑๖๐๗ · 4 มาตรา
  195. หมวด ๓ การตัดมิให้รับมรดกมาตรา ๑๖๐๘–๑๖๐๙ · 2 มาตรา
  196. หมวด ๔ การสละมรดกและอื่น ๆมาตรา ๑๖๑๐–๑๖๑๙ · 10 มาตรา
  197. ลักษณะ ๒ สิทธิโดยธรรมในการรับมรดกมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๔๕ · 26 มาตรา
  198. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๒๘ · 9 มาตรา
  199. หมวด ๒ การแบ่งทรัพย์มรดกระหว่ งทายาทมาตรา ๑๖๒๙–๑๖๓๑ · 3 มาตรา
  200. หมวด ๓ การแบ่งส่วนมรดกของทายาทโดยธรรมมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๘ · 7 มาตรา
  201. ส่วนที่ ๑ ญาติมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๔ · 3 มาตรา
  202. ส่วนที่ ๒ คู่สมรสมาตรา ๑๖๓๕–๑๖๓๘ · 4 มาตรา
  203. หมวด ๔ การรับมรดกแทนที่กันมาตรา ๑๖๓๙–๑๖๔๕ · 7 มาตรา
  204. ลักษณะ ๓ พินัยกรรมมาตรา ๑๖๔๖–๑๗๑๐ · 65 มาตรา
  205. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๔๖–๑๖๕๔ · 9 มาตรา
  206. หมวด ๒ แบบพินัยกรรมมาตรา ๑๖๕๕–๑๖๗๒ · 18 มาตรา
  207. หมวด ๓ ผลและการตีความแห่งพิ ยกรรมมาตรา ๑๖๗๓–๑๖๘๕ · 13 มาตรา
  208. หมวด ๔ พินัยกรรมที่ตั้งผู้ปกครองทรัพย์มาตรา ๑๖๘๖–๑๖๙๒ · 7 มาตรา
  209. หมวด ๕ การเพิกถอนและการตกไปแห่งพินัยกรรมมาตรา ๑๖๙๓–๑๖๙๙ · 7 มาตรา
  210. หมวด ๖ ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรมหรือมาตรา ๑๗๐๐–๑๗๑๐ · 11 มาตรา
  211. ลักษณะ ๔ วิธีจัดการและปันทรัพย์มรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๕๒ · 41 มาตรา
  212. หมวด ๑ ผู้จัดการมรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๓๓ · 23 มาตรา
  213. หมวด ๒ การรวบรวมจำหน่ายทรัพย์มรดกเป็นตัวเงินมาตรา ๑๗๓๔–๑๗๔๔ · 11 มาตรา
  214. หมวด ๓ การแบ่งมรดกมาตรา ๑๗๔๕–๑๗๕๒ · 7 มาตรา
  215. ลักษณะ ๕ มรดกที่ไม่มีผู้รับมาตรา ๑๗๕๓ · 1 มาตรา
  216. ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๗๕๔–๑๗๕๕ · 2 มาตรา

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. บรรพ ๔ ทรัพย์สิน

  2. ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

    10 มาตรา
  3. ๑๒๙๘

    ทรัพยสิทธิทั้งหลายนั้นท่านว่าจะก่อตั้งขึ้นได้แต่ด้วยอาศัย อำนาจในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

  4. ๑๒๙๙

    ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมาย อื่นท่านว่าการได้าโดยนิติกรรมซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น ไม่บริบูรณ์ เว้นแต่นิติกรรมจะได้ทำเป็นหนังสือและได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้ามีผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดย ทางอื่นนอกจากนิติกรรม สิทธิของผู้ได้มานั้น ถ้ายังมิได้จดทะเบียนไซร้ ท่านว่าจะมีการ เปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ และสิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนนั้นมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ บุคคลภายนอกผู้ได้ิทธิมาโดยเสียค่ ตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต แล้ว

  5. ๑๓๐๐

    ถ้าได้จดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอัน เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเสียเปรียบแก่บุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตน ได้อยู่ก่อนไซร้ ท่ นว่าบุ คลนั้นอาจเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนนั้นได้ แต่การโอนอันมี ค่าตอบแทนซึ่งผู้รับโอนกระทำการโดยสุจริตนั้น ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ท่านว่าจะเรียกให้ เพิกถอนทะเบียนไม่ได้

  6. ๑๓๐๑

    บทบัญญัติแห่งสองมาตราก่อนนี้ ท่านให้ใช้บังคับถึงการ เปลี่ยนแปลง ระงับ และกลับคืนมาแห่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นด้วยโดยอนุโลม

  7. ๑๓๐๒

    บทบัญญัติแห่งสามมาตราก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงเรือมีระวาง ตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งแพและสัตว์พาหนะด้วยโดยอนุโลม -

  8. ๑๓๐๓

    ถ้าบุคคลหลายคนเรียกเอาสัหาริมทรัพย์เดียวกันโดยอาศัยหลัก กรรมสิทธิ์ต่างกันไซร้ ท่านว่าทรัพย์สินตกอยู่ในครอบครองของบุคคลใด บุคคลนั้นมีสิทธิยิ่งกว่า บุคคลอื่นๆ แต่ต้องได้ทรัพย์นั้นมาโดยมี่าตอบแทนและได้การครอบครองโดยสุจริต ท่านมิให้ใช้มาตรานี้บังคับถึงสังหาริมทรัพย์ซึ่งระบุไว้ในมาตราก่อนและในเรื่อง ทรัพย์สินหาย กับทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทำผิด

  9. ๑๓๐๔

    สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมทรัพย์สินทุกชนิดของ แผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์่วมกัน เช่น

    (๑) ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้งหรือกลับมาเป็น ของแผ่นดินโดยประการอื่น ตามกฎหมายที่ดิน

    (๒) ทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นต้นว่าที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ

    (๓) ทรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่ ดินโดยเฉพาะเป็นต้นว่ ป้อม และโรง ทหารสำนักราชการบ้านเมือง เรือรบ อาวุธยุทธภัณฑ์

  10. ๑๓๐๕

    ทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา

  11. ๑๓๐๖

    ท่านห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่อง ทรัพย์สินอันเป็สาธารณสมบัติของแผ่นดิน

  12. ๑๓๐๗

    ท่านห้ามมิให้ยึดทรัพย์สินของแผ่นดินไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่

  13. ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์

  14. หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์

    27 มาตรา
  15. ๑๓๐๘

    ที่ดินแปลงใดเกิดที่งอกริมตลิ่ง ที่งอกย่อมเป็นทรัพย์สินของ เจ้าของที่ดินแปลงนั้น

  16. ๑๓๐๙

    เกาะที่เกิดในทะเลสาบ หรือในทางน้ำหรือในเขตน่านน้ำของ ประเทศก็ดี และท้องทางน้ำที่เขินขึ้นก็ดี เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน

  17. ๑๓๑๐

    บุคคลใดสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตไซร้ ท่านว่า เจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของโรงเรือนนั้นๆ แต่ต้องใช้ค่าแห่งที่ดินเพียงที่เพิ่มขึ้นเพราะสร้างโรงเรือน นั้นให้แก่ผู้สร้าง แต่ถ้าเจ้าของที่ดินสามารถแสดงได้ว่า มิได้มีความประมาทเลิ เล่อจะบอกปัดไม่ ยอมรับโรงเรือนนั้นและเรียกให้ผู้สร้างรื้อถอนไป และทำที่ดินให้เป็นตามเดิมก็ได้ เว้นไว้แต่ถ้าการ นี้จะทำไม่ได้โดยใช้เงินพอสมควรไซร้ท่านว่าเจ้าของที่ดินจะเรียกให้ผู้สร้างซื้อที่ดินทั้งหมดหรือแต่ บางส่วนตามราคาตลาดก็ได้

  18. ๑๓๑๑

    บุคคลใดสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริตไซร้ ท่านว่า บุคคลนั้นต้องทำที่ดินให้เป็นตามเดิมแล้วส่งคืนเจ้าของ เว้นแต่เจ้าของจะเลือกให้ส่งคืนตามที่ เป็นอยู่ ในกรณีเช่นนี้เจ้าของที่ดินต้องใช้ราคาโรงเรือนหรือใช้ค่าแห่งที่ดินเพียงที่เพิ่มขึ้นเพราะ สร้างโรงเรือนนั้นแล้วแต่จะเลือก

  19. ๑๓๑๒

    บุคคลใดสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าของโรงเรือนที่สร้างขึ้น แต่ต้องเสียเงินให้แก่เจ้าของที่ดินเป็นค่าใช้ที่ดิน นั้นและจดทะเบียนสิทธิเป็นภาระจำยอมต่อภายหลังถ้าโรงเรือนนั้นสลายไปทั้งหมด เจ้าของที่ดิน จะเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนเสียก็ได้ ถ้าบุคคลผู้สร้างโรงเรือนนั้นกระทำการโดยไม่สุจริต ท่านว่าเจ้าของที่ดินจะเรียก ให้ผู้สร้างรื้อถอนไป และทำที่ดินให้เป็นตามเดิมโดยผู้สร้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายก็ได้

  20. ๑๓๑๓

    ถ้าผู้เป็นเจ้าของที่ดินโดยมีเงื่อนไขสร้างโรงเรือนในที่ดินนั้ และ ภายหลังที่ดินตกเป็นของบุคคลอื่นตามเงื่อนไขไซร้ ท่านให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับ

  21. ๑๓๑๔

    ท่านให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๑๓๑๐,๑๓๑๑และ๑๓๑๓บังคับ ตลอดถึงการก่อสร้างใดๆซึ่งติดที่ดินและการเพาะปลูกต้ ไม้หรือธัญชาติด้วยโดยอนุโลม แต่ข้าวหรือธัญชาติอย่างอื่นอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อ ปี เจ้าของที่ดินต้องยอมให้บุคคลผู้กระทำการโดยสุจริต หรือผู้เป็นเจ้าของที่ดิ โดยมีเงื่อนไขซึ่งได้ เพาะปลูกลงไว้นั้นคงครองที่ดินจนกว่าจะเสร็จการเก็บเกี่ยวโดยใช้เงินคำนวณตามเกณฑ์ค่าเช่า ที่ดินนั้น หรือเจ้าของที่ดินจะเข้าครอบครองในทันทีโดยใช้ค่าทดแทนให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งก็ได้

  22. ๑๓๑๕

    บุคคลใดสร้างโรงเรือน หรือทำการก่อสร้างอย่างอื่นซึ่งติดที่ดิน หรือเพาะปลู ต้ ไม้หรือธัญชาติในที่ดิ ของตนด้วยสัภาระของผู้อื่น ท่ นว่ บุคคลนั้นเป็น เจ้าของสัมภาระแต่ต้องใช้ค่าสัมภาระ

  23. ๑๓๑๖

    ถ้าเอาสังหาริมทรัพย์ของบุคคลหลายคนมารวมเข้ากันจนเป็น ส่วนควบหรือแบ่งแยกไม่ได้ไซร้ ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นเจ้าของรวมแห่งทรัพย์ที่รวมเข้ากันแต่ ละคนมีส่วนตามค่าแห่งทรัพย์ของตนในเวลาที่รวมเข้ กับทรัพย์อื่น ถ้าทรัพย์อันหนึ่งอาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์ประธานไซร้ ท่านว่าเจ้าของทรัพย์นั้นเป็น เจ้าของทรัพย์ที่รวมเข้ากันแต่ผู้เดียว แต่ต้องใช้ค่าแห่งทรัพย์อื่นๆให้แก่เจ้าของทรัพย์นั้นๆ

  24. ๑๓๑๗

    บุคคลใดใช้สัมภาระของบุคคลอื่นทำสิ่งใดขึ้นใหม่ไซร้ ท่านว่า เจ้าของสัมภาระเป็นเจ้าของสิ่งนั้นโดยมิต้องคำนึงว่าสัมภาระนั้นจะกลับคืนตามเดิมได้หรือไม่แต่ ต้องใช้ค่าแรงงาน แต่ถ้าค่าแรงงานเกิ กว่าค่าสัมภาระที่ใช้นั้นมากไซร้ ท่านว่าผู้ทเป็นเจ้าของทรัพย์ ที่ทำขึ้น แต่ต้องใช้ค่าสัมภาระ

  25. ๑๓๑๘

    บุคคลอาจได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์แห่งสังหาริมทรัพย์อันไม่มีเจ้าของ โดยเข้าถือเอา เว้นแต่การเข้าถือเอานั้นต้องห้ามตามกฎหมายหรือฝ่าฝืนสิทธิของบุคคลอื่นที่จะเข้า ถือเอาสังหาริมทรัพย์นั้น

  26. ๑๓๑๙

    ถ้าเจ้าของสังหาริมทรัพย์เลิกครอบครองทรัพย์ด้วยเจตนาสละ กรรมสิทธิ์ไซร้ ท่านว่าสังหาริมทรัพย์นั้นไม่มีเจ้าของ

  27. ๑๓๒๐

    ภายในบังคับแห่ กฎหมายเฉพาะและกฎข้อบังคับในเรื่องนั้น ท่านว่าสัตว์ป่าไม่มีเจ้าของตราบเท่าที่ยังอยู่อิสระ สัตว์ป่าในสวนสัตว์และปลาในบ่อ หรือในที่น้ำซึ่ง เจ้าของกั้นไว้นั้น ท่านว่าไม่ใช่สัตว์ไม่มีเจ้าของ สัตว์ป่าที่คนจับได้นั้น ถ้ามันกลับคืนอิสระและเจ้าของไม่ติดตามโดยพลันหรือ เลิกติดตามเสียแล้ว ฉะนี้ท่านว่าไม่มีเจ้าของ สัตว์ซึ่งเลี้ยงเชื่องแล้ว ถ้ามันทิ้งที่ไปเลย ท่ นว่าไม่มีเจ้าของ

  28. ๑๓๒๑

    ภายในบังคับแห่ กฎหมายเฉพาะและกฎข้อบังคับในเรื่องนั้น ผู้ใดจับสัตว์ป่าได้ในที่รกร้างว่างเปล่าหรือในที่น้ำสาธารณะก็ดี หรือจับได้ในที่ดิน หรือที่น้ำมี เจ้าของโดยเจ้าของมิได้แสดงความหวงห้ามก็ดี ท่านว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของสัตว์

  29. ๑๓๒๒

    บุคคลใดทำให้สัตว์ป่าบาดเจ็บแล้วติดตามไปและบุคคลอื่นจับ สัตว์นั้นได้ก็ดี หรือสัตว์นั้นตายลงในที่ดินของบุคคลอื่นก็ดีท่านว่าบุคคลแรกเป็นเจ้ ของสัตว์

  30. ๑๓๒๓

    บุคคลเก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหาย ต้องทำอย่างหนึ่งอย่างใดดั่ง ต่อไปนี้ (๑)ส่งมอบทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ของหายหรือเจ้าของ หรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิจะรับ ทรัพย์สินนั้น หรือ (๒)แจ้งแก่ผู้ของหายหรือเจ้าของ หรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้นโดยมิ ชักช้า หรือ

    (๓) ส่งมอบทรัพย์สินนั้นแก่เจ้าพนักงานตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่น ภายในสามวันและแจ้งพฤติการณ์ตามที่ทราบอันอาจเป็นเครื่องช่วยในการสืบหาตัวบุคคลผู้มีสิทธิ จะรับทรัพย์สิน้น แต่ถ้าไม่ทราบตัวผู้ของหาย เจ้าของ หรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินก็ดี หรือบุคคลดั่งระบุนั้ ไม่รับมอบทรัพย์สินก็ดี ท่านให้ดำเนินการตามวิธีอันบัญญัติไว้ในอนุมาตรา

    (๓) ทั้งนี้ ท่านว่าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายต้องรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ด้วยความ ระมัดระวังอันสมควรจนกว่าจะส่งมอบ

  31. ๑๓๒๔

    ผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายอาจเรียกร้องเอารางวัลจากบุคคลผู้มี สิทธิจะรับทรัพย์สินนั้นเป็นจำนวนร้อยละสิบแห่งค่าทรัพย์สินภายในราคาสามหมื่นบาทและถ้า - ราคาสูงกว่านั้นขึ้นไปให้คิดให้อีกร้อยละห้าในจำนวนที่เพิ่มขึ้ แต่ถ้าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายได้ ส่งมอบทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่น ให้เสียเงินอีกร้อยละสองครึ่ง แห่งค่าทรัพย์ินเป็นค่าธรรมเนียมแก่ทบวงการนั้นๆ เพิ่มขึ้นเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากรางวัลซึ่ง ให้แก่ผู้เก็บได้แต่ค่าธรรมเนียมนี้ให้จำกัดไว้ไม่เกินหนึ่งพันบาท ถ้าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในมาตราก่อนไซร้ท่านว่า ผู้นั้นไม่มีสิทธิจะรับรางวัล

  32. ๑๓๒๕

    ถ้ ผู้ เก็บได้ซึ่ ทรัพย์สิ หายได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติาตรา ๑๓๒๓แล้ว และผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้นมิได้เรียกเอาภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เก็บได้ไซร้ ท่าน ว่ากรรมสิทธิ์ตกแก่ผู้เก็บได้ แต่ถ้าทรัพย์สินซึ่งไม่มีผู้เรียกเอานั้นเป็นโบราณวัตถุไซร้ กรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สิน นั้นตกแก่แผ่นดิน แต่ผู้เก็บได้มีสิทธิจะได้รับรางวัลร้อยละสิบแห่งค่าทรัพย์สินนั้น

  33. ๑๓๒๖

    การเก็บได้ซึ่งทรัพย์สินอันตกหรือทิ้งทะเล หรือทางน้ำ หรือน้ำซัด ขึ้นฝั่งนั้น ท่ นให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการนั้น

  34. ๑๓๒๗

    ภายในบังคับแห่งกฎหมายอาญากรรมสิทธิ์แห่งสิ่งใดๆซึ่งได้ใช้ ในการกระทำผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิด หรือเกี่ยวกับการกระทำผิดโดยประการอื่น และได้ ส่งไว้ในความรักษาของกรมในรัฐบาลนั้น ท่านว่าตกเป็นของแผ่นดิน ถ้าเจ้าของมิได้เรียกเอา ภายในหนึ่งปีนับแต่วันส่ง หรือถ้าได้ฟ้องคดีอาญาต่อศาลแล้วนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด แต่ ถ้าไม่ทราบตัวเจ้าของ ท่านให้ผ่อนเวลาออกไปเป็นห้าปี ถ้าทรัพย์สินเป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหายหรือ ค่าใช้จ่ายจะเกิ ส่วนกับค่ ของทรัพย์ิ นั้นไซร้ ท่ นว่ กรมในรัฐบาลจะจัดให้เอาออกขาย ทอดตลาดก่อนถึงกำหนดก็ได้แต่ก่อนที่จะขายให้จัดการตามควรเพื่อบันทึกรายการอันเป็นเครื่อง ให้บุคคลผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้ อาจทราบว่าเป็นทรัพย์สิ ของตนและพิสูจน์สิทธิได้ เมื่อขาย แล้วได้เงินเป็นจำนวนสุทธิเท่าใดให้ถือไว้แทนตัวทรัพย์สิน

  35. ๑๓๒๘

    สังหาริมทรัพย์มีค่าซึ่งซ่อนหรือฝังไว้นั้น ถ้ามีผู้เก็บได้โดย พฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้ ให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของแผ่นดิน ผู้เก็บได้ต้อง ส่งมอบทรัพย์ั้นแก่เจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานเจ้ หน้าที่อื่น แล้วมีสิทธิจะได้รับรางวัลหนึ่ง ในสามแห่งค่าทรัพย์นั้น -

  36. ๑๓๒๙

    สิทธิของบุคคลผู้ได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยมี่าตอบแทนและโดย สุจริตนั้น ท่านว่ามิเสียไป ถึงแม้ว่าผู้โอนทรัพย์สินให้จะได้ทรัพย์สินนั้นมาโดยนิติกรรมอันเป็น โมฆียะและนิติกรรมนั้นได้ถูกบอกล้างภายหลัง

  37. ๑๓๓๐

    สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตาม คำสั่งศาล หรือคำสั่งเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ในคดีล้มละลายนั้น ท่านว่ามิเสียไป ถึ แม้ภายหลังจะ พิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลย หรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา หรือผู้ล้มละลาย

  38. ๑๓๓๑

    สิทธิของบุคคลผู้ได้เงินตรามาโดยสุจริตนั้น ท่านว่ามิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าเงินนั้นมิใช่ของบุคคลซึ่งได้โอนให้มา

  39. ๑๓๓๒

    บุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาดหรือใน ท้องตลาด หรือจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ไม่จำต้องคื ให้แก่เจ้าของแท้จริง เว้ แต่เจ้าของจะ ชดใช้ราคาที่ซื้อมา

  40. ๑๓๓๓

    ท่านว่ากรรมสิทธิ์นั้น อาจได้มาโดยอายุความตามที่บัญญัติไว้ใน ลักษณะ ๓แห่งบรรพนี้

  41. ๑๓๓๔

    ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้งหรือ กลับมาเป็นของแผ่ ดิ โดยประการอื่ ตามกฎหมายที่ ดิ นั้ ท่ นว่ บุ คลอาจได้มาตาม กฎหมายที่ดิน

  42. หมวด ๒ แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์

    21 มาตรา
  43. ๑๓๓๕

    ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมาย อื่นท่านว่าแดนแห่งกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นกินทั้งเหนือพื้นดินและใต้พื้นดินด้วย

  44. ๑๓๓๖

    ภายในบังคับแห่งกฎหมายเจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและ จำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่ง ทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับ ทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

  45. ๑๓๓๗

    บุ คลใดใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้เจ้าของอสัหาริมทรัพย์ได้รับ ความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควร ในเมื่อเอาสภาพและตำแหน่ ที่อยู่แห่ ทรัพย์สินนั้ มาคำนึ ประกอบไซร้ ท่านว่าเจ้าของ อสังหาริมทรัพย์มีสิทธิจะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายหรือเดือดร้อนนั้นให้สิ้นไป ทั้งนี้ไม่ลบล้าง สิทธิที่จะเรียกเอาค่าทดแทน

  46. ๑๓๓๘

    ข้อจำกัดสิทธิแห่งเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ นั้นท่านว่าไม่จำต้องจดทะเบียน ข้อจำกัดเช่นนี้ ท่านว่าจะถอนหรือแก้ให้หย่อนลงโดยนิติกรรมไม่ได้นอกจากจะได้ ทำนิติกรรมเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้อจำกัดซึ่งกำหนดไว้เพื่อสาธารณประโยชน์นั้น ท่านว่าจะถอนหรือแก้ให้หย่อนลง มิได้เลย

  47. ๑๓๓๙

    เจ้าของที่ดินจำต้องรับน้ำซึ่งไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงมาใน ที่ดินของตน น้ำไหลตามธรรมดามายังที่ดินต่ำ และจำเป็นแก่ที่ดินนั้นไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดิน ซึ่งอยู่สูงกว่าจะกันเอาไว้ได้เพียงที่จำเป็นแก่ที่ดินของตน

  48. ๑๓๔๐

    เจ้าของที่ดินจำต้องรับน้ำซึ่งไหลเพราะระบายจากที่ดินสูงมาใน ที่ดินของตน ถ้ ก่อนที่ระบายนั้นน้ำได้ไหลเข้ามาในที่ดินของตนตามธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าได้รับความเสียหายเพราะการระบายน้ำ ท่านว่าเจ้าของที่ดินต่ำอาจเรียกร้องให้ เจ้าของที่ดินสูงทำทางระบายน้ำและออกค่าใช้จ่ายในการนั้น เพื่อระบายน้ำไปให้ตลอดที่ดินต่ำ จนถึงทางน้ำ หรือท่อน้ำสาธารณะทั้งนี้ไม่ลบล้างสิทธิแห่งเจ้าของที่ดินต่ำในอันจะเรียกเอาค่า ทดแทน

  49. ๑๓๔๑

    ท่านมิให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทำหลังคาหรือการปลูกสร้าง อย่างอื่น ซึ่งทำให้น้ำฝนตกลงยังทรัพย์สินซึ่งอยู่ติดต่อกัน

  50. ๑๓๔๒

    บ่อ สระหลุมรับน้ำโสโครก หรือหลุมรับปุ๋ย หรือขยะมูลฝอยนั้น ท่านว่าจะขุดในระยะสองเมตรจากแนวเขตที่ดินไม่ได้ คูหรือการขุดร่องเพื่อวางท่อน้ำใต้ดินหรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ายกันนั้น ท่านว่าจะทำใกล้ แนวเขตที่ดินกว่าครึ่งหนึ่งแห่งส่วนลึกของคูหรือร่องนั้นไม่ได้ แต่ถ้าทำห่างแนวเขตหนึ่งเมตรหรือ กว่านั้น ท่านว่าทำได้ ถ้ากระทำการดั่งกล่าวไว้ในสองวรรคก่อนใกล้แนวเขตไซร้ ท่านว่าต้องใช้ความ ระมัดระวังตามควร เพื่อป้องกันมิให้ดินหรือทรายพังลงหรือมิให้น้ำหรือสิ่งโสโครกซึมเข้าไป

  51. ๑๓๔๓

    ห้ามมิให้ขุดดินหรือบรรทุกน้ำหนักบนที่ดินเกินควรจนอาจเป็น เหตุอันตรายแก่ วามอยู่มั่นแห่งที่ดินติดต่อเว้นแต่จะจัดการเพียงพอเพื่อป้องกันความเสียหาย

  52. ๑๓๔๔

    รั้ว กำแพง รั้วต้นไม้ คู ซึ่งหมายเขตที่ดินนั้น ท่านให้สันนิษฐาน ไว้ก่อนว่าเจ้าของที่ดินทั้งสองข้างเป็นเจ้าของรวมกัน

  53. ๑๓๔๕

    เมื่อรั้วต้นไม้ หรือคูซึ่งมิได้ใช้เป็นทางระบายน้ำเป็นของเจ้าของ ที่ดินทั้งสองข้างรวมกัน ท่านว่าเจ้าของข้างใดข้างหนึ่งมีสิทธิที่จะตัดรั้วต้นไม้ หรือถมคูนั้นได้ถึง แนวเขตที่ดินของตนแต่ต้องก่อกำแพง หรือทำรั้วตามแนวเขตนั้น

  54. ๑๓๔๖

    ถ้ามีต้นไม้อยู่บนแนวเขตที่ดินท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เจ้าของที่ดินทั้งสองข้างเป็นเจ้าของต้นไม้ วมกัน ดอกผลเป็นของเจ้าของที่ดินคนละส่วนเสมอกัน และถ้าตัดต้นลงไซร้ ไม้นั้นเป็นของเจ้าของที่ดินคนละส่วนดุจกัน เจ้าของแต่ละฝ่ายจะต้องการให้ขุดหรือตัดต้นไม้ก็ได้ ค่าใช้จ่ายในการนั้นต้องเสีย เท่ากันทั้งสองฝ่ายแต่ถ้าเจ้าของอีกฝ่ายหนึ่งสละสิทธิในต้นไม้ไซร้ ฝ่ายที่ต้องการขุดหรือตัดต้อง เสียค่าใช้จ่ายฝ่ายเดียว ถ้าต้นไม้นั้นเป็นหลักเขตและจะหาหลักเขตอื่นไม่เหมาะเหมือน ท่านว่าฝ่าย หนึ่งฝ่ายใดจะต้องการให้ขุดหรือตัดไม่ได้

  55. ๑๓๔๗

    เจ้าของที่ดินอาจตัดรากไม้ซึ่งรุกเข้ามาจากที่ดินติดต่อและเอาไว้ เสีย ถ้ากิ่งไม้ยื่นล้ำเข้ามา เมื่อเจ้าของที่ดินได้บอกผู้ครอบครองที่ดินติดต่อให้ตัดภายในเวลาอัน สมควรแล้วแต่ผู้นั้นไม่ตัด ท่านว่าเจ้าของที่ดินตัดเอาเสียได้

  56. ๑๓๔๘

    ดอกผลแห่งต้นไม้ที่หล่นตามธรรมดาลงในที่ดินติดต่อแปลงใด ท่านให้สันนิษฐานไว้่อนว่าเป็นดอกผลของที่ดินแปลงนั้น

  57. ๑๓๔๙

    ที่ดินแปลงใดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทาง สาธารณะได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ ที่ดินแปลงใดมีทางออกได้แต่เมื่อต้องข้ามสระ บึง หรือทะเล หรือมีที่ชันอัน ระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมากไซร้ ท่านว่าให้ใช้ความในวรรคต้นบังคับ ที่และวิธีทำทางผ่านนั้นต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิจะผ่านกับ ทั้งให้คำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายแต่น้อยที่สุดที่จะเป็นได้ถ้าจำเป็น ผู้ มีสิทธิจะผ่านจะสร้างถนนเป็นทางผ่านก็ได้ผู้มีสิทธิจะผ่านต้องใช้ค่าทดแทน ให้แก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่เพื่อความเสียหายอันเกิดแต่เหตุที่มีทางผ่านนั้นค่าทดแทนนั้น นอกจากค่าเสียหายเพราะสร้างถนนท่ นว่าจะกำหนดเป็นเงินรายปีก็ได้

  58. ๑๓๕๐

    ถ้าที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเป็นเหตุให้แปลงหนึ่งไม่มี ทางออกไปสู่ทางสาธารณะไซร้ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินตามมาตรา ก่อนได้เฉพาะบนที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันและไม่ต้องเสียค่าทดแทน

  59. ๑๓๕๑

    เจ้าของที่ ดินเมื่อบอกล่วงหน้าตามสมควรแล้ว อาจใช้ที่ดิน ติดต่อเพียงที่จำเป็นในการปลูกสร้างหรือซ่อมแซมรั้ว กำแพง หรือโรงเรือน ตรงหรือใกล้แนวเขต ของตนแต่จะเข้าไปในเรือนที่อยู่ของเพื่อนบ้านข้างเคียงไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอม ถ้าได้ก่อความเสียหายให้เกิดขึ้นไซร้ ท่านว่าเพื่อนบ้านข้างเคียงจะเรียกเอาค่า ทดแทนก็ได้

  60. ๑๓๕๒

    ท่านว่าถ้าเจ้าของที่ดินได้รับค่าทดแทนตามสมควรแล้วต้องยอม ให้ผู้อื่นวางท่อน้ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้ หรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ ยกันผ่านที่ดินของตน เพื่อประโยชน์ แก่ที่ดินติดต่อ ซึ่งถ้าไม่ยอมให้ผ่านก็ไม่มีทางจะวางได้ หรือถ้าจะวางได้ก็เปลืองเงินมากเกินควร แต่เจ้าของที่ดินอาจให้ยกเอาประโยชน์ของตนขึ้นพิจารณาด้วย เมื่อมีเหตุผลพิเศษ ถ้าจะต้องวางเหนือพื้นดินไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินอาจเรียก ให้ซื้อที่ดินของตนบางส่วนตามควรที่จะใช้ในการนั้น โดยราคาคุ้มค่าที่ดินและค่าทดแทนความ เสียหาย ซึ่งอาจมีเพราะการขายนั้นด้วย ถ้าพฤติการณ์เปลี่ยนไป เจ้าของที่ดินอาจเรียกให้ย้ายถอนสิ่งที่วางนั้นไปไว้ ณ ส่วนอื่นแห่งที่ดินของตนตามแต่จะเหมาะแก่ประโยชน์แห่งเจ้าของที่ดิน ค่าย้ายถอนนั้น เจ้าของที่ดินติดต่อเป็นผู้เสีย แต่ถ้ามีพฤติการณ์พิเศษไซร้ ท่านว่า จะให้เจ้าของที่ดินอีกฝ่ายหนึ่งช่วยเสียค่าย้ายถอนตามส่วนอันควรก็ได้

  61. ๑๓๕๓

    บุคคลอาจพาปศุสัตว์ของตนผ่านหรือเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นซึ่ง มิได้กั้นเพื่อไปเลี้ยง และอาจเข้าไปเอาน้ำในบ่อหรือสระในที่เช่นว่านั้นมาใช้ได้ เว้นแต่ที่ดินเป็นที่ เพาะปลูก หรือเตรียมเพื่อเพาะปลูก หว่านหรือมีธัญชาติขึ้นอยู่แล้ว แต่ท่านว่าเจ้าของที่ดินย่อม ห้ามได้เสมอ

  62. ๑๓๕๔

    ถ้ามีจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นให้ทำได้และถ้าเจ้าของไม่ห้าม บุคคลอาจเข้าไปในที่ป่า ที่ดิน หรือในที่ีหญ้าเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นที่ดินของผู้อื่น เพื่ อเก็บฟืน หรือ ผลไม้ป่า ผักเห็ด และสิ่งเช่นกัน

  63. ๑๓๕๕

    เจ้าของที่ดินริมทางน้ำ หรือมีทางน้ำผ่าน ไม่มีสิทธิจะชักเอาน้ำไว้ เกินกว่าที่จำเป็นแก่ประโยชน์ของตนตามควร ให้เป็นเหตุเสื่อมเสียแก่ที่ดินแปลงอื่นซึ่งอยู่ตามทาง น้ำนั้น

  64. หมวด ๓ กรรมสิทธิ์รวม

    11 มาตรา
  65. ๑๓๕๖

    ถ้าทรัพย์สินเป็นของบุคคลหลายคนรวมกัน ท่านให้ใช้บทบัญญัติ ในหมวดนี้บังคับเว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่ งอื่น

  66. ๑๓๕๗

    ท่ นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน

  67. ๑๓๕๘

    ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมมีสิทธิจัดการทรัพย์สิน รวมกัน ในเรื่องจัดการตามธรรมดา ท่านว่าพึงตกลงโดยคะแนนข้างมากแห่งเจ้าของรวม แต่เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ อาจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในทางจัดการตามธรรมดาได้เว้นแต่ฝ่ายข้างมากได้ ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น แต่เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ อาจทำการเพื่อรักษาทรัพย์สินได้เสมอ ในเรื่องจัดการอันเป็นสาระสำคัญ ท่านว่าต้องตกลงกันโดยคะแนนข้างมากแห่ง เจ้าของรวม และคะแนนข้างมากนั้นต้องมีส่วนไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งแห่งค่าทรัพย์สิน การเปลี่ยนแปลงวัตถุที่ประสงค์นั้น ท่านว่าจะตกลงกันได้ก็แต่เมื่อเจ้าของรวม เห็นชอบทุ คน

  68. ๑๓๕๙

    เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไป ถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก แต่ในการเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนนั้น ท่านว่าต้อง อยู่ในบังคับแห่งเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๐๒แห่งประมวลกฎหมายนี้

  69. ๑๓๖๐

    เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ มีสิทธิใช้ทรัพย์สินได้ แต่การใช้นั้นต้องไม่ ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่นๆ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมคนหนึ่งๆ มีสิทธิได้ดอกผลตามส่วนของ ตนที่มีในทรัพย์สินนั้น

  70. ๑๓๖๑

    เจ้าของรวมคนหนึ่งๆจะจำหน่ายส่วนของตน หรือจำนอง หรือ ก่อให้เกิดภาระติดพันก็ได้ แต่ตัวทรัพย์สินนั้นจะจำหน่าย จำนำ จำนอง หรือก่อให้เกิดภาระติดพันได้ก็แต่ ด้วยความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน ถ้าเจ้าของรวมคนใดจำหน่ายจำนำ จำนองหรือก่อให้เกิดภาระติดพันทรัพย์สิน โดยมิได้รับความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน แต่ภายหลังเจ้าของรวมคนนั้นได้เป็นเจ้าของ ทรัพย์สินแต่ผู้เดียวไซร้ ท่านว่านิติกรรมนั้นเป็นอันสมบูรณ์

  71. ๑๓๖๒

    เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ จำต้องช่วยเจ้าของรวมคนอื่นๆ ตามส่วน ของตนในการออกค่าจัดการ ค่าภาษีอากร และค่ารักษา กับทั้งค่าใช้ทรัพย์สินรวมกัด้วย

  72. ๑๓๖๓

    เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ มีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้ เว้นแต่จะ มีนิติกรรมขัดอยู่ หรือถ้าวัตถุที่ประสงค์ที่เป็นเจ้าของรวมกันั้นมีลักษณะเป็นการถาวร ก็เรียกให้ แบ่งไม่ได้ สิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินนั้น ท่านว่ จะตัดโดยนิติกรรมเกิ คราวละสิบปีไม่ได้ ท่านว่าเจ้าของรวมจะเรียกให้แบ่งทรัพย์สินในเวลาที่ไม่เป็นโอกาสอันควรไม่ได้

  73. ๑๓๖๔

    การแบ่งทรัพย์สินพึงกระทำโดยแบ่งทรัพย์สินนั้นเองระหว่าง เจ้าของรวม หรือโดยขายทรัพย์สินแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกัน ถ้ เจ้าของรวมไม่ตกลงกัว่าจะแบ่งทรัพย์ินอย่างไรไซร้ เมื่อเจ้าของรวมคนหนึ่ง คนใดขอศาลอาจสั่งให้เอาทรัพย์สินนั้นออกแบ่ง ถ้าส่วนที่แบ่งให้ไม่เท่ากันไซร้ จะสั่งให้ทดแทน กันเป็นเงินก็ได้ ถ้าการแบ่งเช่นว่านี้ไม่อาจทำได้หรือจะเสียหายมากนักก็ดี ศาลจะสั่งให้ขายโดย ประมูลราคากันระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาดก็ได้

  74. ๑๓๖๕

    ถ้ เจ้าของรวมต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อบุคคลภายนอกในหนี้อัน เกี่ยวกับทรัพย์สินรวม หรือในหนี้ซึ่งได้ก่อขึ้นใหม่เพื่อชำระหนี้เดิมดั่งว่านั้นก็ดี ในเวลาแบ่งเจ้าของ รวมคนหนึ่งๆจะเรียกให้เอาทรัพย์สินรวมนั้นชำระหนี้เสียก่อ หรือให้เอาเป็นประกันก็ได้ ถ้าเจ้าของรวมคนหนึ่งต้องรับผิดต่อเจ้าของรวมคนอื่นในหนี้ ซึ่งเกิดจากการเป็น เจ้าของรวม หรือในหนี้ซึ่งได้ก่อขึ้นใหม่เพื่อชำระหนี้เดิมดั่งว่านั้นก็ดี ในเวลาแบ่ง เจ้าของรวมผู้ เป็นเจ้าหนี้จะเรียกให้เอาส่วนซึ่งจะได้แก่ลูกหนี้ของตนในทรัพย์สินรวมนั้นชำระหนี้เสียก่อน หรือ ให้เอาเป็นประกันก็ได้ สิทธิที่กล่าวมาข้างต้ นี้อาจใช้แก่ผู้รับโอน หรือผู้สืบกรรมสิทธิ์ในส่วนของเจ้าของ รวมนั้น ถ้าจำเป็นจะต้องขายทรัพย์สินรวมไซร้ ท่านให้นำบทบัญญัติมาตราก่อนมาใช้ บังคับ

  75. ๑๓๖๖

    เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ ต้องรับผิดตามส่วนของตนเช่นเดียวกับ ผู้ขายในทรัพย์สินซึ่งเจ้าของรวมคนอื่นๆ ได้รับไปในการแบ่ง

  76. ลักษณะ ๓ ครอบครอง

    20 มาตรา
  77. ๑๓๖๗

    บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน ท่านว่า บุคคลนั้นได้ซึ่งสิทธิครอบครอง

  78. ๑๓๖๘

    บุ คลอาจได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยผู้อื่นยึดถือไว้ให้

  79. ๑๓๖๙

    บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคล นั้นยึดถือเพื่อตน

  80. ๑๓๗๐

    ผู้ครอบครองนั้น ท่านให้สันิษฐานไว้ก่อนว่าครอบครองโดย สุจริตโดยความสงบและโดยเปิดเผย

  81. ๑๓๗๑

    ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดครอบครองทรัพย์สินเดียวกันสองคราว ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นได้ครอบครองติดต่อกันตลอดเวลา

  82. ๑๓๗๒

    สิทธิซึ่งผู้ครอบครองใช้ในทรัพย์สินที่ครอบครองนั้นท่านให้ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสิทธิซึ่งผู้ครอบครองมีตามกฎหมาย

  83. ๑๓๗๓

    ถ้าทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดไว้ในทะเบียนที่ดิน ท่าน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง

  84. ๑๓๗๔

    ถ้ ผู้ครอบครองถู รบกวนในการครอบครองทรัพย์สิน เพราะมี ผู้สอดเข้าเกี่ยวข้องโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะให้ปลดเปลื้องการ รบกวนนั้นได้ ถ้าเป็นที่น่าวิตกว่าจะยังมีการรบกวนอีก ผู้ครอบครองจะขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้ การฟ้องคดีเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายในปีหนึ่งนับแต่ เวลาถูกรบกวน

  85. ๑๓๗๕

    ถ้าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไซร้ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครองเว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สิน ดีกว่าซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากผู้ครอบครองได้ การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายในปีหนึ่งนับแต่ เวลาถูกแย่งการครอบครอง

  86. ๑๓๗๖

    ถ้าจะต้องส่งทรัพย์สินคืนแก่บุคคลผู้มีสิทธิเอาคืนไซร้ท่านให้นำ บทบัญญัติมาตรา ๔๑๒ถึง ๔๑๘แห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับโดย อนุโลม

  87. ๑๓๗๗

    ถ้าผู้ครอบครองสละเจตนาครอบครองหรือไม่ยึดถือทรัพย์สิน ต่อไปไซร้ การครอบครองย่อมสุดสิ้นลง ถ้าเหตุอันมีสภาพเป็นเหตุชั่วคราวมีมาขัดขวางมิให้ผู้ครอบครองยึดถือทรัพย์สิน ไซร้ ท่านว่าการครอบครองไม่สุดสิ้นลง

  88. ๑๓๗๘

    การโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นย่อมทำได้โดยส่งมอบทรัพย์สิน ที่ครอบครอง

  89. ๑๓๗๙

    ถ้าผู้รับโอนหรือผู้แทนยึดถือทรัพย์สินอยู่แล้ว ท่านว่าการโอนไป ซึ่งการครอบครองจะทำเพียงแสดงเจตนาก็ได้

  90. ๑๓๘๐

    การโอนไปซึ่งการครอบครองย่อมเป็นผล แม้ผู้โอนยังยึดถือ ทรัพย์สินอยู่ ถ้าผู้โอนแสดงเจตนาว่ ต่อไปจะยึดถือทรัพย์สินนั้นแทนผู้รับโอน ถ้าทรัพย์สินนั้นผู้แทนของผู้โอนยึดถืออยู่ การโอนไปซึ่งการครอบครองจะทำโดย ผู้โอนสั่งผู้แทนว่ ต่อไปให้ยึดถือทรัพย์สินไว้แทนผู้รับโอนก็ได้

  91. ๑๓๘๑

    บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนผู้ครอบครอง บุคคลนั้นจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าไม่เจตนาจะ ยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไป หรือตนเองเป็นผู้ครอบครองโดยสุจริต อาศัยอำนาจใหม่ อันได้จากบุคคลภายนอก

  92. ๑๓๘๒

    บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดย เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้า เป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์

  93. ๑๓๘๓

    ทรัพย์สินอันได้มาโดยการกระทำผิดนั้น ท่านว่าผู้กระทำผิดหรือ ผู้รับโอนไม่สุจริตจะได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความก็แต่เมื่อพ้นกำหนดอายุความอาญาหรือพ้นเวลาที่ กำหนดไว้ในมาตราก่อนถ้ากำหนดไหนยาวกว่า ท่านให้ใช้กำหนดนั้น

  94. ๑๓๘๔

    ถ้ ผู้ รอบครองขาดยึดถือทรัพย์สินโดยไม่ มัรและได้คื ภายในเวลาปีหนึ่งนับตั้งแต่วันขาดยึดถือหรือได้คืนโดยฟ้องคดีภายในกำหนดนั้นไซร้ ท่านมิให้ถือ ว่าการครอบครองสะดุดหยุดลง

  95. ๑๓๘๕

    ถ้าโอนการครอบครองแก่กันผู้รับโอนจะนับเวลาซึ่งผู้โอน ครอบครองอยู่ก่อนนั้นรวมเข้ากับเวลาครอบครองของตนก็ได้ ถ้าผู้รับโอนนับรวมเช่นนั้น และถ้ามี ข้อบกพร่องในระหว่างครอบครองของผู้โอนไซร้ ท่านว่าข้อบกพร่องนั้นอาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้รับ โอนได้

  96. ๑๓๘๖

    บทบัญญัติว่าด้วยอายุความในประมวลกฎหมายนี้ท่านให้ใช้ บังคับในเรื่องอายุความได้สิทธิอันกล่าวไว้ในลักษณะนี้โดยอนุโลม

  97. ลักษณะ ๔ ภาระจำยอม

    15 มาตรา
  98. ๑๓๘๗

    อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในภาระจำยอมอันเป็นเหตุให้ เจ้าของต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์ินของตนหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิ บางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้น เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น

  99. ๑๓๘๘

    เจ้าของสามยทรัพย์ไม่มีสิทธิทำการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์ หรือในสามยทรัพย์ซึ่งทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์

  100. ๑๓๘๙

    ถ้าความต้องการแห่งเจ้าของสามยทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป ท่านว่า ความเปลี่ยนแปลงนั้ ไม่ให้สิทธิแก่เจ้าของสามยทรัพย์ที่จะทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ ได้

  101. ๑๓๙๐

    ท่านมิให้เจ้าของภารยทรัพย์ประกอบกรรมใดๆอันจะเป็นเหตุ ให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก

  102. ๑๓๙๑

    เจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษา และใช้ภาระจำยอมแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเองในการนี้เจ้าของสามยทรัพย์จะก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ภารยทรัพย์ได้ก็แต่น้อยที่สุดตามพฤติการณ์ เจ้าของสามยทรัพย์ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเองรักษาซ่อมแซมการที่ได้ทำไปแล้ว ให้เป็นไปด้วยดี แต่ถ้าเจ้าของภารยทรัพย์ได้รับประโยชน์ด้วยไซร้ ท่านว่ ต้องออกค่าใช้จ่ายตาม ส่วนแห่งประโยชน์ที่ได้รับ

  103. ๑๓๙๒

    ถ้าภาระจำยอมแตะต้องเพียงส่วนหนึ่งแห่งภารยทรัพย์ เจ้าของ ทรัพย์นั้นอาจเรียกให้ย้ายไปยังส่วนอื่นก็ได้ แต่ต้องแสดงได้ว่าการย้ายนั้นเป็นประโยชน์แก่ตนและ รับเสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ต้องไม่ทำให้ความสะดวกของเจ้าของสามยทรัพย์ลดน้อยลง

  104. ๑๓๙๓

    ถ้ามิได้ำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในนิติกรรมอันก่อให้เกิดภาระจำ ยอมไซร้ท่านว่าภาระจำยอมย่อมติดไปกับสามยทรัพย์ซึ่งได้จำหน่าย หรือตกไปในบังคับแห่งสิทธิ อื่น ท่านว่าจะจำหน่าย หรือทำให้ภาระจำยอมตกไปในบังคับแห่งสิทธิอื่นต่างหากจาก สามยทรัพย์ไม่ได้

  105. ๑๓๙๔

    ถ้ มีการแบ่งแยกภารยทรัพย์ ท่านว่าภาระจำยอมยังคงมีอยู่ทุก ส่วนที่แยกออก แต่ถ้าในส่วนใดภาระจำยอมนั้นไม่ใช้และใช้ไม่ได้ตามรูปการ ท่านว่าเจ้าของส่วน นั้นจะเรียกให้พ้นจากภาระจำยอมก็ได้

  106. ๑๓๙๕

    ถ้ามีการแบ่งแยกสามยทรัพย์ ท่านว่าภาระจำยอมยังคงมีอยู่เพื่อ ประโยชน์แก่ทุ ส่วนที่แยกออกนั้ แต่ถ้าภาระจำยอมนั้ ไม่ใช้และใช้ไม่ได้ตามรูปการเพื่อ ประโยชน์แก่ส่วนใดไซร้ ท่านว่าเจ้าของภารยทรัพย์จะเรียกให้พ้นจากภาระจำยอมอันเกี่ยวกับ ทรัพย์ส่วนนั้นก็ได้

  107. ๑๓๙๖

    ภาระจำยอมซึ่งเจ้าของรวมแห่งสามยทรัพย์คนหนึ่งได้มา หรือใช้ อยู่นั้น ท่านให้ถือว่าเจ้าของรวมได้มาหรือใช้อยู่ด้วยกันทุกคน

  108. ๑๓๙๗

    ถ้าภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์สลายไปทั้งหมดท่านว่าภาระจำ ยอมสิ้นไป

  109. ๑๓๙๘

    ถ้าภารยทรัพย์และสามยทรัพย์ตกเป็นของเจ้าของคนเดียวกัน ท่านว่าเจ้าของจะให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมก็ได้ แต่ถ้ายังมิได้เพิกถอนทะเบียนไซร้ ภาระจำยอมยังคงมีอยู่ในส่วนบุคคลภายนอก

  110. ๑๓๙๙

    ภาระจำยอมนั้น ถ้ามิได้ใช้ิบปี ท่านว่าย่อมสิ้นไป

  111. ๑๔๐๐

    ถ้าภาระจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ไซร้ ท่านว่าภาระจำ ยอมนั้นสิ้นไป แต่ถ้าความเป็นไปมีทางให้กลับใช้ภาระจำยอมได้ไซร้ ท่านว่าภาระจำยอมนั้นกลับมี ขึ้นอีกแต่ต้องยังไม่พ้นอายุความที่ระบุไว้ในมาตราก่อน ถ้าภาระจำยอมยังเป็นประโยชน์แก่สามยทรัพย์อยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับภาระอัน ตกอยู่แก่ภารยทรัพย์แล้ว ประโยชน์นั้นน้อยนักไซร้ ท่านว่าเจ้าของภารยทรัพย์จะขอให้พ้นจาก ภาระจำยอมทั้งหมด หรือแต่บางส่วนก็ได้ แต่ต้องใช้ค่าทดแทน

  112. ๑๔๐๑

    ภาระจำยอมอาจได้มาโดยอายุความท่านให้นำบทบัญญัติว่าด้วย อายุความได้สิทธิอันกล่าวไว้ในลักษณะ ๓แห่งบรรพนี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  113. ลักษณะ ๕ อาศัย

    8 มาตรา
  114. ๑๔๐๒

    บุคคลใดได้รับสิทธิอาศัยในโรงเรือน บุคคลนั้นย่อมมีสิทธิอยู่ใน โรงเรือนนั้นโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า

  115. ๑๔๐๓

    สิทธิอาศัยนั้น ท่านว่าจะก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลาหรือตลอด ชีวิตของผู้อาศัยก็ได้ ถ้าไม่มีกำหนดเวลา ท่านว่าสิทธินั้นจะเลิกเสียในเวลาใดๆก็ได้แต่ต้องบอก ล่วงหน้าแก่ผู้อาศัยตามสมควร ถ้าให้สิทธิอาศัยโดยมีกำหนดเวลา กำหนดนั้นท่านมิให้เกินสามสิบปีถ้ากำหนดไว้ นานกว่านั้น ให้ลดลงมาเป็นสามสิบปี การให้สิทธิอาศัยจะต่ออายุก็ได้แต่ต้องกำหนดเวลาไม่เกิน สามสิบปีนับแต่วันทำต่อ

  116. ๑๔๐๔

    สิทธิอาศัยนั้นจะโอนกันไม่ได้แม้โดยทางมรดก

  117. ๑๔๐๕

    สิทธิอาศัยนั้ ถ้ามิได้จำกัดไว้ชัดแจ้งว่าให้เพื่อประโยชน์แก่ผู้ อาศัยเฉพาะตัวไซร้ บุคคลในครอบครัวและในครัวเรือนของผู้อาศัยจะอยู่ด้วยก็ได้

  118. ๑๔๐๖

    ถ้าผู้ให้อาศัยมิได้ห้ามไว้ชัดแจ้ง ผู้อาศัยจะเก็บเอาดอกผล ธรรมดาหรือผลแห่งที่ดิน มาใช้เพียงที่จำเป็นแก่ความต้องการของครัวเรือนก็ได้

  119. ๑๔๐๗

    ผู้ให้อาศัยไม่จำต้องบำรุงรักษาทรัพย์สินให้อยู่ในความซ่อมแซม อันดี ผู้อาศัยจะเรียกให้ชดใช้ค่าใช้จ่าย ซึ่งได้ออกไปในการทำให้ทรัพย์สินดีขึ้นหาได้ไม่

  120. ๑๔๐๘

    เมื่อสิทธิอาศัยสิ้นลง ผู้อาศัยต้องส่งทรัพย์สินคืนแก่ผู้ให้อาศัย

  121. ๑๔๐๙

    ท่านให้ำบทบัญญัติแห่ ประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยหน้าที่และ ความรับผิดของผู้เช่าอันกล่าวไว้ในมาตรา ๕๕๒ถึง ๕๕๕มาตรา ๕๕๘,๕๖๒และ๕๖๓มาใช้ บังคับโดยอนุโลม

  122. ลักษณะ ๖ สิทธิเหนือพื้นดิน

    7 มาตรา
  123. ๑๔๑๐

    เจ้าของที่ดินอาจก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดินเป็นคุณแก่บุคคลอื่น โดยให้บุคคลนั้นมีิทธิเป็นเจ้าของโรงเรือ สิ่งปลูกสร้า หรือสิ่งเพาะปลูก บนดินหรือใต้ดินนั้น

  124. ๑๔๑๑

    ถ้ มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่ ในนิติกรรมอัก่อให้เกิดสิทธิเหนือ พื้นดินไซร้ ท่านว่าสิทธินั้นอาจโอนได้และรับมรดกกันได้

  125. ๑๔๑๒

    สิทธิเหนือพื้นดินนั้นจะก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลาหรือตลอด ชีวิตเจ้าของที่ดิน หรือตลอดชีวิตผู้ทรงสิทธิเหนือพื้นดินนั้นก็ได้ ถ้ ก่อให้เกิดสิทธิพื้ ดิ โดยมีกำหนดเวลาไซร้ ท่ นให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔๐๓วรรค๓มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  126. ๑๔๑๓

    ถ้าสิทธิเหนือพื้นดินนั้นไม่มีกำหนดเวลาไซร้ ท่านว่าคู่กรณีฝ่ายใด จะบอกเลิกเสียในเวลาใดก็ได้ แต่ต้องบอกล่วงหน้าแก่อีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร ถ้ามีค่าเช่าซึ่ง จำต้องให้แก่กันไซร้ ท่านว่าต้องบอกล่วงหน้าปีหนึ่ง หรือให้ค่าเช่าปีหนึ่ง

  127. ๑๔๑๔

    ถ้าผู้ทรงสิทธิเหนือพื้นดิ ละเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอันเป็น สาระสำคัญซึ่งระบุไว้ในนิติกรรมก่อตั้งสิทธินั้นก็ดี หรือถ้ามีค่าเช่าซึ่งจะต้องให้แก่กัน แต่ผู้ทรงสิทธิ เหนือพื้นดินละเลยไม่ชำระถึงสองปีติดๆกันก็ดี ท่านว่าคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิกสิทธิเหนือ พื้นดินก็ได้

  128. ๑๔๑๕

    สิทธิเหนือพื้นดินไม่สิ้นไปโดยเหตุที่โรงเรือ สิ่งปลูกสร้างหรือสิ่ง เพาะปลูกสลายไปแม้การสลายนั้นจะเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย

  129. ๑๔๑๖

    เมื่อสิทธิเหนือพื้นดินสิ้นไป ผู้ทรงสิทธิจะรื้อถอนโรงเรือนสิ่งปลูก สร้าง สิ่งเพาะปลูกของตนไปก็ได้ แต่ต้องทำให้ที่ดินเป็นตามเดิม แต่ถ้ เจ้ ของที่ดิ จะไม่ยอมให้รื้อถอนไป และบอกเจตนาจะซื้อตามราคา ท้องตลาดไซร้ ท่านว่าผู้ทรงสิทธิเหนือพื้นดินจะไม่ยอมขายไม่ได้เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร

  130. ลักษณะ ๗ สิทธิเก็บกิน

    12 มาตรา
  131. ๑๔๑๗

    อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินอันเป็นเหตุ ให้ผู้ทรงสิทธินั้นมีิทธิครอบครองใช้และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้น ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน ผู้ทรงสิทธิเก็บกินในป่าไม้ เหมืองแร่ หรือที่ขุดหิน มีสิทธิท การแสวงประโยชน์ จากป่าไม้ เหมืองแร่ หรือที่ขุดหินนั้น

  132. ๑๔๑๘

    สิทธิเก็บกินนั้น จะก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดชีวิต แห่งผู้ทรงสิทธิก็ได้ ถ้ ไม่มีกำหนดเวลา ท่านในสันนิษฐานไว้่อนว่าสิทธิเก็บกินมีอยู่ตลอดชีวิตผู้ทรง สิทธิ ถ้ามีกำหนดเวลา ท่านให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔๐๓วรรค๓มาใช้บังคับโดย อนุโลม ถ้าผู้ทรงสิทธิเก็บกินถึงแก่ความตาย ท่านว่าสิทธินั้นย่อมสิ้นไปเสมอ

  133. ๑๔๑๙

    ถ้าทรัพย์สินสลายไปโดยไม่ได้ค่าทดแทนไซร้ ท่านว่าเจ้าของไม่ จำต้องทำให้คืนดี แต่ถ้าเจ้าของทำให้ทรัพย์สินคืนดีขึ้นเพียงใด ท่านว่าสิทธิเก็บกินก็กลับมีขึ้น เพียงนั้น ถ้าได้ค่าทดแทนไซร้ ท่านว่าเจ้าของหรือผู้ทรงสิทธิเก็บกิน ต้องทำให้ทรัพย์สินคืน ดีเพียงที่สามารถทำได้ตามจำนวนเงินค่าทดแทนที่ได้รับและสิทธิเก็บกินกลับมีขึ้นเพียงที่ทรัพย์สิน กลับคืนดี แต่ถ้าพ้นวิสัยที่จะทำให้กลับคืนดีได้ สิทธิเก็บกินก็เป็นอันสิ้นไป และค่าทดแทนนั้นต้อง แบ่งกันระหว่างเจ้าของทรัพย์สิน และผู้ทรงสิทธิเก็บกินตามส่วนแห่งความเสียหายของตน วิธีนี้ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมถึงกรณีซึ่งทรัพย์สินถูกบังคับซื้อ และกรณีซึ่ง ทรัพย์สินสลายไปแต่บางส่วน หรือการทำให้คืนดีนั้นพ้นวิสัยในบางส่วน

  134. ๑๔๒๐

    เมื่อสิทธิเก็บกินสิ้นลง ผู้ทรงสิทธิต้องส่งทรัพย์สินคืนแก่เจ้าของ ถ้าทรัพย์สินสลายไปหรือเสื่อมราคาลง ผู้ทรงสิทธิเก็บกินต้องรับผิด เว้นแต่จะ พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นมิได้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าผู้ทรงสิทธิเก็บกินใช้ทรัพย์สินสิ้นเปลืองไปโดยมิชอบท่านว่าต้องทำให้มีมา แทน ถ้าทรัพย์สินเสื่อมราคาเพราะการใช้ตามควรไซร้ ท่านว่าผู้ทรงสิทธิเก็บกินไม่ จำเป็นต้องให้ค่าทดแทน

  135. ๑๔๒๑

    ในการใช้สิทธิเก็บกินนั้น ผู้ทรงสิทธิต้องรักษาทรัพย์สินเสมอกับ ที่วิญญูชนพึงรัษาทรัพย์สินของตนเอง

  136. ๑๔๒๒

    ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในนิติกรรมอันก่อให้เกิดสิทธิเก็บ กินไซร้ ท่านว่ ผู้ ทรงสิทธินั้นจะโอนการใช้สิทธิของตนให้บุคคลภายนอกก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น เจ้าของทรัพย์สินอาจฟ้องร้องผู้รับโอนโดยตรง

  137. ๑๔๒๓

    เจ้าของทรัพย์สินจะคัดค้านมิให้ใช้ทรัพย์สินในทางอันมิชอบด้วย กฎหมายหรือมิสมควรก็ได้ ถ้าเจ้าของพิสูจน์ได้ว่าสิทธิของตนตกอยู่ในภยันตรายท่านว่าจะเรียกให้ผู้ทรง สิทธิเก็บกินหาประกันให้ก็ได้ เว้นแต่ในกรณีซึ่งผู้ให้ทรัพย์สินสงวนสิทธิเก็บกินในทรัพย์สินนั้นไว้ เพื่อตนเอง ถ้าผู้ทรงสิทธิเก็บกินละเลยไม่หาประกันมาให้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งกำหนดให้ เพื่อการนั้น หรือถ้าผู้ทรงสิทธิเก็บกินมินำพาต่อคำคัดค้านแห่งเจ้าของยังคงใช้ทรัพย์สินนั้นในทาง อันมิชอบด้วยกฎหมายหรือมิสมควรไซร้ ท่านว่าศาลจะตั้งผู้รักษาทรัพย์เพื่อจัดการทรัพย์สินแทน ผู้ทรงสิทธิเก็บกินก็ได้ แต่เมื่อหาประกันมาให้แล้ว ศาลจะถอนผู้รักษาทรัพย์ที่ตั้งขึ้นไว้นั้นก็ได้

  138. ๑๔๒๔

    ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจำต้องสงวนภาวะแห่งทรัพย์สินมิให้เปลี่ยนไป ในสาระสำคัญ กับต้องบำรุงรักษาปกติและซ่อมแซมเล็กน้อยด้วย ถ้าจำเป็นต้องซ่อมแซมใหญ่ หรือมีการสำคัญอันต้องทำเพื่อรักษาทรัพย์สินไซร้ ท่านว่าผู้ทรงสิทธิเก็บกินต้องแจ้งแก่เจ้าของทรัพย์สินโดยพลันและต้องยอมให้จัดทำการนั้นๆ ไป ถ้าเจ้าของทรัพย์ินละเลยเสียท่านว่าผู้ทรงสิทธิเก็บกินจะจัดทำการนั้นไปโดยให้เจ้าของทรัพย์สิน ออกค่าใช้จ่ายก็ได้

  139. ๑๔๒๕

    ค่าใช้จ่ายอันเป็นการจรนั้น ท่านว่าเจ้าของต้องเป็นผู้ออก แต่เพื่อ จะออกค่าใช้จ่ายเช่นว่านี้ หรือค่าใช้จ่ายตามความในมาตราก่อนเจ้าของจะจำหน่ายทรัพย์สิน บางส่วนก็ได้ เว้นแต่ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจะเต็มใจทดรองเงินตามที่จำเป็นโดยไม่คิดดอกเบี้ย

  140. ๑๔๒๖

    ในระหว่ งที่สิทธิเก็บกิ ยังมีอยู่ ผู้ทรงสิทธิต้องออกค่าใช้จ่ายใน การจัดการทรัพย์สินตลอดจนเสียภาษีอากรกับทั้งต้องใช้ดอกเบี้ยหนี้สินซึ่งติดพันทรัพย์สินนั้น

  141. ๑๔๒๗

    ถ้าเจ้าของทรัพย์สินต้องการ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจำต้องเอา ทรัพย์สินประกันวินาศภัยเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของทรัพย์สิน และถ้าทรัพย์สินนั้นได้เอาประกันภัย ไว้แล้วผู้ทรงสิทธิเก็บกินต้องต่อสัญญาประกันนั้นเมื่อถึงคราวต่อผู้ ทรงสิทธิเก็บกินต้องเสียเบี้ยประกันระหว่างที่สิทธิของตนยังมีอยู่

  142. ๑๔๒๘

    คดีอันเกี่ยวกับสิทธิเก็บกิ ในระหว่างเจ้าของทรัพย์สินกับผู้ทรง สิทธิเก็บกิน หรือผู้รับโอนนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อเกินปีหนึ่งนับแต่วันสิทธิเก็บกินสุดสิ้นลง แต่ ในคดีที่เจ้าของทรัพย์สินเป็นโจทก์นั้น ถ้าเจ้าของไม่อาจรู้ว่าสิทธิเก็บกินสุดสิ้นลงเมื่อใด ท่านให้นับ อายุความปีหนึ่ง้นตั้งแต่เวลาที่เจ้าของทรัพย์สินได้รู้ หรือควรรู้ว่าสิทธิเก็บกินสุดสิ้นลง - ๒๗๒

  143. ลักษณะ ๘ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์

    6 มาตรา
  144. ๑๔๒๙

    อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในภาระติดพัน อันเป็นเหตุให้ ผู้รับประโยชน์ีสิทธิได้รับการชำระหนี้เป็นคราวๆจากทรัพย์สินนั้น หรือได้ใช้และถือเอาซึ่ง ประโยชน์แห่งทรัพย์สินตามที่ระบุไว้

  145. ๑๔๓๐

    ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์นั้น จะก่อให้เกิดโดยมี กำหนดเวลาหรือตลอดชีวิตแห่งผู้รับประโยชน์ก็ได้ ถ้าไม่มีกำหนดเวลา ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์มี อยู่ตลอดชีวิตผู้รับประโยชน์ ถ้ มีกำหนดเวลา ท่านให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔๐๓วรรค๓มาใช้บังคับโดย อนุโลม

  146. ๑๔๓๑

    ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในนิติกรรมอันก่อให้เกิดภาระติด พันไซร้ ท่านว่าภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์นั้นจะโอนกันไม่ได้แม้โดยทางมรดก

  147. ๑๔๓๒

    ถ้าผู้รับประโยชน์ละเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอันเป็นสาระสำคัญ ซึ่งระบุไว้ในนิติกรรมก่อตั้งภาระติดพันนั้นไซร้ ท่านว่าคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิ สิทธิของผู้รับ ประโยชน์เสียก็ได้

  148. ๑๔๓๓

    ถ้าเจ้าของทรัพย์สินมิได้ชำระหนี้ตามภาระติดพันไซร้ ท่านว่า นอกจากทางแก้สำหรับการไม่ชำระหนี้ ผู้รับประโยชน์อาจขอให้ศาลตั้งผู้รักษาทรัพย์เพื่อจัดการ ทรัพย์สินและชำระหนี้แทนเจ้าของ หรือสั่งให้เอาทรัพย์สินออกขายทอดตลาดและเอาเงินที่ขายได้ จ่ายให้ผู้รับประโยชน์ตามจำนวนที่ควรได้ เพราะเจ้าของทรัพย์สินไม่ชำระหนี้กับทั้งค่าแห่งภาระติด พันด้วย ถ้าเจ้าของทรัพย์สินหาประกันมาให้แล้ว ศาลจะไม่ออกคำสั่งตั้งผู้รักษาทรัพย์ หรือคำสั่งขายทอดตลาด หรือจะถอนผู้รักษาทรัพย์ที่ตั้งขึ้นไว้นั้น ก็ได้

  149. ๑๔๓๔

    ท่านให้นำมาตรา ๑๓๘๘ถึง ๑๓๙๕และมาตรา ๑๓๙๗ถึง ๑๔๐๐มาใช้บังคับถึงภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์โดยอนุโลม - ๒๗๓

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

-

๑)บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง

_________

โดยธรรมในลำดับและชั้นต่าง ๆ

ในลำดับและชั้นต่างๆ

หรือข้อกำหนดพินัยกรรม

ข้อกำหนดพินัยกรรม

และการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C.pdf362 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:bd3b78a8a9abebedec47739ee24d3f19bb82c3c798f69fe50786c5668dcdea92ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:16.713Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์