๔. สังขารอัญญาณสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๔. สังขารอัญญาณสูตร ความไม่รู้ในสังขารเป็นเหตุให้เกิดทิฏฐิหลายอย่าง
สาวตฺถี ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข โภ โคตม เหตุ โก ปจฺจโย ยานีมานิ อเนกวิหิตานิ ทิฏฺฐิคตานิ โลเก อุปฺปชฺชนฺติ สสฺสโต โลโกติ วา อสสฺสโต โลโกติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วาติ ฯ สงฺขาเรสุ โข วจฺฉ อญฺญาณา สงฺขารสมุทเย อญฺญาณา สงฺขารนิโรเธ อญฺญาณา สงฺขารนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณา เอวมิมานิ อเนกวิหิตานิ ทิฏฺฐิคตานิ โลเก อุปฺปชฺชนฺติ สสฺสโต โลโกติ วา อสสฺสโต โลโกติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วาติ ฯ อยํ โข วจฺฉ เหตุ อยํ ปจฺจโย ยานีมานิ อเนกวิหิตานิ ทิฏฺฐิคตานิ โลเก อุปฺปชฺชนฺติ สสฺสโต โลโกติ วา อสสฺสโต โลโกติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วาติ ฯ
พระนครสาวัตถี. วัจฉโคตรปริพาชกนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูล ถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้บ้าง? พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรวัจฉะ เพราะความไม่รู้ในสังขารทั้งหลาย ในเหตุเกิดแห่งสังขาร ในความดับแห่งสังขาร ในปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งสังขาร จึงเกิดทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้ขึ้นในโลกอย่างนี้ว่า โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้บ้าง. ดูกรวัจฉะ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้บ้าง. จบ สูตรที่ ๔.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. สังขารอัญญาณสูตร ว่าด้วยความไม่รู้ในสังขาร
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี วัจฉโคตรปริพาชกนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า ‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วัจฉะ เพราะความไม่รู้ในสังขาร เพราะความไม่รู้ในเหตุเกิดแห่งสังขาร เพราะความไม่รู้ในความดับแห่งสังขาร เพราะความไม่รู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขาร ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้จึงเกิดขึ้นในโลกว่า‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ วัจฉะ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า‘โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง ฯลฯ หรือหลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่” สังขารอัญญาณสูตรที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๗๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวัจฉโคตตสังยุตที่ ๑๒
พึงทราบวินิจฉัยในวัจฉโคตตสังยุต ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อญฺญาเต แปลว่า เพราะไม่รู้.
พึงทราบความหมายในทุกบทด้วยอำนาจเป็นตติยาวิภัตติ เหมือนกับดังพรรณนามาฉะนี้. ก็บทเหล่านี้ทุกบทเป็นไวพจน์ของกันและกันนั่นเองแล.
ก็แลในสังยุตนี้พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสูตรไว้ ๑๑ สูตร ตรัสไวยากรณะไว้ ๕๕ ไวยากรณะ.
จบอรรถกถาวัจฉโคตตสังยุตที่ ๑๒ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค วลาหกสังยุต ๕๗. วัสสวลาหกสูตร ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้มีฝนในบางคราว