ประมวลกฎหมายอาญา

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๙๙438 มาตรา58 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 105 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 30fff8dc… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. ภาค ๑ บทบัญญัติทั่วไปมาตรา ๑–๑๐๖ · 109 มาตรา
  2. ลักษณะ ๑ บทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไปมาตรา ๑–๑๐๑ · 104 มาตรา
  3. หมวด ๑ บทนิยามมาตรา ๑ · 1 มาตรา
  4. หมวด ๒ การใช้กฎหมายอาญามาตรา ๒–๑๗ · 16 มาตรา
  5. หมวด ๓ โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัยมาตรา ๑๘–๕๘ · 44 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๑ โทษมาตรา ๑๘–๓๘ · 24 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๒ วิธีการเพื่อความปลอดภัยมาตรา ๓๙–๕๐ · 12 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๓ วิธีเพิ่มโทษ ลดโทษและการรอการลงโทษมาตรา ๕๑–๕๘ · 8 มาตรา
  9. หมวด ๔ ความรับผิดในทางอาญามาตรา ๕๙–๗๙ · 21 มาตรา
  10. หมวด ๕ การพยายามกระทำความผิดมาตรา ๘๐–๘๒ · 3 มาตรา
  11. หมวด ๖ ตัวการและผู้สนับสนุนมาตรา ๘๓–๘๙ · 7 มาตรา
  12. หมวด ๗ การกระทำความผิดหลายบทหรือหลายกระทงมาตรา ๙๐–๙๑ · 2 มาตรา
  13. หมวด ๘ การกระทำความผิดอีกมาตรา ๙๒–๙๔ · 3 มาตรา
  14. หมวด ๙ อายุความมาตรา ๙๕–๑๐๑ · 7 มาตรา
  15. ลักษณะ ๒ บทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดลหุโทษมาตรา ๑๐๒–๑๐๖ · 5 มาตรา
  16. ภาค ๒ ความผิดมาตรา ๑๐๗–๓๖๖/๔ · 297 มาตรา
  17. ลักษณะ ๑ ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรมาตรา ๑๐๗–๑๓๕/๔ · 33 มาตรา
  18. หมวด ๑ ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทมาตรา ๑๐๗–๑๑๒ · 6 มาตรา
  19. หมวด ๒ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรมาตรา ๑๑๓–๑๑๘ · 6 มาตรา
  20. หมวด ๓ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักรมาตรา ๑๑๙–๑๒๙ · 11 มาตรา
  21. หมวด ๔ ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศมาตรา ๑๓๐–๑๓๕/๔ · 10 มาตรา
  22. ลักษณะ ๒ ความผิดเกี่ยวกับการปกครองมาตรา ๑๓๖–๑๖๖ · 31 มาตรา
  23. หมวด ๑ ความผิดต่อเจ้าพนักงานมาตรา ๑๓๖–๑๔๖ · 11 มาตรา
  24. หมวด ๒ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการมาตรา ๑๔๗–๑๖๖ · 20 มาตรา
  25. ลักษณะ ๓ ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรมมาตรา ๑๖๗–๒๐๕ · 39 มาตรา
  26. หมวด ๑ ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรมมาตรา ๑๖๗–๑๙๙ · 33 มาตรา
  27. หมวด ๒ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมมาตรา ๒๐๐–๒๐๕ · 6 มาตรา
  28. ลักษณะ ๔ ความผิดเกี่ยวกับศาสนามาตรา ๒๐๖–๒๐๘ · 3 มาตรา
  29. ลักษณะ ๕ ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนมาตรา ๒๐๙–๒๑๖ · 8 มาตรา
  30. ลักษณะ ๖ ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนมาตรา ๒๑๗–๒๓๙ · 23 มาตรา
  31. ลักษณะ ๗ ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลงมาตรา ๒๔๐–๒๖๙/๑๕ · 45 มาตรา
  32. หมวด ๑ ความผิดเกี่ยวกับเงินตรามาตรา ๒๔๐–๒๔๙ · 10 มาตรา
  33. หมวด ๒ ความผิดเกี่ยวกับดวงตราแสตมป์และตั๋วมาตรา ๒๕๐–๒๖๓ · 14 มาตรา
  34. หมวด ๓ ความผิดเกี่ยวกับเอกสารมาตรา ๒๖๔–๒๖๙ · 6 มาตรา
  35. หมวด ๔ ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์๗๑มาตรา ๒๖๙/๑–๒๖๙/๗ · 7 มาตรา
  36. หมวด ๕ ความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง๗๙มาตรา ๒๖๙/๘–๒๖๙/๑๕ · 8 มาตรา
  37. ลักษณะ ๘ ความผิดเกี่ยวกับการค้ามาตรา ๒๗๐–๒๗๕ · 6 มาตรา
  38. ลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศมาตรา ๒๗๖–๒๘๗ · 16 มาตรา
  39. ลักษณะ ๑๐ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายมาตรา ๒๘๘–๓๐๘ · 21 มาตรา
  40. หมวด ๑ ความผิดต่อชีวิตมาตรา ๒๘๘–๒๙๔ · 7 มาตรา
  41. หมวด ๒ ความผิดต่อร่างกายมาตรา ๒๙๕–๓๐๐ · 6 มาตรา
  42. หมวด ๓ ความผิดฐานทำให้แท้งลูกมาตรา ๓๐๑–๓๐๕ · 5 มาตรา
  43. หมวด ๔ ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บหรือคนชรามาตรา ๓๐๖–๓๐๘ · 3 มาตรา
  44. ลักษณะ ๑๑ ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียงมาตรา ๓๐๙–๓๓๓ · 29 มาตรา
  45. หมวด ๑ ความผิดต่อเสรีภาพมาตรา ๓๐๙–๓๒๑/๑ · 17 มาตรา
  46. หมวด ๒ ความผิดฐานเปิดเผยความลับมาตรา ๓๒๒–๓๒๕ · 4 มาตรา
  47. หมวด ๓ ความผิดฐานหมิ่นประมาทมาตรา ๓๒๖–๓๓๓ · 8 มาตรา
  48. ลักษณะ ๑๒ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์มาตรา ๓๓๔–๓๖๖ · 39 มาตรา
  49. หมวด ๑ ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์มาตรา ๓๓๔–๓๓๖ ทวิ · 5 มาตรา
  50. หมวด ๒ ความผิดฐานกรรโชกรีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์มาตรา ๓๓๗–๓๔๐ ตรี · 7 มาตรา
  51. หมวด ๓ ความผิดฐานฉ้อโกงมาตรา ๓๔๑–๓๔๘ · 8 มาตรา
  52. หมวด ๔ ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้มาตรา ๓๔๙–๓๕๑ · 3 มาตรา
  53. หมวด ๕ ความผิดฐานยักยอกมาตรา ๓๕๒–๓๕๖ · 5 มาตรา
  54. หมวด ๖ ความผิดฐานรับของโจรมาตรา ๓๕๗ · 1 มาตรา
  55. หมวด ๗ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์มาตรา ๓๕๘–๓๖๑ · 5 มาตรา
  56. หมวด ๘ ความผิดฐานบุกรุกมาตรา ๓๖๒–๓๖๖ · 5 มาตรา
  57. ลักษณะ ๑๓ ความผิดเกี่ยวกับศพ๑๓๐มาตรา ๓๖๖/๑–๓๖๖/๔ · 4 มาตรา
  58. ภาค ๓ ลหุโทษมาตรา ๓๖๗–๓๙๘ · 32 มาตรา

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๒ วิธีการเพื่อความปลอดภัย

    12 มาตรา
  2. ๓๙

    วิธีการเพื่อความปลอดภัย มีดังนี้

    (๑) กักกัน

    (๒) ห้ามเข้าเขตกำหนด

    (๓) เรียกประกันทัณฑ์บน

    (๔) คุมตัวไว้ในสถานพยาบาล

    (๕) ห้ามการประกอบอาชีพบางอย่าง

  3. ๔๐

    กักกัน คือการควบคุมผู้กระทำความผิดติดนิสัยไว้ภายในเขตกำหนด เพื่อป้องกันการกระทำความผิด เพื่อดัดนิสัย และเพื่อฝึกหัดอาชีพ

  4. ๔๑

    ผู้ใดเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันมาแล้ว หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้ ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดดังต่อไปนี้ คือ

    (๑) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐๙ถึง มาตรา ๒๑๖

    (๒) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๗ถึงมาตรา ๒๒๔

    (๓) ความผิดเกี่ยวกับเงิ ตราตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๐ถึงมาตรา ๒๔๖

    (๔) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๖ถึงมาตรา ๒๘๖

    (๕) ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๘ถึงมาตรา ๒๙๐มาตรา ๒๙๒ ถึงมาตรา ๒๙๔

    (๖) ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๕ถึงมาตรา ๒๙๙

    (๗) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐๙ถึงมาตรา ๓๒๐

    (๘) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๔ถึงมาตรา ๓๔๐มาตรา ๓๕๔และมาตรา ๓๕๗ และภายในเวลาสิบปีนับแต่วันที่ผู้นั้นได้พ้นจากการกักกัน หรือพ้นโทษ แล้วแต่กรณี ผู้นั้นได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดในบรรดาที่ระบุไว้นั้นอีกจนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำ กว่าหกเดือนสำหรับการกระทำความผิดนั้น ศาลอาจถือว่า ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย และจะ พิพากษาให้กักกันมี หนดเวลาไม่น้อยกว่าสามปีและไม่เกินสิบปี็ได้ ความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้นมิให้ถือเป็น ความผิดที่จะนำมาพิจารณากักกันตามมาตรานี้๒๓

  5. ๔๒

    ในการคำนวณระยะเวลากักกัน ให้นับวันที่ศาลพิพากษาเป็นวันเริ่ม กักกัน แต่ถ้ายังมีโทษจำคุกหรือกักขังที่ผู้ต้องกักกันนั้นจะต้องรับอยู่ก็ให้จำคุกหรือกักขังเสียก่อน และ ให้นับวันถัดจากวันที่พ้นโทษจำคุกหรือพ้นจากกักขังเป็นวันเริ่มกักกัน ระยะเวลากักกัและการปล่อยตัวผู้ถูกกักัให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๑มาใช้ บังคับโดยอนุโลม

  6. ๔๓

    การฟ้องขอให้กักกันเป็นอำนาจของพนักงานอัยการโดยเฉพาะ และจะ ขอรวมกันไปในฟ้องคดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันหรือจะฟ้องภายหลังก็ได้

  7. ๔๔

    ห้ามเข้าเขตกำหนดคือการห้ามมิให้เข้าไปในท้องที่หรือสถานที่ที่ กำหนดไว้ในคำพิพากษา

  8. ๔๕

    เมื่อศาลพิพากษาให้ลงโทษผู้ใด และศาลเห็นสมควรเพื่อความปลอดภัย ของประชาชนไม่ว่าจะมีคำขอหรือไม่ ศาลอาจสั่งในคำพิพากษาว่าเมื่อผู้นั้นพ้นโทษตามคำพิพากษา แล้ว ห้ามมิให้ผู้นั้นเข้ ในเขตกำหนดเป็นเวลาไม่เกินห้าปี

  9. ๔๖

    ถ้าความปรากฏแก่ศาลตามข้อเสนอของพนักงานอัยการว่าผู้ใดจะก่อ เหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือจะกระทำการใดให้เกิดความเสียหายแก่ สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ในการ พิจารณาคดีความผิดใด ไม่ว่าศาลจะลงโทษผู้ถูกฟ้องหรือไม่ก็ตาม เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกฟ้อง น่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือจะกระทำความผิดให้เกิดความ เสียหายแก่สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติ ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งผู้นั้นให้ทำทัณฑ์บนโดยกำหนดจำนวนเงินไม่เกินกว่าห้า หมื่นบาทว่าผู้นั้นจะไม่ก่อเหตุร้ายหรือจะไม่กระทำความผิดดังกล่าวแล้วตลอดเวลาที่ศาลกำหนดแต่ ไม่เกินสองปี และจะสั่งให้มีประกันด้วยหรือไม่ก็ได้ ถ้ ผู้นั้นไม่ยอมทำทัณฑ์บนหรือหาประกันไม่ได้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งกักขัผู้นั้นจนกว่า จะทำทัณฑ์บนหรือหาประกันได้ แต่ไม่ให้กักขังเกินกว่าหกเดือน หรือจะสั่งห้ามผู้นั้นเข้าในเขตกำหนด ๒๑)พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๔๕ก็ได้ การกระทำของผู้ซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีมิให้อยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติตามมาตรานี้

  10. ๔๗

    ถ้าผู้ทำทัณฑ์บนตามความในมาตรา ๔๖กระทำผิดทัณฑ์บนให้ศาลมี อำนาจสั่งให้ผู้นั้นชำระเงินไม่เกินจำนวนที่ได้กำหนดไว้ในทัณฑ์บน ถ้าผู้นั้นไม่ชำระให้นำบทบัญญัติใน มาตรา ๒๙และมาตรา ๓๐มาใช้บังคับ

  11. ๔๘

    ถ้าศาลเห็นว่า การปล่อยตัวผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่ง ไม่ต้องรับโทษหรือได้รับการลดโทษตามมาตรา ๖๕จะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชนศาลจะสั่งให้ ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลก็ได้ และคำสั่งนี้ศาลจะเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้

  12. ๔๙

    ในกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก หรือพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอ การกำหนดโทษหรือรอการลงโทษบุ คลใดถ้าศาลเห็นว่ บุคคลนั้นได้กระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับ การเสพย์สุราเป็นอาจิณ หรือการเป็นผู้ติดยาเสพย์ติดให้โทษ ศาลจะกำหนดในคำพิพากษาว่า บุคคล นั้นจะต้องไม่เสพย์สุรายาเสพย์ติดให้โทษอย่างหนึ่งอย่างใด หรือทั้งสองอย่าง ภายในระยะเวลาไม่เกิน สองปีนับแต่วันพ้นโทษ หรือวันปล่อยตัวเพราะรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวในวรรคแรกไม่ปฏิบัติตามที่ศาลกำหนด ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุม ตัวไว้ในสถานพยาบาลเป็นเวลาไม่เกินสองปีก็ได้

  13. ๕๐

    เมื่อศาลพิพากษาให้ลงโทษผู้ใด ถ้าศาลเห็นว่าผู้นั้นกระทำความผิดโดย อาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และ เห็นว่าหากผู้นั้นประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไปอาจจะกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก ศาลจะสั่งไว้ ในคำพิพากษาห้ามการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษไป แล้วก็ได้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

และผู้ส เร็จราชการแทนพระองค์

๔)พ.ศ. ๒๕๒๒

ที่ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๒๕

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B2.pdf105 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:30fff8dce302b391b6b445ce9c8afdd7756d95d5fbae1c0422ca59aee45a6ec0ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:14.924Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR