๑๓. กัปปสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๑๓. กัปปสูตรที่ ๒ ว่าด้วยการรู้การเห็นเป็นเหตุปราศจากอหังการมมังการ และมานานุสัย
สาวตฺถี ฯ ตตฺร โข ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา กปฺโป ภควนฺตํ เอตทโวจ กถํ นุ โข ภนฺเต ชานโต กถํ ปสฺสโต อิมสฺมิญฺจ สวิญฺญาณเก กาเย พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตสุ อหงฺการมมงฺการมานาปคตํ มานสํ โหติ วิธา สมติกฺกนฺตํ สนฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ ฯ ยงฺกิญฺจิ กปฺป รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ฯเปฯ สพฺพํ รูปํ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ ฯ ยา กาจิ เวทนา ฯ ยา กาจิ สญฺญา ฯ เย เกจิ สงฺขารา ฯ ยงฺกิญฺจิ วิญฺญาณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา โอฬาริกํ วา สุขุมํ วา หีนํ วา ปณีตํ วา ยํ ทูเร สนฺติเก วา สพฺพํ วิญฺญาณํ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ ฯ เอวํ โข กปฺป ชานโต เอวํ ปสฺสโต อิมสฺมิญฺจ สวิญฺญาณเก กาเย พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตสุ อหงฺการมมงฺการมานาปคตํ มานสํ โหติ วิธา สมติกฺกนฺตํ สนฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ ฯ ธมฺมกถิกวคฺโค สมตฺโต ฯ ตสฺสุทฺทานํ อวิชฺชวิชฺชา เทฺว กถิกา พนฺธนา ปริมุจฺจิตา เทฺว สญฺโญชนํ อุปาทานํ สีลํ สุตวา เทฺว จ กปฺเปนาติ ฯ -----------
พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระกัปปะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อบุคคลรู้อยู่อย่างไร เห็นอยู่อย่างไรหนอแล มนัสจึงจะปราศจาก อหังการ มมังการ และมานานุสัย ในกายที่มีใจครองนี้ และในสรรพนิมิตภายนอก ก้าวล่วงมานะด้วยดี สงบระงับ พ้นวิเศษแล้ว? พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรกัปปะ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน เป็นภายในก็ดี ภายนอกก็ดี หยาบก็ดีละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีตก็ดี มีอยู่ในที่ไกลก็ดี ในที่ใกล้ก็ดี อริยสาวกเห็นสิ่งทั้งหมดนั้นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา อย่างนี้แล้ว จึงหลุดพ้นเพราะไม่ถือมั่น. ดูกรกัปปะ เมื่อบุคคลรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้แล มนัสจึงปราศจากอหังการ มมังการ และมานานุสัย ในกายที่มีใจครองนี้ และในสรรพนิมิตภายนอก ก้าวล่วงมานะด้วยดี สงบระงับ พ้นวิเศษแล้ว. จบ สูตรที่ ๑๓. จบธัมมกถิกวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อวิชชาสูตร ๗. ปริมุจจิตสูตรที่ ๒ ๒. วิชชาสูตร ๘. สังโยชนสูตร ๓. ธัมมกถิกสูตรที่ ๑ ๙. อุปาทานสูตร ๔. ธัมมกถิกสูตรที่ ๒ ๑๐. สีลสูตร ๕. พันธสูตร ๑๑. สุตวาสูตร ๖. ปริมุจจิตสูตรที่ ๑ ๑๒. กัปปสูตรที่ ๑ ๑๓. กัปปสูตรที่ ๒. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓. ทุติยกัปปสูตร ว่าด้วยพระกัปปะ สูตรที่ ๒
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ท่านพระกัปปะ นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อบุคคลรู้ เห็นอย่างไร ใจจึงจะปราศจากอหังการ มมังการและมานานุสัยในกายที่มีวิญญาณนี้ และในนิมิตทั้งปวงในภายนอก ก้าวล่วงมานะด้วยดี สงบระงับ หลุดพ้นดีแล้ว” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “กัปปะ รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีตอนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ บุคคลเห็นรูปทั้งหมดนั้นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เพราะไม่ถือมั่น” @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๔๑๑/๔๗๕-๔๗๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๒๑๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] จูฬปัณณาสก์ ๒. ธัมมกถิกวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ... สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ... สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ... วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ภายใน หรือภายนอก หยาบหรือละเอียด เลวหรือประณีต ไกลหรือใกล้ก็ตาม บุคคลเห็นวิญญาณทั้งหมดนั้นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เพราะไม่ถือมั่น กัปปะ เมื่อบุคคลรู้ เห็นอย่างนี้ ใจจึงจะปราศจากอหังการ มมังการ และมานานุสัยในกายที่มีวิญญาณนี้ และในนิมิตทั้งปวงในภายนอก ก้าวล่วงมานะด้วยดีสงบระงับ หลุดพ้นดีแล้ว” ทุติยกัปปสูตรที่ ๑๓ จบ ธัมมกถิกวรรคที่ ๒ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อวิชชาสูตร ๒. วิชชาสูตร ๓. ธัมมกถิกสูตร ๔. ทุติยธัมมกถิกสูตร ๕. พันธนสูตร ๖. ปริปุจฉิตสูตร ๗. ทุติยปริปุจฉิตสูตร ๘. สัญโญชนิยสูตร ๙. อุปาทานิยสูตร ๑๐. สีลวันตสูตร ๑๑. สุตวันตสูตร ๑๒. กัปปสูตร ๑๓. ทุติยกัปปสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๒๒๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากัปปสูตรที่ ๒
กัปปสูตรที่ ๒ (มีเนื้อความ) เหมือนกับราหุโลวาทสูตรนั่นแล.
จบอรรถกถากัปปสูตรที่ ๒ จบ อรรถกถาธรรมกถิกวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อวิชชาสูตร
๒. วิชชาสูตร
๓. ธัมมกถิกสูตรที่ ๑
๔. ธัมมกถิกสูตรที่ ๒
๕. พันธสูตร
๖. ปริมุจจิตสูตรที่ ๑
๗. ปริมุจจิตสูตรที่ ๒
๘. สังโยชนสูตร
๙. อุปาทานสูตร
๑๐. สีลสูตร
๑๑. สุตวาสูตร
๑๒. กัปปสูตรที่ ๑
๑๓. กัปปสูตรที่ ๒. -----------------------------------------------------