ประมวลกฎหมายอาญา
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 30fff8dc… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- ภาค ๑ บทบัญญัติทั่วไปมาตรา ๑–๑๐๖ · 109 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไปมาตรา ๑–๑๐๑ · 104 มาตรา
- หมวด ๑ บทนิยามมาตรา ๑ · 1 มาตรา
- หมวด ๒ การใช้กฎหมายอาญามาตรา ๒–๑๗ · 16 มาตรา
- หมวด ๓ โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัยมาตรา ๑๘–๕๘ · 44 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ โทษมาตรา ๑๘–๓๘ · 24 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ วิธีการเพื่อความปลอดภัยมาตรา ๓๙–๕๐ · 12 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ วิธีเพิ่มโทษ ลดโทษและการรอการลงโทษมาตรา ๕๑–๕๘ · 8 มาตรา
- หมวด ๔ ความรับผิดในทางอาญามาตรา ๕๙–๗๙ · 21 มาตรา
- หมวด ๕ การพยายามกระทำความผิดมาตรา ๘๐–๘๒ · 3 มาตรา
- หมวด ๖ ตัวการและผู้สนับสนุนมาตรา ๘๓–๘๙ · 7 มาตรา
- หมวด ๗ การกระทำความผิดหลายบทหรือหลายกระทงมาตรา ๙๐–๙๑ · 2 มาตรา
- หมวด ๘ การกระทำความผิดอีกมาตรา ๙๒–๙๔ · 3 มาตรา
- หมวด ๙ อายุความมาตรา ๙๕–๑๐๑ · 7 มาตรา
- ลักษณะ ๒ บทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดลหุโทษมาตรา ๑๐๒–๑๐๖ · 5 มาตรา
- ภาค ๒ ความผิดมาตรา ๑๐๗–๓๖๖/๔ · 297 มาตรา
- ลักษณะ ๑ ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรมาตรา ๑๐๗–๑๓๕/๔ · 33 มาตรา
- หมวด ๑ ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทมาตรา ๑๐๗–๑๑๒ · 6 มาตรา
- หมวด ๒ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรมาตรา ๑๑๓–๑๑๘ · 6 มาตรา
- หมวด ๓ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักรมาตรา ๑๑๙–๑๒๙ · 11 มาตรา
- หมวด ๔ ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศมาตรา ๑๓๐–๑๓๕/๔ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๒ ความผิดเกี่ยวกับการปกครองมาตรา ๑๓๖–๑๖๖ · 31 มาตรา
- หมวด ๑ ความผิดต่อเจ้าพนักงานมาตรา ๑๓๖–๑๔๖ · 11 มาตรา
- หมวด ๒ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการมาตรา ๑๔๗–๑๖๖ · 20 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรมมาตรา ๑๖๗–๒๐๕ · 39 มาตรา
- หมวด ๑ ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรมมาตรา ๑๖๗–๑๙๙ · 33 มาตรา
- หมวด ๒ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมมาตรา ๒๐๐–๒๐๕ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๔ ความผิดเกี่ยวกับศาสนามาตรา ๒๐๖–๒๐๘ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๕ ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนมาตรา ๒๐๙–๒๑๖ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๖ ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนมาตรา ๒๑๗–๒๓๙ · 23 มาตรา
- ลักษณะ ๗ ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลงมาตรา ๒๔๐–๒๖๙/๑๕ · 45 มาตรา
- หมวด ๑ ความผิดเกี่ยวกับเงินตรามาตรา ๒๔๐–๒๔๙ · 10 มาตรา
- หมวด ๒ ความผิดเกี่ยวกับดวงตราแสตมป์และตั๋วมาตรา ๒๕๐–๒๖๓ · 14 มาตรา
- หมวด ๓ ความผิดเกี่ยวกับเอกสารมาตรา ๒๖๔–๒๖๙ · 6 มาตรา
- หมวด ๔ ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์๗๑มาตรา ๒๖๙/๑–๒๖๙/๗ · 7 มาตรา
- หมวด ๕ ความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง๗๙มาตรา ๒๖๙/๘–๒๖๙/๑๕ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๘ ความผิดเกี่ยวกับการค้ามาตรา ๒๗๐–๒๗๕ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศมาตรา ๒๗๖–๒๘๗ · 16 มาตรา
- ลักษณะ ๑๐ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายมาตรา ๒๘๘–๓๐๘ · 21 มาตรา
- หมวด ๑ ความผิดต่อชีวิตมาตรา ๒๘๘–๒๙๔ · 7 มาตรา
- หมวด ๒ ความผิดต่อร่างกายมาตรา ๒๙๕–๓๐๐ · 6 มาตรา
- หมวด ๓ ความผิดฐานทำให้แท้งลูกมาตรา ๓๐๑–๓๐๕ · 5 มาตรา
- หมวด ๔ ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บหรือคนชรามาตรา ๓๐๖–๓๐๘ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๑๑ ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียงมาตรา ๓๐๙–๓๓๓ · 29 มาตรา
- หมวด ๑ ความผิดต่อเสรีภาพมาตรา ๓๐๙–๓๒๑/๑ · 17 มาตรา
- หมวด ๒ ความผิดฐานเปิดเผยความลับมาตรา ๓๒๒–๓๒๕ · 4 มาตรา
- หมวด ๓ ความผิดฐานหมิ่นประมาทมาตรา ๓๒๖–๓๓๓ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๑๒ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์มาตรา ๓๓๔–๓๖๖ · 39 มาตรา
- หมวด ๑ ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์มาตรา ๓๓๔–๓๓๖ ทวิ · 5 มาตรา
- หมวด ๒ ความผิดฐานกรรโชกรีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์มาตรา ๓๓๗–๓๔๐ ตรี · 7 มาตรา
- หมวด ๓ ความผิดฐานฉ้อโกงมาตรา ๓๔๑–๓๔๘ · 8 มาตรา
- หมวด ๔ ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้มาตรา ๓๔๙–๓๕๑ · 3 มาตรา
- หมวด ๕ ความผิดฐานยักยอกมาตรา ๓๕๒–๓๕๖ · 5 มาตรา
- หมวด ๖ ความผิดฐานรับของโจรมาตรา ๓๕๗ · 1 มาตรา
- หมวด ๗ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์มาตรา ๓๕๘–๓๖๑ · 5 มาตรา
- หมวด ๘ ความผิดฐานบุกรุกมาตรา ๓๖๒–๓๖๖ · 5 มาตรา
- ลักษณะ ๑๓ ความผิดเกี่ยวกับศพ๑๓๐มาตรา ๓๖๖/๑–๓๖๖/๔ · 4 มาตรา
- ภาค ๓ ลหุโทษมาตรา ๓๖๗–๓๙๘ · 32 มาตรา
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๓ โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ส่วนที่ ๑ โทษ
24 มาตรา- ๑๘
โทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดมีดังนี้
(๑) ประหารชีวิต
(๒) จำคุก
(๓) กักขัง
(๔) ปรับ
(๕) ริบทรัพย์สิน โทษประหารชีวิตและโทษจำคุกตลอดชีวิตมิให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด ในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี๑๓ ในกรณีผู้ซึ่งกระทำความผิดในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีได้กระทำความผิดที่มี ระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ให้ถือว่าระวางโทษดังกล่าวได้เปลี่ยนเป็นระวางโทษ จำคุกห้าสิบปี๑๔
- ๑๙
ผู้ใดต้องโทษประหารชีวิตให้ดำเนินการด้วยวิธีฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย หลัเกณฑ์และวิธีการประหารชีวิต ให้เป็ไปตามระเบียบที่ ระทรวงยุติธรรม กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ๒๐
บรรดาความผิดที่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับด้วยนั้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจำคุกก็ได้
- ๒๑
ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือนถ้า กำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ เมื่อผู้ต้องคำพิพากษาถูกจำคุกครบกำหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจากวันที่ครบ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๔๖ กำหนด
- ๒๒
โทษจำคุก ให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาถูกคุมขัง ก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา เว้นแต่คำ พิพากษานั้นจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น ในกรณีที่คำพิพากษากล่าวไว้เป็นอย่างอื่น โทษจำคุกตามคำพิพากษาเมื่อรวมจำนวน วันที่ถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษาในคดีเรื่องนั้นเข้าด้วยแล้ว ต้องไม่เกินอัตราโทษขั้นสูงของกฎหมายที่ กำหนดไว้สำหรับความผิดที่ได้กระทำลงนั้น ทั้งนี้ ไม่เป็นการกระทบกระเทือนบทบัญญัติในมาตรา ๙๑
- ๒๓
ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่ เกินสามเดือน ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้ับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุก มาก่อน แต่ เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ศาลจะพิพากษาให้ลงโทษ กักขังไม่เกินสามเดือนแทนโทษจำคุกนั้นก็ได้
- ๒๔
ผู้ใดต้องโทษกักขัง ให้กักตัวไว้ในสถานที่กักขังซึ่งกำหนดไว้อันมิใช่ เรือนจำสถานีตำรวจหรือสถานทีค่ วบคุมผูต้ อ้ งหาของพนักงานสอบสวน๑๖ ถ้าศาลเห็นเป็นการสมควร จะสั่งในคำพิพากษาให้กักขังผู้กระทำความผิดไว้ในที่ อาศัยของผู้นั้นเอง หรือของผู้อื่นที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ หรือสถานที่อื่นที่อาจกักขังได้ เพื่อให้เหมาะสม กับประเภทหรือสภาพของผู้ถูกกักขังก็ได้ ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่ การกักขังผู้ต้องโทษกักขังไว้ในสถานที่กัขังตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้นั้น หรือทำให้ผู้ซึ่งต้องพึ่งพาผู้ต้องโทษกักขังในการดำรงชีพ ได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรหรือมีพฤติการณ์พิเศษประการอื่นที่แสดงให้เห็นว่าไม่สมควรกักขังผู้ ต้องโทษกักขังในสถานที่ดังกล่าว ศาลจะมีคำสั่งให้กักขังผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่อื่นซึ่งมิใช่ที่อยู่ อาศัยของผู้นั้นเองโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ก็ได้ กรณีเช่นว่านี้ ให้ ศาลมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดให้ผู้ต้องโทษกักขังปฏิบัติ และหากเจ้าของหรือผู้ ครอบครองสถานที่ดังกล่าวยินยอม ศาลอาจมีคำสั่งแต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้ควบคุมดูแลและให้ถือว่าผู้ที่ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายนี้๑๗
- ๒๕
ผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่ซึ่งกำหนดจะได้รับการเลี้ยงดูจากสถานที่นั้น แต่ภายใต้ข้อบังคับของสถานที่ ผู้ต้องโทษกักขังมีสิทธิที่จะรับอาหารจากภายนอกโดยค่าใช้จ่ายของ ตนเองใช้เสื้อผ้ ของตนเองได้รับการเยี่ยมอย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วโมง และรับและส่ จดหมายได้ ผู้ต้องโทษกักขังจะต้องทำงานตามระเบียบ ข้อบังคับและวินัย ถ้าผู้ต้องโทษกักขัง ประสงค์จะทำงานอย่างอื่นก็ให้อนุญาตให้เลือกทำได้ตามประเภทงานที่ตนสมัคร แต่ต้องไม่ขัดต่อ ระเบียบ ข้อบังคับ วินัย หรือความปลอดภัยของสถานที่นั้น ๑๕)พ.ศ. ๒๕๔๕
- ๒๖
ถ้าผู้ต้องโทษกักขังถูกกักขังในที่อาศัยของผู้นั้นเอง หรือของผู้อื่นที่ ยินยอมรับผู้นั้นไว้ ผู้ต้องโทษกักขังนั้นมีสิทธิที่จะดำเนินการในวิชาชีพหรืออาชีพของตนในสถานที่ ดังกล่าวได้ ในการนี้ ศาลจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องโทษกัขัปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร
- ๒๗
ถ้าในระหว่างที่ผู้ต้องโทษกักขังตามมาตรา ๒๓ได้รับโทษกักขังอยู่ ความปรากฏแก่ศาลเอง หรือปรากฏแก่ศาลตามคำแถลงของพนักงานอัยการหรือผู้ควบคุมดูแล สถานที่กักขังว่า
(๑) ผู้ต้องโทษกักขังฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับ หรือวินัยของสถานที่กักขัง
(๒) ผู้ต้องโทษกักขังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดหรือ
(๓) ผู้ต้องโทษกักขังต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก ศาลอาจเปลี่ยนโทษกัขังเป็โทษจำคุกมีกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็สมควรแต่ต้อง ไม่เกินกำหนดเวลาของโทษกักขังที่ผู้ต้องโทษกักขังจะต้องได้รับต่อไป
- ๒๘
ผู้ใดต้องโทษปรับผู้นั้นจะต้องชำระเงินตามจำนวนที่กำหนดไว้ในคำ พิพากษาต่อศาล
- ๒๙
ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาล พิพากษา ผู้นั้นจะต้องถู ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ หรือมิฉะนั้นจะต้องถูกกักขังแทนค่ ปรับ แต่ถ้าศาล เห็นเหตุอันควรสงสัยว่าผู้นั้นจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับ ศาลจะสั่งเรียกประกันหรือจะสั่งให้กักขังผู้ นั้นแทนค่าปรับไปพลางก่อนก็ได้ ความในวรรคสองของมาตรา ๒๔มิให้นำมาใช้บังคับแก่การกักขังแทนค่าปรับ
- ๓๐
ในการกักขังแทนค่าปรับ ให้ถืออัตราสองร้อยบาทต่อหนึ่งวัน และไม่ ว่าในกรณีความผิดกระทงเดียวหรือหลายกระทง ห้ามกักขังเกินกำหนดหนึ่งปี เว้นแต่ในกรณีที่ศาล พิพากษาให้ปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทขึ้นไปศาลจะสั่งให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่าหนึ่ง ปีแต่ไม่เกินสองปีก็ได้ ในการคำนวณระยะเวลานั้นให้นับวันเริ่มกักขังแทนค่าปรับรวมเข้าด้วย และให้ นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวัที่ถูกคุมขังนั้น ออกจากจำนวนเงินค่าปรับ โดยถืออัตราสองร้อยบาทต่อหนึ่งวัน เว้นแต่ผู้นั้นต้องคำพิพากษาให้ ลงโทษทั้งจำคุกและปรับในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าจะต้องหักจำนวนวัที่ถูกคุมขังออกจากเวลาจำคุกตาม มาตรา ๒๒ก็ให้หักออกเสียก่อน เหลือเท่าใดจึงให้หักออกจากเงินค่าปรับ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๔๕ เมื่อผู้ต้องโทษปรับถูกกักขังแทนค่าปรับครบกำหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจาก วันที่ครบกำหนด ถ้านำเงินค่าปรับมาชำระครบแล้วให้ปล่อยตัวไปทัที
- ๓๐/๑
ในกรณีที่ศาลพิพากษาปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท ผู้ต้องโทษปรับ ซึ่งมิใช่นิติบุคคลและไม่มีเงินชำระค่าปรับอาจยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีเพื่อขอทำงาน บริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ การพิจารณาคำร้องตามวรรคแรก เมื่อศาลได้พิจารณาถึงฐานะการเงิน ประวัติและ สภาพความผิดของผู้ต้องโทษปรับแล้ว เห็นเป็นการสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้นั้นทำงานบริการสังคม หรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับก็ได้ ทั้งนี้ ภายใต้การดูแลของพนักงานคุมประพฤติ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริการสังคม การกุศล สาธารณะหรือสาธารณประโยชน์ที่ยินยอมรับดูแล กรณีที่ ศาลมีคำสั่งให้ผู้ ต้องโทษปรับทำงานบริการสังคมหรือทำงาน สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ ให้ศาลกำหนดลักษณะหรือประเภทของงาน ผู้ดูแลการทำงาน วัน เริ่มทำงาน ระยะเวลาทำงาน และจำนวนชั่วโมงที่ถือเป็นการทำงานหนึ่งวัน ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงเพศ อายุ ประวัติ การนับถือศาสนาความประพฤติสติปัญญาการศึกษาอบรมสุขภาพภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ สิ่งแวดล้อมหรือสภาพความผิดของผู้ต้องโทษปรับประกอบด้วย และศาลจะกำหนดเงื่อนไข อย่างหนึ่งอย่างใดให้ผู้ต้องโทษปรับปฏิบัติเพื่อแก้ไขฟื้นฟูหรือป้องกันมิให้ผู้นั้นกระทำความผิดขึ้นอีกก็ได้ ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับการทำงานบริการสังคมหรือ ทำงานสาธารณประโยชน์ของผู้ต้องโทษปรับได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่ กำหนดไว้นั้นก็ได้ตามที่เห็นสมควร ในการกำหนดระยะเวลาทำงานแทนค่าปรับตามวรรคสาม ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๐มาใช้บังคับโดยอนุโลม และในกรณีที่ศาลมิได้กำหนดให้ผู้ต้องโทษปรับทำงานติดต่อกันไป การ ทำงานดังกล่าวต้องอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาสองปีนับแต่วันเริ่มทำงานตามที่ศาลกำหนด เพื่อประโยชน์ในการกำหนดจำนวนชั่วโมงทำงานตามวรรคสาม ให้ประธานศาลฎี มีอำนาจออกระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมกำหนดจำนวนชั่วโมงที่ถือเป็นการทำงานหนึ่ง วัน สำหรับงานบริการสังคมหรืองานสาธารณประโยชน์แต่ละประเภทได้ตามที่เห็นสมควร
- ๓๐/๒
ถ้าภายหลังศาลมีคำสั่งอนุญาตตามมาตรา ๓๐/๑แล้ว ความ ปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่าผู้ต้องโทษปรับมีเงินพอ ชำระค่าปรับได้ในเวลาที่ยื่นคำร้องตามมาตรา ๓๐/๑หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือเงื่อนไขที่ ศาลกำหนดศาลจะเพิกถอนคำสั่งอนุญาตดังกล่าวและปรับ หรือกัขังแทนค่าปรับโดยให้หักจำนวน วันที่ทำงานมาแล้วออกจากจำนวนเงินค่าปรับก็ได้ ในระหว่างการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับหากผู้ ต้องโทษปรับไม่ประสงค์จะทำงานดังกล่าวต่อไป อาจขอเปลี่ยนเป็นรับโทษปรับ หรือกักขังแทน ค่าปรับก็ได้ ในกรณีนี้ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้อง โดยให้หักจำนวนวันที่ทำงานมาแล้วออกจาก จำนวนเงินค่าปรับ
- ๓๐/๓
คำสั่งศาลตามมาตรา ๓๐/๑และมาตรา ๓๐/๒ให้เป็ที่สุด
- ๓๑
ในกรณีที่ศาลจะพิพากษาให้ปรับผู้กระทำความผิดหลายคน ในความผิด อันเดียวกัน ในกรณีเดียวกัน ให้ศาลลงโทษปรับเรียงตามรายตัวบุคคล
- ๓๒
ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดให้ริบ เสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำความผิด และมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
- ๓๓
ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติ ไว้โดยเฉพาะแล้วให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ิบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วยคือ
(๑) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือ
(๒) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด เว้นแต่ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำ ความผิด
- ๓๔
บรรดาทรัพย์สิน
(๑) ซึ่งได้ให้ตามความในมาตรา ๑๔๓มาตรา ๑๔๔มาตรา ๑๔๙มาตรา ๑๕๐ มาตรา ๑๖๗มาตรา ๒๐๑หรือมาตรา ๒๐๒หรือ
(๒) ซึ่งได้ให้เพื่อจูงใจบุคคลให้กระทำความผิดหรือเพื่อเป็นรางวัลในการที่บุคคลได้ กระทำความผิด ให้ริบเสียทั้งสิ้นเว้นแต่ทรัพย์สินนั้นเป็นของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็ใจด้วยในการ กระทำความผิด
- ๓๕
ทรัพย์สิ นซึ่ งศาลพิพากษาให้ริบให้ตกเป็นของแผ่นดินแต่ศาลจะ พิพากษาให้ทำให้ทรัพย์สินนั้นใช้ไม่ได้หรือทำลายทรัพย์สินนั้นเสียก็ได้
- ๓๖
ในกรณีที่ศาลสั่งให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา ๓๓หรือ มาตรา ๓๔ไปแล้ว หากปรากฏในภายหลังโดยคำเสนอของเจ้ ของแท้จริงว่า ผู้เป็นเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยใน การกระทำความผิด ก็ให้ศาลสั่งให้คืนทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินนั้นยังคงมีอยู่ในความครอบครองของเจ้า พนักงานแต่คำเสนอของเจ้าของแท้จริงนั้นจะต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึง ที่สุด
- ๓๗
ถ้าผู้ที่ศาลสั่งให้ส่งทรัพย์สินที่ริบไม่ส่งภายในเวลาที่ศาลกำหนดให้ศาล มีอำนาจสั่งดังต่อไปนี้
(๑) ให้ยึดทรัพย์สินนั้น
(๒) ให้ชำระราคาหรือสั่งยึดทรัพย์สินอื่นของผู้นั้นชดใช้ราคาจนเต็ม หรือ
(๓) ในกรณีที่ศาลเห็นว่า ผู้นั้นจะส่งทรัพย์ินที่สั่งให้ส่งได้ แต่ไม่ส่ง หรือชำระราคา ทรัพย์สินนั้นได้ แต่ไม่ชำระ ให้ศาลมีอำนาจกักขังผู้นั้นไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่ง แต่ไม่เกินหนึ่งปี แต่ถ้าภายหลังปรากฏแก่ศาลเอง หรือโดยคำเสนอของผู้นั้นว่า ผู้นั้นไม่สามารถส่งทรัพย์สินหรือชำระ ราคาได้ ศาลจะสั่งให้ปล่อยตัวผู้นั้นไปก่อนครบกำหนดก็ได้
- ๓๘
โทษให้เป็นอันระงับไปด้วยความตายของผู้กระทำความผิด
ส่วนที่ ๒ วิธีการเพื่อความปลอดภัย
12 มาตรา- ๓๙
วิธีการเพื่อความปลอดภัย มีดังนี้
(๑) กักกัน
(๒) ห้ามเข้าเขตกำหนด
(๓) เรียกประกันทัณฑ์บน
(๔) คุมตัวไว้ในสถานพยาบาล
(๕) ห้ามการประกอบอาชีพบางอย่าง
- ๔๐
กักกัน คือการควบคุมผู้กระทำความผิดติดนิสัยไว้ภายในเขตกำหนด เพื่อป้องกันการกระทำความผิด เพื่อดัดนิสัย และเพื่อฝึกหัดอาชีพ
- ๔๑
ผู้ใดเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันมาแล้ว หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้ ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดดังต่อไปนี้ คือ
(๑) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐๙ถึง มาตรา ๒๑๖
(๒) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๗ถึงมาตรา ๒๒๔
(๓) ความผิดเกี่ยวกับเงิ ตราตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๐ถึงมาตรา ๒๔๖
(๔) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๖ถึงมาตรา ๒๘๖
(๕) ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๘ถึงมาตรา ๒๙๐มาตรา ๒๙๒ ถึงมาตรา ๒๙๔
(๖) ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๕ถึงมาตรา ๒๙๙
(๗) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐๙ถึงมาตรา ๓๒๐
(๘) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๔ถึงมาตรา ๓๔๐มาตรา ๓๕๔และมาตรา ๓๕๗ และภายในเวลาสิบปีนับแต่วันที่ผู้นั้นได้พ้นจากการกักกัน หรือพ้นโทษ แล้วแต่กรณี ผู้นั้นได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดในบรรดาที่ระบุไว้นั้นอีกจนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำ กว่าหกเดือนสำหรับการกระทำความผิดนั้น ศาลอาจถือว่า ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย และจะ พิพากษาให้กักกันมี หนดเวลาไม่น้อยกว่าสามปีและไม่เกินสิบปี็ได้ ความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้นมิให้ถือเป็น ความผิดที่จะนำมาพิจารณากักกันตามมาตรานี้๒๓
- ๔๒
ในการคำนวณระยะเวลากักกัน ให้นับวันที่ศาลพิพากษาเป็นวันเริ่ม กักกัน แต่ถ้ายังมีโทษจำคุกหรือกักขังที่ผู้ต้องกักกันนั้นจะต้องรับอยู่ก็ให้จำคุกหรือกักขังเสียก่อน และ ให้นับวันถัดจากวันที่พ้นโทษจำคุกหรือพ้นจากกักขังเป็นวันเริ่มกักกัน ระยะเวลากักกัและการปล่อยตัวผู้ถูกกักัให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๑มาใช้ บังคับโดยอนุโลม
- ๔๓
การฟ้องขอให้กักกันเป็นอำนาจของพนักงานอัยการโดยเฉพาะ และจะ ขอรวมกันไปในฟ้องคดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันหรือจะฟ้องภายหลังก็ได้
- ๔๔
ห้ามเข้าเขตกำหนดคือการห้ามมิให้เข้าไปในท้องที่หรือสถานที่ที่ กำหนดไว้ในคำพิพากษา
- ๔๕
เมื่อศาลพิพากษาให้ลงโทษผู้ใด และศาลเห็นสมควรเพื่อความปลอดภัย ของประชาชนไม่ว่าจะมีคำขอหรือไม่ ศาลอาจสั่งในคำพิพากษาว่าเมื่อผู้นั้นพ้นโทษตามคำพิพากษา แล้ว ห้ามมิให้ผู้นั้นเข้ ในเขตกำหนดเป็นเวลาไม่เกินห้าปี
- ๔๖
ถ้าความปรากฏแก่ศาลตามข้อเสนอของพนักงานอัยการว่าผู้ใดจะก่อ เหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือจะกระทำการใดให้เกิดความเสียหายแก่ สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ในการ พิจารณาคดีความผิดใด ไม่ว่าศาลจะลงโทษผู้ถูกฟ้องหรือไม่ก็ตาม เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกฟ้อง น่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือจะกระทำความผิดให้เกิดความ เสียหายแก่สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติ ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งผู้นั้นให้ทำทัณฑ์บนโดยกำหนดจำนวนเงินไม่เกินกว่าห้า หมื่นบาทว่าผู้นั้นจะไม่ก่อเหตุร้ายหรือจะไม่กระทำความผิดดังกล่าวแล้วตลอดเวลาที่ศาลกำหนดแต่ ไม่เกินสองปี และจะสั่งให้มีประกันด้วยหรือไม่ก็ได้ ถ้ ผู้นั้นไม่ยอมทำทัณฑ์บนหรือหาประกันไม่ได้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งกักขัผู้นั้นจนกว่า จะทำทัณฑ์บนหรือหาประกันได้ แต่ไม่ให้กักขังเกินกว่าหกเดือน หรือจะสั่งห้ามผู้นั้นเข้าในเขตกำหนด ๒๑)พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๔๕ก็ได้ การกระทำของผู้ซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีมิให้อยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติตามมาตรานี้
- ๔๗
ถ้าผู้ทำทัณฑ์บนตามความในมาตรา ๔๖กระทำผิดทัณฑ์บนให้ศาลมี อำนาจสั่งให้ผู้นั้นชำระเงินไม่เกินจำนวนที่ได้กำหนดไว้ในทัณฑ์บน ถ้าผู้นั้นไม่ชำระให้นำบทบัญญัติใน มาตรา ๒๙และมาตรา ๓๐มาใช้บังคับ
- ๔๘
ถ้าศาลเห็นว่า การปล่อยตัวผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่ง ไม่ต้องรับโทษหรือได้รับการลดโทษตามมาตรา ๖๕จะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชนศาลจะสั่งให้ ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลก็ได้ และคำสั่งนี้ศาลจะเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้
- ๔๙
ในกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก หรือพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอ การกำหนดโทษหรือรอการลงโทษบุ คลใดถ้าศาลเห็นว่ บุคคลนั้นได้กระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับ การเสพย์สุราเป็นอาจิณ หรือการเป็นผู้ติดยาเสพย์ติดให้โทษ ศาลจะกำหนดในคำพิพากษาว่า บุคคล นั้นจะต้องไม่เสพย์สุรายาเสพย์ติดให้โทษอย่างหนึ่งอย่างใด หรือทั้งสองอย่าง ภายในระยะเวลาไม่เกิน สองปีนับแต่วันพ้นโทษ หรือวันปล่อยตัวเพราะรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวในวรรคแรกไม่ปฏิบัติตามที่ศาลกำหนด ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุม ตัวไว้ในสถานพยาบาลเป็นเวลาไม่เกินสองปีก็ได้
- ๕๐
เมื่อศาลพิพากษาให้ลงโทษผู้ใด ถ้าศาลเห็นว่าผู้นั้นกระทำความผิดโดย อาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และ เห็นว่าหากผู้นั้นประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไปอาจจะกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก ศาลจะสั่งไว้ ในคำพิพากษาห้ามการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษไป แล้วก็ได้
ส่วนที่ ๓ วิธีเพิ่มโทษ ลดโทษและการรอการลงโทษ
8 มาตรา- ๕๑
ในการเพิ่มโทษ มิให้เพิ่มขึ้นถึงประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือ จำคุกเกินห้าสิบปี
- ๕๒
ในการลดโทษประหารชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดมาตราส่วนโทษหรือ ลดโทษที่จะลง ให้ลดดังต่อไปนี้ ๒๕๑๔
(๑) ถ้าจะลดหนึ่งในสามให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต
(๒) ถ้าจะลดกึ่งหนึ่ง ให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือโทษจำคุก ตั้งแต่ยี่สิบห้าปีถึง ห้าสิบปี
- ๕๓
ในการลดโทษจำคุกตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดมาตราส่วนโทษ หรือลดโทษที่จะลง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุกห้าสิบปี
- ๕๔
ในการคำนวณการเพิ่มโทษหรือลดโทษที่จะลง ให้ศาลตั้งกำหนดโทษที่ จะลงแก่จำเลยเสียก่อนแล้วจึงเพิ่มหรือลดถ้ามีทั้งการเพิ่มและการลดโทษที่จะลง ให้เพิ่มก่อนแล้วจึง ลดจากผลที่เพิ่มแล้วนั้น ถ้าส่วนของการเพิ่มเท่ากับหรือมากกว่าส่วนของการลด และศาลเห็นสมควร จะไม่เพิ่มไม่ลดก็ได้
- ๕๕
ถ้าโทษจำคุก ที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับมีกำหนดเวลาเพียงสามเดือน หรือน้อยกว่า ศาลจะกำหนดโทษจำคุกให้น้อยลงอีกก็ได้ หรือถ้าโทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้อง รับมีกำหนดเวลาเพียงสามเดือนหรือน้อยกว่าและมีโทษปรับด้วยศาลจะกำหนดโทษจำคุกให้น้อยลง หรือจะยกโทษจำคุกเสีย คงให้ปรับแต่อย่างเดียวก็ได้
- ๕๖
ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกและในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่ เกินสามปี ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่เป็น โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ เมื่อศาลได้คำนึ ถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติสติปัญญา การศึกษาอบรมสุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้ นั้น หรือสภาพความผิดหรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว เห็นเป็การสมควรศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้น มี ความผิดแต่รอการกำหนดโทษไว้หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้แล้วปล่อยตัวไป เพื่อให้โอกาสผู้้นกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้ หนดแต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษาโดยจะ กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้๒๘ เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดนั้น ศาลอาจกำหนดข้อเดียว หรือหลายข้อดังต่อไปนี้
(๑) ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราว เพื่อเจ้าพนักงานจะได้ สอบถามแนะนำ ช่วยเหลือ หรือตัเตือนตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบ อาชีพ หรือจัดให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่เจ้าพนักงานและผู้กระทำ ความผิดเห็นสมควร
(๒) ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ
(๓) ให้ละเว้ การคบหาสมาคมหรือการประพฤติใดอัอาจนำไปสู่ การกระทำ ความผิดในทำนองเดียวกันอีก ๒๕๑๔
(๔) ให้ไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือ จิตใจหรือความเจ็บป่วยอย่างอื่น ณสถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด
(๕) เงื่อนไขอื่น ๆตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อแก้ไข ฟื้นฟู หรือป้องกันมิให้ ผู้กระทำความผิดกระทำหรือมีโอกาสกระทำความผิดขึ้นอีก๒๙ เงื่อนไขตามที่ศาลได้กำหนดตามความในวรรคก่อนนั้น ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ ศาลตามคำขอของผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น พนักงานอัยการ หรือเจ้าพนักงานว่า พฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การควบคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดได้ เปลี่ยนแปลงไป เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลอาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนข้อหนึ่งข้อใดเสียก็ได้ หรือจะ กำหนดเงื่อนไขข้อใด ตามที่กล่าวในวรรคก่อนที่ศาลยังมิได้กำหนดไว้เพิ่มเติมขึ้นอีกก็ได้
- ๕๗
เมื่ อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของ พนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่า ผู้กระทำความผิดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังที่ศาลกำหนดตาม มาตรา ๕๖ศาลอาจตักเตือนผู้กระทำความผิดหรือจะกำหนดการลงโทษที่ยังไม่ได้ำหนดหรือลงโทษ ซึ่งรอไว้นั้นก็ได้
- ๕๘
เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์ หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา ๕๖ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิด อันมิใช่ความผิดที่ได้กระทโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษและศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับ ความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังกำหนดโทษที่รอการกำหนดไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดี หลัง หรือบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดี่อนเข้ากับโทษในคดีหลัแล้วแต่กรณี๓๐ แต่ถ้าภายในเวลาที่ศาลได้กำหนดตามมาตรา ๕๖ผู้นั้นมิได้กระทำความผิดดังกล่าว มาในวรรคแรกให้ผู้นั้นพ้นจากการที่จะถูกกำหนดโทษหรือถู ลงโทษในคดีนั้น แล้วแต่กรณี
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
และผู้ส เร็จราชการแทนพระองค์
๔)พ.ศ. ๒๕๒๒
ที่ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๒๕
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B2.pdf105 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:30fff8dce302b391b6b445ce9c8afdd7756d95d5fbae1c0422ca59aee45a6ec0ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:14.924Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR