อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ

๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๒๓พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 29 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 29 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 23 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัย ได้แก่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิ-ขณะ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย (๑)อารัมมณปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุที่เกิดขึ้นโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตายินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้น ราคะจึงเกิดขึ้นทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นแจ้งโสตะที่เกิดขึ้น ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่เกิดขึ้นโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณและอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)

ข้อ

สภาวธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งรูปที่ยังไม่เกิดขึ้น ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ... ขันธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น ขันธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณอนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)

ข้อ

สภาวธรรมที่จักเกิดขึ้นแน่นอนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดย อารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุที่จักเกิดขึ้นแน่นอน ฯลฯ กาย ... รูป... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่จักเกิดขึ้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร แน่นอนโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้นขันธ์ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ อนาคตังสญาณและอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑) อธิปติปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุที่เกิดขึ้นให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น บุคคลยินดีเพลิดเพลินโสตะที่เกิดขึ้น ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่เกิดขึ้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินโสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินรูปที่ยังไม่เกิดขึ้น ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... ขันธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินรูปเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่จักเกิดขึ้นแน่นอนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุที่จักเกิดขึ้นแน่นอน ฯลฯ กาย ... รูป ฯลฯ โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิ-ขณะ ขันธ์ ๑ ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปโดยสหชาตปัจจัยฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปโดยสหชาตปัจจัย ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยสหชาตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์โดยสหชาตปัจจัยมหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ฯลฯ มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปโดยสหชาตปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปโดยสหชาตปัจจัย (๑)อัญญมัญญปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอัญญมัญญปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัยหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์โดยอัญญมัญญปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัยฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๑) นิสสยปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยนิสสยปัจจัยฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหมมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เกิดขึ้นโดยนิสสยปัจจัย (๑)อุปนิสสยปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยอุตุที่เกิดขึ้นแล้วทำฌานให้เกิดขึ้น ทำ วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ สมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิอาศัยโภชนะที่เกิดขึ้น ฯลฯ เสนาสนะแล้วทำฌานให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ สมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อุตุที่เกิดขึ้น ... โภชนะ ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เกิดขึ้น ฯลฯ ปัญญา ... สุขทางกายทุกข์ทางกาย มรรค และผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเมื่อปรารถนาวรรณสมบัติที่ยังไม่เกิดขึ้น จึงให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ เมื่อปรารถนาสัททสมบัติที่ยังไม่เกิดขึ้น ... คันธสมบัติ ... รสสมบัติ ... โผฏฐัพพสมบัติ ... ขันธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจึงให้ทานสมาทานศีล รักษาอุโบสถ วรรณสมบัติที่ยังไม่เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เกิดขึ้น ฯลฯ ปัญญา ... สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย มรรคและผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่จักเกิดขึ้นแน่นอนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอุปนิสสย-ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเมื่อปรารถนาจักขุสมบัติที่จักเกิดขึ้นแน่นอนจึงให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ปรารถนาโสตสมบัติที่จักเกิดขึ้นแน่นอน ฯลฯ กายสมบัติ ฯลฯ วรรณสมบัติ ... คันธสมบัติ ... รสสมบัติ ... โผฏฐัพพสมบัติ... ขันธ์ที่จักเกิดขึ้นแน่นอน จึงให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ จักขุสมบัติที่จักเกิดขึ้นแน่นอน ฯลฯ กายสมบัติ ฯลฯ วรรณสมบัติ ฯลฯ โผฏฐัพพสมบัติฯลฯ ขันธ์ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เกิดขึ้น ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย มรรค และผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) ปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๑๐

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยปุเรชาตปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เกิดขึ้นโดยปุเรชาตปัจจัย (๑) ปัจฉาชาตปัจจัย

ข้อ ๑๑

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยปัจฉาชาตปัจจัยมีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) กัมมปัจจัย

ข้อ ๑๒

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัยในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร วิปากปัจจัย

ข้อ ๑๓

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยวิปากปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปากปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปากปัจจัย (๑) อาหารปัจจัย

ข้อ ๑๔

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอาหารปัจจัยได้แก่ อาหารที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอาหารปัจจัย (๑)อินทรียปัจจัย

ข้อ ๑๕

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอินทรียปัจจัยได้แก่ อินทรีย์ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอินทรีย-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอินทรีย-ปัจจัย (๑) ฌานปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๖

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยฌานปัจจัยเป็น ปัจจัยโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิปปยุตตปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์โดยวิปปยุตตปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร ปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เกิดขึ้นโดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตต-ปัจจัย (๑) อัตถิปัจจัย

ข้อ ๑๗

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอัตถิปัจจัยมี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ฯลฯ เห็นแจ้งหทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เกิดขึ้นโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัยกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๑) อวิคตปัจจัย

ข้อ ๑๘

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอวิคตปัจจัย ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

ข้อ ๑๙

เหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้)อนุโลม จบ ปัจจนียุทธาร

ข้อ ๒๐

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัยและอินทรียปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอารัมมณปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่จักเกิดขึ้นแน่นอนเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นโดยอารัมมณ-ปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย (๑) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

ข้อ ๒๑

นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนอัตถิปัจจัย มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ โนอวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ (พึงนับอย่างนี้)ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

ข้อ ๒๒

นราอัมมปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

ข้อ ๒๓

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๗. อุปปันนติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ปัจจนียานุโลม จบ ปัญหาวาร จบ อุปปันนติกะ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕๙}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อุปฺปนฺนตฺติกํ ปญฺหาวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน อุปปันนัตติกะ ปัญหาวาร

ข้อ ๑๘๘๘

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อุปฺปนฺนา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปนฺนา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๘๘๙

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปฺปนฺนํ จกฺขุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ ... โทมนสฺสํ ... อุปฺปนฺนํ โสตํ ... ฆานํ ชิวฺหํ กายํ รูเป สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ วตฺถุํ ... อุปฺปนฺเน ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ อุปฺปนฺนา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุที่เป็นอุปปันนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ โสตะที่เป็นอุปปันนธรรม ฯลฯ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะหทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยงโดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๘๙๐

อนุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อนุปฺปนฺเน รูเป ... สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ ... อนุปฺปนฺเน ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ อนุปฺปนฺนา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ รูปที่เป็นอนุปปันนธรรม ฯลฯ เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปปันนธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่อนาคตตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๘๙๑

อุปฺปาที ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปฺปาทึ จกฺขุํ ... กายํ รูเป สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ วตฺถุํ ... อุปฺปาที ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ อุปฺปาที ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโต- ฯเปฯ อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ จักขุที่เป็นอุปปาทิธรรม ฯลฯ กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ฯลฯ หทัยวัตถุ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปาทิธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา โทมนัส เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ ฯลฯ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๘๙๒

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: อุปฺปนฺนํ จกฺขุํ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ฯเปฯ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อุปฺปนฺนํ โสตํ ... ฆานํ ชิวฺหํ กายํ รูเป สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ วตฺถุํ ... อุปฺปนฺเน ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ สหชาตาธิปติ: อุปฺปนฺนา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำจักขุที่เป็นอุปปันนธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น โสตะที่เป็นอุปปันนธรรม ฯลฯ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะหทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำโสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ฯลฯ ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏรูปฐานทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๘๙๓

อนุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: อนุปฺปนฺเน รูเป ... สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ ... อนุปฺปนฺเน ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ

อนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ รูปที่เป็นอนุปันนธรรม ฯลฯ เสียง กลิ่นรส โผฏฐัพพะ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปันนธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำรูปเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น

ข้อ ๑๘๙๔

อุปฺปาที ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: อุปฺปาทึ จกฺขุํ ... กายํ รูเป ... โผฏฺฐพฺเพ วตฺถุํ ... อุปฺปาที ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ

อุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ จักขุที่เป็นอุปปาทิธรรม ฯลฯ กาย รูป ฯลฯ โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปาทิธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น

ข้อ ๑๘๙๕

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปฺปนฺโน เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปนฺโน เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ทฺวินฺนํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ขนฺธา วตฺถุสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ ขนฺธานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย เอกํ มหาภูตํ ติณฺณนฺนํ มหาภูตานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว มหาภูตา ... มหาภูตา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อุปาทารูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย พาหิรํ ... อาหาร ... อุตุ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... เทฺว มหาภูตา ... มหาภูตา กฏตฺตารูปานํ อุปาทารูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยสหชาต-*ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยสหชาต-*ปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยสหชาตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยสหชาตปัจจัย มหาภูตรูป๒ ฯลฯ มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ มหาภูตรูป-*ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๑๘๙๖

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อญฺญมญฺญ- ปจฺจเยน ปจฺจโย อุปฺปนฺโน เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปนฺโน เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ วตฺถุสฺส จ อญฺญมญฺญ- ปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ขนฺธา วตฺถุสฺส อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ ขนฺธานํ อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย เอกํ มหาภูตํ ... พาหิรํ ... อาหาร ... อุตุ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ติณฺณนฺนํ มหาภูตานํ อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว มหาภูตา ... ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัยหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยอัญญมัญญปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยอัญญ-*มัญญปัจจัย มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ

ข้อ ๑๘๙๗

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปฺปนฺโน เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺธา วตฺถุสฺส วตฺถุ ขนฺธานํ เอกํ มหาภูตํ ... พาหิรํ ... อาหาร ... อุตุ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... มหาภูตา กฏตฺตารูปานํ อุปาทารูปานํ จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ อุปฺปนฺนานํ ขนฺธานํ นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยนิสสยปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์-*ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูปทั้งหลาย จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม โดยนิสสยปัจจัย

ข้อ ๑๘๙๘

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุปฺปนฺนํ อุตุํ อุปนิสฺสาย ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... มคฺคํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ ... มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อุปฺปนฺนํ โภชนํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... มคฺคํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ ... มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อุปฺปนฺนํ อุตุํ ... โภชนํ ... เสนาสนํ อุปฺปนฺนาย สทฺธาย ปญฺญาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยฤดูที่เป็นอุปปันนธรรม แล้วยังฌานให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ สมาบัติ ฯลฯ ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยโภชนะที่เป็นอุปปันนธรรม ฯลฯ เสนาสนะ แล้วยังฌานให้เกิดขึ้นวิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ สมาบัติ ฯลฯ ก่อมานะ ถือทิฏฐิ ฤดูที่เป็นอุปปันนธรรม ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอุปปันนธรรม แก่ปัญญา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย

ข้อ ๑๘๙๙

อนุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อนุปฺปนฺนํ วณฺณสมฺปทํ ปตฺถยมาโน ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ อุโปสถกมฺมํ กโรติ อนุปฺปนฺนํ สทฺทสมฺปทํ ... คนฺธสมฺปทํ รสสมฺปทํ โผฏฺฐพฺพสมฺปทํ ... อนุปฺปนฺเน ขนฺเธ ปตฺถยมาโน ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... อนุปฺปนฺนา วณฺณสมฺปทา ... อนุปฺปนฺนา ขนฺธา อุปฺปนฺนาย สทฺธาย ปญฺญาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลปรารถนาวรรณสมบัติที่เป็นอนุปันนธรรมย่อมให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม บุคคลปรารถนาสัททสมบัติที่เป็นอนุปปันนธรรม ฯลฯ คันธสมบัติ รสสมบัติโผฏฐัพพสมบัติ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปปันนธรรม ย่อมให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ วรรณสมบัติที่เป็นอนุปปันนธรรม ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนุปปันนธรรมเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอุปปันนธรรม แก่ปัญญา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรคแก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๐

อุปฺปาที ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุปฺปาทึ จกฺขุสมฺปทํ ปตฺถยมาโน ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... อุปฺปาทึ โสตสมฺปทํ ... กายสมฺปทํ วณฺณสมฺปทํ คนฺธสมฺปทํ ... รสสมฺปทํ ... โผฏฺฐพฺพสมฺปทํ ... อุปฺปาที ขนฺเธ ปตฺถยมาโน ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... อุปฺปาที จกฺขุสมฺปทา ... กายสมฺปทา วณฺณสมฺปทา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพสมฺปทา ... อุปฺปาที ขนฺธา อุปฺปนฺนาย สทฺธาย ปญฺญาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลปรารถนาจักขุสมบัติที่เป็นอุปปาทิธรรมย่อมให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ บุคคลปรารถนาโสตสมบัติที่เป็นอุปปาทิธรรม ฯลฯ กายสมบัติ วรรณสมบัติ คันธ-*สมบัติ ฯลฯ รสสมบัติ ฯลฯ โผฏฐัพพสมบัติ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปาทิธรรม ย่อมให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ จักขุสมบัติที่เป็นอุปปาทิธรรม ฯลฯ กายสมบัติ วรรณสมบัติ ฯลฯ โผฏฐัพพสมบัติฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอุปปันนธรรม แก่ปัญญา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่ผลสมบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๑

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ... ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ วตฺถุ อุปฺปนฺนานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็น อารัมมณปเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งเพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ เกิดขึ้น โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๒

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อุปฺปนฺนา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๓

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อุปฺปนฺนา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปนฺนา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๔

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย วิปาโก อุปฺปนฺโน เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปนฺโน เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ เทฺว ขนฺธา ... ขนฺธา วตฺถุสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปปันนธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปากปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๕

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อุปฺปนฺนา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๖

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปฺปนฺนา อินฺทฺริยา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายินฺทฺริยํ กายวิญฺญาณสฺส รูปชีวิตินฺทฺริยํ กฏตฺตารูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๗

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อุปฺปนฺนา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปนฺนา ขนฺธา กฏตฺตารูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ขนฺธา วตฺถุสฺส วตฺถุ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ ... วตฺถุ อุปฺปนฺนานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อุปฺปนฺนา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๘

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: อุปฺปนฺโน เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐนานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ เอกํ มหาภูตํ ... พาหิรํ ... อาหาร ... อุตุ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา ... ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ อุปฺปนฺนานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อุปฺปนฺนา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส รูปชีวิตินฺทฺริยํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ มหาภูตรูป ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๑๙๐๙

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอวิคตปัจจัย

ข้อ ๑๙๑๐

เหตุยา เอกํ อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ตีณิ สหชาเต เอกํ อญฺญมญฺเญ เอกํ นิสฺสเย เอกํ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต เอกํ ปจฺฉาชาเต กมฺเม วิปาเก อาหาเร อินฺทฺริเย ฌาเน มคฺเค สมฺปยุตฺเต วิปฺปยุตฺเต อตฺถิยา อวิคเต เอกํ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย มี " ๑ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๑ ในปัจฉาชาตปัจจัย ในกัมมปัจจัย ในวิปากปัจจัย ในอาหารปัจจัย ในอินทริยปัจจัย ในฌานปัจจัย ในมัคคปัจจัย ในสัมปยุตตปัจจัย ในวิปปยุตตปัจจัย ในอัตถิปัจจัย ในอวิคตปัจจัย มี " ๑พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ

ข้อ ๑๙๑๑

อุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย

ข้อ ๑๙๑๒

อนุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อนุปปันนธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น ปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๑๙๑๓

อุปฺปาที ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อุปปาทิธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปันนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น ปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๑๙๑๔

นเหตุยา ตีณิ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา ตีณิ ฯเปฯ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนอตฺถิยา เทฺว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ โนอวิคเต เทฺว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๒พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ

ข้อ ๑๙๑๕

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... โนนตฺถิยา โนวิคเต เอกํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑อนุโลมปัจจนียะ จบ

ข้อ ๑๙๑๖

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ... อธิปติยา ตีณิ สหชาเต เอกํ อญฺญมญฺเญ เอกํ นิสฺสเย เอกํ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต เอกํ ปจฺฉาชาเต เอกํ กมฺเม วิปาเก อาหาเร อินฺทฺริเย ฌาเน มคฺเค สมฺปยุตฺเต วิปฺปยุตฺเต อตฺถิยา อวิคเต เอกํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปญฺหาวาโร นิฏฺฐิโต ฯ อุปฺปนฺนตฺติกํ สตฺตรสมํ นิฏฺฐิตํ --------

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ปัจจนียานุโลม จบ ปัญหาวาร จบ อุปันนัตติกะ ที่ ๑๗ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/