๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (บริบูรณ์แล้ว)จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นขันธ์ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสข-บุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๗๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นของอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่เป็นของอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)
สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสขบุคคลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ... (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุ-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลทำสภาว-ธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสขบุคคลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ... จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) ... ทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคล... มี ๓ วาระ (เหมือนกับสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคล)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๗๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระขันธ์ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จักขุ-วิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสข-บุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นของอเสข-บุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสขบุคคลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ... (๑) สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของอเสขบุคคลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ... (๑)อธิปติปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๗๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร สหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัยเพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็น ของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคล ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสข-บุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสขบุคคลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ... (๑)กัมมปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นของเสขบุคคล ... เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัยเพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๗๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร อนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๗ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑๗ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๗ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๗ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๗ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ วิคตปัจจัย มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็น ของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๗๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ... หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำมหาภูตรูป ๑... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) นอารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็น ของเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย (บริบูรณ์แล้ว)สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... จักขายตนะ ... ขันธ์ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสข-บุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๗๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสข-บุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่อธิบดีธรรมที่เป็นของอเสขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของอเสขบุคคลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) นอนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็น ของเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัยเพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย (มี ๗ วาระ) เพราะนอาเสวนปัจจัย เพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่เจตนาที่เป็นของเสขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำขันธ์ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ เจตนาที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสข-บุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นของเสขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๗๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นของเสขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)นวิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (บทมีสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลเป็นมูลมี ๓ วาระ) สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (บทมีสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลเป็นมูล มี ๓ วาระ) สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลและที่ไม่เป็นของเสขบุคคลอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (ในเสกขฆฏนา มี๓ วาระ) นอาหารปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย เพราะนอินทรียปัจจัย เพราะนฌานปัจจัย เพราะนมัคคปัจจัย เพราะนสัมปยุตตปัจจัยเพราะนวิปปยุตตปัจจัย เพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย ฯลฯ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๗๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๘๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร นอัญญมัญญปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปัจจยวาร จบ (นิสสยวารเหมือนกับปัจจยวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๘๑}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปจฺจยวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ปัจจยวาร
เสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ตีณิ ปฏิจฺจวารสทิสํ ฯ อเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา อเสกฺโข ... เหตุปจฺจยา ตีณิ ปฏิจฺจวารสทิสํ ฯ
เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร อเสกขธรรม อาศัยอเสกขธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร
เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ... เหตุปจฺจยา ปริปุณฺณํ มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ วตฺถุํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ขนฺธา ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา เสกฺขา ขนฺธา ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา อเสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อเสกฺขา ขนฺธา ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข จ เนวเสกฺขานาเสกฺโข จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา เสกฺขา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา อเสกฺโข จ เนวเสกฺขานาเสกฺโข จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อเสกฺขา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ
เนวเสกขนาเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ เพราะ เหตุปัจจัย พึงใส่ให้เต็ม จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ เสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ เสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย อเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรมเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
เสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา เสกฺขํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ เสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา เสกฺเข ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ เสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข จ เนวเสกฺขานาเสกฺโข จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา เสกฺขํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... เสกฺเข ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อเสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ... ตีณิ เสกฺขสทิสา ฯ
เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกขธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ เนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นเสกขธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม และเนวเสกขานา-*เสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกขธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต-*สมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นเสกขธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ฯลฯ อาศัยอเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม มี ๓ นัย เหมือนกับเสกข
เสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา เอกํ ฯ อเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา ... เอกํ ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา ... เอกํ วตฺถุํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ขนฺธา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ขนฺธา ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา เสกฺขา ขนฺธา ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา อเสกฺโข ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อเสกฺขา ขนฺธา ฯ
เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ นัย ฯลฯ อาศัยอเสกขธรรม มี ๑ นัย ฯลฯ อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม มี ๑ นัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ เสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
เสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา เสกฺขํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกขธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อเสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อเสกฺโข ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา อเสกฺขํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อเสกขธรรม อาศัยอเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเสกขธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
เสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา สหชาตปจฺจยา อญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา อาเสวนปจฺจยา เสกฺขํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจโย ตโย ขนฺธา ฯ
เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย เพราะอนันตรปัจจัย เพราะ สมนันตรปัจจัย เพราะ สหชาตปัจจัย เพราะ อัญญมัญญปัจจัยเพราะ นิสสยปัจจัย เพราะ อุปนิสสยปัจจัย เพราะ ปุเรชาตปัจจัย เพราะ อาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกกธรรม
เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ธมฺโม ... อาเสวนปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺขํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ขนฺธา ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม ... วตฺถุํ ปจฺจยา เสกฺขา ขนฺธา ฯ
เนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ เพราะ อาเสวนปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวเสกขานา-*เสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ เสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม ฯลฯ
เสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม ... อาเสวนปจฺจยา เสกฺขํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรมและเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกขธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
เสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ กมฺมปจฺจยา วิปากปจฺจยา วิปากํ เสกฺขํ เอกํ ขนฺธํ ... อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ
เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม เกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปาก-*ปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเสกขธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ฯลฯ เพราะ อาหารปัจจัย เพราะ อินทริยปัจจัย เพราะ ฌานปัจจัย เพราะ มัคคปัจจัยเพราะ สัมปยุตตปัจจัย เพราะ วิปปยุตตปัจจัย เพราะ อัตถิปัจจัย เพราะ นัตถิปัจจัยเพราะ วิคตปัจจัย เพราะ อวิคตปัจจัย
เหตุยา สตฺตรส อารมฺมเณ สตฺต อธิปติยา สตฺตรส อนนฺตเร สตฺต สมนนฺตเร สตฺต สหชาเต สตฺตรส อญฺญมญฺเญ สตฺต นิสฺสเย สตฺตรส อุปนิสฺสเย สตฺต ปุเรชาเต สตฺต อาเสวเน จตฺตาริ กมฺเม สตฺตรส วิปาเก สตฺตรส อาหาเร สตฺตรส อินฺทฺริเย ฌาเน มคฺเค สตฺตรส สมฺปยุตฺเต สตฺต วิปฺปยุตฺเต สตฺตรส อตฺถิยา สตฺตรส นตฺถิยา สตฺต วิคเต สตฺต อวิคเต สตฺตรส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๗ ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๗ ในอนันตรปัจจัย มี " ๗ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๗ ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๗ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๗ ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๗ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๗ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๗ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๔ ในกัมมปัจจัย มี " ๑๗ ในวิปากปัจจัย มี " ๑๗ ในอาหารปัจจัย มี " ๑๗ ในอินทริยปัจจัย ในฌานปัจจัย ในมัคคปัจจัย มีวาระ ๑๗ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๗ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๗ ในอัตถิปัจจัย มี " ๑๗ ในนัตถิปัจจัย มี " ๗ ในวิคตปัจจัย มี " ๗ ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ
เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ... เทฺว ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปจฺจยา วตฺถุ วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา พาหิรํ ... อาหาร ... อุตุ ... อสญฺญสตฺตานํ ... จกฺขายตนํ ปจฺจยา ... กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ เสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ธมฺโม ... นอารมฺมณปจฺจยา ฯ
เนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวเสกขานาเสกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุอาศัยมหาภูตรูป ๑ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ อาศัยจักขายตนะ ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ เนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
เสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา เสกฺเข ขนฺเธ ปจฺจยา เสกฺโข อธิปติ ฯ อเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา อเสกฺโข ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา อเสกฺเข ขนฺเธ ปจฺจยา อเสกฺโข อธิปติ ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา ปริปุณฺณํ อสญฺญสตฺตานํ ... จกฺขายตนํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข อธิปติ ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา เสกฺโข อธิปติ ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา อเสกฺโข ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อเสกฺโข อธิปติ ฯ
เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นเสกขธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม อเสกขธรรม อาศัยอเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นอเสกขธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเสกขธรรม เนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติ-*ปัจจัย พึงใส่ให้เต็ม คือ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ จักขายตนะ ฯลฯ อธิปติธรรมที่เป็นเสกขานา-*เสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ เสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นอเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
เสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา ... นอธิปติปจฺจยา เสกฺเข ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เสกฺโข อธิปติ ฯ อเสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อเสกฺโข ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา อเสกฺเข ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อเสกฺโข อธิปติ ฯ
อาศัยเสกธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติ-*ปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นเสกขธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรมและหทัยวัตถุ อเสกขธรรม อาศัยอเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นอเสกขธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเสกขธรรมและหทัยวัตถุ
เสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ธมฺโม ... นอนนฺตรปจฺจยา นสมนนฺตรปจฺจยา นอญฺญมญฺญปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา นปจฺฉาชาตปจฺจยา สตฺต ฯ นอาเสวนปจฺจยา ... ฯ
เนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอนันตร-*ปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย ไม่ใช่เพราะอุปนิสสย-*ปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย มี ๗ นัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย ฯลฯ
... นกมฺมปจฺจยา เสกฺเข ขนฺเธ ปจฺจยา เสกฺขา เจตนา ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺเข ขนฺเธ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา เจตนา พาหิรํ ... อาหาร ... อุตุ ... วตฺถุํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา เจตนา ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา เสกฺขา เจตนา ฯ เสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา เสกฺเข ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา เสกฺขา เจตนา ฯ
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นเสกขธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรม เนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมม-*ปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นเนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวเสกขานา-*เสกขธรรม พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ เจตนาที่เป็นเนวเสก-*ขานาเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ เสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นเสกขธรรม อาศัยหทัยวัตถุ เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นเสกขธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเสกขธรรมและหทัยวัตถุ
เสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม ... นวิปากปจฺจยา ฯ เสกฺขมูลเก ตีณิ ฯ เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ธมฺโม ... นวิปากปจฺจยา ฯ เนวเสกฺขา- นาเสกฺขมูลเก ตีณิ ฯ เสกฺขญฺจ เนวเสกฺขานาเสกฺขญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เสกฺโข ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา ฯ เสกฺขฆฏเนสุ ตีณิ ฯ
เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย ใน เสกขมูลกะ มี ๓ นัย เนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปาก-*ปัจจัย ในเนวเสกขานาเสกขมูลกะ มี ๓ นัย เสกขธรรม อาศัยเสกขธรรม และเนวเสกขานาเสกขธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย ในปัจจัยสงเคราะห์ แห่งเสกขธรรมทั้งหลาย มี ๑ นัย
เนวเสกฺขานาเสกฺขํ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวเสกฺขานาเสกฺโข ธมฺโม ... นอาหารปจฺจยา นอินฺทฺริยปจฺจยา นฌานปจฺจยา นมคฺคปจฺจยา นสมฺปยุตฺตปจฺจยา นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา โนนตฺถิปจฺจยา โนวิคตปจฺจยา ฯ
เนวเสกขานาเสกขธรรม อาศัยเนวเสกขานาเสกขธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย ไม่ใช่เพราะนัตถิ-*ปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
นเหตุยา เอกํ นอารมฺมเณ ปญฺจ นอธิปติยา สตฺต นอนนฺตเร ปญฺจ นสมนนฺตเร ปญฺจ นอญฺญมญฺเญ ปญฺจ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต สตฺต นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน สตฺตรส นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ปญฺจ โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ปญฺจ ... นอธิปติยา สตฺต นอนนฺตเร นสมนนฺตเร นอญฺญมญฺเญ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต สตฺต นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน สตฺตรส นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ปญฺจ โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร สมนนฺตเร สหชาเต อญฺญมญฺเญ เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคเต เอกํ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปจฺจยวาโร นิฏฺฐิโต ฯ นิสฺสยวาโร ปจฺจยวารสทิโส ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ ปัจจยวาร จบ นิสสยวาร เหมือนกับปัจจยวาร