ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 bd3b78a8… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- บรรพ ๑ หลักทั่วไปมาตรา ๔–๑๙๓/๓๕ · 225 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔–๑๔ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๒ บุคคลมาตรา ๑๕–๑๓๖ · 122 มาตรา
- หมวด ๑ บุคคลธรรมดามาตรา ๑๕–๖๔ · 50 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ สภาพบุคคลมาตรา ๑๕–๑๘ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ความสามารถมาตรา ๑๙–๓๖ · 18 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนามาตรา ๓๗–๔๗ · 11 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ สาบสูญมาตรา ๔๘–๖๔ · 17 มาตรา
- หมวด ๒ นิติบุคคลมาตรา ๖๕–๑๓๖ · 72 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕–๗๗ · 13 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ สมาคมมาตรา ๗๘–๑๐๙ · 32 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ มูลนิธิมาตรา ๑๑๐–๑๓๖ · 27 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ทรัพย์มาตรา ๑๓๗–๑๔๘ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๔ นิติกรรมมาตรา ๑๔๙–๑๙๓ · 45 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๔๙–๑๕๓ · 5 มาตรา
- หมวด ๒ การแสดงเจตนามาตรา ๑๕๔–๑๗๑ · 18 มาตรา
- หมวด ๓ โมฆะกรรมและโมฆียะกรรมมาตรา ๑๗๒–๑๘๑ · 10 มาตรา
- หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลามาตรา ๑๘๒–๑๙๓ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๕ ระยะเวลามาตรา ๑๙๓/๑–๑๙๓/๘ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๓๕ · 27 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๓/๙–๑๙๓/๒๙ · 21 มาตรา
- หมวด ๒ กำหนดอายุความมาตรา ๑๙๓/๓๐–๑๙๓/๓๕ · 6 มาตรา
- บรรพ ๒ หนี้มาตรา ๑๙๔–๔๕๒ · 259 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๙๔–๓๕๓ · 160 มาตรา
- หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้มาตรา ๑๙๔–๒๐๒ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ ผลแห่งหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๘๙ · 87 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้มาตรา ๒๐๓–๒๒๕ · 23 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิมาตรา ๒๒๖–๒๓๒ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้มาตรา ๒๓๓–๒๓๖ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉลมาตรา ๒๓๗–๒๔๐ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วงมาตรา ๒๔๑–๒๕๐ · 10 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ บุริมสิทธิมาตรา ๒๕๑–๒๘๙ · 39 มาตรา
- หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคนมาตรา ๒๙๐–๓๐๒ · 13 มาตรา
- หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้องมาตรา ๓๐๓–๓๑๓ · 11 มาตรา
- หมวด ๕ ความระงับหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๕๓ · 40 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การชำระหนี้มาตรา ๓๑๔–๓๓๙ · 26 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ปลดหนี้มาตรา ๓๔๐ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ หักกลบลบหนี้มาตรา ๓๔๑–๓๔๘ · 8 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ แปลงหนี้ใหม่มาตรา ๓๔๙–๓๕๒ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ หนี้เกลื่อนกลืนกันมาตรา ๓๕๓ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๒ สัญญามาตรา ๓๕๔–๓๙๔ · 41 มาตรา
- หมวด ๑ ก่อให้เกิดสัญญามาตรา ๓๕๔–๓๖๘ · 15 มาตรา
- หมวด ๒ ผลแห่งสัญญามาตรา ๓๖๙–๓๗๖ · 8 มาตรา
- หมวด ๓ มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับมาตรา ๓๗๗–๓๘๕ · 9 มาตรา
- หมวด ๔ เลิกสัญญามาตรา ๓๘๖–๓๙๔ · 9 มาตรา
- ลักษณะ ๓ จัดการงานนอกสั่งมาตรา ๓๙๕–๔๐๕ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๔ ลาภมิควรได้มาตรา ๔๐๖–๔๑๙ · 14 มาตรา
- ลักษณะ ๕ ละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๕๒ · 33 มาตรา
- หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิดมาตรา ๔๒๐–๔๓๗ · 18 มาตรา
- หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดมาตรา ๔๓๘–๔๔๘ · 11 มาตรา
- หมวด ๓ นิรโทษกรรมมาตรา ๔๔๙–๔๕๒ · 4 มาตรา
- บรรพ ๓ เอกเทศสัญญามาตรา ๔๕๓–๑๒๗๔ · 839 มาตรา
- ลักษณะ ๑ ซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๕๑๗ · 65 มาตรา
- หมวด ๑ สภาพและหลักสำคัญของสัญญาซื้อขายมาตรา ๔๕๓–๔๖๐ · 8 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๔๕๓–๔๕๗ · 5 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์มาตรา ๔๕๘–๔๖๐ · 3 มาตรา
- หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขายมาตรา ๔๖๑–๔๘๕ · 25 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การส่งมอบมาตรา ๔๖๑–๔๗๑ · 11 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องมาตรา ๔๗๒–๔๗๔ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสิทธิมาตรา ๔๗๕–๔๘๒ · 8 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดมาตรา ๔๘๓–๔๘๕ · 3 มาตรา
- หมวด ๓ หน้าที่ของผู้ซื้อมาตรา ๔๘๖–๔๙๐ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ การซื้อขายเฉพาะบางอย่างมาตรา ๔๙๑–๕๑๗ · 27 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ ขายฝากมาตรา ๔๙๑–๕๐๒ · 12 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ขายตามตัวอย่าง ขายตามคำพรรณนาขายเผื่อชอบมาตรา ๕๐๓–๕๐๘ · 6 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาดมาตรา ๕๐๙–๕๑๗ · 9 มาตรา
- ลักษณะ ๒ แลกเปลี่ยนมาตรา ๕๑๘–๕๒๐ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ให้มาตรา ๕๒๑–๕๓๖ · 16 มาตรา
- ลักษณะ ๔ เช่าทรัพย์มาตรา ๕๓๗–๕๗๑ · 35 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕๓๗–๕๔๕ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่ามาตรา ๕๔๖–๕๕๑ · 6 มาตรา
- หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่ามาตรา ๕๕๒–๕๖๓ · 12 มาตรา
- หมวด ๔ ความระงับแห่งสัญญาเช่มาตรา ๕๖๔–๕๗๑ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๕ เช่าซื้อมาตรา ๕๗๒–๕๗๔ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๖ จ้างแรงงานมาตรา ๕๗๕–๕๘๖ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๗ จ้างทำของมาตรา ๕๘๗–๖๐๗ · 21 มาตรา
- ลักษณะ ๘ รับขนมาตรา ๖๐๘–๖๓๙ · 32 มาตรา
- หมวด ๑ รับขนของมาตรา ๖๑๐–๖๓๓ · 24 มาตรา
- หมวด ๒ รับขนคนโดยสารมาตรา ๖๓๔–๖๓๙ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๙ ยืมมาตรา ๖๔๐–๖๕๖ · 17 มาตรา
- หมวด ๑ ยืมใช้คงรูปมาตรา ๖๔๐–๖๔๙ · 10 มาตรา
- หมวด ๒ ยืมใช้สิ้นเปลืองมาตรา ๖๕๐–๖๕๖ · 7 มาตรา
- ลักษณะ ๑๐ ฝากทรัพย์มาตรา ๖๕๗–๖๗๙ · 23 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๕๗–๖๗๑ · 15 มาตรา
- หมวด ๒ วิธีเฉพาะการฝากเงินมาตรา ๖๗๒–๖๗๓ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ วิธีเฉพาะสำหรับเจ้าสำนักโรงแรมมาตรา ๖๗๔–๖๗๙ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๑๑ ค้ำประกันมาตรา ๖๘๐–๗๐๑ · 22 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๖๘๐–๖๘๕ · 6 มาตรา
- หมวด ๒ ผลก่อนชำระหนี้มาตรา ๖๘๖–๖๙๒ · 7 มาตรา
- หมวด ๓ ผลภายหลังชำระหนี้มาตรา ๖๙๓–๖๙๗ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกันมาตรา ๖๙๘–๗๐๑ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๑๒ จำนองมาตรา ๗๐๒–๗๔๖ · 45 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๐๒–๗๑๔ · 13 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิจำนองครอบเพียงใดมาตรา ๗๑๕–๗๒๑ · 7 มาตรา
- หมวด ๓ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนองและผู้จำนองมาตรา ๗๒๒–๗๒๗ · 6 มาตรา
- หมวด ๔ การบังคับจำนองมาตรา ๗๒๘–๗๓๕ · 8 มาตรา
- หมวด ๕ สิทธิและหน้าที่ของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองมาตรา ๗๓๖–๗๔๓ · 8 มาตรา
- หมวด ๖ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนองมาตรา ๗๔๔–๗๔๖ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๑๓ จำนำมาตรา ๗๔๗–๗๖๙ · 23 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๔๗–๗๕๗ · 11 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำและผู้รับจำนำมาตรา ๗๕๘–๗๖๓ · 6 มาตรา
- หมวด ๓ การบังคับจำนำมาตรา ๗๖๔–๗๖๘ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ ความระงับสิ้นไปแห่งการจำนำมาตรา ๗๖๙ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๑๔ เก็บของในคลังสินค้ามาตรา ๗๗๐–๗๙๖ · 27 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๗๐–๗๗๔ · 5 มาตรา
- หมวด ๒ ใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้ามาตรา ๗๗๕–๗๙๖ · 22 มาตรา
- ลักษณะ ๑๕ ตัวแทนมาตรา ๗๙๗–๘๔๔ · 47 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๗๙๗–๘๐๖ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการมาตรา ๘๐๗–๘๑๔ · 8 มาตรา
- หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทนมาตรา ๘๑๕–๘๑๙ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอกมาตรา ๘๒๐–๘๒๕ · 6 มาตรา
- หมวด ๕ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทนมาตรา ๘๒๖–๘๓๒ · 7 มาตรา
- หมวด ๖ ตัวแทนค้าต่างมาตรา ๘๓๓–๘๔๔ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๑๖ นายหน้ามาตรา ๘๔๕–๘๔๙ · 5 มาตรา
- ลักษณะ ๑๗ ประนีประนอมยอมความมาตรา ๘๕๐–๘๕๒ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๑๘ การพนันและขันต่อมาตรา ๘๕๓–๘๕๕ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๑๙ บัญชีเดินสะพัดมาตรา ๘๕๖–๘๖๐ · 5 มาตรา
- ลักษณะ ๒๐ ประกันภัยมาตรา ๘๖๑–๘๙๗ · 37 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๑–๘๖๘ · 8 มาตรา
- หมวด ๒ ประกันวินาศภัยมาตรา ๘๖๙–๘๘๘ · 20 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๖๙–๘๘๒ · 14 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ วิธีเฉพาะการประกันภัยในการรับขนมาตรา ๘๘๓–๘๘๖ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ประกันภัยค้ำจุนมาตรา ๘๘๗–๘๘๘ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ ประกันชีวิตมาตรา ๘๘๙–๘๙๗ · 9 มาตรา
- ลักษณะ ๒๑ ตั๋วเงินมาตรา ๘๙๘–๑๐๑๑ · 114 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๘๙๘–๙๐๗ · 10 มาตรา
- หมวด ๒ ตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๘๑ · 74 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การออกและสลักหลังตั๋วแลกเงินมาตรา ๙๐๘–๙๒๖ · 19 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การรับรองมาตรา ๙๒๗–๙๓๗ · 11 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ อาวัลมาตรา ๙๓๘–๙๔๐ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การใช้เงินมาตรา ๙๔๑–๙๔๙ · 9 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การสอดเข้าแก้หน้ามาตรา ๙๕๐–๙๕๘ · 9 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ สิทธิไล่เบี้ยเพราะเขาไม่รับรองหรือไม่ใช้เงินมาตรา ๙๕๙–๙๗๔ · 16 มาตรา
- ส่วนที่ ๗ ตั๋วแลกเงินเป็นสำรับมาตรา ๙๗๕–๙๘๑ · 7 มาตรา
- หมวด ๓ ตั๋วสัญญาใช้เงินมาตรา ๙๘๒–๙๘๖ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ เช็คมาตรา ๙๘๗–๑๐๐๐ · 14 มาตรา
- หมวด ๕ อายุความมาตรา ๑๐๐๑–๑๐๐๕ · 5 มาตรา
- หมวด ๖ ตั๋วเงินปลอม ตั๋วเงินถูกลัก และตั๋วเงินหายมาตรา ๑๐๐๖–๑๐๑๑ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัทมาตรา ๑๐๑๒–๑๒๗๓/๔ · 280 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๐๑๒–๑๐๒๔ · 14 มาตรา
- หมวด ๒ ห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๒๕–๑๐๗๖ · 54 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บทวิเคราะห์มาตรา ๑๐๒๕ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเองมาตรา ๑๐๒๖–๑๐๔๘ · 23 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ความเกี่ยวพันระหว่ งผู้เป็นหุ้นส่วนกับบุคคลภายนอกมาตรา ๑๐๔๙–๑๐๕๔ · 6 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การเลิกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๕๕–๑๐๖๓ · 9 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๖๔–๑๐๗๒ · 11 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ การควบห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเข้ากันมาตรา ๑๐๗๓–๑๐๗๖ · 4 มาตรา
- หมวด ๓ หุ้นส่วนส่วนจำกัดมาตรา ๑๐๗๗–๑๐๙๕ · 21 มาตรา
- หมวด ๔ บริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๒๔๖/๗ · 160 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ สภาพและการตั้งบริษัทจำกัดมาตรา ๑๐๙๖–๑๑๑๖ · 23 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ หุ้นและผู้ถือหุ้มาตรา ๑๑๑๗–๑๑๔๓ · 27 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ วิธีจัดการบริษัทจำกัดมาตรา ๑๑๔๔–๑๒๐๗ · 65 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การสอบบัญชีมาตรา ๑๒๐๘–๑๒๑๔ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การตรวจมาตรา ๑๒๑๕–๑๒๑๙ · 5 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ การเพิ่มทุนและลดทุนมาตรา ๑๒๒๐–๑๒๒๘ · 8 มาตรา
- ส่วนที่ ๗ หุ้นกู้มาตรา ๑๒๒๙–๑๒๓๕ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๘ เลิกบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๓๖–๑๒๓๗ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๙ การควบบริษัทจำกัดเข้ากันมาตรา ๑๒๓๘–๑๒๔๓ · 6 มาตรา
- ส่วนที่ ๑๐ หนังสือบอกกล่าวมาตรา ๑๒๔๔–๑๒๔๕ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๑๑ การถอนทะเบียนบริษัทร้มาตรา ๑๒๔๖ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๑๒ การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๖/๑–๑๒๔๖/๗ · 7 มาตรา
- หมวด ๕ การชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดมาตรา ๑๒๔๗–๑๒๗๓ · 27 มาตรา
- หมวด ๖ การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนมาตรา ๑๒๗๓/๑–๑๒๗๓/๔ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๒๓ สมาคมมาตรา ๑๒๗๔ · 1 มาตรา
- บรรพ ๔ ทรัพย์สินมาตรา ๑๒๙๘–๑๔๓๔ · 137 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๒๙๘–๑๓๐๗ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๖๖ · 59 มาตรา
- หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๐๘–๑๓๓๔ · 27 มาตรา
- หมวด ๒ แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์มาตรา ๑๓๓๕–๑๓๕๕ · 21 มาตรา
- หมวด ๓ กรรมสิทธิ์รวมมาตรา ๑๓๕๖–๑๓๖๖ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ครอบครองมาตรา ๑๓๖๗–๑๓๘๖ · 20 มาตรา
- ลักษณะ ๔ ภาระจำยอมมาตรา ๑๓๘๗–๑๔๐๑ · 15 มาตรา
- ลักษณะ ๕ อาศัยมาตรา ๑๔๐๒–๑๔๐๙ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๖ สิทธิเหนือพื้นดินมาตรา ๑๔๑๐–๑๔๑๖ · 7 มาตรา
- ลักษณะ ๗ สิทธิเก็บกินมาตรา ๑๔๑๗–๑๔๒๘ · 12 มาตรา
- ลักษณะ ๘ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์มาตรา ๑๔๒๙–๑๔๓๔ · 6 มาตรา
- บรรพ ๕ ครอบครัวมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๙๘/๔๑ · 215 มาตรา
- ลักษณะ ๑ การสมรสมาตรา ๑๔๓๕–๑๕๓๕ · 109 มาตรา
- หมวด ๑ การหมั้นมาตรา ๑๔๓๕–๑๔๔๗/๒ · 15 มาตรา
- หมวด ๒ เงื่อนไขแห่งการสมรสมาตรา ๑๔๔๘–๑๔๖๐ · 13 มาตรา
- หมวด ๓ ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๑–๑๔๖๔/๑ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยามาตรา ๑๔๖๕–๑๔๙๓ · 32 มาตรา
- หมวด ๕ ความเป็นโมฆะของการสมรสมาตรา ๑๔๙๔–๑๕๐๐ · 9 มาตรา
- หมวด ๖ การสิ้นสุดแห่งการสมรสมาตรา ๑๕๐๑–๑๕๓๕ · 35 มาตรา
- ลักษณะ ๒ บิดามารดากับบุตรมาตรา ๑๕๓๖–๑๕๙๘/๓๗ · 102 มาตรา
- หมวด ๑ บิดามารดามาตรา ๑๕๓๖–๑๕๖๐ · 25 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตรมาตรา ๑๕๖๑–๑๕๘๔/๑ · 26 มาตรา
- หมวด ๓ ความปกครองมาตรา ๑๕๘๕–๑๕๙๘/๑๘ · 32 มาตรา
- หมวด ๔ บุตรบุญธรรมมาตรา ๑๕๙๘/๑๙–๑๕๙๘/๓๗ · 19 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ค่าอุปการะเลี้ยงดูมาตรา ๑๕๙๘/๓๘–๑๕๙๘/๔๑ · 4 มาตรา
- บรรพ ๖ มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๗๕๕ · 156 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๑๙ · 21 มาตรา
- หมวด ๑ การตกทอดแห่งทรัพย์มรดกมาตรา ๑๕๙๙–๑๖๐๓ · 5 มาตรา
- หมวด ๒ การเป็นทายาทมาตรา ๑๖๐๔–๑๖๐๗ · 4 มาตรา
- หมวด ๓ การตัดมิให้รับมรดกมาตรา ๑๖๐๘–๑๖๐๙ · 2 มาตรา
- หมวด ๔ การสละมรดกและอื่น ๆมาตรา ๑๖๑๐–๑๖๑๙ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๒ สิทธิโดยธรรมในการรับมรดกมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๔๕ · 26 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๒๐–๑๖๒๘ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ การแบ่งทรัพย์มรดกระหว่ งทายาทมาตรา ๑๖๒๙–๑๖๓๑ · 3 มาตรา
- หมวด ๓ การแบ่งส่วนมรดกของทายาทโดยธรรมมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๘ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ ญาติมาตรา ๑๖๓๒–๑๖๓๔ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ คู่สมรสมาตรา ๑๖๓๕–๑๖๓๘ · 4 มาตรา
- หมวด ๔ การรับมรดกแทนที่กันมาตรา ๑๖๓๙–๑๖๔๕ · 7 มาตรา
- ลักษณะ ๓ พินัยกรรมมาตรา ๑๖๔๖–๑๗๑๐ · 65 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๑๖๔๖–๑๖๕๔ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ แบบพินัยกรรมมาตรา ๑๖๕๕–๑๖๗๒ · 18 มาตรา
- หมวด ๓ ผลและการตีความแห่งพิ ยกรรมมาตรา ๑๖๗๓–๑๖๘๕ · 13 มาตรา
- หมวด ๔ พินัยกรรมที่ตั้งผู้ปกครองทรัพย์มาตรา ๑๖๘๖–๑๖๙๒ · 7 มาตรา
- หมวด ๕ การเพิกถอนและการตกไปแห่งพินัยกรรมมาตรา ๑๖๙๓–๑๖๙๙ · 7 มาตรา
- หมวด ๖ ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรมหรือมาตรา ๑๗๐๐–๑๗๑๐ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๔ วิธีจัดการและปันทรัพย์มรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๕๒ · 41 มาตรา
- หมวด ๑ ผู้จัดการมรดกมาตรา ๑๗๑๑–๑๗๓๓ · 23 มาตรา
- หมวด ๒ การรวบรวมจำหน่ายทรัพย์มรดกเป็นตัวเงินมาตรา ๑๗๓๔–๑๗๔๔ · 11 มาตรา
- หมวด ๓ การแบ่งมรดกมาตรา ๑๗๔๕–๑๗๕๒ · 7 มาตรา
- ลักษณะ ๕ มรดกที่ไม่มีผู้รับมาตรา ๑๗๕๓ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๖ อายุความมาตรา ๑๗๕๔–๑๗๕๕ · 2 มาตรา
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้
9 มาตรา- ๑๙๔
ด้วยอำนาจแห่งมูลหนี้ เจ้ หนี้ย่อมมีสิทธิจะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ ได้ อนึ่งการชำระหนี้ด้วยงดเว้นการอันใดอันหนึ่งก็ย่อมมีได้
- ๑๙๕
เมื่อทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นได้ระบุไว้แต่เพียงเป็นประเภท และถ้าตามสภาพแห่งนิติกรรม หรือตามเจตนาของคู่กรณีไม่อาจจะกำหนดได้ว่าทรัพย์นั้นจะพึง เป็นชนิดอย่างไรไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องส่งมอบทรัพย์ชนิดปานกลาง ถ้าลูกหนี้ได้กระทำการอันตนจะพึงต้องทำเพื่อส่งมอบทรัพย์สิ่งนั้นทุกประการ แล้วก็ดี หรือถ้าลูกหนี้ได้เลือกกำหนดทรัพย์ที่จะส่งมอบแล้วด้วยความยินยอมของเจ้าหนี้ก็ดี ท่าน ว่าทรัพย์นั้นจึงเป็วัตถุแห่งหนี้จำเดิมแต่เวลานั้นไป
- ๑๙๖
ถ้าหนี้เงินได้แสดงไว้เป็นเงินต่างประเทศ ท่านว่าจะส่งใช้เป็นเงิน ไทยก็ได้ การเปลี่ยนเงินนี้ ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินณสถานที่และในเวลาที่ใช้เงิน
- ๑๙๗
ถ้าหนี้เงินจะพึงส่งใช้ด้วยเงินตราชนิดหนึ่งชนิดใดโดยเฉพาะ อัน เป็นชนิดที่ยกเลิกไม่ใช้กันแล้วในเวลาที่จะต้องส่งเงินใช้หนี้นั้นไซร้ การส่งใช้เงินท่านให้ถือเสมือน หนึ่งว่ามิได้ระบุไว้ให้ใช้เป็นเงินตราชนิดนั้น
- ๑๙๘
ถ้าการอัมีกำหนดพึงกระทำเพื่อชำระหนี้นั้นมีหลายอย่าง แต่ จะต้องกระทำเพียงการใดการหนึ่งแต่อย่างเดียวไซร้ ท่านว่าสิทธิที่จะเลือกทำการอย่างใดนั้นตกอยู่ แก่ฝ่ายลูกหนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- ๑๙๙
การเลือกนั้นท่านให้ทำด้วยแสดงเจตนาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง การชำระหนี้ได้เลือกทำเป็นอย่างใดแล้ว ท่ นให้ถือว่าอย่ งนั้นอย่างเดียว เป็น การชำระหนี้อันกำหนดให้กระทำแต่ต้นมา
- ๒๐๐
ถ้าจะต้องเลือกภายในระยะเวลาอันมีกำหนด และฝ่ายที่มีสิทธิจะ เลือกมิได้เลือกภายในระยะเวลานั้นไซร้ ท่านว่าสิทธิที่จะเลือกนั้นย่อมตกไปอยู่แก่อีกฝ่ายหนึ่ง ถ้ามิได้กำหนดระยะเวลาให้เลือกไซร้ เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระฝ่ ยที่ไม่มีสิทธิจะ เลือกอาจกำหนดเวลาพอสมควรแก่เหตุ แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายโน้นใช้สิทธิเลือกภายในเวลาอันนั้น
- ๒๐๑
ถ้าบุคคลภายนอกจะพึงเป็นผู้เลือก ท่านให้กระทำด้วยแสดง เจตนาแก่ลูกหนี้ และลูกหนี้จะต้องแจ้งความนั้นแก่เจ้าหนี้ ถ้ บุคคลภายนอกนั้นไม่อาจจะเลือกได้็ด หรือไม่เต็มใจจะเลือกก็ดี ท่านว่าสิทธิ ที่จะเลือกตกไปอยู่แก่ฝ่ายลูกหนี้
- ๒๐๒
ถ้าการอันจะพึงต้องทำเพื่อชำระหนี้นั้นมีหลายอย่าง และอย่างใด อย่างหนึ่งตกเป็อันพ้นวิสัยจะทำได้มาแต่ต้นก็ดี หรือกลายเป็นพ้นวิสัยในภายหลังก็ดี ท่านให้ จำกัดหนี้นั้นไว้เพียงการชำระหนี้อย่างอื่นที่ไม่พ้นวิสัย อนึ่งการจำกัดอันนี้ย่อมไม่เกิดมีขึ้น หากว่า การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายที่ไม่มีสิทธิจะเลือกนั้นต้อง รับผิดชอบ
หมวด ๒ ผลแห่งหนี้
ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้
23 มาตรา- ๒๐๓
ถ้าเวลาอันจะพึงชำระหนี้นั้นมิได้กำหนดลงไว้ หรือจะอนุมานจาก พฤติการณ์ทั้งปวงก็ไม่ได้ไซร้ ท่านว่ เจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัและฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ แต่หากกรณีเป็นที่สงสัยท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้ จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงเวลานั้นหาได้ไม่ แต่ฝ่ายลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดนั้นก็ได้
- ๒๐๔
ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้วและภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือน ลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว ถ้าได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน และลูกหนี้ มิได้ชำระหนี้ตาม กำหนดไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดโดยมิพักต้องเตือนเลย วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้บังคับแก่ กรณีที่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนการชำระหนี้ ซึ่งได้กำหนดเวลาลงไว้อาจคำนวณนับได้โดย ปฏิทินนับแต่วันที่ได้บอกกล่าว
- ๒๐๕
ตราบใดการชำระหนี้นั้นยังมิได้กระทำลงเพราะพฤติการณ์อันใด อันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ตราบนั้นลูกหนี้ยังหาได้ชื่อว่าผิดนัดไม่
- ๒๐๖
ในกรณีหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิด ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาที่ ทำละเมิด
- ๒๐๗
ถ้าลูกหนี้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ และเจ้าหนี้ไม่รับชำระหนี้นั้นโดย ปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด
- ๒๐๘
การชำระหนี้จะให้สำเร็จผลเป็นอย่างใด ลูกหนี้จะต้องขอ ปฏิบัติการชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้เป็นอย่างนั้นโดยตรง แต่ถ้าเจ้าหนี้ได้แสดงแก่ลูกหนี้ว่า จะไม่รับชำระหนี้ก็ดี หรือเพื่อที่จะชำระหนี้ จำเป็นที่เจ้าหนี้จะต้องกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนก็ดี ลูกหนี้จะบอกกล่าวแก่เจ้าหนี้ว่าได้ เตรียมการที่จะชำระหนี้ไว้พร้อมเสร็จแล้วให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้นั้น เท่านี้ก็นับว่าเป็นการเพียงพอ แล้ว ในกรณีเช่นนี้ท่านว่าคำบอกกล่าวของลูกหนี้นั้นก็เสมอกับคำขอปฏิบัติการชำระหนี้
- ๒๐๙
ถ้าได้กำหนดเวลาไว้เป็นแน่นอนเพื่อให้เจ้าหนี้กระทำการอันใด ท่านว่าที่จะขอปฏิบัติการชำระหนี้นั้นจะต้องทำก็แต่เมื่อเจ้าหนี้ทำการอันนั้นภายในเวลากำหนด
- ๒๑๐
ถ้าลูกหนี้จำต้องชำระหนี้ส่วนของตนต่อเมื่อเจ้าหนี้ชำระหนี้ตอบ แทนด้วยไซร้ แม้ถึงว่าเจ้าหนี้จะได้เตรียมพร้อมที่จะรับชำระหนี้ตามที่ลูกหนี้ขอปฏิบัตินั้นแล้วก็ดี หากไม่เสนอที่จะทำการชำระหนี้ตอบแทนตามที่จะพึงต้องทำ เจ้าหนี้ก็เป็นอันได้ชื่อว่าผิดนัด
- ๒๑๑
ในเวลาที่ลูกหนี้ขอปฏิบัติการชำระหนี้นั้นก็ดี หรือในเวลาที่กำหนด ไว้ให้เจ้าหนี้ทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐๙นั้นก็ดี ถ้ ลูกหนี้มิได้อยู่ ในฐานะที่จะสามารถชำระหนี้ได้ไซร้ท่านว่าเจ้าหนี้ยังหาผิดนัดไม่
- ๒๑๒
ถ้ามิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ก็ดี หรือถ้าลูกหนี้มีสิทธิที่จะชำระ หนี้ได้ก่อนเวลากำหนดก็ดี การที่เจ้าหนี้มีเหตุขัดข้องชั่วคราวไม่อาจรับชำระหนี้ที่เขาขอปฏิบัติแก่ ตนได้นั้น หาทำให้เจ้าหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดไม่ เว้นแต่ลูกหนี้จะได้บอกกล่าวการชำระหนี้ไว้ล่วงหน้า โดยเวลาอันสมควร
- ๒๑๓
ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้ สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้ เมื่อสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้ กระทำการอันหนึ่งอันใด เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั้น โดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่ายให้ก็ได้ แต่ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ไซร้ ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ก็ได้ ส่วนหนี้ซึ่งมีวัตถุเป็นอันจะให้งดเว้นการอันใด เจ้าหนี้จะเรียกร้องให้รื้อถอนการที่ ได้กระทำลงแล้ว้นโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่าย และให้จัดการอันควรเพื่อกาลภายหน้าด้วยก็ได้ อนึ่งบทบัญญัติในวรรคทั้งหลายที่กล่าวมาก่อนนี้ หากระทบกระทั่งถึงสิทธิที่จะ เรียกเอาค่าเสียหายไม่
- ๒๑๔
ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา ๗๓๓เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะให้ ชำระหนี้ ของตนจากทรัพย์สินของลู หนี้จนสิ้ เชิง รวมทั้งเงินและทรัพย์สิ อื่ ๆซึ่ บุคคลภายนอกค้างชำระแก่ลูกหนี้ด้วย
- ๒๑๕
เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูล หนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้
- ๒๑๖
ถ้าโดยเหตุผิดนัด การชำระหนี้กลายเป็นอันไร้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้จะบอกปัดไม่รับชำระหนี้ และจะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้ก็ได้
- ๒๑๗
ลูกหนี้จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายบรรดาที่เกิดแต่ความ ประมาทเลินเล่อในระหว่างเวลาที่ตนผิดนัด ทั้งจะต้องรับผิดชอบในการที่การชำระหนี้กลายเป็น พ้นวิสัยเพราะอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ผิดนัดนั้นด้วย เว้นแต่ความเสียหายนั้นถึงแม้ว่า ตนจะได้ชำระหนี้ทันเวลากำหนดก็คงจะต้องเกิดมีอยู่นั่นเอง
- ๒๑๘
ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้เพราะพฤติการณ์อันใด อันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ต้องรับผิดชอบไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าหนี้เพื่อ ค่าเสียหายอย่างใดๆอันเกิดแต่การไม่ชำระหนี้นั้น ในกรณีที่การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยแต่เพียงบางส่วน ถ้ หากว่าส่วนที่ยังเป็น วิสัยจะทำได้นั้นจะเป็นอันไร้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้แล้ว เจ้าหนี้จะไม่ยอมรับชำระหนี้ส่วนที่ยังเป็นวิสัย จะทำได้นั้นแล้วและเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ช ระหนี้เสียทั้งหมดทีเดียวก็ได้
- ๒๑๙
ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่ง เกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้ และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบนั้นไซร้ ท่านว่าลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้น จากการชำระหนี้นั้น ถ้าภายหลังที่ได้ก่อหนี้ขึ้นแล้วนั้ ลูกหนี้กลายเป็นคนไม่ส มารถจะชำระหนี้ได้ ไซร้ ท่านให้ถือเสมือนว่าเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้การชำระหนี้ตกเป็นอันพ้นวิสัยฉะนั้น พาณิชย์ พุทธศักราช ๒๔๗๘
- ๒๒๐
ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบในความผิดของตัวแทนแห่งตนกับทั้งของ บุคคลที่ตนใช้ในการชำระหนี้นั้ โดยขนาดเสมอกับว่ เป็ความผิดของตนเองฉะนั้ น แต่ บทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๗๓หาใช้บังคับแก่กรณีเช่นนี้ด้วยไม่
- ๒๒๑
หนี้เงินอัต้องเสียดอกเบี้ย้น ท่านว่าจะคิดดอกเบี้ยในระหว่างที่ เจ้าหนี้ผิดนัดหาได้ไม่
- ๒๒๒
การเรียกเอาค่าเสียหายนั้น ได้แก่เรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อ ความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้นั้น เจ้าหนี้จะเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ แม้กระทั่งเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่ พฤติการณ์พิเศษ หากว่าคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้น ล่วงหน้าก่อนแล้ว
- ๒๒๓
ถ้าฝ่ายผู้เสียหายได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิด ความเสียหายด้วยไซร้ ท่านว่าหนี้อันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้เสียหายมากน้อย เพียงใดนั้นต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญก็คือว่าความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นเพราะ ฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร วิธีเดียวกันนี้ ท่านให้ใช้แม้ทั้งที่ความผิดของฝ่ายผู้ที่เสียหายจะมีแต่เพียงละเลย ไม่เตือนลูกหนี้ใหู้้สึกถึงอันตรายแห่งการเสียหายอัเป็อย่างร้ายแรงผิดปกติ ซึ่งลูกหนี้ไม่รู้ หรือไม่อาจจะรู้ได้ หรือเพียงแต่ละเลยไม่บำบัดปัดป้อง หรือบรรเทาความเสียหายนั้นด้วย อนึ่ง บทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๒๐นั้นท่านให้นำมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
- ๒๒๔
หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่ง ต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมายก็ให้ คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด การพิสูจน์ค่าเสียหายอย่างอื่นนอกกว่านั้น ท่านอนุญาตให้พิสูจน์ได้
- ๒๒๕
ถ้าลูกหนี้จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อราคาวัตถุอันได้เสื่อมเสีย ไประหว่างผิดนัดก็ดี หรือวัตถุอันไม่อาจส่งมอบได้เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันเกิดขึ้นระหว่าง ผิดนัดก็ดี ท่านว่าเจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยในจำนวนที่จะต้องใช้เป็นค่าสินไหมทดแทน คิดตั้งแต่ เวลาอันเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกะประมาณราคานั้นก็ได้ วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงการที่ลูกหนี้ จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่ราคาวัตถุตกต่ำเพราะวัตถุนั้นเสื่อมเสียลงในระหว่างเวลาที่ ผิดนัดนั้นด้วย
ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิ
7 มาตรา- ๒๒๖
บุคคลผู้รับช่วงสิทธิของเจ้ หนี้ ชอบที่จะใช้สิทธิทั้งหลายบรรดาที่ เจ้าหนี้มีอยู่โดยมูลหนี้ รวมทั้งประกันแห่งหนี้นั้นได้ในนามของตนเอง ช่วงทรัพย์ ได้แก่เอาทรัพย์สินอันหนึ่งเข้าแทนที่ทรัพย์สินอี อัหนึ่ง ในฐานะนิติ นัยอย่างเดียวกันกับทรัพย์สินอันก่อน
- ๒๒๗
เมื่อเจ้าหนี้ได้รับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายเต็มตามราคา ทรัพย์หรือสิทธิซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นแล้ว ท่านว่าลูกหนี้ย่อมเข้าสู่ฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิของ เจ้าหนี้อันเกี่ยวกับทรัพย์หรือสิทธินั้นๆด้วยอำนาจกฎหมาย
- ๒๒๘
ถ้าพฤติการณ์ซึ่งทำให้การชำระหนี้เป็นอันพ้นวิสัยนั้น เป็นผลให้ ลูกหนี้ได้มาซึ่งของแทนก็ดี หรือได้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อทรัพย์อันจะพึงได้แก่ตน นั้นก็ดี ท่านว่าเจ้าหนี้จะเรียกให้ส่งมอบของแทนที่ได้รับไว้หรือจะเข้าเรียกเอาค่าสินไหมทดแทน เสียเองก็ได้ ถ้าเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพราะการไม่ชำระหนี้ และถ้าใช้สิทธิ นั้นดังได้ระบุไว้ในวรรคต้นไซร้ ค่าสินไหมทดแทนอันจะพึ ใช้แก่เจ้าหนี้นั้นย่อมลดจำนวนลงเพียง เสมอราคาแห่งของแทนซึ่งลูกหนี้ได้รับไว้ หรือเสมอจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่ลูกหนี้จะเรียกร้อง ได้นั้น
- ๒๒๙
การรับช่วงสิทธิย่อมมีขึ้นด้วยอำนาจกฎหมาย และย่อมสำเร็จเป็น ประโยชน์แก่บุคคลดัจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
(๑) บุคคลซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่เอง และมาใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้อีกคนหนึ่งผู้มีสิทธิจะ ได้รับใช้หนี้ก่อนตน เพราะเขามีบุริมสิทธิ หรือมีสิทธิจำนำจำนอง
(๒) บุคคลผู้ได้ไปซึ่งอสังหาริมทรัพย์ใด และเอาเงินราคาค่าซื้อใช้ให้แก่ผู้รับ จำนองทรัพย์นั้นเสร็จไป
(๓) บุคคลผู้มีความผูกพันร่วมกับผู้อื่ หรือเพื่อผู้อื่นในอันจะต้องใช้หนี้มีส่วน ได้เสียด้วยในการใช้หนี้นั้น และเข้าใช้หนี้นั้น
- ๒๓๐
ถ้าในการที่เจ้าหนี้นำบังคับยึดทรัพย์อันหนึ่งอันใดของลูกหนี้นั้น บุคคลผู้ใดจะต้องเสี่ยงภัยเสียสิทธิในทรัพย์อันนั้นเพราะการบังคับยึดทรัพย์ไซร้ ท่านว่าบุคคลผู้ นั้นมีสิทธิจะเข้าใช้หนี้เสียแทนได้ อนึ่งผู้ครองทรัพย์อันหนึ่งอันใดถ้าจะต้องเสี่ยงภัยเสียสิทธิครอง ทรัพย์นั้นไปเพราะการบังคับยึดทรัพย์ ก็ย่อมมีสิทธิจะทำได้เช่ เดียวกับที่ว่ามานั้น ถ้าบุคคลภายนอกผู้ใดมาใช้หนี้แทนจนเป็นที่พอใจของเจ้าหนี้แล้วบุคคลผู้นั้น ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ แต่สิทธิเรียกร้องอันนี้จะบังคับให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่ เจ้าหนี้หาได้ไม่
- ๒๓๑
ถ้าทรัพย์ินที่จำนอง จำนำหรืออยู่ในบังคับบุริมสิทธิประการอื่น นั้นเป็นทรัพย์อันได้เอาประกันภัยไว้ไซร้ ท่านว่าสิทธิจำนอง จำนำ หรือบุริมสิทธิอย่างอื่นนั้นย่อม ครอบไปถึงสิทธิที่จะเรียกร้องเอาแก่ผู้รับประกันภัยด้วย ในกรณีที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ถ้าผู้รับประกันภัยได้รู้ หรือควรจะได้รู้ว่ามีจำนอง หรือบุริมสิทธิอย่างอื่น ท่านยังมิให้ผู้รับประกันภัยใช้เงินให้แก่ผู้เอาประกันภัย จนกว่าจะได้บอก กล่าวเจตนาเช่นนั้นไปยังผู้รับจำนองหรือเจ้าหนี้มีบุริมสิทธิคนอื่นแล้ว และมิได้รับคำคัดค้านการที่ จะใช้เงินนั้นมาภายในเดือนหนึ่งนับแต่วันบอกกล่าว แต่สิทธิอย่างใดๆ ที่ได้ไปจดทะเบียน ณหอ ทะเบียนที่ดิน้ ท่านให้ถือว่าเป็นอันรู้ถึงผู้รับประกัภัยวิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงการ จำนองสังหาริมทรัพย์ที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้นั้นด้วย ในกรณีที่เป็นสังหาริมทรัพย์ ผู้รับประกันภัยจะใช้เงินให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยตรงก็ได้ เว้นแต่ตนจะได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าทรัพย์นั้นตกอยู่ในบังคับจำนำหรือบุริมสิทธิอย่าง อื่น ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ ถ้าทรัพย์สินอันได้เอาประกันภัยไว้นั้นได้ คืนมาหรือได้จัดของแทนให้ วิธเดียวกันี้ท่ นให้อนุโลมใช้บังคับแก่ รณีบัคับซื้อ กับทั้ กรณีที่ต้องใช้ ค่าเสียหายอันควรจะได้แก่เจ้าของทรัพย์สิน เพราะเหตุทรัพย์สินทำลายหรือบุบสลายนั้นด้วย
- ๒๓๒
ถ้าตามความในมาตราก่อนนี้เป็นอันว่าจะเอาเงินจำนวนหนึ่งให้ แทนทรัพย์สินที่ทำลายหรือบุบสลายไซร้ เงินจำนวนนี้ท่านยังมิให้ส่งมอบแก่ผู้รับจำนอง ผู้รับจำนำ หรือเจ้าหนี้มีบุริมสิทธิคนอื่น ก่อนที่หนี้ซึ่งได้เอาทรัพย์นี้เป็ประกันไว้นั้นจะถึงกำหนด และถ้า คู่กรณีไม่สามารถจะตกลงกับลูกหนี้ได้ไซร้ท่านว่าต่างฝ่ายต่างมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้นำเงินจำนวน นั้นไปวางไว้ณสำนักงานวางทรัพย์เพื่อประโยชน์อันร่วมกัน เว้นแต่ลูกหนี้จะหาประกันให้ไว้ตาม สมควร
ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้
4 มาตรา- ๒๓๓
ถ้าลูกหนี้ขัดขืนไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้อง หรือเพิกเฉยเสียไม่ใช้สิทธิ เรียกร้อง เป็นเหตุให้เจ้าหนี้ต้องเสียประโยชน์ไซร้ ท่านว่ เจ้ หนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องนั้นในนามของ ตนเองแทนลูกหนี้เพื่อป้องกันสิทธิของตนในมูลหนี้นั้นก็ได้ เว้นแต่ในข้อที่เป็นการของลูกหนี้ ส่วนตัวโดยแท้
- ๒๓๔
เจ้าหนี้ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้นั้นจะต้องขอหมายเรียกลูกหนี้ มาในคดีนั้นด้วย
- ๒๓๕
เจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้เรียกเงินเต็มจำนวนที่ยังค้าง ชำระแก่ลูกหนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนที่ค้างชำระแก่ตนก็ได้ ถ้าจำเลยยอมใช้เงินเพียงเท่า จำนวนที่ลูกหนี้เดิมค้างชำระแก่เจ้าหนี้นั้น คดีก็เป็นเสร็จกันไป แต่ถ้าลูกหนี้เดิมได้เข้าชื่อเป็นโจทก์ ด้วยลูกหนี้เดิมจะขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาต่อไปในส่วนจำนวนเงินที่ยังเหลือติดค้างอยู่ก็ได้ แต่อย่างไรก็ดี ท่านมิให้เจ้าหนี้ได้รับมากไปกว่าจำนวนที่ค้างชำระแก่ตนนั้นเลย
- ๒๓๖
จำเลยมีข้อต่อสู้ลูกหนี้เดิมอยู่อย่างใดๆท่านว่าจะยกขึ้นต่อสู้ เจ้าหนี้ได้ทั้งนั้น เว้ แต่ข้อต่อสู้ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อยื่นฟ้องแล้ว
ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉล
4 มาตรา- ๒๓๗
เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมใดๆ อัน ลูกหนี้ได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ แต่ความข้อนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้า ปรากฏว่าในขณะที่ทำนิติกรรมนั้น บุคคลซึ่งเป็นผู้ได้ลาภงอกแต่การนั้นมิได้รู้เท่าถึงข้อความจริง อันเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบนั้นด้วย แต่หากกรณีเป็นการทำให้โดยเสน่หา ท่านว่าเพียงแต่ ลูกหนี้เป็นผู้รู้ฝ่ ยเดียวเท่านั้นก็พอแล้วที่จะขอเพิกถอนได้ บทบัญญัติดังกล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ท่านมิให้ใช้บังคับแก่นิติกรรมใดอันมิได้มี วัตถุเป็นสิทธิในทรัพย์สิน
- ๒๓๘
การเพิกถอนดังกล่าวมาในบทมาตราก่อนนั้นไม่อาจกระทบกระทั่ง ถึงสิทธิของบุคคลภายนอก อันได้มาโดยสุจริตก่อนเริ่มฟ้องคดีขอเพิกถอน อนึ่ ความที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าสิทธินั้นได้มาโดยเสน่หา
- ๒๓๙
การเพิกถอนนั้นย่อมได้เป็ประโยชน์แก่เจ้าหนี้หมดทุกคน
- ๒๔๐
การเรียกร้องขอเพิกถอนนั้นท่านห้ามมิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นปีหนึ่ง นับแต่เวลาที่เจ้ หนี้ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนหรือพ้นสิบปีนับแต่ได้ทำนิติกรรมนั้น
ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วง
10 มาตรา- ๒๔๑
ผู้ใดเป็นผู้ครองทรัพย์สินของผู้อื่น และมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์ แก่ตนเกี่ยวด้วยทรัพย์สินซึ่งครองนั้นไซร้ ท่านว่าผู้นั้นจะยึดหน่วงทรัพย์สินนั้นไว้จนกว่าจะได้ชำระ หนี้ก็ได้ แต่ความที่กล่าวนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ เมื่อหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนด อนึ่งบทบัญญัติในวรรคก่อนนี้ ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าการที่เข้าครอบครองนั้นเริ่ม มาแต่ทำการอันใดอันหนึ่งซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- ๒๔๒
สิทธิยึดหน่วงอันใดถ้ ไม่สมกับลักษณะที่เจ้าหนี้รับภาระในมูลหนี้ ก็ดี ไม่สมกับคำสั่งอันลูกหนี้ได้ให้ไว้ก่อน หรือให้ในเวลาที่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นก็ดี หรือเป็นการขัด กับความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ดีสิทธิยึดหน่วงเช่้นท่านให้ถือว่าหามีไม่เลย
- ๒๔๓
ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นคนสินล้นพ้นตัวไม่สามารถใช้หนี้ เจ้าหนี้มี สิทธิจะยึดหน่วงทรัพย์สินไว้ได้ แม้ทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดเรียกร้อง ถ้าการที่ลู หนี้ไม่สามารถใช้หนี้ นั้นได้เกิดเป็นขึ้นหรือรู้ถึงเจ้าหนี้ต่อภายหลังเวลาที่ได้ส่งมอบทรัพย์สินไซร้ ถึงแม้ว่าจะไม่สมกับ ลักษณะที่เจ้ หนี้รับภาระในมูลหนี้ไว้เดิม หรือไม่สมกับคำสั่งอันลูกหนี้ได้ให้ไว้็ดี เจ้าหนี้ก็อาจจะ ใช้สิทธิยึดหน่วงได้
- ๒๔๔
ผู้ ทรงสิทธิยึดหน่วงจะใช้สิทธิของตนแก่ทรัพย์สินทั้งหมดที่ยึด หน่วงไว้นั้นจนกว่าจะชำระหนี้สิ้นเชิงก็ได้
- ๒๔๕
ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงจะเก็บดอกผลแห่งทรัพย์สินที่ยึดหน่วงไว้ และ จัดสรรเอาไว้เพื่อการชำระหนี้แก่ตนก่อนเจ้าหนี้คนอื่นก็ได้ ดอกผลเช่นว่านี้จะต้องจัดสรรเอาชำระดอกเบี้ยแห่งหนี้นั้นก่อน ถ้ายังมีเหลือจึง ให้จัดสรรใช้ต้นเงิน
- ๒๔๖
ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงจำต้องจัดการดูแลรักษาทรัพย์สินที่ยึดหน่วงไว้ นั้นตามสมควรเช่นจะพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะเช่นนั้น อนึ่งทรัพย์สินซึ่งยึดหน่วงไว้นั้น ถ้ามิได้ับความยินยอมของลูกหนี้ ท่านว่าผู้ทรง สิทธิยึดหน่วงหาอาจจะใช้สอยหรือให้เช่า หรือเอาไปทำเป็นหลักประกันได้ไม่ แต่ความที่กล่าวนี้ ท่านมิให้ใช้บังคับไปถึงการใช้สอยเช่นที่จำเป็นเพื่อจะรักษาทรัพย์สินนั้นเอง ถ้ ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงกระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติใดที่กล่าวมานี้ ท่านว่าลูกหนี้จะ เรียกร้องให้ระงับสิทธินั้นเสียก็ได้
- ๒๔๗
ถ้าผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงต้องเสียค่าใช้จ่ายไปตามที่จำเป็นเกี่ยวด้วย ทรัพย์สินอันตนยึดหน่วงไว้นั้นเพียงใด จะเรียกให้เจ้าทรัพย์ชดใช้ให้ก็ได้
- ๒๔๘
ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา ๑๙๓/๒๗การใช้สิทธิยึด หน่วงหาทำให้อายุ วามแห่งหนี้สะดุดหยุดลงไม่
- ๒๔๙
ลูกหนี้จะเรียกร้องให้ระงับสิทธิยึดหน่วงด้วยหาประกันให้ไว้ตาม สมควรก็ได้
- ๒๕๐
การครองทรัพย์สินสูญสิ้นไป สิทธิยึดหน่วงก็เป็นอันระงับสิ้นไป ด้วยแต่ความที่กล่าวนี้ท่านมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ทรัพย์สินอันยึดหน่วงไว้นั้นได้ให้เช่าไปหรือจำนำ ไว้ด้วยความยิ ยอมของลูกหนี้
ส่วนที่ ๖ บุริมสิทธิ
39 มาตรา- ๒๕๑
ผู้ทรงบุริมสิทธิย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในการ ที่จะได้รับชำระหนี้อันค้างชำระแก่ตน จากทรัพย์สินนั้นก่อนเจ้าหนี้อื่นๆ โดยนัยดังบัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายนี้หรือบทกฎหมายอื่น
- ๒๕๒
บทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๔๔นั้ ท่ นให้ใช้บ คับตลอดถึง บุริมสิทธิด้วยตามแต่กรณี กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.๒๕๓๕ ๑.บุริมสิทธิสามัญ
- ๒๕๓
ถ้าหนี้มีอยู่เป็นคุณแก่บุคคลผู้ใดในมูลอย่างหนึ่งอย่างใดดังจะ กล่าวต่อไปนี้ บุคคลผู้นั้นย่อมมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้ คือ
(๑) ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์อันร่วมกัน
(๒) ค่าปลงศพ
(๓) ค่าภาษีอากร และเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทำให้แก่ลูกหนี้ ซึ่งเป็นนายจ้าง
(๔) ค่าเครื่องอุปโภคบริโภคอันจำเป็นประจำวัน
- ๒๕๔
บุริมสิทธิในมูลค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์อันร่วมกันนั้นใช้สำหรับเอา ค่าใช้จ่ายอันได้เสียไปเพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้หมดทุกคนร่วมกัน เกี่ยวด้วยการรักษา การชำระ บัญชี หรือการเฉลี่ยทรัพย์สินของลู หนี้ ถ้าค่าใช้จ่ายนั้นมิได้เสียไป เพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้หมดทุกคนไซร้บุริมสิทธิ ย่อมจะใช้ได้แต่เฉพาะต่อเจ้าหนี้ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการนั้น
- ๒๕๕
บุริมสิทธิในมูลค่าปลงศพนั้น ใช้สำหรับเอาค่าใช้จ่ายในการปลง ศพตามควรแก่ฐานานุรูปของลูกหนี้
- ๒๕๖
บุริมสิทธิในมูลค่าภาษีอากรนั้น ใช้สำหรับเอาบรรดาค่าภาษีอากร ในที่ดิน ทรัพย์สิน หรือค่าภาษีอากรอย่างอื่นที่ลูกหนี้ยังค้างชำระอยู่ในปีปัจจุบันและก่อนนั้นขึ้นไป อีกปีหนึ่ง
- ๒๕๗
บุริมสิทธิในเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทำให้แก่ ลูกหนี้ซึ่งเป็นนายจ้ งนั้น ให้ใช้สำหรับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดค่าล่วงเวลาใน วันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ และเงินอื่นใดที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทำให้ นับ ถอยหลังขึ้นไปสี่เดือน แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อลูกจ้างคนหนึ่ง
- ๒๕๘
บุริมสิทธิในมูลค่าเครื่องอุปโภคบริโภคอันจำเป็นประจำวันนั้นใช้ สำหรับเอาค่าเครื่องอุปโภคบริโภคซึ่งยัค้างชำระอยู่นบถอยหลังขึ้นไปหกเดือนเช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม โคมไฟฟืนถ่าน อันจำเป็นเพื่อการทรงชีพของลูกหนี้ และบุคคลในสกุลซึ่งอยู่กับลูกหนี้ และซึ่งลูกหนี้จำต้องอุปการะกับทั้งคนใช้ของลูกหนี้ด้วย ๒. บุริมสิทธิพิเศษ
(ก) บุริมสิทธิเหนือสังหาริมทรัพย์
- ๒๕๙
ถ้าหนี้มีอยู่เป็นคุณแก่บุคคลผู้ใดในมูลอย่างหนึ่งอย่างใดดังจะ กล่าวต่อไปนี้ บุ คลผู้นั้นย่อมมีบุริมสิทธิเหนือสังหาริมทรัพย์เฉพาะอย่างของลูกหนี้ คือ
(๑) เช่าอสังหาริมทรัพย์
(๒) พักอาศัยในโรงแรม
(๓) รับขนคนโดยสารหรือของ
(๔) รักษาสังหาริมทรัพย์
(๕) ซื้อขายสังหาริ ทรัพย์
(๖) ค่าเมล็ดพันธุ์ ไม้พันธุ์ หรือปุ๋ย
(๗) ค่าแรงงานกสิกรรมหรืออุตสาหกรรม
- ๒๖๐
บุริมสิทธิในมูลเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นใช้สำหรับเอาค่าเช่า อสังหาริมทรัพย์และหนี้อย่างอื่นของผู้เช่าอันเกิดจากความเกี่ยวพันในเรื่องเช่า และมีอยู่เหนือ สังหาริมทรัพย์ของผู้เช่าซึ่งอยู่ในหรือบนอสังหาริมทรัพย์นั้น
- ๒๖๑
บุริมสิทธิของผู้ให้เช่าที่ดินนั้นมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายอัน ผู้เช่าได้นำเข้ามาไว้บนที่ดินที่ให้เช่า หรือนำเข้ามาไว้ในเรือนโรงอันใช้ประกอบกับที่ดินนั้น และมี อยู่เหนือสังหาริมทรัพย์เช่นสำหรับที่ใช้ในที่ดินนั้น กับทั้งเหนือดอกผลอันเกิดจากที่ดินซึ่งอยู่ใน ครอบครองของผู้เช่านั้นด้วย บุริมสิทธิของผู้ให้เช่าเรือนโรงย่อมมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์ซึ่งผู้เช่านำเข้ามาไว้ ในเรือนโรงนั้นด้วย
- ๒๖๒
ถ้าการเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้โอนไปก็ดี หรือได้ให้เช่าช่วงก็ดี บุริมสิทธิของผู้ให้เช่าเดิมย่อมครอบไปถึ สังหาริมทรัพย์ซึ่งผู้รับโอน หรือผู้เช่าช่วงได้นำเข้ามาไว้ ในทรัพย์สินนั้นด้วย ความที่กล่าวนี้ท่านให้ใช้ได้ตลอดถึงเงินอันผู้โอน หรือผู้ให้เช่าช่วงจะพึงได้รับ จากผู้รับโอนหรือผู้เช่าช่วงนั้นด้วย
- ๒๖๓
ในกรณีที่ผู้เช่าต้องชำระบัญชีเฉลี่ยทรัพย์สินทั่วไปนั้น บุริมสิทธิ ของผู้ให้เช่าย่อมมีอยู่แต่เฉพาะสำหรับเอาใช้ค่าเช่า และหนี้อย่างอื่นเท่าที่มีในระยะกำหนดส่งค่า เช่าเพียงสามระยะ คือปัจจุบันระยะหนึ่ง ก่อนนั้นขึ้นไประยะหนึ่ง และต่อไปภายหน้าอีกระยะหนึ่ง เท่านั้นและใช้ หรับเอาค่าเสียหายซึ่งเกิดขึ้นในระยะกำหนดส่งค่าเช่าปัจจุบัน และก่อนนั้นขึ้นไป อีกระยะหนึ่งด้วย
- ๒๖๔
ในการเรียกร้องของผู้ให้เช่า ถ้ ผู้ให้เช่าได้รับเงิ ประกันไว้ ผู้ให้เช่า ย่อมมีบุริมสิทธิแต่เพียงในส่วนที่ไม่มีเงินประกัน
- ๒๖๕
บุริมสิทธิในมูลพักอาศัยในโรงแรมนั้น ใช้สำหรับเอาเงินบรรดาที่ ค้างชำระแก่เจ้าสำนักเพื่อการพักอาศัยและการอื่นๆ อันได้จัดให้สำเร็จความปรารถนาแก่คน เดินทางหรือแขกอาศัย รวมทั้ การชดใช้เงินทั้งหลายที่ ได้ออกแทนไปและมีอยู่เหนือเครื่อง เดินทาง หรือทรัพย์สินอย่างอื่นของคนเดินทาง หรือแขกอาศัยอันเอาไว้ในโรงแรม โฮเต็ล หรือ สถานที่เช่นนั้น
- ๒๖๖
ผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือเจ้าสำนักโรงแรม โฮเต็ล หรือสถานที่ เช่นนั้นจะใช้บุริมสิทธิของตนบังคับทำนองเดียวกับผู้รับจำนำก็ได้ บทบัญญัติทั้งหลายแห่ง ประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการบังคับจำนำนั้น ท่านให้นำมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
- ๒๖๗
บุริมสิทธิในมูลรับขนนั้น ใช้สำหรับเอาค่าระวางพาหนะในการรับ ขนคนโดยสารหรือของ กับทั้งค่าใช้จ่ายอันเป็นอุปกรณ์ และเป็นบุริมสิทธิมีอยู่เหนือของและ เครื่องเดินทางทั้งหมดอันอยู่ในมือของผู้ขนส่ง
- ๒๖๘
ในกรณีดัได้ปรารภไว้ในความแปดมาตราก่อนนี้นั้ ผู้ให้เช่ อสังหาริมทรัพย์ก็ดี เจ้าสำนักโรงแรมก็ดี หรือผู้ขนส่งก็ดี จะใช้บุริมสิทธิของตนเหนือ สังหาริมทรัพย์อันเป็นของบุคคลภายนอกก็ได้ เว้นแต่ตนจะได้รู้ในเวลาอันควรรู้ได้ว่าทรัพย์สิน เหล่านั้นเป็นของบุคคลภายนอก ถ้าสังหาริมทรัพย์นั้นถูกลักหรือสูญหาย ท่านให้บังคับตามบทกฎหมายว่าด้วยการ แสวงคืนครองทรัพย์
- ๒๖๙
บุริ สิทธิในมูลรักษาสังหาริมทรัพย์นั้น ใช้สำหรับเอาค่าใช้จ่ายเพื่อ รักษาสังหาริมทรัพย์ และมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์อันนั้น อนึ่งบุริมสิทธินี้ยังใช้สำหรับเอาค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอันได้เสียไปเพื่อที่จะสงวนสิทธิ หรือรับสภาพสิทธิ หรือบังคับสิทธิ อันเกี่ยวด้วยสังหาริมทรัพย์นั้นอีกด้วย
- ๒๗๐
บุริมสิทธิในมูลซื้อขายสัหาริมทรัพย์นั้น ใช้สำหรับเอาราคาซื้อ ขายและดอกเบี้ยในราคานั้น และมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์อันนั้น
- ๒๗๑
บุริมสิทธิในมูลค่าเมล็ดพันธุ์ ไม้พันธุ์ หรือปุ๋ยนั้น ใช้สำหรับเอา ราคาค่าเมล็ดพันธุ์ ไม้พันธุ์ หรือปุ๋ย และดอกเบี้ยในราคานั้น และมีอยู่เหนือดอกผลอันเกิดงอกใน ที่ดินเพราะใช้สิ่งเหล่ นั้นภายในปีหนึ่ง บแต่เวลาที่ใช้
- ๒๗๒
บุริมสิทธิในมูลค่าแรงงานเพื่อกสิกรรมและอุตสาหกรรมนั้น ใน ส่วนบุคคลที่ได้ท การงานกสิกรรม ใช้ำหรับเอาค่าจ้ งนับถอยหลังขึ้นไปปีหนึ่ง และในส่วน บุคคลที่ได้ทำการงานอุตสาหกรรม ใช้สำหรับเอาค่าจ้างนับถอยหลังขึ้นไปสามเดือน และเป็น บุริมสิทธิมีอยู่เหนือดอกผลหรือสิ่งของที่ประดิษฐ์ขึ้นอันเกิดแต่แรงงานของบุคคลนั้นๆ (ข)บุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์
- ๒๗๓
ถ้าหนี้มีอยู่เป็นคุณแก่บุคคลผู้ใดในมูลอย่างหนึ่งอย่างใดดังจะ กล่าวต่อไปนี้ บุคคลผู้นั้นย่อมมีบุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์เฉพาะอย่างของลูกหนี้ คือ
(๑) รักษาอสังหาริมทรัพย์
(๒) จ้างทำของเป็นการงานทำขึ้นบนอสังหาริมทรัพย์
(๓) ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
- ๒๗๔
บุริมสิทธิในมูลรักษาอสังหาริมทรัพย์นั้นใช้สำหรับเอาค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาอสังหาริมทรัพย์ และมีอยู่เหนืออสังหาริมทรัพย์อันนั้น อนึ่งบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๖๙วรรคสองนั้น ท่านให้นำมาใช้บังคับแก่กรณีที่ กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ด้วย
- ๒๗๕
บุริมสิทธิในมูลจ้างทำของเป็นการงานทำขึ้นบนอสังหาริมทรัพย์ นั้น ใช้สำหรับเอาสินจ้าง ค่าทำของเป็นการงานอันผู้ก่อสร้าง สถาปนิก หรือผู้รับจ้างได้ทำลงบน อสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้ และมีอยู่เหนืออสังหาริมทรัพย์อันนั้น อนึ่ง บุริมสิทธินี้ย่อมเกิดมีขึ้นต่อเมื่ออสัหาริมทรัพย์นั้นมีาคาเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน เพราะการที่ได้ทำขึ้นนั้น และมีอยู่เพียงเหนือราคาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
- ๒๗๖
บุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นใช้สำหรับเอาราคา อสังหาริมทรัพย์และดอกเบี้ยในราคานั้น และมีอยู่เหนืออสังหาริมทรัพย์อันนั้น ๓.ลำดับแห่งบุริมสิทธิ
- ๒๗๗
เมื่อมีบุริมสิทธิสามัญหลายรายแย้งกัน ท่านให้ถือว่าบุริมสิทธิ ทั้งหลายนั้นมีลำดับที่จะให้ผลก่อนหลัง ดังที่ได้เรียงลำดับไว้ในมาตรา ๒๕๓ เมื่อมีบุริมสิทธิสามัญแย้งกับบุริมสิทธิพิเศษท่านว่าบุริมสิทธิพิเศษย่อมอยู่ใน ลำดับก่อน แต่บุริมสิทธิในมูลค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันนั้นย่อมอยู่ในลำดับก่อนในฐานที่จะ ใช้สิทธินั้นต่อเจ้าหนี้ผู้ได้รับประโยชน์จากการนั้นหมดทุกคนด้วยกัน
- ๒๗๘
เมื่อมีบุริมสิทธิแย้งกันหลายรายเหนือสังหาริมทรัพย์อันหนึ่งอัน เดียวกัน ท่านให้ถือลำดับก่อนหลังดังที่เรียงไว้ต่อไปนี้ คือ
(๑) บุริมสิทธิในมูลเช่าอสังหาริมทรัพย์ พักอาศัยในโรงแรมและรับขน
(๒) บุริมสิทธิในมูลรักษาสังหาริมทรัพย์ แต่ถ้ามีบุคคลหลายคนเป็นผู้รักษา ท่านว่าผู้ที่รักษาภายหลังอยู่ในลำดับก่อนผู้ที่ได้รักษามาก่อ
(๓) บุริมสิทธิในมูลซื้อขายสังหาริมทรัพย์ ค่าเมล็ดพันธุ์ ไม้พันธุ์ หรือปุ๋ย และ ค่าแรงงานกสิ รรมและอุตสาหกรรม ถ้าบุคคลผู้ใดมีบุริมสิทธิอยู่ในลำดับเป็นที่หนึ่ง และรู้อยู่ในขณะที่ตนได้ประโยชน์ แห่งหนี้มานั้น ว่ายังมีบุคคลอื่นซึ่งมีบุริมสิทธิอยู่ในลำดับที่สองหรือที่สามไซร้ ท่านห้ามมิให้บุคคล ผู้นั้นใช้สิทธิในการที่ตนอยู่ในลำดับก่อนนั้นต่อบุคคลอื่นเช่นว่ามา และท่านห้ามมิให้ใช้สิทธินี้ต่อผู้ ที่ได้รักษาทรัพย์ไว้ เพื่อประโยชน์แก่บุคคลผู้มีบุริมสิทธิในลำดับที่หนึ่งนั้นเองด้วย ในส่วนดอกผลท่านให้บุคคลผู้ได้ทำการงานกสิ รรมอยู่ในลำดับที่หนึ่ง ผู้ส่ง เมล็ดพันธุ์ ไม้พันธุ์ หรือปุ๋ย อยู่ในลำดับที่สอง และให้ผู้เช่าที่ดินอยู่ในลำดับที่สาม
- ๒๗๙
เมื่อมีบุริมสิทธิพิเศษแย้งกันหลายรายเหนืออสังหาริมทรัพย์ อันหนึ่งอันเดียวกัน ท่านให้ถือลำดับก่อนหลังดังที่ได้เรียงลำดับไว้ในมาตรา ๒๗๓ ถ้าได้ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นสืบต่อกันไปอีกไซร้ ลำดับก่อนหลังในระหว่ ผู้ขายด้วยกันนั้น ท่านให้เป็นไปตามลำดับที่ได้ซื้อขายก่อนและหลัง
- ๒๘๐
เมื่อบุคคลหลายคนมีบุริมสิทธิในลำดับเสมอกันเหนือทรัพย์ อันหนึ่งอันเดียวกัน ท่านให้ต่างคนต่างได้รับชำระหนี้เฉลี่ยตามส่วนมากน้อยแห่งจำนวนที่ตนเป็น เจ้าหนี้ ๔.ผลแห่งบุริมสิทธิ
- ๒๘๑
บุริมสิทธิอันมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์นั้น ท่านห้ามมิให้ใช้ เมื่อ บุคคลภายนอกได้ทรัพย์นั้นจากลูกหนี้และได้ส่งมอบทรัพย์ให้กันไปเสร็จแล้ว
- ๒๘๒
เมื่อมีบุริ สิทธิแย้งกับสิทธิจำนำสังหาริมทรัพย์ ท่ นว่าผู้รับจำนำ ย่อมมีสิทธิเป็นอย่างเดียวกันกับผู้ทรงบุริมสิทธิในลำดับที่หนึ่งดังที่เรียงไว้ในมาตรา ๒๗๘นั้น
- ๒๘๓
บุคคลผู้มีบุริมสิทธิสามัญต้องรับชำระหนี้เอาจากสังหาริมทรัพย์ ของลูกหนี้ก่อน ต่อเมื่อยังไม่พอจึงให้เอาชำระหนี้จากอสังหาริมทรัพย์ได้ ในส่วนอสังหาริมทรัพย์นั้น ก็ต้องรับชำระหนี้เอาจากอสังหาริ ทรัพย์ อันมิได้ตก อยู่ในฐานเป็นหลักประกันพิเศษเสียก่อ ถ้าบุคคลใดมีบุริมสิทธิสามัญและละเลยด้วยความประมาทเลินเล่อไม่สอดเข้าแย้ง ขัดในการแบ่งเฉลี่ยทรัพย์ ตามความที่กล่าวมาในวรรคทั้งสองข้างบนนี้ไซร้ อันบุคคลนั้นจะใช้ บุริมสิทธิของตนต่อบุคคลภายนอกผู้ได้จดทะเบียนสิทธิไว้แล้วเพื่อจะเอาใช้จนถึงขนาดเช่นที่ตนจะ หากได้รับเพราะได้สอดเข้าแย้งขัดนั้น ท่านว่าหาอาจจะใช้ได้ไม่ อนึ่ง บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคทั้งสามข้ งต้นนี้ท่านมิให้ใช้บังคับหากว่าเงินที่ ขายอสังหาริมทรัพย์ได้นั้น จะพึงต้องเอามาแบ่งเฉลี่ยก่อนเงินที่ขายทรัพย์สินอย่างอื่นก็ดี หรือหาก ว่าเงินที่ขายอสังหาริ ทรัพย์อันตกอยู่ในฐานเป็นหลักประกันพิเศษนั้น จะพึ ต้องเอามาแบ่งเฉลี่ย ก่อนเงินที่ขายอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นก็ดุจกัน
- ๒๘๔
บุริมสิทธิสามัญนั้น ถึงแม้จะมิได้ไปลงทะเบียนเกี่ยวด้วย อสังหาริมทรัพย์ก็ดี ย่อมจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เจ้าหนี้ใดๆ ที่ไม่มีหลักประกันพิเศษนั้นได้ แต่ความ ที่กล่าวนี้ท่านมิให้ใช้ไปถึงการต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้ไปลงทะเบียนสิทธิไว้
- ๒๘๕
บุริมสิทธิในมูลรักษาอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้าหากว่ เมื่อทำการเพื่อ บำรุงรักษานั้นสำเร็จแล้ว ไปบอกลงทะเบียนไว้โดยพลันไซร้ บุริมสิทธิก็คงให้ผลต่อไป
- ๒๘๖
บุริ สิทธิในมูลจ้างทำของเป็นการงานทำขึ้นบนอสังหาริมทรัพย์นั้น หากทำรายการประมาณราคาชั่วคราวไปบอกลงทะเบียนไว้ก่อนเริ่มลงมือการทำไซร้ บุริมสิทธิก็คงให้ผลต่อไป แต่ถ้าราคาที่ทำจริงนั้นล้ ราคาที่ได้ประมาณไว้ชั่วคราว ท่านว่าบุิมสิทธิในส่วน จำนวนที่ล้ำอยู่นั้นหามีไม่ ส่วนการที่จะวินิจฉัยว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นมีราคาเพิ่มขึ้นเพราะการอันได้ทำขึ้น บนอสังหาริมทรัพย์มากน้อยเพียงใดนั้น ท่านให้ศาลตั้งแต่งผู้เชี่ยวชาญขึ้นเป็นผู้ะประมาณใน เวลาที่มีแย้งขัดในการแบ่งเฉลี่ย
- ๒๘๗
บุริมสิทธิใดได้ไปจดลงทะเบียนแล้วตามบทบัญญัติแห่งมาตราทั้ง สองข้างบนนี้ บุริมสิทธินั้นท่านว่าอาจจะใช้ได้ก่อนสิทธิจำนอง
- ๒๘๘
บุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น หากว่าเมื่อไป ลงทะเบียนสัญญาซื้อขายนั้น บอกลงทะเบียนไว้ด้วยว่าราคาหรือดอกเบี้ยในราคานั้นยังมิได้ชำระ ไซร้ บุริมสิทธินั้นก็คงให้ผลต่อไป
- ๒๘๙
ว่าถึงผลแห่งบุริมสิทธิ นอกจากที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๑ถึง ๒๘๘นี้แล้ว ท่านให้นำบทบัญญัติทั้งหลายแห่งลักษณะจำนองมาใช้บังคับด้วยตามแต่กรณี
หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคน
13 มาตรา- ๒๙๐
ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระได้และมีบุคคลหลายคน เป็นลูกหนี้ก็ด มีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ก็ดี เมื่อกรณีเป็ที่สงสัย ท่านว่าลูกหนี้แต่ละคนจะต้อง รับผิดเพียงเป็นส่วนเท่าๆกันและเจ้าหนี้แต่ละคนก็ชอบที่จะได้รับแต่เพียงเป็นส่วนเท่าๆ กัน
- ๒๙๑
ถ้าบุคคลหลายคนจะต้องทำการชำระหนี้โดยทำนองซึ่งแต่ละคน จำต้องชำระหนี้สิ้นเชิงไซร้ แม้ถึงว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียว (กล่าวคือลูกหนี้ร่วมกัน) ก็ดี เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิง หรือแต่ โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทั้งปวงก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ ชำระเสร็จสิ้นเชิ
- ๒๙๒
การที่ลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่งชำระหนี้นั้น ย่อมได้เป็นประโยชน์แก่ ลูกหนี้คนอื่นๆด้วย วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้บังคับแก่การใดๆอันพึงกระทำแทนชำระหนี้วาง ทรัพย์สินแทนชำระหนี้ และหักกลบลบหนี้ด้วย ลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่งมีสิทธิเรียกร้องอย่างไร ลูกหนี้คนอื่นๆจะเอาสิทธิอันนั้นไป ใช้หักกลบลบหนี้หาได้ไม่
- ๒๙๓
การปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่งนั้นย่อมเป็นไปเพื่อ ประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่นๆเพียงเท่าส่วนของลูกหนี้ที่ได้ปลดให้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันเป็นอย่าง อื่น
- ๒๙๔
การที่ เจ้ หนี้ผิด ดต่อลู หนี้ ร่วมกันคนหนึ่ นั้ ย่อมได้เป็คุณประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่นๆ ด้วย
- ๒๙๕
ข้อความจริงอื่นใด นอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๙๒ถึง ๒๙๔นั้น เมื่อเป็นเรื่องเท้าถึงตัวลูกหนี้ร่วมกันคนใดก็ย่อมเป็นไปเพื่อคุณและโทษแต่เฉพาะแก่ลูกหนี้คนนั้น เว้นแต่จะปรากฏว่าขัดกับสภาพแห่งหนี้นั้ เอง ความที่ว่ามานี้ เมื่อจะกล่าวโดยเฉพาะก็คือว่าให้ใช้แก่การให้คำบอกกล่าวการผิด นัด การที่หยิบยกอ้างความผิดการชำระหนี้อันเป็นพ้นวิสัยแก่ฝ่ายลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่ง กำหนด อายุความหรือการที่อายุความสะดุดหยุดลง และการที่สิทธิเรียกร้องเกลื่อนกลืนกันไปกับหนี้สิน
- ๒๙๖
ในระหว่างลูกหนี้ร่วมกันทั้งหลายนั้น ท่านว่าต่ งคนต่างต้องรับผิด เป็นส่วนเท่าๆ กัน เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าส่วนที่ลูกหนี้ร่วมกัคนใดคนหนึ่งจะพึง ชำระนั้น เป็นอันจะเรียกเอาจากคนนั้นไม่ได้ไซร้ ยังขาดจำนวนอยู่เท่าไรลูกหนี้คนอื่นๆซึ่งจำต้อง ออกส่วนด้วยนั้นก็ต้องรับใช้ แต่ถ้าลูกหนี้ร่วมกันคนใดเจ้ หนี้ได้ปลดให้หลุดพ้นจากหนี้อันร่วมกัน นั้นแล้ว ส่วนที่ลูกหนี้คนนั้นจะพึงต้องชำระหนี้ก็ตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป
- ๒๙๗
ถ้าในสัญญาอันหนึ่งอัใดมีบุคคลหลายคนร่วมกันผูกพันตนใน อันจะทำการชำระหนี้ไซร้ หากกรณีเป็นที่สงสัย ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องรับผิดเช่นอย่างเป็น ลูกหนี้ร่วมกันแม้ถึงว่าเป็นการอันจะแบ่งกันชำระหนี้ได้
- ๒๙๘
ถ้าบุคคลหลายคนมีสิทธิเรียกร้องการชำระหนี้ โดยทำนองซึ่งแต่ ละคนอาจจะเรียกให้ชำระหนี้สิ้นเชิงได้ไซร้ แม้ถึงว่าลูกหนี้จำต้องชำระหนี้สิ้นเชิงแต่เพียงครั้งเดียว (กล่าวคือเจ้าหนี้ร่วมกัน) ก็ดี ท่านว่าลูกหนี้จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้แต่คนใดคนหนึ่งก็ได้ตามแต่ จะเลือก ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ แม้ทั้งที่เจ้าหนี้คนหนึ่งจะได้ยื่นฟ้องเรียกชำระหนี้ไว้แล้ว
- ๒๙๙
การที่เจ้ หนี้ร่วมกันคนหนึ่งผิดนัดนั้น ย่อมเป็นโทษแก่เจ้าหนี้คน อื่นๆ ด้วย ถ้าสิทธิเรียกร้องและหนี้สินนั้นเป็นอันเกลื่อนกลืนกันไปในเจ้าหนี้ร่วมกันคนหนึ่ง สิทธิของเจ้าหนี้คนอื่ ๆอันมีต่อลู หนี้ก็ย่อมเป็นอันระงับสิ้นไป นอกจากนี้ ท่านให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๙๒,๒๙๓และ๒๙๕มาใช้บังคับ ด้วยโดยอนุโลม กล่าวโดยเฉพาะก็คือ แม้เจ้าหนี้ร่วมกัคนหนึ่งจะโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่บุคคล อื่นไปก็หากระทบกระทั่งถึงสิทธิของเจ้าหนี้คนอื่นๆ ด้วยไม่
- ๓๐๐
ในระหว่างเจ้าหนี้ร่วมกัน้น ท่านว่าต่างคนชอบที่จะได้รับชำระหนี้ เป็นส่วนเท่าๆ กัน เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- ๓๐๑
ถ้าบุคคลหลายคนเป็นหนี้อันจะแบ่งกันชำระมิได้ ท่านว่าบุคคล เหล่านั้นต้องรับผิดเช่นอย่างลูกหนี้ร่วมกัน
- ๓๐๒
ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระมิได้ และมีบุคคลหลาย คนเป็นเจ้าหนี้ ถ้ บุคคลเหล่านั้นมิได้เป็เจ้าหนี้ร่วมกัไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ได้แต่จะชำระหนี้ให้ได้ ประโยชน์แก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดด้วยกัน และเจ้าหนี้แต่ละคนจะเรียกชำระหนี้ได้ก็แต่เพื่อได้ ประโยชน์ด้วยกันหมดทุกคนเท่านั้น อนึ่งเจ้าหนี้แต่ละคนจะเรียกให้ลูกหนี้วางทรัพย์ที่เป็นหนี้นั้น ไว้เพื่อประโยชน์แห่งเจ้าหนี้หมดทุกคนด้วยกันก็ได้ หรือถ้าทรัพย์นั้นไม่ควรแก่การจะวางไว้ก็ให้ส่ง แก่ผู้พิทักษ์ทรัพย์ซึ่งศาลจะได้ตั้งแต่งขึ้น นอกจากนี้ ข้อความจริงใดที่เท้าถึงเจ้าหนี้คนหนึ่งเท่านั้นหาเป็ไปเพื่อคุณหรือ โทษแก่เจ้าหนี้คนอื่นๆด้วยไม่
หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้อง
11 มาตรา- ๓๐๓
สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าจะพึงโอนกันได้ เว้นไว้แต่สภาพแห่งสิทธิ นั้นเองจะไม่เปิดช่องให้โอนกันได้ ความที่กล่าวมานี้ย่อมไม่ใช้บังคับ หากคู่กรณีได้แสดงเจตนาเป็นอย่างอื่นการ แสดงเจตนาเช่นว่านี้ ท่านห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต
- ๓๐๔
สิทธิเรียกร้องเช่นใด ตามกฎหมายศาลจะสั่งยึดไม่ได้ สิทธิ เรียกร้องเช่นนั้น ท่านว่าจะโอนกันหาได้ไม่
- ๓๐๕
เมื่อโอนสิทธิเรียกร้องไป สิทธิจำนองหรือจำนำที่มีอยู่เกี่ยวพันกับ สิทธิเรียกร้องนั้นก็ดี สิทธิอันเกิดขึ้นแต่การค้ำประกันที่ให้ไว้เพื่อสิทธิเรียกร้องนั้นก็ดี ย่อมตกไป ได้แก่ผู้รับโอนด้วย อนึ่ ผู้รับโอนจะใช้บุริมสิทธิใดๆ ที่ตนมีอยู่เี่ยวด้วยสิทธิเรียกร้องในกรณีบังคับ ยึดทรัพย์หรือล้มละลายนั้นก็ได้
- ๓๐๖
การโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง นั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าไม่สมบูรณ์ อนึ่งการโอนหนี้นั้นท่านว่าจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้ หรือบุคคลภายนอกได้แต่เมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยัลู หนี้หรือลูกหนี้จะได้ยินยอมด้วยในการ โอนนั้น คำบอกกล่าวหรือความยินยอมเช่นว่านี้ท่านว่าต้องทำเป็นหนังสือ ถ้าลูกหนี้ทำให้พอแก่ใจผู้โอนด้วยการใช้เงิ หรือด้วยประการอื่นเสียแต่ก่อน ได้รับบอกกล่าว หรือก่อนได้ตกลงให้โอนไซร้ ลูกหนี้นั้นก็เป็นอันหลุดพ้นจากหนี้
- ๓๐๗
ถ้าพิพาทอ้างสิทธิในการโอนต่างรายโอนรายใดได้บอกกล่าวหรือ ตกลงกันก่อนโอนรายนั้นมีสิทธิดีกว่าโอนรายอื่นๆ
- ๓๐๘
ถ้าลูกหนี้ได้ให้ความยินยอมดังกล่าวมาในมาตรา ๓๐๖โดยมิได้ อิดเอื้อน ท่านว่าจะยกข้อต่อสู้ที่มีต่อผู้โอนขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนนั้นหาได้ไม่ แต่ถ้าเพื่อจะระงับหนี้นั้น ลูกหนี้ได้ใช้เงินให้แก่ผู้โอนไปไซร้ ลูกหนี้จะเรียกคืนเงินนั้นก็ได้ หรือถ้าเพื่อการเช่นกล่าวมานั้น ลูกหนี้รับภาระเป็นหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นใหม่ต่อผู้โอน จะถือเสมือนหนึ่งว่าหนี้นั้นมิได้ก่อขึ้น เลยก็ได้ ถ้าลูกหนี้เป็นแต่ได้รับคำบอกกล่าวการโอน ท่านว่าลูกหนี้ีข้อต่อสู้ผู้โอนก่อน เวลาที่ได้รับคำบอกกล่าวนั้นฉันใด ก็จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้แก่ผู้รับโอนได้ฉันนั้น ถ้าลูกหนี้มีสิทธิ เรียกร้องจากผู้โอนแต่สิทธินั้นยังไม่ถึงกำหนดในเวลาบอกกล่าวไซร้ ท่านว่าจะเอาสิทธิเรียกร้อง นั้นมาหักกลบลบกันก็ได้ หากว่าสิทธินั้นจะได้ถึงกำหนดไม่ช้ากว่าเวลาถึงกำหนดแห่งสิทธิเรียกร้อง อันได้โอนไปนั้น
- ๓๐๙
การโอนหนี้อันพึงต้องชำระตามเขาสั่งนั้น ท่านว่าจะยกขึ้นเป็นข้อ ต่อสู้ลูกหนี้ หรือบุคคลภายนอกคนอื่นได้แต่เฉพาะเมื่อการโอนนั้นได้สลักหลัไว้ในตราสาร และ ตัวตราสารนั้นได้ส่งมอบให้แก่ผู้รับโอนไปด้วย
- ๓๑๐
ในมูลหนี้อันพึงต้องชำระตามเขาสั่งนั้น ลูกหนี้มีสิทธิที่จะสอบสวน ถึงตัวผู้ทรงตราสาร หรือสอบสวนความถูกต้องแท้จริงแห่งลายมือชื่อหรือดวงตราของผู้ทรงได้ แต่ ก็หามีความผู พัที่จะต้องทำถึงเพียงนั้นไม่ แต่ถ้าลูกหนี้ท การโดยทุจริตหรือประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรงไซร้ การชำระหนี้นั้นก็ไม่เป็นอันสมบูรณ์
- ๓๑๑
บทบัญญัติแห่งมาตราก่อนนี้ ท่านให้ใช้บังคับตลอดถึงกรณีที่มี กำหนดตัวเจ้าหนี้ระบุไว้ในตราสาร ซึ่งมีข้อความจดไว้ด้วยว่าให้ชำระหนี้แก่ผู้ทรงตราสาร
- ๓๑๒
ในมูลหนี้อันพึงต้องชำระตามเขาสั่งนั้น ลูกหนี้จะยกข้อต่อสู้ซึ่งมี ต่อเจ้าหนี้เดิมขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริตนั้นหาได้ไม่ เว้นแต่ที่ปรากฏในตัวตราสารนั้นเอง หรือที่มีขึ้นเป็นธรรมดาสืบจากลักษณะแห่งตราสารนั้น
- ๓๑๓
บทบัญญัติแห่งมาตราก่อนนี้ ท่านให้ใช้บังคับตลอดถึงหนี้อันพึง ต้องชำระแก่ผู้ถือนั้นด้วย แล้วแต่กรณี
หมวด ๕ ความระงับหนี้
ส่วนที่ ๑ การชำระหนี้
26 มาตรา- ๓๑๔
อันการชำระหนี้นั้น ท่านว่าบุคคลภายนอกจะเป็นผู้ชำระก็ได้ เว้น แต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้บุคคลภายนอกชำระ หรือจะขัดกับเจตนาอันคู่กรณีได้แสดงไว้ บุคคลผู้ไม่มีส่วนได้เสียด้วยในการชำระหนี้นั้น จะเข้าชำระหนี้โดยขืนใจลูกหนี้หา ได้ไม่
- ๓๑๕
อันการชำระหนี้นั้น ต้องทำให้แก่ตัวเจ้าหนี้หรือแก่บุคคลผู้มีอำนาจ รับชำระหนี้แทนเจ้าหนี้ การชำระหนี้ให้แก่บุคคลผู้ไม่มีอำนาจรับชำระหนี้นั้น ถ้าเจ้ หนี้ให้สัตยาบัน ก็นับว่าสมบูรณ์
- ๓๑๖
ถ้าการชำระหนี้นั้นได้ทำให้แก่ผู้ครองตามปรากฏแห่งสิทธิในมูล หนี้ ท่านว่าการชำระหนี้นั้นจะสมบูรณ์ก็แต่เมื่อบุคคลผู้ชำระหนี้ได้กระทำการโดยสุจริต
- ๓๑๗
นอกจากกรณีที่กล่าวไว้ในมาตราก่อน การชำระหนี้แก่บุคคลผู้ไม่มี สิทธิจะได้รับนั้น ท่านว่าย่อมสมบูรณ์เพียงเท่าที่ตัวเจ้าหนี้ได้ลาภงอกขึ้นแต่การนั้น
- ๓๑๘
บุคคลผู้ถือใบเสร็จเป็นสำคัญ ท่านนับว่าเป็นผู้มีสิทธิจะได้รับชำระ หนี้ แต่ความที่กล่าวนี้ท่านมิให้ใช้ ถ้ บุคคลผู้ชำระหนีู้้ว่าสิทธิเช่นนั้นหามีไม่ หรือไม่รู้เท่าถึงสิทธิ นั้นเพราะความประมาทเลินเล่อของตน
- ๓๑๙
ถ้าศาลสั่งให้ลูกหนี้คนที่สามงดเว้นทำการชำระหนี้แล้ว ยังขืนชำระ หนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของตนเองไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ผู้ที่ร้องขอให้ยึดทรัพย์จะเรียกให้ลูกหนี้คนที่สามนั้น ทำการชำระหนี้อ ให้คุ้มกับความเสียหายอันตนได้รับก็ได้ อนึ่งข้อความซึ่งกล่าวมาในวรรคข้างต้นนี้หาเป็นข้อขัดขวางในการที่ลูกหนี้คนที่ สามจะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่เจ้าหนี้ของตนเองนั้นไม่
- ๓๒๐
อันจะบังคับให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้แต่เพียงบางส่วน หรือให้รับชำระ หนี้เป็นอย่างอื่นผิดไปจากที่จะต้องชำระแก่เจ้าหนี้นั้น ท่านว่าหาอาจจะบังคับได้ไม่
- ๓๒๑
ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ที่ได้ตกลง กันไว้ ท่านว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไป ถ้าเพื่อที่จะทำให้พอแก่ใจเจ้าหนี้นั้น ลูกหนี้รับภาระเป็นหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น ใหม่ต่อเจ้าหนี้ไซร้ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านมิให้สันนิษฐานว่าลูกหนี้ได้ก่อหนี้นั้นขึ้นแทนการชำระ หนี้ ถ้าชำระหนี้ด้วยออก-ด้วยโอน-หรือด้วยสลักหลังตั๋วเงินหรือประทวนสินค้า ท่าน ว่าหนี้นั้นจะระงับสิ้นไปต่อเมื่อตั๋วเงิ หรือประทวนสินค้านั้นได้ใช้เงินแล้ว
- ๓๒๒
ถ้าเอาทรัพย์ก็ดี สิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอกก็ดี หรือสิทธิ อย่างอื่นก็ดี ให้แทนการชำระหนี้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องและเพื่อการรอน สิทธิทำนองเดียวกับผู้ขาย
- ๓๒๓
ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้่ มอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง ท่านว่าบุคคลผู้ ชำระหนี้จะต้องส่งมอบทรัพย์ตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลาที่จะพึงส่งมอบ ลูกหนี้จำต้องรักษาทรัพย์นั้นไว้ด้วยความระมัดระวังเช่นอย่างวิญญูชนจะพึงสงวน ทรัพย์สินของตนเอง จนกว่าจะได้ส่งมอบทรัพย์นั้น
- ๓๒๔
เมื่ อมิได้มีแสดงเจตนาไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่ จะพึงชำระหนี้ สถานที่ใดไซร้ หากจะต้องส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง ท่านว่าต้องส่งมอบกันณสถานที่ซึ่งทรัพย์นั้น ได้อยู่ในเวลาเมื่อก่อให้เกิดหนี้นั้น ส่วนการชำระหนี้โดยประการอื่น ท่านว่าต้องชำระณสถานที่ซึ่ง เป็นภูมิลำเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้
- ๓๒๕
เมื่อมิได้ีแสดงเจตนาไว้ในข้อค่าใช้จ่ายในการชำระหนี้ ท่านว่า ฝ่ายลูกหนี้พึงเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย แต่ถ้าค่าใช้จ่ายนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นเพราะเจ้าหนี้ย้ายภูมิลำเนาก็ดี หรือเพราะการอื่นใดอันเจ้าหนี้ได้ ระทำก็ดี ค่าใช้จ่ ยเพิ่มขึ้ เท่าใดเจ้าหนี้ต้องเป็นผู้ออก
- ๓๒๖
บุคคลผู้ชำระหนี้ชอบที่จะได้รับใบเสร็จเป็นสำคัญจากผู้รับชำระหนี้ นั้น และถ้าหนี้นั้นได้ชำระสิ้นเชิงแล้วผู้ชำระหนี้ชอบที่จะได้รับเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่ง หนี้ หรือให้ขีดฆ่าเอกสารนั้นเสีย ถ้าและเอกสารนั้นสูญหาย บุคคลผู้ชำระหนี้ชอบที่จะให้จดแจ้ง ความข้อระงับหนี้ลงไว้ในใบเสร็จหรือในเอกสารอีกฉบับหนึ่งต่างหากก็ได้ ถ้าหนี้นั้นได้ชำระแต่บางส่วนก็ดี หรือถ้าเอกสารนั้นยังให้สิทธิอย่างอื่นใดแก่ เจ้าหนี้อยู่ก็ดี ท่านว่าลูกหนี้ชอบแต่ที่จะได้รับใบเสร็จไว้เป็นคู่มือและให้จดแจ้งการชำระหนี้นั้นลง ไว้ในเอกสาร
- ๓๒๗
ในกรณีชำระดอกเบี้ย หรือชำระหนี้อย่างอื่นอัมีกำหนดชำระเป็น ระยะเวลานั้น ถ้าเจ้าหนี้ออกใบเสร็จให้เพื่อระยะหนึ่งแล้วโดยมิได้อิดเอื้อน ท่ นให้สันนิษฐานไว้ ก่อนว่าเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เพื่อระยะก่อนๆ นั้นด้วยแล้ว ถ้ เจ้าหนี้ออกใบเสร็จให้เพื่อการชำระต้ เงิ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้ ได้รับดอกเบี้ยแล้ว ถ้าเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ได้เวนคืนแล้วไซร้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า หนี้นั้นเป็นอันระงับสิ้นไปแล้ว
- ๓๒๘
ถ้าลู หนี้ต้องผูกพันต่อเจ้าหนี้ในอันจะกระทำการเพื่อชำระหนี้เป็น การอย่างเดียวกันโดยมูลหนี้หลายราย และถ้าการที่ลูกหนี้ชำระหนี้นั้นไม่เพียงพอจะเปลื้องหนี้สิน ได้หมดทุกรายไซร้ เมื่อทำการชำระหนี้ ลูกหนี้ระบุว่าชำระหนี้สินรายใด ก็ให้หนี้สินรายนั้นเป็นอัน ได้เปลื้องไป ถ้าลูกหนี้ไม่ระบุ ท่านว่าหนี้สินรายไหนถึงกำหนด ก็ให้รายนั้นเป็นอันได้เปลื้องไป ก่อน ในระหว่ งหนี้สินหลายรายที่ถึงกำหนดนั้น รายใดเจ้ หนี้มีประกันน้อยที่สุด ก็ให้รายนั้นเป็น อันได้เปลื้องไปก่อน ในระหว่างหนี้สินหลายรายที่มีประกันเท่าๆ กัน ให้รายที่ตกหนักที่สุดแก่ ลูกหนี้เป็นอันได้เปลื้องไปก่อนในระหว่ งหนี้สินหลายรายที่ตกหนักแก่ลูกหนี้เท่าๆกันให้หนี้สิน รายเก่าที่สุดเป็นอันได้เปลื้องไปก่อน และถ้ามีหนี้สินหลายรายเก่าเท่าๆ กัน ก็ให้หนี้สินทุกรายเป็น อันได้เปลื้องไปตามส่วนมากและน้อย
- ๓๒๙
ถ้านอกจากการชำระหนี้อันเป็นประธาน ลูกหนี้ยังจะต้องชำระ ดอกเบี้ยและเสียค่ ฤชาธรรมเนียมอีกด้วยไซร้ หากการชำระหนี้ในครั้งหนึ่งๆ ไม่ได้ราคาเพียงพอ จะเปลื้องหนี้สินได้ทั้งหมด ท่านให้เอาจัดใช้เป็นค่าฤชาธรรมเนียมเสียก่อนแล้วจึงใช้ดอกเบี้ย และ ในที่สุดจึงให้ใช้ในการชำระหนี้อันเป็นประธาน ถ้าลูกหนี้ระบุให้จัดใช้เป็ประการอื่น ท่ นว่าเจ้าหนี้จะบอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ ก็ได้
- ๓๓๐
เมื่อขอปฏิบัติการชำระหนี้โดยชอบแล้ว บรรดาความรับผิดชอบ อันเกิดแต่การไม่ชำระหนี้ก็เป็นอันปลดเปลื้องไป นับแต่เวลาที่ขอปฏิบัติการชำระหนี้นั้น
- ๓๓๑
ถ้าเจ้าหนี้บอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ก็ดี หรือไม่สามารถจะรับชำระ หนี้ได้ก็ดี หากบุ คลผู้ชำระหนี้วางทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ไว้เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้แล้ว ก็ย่อมจะเป็นอันหลุดพ้นจากหนี้ได้ ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่บุคคลผู้ชำระหนี้ไม่สามารถ จะหยั่งรู้ถึงสิทธิ หรือไม่รู้ตัวเจ้าหนี้ได้แน่นอนโดยมิใช่เป็นความผิดของตน
- ๓๓๒
ถ้าลูกหนี้จำต้องชำระหนี้ต่อเมื่อเจ้าหนี้จะต้องชำระหนี้ตอบแทน ด้วยไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะกำหนดว่ ต่อเมื่อเจ้าหนี้ชำระหนี้ตอบแทนจึงให้มีสิทธิับเอาทรัพย์ที่วาง ไว้นั้นก็ได้
- ๓๓๓
การวางทรัพย์นั้นต้องวาง สำนักงานวางทรัพย์ประจำตำบลที่ จะต้องชำระหนี้ ถ้าไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือกฎข้อบังคับเฉพาะการในเรื่องสำนักงานวาง ทรัพย์ เมื่อบุคคลผู้ชำระหนี้ร้องขอ ศาลจะต้องกำหนดสำกงานวางทรัพย์ และตั้งแต่งผู้พิทักษ์ ทรัพย์ที่วางนั้นขึ้น ผู้วางต้องบอกกล่ วให้เจ้าหนี้ทราบการที่ได้วางทรัพย์นั้นโดยพลั
- ๓๓๔
ลูกหนี้มีสิทธิจะถอนทรัพย์ที่วางนั้นได้ ถ้าลูกหนี้ถอนทรัพย์นั้น ท่านให้ถือเสมือนว่ามิได้วางทรัพย์ไว้เลย สิทธิถอนทรัพย์นี้เป็นอันขาดในกรณีต่อไปนี้
(๑) ถ้าลูกหนี้แสดงต่อานักงานวางทรัพย์ว่าตนยอมละสิทธิที่จะถอน
(๒) ถ้าเจ้าหนี้แสดงต่อสำนักงานวางทรัพย์ว่าจะรับเอาทรัพย์นั้น
(๓) ถ้าการวางทรัพย์ั้นได้เป็นไปโดยคำสั่งหรืออนุมัติของศาลและได้บอก กล่าวความนั้นแก่สำนักงานวางทรัพย์
- ๓๓๕
สิทธิถอนทรัพย์นั้น ตามกฎหมายศาลจะสั่งยึดหาได้ไม่ เมื่อได้ฟ้องคดีล้มละลายเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้แล้ว ท่านห้ามมิให้ใช้สิทธิ ถอนทรัพย์ในระหว่างพิจารณาคดีล้มละลาย
- ๓๓๖
ถ้าทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งการชำระหนี้ไม่ควรแก่การจะวางไว้ก็ดี หรือเป็นที่พึงวิตกว่าทรัพย์ั้นเกลือกจะเสื่ อมเสีย หรือทำลาย หรือบุบสลายได้ก็ดี เมื่อได้รับ อนุญาตจากศาลบุคคลผู้ชำระหนี้จะเอาทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาด แล้วเอาเงินที่ได้แต่การขาย วางแทนทรัพย์นั้นก็ได้ ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่ค่ารักษาทรัพย์จะแพงเกินควรนั้นด้วย
- ๓๓๗
ท่านไม่อนุญาตให้เอาทรัพย์ออกขายทอดตลาดจนกว่าจะได้บอก ให้เจ้าหนี้รู้ตัวก่อน การบอกนี้จะงดเสียก็ได้ถ้าทรัพย์นั้นอาจเสื่อมทรามลงหรือภัยมีอยู่ในการที่จะ หน่วงการขายทอดตลาดไว้ ในการที่จะขายทอดตลาดนั้น ท่านให้ลู หนี้บอกกล่าวแก่เจ้าหนี้โดยไม่ชักช้า ถ้า ละเลยเสียไม่บอกกล่าว ลูกหนี้จะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน การบอกให้รู้ตัวและบอกกล่าวนี้ ถ้าไม่เป็นอันจะทำได้ จะงดเสียก็ได้ เวลาและสถานที่ที่จะขายทอดตลาด กับทั้งคำพรรณนาลักษณะแห่งทรัพย์นั้น ท่านให้ประกาศโฆษณาให้ประชาชนทราบ
- ๓๓๘
ค่าฤชาธรรมเนียมในการวางทรัพย์หรือขายทอดตลาดนั้นให้ฝ่าย เจ้าหนี้เป็นผู้ออก เว้นแต่ลูกหนี้จะได้ถอนทรัพย์ที่วาง
- ๓๓๙
สิทธิของเจ้าหนี้เหนือทรัพย์ที่วางไว้นั้นเป็นอันระงับสิ้นไปเมื่อพ้น เวลาสิบปี นับแต่ได้รับคำบอกกล่าวการวางทรัพย์ อนึ่ง เมื่อสิทธิของเจ้าหนี้ระงับสิ้นไปแล้วถึ แม้ลูกหนี้จะได้ละสิทธิถอนทรัพย์ก็ยัง ชอบที่จะถอนทรัพย์นั้นได้
ส่วนที่ ๒ ปลดหนี้
1 มาตรา- ๓๔๐
ถ้าเจ้าหนี้ แสดงเจตนาต่อลู หนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ท่านว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไป ถ้าหนี้ มีหนังสือเป็นหลักฐานการปลดหนี้ก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย หรือต้อง เวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือขีดฆ่าเอกสารนั้นเสีย
ส่วนที่ ๓ หักกลบลบหนี้
8 มาตรา- ๓๔๑
ถ้าบุคคลสองคนต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกันโดยมูลหนี้อันมี วัตถุเป็นอย่างเดียวกัน และหนี้ทั้งสองรายนั้นถึงกำหนดจะชำระไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย่อมจะหลุดพ้นจากหนี้ของตนด้วยหักกลบลบกันได้เพียงเท่าจำนวนที่ตรงกันในมูลหนี้ทั้งสองฝ่าย นั้น เว้นแต่สภาพแห่ หนี้ฝ่ายหนึ่งจะไม่เปิดช่องให้หักลบลบกันได้ บทบัญญัติดังกล่าวมาในวรรคก่อนนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ หากเป็นการขัดกับเจตนา อันคู่กรณีได้แสดงไว้ แต่เจตนาเช่นนี้ท่านห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการ โดยสุจริต
- ๓๔๒
หักกลบลบหนี้นั้น ทำได้ด้วยคู่กรณีฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาแก่อีก ฝ่ายหนึ่ง การแสดงเจตนาเช่นนี้ท่านว่าจะมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาเริ่มต้นหรือเวลาสิ้นสุดอีกด้วยหา ได้ไม่ การแสดงเจตนาดังกล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ท่านว่ามีผลย้อนหลังขึ้นไปจนถึงเวลา ซึ่งหนี้ทั้งสองฝ่ายนั้นจะอาจหักกลบลบกันได้เป็นครั้งแรก
- ๓๔๓
การหักลบลบหนี้นั้น ถึงแม้ว่ สถานที่ซึ่งจะต้องชำระหนี้ทั้งสองจะ ต่างกัน ก็หักกันได้ แต่ฝ่ายผู้ขอหักหนี้จะต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อความเสียหาย อย่างหนึ่งอย่างใดอันเกิดแต่การนั้น
- ๓๔๔
สิทธิเรียกร้องใดยังมีข้อต่อสู้อยู่ สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าหาอาจจะ เอามาหักกลบลบหนี้ได้ไม่ อนึ่งอายุความย่อมไม่ตัดรอนการหักกลบลบหนี้แม้สิทธิเรียกร้องขาด อายุความแล้ว แต่ว่าในเวลาที่อาจจะหักกลบลบกับสิทธิเรียกร้องฝ่ายอื่นได้นั้น สิทธิยังไม่ขาด
- ๓๔๕
หนี้รายใดเกิดแต่การอันมิชอบด้วยกฎหมายเป็นมูล ท่านห้ามมิให้ ลูกหนี้ถือเอาประโยชน์แห่งหนี้รายนั้น เพื่อหักกลบลบหนี้กับเจ้าหนี้
- ๓๔๖
สิทธิเรียกร้องรายใดตามกฎหมายศาลจะสั่งยึดมิได้ สิทธิเรียกร้อง รายนั้นหาอาจจะเอาไปหักกลบลบหนี้ได้ไม่
- ๓๔๗
ลูกหนี้คนที่สามหากได้รับคำสั่งศาลห้ามมิให้ใช้เงินแล้ว จะยกเอา หนี้ซึ่งตนได้มาภายหลังแต่นั้นขึ้นเป็นข้อต่อสู้เจ้าหนี้ผู้ที่ขอให้ยึดทรัพย์นั้นท่านว่าหาอาจจะยกได้ ไม่
- ๓๔๘
ถ้าคู่กรณีต่างฝ่ายต่างมีสิทธิเรียกร้องหลายรายอันควรแก่การที่จะ ใช้หักกลบลบหนี้ได้ไซร้ ฝ่ายผู้ที่ขอหักหนี้ จะระบุก็ได้ว่าพึ เอาสิทธิเรียกร้องรายใดบ้างเข้าหักกลบ ลบกัน ถ้าการหักกลบลบหนี้ได้แสดงโดยมิได้ระบุเช่นนั้นก็ดี หรือถ้าระบุ แต่อีกฝ่ายหนึ่งท้วง ขัดข้องโดยไม่ชักช้าก็ดี ท่านให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๒๘วรรค๒มาใช้บังคับโดยอนุโลม ถ้าฝ่ายที่ขอหักกลบลบหนี้ยังเป็นหนี้ค่ ดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่อีกฝ่าย หนึ่งอยู่ นอกจากการชำระหนี้อันเป็นประธานนั้นด้วยไซร้ ท่านให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๒๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ส่วนที่ ๔ แปลงหนี้ใหม่
4 มาตรา- ๓๔๙
เมื่อคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้ทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่ง หนี้ไซร้ ท่านว่าหนี้นั้นเป็นอันระงับสิ้นไปด้วยแปลงหนี้ใหม่ ถ้าทำหนี้มีเงื่อนไขให้กลายเป็นหนี้ปราศจากเงื่อนไขก็ดี เพิ่มเติมเงื่อนไขเข้าใน หนี้อันปราศจากเงื่อนไขก็ดี เปลี่ยนเงื่อนไขก็ดี ท่านถือว่าเป็นอันเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่ง หนี้นั้น ถ้าแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้ ท่านให้บังคับด้วยบทบัญญัติทั้งหลายแห่ง ประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยโอนสิทธิเรียกร้อง
- ๓๕๐
แปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้น จะทำเป็นสัญญาระหว่าง เจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ก็ได้ แต่จะทำโดยขืนใจลูกหนี้เดิมหาได้ไม่
- ๓๕๑
ถ้าหนี้อันจะพึงเกิดขึ้นเพราะแปลงหนี้ใหม่นั้นมิได้เกิดมีขึ้นก็ดี ได้ ยกเลิกเสียเพราะมูลแห่งหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันมิรู้ถึงคู่กรณี ก็ดี ท่านว่าหนี้เดิมนั้นก็ยังหาระงับสิ้นไปไม่
- ๓๕๒
คู่กรณีในการแปลงหนี้ใหม่อาจโอนสิทธิจำนำหรือจำนองที่ได้ให้ไว้ เป็นประกันหนี้เดิมนั้นไปเป็นประกันหนี้รายใหม่ได้ เพียงเท่าที่เป็นประกันวัตถุแห่งหนี้เดิม แต่ หลักประกันเช่ ว่ นี้ ถ้าบุคคลภายนอกเป็นผู้ให้ไว้ไซร้ ท่านว่าจำต้องได้รับความยินยอมของ บุคคลภายนอกนั้นด้วยจึงโอนได้
ส่วนที่ ๕ หนี้เกลื่อนกลืนกัน
1 มาตรา- ๓๕๓
ถ้าสิทธิและความรับผิดในหนี้รายใดตกอยู่แก่บุคคลคนเดียวกัน ท่านว่าหนี้รายนั้นเป็นอันระงับสิ้นไป เว้นแต่เมื่อหนี้นั้นตกไปอยู่ในบังคับแห่งสิทธิของ บุคคลภายนอกหรือเมื่อสลักหลังตั๋วเงินกลับคืนตามความในมาตรา ๙๑๗วรรค๓
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
-
๑)บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง
_________
โดยธรรมในลำดับและชั้นต่าง ๆ
ในลำดับและชั้นต่างๆ
หรือข้อกำหนดพินัยกรรม
ข้อกำหนดพินัยกรรม
และการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C.pdf362 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:bd3b78a8a9abebedec47739ee24d3f19bb82c3c798f69fe50786c5668dcdea92ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:16.713Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR