๙. วมนสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. วมนสูตร ว่าด้วยแพทย์ให้ยาสำรอก
ภิกษุทั้งหลาย แพทย์ทั้งหลายย่อมให้ยาสำรอก เพื่อบำบัดอาพาธอัน มีดีเป็นสมุฏฐานบ้าง มีเสลดเป็นสมุฏฐานบ้าง มีลมเป็นสมุฏฐานบ้าง ยาสำรอกนี้มีอยู่เรามิได้กล่าวว่าไม่มี แต่ยาสำรอกนี้แล ใช้ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง เราจักแสดงยาสำรอกอันเป็นของพระอริยะที่ใช้ได้ผลแน่นอน มิใช่ไร้ผล ซึ่งสัตว์ทั้งหลายผู้มีชาติเป็นธรรมดาอาศัยแล้วย่อมพ้นจากชาติ ผู้มีชราเป็นธรรมดาย่อมพ้นจากชรา ผู้มีมรณะเป็นธรรมดาย่อมพ้นจากมรณะ ผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์โทมนัส และอุปายาสเป็นธรรมดาย่อมพ้นจากโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสได้ เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ยาสำรอกอันเป็นของพระอริยะที่ใช้ได้ผลแน่นอน มิใช่ไร้ผล ซึ่งสัตว์ทั้งหลายผู้มีชาติเป็นธรรมดาอาศัยแล้วย่อมพ้นจากชาติ ฯลฯ ผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาสเป็นธรรมดาย่อมพ้นจากโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสได้เป็นอย่างไร คือ @เชิงอรรถ : @ ดูความเต็มในข้อ ๑๐๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๒๕๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. สมณสัญญาวรรค ๙. วมนสูตร ๑. ผู้มีสัมมาทิฏฐิ ย่อมสำรอกมิจฉาทิฏฐิได้ สำรอกบาปอกุศลธรรมเป็น อันมากที่เกิดขึ้นเพราะมิจฉาทิฏฐิเป็นปัจจัยได้ และกุศลธรรมเป็นอันมาก ย่อมถึงความเจริญเต็มที่เพราะสัมมาทิฏฐิเป็นปัจจัย ๒. ผู้มีสัมมาสังกัปปะ ย่อมสำรอกมิจฉาสังกัปปะได้ ... ๓. ผู้มีสัมมาวาจา ย่อมสำรอกมิจฉาวาจาได้ ... ๔. ผู้มีสัมมากัมมันตะ ย่อมสำรอกมิจฉากัมมันตะได้ ... ๕. ผู้มีสัมมาอาชีวะ ย่อมสำรอกมิจฉาอาชีวะได้ ... ๖. ผู้มีสัมมาวายามะ ย่อมสำรอกมิจฉาวายามะได้ ... ๗. ผู้มีสัมมาสติ ย่อมสำรอกมิจฉาสติได้ ... ๘. ผู้มีสัมมาสมาธิ ย่อมสำรอกมิจฉาสมาธิได้ ... ๙. ผู้มีสัมมาญาณะ ย่อมสำรอกมิจฉาญาณะได้ ฯลฯ ๑๐. ผู้มีสัมมาวิมุตติ ย่อมสำรอกมิจฉาวิมุตติได้ สำรอกบาปอกุศลธรรมเป็นอันมากที่เกิดขึ้นเพราะมิจฉาวิมุตติเป็นปัจจัยได้ และกุศลธรรมเป็นอัน มากย่อมถึงความเจริญเต็มที่เพราะสัมมาวิมุตติเป็นปัจจัย ภิกษุทั้งหลาย ยาสำรอกอันเป็นของพระอริยะนี้แล ที่ใช้ได้ผลแน่นอน มิใช่ไร้ผลซึ่งสัตว์ทั้งหลายผู้มีชาติเป็นธรรมดาอาศัยแล้วย่อมพ้นจากชาติ ผู้มีชราเป็นธรรมดาย่อมพ้นจากชรา ผู้มีมรณะเป็นธรรมดาย่อมพ้นจากมรณะ ผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์โทมนัส และอุปายาสเป็นธรรมดาย่อมพ้นจากโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสได้ วมนสูตรที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๒๕๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต วมนสูตร
ติกิจฺฉกา ภิกฺขเว วมนํ เทนฺติ ปิตฺตสมุฏฺฐานานมฺปิ อาพาธานํ ปฏิฆาตาย เสมฺหสมุฏฺฐานานมฺปิ อาพาธานํ ปฏิฆาตาย วาตสมุฏฺฐานานมฺปิ อาพาธานํ ปฏิฆาตาย อตฺเถตํ ภิกฺขเว วมนํ เนตํ นตฺถีติ วทามิ ตญฺจ โข เอตํ ภิกฺขเว วมนํ สมฺปชฺชติปิ วิปชฺชติปิ {๑๐๙.๑} อหญฺจ โข ตํ ภิกฺขเว อริยํ วมนํ เทสิสฺสามิ ยํ วมนํ สมฺปชฺชติเยว โน วิปชฺชติ ยํ วมนํ อาคมฺม ชาติธมฺมา สตฺตา ชาติยา ปริมุจฺจนฺติ ชราธมฺมา สตฺตา ชราย ปริมุจฺจนฺติ มรณธมฺมา สตฺตา มรเณน ปริมุจฺจนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสธมฺมา สตฺตา โสกปริเทว- ทุกฺขโทมนสฺสุปายาเสหิ ปริมุจฺจนฺติ ตํ สุณาถ ... กตมญฺจ ตํ ภิกฺขเว อริยํ วมนํ สมฺปชฺชติเยว โน วิปชฺชติ ยํ วมนํ อาคมฺม ชาติธมฺมา สตฺตา ชาติยา ปริมุจฺจนฺติ ฯเปฯ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสธมฺมา สตฺตา โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาเสหิ ปริมุจฺจนฺติ สมฺมาทิฏฺฐิกสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฺฐิ วนฺตา โหติ เย จ มิจฺฉาทิฏฺฐิปจฺจยา อเนเก ปาปกา อกุสลา ธมฺมา สมฺภวนฺติ เต จสฺส วนฺตา โหนฺติ สมฺมาทิฏฺฐิปจฺจยา จ อเนเก กุสลา ธมฺมา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ ฯ {๑๐๙.๒} สมฺมาสงฺกปฺปสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาสงฺกปฺโป วนฺโต โหติ ... สมฺมาวาจสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาวาจา วนฺตา โหติ ... สมฺมากมฺมนฺตสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉากมฺมนฺโต วนฺโต โหติ ... สมฺมาอาชีวสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาอาชีโว วนฺโต โหติ ... สมฺมาวายามสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาวายาโม วนฺโต โหติ ... สมฺมาสติสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาสติ วนฺตา โหติ ... สมฺมาสมาธิสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาสมาธิ วนฺโต โหติ ... สมฺมาญาณิสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาญาณํ วนฺตํ โหติ ... {๑๐๙.๓} สมฺมาวิมุตฺติสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาวิมุตฺติ วนฺตา โหติ เย จ มิจฺฉาวิมุตฺติปจฺจยา อเนเก ปาปกา อกุสลา ธมฺมา สมฺภวนฺติ เต จสฺส วนฺตา โหนฺติ สมฺมาวิมุตฺติปจฺจยา จ อเนเก กุสลา ธมฺมา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ ฯ อิทํ โข ตํ ภิกฺขเว อริยํ วมนํ สมฺปชฺชติเยว โน วิปชฺชติ ยํ วมนํ อาคมฺม ชาติธมฺมา สตฺตา ชาติยา ปริมุจฺจนฺติ ชราธมฺมา สตฺตา ชราย ปริมุจฺจนฺติ มรณธมฺมา สตฺตา มรเณน ปริมุจฺจนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสธมฺมา สตฺตา โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาเสหิ ปริมุจฺจนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นายแพทย์ทั้งหลายย่อมให้ยาสำรอก เพื่อ บำบัดอาพาธมีดีเป็นสมุฏฐานบ้าง เพื่อบำบัดอาพาธมีเสมหะเป็นสมุฏฐานบ้างเพื่อบำบัดอาพาธมีลมเป็นสมุฏฐานบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ยาสำรอกนั่นมีอยู่เรามิได้กล่าวว่า ไม่มี ก็แต่ว่ายาสำรอกนี้นั้นแล ย่อมสำเร็จผลบ้าง ย่อมเสียผลบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เราจักแสดงยาสำรอกอันเป็นของพระอริยะที่สำเร็จผลอย่างเดียว ไม่เสียผล ที่สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดาอาศัยแล้ว ย่อมพ้นจากความเกิด ผู้มีความแก่เป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความแก่ ผู้มีความตายเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความตาย ผู้มีความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัสและความคับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัสและความคับแค้นใจได้ เธอทั้งหลายจงฟังยาสำรอกนั้น จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ยาสำรอกอันเป็นของพระอริยะ ที่สำเร็จผลอย่างเดียว ไม่เสียผล ที่สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดาอาศัยแล้ว ย่อมพ้นจากความเกิด ฯลฯ ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัสและความคับแค้นใจ เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความเห็นชอบ ย่อมสำรอกความเห็นผิดได้ และสำรอกอกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อยที่เกิดขึ้นเพราะความเห็นผิดเป็นปัจจัย ส่วนกุศลธรรมมิใช่น้อยถึงความเจริญบริบูรณ์ เพราะความเห็นชอบเป็นปัจจัย ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความดำริชอบ ย่อมสำรอกความดำริผิดได้ ... ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการเจรจาชอบ ย่อมสำรอกการเจรจาผิดได้ ... ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการงานชอบ ย่อมสำรอกการงานผิดได้ ... ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการเลี้ยงชีพชอบ ย่อมสำรอกการเลี้ยงชีพผิดได้ ... ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความพยายามชอบ ย่อมสำรอกความพยายามผิดได้ ... ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความระลึกชอบ ย่อมสำรอกความระลึกผิดได้ ... ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความตั้งใจมั่นชอบ ย่อมสำรอกความตั้งใจมั่นผิดได้ ... ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความรู้ชอบ ย่อมสำรอกความรู้ผิดได้ ... ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความหลุดพ้นชอบ ย่อมสำรอกความหลุดพ้นผิดได้ และสำรอกอกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อยที่เกิดขึ้นเพราะความหลุดพ้นผิดเป็นปัจจัยได้ ส่วนกุศลธรรมมิใช่น้อย ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เพราะความหลุดพ้นชอบเป็นปัจจัย ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ยาสำรอกอันเป็นอริยะนี้แล ย่อมสำเร็จผลอย่างเดียวไม่เสียผล ที่สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดาอาศัยแล้ว ย่อมพ้นจากความเกิด ผู้มีความแก่เป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความแก่ ผู้มีความตายเป็นธรรมดาย่อมพ้นจากความตาย ผู้มีความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัสและความคับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจได้ ฯ จบสูตรที่ ๙