เรื่องปวารณา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๘๔เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย น ปวาเรนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา น ปวาเรตพฺพํ ยา น ปวาเรยฺย ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพติ ฯ
๕๘๕เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย อตฺตนา ปวาเรตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ น ปวาเรนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา อตฺตนา ปวาเรตฺวา ภิกฺขุสงฺโฆ น ปวาเรตพฺโพ ยา น ปวาเรยฺย ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพติ ฯ
๕๘๖เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูหิ สทฺธึ เอกโต ปวาเรนฺติโย โกลาหลํ อกํสุ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา ภิกฺขูหิ สทฺธึ เอกโต ปวาเรตพฺพํ ยา ปวาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
๕๘๗เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย ปุเรภตฺตํ ปวาเรนฺติโย กาลํ วีตินาเมสุํ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา ปจฺฉาภตฺตํ ปวาเรตุนฺติ ฯ ปจฺฉาภตฺตํ ปวาเรนฺติโยปิ วิกาเล อเหสุํ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อชฺชตนา ภิกฺขุนีสงฺฆํ ปวาเรตฺวา อปรชฺชุ ภิกฺขุสงฺฆํ ปวาเรตุนฺติ
๕๘๘เตน โข ปน สมเยน สพฺโพ ภิกฺขุนีสงฺโฆ ปวาเรนฺโต โกลาหลํ อกาสิ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว เอกํ ภิกฺขุนึ พฺยตฺตํ ปฏิพลํ สมฺมนฺนิตุํ ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส อตฺถาย ภิกฺขุสงฺฆํ ปวาเรตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺพา ปฐมํ ภิกฺขุนี ยาจิตพฺพา ยาจิตฺวา พฺยตฺตาย ภิกฺขุนิยา ปฏิพลาย สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๕๘๘.๑} สุณาตุ เม อยฺเย สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุนึ สมฺมนฺเนยฺย ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส อตฺถาย ภิกฺขุสงฺฆํ ปวาเรตุํ ฯ เอสา ญตฺติ ฯ สุณาตุ เม อยฺเย สงฺโฆ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุนึ สมฺมนฺนติ ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส อตฺถาย ภิกฺขุสงฺฆํ ปวาเรตุํ ฯ ยสฺสา อยฺยาย ขมติ อิตฺถนฺนามาย ภิกฺขุนิยา สมฺมติ ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส อตฺถาย ภิกฺขุสงฺฆํ ปวาเรตุํ สา ตุณฺหสฺส ยสฺสา นกฺขมติ สา ภาเสยฺย ฯ {๕๘๘.๒} สมฺมตา สงฺเฆน อิตฺถนฺนามา ภิกฺขุนี ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส อตฺถาย ภิกฺขุสงฺฆํ ปวาเรตุํ ฯ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ
๕๘๙ตาย สมฺมตาย ภิกฺขุนิยา ภิกฺขุนีสงฺฆํ อาทาย ภิกฺขุสงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย ภิกฺขุนีสงฺโฆ อยฺยา ภิกฺขุสงฺฆํ ปวาเรติ ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา วทตุ อยฺยา ภิกฺขุสงฺโฆ ภิกฺขุนีสงฺฆํ อนุกมฺปํ อุปาทาย ปสฺสนฺโต ปฏิกริสฺสติ ฯ ทุติยมฺปิ อยฺยา ฯเปฯ ตติยมฺปิ อยฺยา ภิกฺขุนีสงฺโฆ ภิกฺขุสงฺฆํ ปวาเรติ ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา วทตุ อยฺยา ภิกฺขุสงฺโฆ ภิกฺขุนีสงฺฆํ อนุกมฺปํ อุปาทาย ปสฺสนฺโต ปฏิกริสฺสตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] ๓. ตติยภาณวาร เรื่องปวารณา
สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายไม่ปวารณากัน ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไป กราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีจะไม่ปวารณาไม่ได้ รูปใดไม่ปวารณา พึงปรับอาบัติตามธรรม” สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายปวารณากันแล้วไม่ปวารณากับภิกษุสงฆ์ ภิกษุ ทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีจะปวารณาด้วยตนเองแล้วไม่ปวารณากับภิกษุสงฆ์ไม่ได้ รูปใดไม่ปวารณา พึงปรับอาบัติตามธรรม” สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายปวารณาพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย จึงเกิดชุลมุนขึ้น ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงปวารณาพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย รูปใดปวารณา ต้องอาบัติทุกกฏ” สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายปวารณาในเวลาก่อนภัตตาหาร ให้เวลาผ่านไป ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุณีปวารณาในเวลาหลังภัตตาหาร” ภิกษุณีทั้งหลายเมื่อปวารณาในเวลาหลังภัตตาหาร ได้อยู่ในเวลาวิกาล ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุณีปวารณากับภิกษุณีสงฆ์ในวันนี้ พอวันรุ่งขึ้นปวารณากับภิกษุสงฆ์” สมัยนั้น ภิกษุณีสงฆ์กำลังปวารณา เกิดชุลมุน ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไป กราบทูล พระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๕๔}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] ๓. ตติยภาณวาร พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้แต่งตั้งภิกษุณีผู้ฉลาดสามารถรูปหนึ่งเป็นตัวแทนภิกษุณีสงฆ์ให้ปวารณากับภิกษุสงฆ์” วิธีแต่งตั้งและญัตติกรรมวาจา ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีสงฆ์พึงแต่งตั้งอย่างนี้ คือ ในเบื้องต้นพึงขอร้องภิกษุณีจากนั้นภิกษุณีผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจาว่า แม่เจ้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าสงฆ์พร้อมแล้วพึงแต่งตั้งภิกษุณีชื่อนี้เป็นตัวแทนภิกษุณีสงฆ์ให้ไปปวารณากับภิกษุสงฆ์ นี่เป็นญัตติ แม่เจ้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์แต่งตั้งภิกษุณีชื่อนี้ให้ปวารณากับภิกษุสงฆ์แทนภิกษุณีสงฆ์ แม่เจ้ารูปใดเห็นด้วยกับการแต่งตั้งภิกษุชื่อนี้เป็นตัวแทนภิกษุณีสงฆ์ให้ไปปวารณากับภิกษุสงฆ์ แม่เจ้ารูปนั้นพึงนิ่ง แม่เจ้ารูปใดไม่เห็นด้วย แม่เจ้ารูปนั้นพึงทักท้วง ภิกษุณีชื่อนี้ สงฆ์แต่งตั้งเป็นตัวแทนภิกษุณีสงฆ์ให้ไปปวารณากับภิกษุสงฆ์ สงฆ์เห็นด้วย เพราะเหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือเอาความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้ ภิกษุณีผู้ได้รับแต่งตั้งแล้ว พึงพาภิกษุณีสงฆ์เข้าไปหาภิกษุสงฆ์ ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบเท้าภิกษุแล้วนั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่าคำปวารณา พระคุณเจ้าทั้งหลาย ภิกษุณีสงฆ์ปวารณาต่อภิกษุสงฆ์ ด้วยได้เห็น ด้วยได้ยินหรือด้วยนึกสงสัย ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายอาศัยความกรุณาตักเตือนภิกษุณีสงฆ์เถิดภิกษุณีสงฆ์เมื่อเห็น(โทษ)ก็จะแก้ไข แม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๕๕}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] ๓. ตติยภาณวาร แม้ครั้งที่ ๓ พระคุณเจ้าทั้งหลาย ภิกษุณีสงฆ์ปวารณาต่อภิกษุสงฆ์ ด้วยได้เห็นด้วยได้ยินหรือด้วยนึกสงสัย ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายอาศัยความกรุณาตักเตือนภิกษุณีสงฆ์เถิด ภิกษุณีสงฆ์เมื่อเห็น(โทษ)ก็จะแก้ไข
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาภิกขุนีขันธกะทั้งหมดมีเนื้อความอยู่ในข้อ 513. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๒ ภิกขุนีขันธกะ เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีเป็นต้น