๔. อุโปสถสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๔. อุโปสถสูตรที่ ๒ ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้นาคที่เป็นชลาพุชะรักษาอุโบสถ
สาวตฺถี ฯ อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ เยน ภควา ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ ชลาพุชา นาคา อุโปสถํ อุปวสนฺติ โวสฺสฏฺฐกายา จ ภวนฺตีติ ฯ (สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ อยํ โข ภิกฺขุ เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺเจ ชลาพุชา นาคา อุโปสถํ อุปวสนฺติ โวสฺสฏฺฐกายา จ ภวนฺตีติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้นาคที่เป็นชลาพุชะบางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้. พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ นาคบางพวกที่เป็นชลาพุชะในโลกนี้ มีความคิดอย่างนี้ว่า เมื่อก่อน พวกเราเป็นผู้กระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ พวกนั้นกระทำกรรมทั้งสองด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เมื่อตายไปจึงเข้าถึงความเป็นสหายของพวกนาคที่เป็นชลาพุชะ ถ้าวันนี้ พวกเราพึงประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจไซร้ เมื่อเป็นอย่างนี้เมื่อตายไปพวกเราจะพึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เชิญพวกเรามาประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจาด้วยใจ เสียในบัดนี้เถิด. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้นาคที่เป็นชลาพุชะบางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได้. จบ สูตรที่ ๔.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๘. นาคสังยุต] ๕. ตติยอุโปสถสูตร ๔. ทุติยอุโปสถสูตร ว่าด้วยอุโบสถ สูตรที่ ๒
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ นั่ง ณที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้นาคที่เป็นชลาพุชะบางพวกในโลกนี้รักษาอุโบสถและสละกายได้ (พึงขยายข้อความที่เหลือทั้งหมดให้พิสดาร) พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุ นี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้นาคที่เป็นชลาพุชะบางพวกในโลกนี้รักษาอุโบสถและสละกายได้” ทุติยอุโปสถสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสูตรที่ ๒ เป็นต้น
พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๒ เป็นต้น ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โวสฺสฏฺฐกายา คือ ปล่อยกายโดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่เกิดจากหมองู.
บทว่า ทฺวยการิโน แปลว่า ผู้มีปกติทำทั้งสองอย่าง. อธิบายว่า มีปกติทำทั้งกุศลและอกุศล.
บทว่า สจชฺช มยํ ความว่า ถ้าว่า วันนี้เราทั้งหลาย.
บทว่า สหพฺยตํ อุปปชฺชติ ความว่า ถึงความเป็นผู้ (อยู่)ร่วมกัน (สหภาพ). อกุศลเป็นปัจจัยให้บุคคลนั้นเกิดขึ้นในกำเนิดนาคนั้น(ส่วน) กุศลเป็นปัจจัยให้นาคทั้งหลายที่เกิดมาแล้วสมบูรณ์.
บทว่า อนฺนํ ได้แก่ ของเคี้ยวของกิน.
บทว่า ปานํ ได้แก่ น้ำดื่มทุกชนิด.
บทว่า วตฺถํ ได้แก่ ผ้านุ่ง ผ้าห่ม.
บทว่า ยานํ ได้แก่ ปัจจัยที่ช่วยในการเดินทางทุกชนิด เริ่มตั้งแต่ร่มและรองเท้า.
บทว่า มาลํ ได้แก่ ดอกไม้ทุกชนิด เช่นดอกมะลิเป็นต้น.
บทว่า คนฺธํ ได้แก่ เครื่องลูบไล้ทุกชนิด เช่นแก่นจันทน์เป็นต้น.
บทว่า เสยฺยาวสถปทีเปยฺยํ ความว่า ให้ที่นอนมีเตียงและตั่งเป็นต้น ให้ที่อยู่อาศัยมีเรือนชั้นเดียวเป็นต้น (และ) ให้อุปกรณ์ประทีป มีไส้และน้ำมันเป็นต้น.
____________________________
ปาฐะว่า ...ปทีปการณํ ฉบับพม่าเป็น ...ปทีปูปกรณํ แปลตามฉบับพม่า.
ก็การที่นาคเหล่านั้นทำความปรารถนาเพื่อให้มีอายุยืน มีผิวพรรณสวยงาม และมากไปด้วยสุขเอาไว้ แล้วให้ทานทั้ง ๑๐ อย่างนี้ จึงบังเกิดในภพนาคนั้น ก็เพื่อเสวยสมบัตินั้นแล.
บทที่เหลือในทุกสูตร ก็มีความหมายง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถานาคสังยุต -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. สุทธกสูตร
๒. ปณีตตรสูตร
๓. อุโปสถสูตรที่ ๑
๔. อุโปสถสูตรที่ ๒
๕. อุโปสถสูตรที่ ๓
๖. อุโปสถสูตร ๔
๗. สุตสูตรที่ ๑
๘. สุตสูตรที่ ๒
๙. สุตสูตรที่ ๓
๑๐. สุตสูตรที่ ๔
๑๑-๒๐ อัณฑชทานูปการสูตรที่ ๑-๑๐
๒๑-๕๐ ชลาพุชาทิทานนูปการสูตร ๑-๓๐ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค นาคสังยุต ๑. สุทธกสูตร ว่าด้วยกำเนิดนาค ๔ จำพวก