อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๕๙๐

๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๙๐–๗๘๓พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 87 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 87 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 194 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) ว่าด้วยพระมโหสธบัณฑิตทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี (พระเจ้าวิเทหะทอดพระเนตรเห็นมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เข้ามาเฝ้า ก็สบาย พระทัย เมื่อจะรับสั่งกับมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ จึงตรัสว่า)

ข้อ ๕๙๐

พ่อมโหสธ พระเจ้าพรหมทัตผู้ครองแคว้นปัญจาละ เสด็จยาตราทัพมาพร้อมด้วยกองทัพทุกหมู่เหล่า กองทัพของพระเจ้าปัญจาละนั้นประมาณไม่ได้

ข้อ ๕๙๑

มีกองช่างโยธา กองราบ ล้วนแต่ฉลาดในสงครามทุกอย่าง มีเสียงอึกทึกกึกก้อง เป็นสัญญาให้กันและกันรู้ได้ด้วยเสียงกลองและเสียงสังข์

ข้อ ๕๙๒

มีความรู้ในการใช้โลหธาตุ มีเครื่องประดับครบครัน มีธงทิวสลอน ช้างและม้า สมบูรณ์ดีด้วยผู้เชี่ยวชาญศิลป์ ตั้งมั่นด้วยเหล่าทหารผู้แกล้วกล้า

ข้อ ๕๙๓

กล่าวกันว่า ในกองทัพนี้ มีบัณฑิต ๑๐ คน มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน มีการประชุมปรึกษากันในที่ลับ พระมารดาของพระเจ้าปัญจาละเป็นองค์ที่ ๑๑ ช่วยปกครองสั่งสอนชาวแคว้นปัญจาละ

ข้อ ๕๙๔

อนึ่ง ในบรรดาชนเหล่านี้ กษัตริย์ ๑๐๑ พระนครผู้เรืองยศตามเสด็จพระเจ้าปัญจาละ ถูกชิงแคว้น กลัวภัย จึงตกอยู่ในอำนาจของชาวแคว้นปัญจาละ @เชิงอรรถ : @ พระศาสดาเมื่อประทับ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภปัญญาบารมีของพระองค์ ตรัสมโหสธชาดกซึ่ง@มีคำเริ่มต้นว่า พระเจ้าพรหมทัตผู้ครองแคว้นปัญจาละเสด็จยาตราทัพมาพร้อมด้วยกองทัพทุกหมู่เหล่า@เป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๙/๒๒๓) (ต้นเรื่องมโหสธชาดกมีปรากฏในชาดกภาค ๑ คือ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗@ถึง ๑๑ ตอน มีสัพพสังหารกปัญหชาดก เป็นต้น)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๗๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๕๙๕

เป็นผู้ทำตามที่พระราชารับสั่ง ไม่มีความปรารถนาจะกล่าว ก็จำต้องกล่าวคำเป็นที่รัก ต้องตามเสด็จพระเจ้าปัญจาละผู้มีอำนาจมาก่อน ไม่มีความปรารถนาก็ต้องตกอยู่ในอำนาจของพระเจ้าปัญจาละ

ข้อ ๕๙๖

กรุงมิถิลาก็ถูกล้อมด้วยกองทัพนั้นเป็น ๓ ชั้น เมืองหลวงของชาวแคว้นวิเทหะก็ถูกขุดเป็นคูโดยรอบ

ข้อ ๕๙๗

พ่อมโหสธ กองทัพที่แวดล้อมกรุงมิถิลานั้น ปรากฏเหมือนดาวบนท้องฟ้า พ่อจงรู้ว่า จักรอดพ้นได้อย่างไร (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

ข้อ ๕๙๘

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์ทรงเหยียดพระบาทตามพระสำราญเถิด ขอเชิญเสวยและรื่นรมย์พระหฤทัยในกามเถิด พระเจ้าพรหมทัตจะต้องทิ้งกองทัพชาวแคว้นปัญจาละเสด็จหนีไป (พราหมณ์เกวัฏเข้าไปเฝ้าถวายบังคมพระเจ้าวิเทหะแล้วกราบทูลเหตุที่ตนมาว่า)

ข้อ ๕๙๙

พระราชามีพระประสงค์จะทำสันถวไมตรีกับพระองค์ จะพระราชทานรัตนะแก่พระองค์ ตั้งแต่นี้ไป ราชทูตทั้งหลายผู้มีวาจาไพเราะ พูดคำเป็นที่รักจงมา

ข้อ ๖๐๐

ขอจงกล่าววาจาอ่อนหวาน เป็นที่ชื่นชมต่อกัน ขอแคว้นปัญจาละกับแคว้นวิเทหะ ทั้ง ๒ แคว้นนั้นจงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (พระเจ้าวิเทหะทอดพระเนตรพราหมณ์เกวัฏแล้วตรัสถามถึงอาการที่สนทนา กับมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๖๐๑

ท่านเกวัฏ ท่านได้พบกับมโหสธเป็นอย่างไรหนอ ขอเชิญเล่าเรื่องราวนั้น มโหสธกับท่านต่างอดโทษกันแล้วกระมัง มโหสธยินดีแล้วกระมัง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๗๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (พราหมณ์เกวัฏจึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๖๐๒

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชน คนผู้ไม่สุภาพ ไม่ชื่นชมกับใคร เป็นคนกระด้าง ไม่ชื่อว่าเป็นสัตบุรุษ เขาไม่กล่าวข้อความอะไรๆ เป็นเหมือนคนใบ้และคนหนวก (พระเจ้าวิเทหะได้สดับดังนั้น ไม่ทรงยินดี ไม่ทรงคัดค้าน เริ่มตั้งคำถามขึ้นเองว่า)

ข้อ ๖๐๓

มนต์บทนี้เห็นได้ยากแน่นอน มโหสธผู้มีความเพียรได้เห็นประโยชน์อันบริสุทธิ์ จริงอย่างนั้น กายของเราก็ยังหวั่นๆ อยู่ ใครเล่าจักทิ้งแคว้นของตนไปสู่เงื้อมมือของผู้อื่น (พระเจ้าวิเทหะตรัสถามมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๖๐๔

มติของเราทั้ง ๖ คนผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญายอดเยี่ยม เป็นเอกฉันท์เสมอกัน มโหสธ แม้เธอก็จงลงมติว่า ควรไปหรือไม่ควรไป หรือควรยับยั้งอยู่ที่นี้ (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสดังนั้น คิดแล้วได้กราบทูลว่า)

ข้อ ๖๐๕

ข้าแต่พระราชา พระองค์ย่อมทรงทราบอยู่ทีเดียวว่า พระเจ้าจูฬนีพรหมทัตทรงมีอานุภาพมาก มีพลังมาก และปรารถนาจะปลงพระชนม์พระองค์ เหมือนนายพรานเนื้อด้วยนางเนื้อ

ข้อ ๖๐๖

ปลาอยากกินเหยื่อสดกลืนเบ็ดที่ใช้เหยื่อปกปิดไว้ ก็ไม่รู้ว่าตนจะตายฉันใด

ข้อ ๖๐๗

ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงติดอยู่ในกาม ก็ย่อมไม่ทรงทราบพระธิดาของพระเจ้าจูฬนี เหมือนปลาไม่รู้จักว่าตนจะตายฉันนั้นเหมือนกัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๗๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๖๐๘

ถ้าพระองค์จะเสด็จไปแคว้นปัญจาละ ก็จักเสียพระองค์ไปในทันที ภัยใหญ่จักมาถึงพระองค์ เหมือนภัยคือความตายมาถึงเนื้อที่เดินไปตามทาง (พระเจ้าวิเทหะถูกมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ข่มมากเกินไป จึงทรงกริ้วแล้วตรัสถามว่า)

ข้อ ๖๐๙

พวกเรานั่นแหละผู้กล่าวถึงประโยชน์อันสำคัญกับท่าน กลับเป็นคนโง่ บ้าน้ำลาย ท่านเล่าเติบโตมาด้วยหางไถ จะรู้ประโยชน์เหมือนคนอื่นๆ ได้ละหรือ (พระเจ้าวิเทหะด่าบริภาษมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ เมื่อจะขับไล่ จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๑๐

ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสธบัณฑิตนี้ ผู้พูดเป็นอันตรายแก่การได้รัตนะของเรา ขับไล่ให้พ้นไปจากแคว้นของเรา (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๑๑

ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตก็หลีกไปจากราชสำนัก ของพระเจ้าวิเทหะ ต่อมา ก็ได้เรียกนกแขกเต้าตัวฉลาด ที่ชื่อมาธุระ ที่เป็นทูตมาสั่งว่า

ข้อ ๖๑๒

มานี่เถิด สหายผู้มีขนปีกสีเขียว เจ้าจงทำการขวนขวายช่วยเหลือเรา มีนางนกสาลิกาที่เขาเลี้ยงไว้ใกล้ที่บรรทมของพระเจ้าปัญจาละ @เชิงอรรถ : @ เนื้อที่เดินไปตามทาง หมายถึงฝูงเนื้อป่าได้ยินเสียงนางเนื้อต่อที่นายพรานฝึกไว้ดีแล้วร้องขึ้น ก็จะเดิน@เข้าไปหาด้วยความกำหนัด จะถูกนายพรานแทงถึงแก่ความตาย (ขุ.ชา.อ. ๙/๖๐๘/๓๖๒)@ เติบโตมาด้วยหางไถ หมายถึงมโหสธบัณฑิตบุตรของคหบดีจับหางไถเจริญเติบโตมาตั้งแต่วัยเด็ก@(บุตรชาวนาจะรู้เรื่องอะไร) (ขุ.ชา.อ. ๙/๖๐๙/๓๖๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๗๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๖๑๓

นางนกตัวนั้นฉลาดในสิ่งทั้งปวง เจ้าจงถามมันโดยละเอียด มันรู้ความลับทุกอย่างทั้งของพระราชา และเกวัฏฏพราหมณ์โกสิยโคตรนั้น

ข้อ ๖๑๔

นกแขกเต้าตัวฉลาดที่ชื่อมาธุระ ตัวมีขนปีกสีเขียว รับคำของมโหสธบัณฑิตแล้วได้ไปยังที่อยู่ของนางนกสาลิกา

ข้อ ๖๑๕

แต่นั้น นกแขกเต้าตัวฉลาดที่ชื่อว่ามาธุระนั้น ครั้นไปถึงแล้วก็ได้ถามนางนกสาลิกา ตัวมีกรงงาม มีเสียงเพราะว่า

ข้อ ๖๑๖

แม่กรงงาม เธอสบายดีหรือ แม่เพศสวย เธอผาสุกหรือ เธอได้ข้าวตอกกับน้ำผึ้งในกรงอันงามของเธออยู่หรือ

ข้อ ๖๑๗

นางนกสาลิกาตอบว่า สุวบัณฑิตผู้สหาย ฉันสบายดีและไม่มีโรคเบียดเบียน อนึ่ง ฉันได้ข้าวตอกและน้ำผึ้งอยู่นะ

ข้อ ๖๑๘

ท่านมาจากที่ไหน หรือใครใช้ให้มา สหาย ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยพบหรือเคยรู้จักท่านเลย (นกแขกเต้าได้ฟังคำของนางนกสาลิกานั้นแล้ว จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๑๙

ฉันถูกเขาเลี้ยงไว้ใกล้ที่บรรทมบนปราสาทของพระเจ้ากรุงสีพี ต่อมา พระราชาพระองค์นั้นทรงตั้งอยู่ในธรรม โปรดให้ปล่อยเหล่าสัตว์ที่ถูกขังไว้จากที่ขัง (นกแขกเต้าต้องการจะฟังความลับ จึงกล่าวมุสาว่า)

ข้อ ๖๒๐

ฉันนั้นได้มีนางนกสาลิกามีเสียงหวานตัวหนึ่งเป็นภรรยาเก่า นางได้ถูกเหยี่ยวฆ่าตายเสียในห้องบรรทม ต่อหน้าของฉันในกรงอันงามที่เห็นอยู่

ข้อ ๖๒๑

เพราะฉันรักเธอจึงมาหาเธอ ถ้าเธอเปิดโอกาสให้ เราทั้ง ๒ ก็จะได้อยู่ร่วมกัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๗๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (นางนกสาลิกาได้ฟังดังนั้น ก็ดีใจ แต่ไม่ให้นกแขกเต้ารู้ว่าตัวก็รัก ทำเป็นไม่ปรารถนา แล้วกล่าวว่า)

ข้อ ๖๒๒

ก็นกแขกเต้าก็ควรรักใคร่กับนางนกแขกเต้า ส่วนนกสาลิกาก็ควรรักใคร่กับนางนกสาลิกา นกแขกเต้ากับนางนกสาลิกาอยู่ร่วมกันจะเป็นเช่นไร (นกแขกเต้าได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๒๓

ผู้ใดใคร่อยู่ในกามแม้แต่กับหญิงจัณฑาล ผู้นั้นก็เป็นเหมือนกันทั้งหมด เพราะในกามไม่มีคนที่จะไม่เหมือนกัน (นกแขกเต้าบัณฑิตครั้นกล่าวอย่างนั้นแล้ว เมื่อจะประมวลเรื่องในอดีตมาแสดง จึงกล่าวต่อว่า)

ข้อ ๖๒๔

มีพระชนนีของพระเจ้ากรุงสีพีพระนามว่าชัมพาวดี พระนางเป็นพระมเหสีที่โปรดปรานของพระเจ้าวาสุเทพกัณหโคตร (นกแขกเต้าบัณฑิตยกอุทาหรณ์อย่างอื่นมากล่าวอีกว่า)

ข้อ ๖๒๕

มีกินนรีชื่อรัตนวดี แม้เธอก็ได้ร่วมรักกับวัจฉดาบส มนุษย์ได้ร่วมรักกับนางเนื้อก็มี ในความใคร่ มนุษย์หรือสัตว์ไม่มีต่างกัน (นกแขกเต้าบัณฑิตเมื่อจะทดลองนางนกสาลิกา จึงกล่าวอีกว่า)

ข้อ ๖๒๖

แม่นกสาลิกาผู้มีเสียงไพเราะ เอาเถอะ ฉันจักไปละ เพราะถ้อยคำของเธอนี้เป็นเหตุให้ฉันประจักษ์ เธอดูหมิ่นฉันแน่ (นางนกสาลิกาได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๒๗

มาธุรสุวบัณฑิต สิริย่อมไม่มีแก่ผู้ด่วนได้ใจเร็ว เชิญท่านอยู่ ณ ที่นี้แหละจนกว่าจะได้เฝ้าพระราชา จนกว่าจะได้ฟังเสียงตะโพน และเห็นอานุภาพของพระราชา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๗๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (นกแขกเต้าบัณฑิตเมื่อจะถามความลับนั้น จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๒๘

เสียงดังอึกทึกนี้ฉันได้ยินมาภายนอกชนบทว่า พระธิดาของพระเจ้าปัญจาละ มีพระฉวีวรรณดังดาวประกายพรึก พระเจ้าปัญจาละจักพระราชทานพระราชธิดานั้น แก่ชาวแคว้นวิเทหะ คือ จักมีอภิเษก ระหว่างพระเจ้าวิเทหะกับพระธิดานั้น (นางนกสาลิกาถูกนกแขกเต้าบัณฑิตแค่นไค้นัก จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๒๙

มาธุระ วิวาหมงคลเช่นนี้จงอย่ามีแก่คนผู้เป็นศัตรูกัน เหมือนวิวาหะของพระธิดาของพระเจ้าปัญจาละ กับพระเจ้าวิเทหะเลย (นางนกสาลิกาครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงกล่าวอีกว่า)

ข้อ ๖๓๐

พระราชาผู้เป็นจอมทัพแห่งชาวแคว้นปัญจาละ จักทรงนำพระเจ้าวิเทหะมา แต่นั้นจักรับสั่งให้ปลงพระชนม์ชีพพระองค์เสีย พระเจ้าวิเทหะไม่เป็นพระสหายของพระเจ้าปัญจาละ (นกแขกเต้าบัณฑิตได้ฟังดังนั้น หวังจะให้นางนกสาลิกาอนุญาตให้ตนกลับไปจึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๓๑

เอาเถิด เธอจงอนุญาตให้ฉันไปสัก ๗ คืน เพียงให้ฉันได้กราบทูลพระเจ้ากรุงสีพีและพระมเหสีของพระองค์ว่า ฉันได้ที่พักในที่อยู่ของนางนกสาลิกาแล้ว (นางนกสาลิกาได้ฟังดังนั้น เมื่อไม่สามารถจะห้ามได้ จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๓๒

เอาเถิด ฉันอนุญาตให้ท่านไปได้เพียง ๗ คืน ถ้า ๗ คืนท่านยังไม่กลับมายังที่อยู่ ฉันกำหนดวันตายไว้แล้ว ท่านจักกลับมาได้ ก็ต่อเมื่อฉันได้ตายไปแล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๓๓

ลำดับนั้นแล นกแขกเต้าตัวฉลาดชื่อมาธุระ จึงได้บินไปบอกคำของนางนกสาลิกานี้แก่มโหสธบัณฑิต (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เมื่อจะเปล่งอุทานด้วยกำลังปีติ จึงได้กราบทูลว่า)

ข้อ ๖๓๔

ราชบุรุษพึงได้บริโภคโภคะ ในพระตำหนักของพระราชาพระองค์ใด ก็ควรทำประโยชน์ให้แก่พระราชาพระองค์นั้นเท่านั้น ข้าแต่พระราชาผู้เป็นจอมแห่งชน เอาเถิด ข้าพระองค์จะไปสู่เมืองอันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้าปัญจาละก่อน เพื่อสร้างพระราชนิเวศน์ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงพระนามว่าวิเทหะผู้ทรงยศ

ข้อ ๖๓๕

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ ครั้นข้าพระองค์สร้างพระราชนิเวศน์ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงพระนามว่าวิเทหะผู้ทรงยศแล้ว พึงส่งข่าวมาถวายพระองค์ได้เมื่อใด ขอพระองค์เสด็จไปเมื่อนั้น (พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๓๖

ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตได้ไปยังเมืองอันน่ารื่นรมย์ ของพระเจ้าปัญจาละก่อน เพื่อสร้างพระราชนิเวศน์ ถวายพระเจ้าวิเทหะผู้ทรงยศ

ข้อ ๖๓๗

ครั้นได้สร้างพระราชนิเวศน์ถวายแด่พระเจ้าวิเทหะ ผู้ทรงยศ แล้วภายหลังจึงได้ส่งทูต ไปกราบทูลพระเจ้าวิเทหะผู้ครองกรุงมิถิลาว่า ข้าแต่มหาราช ขอเชิญพระองค์เสด็จ ณ บัดนี้เถิด พระราชนิเวศน์ที่สร้างเพื่อพระองค์สำเร็จแล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๖๓๘

ลำดับนั้น พระราชาเสด็จไปพร้อมด้วยจตุรงคเสนา เพื่อทอดพระเนตรเมืองเจริญที่มโหสธบัณฑิตสร้างถวาย ในแคว้นกปิละซึ่งมีพาหนะนับไม่ถ้วน

ข้อ ๖๓๙

แต่นั้น ท้าวเธอครั้นเสด็จไปถึงแล้ว จึงทรงส่งพระราชสาส์นไปถวายพระเจ้าพรหมทัตว่า ข้าแต่มหาราช หม่อมฉันจะมา เพื่อถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์

ข้อ ๖๔๐

ขอพระองค์โปรดพระราชทานพระธิดา ผู้ทรงความงามทั่วทั้งองค์ ประดับด้วยเครื่องอลังการทำด้วยทองคำ แห่ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด (พระเจ้าจูฬนีสดับถ้อยคำของราชทูตแล้วก็ทรงโสมนัส เมื่อจะทรงแสดงโสมนัสให้ปรากฏเด่นชัด ประทานรางวัลแก่ราชทูตแล้ว จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๔๑

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะ พระองค์เสด็จมาดีแล้ว อนึ่ง พระองค์มิได้เสด็จมาร้าย เชิญพระองค์ทรงหาฤกษ์ไว้เถิด หม่อมฉันจะถวายพระราชธิดา ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทำด้วยทองคำ แห่ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวงแก่พระองค์ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๔๒

ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหะก็ได้ทรงหาฤกษ์ ครั้นแล้วจึงทรงส่งพระราชสาส์นไปถวายพระเจ้าพรหมทัตว่า

ข้อ ๖๔๓

ขอพระองค์ทรงพระราชทานพระราชธิดา ผู้ทรงความงามทั่วทั้งองค์ ประดับด้วยเครื่องอลังการทำด้วยทองคำ แห่ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (ฝ่ายพระเจ้าจูฬนีตรัสตอบว่า)

ข้อ ๖๔๔

หม่อมฉันจะถวายพระราชธิดา ผู้ทรงความงามทั่วทั้งองค์ ประดับด้วยเครื่องอลังการทำด้วยทองคำ แห่ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของพระองค์ ณ บัดนี้ (พระเจ้าวิเทหะเมื่อทรงปรึกษากับอาจารย์ผู้เป็นบัณฑิต จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๔๕

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ เป็นกองทัพที่สวมเกราะตั้งอยู่ จุดคบเพลิงสว่างไสวอยู่ บัณฑิตทั้งหลายจะเข้าใจอย่างไรหนอ

ข้อ ๖๔๖

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ เป็นกองทัพที่สวมเกราะตั้งอยู่ จุดคบเพลิงสว่างไสวอยู่ บัณฑิตทั้งหลายจักทำอย่างไรหนอ (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

ข้อ ๖๔๗

ข้าแต่มหาราช พระเจ้าจูฬนีพรหมทัตมีกำลังมาก รักษาพระองค์ไว้ จะทรงประทุษร้ายพระองค์ รุ่งเช้าก็จักรับสั่งให้ปลงพระชนม์พระองค์ (พระเจ้าวิเทหะทรงกลัวต่อมรณภัย ได้ตรัสว่า)

ข้อ ๖๔๘

หทัยของเราสั่นและปากก็แห้งผาก เราไม่ได้รับความเย็นใจเลย เป็นเสมือนถูกไฟเผาอยู่กลางแดด

ข้อ ๖๔๙

เบ้าหลอมทองของพวกช่างทองย่อมไหม้อยู่ข้างใน หาไหม้ข้างนอกไม่ฉันใด ใจของเราก็ฉันนั้น ไหม้อยู่ข้างใน หาไหม้ข้างนอกไม่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ยินเสียงพระเจ้าวิเทหะคร่ำครวญ จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๖๕๐

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ ทรงเป็นผู้ประมาท ล่วงเลยการปรึกษา ทำลายการปรึกษา บัดนี้ ขอชนทั้งหลายผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญา จงป้องกันพระองค์เถิด

ข้อ ๖๕๑

พระราชาไม่ทรงทำตามคำของข้าพระองค์ผู้เป็นอำมาตย์ ผู้ใคร่ประโยชน์และหวังดี ทรงยินดีด้วยปีติของพระองค์ จึงเหมือนเนื้อติดบ่วงนายพราน

ข้อ ๖๕๒

ปลาอยากกินเหยื่อสด กลืนขอเบ็ดที่ใช้เหยื่อปิดบังไว้ ก็ไม่รู้ว่าตนจะตายฉันใด

ข้อ ๖๕๓

ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงติดอยู่ในกาม ก็ย่อมไม่ทรงทราบพระธิดาของพระเจ้าจูฬนี เหมือนปลาไม่รู้จักตนว่าจะตายฉันนั้น

ข้อ ๖๕๔

ถ้าพระองค์เสด็จไปแคว้นปัญจาละ ก็จักเสียพระองค์ไปทันที ภัยใหญ่จักมาถึงพระองค์ เหมือนภัยคือความตายมาถึงเนื้อตัวเดินไปตามทาง

ข้อ ๖๕๕

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมชน บุรุษผู้เป็นอนารยชน ก็เป็นเหมือนงูที่อยู่ในชายพกจะพึงกัดได้ นักปราชญ์ไม่พึงผูกไมตรีกับบุรุษผู้นั้น เพราะการสังคมกับบุรุษชั่วนำทุกข์มาให้โดยแท้

ข้อ ๖๕๖

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมชน นักปราชญ์พึงผูกไมตรีกับบุคคลผู้มีศีล เป็นพหูสูตที่รู้จักกันนั้นแหละ เพราะการสมาคมกับสัตบุรุษนำสุขมาให้โดยแท้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ข่มพระเจ้าวิเทหะยิ่งขึ้น จึงนำพระดำรัส ที่ตรัสไว้ในกาลก่อนมากราบทูลว่า)

ข้อ ๖๕๗

ข้าแต่พระราชา พระองค์ได้ตรัสถึงเหตุ ที่จะให้ได้รัตนะอันสูงส่งในสำนักของข้าพระองค์ ทรงเป็นผู้โง่เขลา บ้าน้ำลาย ข้าพระองค์เป็นบุตรของคหบดี เติบโตมาด้วยหางไถ จะรู้เหตุที่จะให้ได้รัตนะอันสูงส่งเหมือนคนอื่นๆ ได้อย่างไร

ข้อ ๖๕๘

ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสธบัณฑิตนี้ ผู้พูดเป็นอันตรายต่อการได้รัตนะของเรา ขับไล่ให้พ้นไปจากแคว้นของเรา (พระเจ้าวิเทหะเมื่อจะยึดมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เป็นที่พึ่ง จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๕๙

มโหสธ เหล่าบัณฑิตย่อมไม่พูดทิ่มแทงเพราะโทษที่ล่วงไปแล้ว เพราะเหตุไร เจ้าจึงมาทิ่มแทงเรา เหมือนม้าที่เขาล่ามไว้ถูกแทงด้วยปฏัก

ข้อ ๖๖๐

ถ้าเจ้าเห็นว่าเราจะพ้นภัยหรือปลอดภัย เพราะเหตุไร เจ้าจึงทิ่มแทงเราเพราะโทษที่ล่วงไปแล้วเล่า จงสั่งสอนเราโดยความสวัสดีนั้นเถิด (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

ข้อ ๖๖๑

ข้าแต่กษัตริย์ กรรมของมนุษย์ที่ล่วงไปแล้ว ทำได้ยาก เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง ข้าพระองค์ไม่อาจจะปลดเปลื้องพระองค์ได้ ขอพระองค์ได้โปรดทรงทราบเถิด

ข้อ ๖๖๒

ช้างทั้งหลายที่มีฤทธิ์ มียศ สามารถเหาะไปทางอากาศได้ ของพระราชาใดมีอยู่ ช้างเหล่านั้นก็จะพึงพาพระราชานั้นไปได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๖๖๓

ม้าทั้งหลายที่มีฤทธิ์ มียศ สามารถเหาะไปทางอากาศได้ ของพระราชาใดมีอยู่ ม้าเหล่านั้นก็จะพึงพาพระราชานั้นไปได้

ข้อ ๖๖๔

นกทั้งหลายที่มีฤทธิ์ มียศ สามารถบินไปทางอากาศได้ ของพระราชาใดมีอยู่ นกเหล่านั้นจะพึงพาพระราชานั้นไปได้

ข้อ ๖๖๕

ยักษ์ทั้งหลายที่มีฤทธิ์ มียศ สามารถเหาะไปทางอากาศได้ ของพระราชาใดมีอยู่ ยักษ์เหล่านั้นก็จะพึงพาพระราชานั้นไปได้

ข้อ ๖๖๖

ข้าแต่กษัตริย์ กรรมของมนุษย์ที่ล่วงไปแล้ว ทำได้ยาก เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง ข้าพระองค์ไม่อาจปลดเปลื้องพระองค์ทางอากาศได้ (เสนกบัณฑิตเมื่อจะขอร้องมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ จึงได้กล่าวว่า)

ข้อ ๖๖๗

บุรุษผู้ยังมองไม่เห็นฝั่งในมหาสมุทร ได้ที่พำนักในที่ใด เขาย่อมได้รับความสุขในที่นั้นฉันใด

ข้อ ๖๖๘

ท่านมโหสธ ขอท่านจงได้เป็นที่พึ่ง ทั้งของพวกข้าพเจ้าและพระราชาฉันนั้นเถิด ท่านเป็นผู้ประเสริฐสุดของพวกข้าพเจ้าเหล่ามนตรี ขอท่านจงช่วยปลดเปลื้องข้าพเจ้าทั้งหลาย ให้พ้นจากทุกข์ด้วยเถิด (ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เมื่อจะข่มเสนกบัณฑิต จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๖๙

ท่านอาจารย์เสนกะ กรรมของมนุษย์ที่ล่วงไปแล้ว ทำได้ยาก เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าไม่อาจจะปลดเปลื้องท่านได้ ขอท่านจงรู้เอาเองเถิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (พระเจ้าวิเทหะตรัสถามว่า)

ข้อ ๖๗๐

ขอท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์เสนกะ ณ ที่นี้ ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ควรทำอย่างไร (เสนกบัณฑิตได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๖๗๑

พวกเราจะปิดประตูเอาไฟจุดเผา หรือมิฉะนั้นก็จับศัสตราห้ำหั่นฆ่ากันและกัน ชิงละชีวิตไปเสียก่อน อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตฆ่าพวกเรา ด้วยการทรมานเป็นเวลานานเลย (พระเจ้าวิเทหะตรัสถามปุกกุสบัณฑิตว่า)

ข้อ ๖๗๒

ขอท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์ปุกกุสะ ณ ที่นี้ ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ควรทำอย่างไร (ปุกกุสบัณฑิตกราบทูลว่า)

ข้อ ๖๗๓

พวกเราจะกินยาพิษฆ่าตัวตาย ชิงละชีวิตไปเสียก่อน อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตฆ่าพวกเรา ด้วยการทรมานเป็นเวลานานเลย (พระเจ้าวิเทหะตรัสถามกามินทบัณฑิตว่า)

ข้อ ๖๗๔

ขอท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์กามินทะ ณ ที่นี้ ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ควรทำอย่างไร (กามินทบัณฑิตกราบทูลว่า)

ข้อ ๖๗๕

พวกเราจะเอาเชือกผูกคอตายหรือโดดเหวตาย อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตฆ่าพวกเรา ด้วยการทรมานเป็นเวลานานเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (พระเจ้าวิเทหะตรัสถามเทวินทบัณฑิตว่า)

ข้อ ๖๗๖

ขอท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านอาจารย์เทวินทะ ณ ที่นี้ ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ควรทำอย่างไร (เทวินทบัณฑิตกราบทูลว่า)

ข้อ ๖๗๗

พวกเราจะปิดประตูเอาไฟจุดเผา หรือมิฉะนั้นก็จับศัสตราห้ำหั่นฆ่ากันและกัน ชิงละชีวิตไปเสียก่อน มโหสธไม่สามารถจะช่วยปลดเปลื้องพวกเรา ให้รอดพ้นไปได้โดยง่ายเลย (พระเจ้าวิเทหะได้สดับดังนั้น คร่ำครวญจนมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ยินจึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๗๘

บุคคลแสวงหาแก่นของต้นกล้วย แต่ไม่พบฉันใด พวกเราเมื่อค้นหาปัญหาคืออุบายที่จะพ้นทุกข์ ก็ไม่พบปัญหานั้นฉันนั้น

ข้อ ๖๗๙

บุคคลแสวงหาแก่นงิ้ว แต่ไม่พบฉันใด พวกเราเมื่อค้นหาปัญหาคืออุบายที่จะพ้นทุกข์ ก็ไม่พบปัญหานั้นฉันนั้น

ข้อ ๖๘๐

การที่เราทั้งหลายอยู่ในสำนักหมู่พาล ซึ่งเป็นพวกเขลา ไม่รู้อะไร ก็เท่ากับฝูงกุญชรอยู่ในที่ไม่มีน้ำซึ่งเป็นถิ่นไม่สมควรหนอ

ข้อ ๖๘๑

หทัยของเราสั่น และปากก็แห้งผาก เราไม่ได้รับความเย็นใจเลย เป็นเหมือนถูกไฟเผาอยู่กลางแดด

ข้อ ๖๘๒

เบ้าหลอมทองของพวกช่างทองย่อมไหม้อยู่ข้างใน หาไหม้ข้างนอกไม่ ฉันใด ใจของเราก็ฉันนั้น ไหม้อยู่ข้างใน หาไหม้ข้างนอกไม่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๘๓

ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตผู้เป็นปราชญ์มองเห็นประโยชน์นั้น เห็นพระเจ้าวิเทหะผู้ประสบทุกข์ จึงได้กราบทูลคำนี้ว่า

ข้อ ๖๘๔

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น เหมือนช่วยปลดเปลื้องดวงจันทร์ที่ถูกราหูจับให้หลุดพ้น

ข้อ ๖๘๕

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น เหมือนช่วยปลดเปลื้องดวงอาทิตย์ที่ถูกราหูจับให้หลุดพ้น

ข้อ ๖๘๖

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น เหมือนช่วยปลดเปลื้องช้างเชือกจมปลักให้รอดพ้น

ข้อ ๖๘๗

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น เหมือนช่วยปลดเปลื้องงูที่ติดอยู่ในข้องให้รอดพ้น

ข้อ ๖๘๘

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรงให้รอดพ้น

ข้อ ๖๘๙

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ให้รอดพ้น เหมือนคนช่วยปล่อยปลาที่ติดแหให้รอดพ้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๘๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๖๙๐

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย ข้าพระองค์จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ พร้อมด้วยพระราชยานหมู่พลและพาหนะให้รอดพ้น

ข้อ ๖๙๑

ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าได้ทรงกลัวไปเลย ข้าพระองค์จักขับไล่กองทัพของพระเจ้าปัญจาละให้หนีไป เหมือนขับไล่กาและเหยี่ยวให้หนีไป

ข้อ ๖๙๒

อำมาตย์ใดพึงปลดเปลื้องพระองค์ ผู้ตกอยู่ในที่คับขันให้พ้นจากทุกข์ไม่ได้ ปัญญาของอำมาตย์ผู้เช่นนั้นหรืออำมาตย์ ผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญาผู้เช่นนั้น จะมีประโยชน์อะไร (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์สั่งเหล่าทหารให้เปิดประตูอุโมงค์ว่า)

ข้อ ๖๙๓

มาเถิด ลุกขึ้นเถิดมาณพทั้งหลาย จงเปิดปากอุโมงค์และประตูเรือนเถิด พระเจ้าวิเทหะ พร้อมอำมาตย์จักเสด็จไปทางอุโมงค์ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๙๔

พวกคนติดตามของมโหสธบัณฑิตฟังคำสั่งของมโหสธนั้นแล้ว ช่วยกันเปิดประตูอุโมงค์และถอดกลอนที่ติดยนต์

ข้อ ๖๙๕

เสนกะเดินนำเสด็จไปข้างหน้า มโหสธเดินตามเสด็จไปข้างหลัง พระเจ้าวิเทหะมีอำมาตย์ห้อมล้อมเสด็จไปท่ามกลาง

ข้อ ๖๙๖

พระเจ้าวิเทหะเสด็จออกไปจากอุโมงค์แล้ว เสด็จขึ้นประทับเรือพระที่นั่ง ส่วนมโหสธบัณฑิตได้ทราบว่า พระเจ้าวิเทหะเสด็จขึ้นประทับเรือพระที่นั่งแล้ว จึงถวายอนุสาสน์ว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๖๙๗

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นจอมชน ผู้นี้คือพระโอรส แห่งพระเจ้าจูฬนีผู้เป็นพระสัสสุระ (พ่อตา) ของพระองค์ พระเทวีนี้เป็นพระสัสสุ (แม่ยาย) ของพระองค์ ขอโปรดทรงปฏิบัติต่อพระสัสสุของพระองค์ เหมือนทรงปฏิบัติต่อพระราชมารดาของพระองค์เถิด

ข้อ ๖๙๘

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระภาดาแท้ๆ ผู้ร่วมพระอุทร มีพระชนนีเดียวกัน พระองค์ก็ควรทรงเอ็นดูฉันใด พระปัญจาลจันทราชกุมารพระองค์ก็ควรเอ็นดูฉันนั้น

ข้อ ๖๙๙

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระนางปัญจาลจันทนีราชบุตรีของพระเจ้าพรหมทัตนี้ ที่พระองค์ทรงปรารถนายิ่งนัก ขอพระองค์จงทำความรักใคร่ในพระนางของพระองค์ พระนางจะเป็นมเหสีของพระองค์ (พระเจ้าวิเทหะทรงประสงค์จะเสด็จไป จึงตรัสกับมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๗๐๐

มโหสธ ท่านจงรีบขึ้นเรือเถิด จะยืนอยู่ที่ฝั่งทำไมหนอ พวกเราพ้นจากทุกข์ได้โดยยาก จงรีบไป ณ บัดนี้เถิด (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสนั้นแล้ว จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๗๐๑

ข้าแต่มหาราช การที่ข้าพระองค์เป็นผู้นำกองทัพ จะทอดทิ้งกองทัพแล้ว พึงเอาตัวรอดนี้ ไม่เป็นธรรมเลย

ข้อ ๗๐๒

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ข้าพระองค์จักนำกองทัพที่พระองค์ละทิ้งไว้ในพระราชนิเวศน์ ซึ่งพระเจ้าพรหมทัตพระราชทานแล้วนั้นกลับมา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหะตรัสว่า)

ข้อ ๗๐๓

ท่านบัณฑิต ท่านมีเสนาน้อย จักข่มพระเจ้าพรหมทัตผู้มีเสนามากได้อย่างไร ท่านไม่มีกำลังจักเดือดร้อน เพราะพระเจ้าพรหมทัตมีกำลัง (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

ข้อ ๗๐๔

ผู้มีปัญญา ถึงจะมีเสนาน้อย ก็ชนะคนที่มีเสนามากแต่ไม่มีปัญญาได้ เหมือนพระราชาผู้ทรงพระปรีชา ย่อมชนะพระราชาหลายพระองค์ผู้ไม่ทรงพระปรีชาได้ ดังดวงอาทิตย์ขึ้นมากำจัดความมืด (พระเจ้าวิเทหะ ทรงสรรเสริญคุณของมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์แก่เสนกบัณฑิตว่า)

ข้อ ๗๐๕

ท่านอาจารย์เสนกะ การอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลาย เป็นสุขดีหนอ เพราะมโหสธบัณฑิตได้ช่วยปลดเปลื้องพวกเรา ผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูให้รอดพ้นได้ เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรงให้รอดพ้น และเหมือนคนช่วยปล่อยปลาที่ติดอยู่ในร่างแหให้พ้น (เสนกบัณฑิตได้ฟังพระราชดำรัสนั้นแล้ว จึงสรรเสริญคุณของมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๗๐๖

ข้าแต่มหาราช บัณฑิตทั้งหลาย เป็นผู้นำความสุขมาให้โดยแท้ มโหสธบัณฑิตได้ช่วยปลดเปลื้องพวกเรา ผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูให้รอดพ้นได้ เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรงให้รอดพ้น และเหมือนคนช่วยปล่อยปลาที่ติดอยู่ในร่างแหให้รอดพ้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๗๐๗

พระเจ้าจูฬนีผู้ทรงมีพระกำลังมาก เฝ้าระวังไว้ตลอดราตรีทั้งสิ้น ครั้นรุ่งอรุณก็เสด็จไปถึงอุปการนคร

ข้อ ๗๐๘

พระเจ้าปัญจาละพระนามว่าจูฬนีผู้ทรงมีพระกำลังมาก เสด็จขึ้นประทับช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐมีกำลัง ต่อมีอายุ ๖๐ ปีจึงเสื่อมกำลัง ได้รับสั่งแล้วว่า

ข้อ ๗๐๙

พระองค์ทรงสวมเกราะแก้วมณี มีพระหัตถ์ทรงพระแสงศร ได้ตรัสสำทับกับเหล่าทหารหาญ ผู้เชี่ยวชาญศิลปะทุกๆ ด้าน ซึ่งมาประชุมกันอยู่ (บัดนี้เมื่อจะทรงแสดงข้อความเหล่านั้นโดยย่อ พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า)

ข้อ ๗๑๐

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กองพลราบ ผู้มีฝีมือ ชำนาญในศิลปะธนู ยิงได้แม่นยำ มาประชุมกันแล้ว (พระเจ้าจูฬนีรับสั่งใหัจับพระเจ้าวิเทหะว่า)

ข้อ ๗๑๑

พวกท่านจงไสช้างพลายงาทั้งหลายที่มีกำลัง ต่อมีอายุ ๖๐ ปีจึงเสื่อมกำลังไป ขอช้างทั้งหลายจงเหยียบย่ำทำลายเมือง ที่พระเจ้าวิเทหะได้รับสั่งให้สร้างไว้ดีแล้ว

ข้อ ๗๑๒

ขอให้ลูกศรขาวด้านหน้าทำด้วยเขี้ยวลูกสัตว์ มีปลายแหลมคมแทงทะลุกระดูกที่ถูกปล่อยไปแล้ว จงข้ามไปตกลงด้วยกำลังธนูเถิด @เชิงอรรถ : @ อุปการนคร หมายถึงนครที่มโหสธบัณฑิตให้สร้างขึ้นในเขตเมืองปัญจาลนคร(ของพระเจ้าจุฬามณี เพื่อใช้@เป็นที่ประทับของพระเจ้าวิเทหะ เพื่อรอเวลาเข้าพิธีวิวาห์กับพระนางปัญจาลจันทนีธิดาของพระเจ้าจุฬามณี@(ขุ.ชา.อ. ๙/๗๐๗/๔๐๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๗๑๓

พวกทหารรุ่นหนุ่มๆ สวมเกราะแกล้วกล้า มีอาวุธมีด้ามอันงดงาม เมื่อช้างใหญ่ทั้งหลายแล่นเข้าสงครามมาอยู่ จงหันหน้าสู้ช้างทั้งหลายเถิด

ข้อ ๗๑๔

หอกทั้งหลายที่ชโลมด้วยน้ำมันส่องแสงเป็นประกายเพลิง โชติช่วงตั้งอยู่ดังดาวประกายพรึกซึ่งมีรัศมีตั้งร้อย

ข้อ ๗๑๕

เมื่อเหล่าทหารมีกำลังอาวุธ สวมสังวาลรัดเกราะเช่นนี้ ไม่หนีสงคราม พระเจ้าวิเทหะต่อให้มีปีกบินก็หนีไปไหนไม่พ้น

ข้อ ๗๑๖

เหล่าทหาร ๓๙,๐๐๐ นายทั้งหมดของเรา แต่ละคนล้วนถูกคัดเลือกไว้แล้ว เราเที่ยวไปทั่วแผ่นดินก็ไม่เห็นทหารผู้ทัดเทียม

ข้อ ๗๑๗

อนึ่ง ช้างพลายงาทั้งหลายที่ประดับแล้วล้วนแต่มีกำลัง ต่อเมื่ออายุ ๖๐ ปีจึงเสื่อมกำลัง ซึ่งมีเหล่าทหารหนุ่มๆ มีผิวพรรณดุจทองคำสง่างามอยู่บนคอ

ข้อ ๗๑๘

ทหารเหล่านั้นมีเครื่องประดับสีเหลือง นุ่งผ้าสีเหลือง ผ้านุ่งผ้าห่มสีเหลือง ย่อมสง่างามอยู่บนคอช้างดังเทพบุตรในอุทยานนันทวัน

ข้อ ๗๑๙

กระบี่ทั้งหลายที่มีสีเช่นเดียวกับปลาสลาด ขัดถูด้วยน้ำมันเป็นประกายวาบวับ ที่เหล่าทหารกล้าทำสำเร็จแล้ว ลับเป็นอย่างดีมีคมอยู่เสมอ

ข้อ ๗๒๐

ดาบส่องแสงจ้า ปราศจากสนิม ทำด้วยเหล็กกล้าทนทาน ที่เหล่าทหารผู้มีกำลังชำนาญในการฟันถือไว้แล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๗๒๑

ดาบเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ด้ามทองคำ ประกอบด้วยฝักสีแดง กวัดแกว่งไปมางดงาม ดังสายฟ้าที่แปลบปลาบอยู่ในระหว่างก้อนเมฆ

ข้อ ๗๒๒

เหล่าทหารดาบผู้แกล้วกล้าสวมเกราะ สามารถตีลังกาไปในอากาศ ฉลาดในการใช้ดาบและโล่ห์ ฝึกฝนมาดีกว่าพลแม่นธนู สามารถจะตัดคอช้างให้ขาดตกลงไปได้

ข้อ ๗๒๓

พระองค์ถูกทหารทั้งหลายเช่นนี้ล้อมไว้แล้ว พระองค์จะพ้นไปจากที่นี้ไม่ได้ ข้าพระองค์ยังไม่เห็นราชานุภาพของพระองค์ ที่จะเป็นเหตุให้เสด็จดำเนินไปถึงกรุงมิถิลาได้ (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ กล่าวเย้ยหยันกับพระเจ้าจูฬนีว่า)

ข้อ ๗๒๔

พระองค์ทรงด่วนไสช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐมาทำไมหนอ พระองค์มีพระทัยร่าเริงเสด็จมา พระองค์ทรงสำคัญว่า เราเป็นผู้ได้ประโยชน์

ข้อ ๗๒๕

ขอพระองค์ทรงลดแล่งธนูนั่นลงเสียเถิด ทรงเก็บลูกศรเสียเถิด จงทรงเปลื้องเกราะอันงดงาม ติดแผ่ไปด้วยแก้วไพฑูรย์และแก้วมณีออกเสียเถิด (พระเจ้าจูฬนีได้สดับดังนั้น ทรงคุกคามมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๗๒๖

เจ้ามีสีหน้าผ่องใส และพูดอย่างฝืนยิ้ม ความถึงพร้อมด้วยผิวพรรณเช่นนี้ย่อมมีในคราวใกล้ตาย (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ประกาศข้อความนี้ว่า)

ข้อ ๗๒๗

ข้าแต่ขัตติยราช พระดำรัสที่พระองค์ตรัสขู่คำราม เป็นพระดำรัสที่เปล่าประโยชน์ พระองค์เป็นผู้มีความลับแตกเสียแล้ว เพราะพระราชาของข้าพระองค์ยากที่พระองค์จะจับได้ เหมือนม้าขาเขยกขับม้าสินธพได้ยาก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๗๒๘

พระราชาของข้าพระองค์พร้อมด้วยอำมาตย์ราชบริพาร เสด็จข้ามแม่น้ำคงคาไปแล้วแต่วานนี้ ถ้าพระองค์จักทรงติดตามไป ก็จักตกไปสู่ความลำบาก เหมือนกาบินไล่ติดตามพญาหงส์ (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ไม่พรั่นพรึงดุจพญาราชสีห์ ยกอุทาหรณ์มากราบทูลว่า)

ข้อ ๗๒๙

สุนัขจิ้งจอกทั้งหลายเป็นสัตว์ต่ำทรามกว่าเนื้อ เห็นดอกทองกวาวบานในราตรี ก็เข้าใจว่า เป็นชิ้นเนื้อ จึงเข้าล้อมต้นไว้

ข้อ ๗๓๐

เมื่อราตรีผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น สุนัขจิ้งจอกที่ต่ำทรามกว่าเนื้อเหล่านั้น ได้เห็นดอกทองกวาวที่บานแล้ว ก็หมดหวังฉันใด

ข้อ ๗๓๑

ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงล้อมพระเจ้าวิเทหะ ก็จักทรงหมดหวังเสด็จกลับไป ฉันนั้นเหมือนกัน เหมือนสุนัขจิ้งจอกล้อมต้นทองกวาว (พระเจ้าจูฬนีได้สดับดังนั้นแล้ว ทรงสั่งลงโทษมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๗๓๒

พวกเจ้าจงตัดมือ เท้า หู และจมูก ของมโหสธนี้ผู้ที่ปล่อยพระเจ้าวิเทหะ ศัตรูผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเราให้รอดพ้นไป

ข้อ ๗๓๓

พวกเจ้าจงเสียบมโหสธผู้ที่ปล่อยพระเจ้าวิเทหะ ศัตรูผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเราให้รอดพ้น บนหลาวแล้วย่างมันเสียเหมือนย่างเนื้อนี้

ข้อ ๗๓๔

บุคคลแทงหนังวัวลงบนแผ่นดิน หรือใช้ขอเกี่ยวหนังราชสีห์ หรือหนังเสือโคร่งฉุดมาฉันใด

ข้อ ๗๓๕

เราจักให้พวกเจ้าช่วยกันใช้หอกทิ่มแทงมโหสธนี้ ผู้ที่ปล่อยพระเจ้าวิเทหะ ศัตรูผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเราให้รอดพ้นฉันนั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสนั้น ก็หัวเราะกราบทูลว่า)

ข้อ ๗๓๖

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ตัดมือและเท้าเป็นต้น ของพระปัญจาลจันทราชกุมารเช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๓๗

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ตัดมือและเท้าเป็นต้น ของพระนางปัญจาลจันทนีราชธิดาเช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๓๘

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ตัดมือและเท้าเป็นต้น ของพระนางนันทาเทวีอัครมเหสีเช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๓๙

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ตัดมือและเท้าเป็นต้น ของพระโอรส และพระชายาของพระองค์เช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๔๐

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์บนหลาว แล้วย่างให้สุกเหมือนย่างเนื้อ พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้เสียบพระมังสะ ของพระปัญจาลจันทราชกุมารบนหลาวแล้วย่างให้สุกเช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๔๑

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์บนหลาว แล้วย่างให้สุกเหมือนย่างเนื้อ พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้เสียบพระมังสะ ของพระนางปัญจาลจันทนีราชธิดาบนหลาวแล้วย่างให้สุกเช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๔๒

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์บนหลาว แล้วย่างให้สุกเหมือนย่างเนื้อ พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้เสียบพระมังสะ ของพระนางนันทาเทวีอัครมเหสีแล้วย่างให้สุกเช่นเดียวกัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๗๔๓

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์บนหลาว แล้วย่างให้สุกเหมือนย่างเนื้อ พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้เสียบพระมังสะ ของพระโอรสและพระชายาของพระองค์แล้วย่างให้สุกเช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๔๔

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบข้าพระองค์แล้วใช้หอกทิ่มแทง พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทง พระปัญจาลจันทราชกุมารด้วยหอกเช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๔๕

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบข้าพระองค์แล้วใช้หอกทิ่มแทง พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทง พระนางปัญจาลจันทนีราชธิดาเช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๔๖

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบข้าพระองค์แล้วใช้หอกทิ่มแทง พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ใช้หอกทิ่งแทง พระนางนันทาเทวีอัครมเหสีเช่นเดียวกัน

ข้อ ๗๔๗

ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบข้าพระองค์แล้วใช้หอกทิ่มแทง พระเจ้าวิเทหะก็จักรับสั่งให้ใช้หอกทิ่มแทง พระโอรสและพระชายาของพระองค์เช่นเดียวกัน ข้อความดังกราบทูลมาอย่างนี้ ข้าพระองค์กับพระเจ้าวิเทหะ ได้ปรึกษาตกลงกันไว้แล้วในที่ลับ

ข้อ ๗๔๘

โล่หนักประมาณ ๑๐๐ ปละ ที่ช่างหนังทำสำเร็จแล้วด้วยมีดของช่างหนัง ย่อมช่วยป้องกันตนเพื่อห้ามลูกศรฉันใด @เชิงอรรถ : @ โล่หนักประมาณ ๑๐๐ ปละ หมายถึงโล่หนังหนักประมาณ ๑๐๐ ปละ (๑ ปละ ประมาณ ๔ ออนซ์)@ซึ่งเขาใช้น้ำด่างจำนวนมากกัดทำให้อ่อน (ขุ.ชา.อ. ๙/๗๔๘/๔๑๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๗๔๙

ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น เป็นผู้นำสุขมาให้ บรรเทาทุกข์ถวายพระเจ้าวิเทหะผู้ทรงยศ จึงจำกัดมติของพระองค์เสีย ดุจกำจัดลูกศรด้วยโล่หนัก ๔๐๐ ปละ

ข้อ ๗๕๐

ข้าแต่มหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์จงทอดพระเนตร พระราชมณเฑียรของพระองค์อันว่างเปล่า พระสนมกำนัลใน พระกุมาร และพระมารดาของพระองค์ ข้าพระองค์ให้นำออกทางอุโมงค์ นำไปถวายพระเจ้าวิเทหะแล้ว (พระเจ้าจูฬนีเมื่อสั่งให้อำมาตย์คนหนึ่งมาเฝ้าแล้วส่งไปเพื่อให้รู้ความจริงจึงตรัสว่า)

ข้อ ๗๕๑

เชิญพวกเจ้าจงไปสู่ราชมณเฑียรของเราแล้วตรวจดู คำของมโหสธนี้จริงหรือเท็จอย่างไร (อำมาตย์นั้นไปแล้วกลับมา กราบทูลว่า)

ข้อ ๗๕๒

ข้าแต่มหาราช มโหสธกราบทูลว่าฉันใด คำนั้นเป็นจริงฉันนั้น พระราชมณเฑียรทุกแห่งว่างเปล่า เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงกา (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์พรรณนามรรคาที่พระนางนันทาเทวีเสด็จไป จึงทูลว่า)

ข้อ ๗๕๓

ข้าแต่มหาราช พระนางนันทาเทวีทรงพระโฉมงดงามทั่วทั้งสรรพางค์ มีพระโสณีผึ่งผายงามดุจดังแท่งทองคำธรรมชาติ มีปกติตรัสพระสำเนียงอันอ่อนหวานประดุจดังลูกหงส์ เสด็จไปทางอุโมงค์นี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๙๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒)

ข้อ ๗๕๔

ข้าแต่มหาราช พระนางนันทาเทวีทรงพระโฉม งดงามทั่วทั้งสรรพางค์ ทรงพระภูษาโกไสย มีพระสรีระเหลืองอร่าม มีสายรัดพระองค์งดงามด้วยทองคำ ข้าพระองค์นำออกไปแล้วจากอุโมงค์นี้

ข้อ ๗๕๕

พระนางนันทาเทวีมีพระบาทแดงสดใส ทรงพระโฉมงดงาม มีสายรัดพระองค์เป็นแก้วมณีแกมทองคำ มีดวงพระเนตรดังนัยน์ตานกพิราบ มีพระสรีระงดงาม มีพระโอษฐ์แดงดังลูกตำลึงสุกสะโอดสะอง

ข้อ ๗๕๖

มีบั้นพระองค์เล็กเรียวดังเถานาคลดาที่เกิดดีแล้ว และเหมือนกาญจนไพที มีพระเกสายาวดำ มีปลายช้อนขึ้นเล็กน้อย

ข้อ ๗๕๗

มีดวงพระเนตรเขื่องดุจดวงตาของลูกเนื้อทรายที่เกิดดีแล้ว และดุจเปลวเพลิงในฤดูหนาว เหมือนแม่น้ำใกล้ภูผาอันดารดาษไปด้วยไม้ไผ่ต้นเล็กๆ

ข้อ ๗๕๘

พระนางมีพระเพลางามดังงวงอัยรา ที่สำคัญมีพระถันยุคลดังคู่ผลมะพลับ มีพระสัณฐานสันทัด ไม่สูงนัก ไม่ต่ำนัก มีพระโขนงพองาม ไม่มากนัก (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ ทราบว่าพระเจ้าจูฬนีมีความเสน่หาเกิดขึ้นจึงกราบทูลต่ออีกว่า)

ข้อ ๗๕๙

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพาหนะที่สมบูรณ์ด้วยสิริ พระองค์คงจะทรงยินดีกับการทิวงคต ของพระนางนันทาเทวีเป็นแน่ ข้าพระองค์และพระนางนันทาเทวี ก็จะพากันไปสำนักของพญายมด้วยกันแน่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๐๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (ลำดับนั้น พระเจ้าจูฬนีจึงตรัสถามมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๗๖๐

มโหสธผู้ได้ปล่อยพระเจ้าวิเทหะ ศัตรูผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเราทำเล่ห์กลทิพย์หรือทำภาพลวงตา (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสนั้น จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๗๖๑

ข้าแต่มหาราช บัณฑิตทั้งหลายในโลกนี้ ย่อมทำเล่ห์กลอันเป็นทิพย์ ชนผู้มีปัญญามีมันสมองเหล่านั้นย่อมปลดเปลื้องตนได้

ข้อ ๗๖๒

เหล่าทหารหนุ่มผู้รับใช้เป็นคนฉลาด เป็นผู้ขุดอุโมงค์ของข้าพระองค์ผู้ได้สร้างหนทาง ที่พระเจ้าวิเทหะได้เสด็จไปกรุงมิถิลาไว้มีอยู่ (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ทราบความประสงค์ของพระเจ้าจูฬนี จึงทูลว่า)

ข้อ ๗๖๓

ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์ทอดพระเนตรอุโมงค์ ที่สร้างไว้ดีแล้วงดงาม เรืองรองด้วยถ่องแถวแห่งกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ ซึ่งเขาทำเป็นรูปปั้นและเป็นลวดลายไว้ที่สำเร็จดีแล้วเถิด (พระเจ้าจูฬนีทรงเห็นอุโมงค์แล้ว ทรงยกย่องคุณของมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๗๖๔

มโหสธ เป็นลาภของชนชาวแคว้นวิเทหะหนอ (และ)เป็นลาภของผู้ที่มีเหล่าบัณฑิตเช่นนี้ อยู่ในเรือนในแคว้นเหมือนมีเจ้า (ลำดับนั้น พระเจ้าจูฬนีตรัสด้วยประสงค์จะให้มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์อยู่ในสำนักของตนว่า)

ข้อ ๗๖๕

เราจะให้เครื่องดำเนินชีวิต ที่บริหาร เบี้ยเลี้ยงและบำเหน็จเป็น ๒ เท่า ให้โภคะอันไพบูลย์ เจ้าจงใช้สอยและรื่นรมย์ในกามเถิด เจ้าไม่กลับไปยังแคว้นวิเทหะ พระเจ้าวิเทหะจักทรงทำอะไรได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๐๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์เมื่อจะปฏิเสธ จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๗๖๖

ข้าแต่มหาราช บุคคลผู้ที่สละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน เพราะเหตุแห่งทรัพย์ ย่อมถูกตนและคนอื่นทั้ง ๒ ฝ่ายติเตียนได้ ข้าพระองค์ไม่พึงอยู่ในแคว้นของผู้อื่นได้ ตราบเท่าเวลาที่พระเจ้าวิเทหะยังทรงดำรงพระชนม์อยู่

ข้อ ๗๖๗

ข้าแต่มหาราช บุคคลผู้ที่สละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน เพราะเหตุแห่งทรัพย์ ย่อมถูกตนและคนอื่นทั้ง ๒ ฝ่ายติเตียนได้ ข้าพระองค์ไม่พึงเป็นราชบุรุษของพระราชาองค์อื่นได้ ตราบเท่าเวลาที่พระเจ้าวิเทหะยังทรงดำรงพระชนม์อยู่ (ในเวลาที่มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ทูลลา พระเจ้าจูฬนีตรัสว่า)

ข้อ ๗๖๘

มโหสธ เราจะให้ทอง ๑,๐๐๐ แท่ง บ้าน ๘๐ หมู่บ้านในแคว้นกาสีแก่ท่าน ให้ทาสี ๔๐๐ คน และภรรยา ๑๐๐ คนแก่ท่าน ท่านจงพากองทัพทั้งปวงไปโดยสวัสดีเถิด

ข้อ ๗๖๙

ชนทั้งหลายจงให้อาหารแก่ช้างและม้าทั้งหลาย อย่างละ ๒ เท่าเพียงใด ก็จงเลี้ยงกองพลรถและกองพลราบ ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำเพียงนั้นเถิด

ข้อ ๗๗๐

มโหสธบัณฑิต ท่านจงพาเอากองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบไปเถิด พระเจ้าวิเทหมหาราชจงทอดพระเนตร ท่านผู้ไปถึงกรุงมิถิลาแล้วเถิด (ฝ่ายพระเจ้าวิเทหะทรงเห็นกองทัพใหญ่ ตกพระทัยตรัสกับบัณฑิตทั้ง ๔ ว่า)

ข้อ ๗๗๑

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ ปรากฏมากมายครบทั้ง ๔ กองพลที่น่าสะพรึงกลัว บัณฑิตทั้งหลายจะเข้าใจอย่างไรหนอ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๐๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) (ลำดับนั้น เสนกบัณฑิตกราบทูลว่า)

ข้อ ๗๗๒

ข้าแต่มหาราช ความยินดีอย่างสูงส่งจงปรากฏแก่พระองค์ มโหสธบัณฑิตได้พากองทัพทั้งหมดมาถึงโดยสวัสดีแล้ว (พระเจ้าวิเทหะเสด็จลุกขึ้นสวมกอดมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์แล้ว ทำปฏิสันถารตรัสว่า)

ข้อ ๗๗๓

คนทั้ง ๔ ทิ้งร่างคนตายไว้ในป่าช้าแล้วกลับไปฉันใด เราทั้งหลายก็ทิ้งท่านไว้ในกปิลรัฐแล้วกลับมาที่นี้ฉันนั้น

ข้อ ๗๗๔

เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าปลดเปลื้องตนได้ เพราะเหตุ เพราะปัจจัย หรือเพราะประโยชน์อะไร (ลำดับนั้น มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๗๗๕

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะผู้เป็นกษัตริย์ ข้าพระองค์ล้อมประโยชน์ไว้ด้วยประโยชน์ ล้อมความคิดไว้ด้วยความคิด ล้อมพระราชาไว้เหมือนน้ำทะเลล้อมชมพูทวีปไว้ (มโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลถึงบรรณาการที่พระเจ้าจูฬนีพระราชทานแก่ตนให้ทรงทราบว่า)

ข้อ ๗๗๖

พระเจ้าพรหมทัตทรงพระราชทานทองคำ ๑,๐๐๐ แท่ง บ้าน ๘๐ หมู่บ้านในแคว้นกาสี ทาสี ๔๐๐ คน และภรรยา ๑๐๐ คนแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์พากองทัพทั้งหมดมาที่นี้โดยสวัสดีแล้ว (พระเจ้าวิเทหะทรงยินดี ร่าเริงอย่างยิ่ง ทรงยกย่องคุณของมโหสธบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๗๗๗

ท่านอาจารย์เสนกะ การอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลาย เป็นสุขดีหนอ เพราะมโหสธบัณฑิตปลดเปลื้องพวกเรา ผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๐๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๕. มโหสธชาดก (๕๔๒) เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรงให้รอดพ้น และเหมือนคนช่วยปล่อยปลาที่ติดอยู่ในร่างแหให้รอดพ้น (ฝ่ายเสนกบัณฑิตรับพระราชดำรัสแล้วกราบทูลว่า)

ข้อ ๗๗๘

ข้าแต่มหาราช ข้อความนี้ก็เป็นอย่างนี้ เพราะพวกบัณฑิตเป็นผู้นำสุขมาให้ มโหสธได้ช่วยปลดเปลื้องพวกเราผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู เหมือนคนช่วยปล่อยนกที่ติดอยู่ในกรง และปลาที่ติดอยู่ในร่างแหให้พ้นไป (พระเจ้าวิเทหะรับสั่งให้ชาวพระนครเที่ยวตีกลองประกาศว่า)

ข้อ ๗๗๙

ขอประชาชนทั้งหลายจงดีดพิณทุกชนิด จงตีกลองน้อย กลองใหญ่ และมโหระทึก จงเป่าสังข์อันมีเสียงไพเราะของชาวเมืองเถิด (พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๗๘๐

พวกพระสนมกำนัลใน พระกุมาร แพศย์ และพราหมณ์ ต่างก็ได้นำข้าวน้ำเป็นอันมากมามอบให้แก่มโหสธบัณฑิต

ข้อ ๗๘๑

พวกกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ ต่างก็นำข้าวน้ำเป็นอันมากมามอบให้แก่มโหสธบัณฑิต

ข้อ ๗๘๒

ชาวชนบทและชาวนิคมมาประชุมพร้อมกันแล้ว ได้นำข้าวและน้ำเป็นอันมากมามอบให้แก่มโหสธบัณฑิต

ข้อ ๗๘๓

ชนเป็นอันมากได้เห็นมโหสธบัณฑิตกลับมา ต่างก็เลื่อมใส ครั้นมโหสธบัณฑิตมาถึงแล้ว ต่างก็โบกผ้าอยู่ไปมา มโหสธชาดกที่ ๕ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๐๔}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๕ มโหสธชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ มโหสถชาดก พระมโหสถบัณฑิตทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี

ข้อ ๖๐๐

|๖๐๐.๑| ปญฺจาโล สพฺพเสนาย พฺรหฺมทตฺโตยมาคโต ฯ สายํ ปญฺจาลิยา เสนา อปฺปเมยฺยา มโหสธ ฯ |๖๐๐.๒| วิทฺธิมตี ปตฺติมตี สพฺพสงฺคามโกวิทา โอหารินี สทฺทวตี เภรีสงฺขปฺปโพธนา ฯ |๖๐๐.๓| โลหวิชฺชา อลงฺการา ธชินี วามโรหินี สิปฺปิเยหิ สุสมฺปนฺนา สูเรหิ สุปฺปติฏฺฐิตา ฯ |๖๐๐.๔| ทเสตฺถ ปณฺฑิตา อาหุ ภูริปญฺญา รโหคตา มาตา เอกาทสี รญฺโญ ปญฺจาลิยํ ปสาสติ ฯ |๖๐๐.๕| อเถตฺเถกสตํ ขตฺยา อนุยนฺตา ยสสฺสิโน อจฺฉินฺนรฏฺฐา พฺยถิตา ปญฺจาลีนํ วสํ คตา ฯ |๖๐๐.๖| ยํ วทา ตกฺกรา รญฺโญ อกามา ปิยภาณิโน ปญฺจาลมนุยายนฺติ อกามา วสิโน คตา ฯ |๖๐๐.๗| ตาย เสนาย มิถิลา ติสนฺธิปริวาริตา ราชธานี วิเทหานํ สมนฺตา ปริชญฺญติ ฯ |๖๐๐.๘| อุทฺธํ ตารกชาตาว สมนฺตา ปริวาริตา มโหสธ วิชานาหิ กถํ โมกฺโข ภวิสฺสติ ฯ

ดูกรพ่อมโหสถ พระเจ้าพรหมทัตต์ผู้ครองกรุงปัญจาละ เสด็จยาตราทัพมา พร้อมด้วยกองทัพทุกหมู่เหล่า กองทัพของพระเจ้าปัญจาลราชนั้นพึง ประมาณไม่ได้ มีกองช่างโยธา กองราบ ล้วนแต่ฉลาดในสงครามทั้งปวง สามารถจะนำข้าศึกมาได้ มีเสียงอื้ออึง ยังกันและกันให้รู้ด้วยเสียงกลอง และเสียงสังข์ มีวิทยาทางโลหธาตุ มีเครื่องประดับครบครัน ธงทิว สลอนเกลื่อนกล่นด้วยช้างประมาณมิได้ สมบูรณ์ด้วยคนมีศิลป์ กองทัพ นั้นตั้งมั่นอยู่ด้วยทหารผู้แกล้วกล้า กล่าวกันว่าในกองทัพนี้ มีราชบุรุษ ๑๐ นาย เป็นผู้ฉลาด มีปัญญากว้างขวาง มีการประชุมปรึกษากันในที่ลับ พระชนนีของพระเจ้าปัญจาลราชเป็นที่ ๑๑ ย่อมทรงสั่งสอนชาวปัญจาล- นครที่นั้น ในชนเหล่านี้ กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระนครผู้เรืองยศ ตามเสด็จ พระเจ้าปัญจาลราช ถูกชิงแว่นแคว้น กลัวภัยจึงตกอยู่ในอำนาจของ ชาวปัญจาลนคร เป็นผู้สามารถทำตามที่พระราชารับสั่ง ไม่มีความปรารถนา ก็จำต้องกล่าวคำเป็นที่รัก ต้องตามเสด็จพระเจ้าปัญจาลราช เป็นผู้มีอำนาจ มาก่อน ไม่ปรารถนาก็ต้องอยู่ในอำนาจของพระเจ้าปัญจาลราช มิถิลานคร อันแวดล้อมด้วยกองทัพนั้น เป็นสามชั้น ราชธานีของชาววิเทหรัฐ ถูกขุดเป็นคูโดยรอบ ดูกรพ่อมโหสถ กองทัพที่แวดล้อมโดยรอบ มิถิลานครนั้น ปรากฏเหมือนดาวบนท้องฟ้า พ่อจงรู้ว่า จักมีความพ้น ได้อย่างไร.

ข้อ ๖๐๑

ปาเท เทว ปสาเรหิ ภุญฺช กาเม รมสฺสุ จ หิตฺวา ปญฺจาลิยํ เสนํ พฺรหฺมทตฺโต ปลายติ ฯ

ขอเดชะ ขอเชิญพระองค์ทรงเหยียดพระบาทตามพระสำราญ เชิญเสวย และรื่นรมย์อยู่ในกามสมบัติเถิด พระเจ้าพรหมทัตต์จะต้องละกองทัพ ชาวปัญจาลนครเสด็จหนีไป พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๐๒

|๖๐๒.๑| ราชา สนฺถวกาโม เต รตนานิ ปเวจฺฉติ อาคจฺฉนฺตุ อิโต ทูตา มญฺชุกา ปิยภาณิโน ฯ |๖๐๒.๒| ภาสนฺตุ มุทุกา วาจา ยา วาจา ปฏินนฺทิตา ปญฺจาโล จ วิเทโห จ อุโภ เอกา ภวนฺตุ เต ฯ

พระราชามีพระราชประสงค์จะทรงทำสัมพันธมิตรกับพระองค์ จะพระ- ราชทานรัตนะทั้งหลายแก่พระองค์ตั้งแต่นี้ไป ราชทูตทั้งหลายผู้มีวาจา ไพเราะ กล่าวคำที่น่ารัก จงคุมเครื่องบรรณาการแต่ปัญจาลนครมายัง กรุงมิถิลานคร จงกล่าววาจาอันอ่อนหวาน เป็นวาจาที่น่ายินดี ปัญจาล นครกับวิเทหรัฐทั้งสองนั้น จงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.

ข้อ ๖๐๓

กถนฺนุ เกวฏฺฏ มโหสเธน สมาคโม อาสิ ตทิงฺฆ พฺรูหิ กจฺจิ เต ปฏินิชฺฌตฺโต กจฺจิ ตุฏฺโฐ มโหสโธ ฯ

ดูกรอาจารย์เกวัฏ ท่านได้พบกับมโหสถเป็นอย่างไรหนอ เชิญกล่าว ต่อไปเถิด มโหสถกับท่านต่างงดโทษกันแล้วกระมัง มโหสถยินดีแล้ว กระมัง.

ข้อ ๖๐๔

อนริยรูโป ปุริโส ชนินฺท อสมฺโมทโก ถทฺโธ อสพฺภิรูโป ยถา มูโค จ พธิโร จ น กิญฺจิตฺถํ อภาสถ ฯ

ข้าแต่พระจอมประชาชน บุรุษชื่อมโหสถเป็นคนเลว ไม่น่าชื่นชม เป็นคนกระด้าง ไม่ใช่สัตบุรุษ ไม่กล่าวข้อความอะไรๆ เหมือนคนใบ้ และคนหนวกฉะนั้น พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๐๕

อทฺธา อิทํ มนฺตปทํ สุทุทฺทสํ อตฺโถ สุทฺโธ นรวีเรน ทิฏฺโฐ ตถา หิ กาโย มม สมฺปเวธติ หิตฺวา สยํ โก ปรหตฺถเมสฺสติ ฯ

บทมนต์นี้อันมโหสถบุตรของเราเห็นแล้วโดยแท้ คนอื่นก็เห็นได้โดยง่าย ข้อความอันดี อันนรชนผู้มีความเพียรเห็นแล้ว ความจริง กายของเรา ก็หวั่นไหว ใคร่จักละแคว้นของตนไปสู่เงื้อมมือของผู้อื่นเล่า.

ข้อ ๖๐๖

ฉนฺนญฺหิ เอกาว มตี สเมติ เย ปณฺฑิตา อุตฺตมภูริปญฺญา ยานํ อยานํ อถวาปิ ฐานํ มโหสธ ตฺวํปิ มตึ กโรหิ ฯ

ก็ความคิดของเราทั้งหกคนผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญากว้างขวางสูงสุด สมเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน ดูกรมโหสถ แม้เธอก็จงลงมติว่าไปหรือไม่ไป หรือว่าจะอยู่ในที่นี้.

ข้อ ๖๐๗

|๖๐๗.๑| ชานาสิ โข ราช มหานุภาโว มหพฺพโล จูฬนีพฺรหฺมทตฺโต ราชา จ ตํ อิจฺฉติ มารณตฺถํ มิคํ ยถา โอกจเรน ลุทฺโท ฯ |๖๐๗.๒| ยถาปิ มจฺโฉ พลิสํ วงฺกํ มํเสน ฉาทิตํ อามคิทฺโธ น ชานาติ มจฺโฉ มรณมตฺตโน ฯ เอวเมว ตุวํ ราช จูฬเนยฺยสฺส ธีตรํ |๖๐๗.๓| กามคิทฺโธ น ชานาสิ มจฺโฉว มรณมตฺตโน ฯ สเจ คจฺฉสิ ปญฺจาลํ ขิปฺปมตฺตํ ชหิสฺสสิ มิคํ ปนฺถานุปนฺนํว มหนฺตํ ภยเมสฺสสิ ฯ

ข้าแต่พระราชา พระองค์จงทรงทราบพระเจ้าจุลนี้พรหมทัตต์ ทรงมีอานุภาพ มาก มีพลมาก ปรารถนาเพื่อปลงพระชนม์พระองค์ ดุจนายพรานฆ่าเนื้อ ด้วยนางเนื้อฉะนั้น ปลาอยากกินของสดคือเหยื่อ ย่อมกลืนเบ็ดที่คด อันปิดไว้ด้วยเหยื่อ มันย่อมไม่รู้จักความตายของตน ฉันใด ข้าแต่ พระราชา พระองค์ทรงปรารถนากาม ย่อมไม่ทรงทราบพระราชธิดาของ พระเจ้าจุลนี เหมือนปลาไม่รู้จักความตายของตนฉะนั้น ถ้าพระองค์ จะเสด็จไปยังปัญจาลนคร จักต้องทรงละเสียทันที ภัยใหญ่จักถึงแก่ พระองค์ เหมือนภัยคือความตายถึงแก่มฤคผู้ตามไปถึงทางที่ประตูบ้าน ฉะนั้น ขอเดชะ.

ข้อ ๖๐๘

มยเมว พาลามฺหเส เอลมูคา เย อุตฺตมตฺถานิ ตยี ลปิมฺหา กิเมว ตฺวํ นงฺคลโกฏิวฑฺโฒ อตฺถานิ ชานาสิ ยถาปิ อญฺเญ ฯ

พวกเราทั้งนั้น ซึ่งกล่าวถึงเหตุที่จะให้ได้รัตนะอันสูงสุดในสำนัก เจ้าเป็น คนเขลา บ้าน้ำลาย เจ้าเป็นบุตรคฤหบดีถือหางไถเจริญมาตั้งแต่เยาว์ เจ้าจะรู้เหตุที่ให้ได้รัตนะเหมือนคนอื่นเขาละหรือ.

ข้อ ๖๐๙

อิมํ คเล คเหตฺวาน นาเสถ วิชิตา มม โย เม รตนลาภสฺส อนฺตรายาย ภาสติ ฯ

ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสถนี่ ซึ่งเขาพูดเป็นอันตรายแก่การได้รัตนะ ของเรา ให้หายไปเสียจากแว่นแคว้นของเรา.

ข้อ ๖๑๐

|๖๑๐.๑| ตโต จ โส อปกฺกมฺม เวเทหสฺส อุปนฺติกา อถ อามนฺตยี ทูตํ มาธุรํ สุวปณฺฑิตํ ฯ |๖๑๐.๒| เอหิ สมฺม หริตปกฺข เวยฺยาวจฺจํ กโรหิ เม อตฺถิ ปญฺจาลราชสฺส สาลิกา สยนปาลิกา ฯ |๖๑๐.๓| ตํ สนฺถเวน ปุจฺฉสฺสุ สา หิ สพฺพสฺส โกวิทา สา เนสํ สพฺพํ ชานาติ รญฺโญ จ โกสิยสฺส จ ฯ |๖๑๐.๔| อาโมติ โส ปฏิสุตฺวา มาธุโร สุวปณฺฑิโต อคมาสิ หริตปกฺโข สาลิกาย อุปนฺติกํ ฯ |๖๑๐.๕| ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน มาธุโร สุวปณฺฑิโต อถ อามนฺตยี สุฆรํ สาลิกํ มญฺชุภาณิกํ ฯ |๖๑๐.๖| กจฺจิ เต สุฆเร ขมนียํ กจฺจิ เวเส อนามยํ กจฺจิ เต มธุนา ลาชํ ลพฺภเต สุฆเร ตุวํ ฯ |๖๑๐.๗| กุสลญฺเจว เม สมฺม อโถ สมฺม อนามยํ อโถ เม มธุนา ลาชา ลพฺภเต สุวปณฺฑิต ฯ |๖๑๐.๘| กุโต นุ สมฺม อาคมฺม กสฺส วา ปหิโต ตุวํ น จ เมสิ อิโต ปุพฺเพ ทิฏฺโฐ วา ยทิ วา สุโต ฯ

แต่นั้นมโหสถบัณฑิต ได้หลีกไปจากราชสำนัก ของพระเจ้าวิเทหราช ที่นั้นได้เรียกนกสุวบัณฑิตชื่อมาธุระผู้เป็นทูตมาสั่งว่า ดูกรนกผู้มีขนปีก เขียวผู้สหาย เจ้าจงมากระทำความขวนขวายเพื่อเรา นางนกสาลิกาที่ เขาเลี้ยงไว้ใกล้ที่บรรทมของพระเจ้าปัญจาลราชมีอยู่ ก็นางนกสาลิกานั้น เป็นผู้ฉลาดในสิ่งทั้งปวง เจ้าจงถามนางนกสาลิกานั้นโดยพิสดาร นางนก สาลิกานั้นรู้ความลับทุกอย่างของพระเจ้าปัญจาลราช และของเกวัฏ- พราหมณ์ผู้โกสิยโคตร นกสุวบัณฑิตชื่อมาธุระ มีขนปีกเขียว รับคำ มโหสถบัณฑิต แล้วได้ไปสู่สำนักนางนกสาลิกา แต่นั้น นกมาธุรสุว- บัณฑิตครั้นไปถึงแล้ว ได้ถามนางนกสาลิกาผู้มีกรงอันงาม พูดเพราะว่า เธอสบายดีอยู่ในกรงงามแลหรือ เธอมีความผาสุกในเพศแลหรือ เธอ ได้ข้าวตอกกับน้ำผึ้งในกรงงามของเจ้าและหรือ. นางนกสาลิกาตอบว่า ดูกรสุวบัณฑิตผู้สหาย ฉันมีความสุขดี ฉัน สบายดี อนึ่ง ฉันได้ข้าวตอกกับน้ำผึ้งเพียงพอ ดูกรสหาย ท่านมาแต่ไหน หรือใครใช้ให้มา ก่อนแต่นี้เราไม่เคยเห็นท่านหรือไม่เคยได้ยินเลย.

ข้อ ๖๑๑

|๖๑๑.๑| อโหสึ สิวิราชสฺส ปาสาเท สยนปาลโก ตโต โส ธมฺมิโก ราชา พนฺเธ โมเจติ พนฺธนา ฯ |๖๑๑.๒| ตสฺส เมกา ทุติยาสิ สาลิกา มญฺชุภาณิกา ตํ ตตฺถ อวธิ เสโน เปกฺขโต สุฆเร มม ฯ |๖๑๑.๓| ตสฺสา กามา หิ สมฺมตฺโต อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก สเจ กเรยุ โอกาสํ อุภเยว วเสมฺหเส ฯ

ฉันเป็นผู้ที่เขาเลี้ยงอยู่ใกล้ที่บรรทมบนปราสาท ของพระเจ้าสีวิราช พระราชาพระองค์นั้นทรงตั้งอยู่ในธรรม โปรดให้ปล่อยสัตว์ทั้งหลายผู้ถูก ขังอยู่จากที่ขังนั้นๆ นางนกสาลิกาตัวหนึ่งพูดอ่อนหวาน เป็นภรรยา ของฉัน เหยี่ยวได้ฆ่านางนกสาลิกานั้นเสียในห้องที่บรรทม ต่อหน้า ของฉันผู้อยู่ในกรงงามซึ่งเห็นอยู่ ฉันรักใคร่ต่อเธอจึงมาในสำนักของเธอ ถ้าเธอพึงให้โอกาส เราทั้งสองก็จะได้อยู่ร่วมกัน.

ข้อ ๖๑๒

สุโว จ สุวึ กาเมยฺย สาลิโก ปน สาลิกํ สุวสฺส สาลิกาเยว สํวาโส โหติ กีทิโส ฯ

ก็นกแขกเต้าพึงรักใคร่กับนางนกแขกเต้า และนกสาลิกาก็พึงรักใคร่กับ นางนกสาลิกา การที่นกแขกเต้าจะอยู่ร่วมกันกับนางนกสาลิกาจะเป็น เช่นไร.

ข้อ ๖๑๓

|๖๑๓.๑| โย ยํ กาเม กามยติ อปิ จณฺฑาลิกามปิ สพฺโพ หิ สทิโส โหติ นตฺถิ กาเม อสาทิโส ฯ |๖๑๓.๒| อตฺถิ ชมฺพาวตี นาม มาตา สิวิสฺส ราชิโน สา ปิยา วาสุเทวสฺส กณฺหสฺส จ มเหสิยา ฯ |๖๑๓.๓| รตนวตี กึปุริสี สาปิ วจฺฉํ อกามยิ มนุสฺโส มิคิยา สทฺธึ นตฺถิ กาเม อสาทิโส ฯ |๖๑๓.๔| หนฺท โขหํ คมิสฺสามิ สาลิเก มญฺชุภาณิเก ปจฺจกฺขานุปทํ เหตํ อติมญฺญสิ นูน มํ ฯ

เออก็ ผู้ใดใคร่ในกามกับนางจัณฑาล ผู้นั้นทั้งหมดย่อมเป็นเช่นกับนาง จัณฑาลนั้น บุคคลไม่เป็นเช่นเดียวกันในเพราะกามย่อมไม่มี พระชนนี ของพระเจ้าสีวี พระนามว่าชัมพาวดีมีอยู่ พระนางเป็นจัณฑาล ได้เป็น พระมเหสีที่รักของพระเจ้าวาสุเทพกัณหโคตร นางกินนรีชื่อรัตนวดี มีอยู่ แม้นางกินนรีนั้นก็ร่วมรักกับดาบสชื่อวัจฉะ มนุษย์ได้ร่วมอภิรมย์ กับนางเนื้อก็มี มนุษย์หรือสัตว์ต่างกันเพราะกามย่อมไม่มี เอาเถอะ ดูกรนางนกสาลิกาผู้พูดเพราะ เราจักไปละ เพราะถ้อยคำของเธอเป็น เหตุให้รู้ประจักษ์ เธอดูหมิ่นฉันนัก.

ข้อ ๖๑๔

น สิรี ตรมานสฺส มาธุร สุวปณฺฑิต อิเธว ตาว อจฺฉสฺสุ ยาว ราชาน ทกฺขสิ โสสฺสิ สทฺทํ มุทิงฺคานํ อานุภาวญฺจ ราชิโน ฯ

ดูกรมาธุรสุวบัณฑิต สิริย่อมไม่มีแก่ผู้ด่วนได้ ใจเร็ว เชิญท่านอยู่ ณ ที่นี้ จนกว่าจะได้เห็นพระราชา จนได้ฟังเสียงตะโพนและอานุภาพของ พระราชา.

ข้อ ๖๑๕

โย นุ ขฺวายํ ติพฺโพ สทฺโท ติโรชนปเท สุโต ธีตา ปญฺจาลราชสฺส โอสธี วิย วณฺณินี ตํ ทสฺสติ วิเทหานํ โส วิวาโห ภวิสฺสติ ฯ

เสียงอันเซ็งแซ่นี้ ฉันได้ฟังมาแล้วภายนอกชนบทว่า พระราชธิดาของ พระเจ้าปัญจาลราช มีพระฉวีวรรณดังดาวประกายพฤกษ์ พระเจ้าปัญ- จาลราช จักพระราชทานพระราชธิดานั้นแก่ชาวแคว้นวิเทหะ คือ จักมี การอภิเษกระหว่างพระเจ้าวิเทหราชกับพระราชธิดานั้น.

ข้อ ๖๑๖

|๖๑๖.๑| เอทิโส เต อมิตฺตานํ วิวาโห โหตุ มาธุร ยถา ปญฺจาลราชสฺส เวเทเหน ภวิสฺสติ ฯ |๖๑๖.๒| อานยิตฺวาน เวเทหํ ปญฺจาลานํ รเถสโภ ตโต นํ ฆาตยิสฺสติ นาสฺส สขิ ภวิสฺสติ ฯ

ดูกรมาธุระ วิวาหมงคลของเหล่าชนผู้เป็นข้าศึก จงมีเหมือนกับพระเจ้า ปัญจาลราช จักทรงทำวิวาหมงคลพระราชธิดากับพระเจ้าวิเทหราช พระ ราชาผู้เป็นจอมทัพแห่งชาวปัญจาลนคร จักทรงนำพระเจ้าวิเทหราชมาแล้ว แต่นั้น จักทรงรับสั่งให้ปลงพระชนม์เสีย พระเจ้าวิเทหราชไม่ได้เป็นพระ สหายของพระปัญจาลราช.

ข้อ ๖๑๗

หนฺท โข มํ อนุชานาหิ รตฺติโย สตฺตมตฺติโย ยาวาหํ สิวิราชสฺส อาโรเจมิ มเหสิโน ลทฺโธ จ เม อาวสโถ สาลิกาย อุปนฺติกา ฯ

เอาเถิด เธอจงอนุญาตให้ฉันไปประมาณสัก ๗ ราตรี เพียงให้ฉันได้ กราบทูลพระเจ้าสีวิราช ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ว่า ฉันได้การอยู่ในสำนัก ของนางนกสาลิกาแล้ว.

ข้อ ๖๑๘

หนฺท โข ตํ อนุชานามิ รตฺติโย สตฺตมตฺติโย สเจ ตฺวํ สตฺตรตฺเตน นาคจฺฉสิ มมนฺติกํ มญฺเญ โอกนฺตสนฺตํ มํ มตาย อาคมิสฺสสิ ฯ

เอาเถิด ฉันอนุญาตให้ท่านไปประมาณ ๗ ราตรี ถ้าท่านไม่กลับมายังสำนัก ของฉันโดย ๗ ราตรี ฉันจะสำคัญตัวฉันว่าหยั่งลงแล้ว สงบแล้ว ท่าน จักมาในเมื่อเราตายแล้ว.

ข้อ ๖๑๙

ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน มาธุโร สุวปณฺฑิโต มโหสธสฺส อกฺขาสิ สาลิกาย วจนํ อิทํ ฯ

ลำดับนั้นแล นกมาธุรสุวบัณฑิตบินไปแล้ว ไปบอกถ้อยคำของนางนก สาลิกานี้แก่มโหสถบัณฑิต.

ข้อ ๖๒๐

ยสฺเสว ฆเร ภุญฺเชยฺย โภคํ ตสฺเสว อตฺถํ ปุริโส จเรยฺย ฯ

บุรุษพึงได้บริโภคสมบัติในเรือนของผู้ใด ควรกระทำประโยชน์ให้แก่ ผู้นั้นแท้.

ข้อ ๖๒๑

|๖๒๑.๑| หนฺทาหํ คจฺฉามิ ปุเร ชนินฺท ปญฺจาลราชสฺส ปุรํ สุรมฺมํ นิเวสนานิ มาเปตุํ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๖๒๑.๒| นิเวสนานิ มาเปตฺวา เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ยทา เต ปหิเณยฺยามิ ตทา เอยฺยาสิ ขตฺติย ฯ

ข้าแต่พระจอมประชาชน เอาเถิด ข้าพระองค์จักไปสู่พระนครอันน่า รื่นรมย์ของพระเจ้าปัญจาลราชก่อน เพื่อสร้างนิเวศน์ถวายพระองค์ผู้ทรง พระนามว่าวิเทหราชผู้เรืองยศ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ ครั้น ข้าพระองค์สร้างนิเวศน์ถวายพระองค์เสร็จแล้ว พึงส่งข่าวมากราบทูล พระองค์ได้เมื่อใด เชิญพระองค์เสด็จไปเมื่อนั้น.

ข้อ ๖๒๒

|๖๒๒.๑| ตโต จ ปายาสิ ปุเร มโหสโธ ปญฺจาลราชสฺส ปุรํ สุรมฺมํ นิเวสนานิ มาเปตุํ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๖๒๒.๒| นิเวสนานิ มาเปตฺวา เวเทหสฺส ยสสฺสิโน อถสฺส ปาหิณิ ทูตํ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ เอหิทานิ มหาราช มาปิตํ เต นิเวสนํ ฯ

ลำดับนั้น มโหสถบัณฑิตได้ไปสู่พระนครอันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้า- ปัญจาลราชก่อน เพื่อสร้างนิเวศน์ถวายพระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศ ครั้น สร้างนิเวศน์ถวายพระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศเสร็จแล้ว ภายหลังจึงส่งทูต ไปทูลพระเจ้าวิเทหราชผู้ครองกรุงมิถิลาว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า เชิญ พระองค์เสด็จมาบัดนี้เถิด พระราชนิเวศน์ที่สร้างเพื่อพระองค์สำเร็จแล้ว ขอเดชะ.

ข้อ ๖๒๓

ตโต จ ราชา ปายาสิ เสนาย จตุรงฺคิยา อนนฺตวาหนํ ทฏฺฐุํ ผีตํ กปฺปิลิยํ ปุรํ ฯ

ลำดับนั้น พระราชาพร้อมด้วยจตุรงคเสนาได้เสด็จไปสู่นครอันมั่งคั่ง ที่มโหสถบัณฑิตสร้างไว้ในแคว้นกัปปิละ เพื่อทอดพระเนตรพาหนะอัน หาที่สุดมิได้.

ข้อ ๖๒๔

|๖๒๔.๑| ตโต จ โข โส คนฺตฺวาน พฺรหฺมทตฺตสฺส ปาหิณิ อาคโตสฺมิ มหาราช ตว ปาทานิ วนฺทิตุํ ฯ |๖๒๔.๒| ททาหิทานิ ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภนึ สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ

ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหราช เสด็จไปถึงแคว้นกัปปิละแล้ว ทรงส่ง พระราชสาสน์ไปถวายพระเจ้าพรหมทัตต์ว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า หม่อมฉันมาเพื่อถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ พระเจ้าข้า ขอได้ โปรดพระราชทานพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ ซึ่งประดับด้วยเครื่อง อลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสี ของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๒๕

สฺวาคตนฺเตปิ เวเทห อโถ เต อทุราคตํ นกฺขตฺตญฺเญว ปริปุจฺฉ อหํ กญฺญํ ททามิ เต สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ

ดูกรพระเจ้าวิเทหราช แม้พระองค์เสด็จมาดีแล้ว อนึ่ง พระองค์ไม่เสด็จ มาร้าย เชิญพระองค์ทรงหาพระฤกษ์อาวาหมงคลไว้ หม่อมฉันจะถวาย ราชธิดาผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นาง ข้าหลวงแก่พระองค์ พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๒๖

|๖๒๖.๑| ตโต จ ราชา เวเทโห นกฺขตฺตํ ปริปุจฺฉติ นกฺขตฺตํ ปริปุจฺฉิตฺวา พฺรหฺมทตฺตสฺส ปาหิณิ ฯ |๖๒๖.๒| ททาหิทานิ เม ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภนึ สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ

ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหราชได้ทรงหาพระฤกษ์ ครั้นหาพระฤกษ์ได้แล้ว ทรงส่งพระราชสาสน์ไปถวายพระเจ้าพรหมทัตต์ว่า ขอพระองค์ทรงพระ- ราชทานพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ ซึ่งประดับด้วยเครื่องอลังการล้วน แต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๒๗

ททามิทานิ เต ภริยํ นารึ สพฺพงฺคโสภนึ สุวณฺเณน ปฏิจฺฉนฺนํ ทาสีคณปุรกฺขิตํ ฯ

หม่อมฉันจะถวายพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ อันประดับด้วยเครื่อง อลังการล้วนด้วยทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่ข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของ พระองค์ ณ บัดนี้.

ข้อ ๖๒๘

หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺติ เสนา ติฏฺฐนฺติ จมฺมิกา อุกฺกา ปทิตฺตา ฌายนฺติ กินฺนุ มญฺญนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

กองช้าง กองม้า กองรถ กองพลราบ อันเป็นกองทัพสวมเกราะตั้งอยู่ จุดคบเพลิงสว่างไสว บัณฑิตทั้งหลายย่อมสำคัญอย่างไรกันหนอ.

ข้อ ๖๒๙

หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺติ เสนา ติฏฺฐนฺติ จมฺมิกา อุกฺกา ปทิตฺตา ฌายนฺติ กินฺนุ กาหนฺติ ปณฺฑิต ฯ

กองช้าง กองม้า กองรถ กองพลราบ อันเป็นกองทัพสวมเกราะตั้งอยู่ จุดคบเพลิงสว่างไสว ดูกรมโหสถบัณฑิต กองทัพเหล่านี้จักทำอะไรหนอ.

ข้อ ๖๓๐

รกฺขติ ตํ มหาราช จูฬเนยฺโย มหพฺพโล ปทุฏฺโฐ เต พฺรหฺมทตฺโต ปาโต ตํ ฆาตยิสฺสติ ฯ

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระเจ้าจุลนีพรหมทัตต์มีพลนิกายมาก รักษา พระองค์ไว้ จะทรงประทุษร้ายต่อพระองค์ รุ่งเช้าจักรับสั่งให้ปลง พระชนม์พระองค์.

ข้อ ๖๓๑

|๖๓๑.๑| อุพฺเพธติ เม หทยํ มุขญฺจ ปริสุสฺสติ นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฒฺโฒว อาตเป ฯ |๖๓๑.๒| กมฺมารานํ ยถา อุกฺกา อนฺโต ฌายติ โน พหิ เอวมฺปิ หทยํ มยฺหํ อนฺโต ฌายติ โน พหิ ฯ

หทัยของเราสั่น และปากของเราแห้งผาก เราเป็นเหมือนถูกไฟไหม้ที่ กลางแดด ไม่ถึงความเย็นใจ เตาของช่างทองรุ่งเรืองอยู่ภายในไม่ปรากฏ ในภายนอก ฉันใด แม้หทัยของเราก็รุ่งเรืองอยู่ในภายใน ไม่ปรากฏ ในภายนอก ฉันนั้น.

ข้อ ๖๓๒

|๖๓๒.๑| ปมตฺโต มนฺตนาตีโต ภินฺนมนฺโตสิ ขตฺติย อิทานิ โข ตํ ตายนฺตุ ปณฺฑิตา มนฺติโน ชนา ฯ |๖๓๒.๒| อกตฺวามจฺจสฺส วจนํ อตฺถกามหิเตสิโน อตฺตปีติรโต ราช มิโค กูเฏว โอหิโต ฯ |๖๓๒.๓| ยถาปิ มจฺโฉ พลิสํ วงฺกํ มํเสน ฉาทิตํ อามคิทฺโธ น ชานาติ มจฺโฉ มรณมตฺตโน ฯ เอวเมว ตุวํ ราช จูฬเนยฺยสฺส ธีตรํ กามคิทฺโธ น ชานาสิ มจฺโฉว มรณมตฺตโน ฯ |๖๓๒.๔| สเจ คจฺฉสิ ปญฺจาลํ ขิปฺปมตฺตํ ชหิสฺสสิ มิคํ ปนฺถานุปนฺนํว มหนฺตํ ภยเมสฺสสิ ฯ |๖๓๒.๕| อนริยรูโป ปุริโส ชนินฺท อหีว อุจฺจงฺกคโต ฑเสยฺย น เตน มิตฺตึ กยิราถ ธีโร ทุกฺโข หเว กาปุริเสน สงฺคโม ฯ |๖๓๒.๖| ยํ เตฺวว ชญฺญา ปุริโส ชนินฺท สีลวายํ พหุสฺสุโต เตเนว มิตฺตึ กยิราถ ธีโร สุโข หเว สปฺปุริเสหิ สงฺคโม ฯ

ข้าแต่พระจอมขัตติยราช พระองค์เป็นผู้ประมาทเป็นไปล่วงความคิด มี ความคิดอันทำลายเสียแล้ว บัดนี้แล อาจารย์ทั้ง ๔ ผู้เป็นบัณฑิตมี ความคิด จงป้องกันพระองค์เถิด พระองค์ไม่ทรงกระทำตามคำของ ข้าพระบาท ผู้เป็นอำมาตย์ใคร่ประโยชน์แสวงหาความเกื้อกูล ทรงยินดี ด้วยปีติอันเศร้าหมองของพระองค์ ดังเนื้อตกลงในหลุมล่อ ฉะนั้น ปลา อยากกินของสดคือเหยื่อ ย่อมกลืนเบ็ดที่คดอันปิดไว้ด้วยเหยื่อ มันย่อม ไม่รู้จักความตายของตน ฉันใด ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงปรารถนา กามย่อมไม่ทรงทราบ พระราชธิดาของพระเจ้าจุลนี เหมือนปลาไม่รู้จัก ความตายของตน ฉันนั้น ถ้าพระองค์จะเสด็จไปยังปัญจาลนคร จักต้อง ทรงละเสียทันที ภัยใหญ่จักถึงแก่พระองค์เหมือนภัย คือความตายถึง แก่มฤคผู้ตามไปถึงทางที่ประตูบ้าน ข้าแต่พระจอมประชากร บุรุษผู้ไม่ ประเสริฐพึงเป็นเหมือนงูอยู่ในพกกัดเอา นักปราชญ์ไม่พึงทำไมตรีกับ บุรุษเช่นนั้น เพราะการสังคมกับบุรุษชั่ว นำทุกข์มาให้โดยแท้ ข้าแต่ พระจอมประชากร บุรุษผู้มีศีล เป็นพหูสูตพึงรู้คุณแห่งไมตรีใด นักปราชญ์พึงกระทำไมตรีกับบุรุษเช่นนั้นเท่านั้น เพราะการสังคมกับ สัปบุรุษ นำความสุขมาให้โดยแท้.

ข้อ ๖๓๓

|๖๓๓.๑| พาโล ตุวํ เอลมูโคสิ ราช โย อุตฺตมตฺถานิ มยี ลปิตฺโถ กิเมวหํ นงฺคลโกฏิวฑฺโฒ อตฺถานิ ชานิสฺสํ ยถาปิ อญฺเญ ฯ |๖๓๓.๒| อิมํ คเล คเหตฺวาน นาเสถ วิชิตา มม โย เม รตนลาภสฺส อนฺตรายาย ภาสติ ฯ

ข้าแต่พระราชา พระองค์ได้ตรัสถึงเหตุที่จะให้ได้รัตนะอันสูงสุดในสำนัก ข้าพระบาท ทรงเป็นผู้เขลา บ้าน้ำลาย ข้าพระบาทเป็นบุตรคฤหบดีถือ หางไถเจริญมาแต่ยังเยาว์ จะรู้เหตุที่จะให้ได้รัตนะเหมือนคนอื่นๆ เขา อย่างไรเล่า ท่านทั้งหลายจงไสคอมโหสถบัณฑิตนี้ ซึ่งเขาพูดเป็นอันตราย แก่การได้รัตนะของเรา ให้หายไปเสียจากแว่นแคว้นของเรา.

ข้อ ๖๓๔

|๖๓๔.๑| มโหสธ อตีเตน นานุวิชฺฌนฺติ ปณฺฑิตา กึ มํ อสฺสํว สมฺพนฺธํ ปโตเทเนว วิชฺฌสิ ฯ |๖๓๔.๒| สเจ ปสฺสสิ โมกฺขํ เม เขมํ วา ปน ปสฺสสิ เตเนว มํ อนุสาส กึ อตีเตน วิชฺฌสิ ฯ

ดูกรมโหสถ บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ทิ่มแทงเพราะโทษที่ล่วงไปแล้ว เจ้าจะทิ่มแทงเราเป็นดังม้าที่เขาผูกไว้ถูกทิ่มแทงด้วยประตักทำไม ถ้าเห็น ว่าเราจะพ้นภัยได้หรือเห็นว่าเราจะปลอดภัยได้ ขอเจ้าจงสั่งสอนเราโดย ความสวัสดีนั้นแล เจ้าจะทิ่มแทงเราเพราะโทษที่ล่วงไปแล้วทำไม.

ข้อ ๖๓๕

|๖๓๕.๑| อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ ตฺวํ ปชานสฺสุ ขตฺติย ฯ |๖๓๕.๒| สนฺติ เวหายสา นาคา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ |๖๓๕.๓| สนฺติ เวหายสา อสฺสา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ |๖๓๕.๔| สนฺติ เวหายสา ปกฺขี อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ |๖๓๕.๕| สนฺติ เวหายสา ยกฺขา อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน เตปิ อาทาย คจฺเฉยฺยุํ ยสฺส โหนฺติ ตถาวิธา ฯ |๖๓๕.๖| อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ อนฺตลิกฺเขน ขตฺติย ฯ

ข้าแต่พระบรมกษัตริย์ กรรมของมนุษย์อันเป็นไปล่วงแล้วทำได้ยาก มี ความยินดีได้ยาก เป็นแดนเกิด ข้าพระบาทไม่สามารถจะปลดเปลื้อง พระองค์ได้ ขอพระองค์ได้โปรดทรงทราบเถิด พระเจ้าข้า ช้างทั้งหลาย ผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถเหาะไปได้ทางอากาศ เป็นช้างเกิดในตระกูลช้าง ฉัททันต์ หรือในตระกูลช้างอุโบสถของพระองค์มีอยู่ แม้ช้างเหล่านั้น พึงพาพระองค์ไปได้ ม้าทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถเหาะไปได้ทาง อากาศ เป็นม้าเกิดในตระกูลพระยาม้าวลาหกของพระองค์มีอยู่ แม้ม้า เหล่านั้นพึงพาพระองค์ไปได้ นกทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถบินไปได้ ทางอากาศของพระองค์มีอยู่ แม้นกเหล่านั้นก็พึงพาพระองค์ไปได้ ยักษ์ ทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มียศสามารถเหาะไปได้ทางอากาศของพระองค์มีอยู่ แม้ยักษ์เหล่านั้นก็พึงพาพระองค์ไปได้ ข้าแต่พระบรมกษัตริย์ กรรมของ มนุษย์อันเป็นไปล่วงแล้วทำได้โดยยาก มีความยินดีได้ยาก เป็นแดน เกิด ข้าพระบาทไม่สามารถจะปลดเปลื้องพระองค์ โดยทางอากาศได้ พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๓๖

|๖๓๖.๑| อตีรทสฺสี ปุริโส มหนฺเต อุทกณฺณเว ยตฺถ โส ลภเต คาธํ ตตฺถ โส วินฺทเต สุขํ ฯ |๖๓๖.๒| เอวํ อมฺหญฺจ รญฺโญ จ ตฺวํ ปติฏฺฐา มโหสธ ตฺวํ โนสิ มนฺตีนํ เสฏฺโฐ อเมฺห ทุกฺขา ปโมจย ฯ

บุรุษผู้ยังมองไม่เห็นฝั่งในมหาสมุทร ย่อมได้ที่พำนักในประเทศใด เขา ย่อมได้ความสุขในประเทศนั้น ฉันใด ท่านมโหสถ ขอท่านได้เป็นที่ พึ่งของข้าพระเจ้าทั้งหลาย และของพระราชาฉันนั้นเถิด ท่านเป็นผู้ ประเสริฐสุดกว่าพวกข้าพเจ้าเหล่ามนตรี ขอท่านช่วยปลดเปลื้องเรา ให้พ้นจากทุกข์ด้วยเถิด.

ข้อ ๖๓๗

อตีตํ มานุสํ กมฺมํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ น ตํ สกฺโกมิ โมเจตุํ ตฺวํ ปชานสฺสุ เสนก ฯ

ท่านอาจารย์เสนกะ กรรมของมนุษย์อันเป็นไปล่วงแล้วทำได้ยาก มีความ ยินดีโดยยาก เป็นแดนเกิด ข้าพเจ้าไม่สามารถจะช่วยปลดเปลื้องท่านได้ ท่านจงรู้เอาเองเถิด.

ข้อ ๖๓๘

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ เสนกทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ

ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถาม ท่านอาจารย์เสนกะ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.

ข้อ ๖๓๙

อคฺคึ วา ทฺวารโต เทม คณฺหามเส วิกนฺตนํ อญฺญมญฺญํ วธิตฺวาน ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ ฯ

เราทั้งหลายจงเอาไฟเผาเสียตั้งแต่ประตู หรือจงจับมีดฆ่ากันและกัน ละชีวิตเสียฉับพลัน อย่าให้พระเจ้าพรหมทัตต์ฆ่าเราทั้งหลายให้ลำบาก นานเลย.

ข้อ ๖๔๐

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ ปุกฺกุสทานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ

ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่าน อาจารย์ปุกกุส ณ บัดนี้ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.

ข้อ ๖๔๑

วิสํ ขาทิตฺวา มิยฺยาม ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ ฯ

เราทั้งหลายควรกินยาพิษตาย ละชีวิตเสียฉับพลัน อย่าให้พระเจ้า- พรหมทัตต์ฆ่าเราทั้งหลายให้ลำบากนานเลย.

ข้อ ๖๔๒

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ กามินฺททานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ

ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่าน อาจารย์กามินท์ ณ บัดนี้ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.

ข้อ ๖๔๓

รชฺชุยา พชฺฌ มิยฺยาม ปปาตา ปปเตมเส มา โน ราชา พฺรหฺมทตฺโต จิรํ ทุกฺเขน มารยิ ฯ

เราทั้งหลายพึงเอาเชือกผูกหรือพึงโดดลงบ่อให้ตายเสีย อย่าให้พระเจ้า- พรหมทัตต์ฆ่าเราทั้งหลายให้ลำบากนานเลย.

ข้อ ๖๔๔

สุโณหิ เมตํ วจนํ ปสฺสเสนํ มหพฺภยํ เทวินฺททานิ ปุจฺฉามิ กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสิ ฯ

ท่านจงฟังคำนี้ของข้าพเจ้า ท่านเห็นภัยใหญ่นั่นหรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่าน อาจารย์เทวินท์ ณ บัดนี้ เวลานี้ท่านจะสำคัญสิ่งที่ควรทำอย่างไร.

ข้อ ๖๔๕

อคฺคึ วา ทฺวารโต เทม คณฺหามเส วิกนฺตนํ อญฺญมญฺญํ วธิตฺวาน ขิปฺปํ หิสฺสาม ชีวิตํ น โน สกฺโกติ โมเจตุํ สุเขเนว มโหสโธ ฯ

เราทั้งหลายจงเอาไฟเผาเสียตั้งแต่ประตู หรือ จงจับมีดฆ่ากันและกัน ละชีวิตไปเสียฉับพลัน ถ้าท่านมโหสถไม่สามารถจะช่วยปลดเปลื้องเรา ทั้งหลายได้โดยง่าย.

ข้อ ๖๔๖

|๖๔๖.๑| ยถา กทลิโน สารํ อเนฺวสํ นาธิคจฺฉติ เอวํ อเนฺวสมานา นํ ปญฺหํ นาชฺฌคมามเส ฯ |๖๔๖.๒| ยถา สิมฺพลิโน สารํ อเนฺวสํ นาธิคจฺฉติ เอวํ อเนฺวสมานา นํ ปญฺหํ นาชฺฌคมามเส ฯ |๖๔๖.๓| อเทเส วต โน วุฏฺฐํ กุญฺชรานํวนูทเก สกาเส ทุมฺมนุสฺสานํ พาลานํ อวิชานตํ |๖๔๖.๔| อุพฺเพธติ เม หทยํ มุขญฺจ ปริสุสฺสติ นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฑฺโฒว อาตเป ฯ |๖๔๖.๕| กมฺมารานํ ยถา อุกฺกา อนฺโต ฌายติ โน พหิ เอวมฺปิ หทยํ มยฺหํ อนฺโต ฌายติ โน พหิ ฯ

บุคคลแสวงหาแก่นแห่งต้นกล้วยย่อมหาไม่ได้ ฉันใด เราทั้งหลาย แสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ ก็ย่อมไม่ประสบปัญหานั้น ฉันนั้น บุคคลแสวงหาแก่นแห่งไม้งิ้ว ย่อมหาไม่ได้ ฉันใด เราทั้งหลาย แสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ ก็ย่อมไม่ประสบปัญหานั้น ฉันนั้น การอยู่ของช้างทั้งหลายในสถานที่ไม่มีน้ำ ชื่อว่าอยู่ในที่มิใช่ประเทศ เพราะช้างเหล่านั้นอยู่ในสถานที่อันไม่มีน้ำ ชื่อว่ามิใช่ประเทศ ย่อมตก อยู่ในอำนาจของปัจจามิตรเร็วพลัน ฉันใด แม้การที่เราทั้งหลายอยู่ในที่ ใกล้ของมนุษย์ชั่ว เป็นคนพาลหาความรู้มิได้ ก็ชื่อว่าอยู่ในสถานที่มิใช่ ประเทศ ฉันนั้น หทัยของเราสั่น และปากของเราก็แห้งผาก เราเป็น เหมือนถูกไฟไหม้ที่กลางแดด ไม่ถึงความเย็นใจ เตาของช่างทองรุ่งเรือง อยู่ภายใน ไม่ปรากฏในภายนอก ฉันใด แม้หทัยของเราก็รุ่งเรืองอยู่ใน ภายใน ไม่ปรากฏในภายนอก ฉันนั้น.

ข้อ ๖๔๗

|๖๔๗.๑| ตโต โส ปณฺฑิโต ธีโร อตฺถทสฺสี มโหสโธ เวเทหํ ทุกฺขิตํ ทิสฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๖๔๗.๒| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ราหุคฺคหิตํว จนฺทิมํ ฯ |๖๔๗.๓| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ราหุคฺคหิตํว สุริยํ ฯ |๖๔๗.๔| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ปงฺเก สนฺนํว กุญฺชรํ ฯ |๖๔๗.๕| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ เปฬพนฺธํว ปนฺนคํ ฯ |๖๔๗.๖| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ ปกฺขึ พนฺธํว ปญฺชเร ฯ |๖๔๗.๗| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ มจฺเฉ ชาลคเตริว ฯ |๖๔๗.๘| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ อหนฺตํ โมจยิสฺสามิ สโยคฺคพลวาหนํ ฯ |๖๔๗.๙| มา ตฺวํ ภายิ มหาราช มา ตฺวํ ภายิ รเถสภ ปญฺจาลํ พาหยิสฺสามิ กากเสนํว เลฑฺฑุนา ฯ |๖๔๗.๑๐| อาทู ปญฺญา กิมตฺถิยา อมจฺโจ วาปิ ตาทิโส โย ตํ สมฺพาธปกฺขนฺตํ ทุกฺขา น ปริโมจเย ฯ

ลำดับนั้น มโหสถบัณฑิตมีปัญญาเห็นประโยชน์ เห็นพระเจ้าวิเทหราช ทรงได้รับทุกข์ จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้าพระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่างทรงกลัวเลย ข้าพระบาท จักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ดุจดวงจันทร์อันราหูจับแล้ว ข้าแต่พระ- มหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้อง พระองค์ผู้ดุจช้าง จมอยู่ในหล่ม ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่ พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วย ปลดเปลื้องพระองค์ผู้ดุจติดอยู่ในตะกร้า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์ อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่างทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ดุจนกติดอยู่ในกรง ข้าแต่พระ- มหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักช่วยปลดเปลื้อง พระองค์ผู้ ดุจปลาติดอยู่ที่ข่าย ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่าทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจะ ช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้มีพลและพาหนะคุ้มกันอยู่ ข้าแต่พระมหาราช เจ้า พระองค์อย่ากลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ พระองค์อย่า ทรงกลัวเลย ข้าพระบาทจักขับไล่กองทัพของพระเจ้าปัญจาลราชให้หนีไป ดุจไล่กาและเหยี่ยวให้หนีไปด้วยก้อนหิน ปัญญาของข้าพระบาท หรือ อำมาตย์ เช่นกับข้าพระบาท ซึ่งมิได้ช่วยปลดเปลื้องพระองค์ผู้ตกอยู่ใน ที่คับขันให้พ้นทุกข์ จะมีประโยชน์อะไร.

ข้อ ๖๔๘

เอถ มาณวา อุฏฺเฐถ มุขํ โสเธถ สนฺธิโน เวเทโห สหมจฺเจหิ อุมฺมงฺเคน คมิสฺสติ ฯ

ดูกรคนหนุ่มๆ ทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงลุกขึ้นมา จงช่วยกันเปิดประตู อุโมงค์ และประตูห้องติดต่อเครื่องยนต์ พระเจ้าวิเทหราชจักเสด็จไป ทางอุโมงค์ พร้อมด้วยอำมาตย์ทั้งหลาย.

ข้อ ๖๔๙

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ปณฺฑิตสฺสานุสาริโน อุมฺมงฺคทฺวารํ วิวรึสุ ยนฺตยุตฺเต จ อคฺคเฬ ฯ

พวกคนรับใช้ของมโหสถบัณฑิต ได้ฟังคำของมโหสถแล้วช่วยกันเปิด ประตูอุโมงค์ และถอดลูกดานประกอบด้วยเครื่องยนต์.

ข้อ ๖๕๐

ปุรโต เสนโก ยาติ ปจฺฉโต จ มโหสโธ มชฺเฌ จ ราชา เวเทโห อมจฺจปริวาริโต ฯ

เสนาเดินไปก่อน มโหสถเดินไปข้างหลัง พระเจ้าวิเทหราชอันอำมาตย์ แวดล้อม เสร็จดำเนินไปท่ามกลาง.

ข้อ ๖๕๑

|๖๕๑.๑| อุมฺมงฺคา นิกฺขมิตฺวาน เวเทโห นาวมารุหิ อภิรุยฺหญฺจ ญตฺวาน อนุสาสิ มโหสโธ ฯ |๖๕๑.๒| อยํ เต สสฺสุโร เทว อยํ สสฺสุ ชนาธิป ยถา มาตุ ปฏิปตฺติ เอวํ เต โหตุ สสฺสุยา ฯ |๖๕๑.๓| ยถาปิ นิยโก ภาตา โสทริโย เอกมาตุโก เอวํ ปญฺจาลจนฺโท เต ทยิตพฺโพ รเถสภ ฯ |๖๕๑.๔| อยํ ปญฺจาลจนฺที เต ราชปุตฺตี อภิชฺฌิตา กามํ กโรหิ เต ตาย ภริยา เต รเถสภ ฯ

พระเจ้าวิเทหราชเสด็จออกจากอุโมงค์แล้ว เสด็จขึ้นสู่เรือ มโหสถบัณฑิต รู้ว่าพระเจ้าวิเทหราชเสด็จขึ้นเรือแล้ว ได้ถวายอนุศาสน์ว่า ขอเดชะ พระองค์ผู้จอมประชากร พระเจ้าจุลนี เป็นพระสัสสุระของพระองค์ พระนางนันทาเทวีนี้ เป็นพระสัสสุของพระองค์ การปฏิบัติพระราช มารดาของพระองค์ ฉันใด การปฏิบัตินั้นขอจงมีแด่พระสัสสุของพระองค์ ฉันนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ อนึ่ง พระภาดาร่วมพระอุทรพระชนนี เดียวกันโดยตรง พระองค์ทรงรักใคร่ ฉันใด พระปัญจาลจันทราชกุมาร พระองค์ก็ควรทรงรักใคร่ ฉันนั้น พระนางปัญจาลจันทีราชบุตรี ของ พระเจ้าพรหมทัตต์ ที่พระองค์ทรงปรารถนานี้ ขอพระองค์ทรงรักใคร่ใน พระนางของพระองค์ พระนางจักเป็นพระมเหสีของพระองค์ อย่าทรง ดูหมิ่น.

ข้อ ๖๕๒

อารุยฺห นาวํ ตรมาโน กึ นุ ตีรมฺหิ ติฏฺฐสิ กิจฺฉา มุตฺตมฺห ทุกฺขโต ยามทานิ มโหสธ ฯ

ดูกรมโหสถ เจ้าจงรีบขึ้นเรือ จะยืนอยู่ที่ฝั่งทำไมหนอ เราทั้งหลายพ้น จากทุกข์ได้โดยยาก จงไปกัน ณ บัดนี้เถิด.

ข้อ ๖๕๓

|๖๕๓.๑| เนส ธมฺโม มหาราช โยหํ เสนาย นายโก เสนางฺคํ ปริหาเปตฺวา อตฺตานํ ปริโมจเย ฯ |๖๕๓.๒| นิเวสนมฺหิ เต เทว เสนางฺคํ ปริหาปิตํ ตํ ทินฺนํ พฺรหฺมทตฺเตน อานยิสฺสํ รเถสภ ฯ

ข้าแต่พระมหาราชเจ้า การที่ข้าพระองค์เป็นนายกของเสนาจะทอดทิ้ง กองทัพเอาแต่ตัวรอด นี้ไม่สมควร ขอเดชะ พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ข้าพระบาทจักนำมาซึ่งกองทัพ ที่พระองค์ทรงละทิ้งไว้ในปัญจาลนคร และสิ่งของที่พระเจ้าพรหมทัตต์พระราชทาน พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๕๔

อปฺปเสโน มหาเสนํ กถํ นิคฺคยฺห ฐสฺสสิ ทุพฺพโล พลวนฺเตน วิหญฺญิสฺสสิ ปณฺฑิต ฯ

ดูกรบัณฑิต เจ้ามีเสนาน้อย จักข่มพระเจ้าพรหมทัตต์ผู้มีเสนามากได้ อย่างไร เจ้าไม่มีกำลัง จักลำบาก เพราะพระเจ้าพรหมทัตต์มีกำลัง.

ข้อ ๖๕๕

อปฺปเสโนปิ เจ มนฺตี มหาเสนํ อมนฺตินํ ชานาติ ราชา ราชาโน อาทิจฺโจวุทยนฺตมํ ฯ

ถ้าบุคคลผู้มีความคิด ถึงจะมีเสนาน้อย ก็เอาชนะบุคคลผู้มีเสนามาก แต่ไม่มีความคิดได้ พระราชาพระองค์เดียวทรงฉลาดในอุบาย ย่อมทรง เอาชนะ พระราชาทั้งหลายผู้ไม่ทรงฉลาดในอุบายได้ ดังอาทิตย์อุทัย กำจัดความมืดส่งแสงสว่างจ้า ฉะนั้น ขอเดชะ.

ข้อ ๖๕๖

สุสุขํ วต สํวาโส ปณฺฑิเตหีติ เสนก ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว อมิตฺตหตฺถตฺถคเต โมจยิ โน มโหสโธ ฯ

ดูกรท่านอาจารย์เสนกะ การอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลายเป็นสุขดีหนอ เพราะว่ามโหสถบัณฑิต ช่วยปลดเปลื้องเราทั้งหลายผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือ ของศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกถูกขังอยู่ในกรง และ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยปลาอันติดอยู่ในแห ฉะนั้น.

ข้อ ๖๕๗

เอวเมว มหาราช ปณฺฑิตา หิ สุขาวหา ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว อมิตฺตหตฺถตฺถคเต โมจยิ โน มโหสโธ ฯ

ข้าแต่พระมหาราชา บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้นำความสุขมาให้อย่างแท้จริง เทียว มโหสถบัณฑิตช่วยปลดเปลื้องเราทั้งหลายผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของ ศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกที่ถูกขังอยู่ในกรง และ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงปลาอันติดอยู่ในแห ฉะนั้น ขอเดชะ.

ข้อ ๖๕๘

|๖๕๘.๑| รกฺขิตฺวา กสิณํ รตฺตึ จูฬเนยฺโย มหพฺพโล อุเทนฺตํ อรุณุคฺคสฺมึ อุปการํ อุปาคมิ ฯ |๖๕๘.๒| อารุยฺห ปวรํ นาคํ พลวนฺตํ สฏฺฐิหายนํ ราชา อโวจ ปญฺจาโล จูฬเนยฺโย มหพฺพโล ฯ |๖๕๘.๓| สนฺนทฺโธ มณิจมฺเมน สรมาทาย ปาณินา เปสิเย อชฺฌภาสิตฺถ ปุถุคุมฺเพ สมาคเต ฯ |๖๕๘.๔| หตฺถาโรเห อนีกฏฺเฐ รถิเก ปตฺติการเก อุปาสนมฺหิ กตหตฺเถ วาลเวเธ สมาคเต ฯ

พระเจ้าจุลนีผู้มีกำลังมาก ทรงรักษาอยู่ตลอดราตรีทั้งสิ้น ครั้นอรุณขึ้น ได้เสด็จถึงเมืองอุปการ พระเจ้าปัญจาลราชทรงพระนามว่าจุลนีผู้มีกำลัง มาก เสด็จขึ้นช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐ เป็นช้างมีกำลังอายุ ๖๐ ปี ได้ รับสั่งกับเสนาของท้าวเธอ ท้าวเธอทรงสวมเกราะแก้วมณี พระหัตถ์ จับศร ได้ตรัสกะทวยหาญผู้รับใช้ซึ่งชำนาญในศิลป คือ ธนู ยิงแม่นยำ ยิงขนทรายไม่พลาด ซึ่งประชุมกันอยู่.

ข้อ ๖๕๙

|๖๕๙.๑| เปเสถ กุญฺชเร ทนฺตี พลวนฺเต สฏฺฐิหายเน มทฺทนฺตุ กุญฺชรา นครํ เวเทเหน สุมาปิตํ ฯ |๖๕๙.๒| วจฺฉทนฺตมุขา เสตา ติกฺขคฺคา อฏฺฐิเวธิโน ปนุณฺณา ธนุเวเคน สมฺปตนฺตุตรีตรา ฯ |๖๕๙.๓| มาณวา จมฺมิโน สูรา จิตฺตทณฺฑยุตาวุธา ปกฺขนฺทิโน มหานาคา หตฺถีนํ โหนฺตุ สมฺมุขา ฯ |๖๕๙.๔| สตฺติโย เตลโธตาโย อจฺฉิมนฺโต ปภสฺสรา วิชฺโชตมานา ติฏฺฐนฺตุ สตรํสีว ตารกา ฯ |๖๕๙.๕| อาวุธพลวนฺตานํ คุณิกายุรธารินํ เอตาทิสานํ โยธานํ สงฺคาเม อปลายินํ เวเทโห กุโต มุจฺจิสฺสติ สเจ ปกฺขีว กาหิติ ฯ |๖๕๙.๖| ตึส เม ปุริสนาวุโตฺย สพฺเพ เอเกกนิจฺจิตา เยสํ สมํ น ปสฺสามิ เกวลํ มหิมํ จรํ ฯ |๖๕๙.๗| นาคา จ กปฺปิตา ทนฺตี พลวนฺตา สฏฺฐิหายนา เยสํ ขนฺเธสุ โสภนฺติ กุมารา จารุทสฺสนา ฯ |๖๕๙.๘| ปีตาลงฺการา ปีตวสนา ปีตุตฺตรนิวาสนา นาคกฺขนฺเธสุ โสภนฺติ เทวปุตฺตาว นนฺทเน ฯ |๖๕๙.๙| ปาฐีนวณฺณา เนตฺตึสา เตลโธตา ปภสฺสรา นิฏฺฐิตา นรวีเรหิ สมธารา สุนิสฺสิตา ฯ |๖๕๙.๑๐| เวลฺลาฬิโน วีตมลา สิกฺกายสมยา ทฬฺหา คหิตา พลวนฺเตหิ สุปฺปหารปฺปหาริภิ ฯ |๖๕๙.๑๑| สุวณฺณถรุสมฺปนฺนา โลหิตกญฺจูปธาริตา วิวตฺตมานา โสภนฺติ วิชฺชุวพฺภฆนนฺตเร ฯ |๖๕๙.๑๒| ปถกา จมฺมิโน สูรา อสิจมฺมสฺส โกวิทา ธนุคฺคหา สิกฺขิตรา นาคกฺขนฺธนิปาติโน ฯ |๖๕๙.๑๓| เอตาทิเสหิ ปริกฺขิตฺโต นตฺถิ โมกฺโข อิโต ตว ปภาวนฺเต น ปสฺสามิ เยน ตฺวํ มิถิลํ วเช ฯ

ว่าท่านทั้งหลาย จงไสช้างพลาย มีกำลังอายุ ๖๐ ปีไป ช้างทั้งหลาย จงย่ำยีเมืองที่พระเจ้าวิเทหราชรับสั่งให้สร้างไว้ ลูกศรอันขาวเช่นเขี้ยวงา ปลายแหลมคม สามารถแทงทำลายกระดูกได้ เกลี้ยงเกลาเหล่านี้ จงตกลงด้วยกำลังธนู พวกทหารรุ่นหนุ่ม สวมเกราะล้วนแกล้วกล้า มี อาวุธประกอบด้วยด้ามอันวิจิตร ฝูงช้างใหญ่แล่นมาจงเป็นผู้หันหน้าสู้ ช้างทั้งหลาย หอกทั้งหลายที่ขัดด้วยน้ำมันแล้วมีแสงเป็นประกายวะวับ ดังดาวประกายพฤกษ์มีแสงตั้งร้อย เมื่อพวกทหารของเราล้วนมีกำลัง อาวุธสวมสังวาลคือเกราะ ไม่ล่าหนีในสงครามเช่นนี้ พระเจ้าวิเทหราช- จักพ้นไปที่ไหน หากจะเป็นเหมือนนกบินไปในอากาศได้ก็จะพ้นไปได้ อย่างไร ทหารของเราล้วนแต่เป็นชายฉกรรจ์ประมาณ ๓๙,๐๐๐ ซึ่งเรา เที่ยวไปทั่วแผ่นดิน ไม่เห็นทหารอื่นใดเทียมทัน สามารถตัดศีรษะข้าศึก เอามาคนละศีรษะได้ อนึ่ง ช้างพลายทั้งหลายอันประดับแล้ว เป็นช้างมี กำลังอายุ ๖๐ ปี เหล่าทหารหนุ่มๆ มีผิวพรรณดังทองคำงดงามอยู่บนคอ ทหารทั้งหลายมีเครื่องประดับสีเหลือง นุ่งผ้าสีเหลือง งดงามอยู่บนคอ ช้าง ดังเทพบุตรในนันทนวัน ฉะนั้น ดาบทั้งหลายมีสีดังปลาสลาด ขัดถูด้วยน้ำมัน แสงวาบวับ อันทหารผู้แกล้วกล้าทำสำเร็จแล้ว มี คมเสมอคมนัก ส่งแสงจัดปราศจากสนิม ทำด้วยเหล็กกล้า มั่นคง อัน เหล่าทหารผู้มีกำลังเชี่ยวชาญในการฟันดาบถือเป็นคู่มือ ดาบทั้งหลาย ล้วนแต่ด้ามทองคำประกอบด้วยฝักสีแดง กวัดแกว่งไปมา ย่อมงดงาม ดังสายฟ้าแวบวาบอยู่ในระหว่างก้อนเมฆ ฉะนั้น เหล่าทหารดาบผู้ แกล้วกล้าสวมเกราะ กวัดแกว่งอยู่ในอากาศ ฉลาดในการใช้ดาบและ โล่ห์ ฝึกมาอย่างชำนาญสามารถจะตัดคอช้างให้ขาดตกลง (ดูกรพระ- เจ้าวิเทหราช เมื่อก่อน) พระองค์อันเหล่าทหารเช่นนี้แวดล้อมแล้ว (แต่บัดนี้) การที่พระองค์จะพ้นไปจากที่นี้ย่อมไม่มี.

ข้อ ๖๖๐

|๖๖๐.๑| กินฺนุ สนฺตรมาโนว นาคํ เปเสสิ กุญฺชรํ ปหฏฺฐรูโป อาคมสิ ลทฺธตฺโถสฺมีติ มญฺญสิ ฯ |๖๖๐.๒| โอหเรตํ ธนุจาปํ ขุรปฺปํ ปฏิสํหร โอหเรตํ สุภํ จมฺมํ เวฬุริยมณิสนฺนิภํ ฯ

พระองค์ทรงด่วนไสช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐมาทำไมหนอ พระองค์มี พระหฤทัยอันร่าเริงเสด็จมา คงจะทรงเข้าพระทัยว่าทรงเป็นผู้ได้ประโยชน์ แล้ว ขอพระองค์ทรงลดแล่งธนูนั่นเสียเถิด ทรงทิ้งลูกธนูเสียเถิด ทรง เปลื้องเกราะอันงดงามปานดังแก้วไพฑูรย์นั้นออกเสียเถิด พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๖๑

ปสนฺนมุขวณฺโณสิ มิตปุพฺพญฺจ ภาสสิ โหติ โข มรณกาเล เอทิสี วณฺณสมฺปทา ฯ

เจ้าเป็นผู้มีสีหน้าอันผ่องใส และกล่าวถ้อยคำเคยยิ้มแย้ม ความถึงพร้อม แห่งผิวพรรณเช่นนี้ย่อมมีในมรณกาล.

ข้อ ๖๖๒

|๖๖๒.๑| โมฆนฺเต คชฺชิตํ ราช ภินฺนมนฺโตสิ ขตฺติย ทุคฺคโณฺห หิ ตยา ราชา ขลุงฺเกเนว สินฺธโว ฯ |๖๖๒.๒| ติณฺโณ หิยฺโย ราชา คงฺคํ สามจฺโจ สปริชฺชโน หํสราชํ ยถา ธงฺโก อนุชฺชวํ ปติสฺสติ ฯ

ข้าแต่พระขัตติยราช พระดำรัสที่พระองค์ตรัสคุกคามไร้ประโยชน์เสีย แล้ว พระองค์เป็นผู้มีพระดำริกระจายไปทั่วแล้ว พระองค์ไม่สามารถ จะจับ พระราชาของข้าพระองค์ได้หรอกดังม้าสินธพอันม้ากระจอกไล่ไม่ ทัน ฉะนั้น พระราชาของข้าพระองค์พร้อมด้วยอำมาตย์ราชบริษัท เสด็จข้ามแม่น้ำไปแล้วแต่วานนี้ ถ้าพระองค์จักเสด็จติดตามไป พระองค์ ก็จักตก คือถึงความพินาศในระหว่าง เปรียบเหมือนกาบินไล่ติด ตามพระยาหงส์ จักต้องตกลงในระหว่าง ฉะนั้น.

ข้อ ๖๖๓

|๖๖๓.๑| สิคาลา รตฺติภาเคน ผุลฺลํ ทิสฺวาน กึสุกํ มํสเปสีติ มญฺญนฺตา ปริพฺยูฬฺหา มิคาธมา ฯ |๖๖๓.๒| วีติวตฺตาสุ รตฺตีสุ อุคฺคตสฺมึ ทิวากเร กึสุกํ ผุลฺลิตํ ทิสฺวา อาสาฉินฺนา มิคาธมา ฯ |๖๖๓.๓| เอวเมว ตุวํ ราช เวเทหํ ปริวารย อาสจฺฉินฺโน คมิสฺสสิ สิคาลา กึสุกํ ยถา ฯ

สุนัขจิ้งจอก เป็นสัตว์ต่ำช้ากว่ามฤค เห็นดอกทองกวาวด้วยแสงจันทร์ ก็สำคัญว่าชิ้นเนื้อ เข้าล้อมต้นอยู่ ครั้นเมื่อราตรีล่วงไปแล้ว เมื่อพระ- อาทิตย์ขึ้นแล้ว สุนัขจิ้งจอกซึ่งเป็นสัตว์ต่ำช้ากว่ามฤค ได้เห็นดอก- ทองกวาวบานแล้ว เป็นสัตว์หมดความหวังฉันใด ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงล้อมพระเจ้าวิเทหราช ก็จักทรงหมดความหวังเสด็จกลับไป เปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกล้อมต้นทองกวาวหมดความหวังกลับไป ฉะนั้น.

ข้อ ๖๖๔

|๖๖๔.๑| อิมสฺส หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ ฉินฺทถ โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ |๖๖๔.๒| อิมํ มํสํว ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจนฺตุ นํ โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ |๖๖๔.๓| ยถาปิ อุสภจมฺมํ ปฐพฺยา วิหนียติ สีหสฺส อโถ พฺยคฺฆสฺส โหติ สงฺกุสมาหตํ ฯ |๖๖๔.๔| เอวนฺตํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสามิ สตฺติยา โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ

เจ้าทั้งหลายจงช่วยกันตัดมือ เท้า หู และจมูกของมโหสถ ผู้ปล่อยให้ พระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเราซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือไปเสีย เจ้าทั้งหลายจง เสียบมโหสถ ผู้ปล่อยพระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเรา ซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือ ไปเสียในหลาวแล้วจงย่างมันให้ร้อน เหมือนดังย่างเนื้อฉะนั้น บุคคล แทงหนังวัวลงบนแผ่นดิน หรือบุคคลเกี่ยวหนังราชสีห์หรือเสือโคร่งฉุด มาด้วยขอฉันใด เราจักให้เจ้าทั้งหลายช่วยกันทิ่มแทงมโหสถ ผู้ ปล่อยพระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเราซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือไปฆ่าเสียด้วยหอก ฉันนั้น.

ข้อ ๖๖๕

|๖๖๕.๑| สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๒| สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๓| สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๔| สเจ เม หตฺถปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทสิ เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห เฉทยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๕| สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๖| สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๗| สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๘| สเจ มํสญฺจ ปาตพฺยํ สูเล กตฺวา ปจิสฺสสิ เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห ปาจยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๙| สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา เอวํ ปญฺจาลจนฺทสฺส เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๑๐| สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา เอวํ ปญฺจาลจนฺทิยา เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๑๑| สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา เอวํ นนฺทาย เทวิยา เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๑๒| สเจ มํ วิหนิตฺวาน เวธยิสฺสสิ สตฺติยา เอวนฺเต ปุตฺตทารสฺส เวเทโห เวธยิสฺสติ ฯ |๖๖๕.๑๓| เอวํ โน มนฺติตํ รโห เวเทเหน มยา สห ยถา ปลสตํ จมฺมํ โกนฺติมนฺตาสุนิฏฺฐิตํ อุเปติ ตนุตาณาย สรานํ ปฏิหนฺตเว ฯ |๖๖๕.๑๔| สุขาวโห ทุกฺขนูโท เวเทหสฺส ยสสฺสิโน มตินฺเต ปฏิหญฺญามิ อุสุํ ปลสเตน วา ฯ

ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้า- วิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้น ของพระปัญจาลจันทราชโอรส ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้นของพระปัญจาลจันที ราชธิดา ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของข้า พระองค์ พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็นต้นของพระ นางนันทาเทวีอัครมเหสี ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ตัดมือเท้า หูและ จมูกของข้าพระองค์ พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ตัดพระหัตถ์เป็น ต้นของพระราชบุตร ราชบุตรีและพระมเหสีแห่งพระองค์ ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้าวิเทหราช ก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อของพระปัญจาลจันทราชโอรส ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของ ข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ เสียบเนื้อของพระปัญจาลจันทีราชธิดา แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระ- องค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้า วิเทหราชก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อพระนางนันทาเทวีอัครมเหสี แล้วย่าง ให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้เสียบเนื้อของข้าพระองค์ในหลาว แล้วย่างให้ร้อน พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้เสียบเนื้อของพระราช- บุตรพระราชบุตรีและพระมเหสีของพระองค์ แล้วย่างให้ร้อน ฉันนั้น ถ้าพระองค์จักรับสั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็ จักรับสั่งให้ทิ่มแทงพระปัญจาลจันทราชโอรสด้วยหอก ฉันนั้น ถ้าพระ- องค์จักรับสั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็รับสั่งให้ ทิ่มแทง พระปัญจาลจันทีราชธิดาด้วยหอก ฉันนั้น ถ้าพระองค์จักรับ สั่งให้ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทง พระนางนันทาเทวีอัครมเหสีด้วยหอก ฉันนั้น ถ้าพระองค์รับสั่งให้ ทิ่มแทงข้าพระองค์ด้วยหอก พระเจ้าวิเทหราชก็จักรับสั่งให้ทิ่มแทง พระราชบุตร พระราชบุตรีและพระมเหสีของพระองค์ ฉันนั้น ข้อความ ดังกราบทูลมาอย่างนี้ อันข้าพระองค์ทั้งสอง คือพระเจ้าวิเทหราชกับ ข้าพระองค์ ได้ปรึกษาตกลงกันไว้แล้วในที่ลับ โล่หนักประมาณ ๑๐๐ ปะละ อันช่างหนังทำสำเร็จแล้ว ด้วยมีดของช่างหนังย่อมช่วยป้องกัน ตัวเพื่อห้ามลูกศรทั้งหลาย ฉันใด ข้าพระองค์ เป็นผู้นำความสุขบรรเทา ทุกข์ถวายพระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศ ก็จำต้องทำลายลูกศรคือพระดำริของ พระองค์ ด้วยโล่ คือความคิดของข้าพระองค์ ฉันนั้น ขอเดชะ.

ข้อ ๖๖๖

อิงฺฆ ปสฺส มหาราช สุญฺญํ อนฺเตปุรํ ตว โอโรธา จ กุมารา จ ตว มาตา จ ขตฺติย อุมฺมงฺคา นีหริตฺวาน เวเทหสฺสุปนามิตา ฯ

ข้าแต่พระมหาราช เชิญพระองค์ทอดเนตรพระราชนิเวศน์อันว่างเปล่า ของพระองค์ ข้าแต่บรมกษัตริย์ นางสนม กุมารทั้งหลาย และ พระราชชนนีของพระองค์ ข้าพระองค์ให้นำออกทางอุโมงค์ นำไป ถวายพระเจ้าวิเทหราชแล้ว พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๖๗

อิงฺฆ อนฺเตปุรํ มยฺหํ คนฺตฺวาน วิจินาถ นํ ยถา อิมสฺส วจนํ สจฺจํ วา ยทิ วา มุสา ฯ

เชิญพวกเจ้าจงไปสู่ราชนิเวศน์ของเรา แล้วตรวจตราดู คำของมโหสถนี้ จริงหรือเท็จอย่างไร.

ข้อ ๖๖๘

เอวเมตํ มหาราช ยถา อาห มโหสโธ สุญฺญํ อนฺเตปุรํ สพฺพํ กากปตนกํ ยถา ฯ

ข้าแต่พระมหาราชา มโหสถกราบทูลว่า ฉันใด คำนั้นเป็นจริง ฉันนั้น พระราชนิเวศน์ทุกแห่งว่างเปล่า ดุจที่ลงกินของฝูงกา ขอเดชะ.

ข้อ ๖๖๙

|๖๖๙.๑| อิโต คตา มหาราช นารี สพฺพงฺคโสภนา โกสุมฺภผลกสุสฺโสณี หํสคคฺครภาณินี ฯ |๖๖๙.๒| อิโต นีตา มหาราช นารี สพฺพงฺคโสภนา โกเสยฺยวสนา สามา ชาตรูปสุเมขลา ฯ |๖๖๙.๓| สุรตฺตปาทา กลฺยาณี สุวณฺณมณิเมขลา ปาเรวตกฺขี สุตนู พิมฺโพฏฺฐา ตนุมชฺฌิมา ฯ |๖๖๙.๔| สุชาตา ภุชลฏฺฐีว เวทีว ตนุมชฺฌิมา ทีฆสฺสา เกสา อสิตา อีสกคฺคปเวลฺลิตา ฯ |๖๖๙.๕| สุชาตา มิคจฺฉาปีว เหมนฺตคฺคิสิขาริว นทีว คิริทุคฺเคสุ สญฺฉนฺนา ขุทฺทเวฬุภิ ฯ |๖๖๙.๖| นาคนาสูรุกลฺยาณี ปฐมา ติมฺพรุตฺถนี นาติทีฆา นาติรสฺสา นาโลมา นาติโลมกา ฯ |๖๖๙.๗| นนฺทาย นูน มรเณน นนฺทสิ สิริวาหน อหญฺจ นูน นนฺทา จ คจฺฉาม ยมสาธนํ ฯ

ข้าแต่พระมหาราชา พระนางเจ้านันทาเทวี ทรงโฉมงดงามทั่วสรรพางค์ มีพระโสณีงาม ดังแผ่นทองคำธรรมชาติ มีปกติตรัสด้วยพระสำเนียง อันอ่อนหวาน ดังเสียงลูกหงส์เสด็จไปทางอุโมงค์นี้แล้ว ข้าแต่พระ- มหาราชา พระนางนันทาเทวีทรงโฉมงดงามทั่วสรรพางค์ ทรงพระภูษา โกสัย มีพระสรีระเหลืองอร่าม มีสายรัดพระองค์งดงามด้วยทองคำ ข้าพระองค์นำออกไปแล้วจากอุโมงค์นี้ พระนางนันทาเทวีมีพระบาทแดง สดใส ทรงโฉมงดงาม มีสายรัดพระองค์ แก้วมณีแกมสุวรรณ ดวง- พระเนตรดังตานกพิราบ มีพระสรีระงดงาม พระโอฐแดงดังผลตำลึงสุก สะโอดสะอง มีบั้นพระองค์เล็กเรียวดังเถานาคลดา อันเกิดดีแล้ว และกาญจนไพรที มีพระเกสายาวดำ มีปลายช้อนขึ้นเล็กน้อย มีดวง- พระเนตรเขื่อง ดังดวงตาของลูกเนื้อทรายอันเกิดดีแล้ว และดุจเปลว- เพลิงในฤดูเหมันต์ พระนางนันทาเทวี ย่อมงดงามด้วยเส้นพระโลมา เล็กๆ ดังแม่น้ำใกล้ภูผาอันดาดาษไปด้วยไม้ไผ่เล็กๆ ฉะนั้น พระ- นางมีพระเพลางามดังงวงอัยรา มีพระถันยุคลดังคู่ผลมะพลับทองงาม เป็นที่หนึ่ง พระสัณฐานสันทัด ไม่สูงนัก ไม่ต่ำนัก มีพระโขนงพอ งาม ไม่มากนัก ข้าแต่พระองค์ผู้มีพาหนะสมบูรณ์ด้วยสิริ พระองค์คง ทรงยินดี ด้วยการทิวงคตของพระนางเจ้านันทาเทวีเป็นแน่ ข้าพระองค์ และพระนางเจ้านันทาเทวี ก็จักไปสู่สำนักยมราชเป็นแน่.

ข้อ ๖๗๐

ทิพฺพํ อธิยเส มายํ อกาสิ จกฺขุโมหนํ โย เม อมิตฺตํ หตฺถคตํ เวเทหํ ปริโมจยิ ฯ

มโหสถ ได้ปล่อยพระเจ้าวิเทหราชศัตรูของเรา ซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือ เรา ทำเล่ห์กลอันเป็นทิพย์ หรือว่าได้ทำอุบายบังตา.

ข้อ ๖๗๑

|๖๗๑.๑| อธิยนฺติ เว มหาราช ทิพฺพมายีธ ปณฺฑิตา เต โมจยนฺติ อตฺตานํ ปณฺฑิตา มนฺติโน ชนา ฯ |๖๗๑.๒| สนฺติ มาณวปุตฺตา เม กุสลา สนฺธิเฉทกา เยสํ กเตน มคฺเคน เวเทโห มิถิลํ คโต ฯ

ข้าแต่พระมหาราชา บัณฑิตทั้งหลายในโลกนี้ ย่อมทำเล่ห์กลอันเป็น ทิพย์โดยแท้ บัณฑิตผู้มีความรู้เหล่านั้น ย่อมปลดเปลื้องตนได้ เหล่า ทหารรุ่นหนุ่มเป็นคนฉลาด เป็นทหารขุดอุโมงค์ของข้าพระองค์มีอยู่ พระเจ้าวิเทหราชเสด็จไปยังพระนครมิถิลา โดยทางที่ทหารเหล่านั้นทำไว้ พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๗๒

อิงฺฆ ปสฺส มหาราช อุมฺมงฺคํ สาธุมาปิตํ หตฺถีนํ อถ อสฺสานํ รถานํ อถ ปตฺตินํ อาโลกภูตํ ติฏฺฐนฺตํ อุมฺมงฺคํ สาธุนิฏฺฐิตํ ฯ

ข้าแต่พระมหาราชา เชิญพระองค์ทอดพระเนตรอุโมงค์ซึ่งสร้างไว้ดีแล้ว งามรุ่งเรืองด้วยระเบียบแห่งกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และ กองพลราบ ซึ่งสำเร็จดีแล้วเถิด พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๗๓

ลาภา วต วิเทหานํ ยสฺสิเม เอทิสา ปณฺฑิตา ฆเร วสนฺติ วิชิเต ยถา ตฺวมสิ มโหสธ ฯ

ดูกรมโหสถ เป็นลาภของชนชาววิเทหรัฐหนอ บัณฑิตทั้งหลายเช่นนี้ ย่อมอยู่ในเรือน ในแว่นแคว้นของผู้ใด เป็นลาภของผู้นั้น เหมือนเจ้า ฉะนั้น.

ข้อ ๖๗๔

วุตฺติญฺจ ปริหารญฺจ ทิคุณํ ภตฺตเวตฺตนํ ททามิ วิปุเล โภเค ภุญฺช กาเม รมสฺสุ จ มา วิเทหํ ปจฺจคมา กึ วิเทโห กริสฺสติ ฯ

เราจะให้เครื่องเลี้ยงชีพ การบริหาร เบี้ยเลี้ยง และบำเหน็จเพิ่มขึ้น สองเท่า และให้โภคสมบัติอันไพบูลย์อีก เจ้าจงใช้สอยและจงรื่นรมย์ อยู่ในกามเถิด เจ้าอย่ากลับไปหาพระเจ้าวิเทหราชเลย พระเจ้าวิเทหราช จะทรงทำประโยชน์อะไร.

ข้อ ๖๗๕

|๖๗๕.๑| โย จเชถ มหาราช ภตฺตารํ ธนการณา อุภินฺนํ โหติ คารโยฺห อตฺตโน จ ปรสฺส จ ยาว ชีเวยฺย เวเทโห นาญฺญสฺส ปุริโส สิยํ ฯ |๖๗๕.๒| โย จเชถ มหาราช ภตฺตารํ ธนการณา อุภินฺนํ โหติ คารโยฺห อตฺตโน จ ปรสฺส จ ยาว ติฏฺเฐยฺย เวเทโห นาญฺญสฺส วิชิเต วเส ฯ

ข้าแต่พระมหาราชา ผู้ใดพึงสละท่านผู้ชุบเลี้ยงตนเพราะเหตุแห่งทรัพย์ ผู้นั้นย่อมถูกตนเองและคนอื่นติเตียนได้ทั้งสองฝ่าย พระเจ้าวิเทหราชยัง ทรงพระชนม์อยู่เพียงใด ข้าพระองค์ไม่พึงอยู่ในแว่นแคว้นของผู้อื่นเพียง นั้น ข้าแต่พระมหาราชา ผู้ใดพึงสละท่านผู้ชุบเลี้ยงตน เพราะเหตุแห่ง ทรัพย์ ผู้นั้นย่อมถูกตนเองและคนอื่นติเตียนได้ทั้งสองฝ่าย พระเจ้า- วิเทหราชยังดำรงพระชนม์อยู่เพียงใด ข้าพระองค์ไม่พึงเป็นราชบุรุษของ พระราชาอื่นเพียงนั้น ขอเดชะ.

ข้อ ๖๗๖

ทมฺมิ นิกฺขสหสฺสนฺเต คามาสีติญฺจ กาสิสุ ทาสีสตานิ จตฺตาริ ทมฺมิ ภริยาสตญฺจ เต สพฺพํ เสนางฺคมาทาย โสตฺถึ คจฺฉ มโหสธ ฯ

ดูกรมโหสถ เราจะให้ทองพันแท่ง บ้าน ๘๐ หลังในแคว้นกาสีแก่ท่าน เราจะให้ทาสี ๔๐๐ คน ภรรยา ๑๐๐ คนแก่ท่าน จงพากองทัพทั้งปวง ไปโดยสวัสดี.

ข้อ ๖๗๗

ยาว ททนฺตุ หตฺถีนํ อสฺสานํ ทิคุณํ วิธํ ตปฺเปนฺตุ อนฺนปาเนน รถิเก ปตฺติการเก ฯ

พวกเจ้าจงให้อาหารแก่ช้างและม้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพียงใด จงเลี้ยงดู กองรถและกองราบให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ เพียงนั้น.

ข้อ ๖๗๘

หตฺถี อสฺเส รเถ ปตฺตี คจฺเฉวาทาย ปณฺฑิต ปสฺสตุ ตํ มหาราชา เวเทโห มิถิลํ คตํ ฯ

ดูกรมโหสถบัณฑิต ท่านจงพาเอากองช้าง กองม้า กองรถ กองราบไป พระเจ้าวิเทหราช จงทอดพระเนตรท่านผู้ไปถึงมิถิลานคร.

ข้อ ๖๗๙

หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี เสนา สาทิสฺสเต มหา จตุรงฺคินี ภึสรูปา กินฺนุ มญฺญนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

เสนา คือ กองช้าง กองม้า กองรถ กองราบ ปรากฏมากมาย เป็น จตุรงคินีที่น่ากลัว บัณฑิตทั้งหลายจะสำคัญอย่างไรหนอ.

ข้อ ๖๘๐

อานนฺโท เต มหาราช อุตฺตโม ปฏิทิสฺสติ สพฺพํ เสนางฺคมาทาย โสตฺถิปฺปตฺโต มโหสโธ ฯ

ข้าแต่พระมหาราชา ความยินดีอย่างสูงสุด จักปรากฏแด่พระองค์ มโหสถ พากองทัพทั้งปวงมาถึงแล้วโดยสวัสดี.

ข้อ ๖๘๑

|๖๘๑.๑| ยถา เปตํ สุสานสฺมึ ฉฑฺเฑตฺวา จตุโร ชนา เอวํ กปฺปิลิเย ตฺยมฺหา ฉฑฺฑยิตฺวา อิธาคตา ฯ |๖๘๑.๒| อถ ตฺวํ เกน วณฺเณน เกน วา ปน เหตุนา เกน วา อตฺถชาเตน อตฺตานํ ปริโมจยิ ฯ

คน ๔ คน นำคนตายไปทิ้งไว้ในป่าช้าแล้วกลับไป ฉันใด พวกเราทิ้ง เจ้าไว้ในกัปปิลรัฐแล้ว กลับมาในที่นี้ ก็ฉันนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้า เปลื้องตนพ้นมาได้เพราะเหตุอะไร เพราะปัจจัยอะไร หรือเพราะผล อะไร.

ข้อ ๖๘๒

|๖๘๒.๑| อตฺถํ อตฺเถน เวเทห มนฺตํ มนฺเตน ขตฺติย ปริวารยิสฺสํ ราชานํ ชมฺพูทีปํว สาคโร ฯ |๖๘๒.๒| ทินฺนํ นิกฺขสหสฺสํ เม คามาสีติญฺจ กาสิสุ ทาสีสตานิ จตฺตาริ ทินฺนํ ภริยาสตญฺจ เม สพฺพํ เสนางฺคมาทาย โสตฺถินามฺหิ อิธาคโต ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์จอมวิเทหรัฐ ข้าพระองค์ป้องกันกลศึกที่ พวกนั้นกีดกันไว้ ด้วยกลศึกที่ข้าพระองค์คิดแล้ว ข้าพระองค์ป้องกัน ความลับที่พวกนั้นปรึกษากันไว้ ด้วยความลับที่ข้าพระองค์คิดไว้ (ใช่ แต่เท่านั้น) ข้าพระองค์ยังได้ช่วยป้องกันพระราชาไว้ ดังสาครกั้นล้อม ชมพูทวีปไว้ ฉะนั้น พระเจ้าพรหมทัตต์ทรงพระราชทานทองคำพันแท่ง บ้าน ๘๐ หลังในแคว้นกาสี ทาสี ๔๐๐ คน และภรรยา ๑๐๐ คน แก่ ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้พากองทัพทั้งปวงมาถึง ณ ที่นี้โดยสวัสดีแล้ว พระเจ้าข้า.

ข้อ ๖๘๓

สุสุขํ วต สํวาโส ปณฺฑิเตหีติ เสนก ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว อมิตฺตหตฺถตฺถคเต โมจยิ โน มโหสโธ ฯ

ดูกรท่านอาจารย์เสนกะ การอยู่ร่วมกับบัณฑิต เป็นสุขดีหนอ เพราะว่า มโหสถบัณฑิต ปลดเปลื้องเราทั้งหลายผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกที่ถูกขังอยู่ในกรง และเปรียบ เหมือนบุคคลช่วยปล่อยปลาอันติดอยู่ในแห ฉะนั้น.

ข้อ ๖๘๔

เอวเมว มหาราช ปณฺฑิตา หิ สุขาวหา ปกฺขีว ปญฺชเร พนฺเธ มจฺเฉ ชาลคเตริว อมิตฺตหตฺถตฺถคเต โมจยิ โน มโหสโธ ฯ

ข้าแต่พระมหาราชา ข้อนี้เป็นอย่างนั้น เพราะว่า บัณฑิตทั้งหลาย เป็น ผู้นำความสุขมาให้ มโหสถบัณฑิตปลดเปลื้องพวกเราผู้ตกอยู่ในเงื้อมมือ ของศัตรูได้ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยฝูงนกที่ขังอยู่ในกรง และ เปรียบเหมือนบุคคลช่วยปล่อยตัวติดอยู่ในแห ฉะนั้น.

ข้อ ๖๘๕

อาหญฺญนฺตุ สพฺพวีณา เภริโย เทนฺทิมานิ จ ธมนฺตุ มาคธา สงฺขา วคฺคู นทนฺตุ ทุนฺทุภี ฯ

ชาวเมืองผู้นับว่าเกิดในแคว้นมคธ จงดีดพิณทั้งปวง จงตีกลองเล็กกลอง ใหญ่และมโหรทึก จงพากันโห่ร้องบันลือเสียงให้เซ็งแซ่.

ข้อ ๖๘๖

|๖๘๖.๑| โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ |๖๘๖.๒| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ |๖๘๖.๓| สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ |๖๘๖.๔| พหุชฺชโน ปสนฺโนสิ ทิสฺวา ปณฺฑิตมาคตํ ปณฺฑิตมฺหิ อนุปฺปตฺเต เจลุกฺเขโป ปวตฺตถาติ ฯ มโหสธชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------

พวกนางสนม พวกกุมาร พวกพ่อค้า และพวกพราหมณ์ต่างก็นำเอา ข้าวน้ำเป็นอันมากมาให้แก่มโหสถบัณฑิต พวกกองช้าง พวกกองม้า พวกกองรถ พวกกองราบ ต่างก็นำเอาข้าวน้ำเป็นอันมากมาให้แก่ มโหสถบัณฑิต ชาวชนบทและชาวนิคมประชุมพร้อมกัน ต่างนำเอา ข้าวน้ำเป็นอันมากมาให้มโหสถบัณฑิต ชนเป็นอันมากได้เห็นมโหสถ- บัณฑิตกลับมา ต่างก็พากันเลื่อมใส ครั้นมโหสถบัณฑิตมาถึงมิถิลานคร พากันยกธงขึ้นโบกอยู่ไปมา. จบ มโหสถชาดกที่ ๕.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/