ปัญหาวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺหาวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๒ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ ปัญหาวาร
คนฺโถเจวคนฺถสมฺปยุตฺโตจ ธมฺโม คนฺถสฺสเจว- คนฺถสมฺปยุตฺตสฺสจ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถาเจว- คนฺถสมฺปยุตฺตาจ เหตู สมฺปยุตฺตกานํ คนฺถานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ คนฺโถเจวคนฺถสมฺปยุตฺโตจ ธมฺโม คนฺถสมฺปยุตฺตสฺสเจวโนจคนฺถสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถาเจวคนฺถสมฺปยุตฺตาจ เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ คนฺโถเจวคนฺถสมฺปยุตฺโตจ ธมฺโม คนฺถสฺสเจวคนฺถสมฺปยุตฺตสฺสจ คนฺถสมฺปยุตฺตสฺสเจวโนจคนฺถสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถาเจวคนฺถสมฺปยุตฺตาจ เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ คนฺถานญฺจ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๕๗๑.๑} คนฺถสมฺปยุตฺโตเจวโนจคนฺโถ ธมฺโม คนฺถสมฺปยุตฺตสฺสเจวโนจคนฺถสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถสมฺปยุตฺตาเจวโนจคนฺถา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ คนฺถสมฺปยุตฺโตเจวโนจคนฺโถ ธมฺโม คนฺถสฺสเจวคนฺถสมฺปยุตฺตสฺสจ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถสมฺปยุตฺตาเจวโนจคนฺถา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ คนฺถานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๕๗๑.๒} คนฺถสมฺปยุตฺโตเจวโนจคนฺโถ ธมฺโม คนฺถสฺสเจวคนฺถ- สมฺปยุตฺตสฺสจ คนฺถสมฺปยุตฺตสฺสเจวโนจคนฺถสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถสมฺปยุตฺตาเจวโนจคนฺถา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ คนฺถานญฺจ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ คนฺโถเจวคนฺถสมฺปยุตฺโตจ คนฺถสมฺปยุตฺโตเจวโนจคนฺโถ จ ธมฺมา คนฺถสฺสเจวคนฺถสมฺปยุตฺตสฺสจ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถาเจวคนฺถสมฺปยุตฺตาจ คนฺถสมฺปยุตฺตาเจวโนจคนฺถา จ เหตู สมฺปยุตฺตกานํ คนฺถานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๕๗๑.๓} คนฺโถเจวคนฺถสมฺปยุตฺโตจ คนฺถสมฺปยุตฺโตเจว โนจคนฺโถ จ ธมฺมา คนฺถสมฺปยุตฺตสฺสเจวโนจคนฺถสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถาเจวคนฺถสมฺปยุตฺตาจ คนฺถสมฺปยุตฺตา- เจวโนจคนฺถา จ เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ คนฺโถเจวคนฺถสมฺปยุตฺโตจ คนฺถสมฺปยุตฺโตเจวโนจคนฺโถ จ ธมฺมา คนฺถสฺสเจวคนฺถสมฺปยุตฺตสฺสจ คนฺถสมฺปยุตฺตสฺสเจวโนจคนฺถสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถาเจวคนฺถสมฺปยุตฺตาจ คนฺถสมฺปยุตฺตาเจวโนจคนฺถา จ เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ คนฺถานญฺจ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัย แก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตคันถธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และคันถธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตคันถธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และคันถธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถ-*สัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม และที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตคันถธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถ-*สัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม และที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถ-*สัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถ-*สัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยเหตุ-*ปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม และที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และคันถธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
คนฺโถเจวคนฺถสมฺปยุตฺโตจ ธมฺโม คนฺถสฺสเจวคนฺถสมฺปยุตฺตสฺสจ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺเถ อารพฺภ คนฺถา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ คนฺเถ อารพฺภ คนฺถสมฺปยุตฺตาเจวโนจคนฺถา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ คนฺเถ อารพฺภ คนฺถา จ คนฺถสมฺปยุตฺตา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ คนฺถสมฺปยุตฺโตเจวโนจคนฺโถ ธมฺโม คนฺถสมฺปยุตฺตสฺสเจวโนจคนฺถสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: คนฺถสมฺปยุตฺเตเจวโนจคนฺเถ ขนฺเธ อารพฺภ คนฺถสมฺปยุตฺตาเจวโนจคนฺถา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ คนฺถสมฺปยุตฺเตเจวโนจคนฺเถ ขนฺเธ อารพฺภ คนฺถา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ คนฺถสมฺปยุตฺเตเจวโนจคนฺเถ ขนฺเธ อารพฺภ คนฺถา จ คนฺถสมฺปยุตฺตา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ เอวํ อิตเรปิ ตีณิ ปญฺหา กาตพฺพา ฯ อารมฺมณสทิสาเยว อธิปติยาปิ อนนฺตเรปิ อุปนิสฺสเยปิ ฯ วิภงฺโค นตฺถิ ฯ
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัย แก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้นพึงกระทำมูล เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่คันถธรรม เกิดขึ้น พึงกระทำมูล เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรมทั้งหลาย และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถ-*ธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เกิดขึ้นพึงกระทำมูล เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรมคันถธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น พึงกระทำมูล เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรมคันถธรรมและขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น หัวข้อปัจจัย ๓ แม้นอกนี้ ก็พึงกระทำอย่างที่กล่าวมาแล้ว ในอธิปติปัจจัยก็ดี ในอนันตรปัจจัยก็ดี ในอุปนิสสยปัจจัยก็ดี เหมือนกับอารัมมณปัจจัย วิภังค์ไม่มี
เหตุยา นว อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว อาเสวเน นว กมฺเม ตีณิ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ตีณิ ฌาเน ตีณิ มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต นว อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ อรูปํเยว ปจฺจยํ ฯ เอเกกสฺส ตีณิ ตีณิ กาตพฺพา ฯ อารมฺมณญฺจ สหชาตญฺจ อุปนิสฺสยญฺจ นวสุปิ ปริวตฺเตตพฺพํ ฯ เอวํ ปญฺหาวาเรปิ สพฺพํ กาตพฺพํ ฯ คนฺถคนฺถสมฺปยุตฺตทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ -----------------
ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในกัมมปัจจัย มี " ๓ ในอาหารปัจจัย มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย มี " ๓ ในฌานปัจจัย มี " ๓ ในมัคคปัจจัย มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๙ ในวิคตปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙ อรูปธรรมเท่านั้นเป็นปัจจัยแต่ละอย่าง พึงกระทำอย่างละ ๓ นัย อารัมมณะสหชาตะ อุปนิสสยะ พึงเปลี่ยนแปลงทั้ง ๙ นัย แม้ในปัญหาวาร ก็พึงกระทำอย่างที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด คันถคันถสัมปยุตตทุกะ จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๓๐. คันถคันถสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๓๐. คันถคันถสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตคันถะโดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะสัมปยุตด้วยคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่เหตุที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และคันถะโดยเหตุปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตคันถะโดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตคันถะโดยเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะสัมปยุตด้วยคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่เหตุที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และคันถะโดยเหตุปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๘๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๓๐. คันถคันถสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่เป็นคันถะสัมปยุตด้วยคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะโดยเหตุปัจจัยได้แก่ เหตุที่เป็นคันถะสัมปยุตด้วยคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เป็นคันถะสัมปยุตด้วยคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่เหตุที่เป็นคันถะสัมปยุตด้วยคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่เป็นคันถะสัมปยุตด้วยคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะสัมปยุตด้วยคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นคันถะสัมปยุตด้วยคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และคันถะโดยเหตุปัจจัย (๓)อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภคันถะคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภคันถะ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภคันถะ ขันธ์ที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะจึงเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ คันถะจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะคันถะและขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะจึงเกิดขึ้น (๓) (พึงเพิ่มเป็น ๓ วาระแม้นอกนี้อย่างนี้เหมือนกับอารัมมณปัจจัย อธิปติปัจจัยอนันตรปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย ไม่มีการจำแนกไว้)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๘๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๓๐. คันถคันถสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (อรูปเท่านั้นเป็นปัจจัย พึงจัดไว้ปัจจัยละ ๓ วาระ พึงเปลี่ยนอารัมมณปัจจัยสหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัยให้เป็นปัจจัยละ ๙ วาระ แม้ในปัญหาวาร ก็พึงเพิ่มทั้งหมดอย่างนี้) คันถคันถสัมปยุตตทุกะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๘๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ส่วนนี้ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ โลกิยทุกะ ปฏิจจวาร