เรื่องพระสัมภูตสาณวาสีเถระ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องพระสัมภูตสาณวาสีเถระ
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สมฺภูโต สาณวาสี อโหคงฺเค ปพฺพเต ปฏิวสติ ฯ อถโข อายสฺมา ยโส กากณฺฑกปุตฺโต เยน อโหคงฺโค ปพฺพโต เยนายสฺมา สมฺภูโต สาณวาสี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ สมฺภูตํ สาณวาสึ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ยโส กากณฺฑกปุตฺโต อายสฺมนฺตํ สมฺภูตํ สาณวาสึ เอตทโวจ อิเม ภนฺเต เวสาลิกา วชฺชิปุตฺตกา ภิกฺขู เวสาลิยํ ทส วตฺถูนิ ทีเปนฺติ กปฺปติ สิงฺคิโลณกปฺโป กปฺปติ ทฺวงฺคุลกปฺโป กปฺปติ คามนฺตรกปฺโป กปฺปติ อาวาสกปฺโป กปฺปติ อนุมติกปฺโป กปฺปติ อาจิณฺณกปฺโป กปฺปติ อมถิตกปฺโป กปฺปติ ชโลคึ ปาตุํ กปฺปติ อทสกํ นิสีทนํ กปฺปติ ชาตรูปรชตนฺติ หนฺท มยํ ภนฺเต อิมํ อธิกรณํ อาทิยาม ปุเร อธมฺโม ทิปฺปติ ธมฺโม ปฏิพาหิยติ อวินโย ทิปฺปติ วินโย ปฏิพาหิยติ ปุเร อธมฺมวาทิโน พลวนฺโต โหนฺติ ธมฺมวาทิโน ทุพฺพลา โหนฺติ อวินยวาทิโน พลวนฺโต โหนฺติ วินยวาทิโน ทุพฺพลา โหนฺตีติ ฯ {๖๔๐.๑} เอวมาวุโสติ โข อายสฺมา สมฺภูโต สาณวาสี อายสฺมโต ยสสฺส กากณฺฑกปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสิ ฯ อถโข สฏฺฐิมตฺตา ปาเฐยฺยกา ภิกฺขู สพฺเพ อารญฺญกา สพฺเพ ปิณฺฑปาติกา สพฺเพ ปํสุกูลิกา สพฺเพ เตจีวริกา สพฺเพ ว อรหนฺโต อโหคงฺเค ปพฺพเต สนฺนิปตึสุ ฯ อสีติมตฺตา อวนฺติทกฺขิณาปถกา ภิกฺขู อปฺเปกจฺเจ อารญฺญกา อปฺเปกจฺเจ ปิณฺฑปาติกา อปฺเปกจฺเจ ปํสุกูลิกา อปฺเปกจฺเจ เตจีวริกา สพฺเพ ว อรหนฺโต อโหคงฺเค ปพฺพเต สนฺนิปตึสุ ฯ
สมัยนั้น ท่านพระสัมภูตสาณวาสี อาศัยอยู่ที่อโหคังคบรรพต ครั้งนั้น ท่านพระยสกากัณฑกบุตร เข้าไปหาท่านพระสัมภูตสาณวาสียังอโหคังค-*บรรพต อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้งแล้วได้กล่าวว่า ท่านผู้เจริญพวกพระวัชชีบุตร ชาวเมืองเวสาลีพวกนี้ แสดงวัตถุ ๑๐ ประการ ในเมืองเวสาลีว่าดังนี้:- ๑. เก็บเกลือไว้ในเขนงฉัน ควร ๒. ฉันอาหารในเวลาบ่ายล่วงสององคุลี ควร ๓. เข้าบ้านฉันอาหารเป็นอนติริตตะ ควร ๔. อาวาสมีสีมาเดียวกัน ทำอุโบสถต่างๆ กัน ควร ๕. เวลาทำสังฆกรรม ภิกษุมาไม่พร้อมกันทำก่อนได้ ภิกษุมาทีหลังจึงบอกขออนุมัติ ควร ๖. การประพฤติตามอย่าง ที่อุปัชฌาย์และอาจารย์ประพฤติมาแล้ว ควร ๗. ฉันนมสดที่แปรแล้ว แต่ยังไม่เป็นนมส้ม ควร ๘. ดื่มสุราอ่อน ควร ๙. ใช้ผ้านิสีทนะไม่มีชาย ควร ๑๐. รับทองและเงิน ควร ถ้าเช่นนั้น พวกเราจงช่วยกันยกอธิกรณ์นี้ ภายหน้าสภาพมิใช่ธรรมจักรุ่งเรือง ธรรมจักเสื่อมถอย สภาพมิใช่วินัยจักรุ่งเรือง วินัยจักเสื่อมถอย ภาย-*หน้าพวกอธรรมวาทีจักมีกำลัง พวกธรรมวาทีจักเสื่อมกำลัง พวกอวินยวาทีจักมีกำลัง พวกวินยาทีจักเสื่อมกำลัง ท่านพระสัมภูตสาณวาสี รับคำท่านพระยสกา-*กัณฑกบุตรแล้ว ครั้งนั้น พวกภิกษุชาวเมืองปาฐา ประมาณ ๖๐ รูป ถืออยู่ป่าเป็นวัตรทั้งหมด ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรทั้งหมด ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตรทั้งหมด ถือไตรจีวรเป็นวัตรทั้งหมด เป็นพระอรหันต์ทั้งหมด ประชุมกันที่อโหคังคบรรพตภิกษุชาวเมืองอวันตีและประเทศทักษิณาบถประมาณ ๘๐ รูป บางพวกถืออยู่ป่าเป็นวัตร บางพวกถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร บางพวกถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร บางพวกถือไตรจีวรเป็นวัตร เป็นพระอรหันต์ทั้งหมด ประชุมกันที่อโหคังคบรรพต ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เรื่องพระสัมภูตสาณวาสี สมัยนั้น ท่านพระสัมภูตสาณวาสีอยู่ที่อโหคังคบรรพต ต่อมา ท่านพระยส กากัณฑกบุตรเข้าไปหาท่านพระสัมภูตสาณวาสี ณ ที่อโหคังคบรรพต ครั้นแล้วอภิวาท @เชิงอรรถ : @ อโหคังคบรรพต อยู่ในอินเดียตอนเหนือ บริเวณแม่น้ำคงคาตอนบน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๔๐๐} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๒. สัตตสติกขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร นั่ง ณ ที่สมควร ได้กล่าวกับท่านพระสัมภูตสาณวาสีดังนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ พวกภิกษุ วัชชีบุตรชาวกรุงเวสาลีเหล่านี้แสดงวัตถุ ๑๐ ประการในกรุงเวสาลี คือ ๑. สิงคิโลณกัปปะ (เก็บเกลือไว้ในเขนง แล้วฉันกับอาหารรสไม่เค็มได้) ๒. ทวังคุลกัปปะ (ฉันอาหารเมื่อเงาเลยเวลาเที่ยงไป ๒ องคุลีได้) ๓. คามันตรกัปปะ (เข้าบ้านฉันอาหารที่ไม่เป็นเดนได้) ๔. อาวาสกัปปะ (ทำอุโบสถแยกกันในอาวาสที่มีสีมาเดียวกันได้) ๕. อนุมติกัปปะ (ทำสังฆกรรม ในเมื่อภิกษุทั้งหลายยังมาไม่พร้อม แล้วขออนุมัติภายหลังได้) ๖. อาจิณณกัปปะ (ประพฤติตามแบบที่พระอุปัชฌาย์อาจารย์เคย ประพฤติมาได้) ๗. อมถิตกัปปะ (ฉันนมสดที่แปรไปแล้ว แต่ยังไม่เป็นนมเปรี้ยวได้) ๘. ชโลคิ (ดื่มสุราอ่อนๆ ได้) ๙. อทสกนิสีทนะ (ใช้ผ้ารองนั่งไม่มีชายได้) ๑๐. ชาตรูปรชตะ (รับทองรับเงินได้) ท่านผู้เจริญ เอาเถอะ พวกเราจงช่วยกันวินิจฉัยอธิกรณ์นี้ ก่อนที่อธรรมจะ รุ่งเรือง ธรรมจะถูกคัดค้าน สิ่งมิใช่วินัยจะรุ่งเรือง วินัยจะถูกคัดค้าน ก่อนที่พวก อธรรมวาทีจะมีกำลัง พวกธรรมวาทีจะอ่อนกำลัง พวกอวินยวาทีจะมีกำลัง พวก วินยวาที จะอ่อนกำลัง ท่านพระสัมภูตสาณวาสีรับคำของท่านพระยสกากัณฑกบุตรแล้ว เรื่องภิกษุทั้งหลายชาวเมืองปาเฐยยะและทักขิณาบถ สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายชาวเมืองปาเฐยยะประมาณ ๖๐ รูป ทั้งหมดถือธุดงค์ คือ อยู่ป่าเป็นวัตร ทั้งหมดเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ทั้งหมดทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ทั้งหมดมีไตรจีวรเป็นวัตร ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ ประชุมปรึกษาหารือกันที่อโหคังค บรรพต ภิกษุทั้งหลายชาวอวันตีทักขิณาบถประมาณ ๘๐ รูป บางพวกถือธุดงค์ คือ @เชิงอรรถ : @ เขนง คือ เขาสัตว์, กลักหรือกระบอกเขาควายที่นิยมใช้บรรจุดินปืน หรือสิ่งของอื่น บางทีใช้เป่าบอก @อาณัติสัญญาณ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๔๐๑} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๒. สัตตสติกขันธกะ] ๑. ปฐมภาณวาร อยู่ป่าเป็นวัตร บางพวกเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร บางพวกทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร บางพวกมีไตรจีวรเป็นวัตร ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ ประชุมปรึกษาหารือกันที่อโหคังค บรรพต
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสัตตสติกขันธกะทั้งหมดมีเนื้อความอยู่ในข้อ ๖๓๐. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๒ สัตตสติกขันธกะ เรื่องพระวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเป็นต้น