ควรอัพภานสึก เป็นต้น
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ ควรอัพภานสึก
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ อพฺภานารโห วิพฺภมติ ฯ วิพฺภนฺตกสฺส ภิกฺขเว อพฺภานํ น รูหติ ฯ โส เจ ปุน อุปสมฺปชฺชติ ตสฺส ตเทว ปุริมํ ปริวาสทานํ ฯ โย ปริวาโส ทินฺโน สุทินฺโน ฯ โย ปริวุตฺโถ สุปริวุตฺโถ ฯ ยํ มานตฺตํ ทินฺนํ สุทินฺนํ ฯ ยํ มานตฺตํ จิณฺณํ สุจิณฺณํ ฯ โส ภิกฺขุ อพฺเภตพฺโพ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภานสึกเสียการอัพภานเธอผู้สึกแล้ว ใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ฯ ควรอัพภานสึกบวชเป็นสามเณรเป็นต้น
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ อพฺภานารโห สามเณโร โหติ ฯเปฯ อุมฺมตฺตโก โหติ ฯเปฯ ขิตฺตจิตฺโต โหติ ฯเปฯ เวทนฏฺโฏ โหติ ฯเปฯ อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิปิยติ ฯเปฯ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺขิปิยติ ฯเปฯ ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสคฺเค อุกฺขิปิยติ ฯ อุกฺขิตฺตกสฺส ภิกฺขเว อพฺภานํ น รูหติ ฯ โส เจ ปุน โอสาริยติ ตสฺส ตเทว ปุริมํ ปริวาสทานํ ฯ โย ปริวาโส ทินฺโน สุทินฺโน ฯ โย ปริวุตฺโถ สุปริวุตฺโถ ฯ ยํ มานตฺตํ ทินฺนํ สุทินฺนํ ฯ ยํ มานตฺตํ จิณฺณํ สุจิณฺณํ ฯ โส ภิกฺขุ อพฺเภตพฺโพ ฯ จตฺตาฬีสกํ สมตฺตํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน สึกบวช เป็นสามเณร การอัพภานสามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้วมานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน เกิดวิกลจริต การอัพภานเธอผู้วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน มีจิตฟุ้งซ่าน การอัพภานเธอผู้มีจิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่านอีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน กระสับกระส่ายเพราะเวทนา การอัพภานเธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนาใช้ไม่ได้ หากเธอไม่กระสับกระส่ายเพราะเวทนาอีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้วที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่เห็นอาบัติ การอัพภานเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้วสงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่ทำคืนอาบัติ การอัพภานเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีกให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้วสงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่สละทิฐิเลวทราม การอัพภานเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีกให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติดีแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ฯ ตัวอย่าง ๔๐ เรื่อง จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ภิกษุผู้ควรแก่อัพภานสึก
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุผู้ควรแก่อัพภานสึกเสีย การ อัพภาน ภิกษุนั้นผู้สึกแล้วใช้ไม่ได้ ถ้าภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่ภิกษุนั้น ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ปริวาสที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว มานัตที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๓๓) ภิกษุผู้ควรแก่อัพภานลดฐานะเป็นสามเณรเป็นต้น ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุผู้ควรแก่อัพภาน ลดฐานะเป็นสามเณร ฯลฯ เกิดวิกลจริต ฯลฯ มีจิตฟุ้งซ่าน ฯลฯ กระสับกระส่ายเพราะเวทนา ฯลฯ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ฯลฯ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ฯลฯ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป การอัพภาน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๖๒}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๔. ฉัตติงสกะ ภิกษุนั้นผู้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมใช้ไม่ได้ ถ้าภิกษุนั้นถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่ภิกษุนั้น ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ปริวาสที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว มานัตที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้วสงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น (๓๔-๔๐) จัตตาฬีสกะ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๓๗๗.
(อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้) -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๑ สมุจจยขันธกะ เรื่องพระอุทายีเป็นต้น