มานัตหนึ่งร้อย
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๐๘อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯ โส ปุน อุปสมฺปนฺโน ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๐๙อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯ โส ปุน อุปสมฺปนฺโน ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปจฺฉิมสฺมึ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๐อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯ โส ปุน อุปสมฺปนฺโน ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมึ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๑อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯ โส ปุน อุปสมฺปนฺโน ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๒อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมึ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๓อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๔อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๕อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๖อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ยา อาปตฺติโย ชานาติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น ชานาติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ชานิตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อชานิตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมึ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๗อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ยา อาปตฺติโย ชานาติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น ชานาติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ชานิตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อชานิตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๘อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ยา อาปตฺติโย ชานาติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น ชานาติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ชานิตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อชานิตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๑๙อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ยา อาปตฺติโย ชานาติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น ชานาติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ชานิตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อชานิตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๒๐อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ยา อาปตฺติโย สรติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น สรติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ สริตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อสริตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมึ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๒๑อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ยา อาปตฺติโย สรติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น สรติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ สริตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อสริตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๒๒อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ยา อาปตฺติโย สรติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น สรติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ สริตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อสริตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๒๓อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ยา อาปตฺติโย สรติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น สรติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ สริตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อสริตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๒๔อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมึ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๒๕อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๒๖อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๒๗อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยาสุ อาปตฺตีสุ ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
๕๒๘อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา สามเณโร โหติ ฯเปฯ อุมฺมตฺตโก โหติ ฯเปฯ ขิตฺตจิตฺโต โหติ ฯเปฯ ยถา เหฏฺฐา ตถา วิตฺถาเรตพฺพํ ฯเปฯ เวทนฏฺโฏ โหติ ฯเปฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯเปฯ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ฯเปฯ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ฯเปฯ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส เวทนฏฺโฏ โหติ ฯ {๕๒๘.๑} โส ปุน อเวทนฏฺโฏ หุตฺวา ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯเปฯ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯเปฯ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯเปฯ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯ ตสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปุริมสฺมิญฺจ ปจฺฉิมสฺมิญฺจ อาปตฺติกฺขนฺเธ ยถาปฏิจฺฉนฺเน ปริวาสํ ทตฺวา มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ มานตฺตสตํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. มานัตตสตะ ว่าด้วยกรณีตัวอย่างการให้มานัต ๑๐๐ กรณี ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสสึกอุปสมบทใหม่
ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ไม่ได้ ปิดไว้แล้วสึก ถ้าภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้น ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ปิดอาบัติเหล่านั้น ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๒) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวปิดไว้แล้วสึกภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้น ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๖๖}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๕. มานัตตสตะ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ปิดไว้แล้วสึกภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ปิดอาบัติเหล่านั้น ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๔)
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ปิดไว้บ้าง ไม่ได้ปิดไว้บ้าง ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดได้ปิดไว้เมื่อก่อน ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๕) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ปิดไว้บ้างไม่ได้ปิดไว้บ้าง ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดได้ปิดไว้เมื่อก่อนไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและหลัง ตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๖) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ปิดไว้บ้างไม่ได้ปิดไว้บ้าง ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดได้ปิดไว้เมื่อก่อน ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและหลังตามที่ปิดไว้แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๗) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ปิดไว้บ้างไม่ได้ปิดไว้บ้าง ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดได้ปิดไว้เมื่อก่อน ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๖๗}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๕. มานัตตสตะ
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ อาบัติบางอย่างไม่รู้ ปิดอาบัติที่รู้ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่รู้ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดภิกษุนั้นรู้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วไม่ปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใดภิกษุนั้นไม่รู้ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วไม่ปิดในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๙) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ อาบัติบางอย่างไม่รู้ ปิดอาบัติที่รู้ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่รู้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบใหม่ อาบัติเหล่าใดภิกษุนั้นรู้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วไม่ปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใดภิกษุนั้นไม่รู้ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วปิดไว้ในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๐) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ อาบัติบางอย่างไม่รู้ ปิดอาบัติที่รู้ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่รู้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดรู้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วปิดไว้ในภายหลัง อาบัติเหล่าใดภิกษุนั้นไม่รู้ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วไม่ปิดในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๑) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ อาบัติบางอย่างไม่รู้ ปิดอาบัติที่รู้ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่รู้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดรู้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วปิดไว้ในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่รู้ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วปิดไว้ในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๖๘}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๕. มานัตตสตะ
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้ อาบัติบางอย่างระลึกไม่ได้ ปิดอาบัติที่ระลึกได้ไม่ปิดอาบัติที่ระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดระลึกได้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้ไม่ปิดไว้ในภายหลัง อาบัติเหล่าใดระลึกไม่ได้ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้แล้วไม่ปิดในภายหลัง ภิกษุทั้งหลายสงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๓) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว อาบัติ บางอย่างระลึกได้ อาบัติบางอย่างระลึกไม่ได้ ปิดอาบัติที่ระลึกได้ ไม่ปิดอาบัติที่ระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดระลึกได้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อนระลึกอาบัติเหล่านั้นได้แล้ว ไม่ปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใดระลึกไม่ได้ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้ ปิดในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๔) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว อาบัติ บางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้ อาบัติบางอย่างระลึกไม่ได้ ปิดอาบัติที่ระลึกได้ ไม่ปิดอาบัติที่ระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดระลึกได้แล้ว ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้ปิดไว้ในภายหลัง อาบัติเหล่าใดระลึกไม่ได้ ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้ไม่ปิดในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๕) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว อาบัติ บางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้ อาบัติบางอย่างระลึกไม่ได้ ปิดอาบัติที่ระลึกได้ ไม่ปิดอาบัติที่ระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดระลึกได้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้ปิดไว้ในภายหลัง อาบัติเหล่าใดระลึกไม่ได้ ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้ปิดในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๖๙}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๕. มานัตตสตะ
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ภิกษุนั้นแน่ใจในอาบัติบางอย่าง ไม่แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อนแน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๗) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ภิกษุนั้นแน่ใจในอาบัติบางอย่าง ไม่แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๘) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ภิกษุนั้นแน่ใจในอาบัติบางอย่าง ไม่แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อนแน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๙) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ภิกษุนั้นแน่ใจในอาบัติบางอย่าง ไม่แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อนแน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๒๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๐}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๕. มานัตตสตะ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสลดฐานะเป็นสามเณรเป็นต้น
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ไม่ได้ปิดไว้แล้วลดฐานะเป็นสามเณร ฯลฯ เกิดวิกลจริต ฯลฯ มีจิตฟุ้งซ่าน ฯลฯ (พึงให้พิสดารเหมือนในตอนต้น) เกิดกระสับกระส่ายเพราะเวทนา ฯลฯ อาบัติสังฆาทิเสสของภิกษุนั้นหลายตัว ปิดไว้บ้าง ไม่ได้ปิดไว้บ้าง ฯลฯ อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ อาบัติบางอย่างไม่รู้ ฯลฯ อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้อาบัติบางอย่างระลึกไม่ได้ ฯลฯ อาบัติบางอย่างแน่ใจ อาบัติบางอย่างไม่แน่ใจ ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นกระสับกระส่ายเพราะเวทนา ครั้นหายแล้ว อาบัติเหล่าใด แน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ฯลฯ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลังอาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ฯลฯ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ฯลฯ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ภิกษุทั้งหลายสงฆ์พึงให้ปริวาสในกองอาบัติครั้งก่อนและครั้งหลังตามที่ปิดไว้ แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๒๑-๑๐๐) มานัตตสตะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๓๗๗.
(อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้) -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๑ สมุจจยขันธกะ เรื่องพระอุทายีเป็นต้น