๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย (ย่อ) เพราะอวิคตปัจจัย๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) นอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็น อารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร นปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ไม่มีปฏิสนธิ) (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัยเหมือนกับนอธิปติปัจจัย) นกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑) นวิปากปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... เพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) นวิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร นปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้)อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร สมนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๒ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ (สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปริตฺตารมฺมณตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ปริตตารัมมณัตติกะ ปฏิจจวาร
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตารมฺมณํ ... ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อธิปติปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคตปจฺจยา ฯ
ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ- *ปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย
เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย มี " ๓ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี " ๓พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ เหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ เหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่ เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ อธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ อธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... นปุเรชาตปจฺจยา มหคฺคตารมฺมเณ ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย ในมหัคคตารัมมณ ปฏิสนธิ ไม่มี
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ นปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ นอาเสวนปจฺจยญฺจ นอธิปติสทิสํ ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่ เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย เหมือนกับ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา ปริตฺตารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมณา เจตนา ฯ
ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมม-*ปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา มหคฺคตารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมณา เจตนา ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ กัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา อปฺปมาณารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมณา เจตนา ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่ เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ... นวิปากปจฺจยา ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ วิปากปัจจัย ปฏิสนธิ ไม่มี ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่ เพราะมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
ปริตตารัมมณธรรม อาศัยปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม อาศัยมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม อาศัยอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
นเหตุยา ตีณิ นอธิปติยา ตีณิ ฯเปฯ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นฌาเน เอกํ นมคฺเค ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอธิปติยา ตีณิ ... นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ... อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต ตีณิ อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย ตีณิ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ตีณิ อาเสวเน เทฺว กมฺเม ตีณิ วิปาเก เอกํ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ตีณิ ฌาเน ตีณิ มคฺเค เทฺว สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต ตีณิ อตฺถิยา ตีณิ นตฺถิยา ตีณิ วิคเต ตีณิ อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปฏิจฺจวาโร นิฏฺฐิโต ฯ สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับ ปฏิจจวาร