สงฆ์มุ่งวินิจฉัยอธิกรณ์
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ สงฆ์มุ่งวินิจฉัยอธิกรณ์
อถโข สงฺโฆ ตํ อธิกรณํ วินิจฺฉินิตุกาโม สนฺนิปติ ฯ อถโข อายสฺมา เรวโต สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ สเจ มยํ อิมํ อธิกรณํ อิธ วูปสเมสฺสาม สิยาปิ มูลาทายกา ภิกฺขู ปุนกฺกมฺมาย อุกฺโกเฏยฺยุํ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ ยตฺเถวิมํ อธิกรณํ สมุปฺปนฺนํ สงฺโฆ ตตฺเถวิมํ อธิกรณํ วูปสเมยฺยาติ ฯ อถโข เถรา ภิกฺขู เวสาลึ อคมํสุ ตํ อธิกรณํ วินิจฺฉินิตุกามา ฯ เตน โข ปน สมเยน สพฺพกามี นาม ปฐพฺยา สงฺฆตฺเถโร วีสวสฺสสติโก อุปสมฺปทาย อายสฺมโต อานนฺทสฺส สทฺธิวิหาริโก เวสาลิยํ ปฏิวสติ ฯ อถโข อายสฺมา เรวโต อายสฺมนฺตํ สมฺภูตํ สาณวาสึ เอตทโวจ อหํ อาวุโส ยสฺมึ วิหาเร สพฺพกามี เถโร วิหรติ ตํ วิหารํ อุปคจฺฉามิ โส ตฺวํ กาลสฺเสว อายสฺมนฺตํ สพฺพกามึ อุปสงฺกมิตฺวา อิมานิ ทส วตฺถูนิ ปุจฺเฉยฺยาสีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข อายสฺมา สมฺภูโต สาณวาสี อายสฺมโต เรวตสฺส ปจฺจสฺโสสิ ฯ อถโข อายสฺมา เรวโต ยสฺมึ วิหาเร สพฺพกามี เถโร วิหรติ ตํ วิหารํ อุปคญฺฉิ ฯ คพฺเภ อายสฺมโต สพฺพกามิสฺส เสนาสนํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ คพฺภปมุเข อายสฺมโต เรวตสฺส ฯ อถโข อายสฺมา เรวโต อยํ เถโร มหลฺลโก น นิปชฺชตีติ น เสยฺยํ กปฺเปติ ฯ อายสฺมา สพฺพกามี อยํ ภิกฺขุ อาคนฺตุโก กิลนฺโต น นิปชฺชตีติ น เสยฺยํ กปฺเปสิ ฯ
ครั้งนั้น สงฆ์ปรารถนาจะวินิจฉัยอธิกรณ์นั้น ได้ประชุมกันแล้ว ท่านพระเรวตะจึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-ญัตติกรรมวาจา ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าพวกเราจักระงับอธิกรณ์นี้ในที่นี้ บางทีจะมีพวกภิกษุผู้ถือมูลอธิกรณ์รื้อฟื้นขึ้นทำใหม่ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว อธิกรณ์นี้เกิดขึ้น ณ ที่ใด สงฆ์พึงระงับอธิกรณ์นี้ในที่นั้น ครั้งนั้น พระเถระทั้งหลายได้พากันไปเมืองเวสาลี มุ่งวินิจฉัยอธิกรณ์นั้นครั้งนั้น พระสัพพกามีเป็นพระสงฆ์เถระทั่วแผ่นดิน มีพรรษา ๑๒๐ แต่อุปสมบทเป็นสัทธิวิหาริกของท่านพระอานนท์อาศัยอยู่ในเมืองเวสาลี ท่านพระเรวตะได้กล่าวกะท่านพระสัมภูตสาณวาสีว่า ท่าน ผมจะเข้าไปสู่วิหารที่พระสัพพกามีเถระอยู่ ท่านพึงเข้าไปหาท่านพระสัพพกามีแต่เช้า แล้วเรียนถามวัตถุ ๑๐ ประการนี้ท่านพระสัมภูตสาณวาสีรับเถระบัญชาแล้ว ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะเข้าไปสู่วิหารที่พระสัพพกามีเถระอยู่ เสนาสนะของท่านพระสัพพกามีเขาจัดแจงไว้ในห้องเสนาสนะของท่านพระเรวตะเขาจัดแจงไว้ที่หน้ามุขของห้อง ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะคิดว่า พระผู้เฒ่านี้ยังไม่นอน จึงไม่สำเร็จการนอน ท่านพระสัพพกามีคิดว่าพระอาคันตุกะรูปนี้เหนื่อยมา ยังไม่นอน จึงไม่สำเร็จการนอน ฯ
อถโข อายสฺมา สพฺพกามี รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย อายสฺมนฺตํ เรวตํ เอตทโวจ กตเมน ตฺวํ ภุมฺมิ วิหาเรน เอตรหิ พหุลํ วิหรสีติ ฯ เมตฺตาวิหาเรน โข อหํ ภนฺเต เอตรหิ พหุลํ วิหรามีติ ฯ กุลฺลกวิหาเรน กิร ตฺวํ ภุมฺมิ เอตรหิ พหุลํ วิหรสิ กุลฺลกวิหาโร เหโส ภุมฺมิ ยทิทํ เมตฺตาติ ฯ ปุพฺเพปิ เม ภนฺเต คิหิภูตสฺส อาจิณฺณา เมตฺตา เตนาหํ เอตรหิปิ เมตฺตาวิหาเรน พหุลํ วิหรามิ อปิจ มยา จิรปฺปตฺตํ อรหตฺตํ เถโร ปน ภนฺเต กตเมน วิหาเรน เอตรหิ พหุลํ วิหรตีติ ฯ สุญฺญตาวิหาเรน โข อหํ ภุมฺมิ เอตรหิ พหุลํ วิหรามีติ ฯ มหาปุริสวิหาเรน กิร ภนฺเต เถโร เอตรหิ พหุลํ วิหรติ มหาปุริสวิหาโร เอโส ภนฺเต ยทิทํ สุญฺญตาติ ฯ ปุพฺเพปิ เม ภุมฺมิ คิหิภูตสฺส อาจิณฺณา สุญฺญตา เตนาหํ เอตรหิปิ สุญฺญตาวิหาเรน พหุลํ วิหรามิ อปิจ มยา จิรปฺปตฺตํ อรหตฺตนฺติ ฯ
ครั้นถึงเวลาใกล้รุ่งแห่งราตรี ท่านพระสัพพกามีลุกขึ้น กล่าว กะท่านพระเรวตะว่า ท่านผู้เจริญ บัดนี้ ท่านอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไรโดยมาก ร. ท่านเจ้าข้า บัดนี้ ผมอยู่ด้วยเมตตาวิหารธรรมโดยมาก ส. ได้ยินว่า บัดนี้ ท่านอยู่ด้วยวิหารธรรมตื้นๆ โดยมากวิหารธรรมตื้นๆนี้ คือเมตตา ร. ท่านเจ้าข้า แม้เมื่อก่อนครั้งผมเป็นคฤหัสถ์ได้อบรมเมตตามา เพราะฉะนั้น ถึงบัดนี้ ผมก็อยู่ด้วยเมตตาวิหารธรรมโดยมาก และผมได้บรรลุพระอรหัตมานานแล้ว ท่านเจ้าข้า ก็บัดนี้พระเถระอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไรโดยมาก ส. ท่านผู้เจริญ บัดนี้ ฉันอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมโดยมาก ร. ท่านเจ้าข้า ได้ยินว่า บัดนี้ พระเถระอยู่ด้วยวิหารธรรมของพระมหาบุรุษโดยมาก วิหารธรรมของพระมหาบุรุษนี้ คือ สุญญตสมาบัติ ส. ท่านผู้เจริญ แม้เมื่อก่อนครั้งฉันเป็นคฤหัสถ์ ได้อบรมสุญญตสมาบัติมาแล้ว เพราะฉะนั้น บัดนี้ ฉันจึงอยู่ด้วยวิหารธรรม คือ สุญญตสมาบัติและฉันได้บรรลุพระอรหัตมานานแล้ว ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เรื่องสงฆ์มุ่งจะวินิจฉัยอธิกรณ์
ครั้งนั้น สงฆ์ประสงค์จะวินิจฉัยอธิกรณ์นั้น จึงได้ประชุมกัน ลำดับนั้น ท่านพระเรวตะประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจาว่า “ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าพวกเราจะระงับอธิกรณ์นี้ บางทีจะมีภิกษุผู้ถือว่าอธิกรณ์มีมูลรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ถ้าสงฆ์พร้อมแล้วพึงระงับอธิกรณ์นี้ในที่ที่อธิกรณ์นี้เกิดขึ้น” ต่อมา ภิกษุผู้เถระทั้งหลายพากันเดินทางไปกรุงเวสาลีเพื่อวินิจฉัยอธิกรณ์นั้น ครั้งนั้น ท่านพระสัพพกามีเป็นพระสังฆเถระทั่วสังฆมณฑล มีพรรษา ๑๒๐นับแต่อุปสมบทมา เป็นสัทธิวิหาริกของท่านพระอานนท์ พักอยู่ในกรุงเวสาลี ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะบอกท่านพระสัมภูตสาณวาสีดังนี้ว่า “ท่าน ผมจะไปวิหารที่ท่านพระสัพพกามีอยู่ ท่านเข้าไปหาท่านพระสัพพกามีก่อน แล้วเรียนถามวัตถุ ๑๐ ประการ” พระสัมภูตสาณวาสีรับเถระบัญชาแล้ว ต่อมา ท่านพระเรวตะเข้าไปยังวิหารที่ท่านพระสัพพกามีอยู่ เสนาสนะของท่านพระสัพพกามีเขาจัดเตรียมไว้ในห้องส่วนเสนาสนะของท่านพระเรวตะเขาจัดเตรียมไว้ที่หน้ามุขห้อง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๔๐๙}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๒. สัตตสติกขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร ขณะนั้น ท่านพระเรวตะคิดว่า “พระผู้เฒ่ารูปนี้ยังไม่จำวัด” จึงไม่จำวัด ท่านพระสัพพกามีคิดว่า “ภิกษุอาคันตุกะรูปนี้เหนื่อยมาแต่ยังไม่จำวัด” จึงไม่เข้าจำวัดเหมือนกัน ครั้นพอใกล้สว่าง ท่านพระสัพพกามีลุกขึ้น ได้กล่าวกับท่านพระเรวตะดังนี้ว่า“ท่านเรวตะ เวลานี้คุณอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไรเป็นส่วนมาก” ท่านพระเรวตะตอบว่า “พระคุณท่าน เวลานี้ผมอยู่ด้วยเมตตาวิหารธรรมเป็นส่วนมาก” ท่านพระสัพพกามีกล่าวว่า “ท่านเรวตะ ทราบว่า เวลานี้คุณอยู่ด้วยวิหารธรรมที่เรียบง่าย นั่นก็คือเมตตา” ท่านพระเรวตะตอบว่า “ท่านผู้เจริญ เมื่อก่อนคราวเป็นคฤหัสถ์ ผมได้ประพฤติสั่งสมเมตตา ฉะนั้นเวลานี้ผมก็ยังอยู่ด้วยเมตตาวิหารธรรมเป็นส่วนมาก แต่ผมบรรลุอรหัตตผลนานแล้ว ท่านผู้เจริญ เวลานี้พระเถระอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไรเล่าเป็นส่วนมาก” ท่านพระสัพพกามีตอบว่า “ท่านเรวตะ เวลานี้ผมอยู่ด้วยสุญญตวิหารธรรมเป็นส่วนมาก” ท่านพระเรวตะกล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ ทราบว่า เวลานี้ พระเถระอยู่ด้วยวิหารธรรมของพระมหาบุรุษ นั่นก็คือ สุญญตสมาบัติ” ท่านพระสัพพกามีกล่าวว่า “ท่านเรวตะ เมื่อก่อนคราวเป็นคฤหัสถ์ ผมได้ประพฤติสั่งสมสุญญตสมาบัติ ฉะนั้นเวลานี้ ผมก็ยังอยู่ด้วยสุญญตวิหารธรรมเป็นส่วนมากแต่ผมบรรลุอรหัตตผลนานแล้ว”
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสัตตสติกขันธกะทั้งหมดมีเนื้อความอยู่ในข้อ ๖๓๐. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๒ สัตตสติกขันธกะ เรื่องพระวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเป็นต้น