อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๘

๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘–๓๖พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 30 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 30 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 19 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ ๑๘

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึง ปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ... มี๓ วาระ

ข้อ ๑๙

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)

ข้อ ๒๐

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน ... มี ๓ วาระอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๒๑

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึง ปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ... มี๑ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นจักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) อธิปติปัจจัย

ข้อ ๒๒

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึง ปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน ... มี ๑ วาระ ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ (แม้ในข้อนี้ฆฏนาก็เหมือนกับเหตุปัจจัย)อนันตรปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๒๓

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัยเพราะสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำหทัยวัตถุ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย (ย่อ พึงเพิ่มฆฏนาทั้งหมด)อัญญมัญญปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๒๔

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสย-

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร ปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปาก-ปัจจัย เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัยเพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัยเพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๒๕

เหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๗ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๗ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๗ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๗ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๗ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร อัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ วิคตปัจจัย มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๒๖

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึง ปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร นเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)นอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๒๗

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย (ย่อเหมือนกับปฏิจจวาร) นอธิปติปัจจัย

ข้อ ๒๘

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึง ปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่ เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัยฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔)

ข้อ ๒๙

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ และทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัยได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) นอนันตรปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๓๐

... เพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญ- มัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวารมี ๗ วาระ) เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย (พึงเพิ่มให้บริบูรณ์)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร นอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึง ปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่ เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัยได้แก่ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) นกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๒

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึง ปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่เจตนาที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... เจตนาที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิจุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติและนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัยได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) นวิปากปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๓๓

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึง ปฏิสนธิและจุติให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (พึงเพิ่มให้บริบูรณ์ ไม่มีในปฏิสนธิขณะ) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ เพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ รูปชีวิตินทรีย์ทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ปัญจวิญญาณ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่สภาวธรรมที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานทำหทัยวัตถุ ... เพราะนสัมปยุตตปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร มี ๓ วาระ) เพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๓๔

นเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๒ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๑ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๓. ปัจจยวาร ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย

ข้อ ๓๕

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้)อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย

ข้อ ๓๖

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๔ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๔ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๓๓๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๐. อาจยคามิติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นิสสยปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๔ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๔ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๔ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๔ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๔ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๔ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๔ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๔ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๔ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๔ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๔ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปัจจยวาร จบ (นิสสยวารเหมือนกับปัจจยวาร)

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปจฺจยวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ปัจจยวาร

ข้อ ๑๐๔๒

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อาจยคามึ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปจฺจยา เทฺว ขนฺธา ฯ อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อาจยคามี ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ จ เนวาจยคามินาปจยคามิ จ ธมฺมา ... อาจยคามึ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา ... ตีณิ ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ อาศัยอปจยคามิธรรม มี ๓ นัย

ข้อ ๑๐๔๓

เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามิ- นาปจยคามิ ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามึ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปจฺจยา วตฺถุ วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อาจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม ... วตฺถุํ ปจฺจยา อปจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ จ เนวาจยคามินาปจยคามิ จ ธมฺมา ... วตฺถุํ ปจฺจยา อาจยคามี ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ จ เนวาจยคามินาปจยคามิ จ ธมฺมา ... วตฺถุํ ปจฺจยา อปจยคามี ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจย-*คามิธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูต-*รูปทั้งหลาย

ข้อ ๑๐๔๔

อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อาจยคามึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อาจยคามี ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ จ เนวาจยคามินาปจยคามิ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อาจยคามึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อาจยคามี ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อปจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม ... ตีณิ ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิ- *ธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย-*คามิธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต-*สมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย อปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ มี ๓ นัย

ข้อ ๑๐๔๕

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อาจยคามึ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ฯ อปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา ... เอกํ ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม ฯลฯ อาศัยอปจยคามิธรรม มี ๑ นัย

ข้อ ๑๐๔๖

เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามิ- นาปจยคามิ ธมฺโม ... เนวาจยคามินาปจยคามึ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... วตฺถุํ ปจฺจยา อาจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม ... วตฺถุํ ปจฺจยา อปจยคามี ขนฺธา ฯ

เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจคามิธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะกายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัย-*หทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ

ข้อ ๑๐๔๗

อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... อาจยคามึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิ-*ธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ

ข้อ ๑๐๔๘

อปจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อปจยคามึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

อปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิ-*ธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอปจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ

ข้อ ๑๐๔๙

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา ตีณิ ฯ อปจยคามิ ตีณิ ฯ เนวาจยคามินาปจยคามิ ... เนวาจยคามึ เอกํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... ฯ อิธาปิ ฆฏนา เหตุสทิสา ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย อปจยคามิธรรม มี ๓ นัย เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามิ-*นาปจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ แม้ในข้อนี้ ปัจจัยสงเคราะห์ก็เหมือนกับเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๐๕๐

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา สหชาตปจฺจยา ตีณิ ฯ อปจยคามิ ตีณิ ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... สหชาตปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามึ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... สหชาตปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺเพ ฆฏนา กาตพฺพา ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะอนันตรปัจจัย เพราะ สมนันตรปัจจัย เพราะ สหชาตปัจจัย มี ๓ นัย อปจยคามิธรรม มี ๓ นัย เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจคามิธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขุวิญญาณอาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ อาศัยหทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัยฯลฯ พึงกระทำปัจจัยสงเคราะห์ทั้งหลาย

ข้อ ๑๐๕๑

อปจยคามึ ธมฺมํ ... อญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา อาเสวนปจฺจยา กมฺมปจฺจยา วิปากปจฺจยา อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ

อปจยคามิธรรม ฯลฯ เพราะ อัญญมัญญปัจจัย เพราะ นิสสยปัจจัยเพราะ อุปนิสสยปัจจัย เพราะ ปุเรชาตปัจจัย เพราะ อาเสวนปัจจัย เพราะ กัมมปัจจัยเพราะ วิปากปัจจัย เพราะ อาหารปัจจัย เพราะ อินทริยปัจจัย เพราะ ฌานปัจจัยเพราะ มัคคปัจจัย เพราะ สัมปยุตตปัจจัย เพราะ วิปปยุตตปัจจัย เพราะ อัตถิปัจจัยเพราะ นัตถิปัจจัย เพราะ วิคตปัจจัย เพราะ อวิคตปัจจัย

ข้อ ๑๐๕๒

เหตุยา สตฺตรส อารมฺมเณ สตฺต อธิปติยา สตฺตรส อนนฺตเร สตฺต สมนนฺตเร สตฺต สหชาเต สตฺตรส อญฺญมญฺเญ สตฺต นิสฺสเย สตฺตรส อุปนิสฺสเย สตฺต ปุเรชาเต สตฺต อาเสวเน สตฺต กมฺเม สตฺตรส วิปาเก เอกํ อาหาเร สตฺตรส อินฺทฺริเย ฌาเน มคฺเค สตฺตรส สมฺปยุตฺเต สตฺต วิปฺปยุตฺเต สตฺตรส อตฺถิยา สตฺตรส นตฺถิยา สตฺต วิคเต สตฺต อวิคเต สตฺตรส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๗ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๗ ในอธิปติปัจจัย มี " ๑๗ ในอนันตรปัจจัย มี " ๗ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๗ ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๗ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๗ ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๗ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๗ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๗ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๗ ในกัมมปัจจัย มี " ๑๗ ในวิปากปัจจัย มี " ๑ ในอาหารปัจจัย มี " ๑๗ ในอินทริยปัจจัย ในฌานปัจจัย ในมัคคปัจจัย มี " ๑๗ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๗ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๗ ในอัตถิปัจจัย มี " ๑๗ ในนัตถิปัจจัย มีวาระ ๗ ในวิคตปัจจัย มี " ๗ ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๗พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ

ข้อ ๑๐๕๓

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ เนวาจยคามินาปจยคามึ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา เนวาจยคามินาปจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... นเหตุปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคา-*มินาปจยคามิธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะเหตุ-*ปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยหทัยวัตถุ

ข้อ ๑๐๕๔

อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... นเหตุปจฺจยา ฯ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิ-*ธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและหทัยวัตถุ

ข้อ ๑๐๕๕

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... นอารมฺมณปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ปฏิจฺจวารสทิสํ ฯ

เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่ เพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ เหมือนกับ ปฏิจจวาร

ข้อ ๑๐๕๖

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ตีณิ ฯ อปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา อปจยคามี ขนฺเธ ปจฺจยา อปจยคามิ อธิปติ ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อาจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อปจยคามิ อธิปติ ฯ เนวาจยคามิ- นาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ จ เนวาจยคามินาปจยคามิ จ ธมฺมา ... นอธิปติปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อาจยคามี ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติ- *ปัจจัย มี ๓ นัย อปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ คือ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติ-*ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติ-*ปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจย-*คามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูต-*รูปทั้งหลาย

ข้อ ๑๐๕๗

อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา อาจยคามึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... อาจยคามี ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ จ เนวาจยคามินาปจยคามิ จ ธมฺมา ... อาจยคามึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อาจยคามี ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิ- *ธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย-*คามิธรรม ฯลฯ คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต-*สมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย

ข้อ ๑๐๕๘

อปจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา อปจยคามี ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อปจยคามิ อธิปติ ฯ นอนนฺตรปจฺจยา นสมนนฺตรปจฺจยา นอญฺญมญฺญปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา ปฏิจฺจวารสทิสา สตฺต ปญฺหา ฯ นปจฺฉาชาตปจฺจยา ปริปุณฺณํ ฯ

อปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิ- *ธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัยไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร มีหัวข้อปัจจัย ๗ ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย พึงใส่ให้เต็ม

ข้อ ๑๐๕๙

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... นอาเสวน- ปจฺจยา ตีณิ ฯ อปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา อปจยคามี ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ ... จกฺขายตนํ ปจฺจยา กายายตนํ ปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อาจยคามี ขนฺธา ฯ เนวาจยคามิ- นาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ จ เนวาจยคามินาปจยคามิ จ ธมฺมา ... วตฺถุํ ปจฺจยา อาจยคามี ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ๓ นัย เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวน-*ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ คือ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ อาศัยจักขายตนะ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวน-*ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจย-*คามิธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูต-*รูปทั้งหลาย

ข้อ ๑๐๖๐

อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... อาจยคามึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... อาจยคามี ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ จ เนวาจยคามินาปจยคามิ จ ธมฺมา ... อาจยคามึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อาจยคามี ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา อปจยคามี ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิ- *ธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย-*คามิธรรม ฯลฯ คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม และหทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย-*คามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอปจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย

ข้อ ๑๐๖๑

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา อาจยคามี ขนฺเธ ปจฺจยา อาจยคามิ เจตนา ฯ อปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา อปจยคามี ขนฺเธ ปจฺจยา อปจยคามิ เจตนา ฯ เนวาจยคามิ- นาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามี ขนฺเธ ปจฺจยา เนวาจยคามิ- นาปจยคามิ เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ เจตนา ฯ เนวาจยคามิ- นาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อาจยคามิ เจตนา ฯ เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อปจยคามิ เจตนา ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม อปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามิ-*นาปจยคามิธรรม พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ เจตนาที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อาจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมม-*ปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ อปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมม-*ปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยหทัยวัตถุ

ข้อ ๑๐๖๒

อาจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา อาจยคามี ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อาจยคามิ เจตนา ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิ- *ธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรมและหทัยวัตถุ

ข้อ ๑๐๖๓

อปจยคามิญฺจ เนวาจยคามินาปจยคามิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อปจยคามิ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา อปจยคามี ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อาจยคามิ เจตนา ฯ

อปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิ- *ธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอาจยคามิธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรมและหทัยวัตถุ

ข้อ ๑๐๖๔

อาจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา อาจยคามิ ธมฺโม ... นวิปากปจฺจยา ฯ ปริปุณฺณํ กาตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ นตฺถิ ฯ

อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย พึงกระทำให้เต็ม ในปฏิสนธิขณะ ไม่มี

ข้อ ๑๐๖๕

เนวาจยคามินาปจยคามึ ธมฺมํ ปจฺจยา เนวาจยคามินาปจยคามิ ธมฺโม ... นอาหารปจฺจยา พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ

เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ

ข้อ ๑๐๖๖

... นอินฺทฺริยปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปจฺจยา รูปชีวิตินฺทฺริยํ ฯ

ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย

ข้อ ๑๐๖๗

... นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณํ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ... ฯ

ฯลฯ ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ปัญจวิญญาณ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ

ข้อ ๑๐๖๘

... นมคฺคปจฺจยา อเหตุกา เนวาจยคามินาปจยคามิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา เนวาจยคามิ ... นสมฺปยุตฺตปจฺจยา นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ ปฏิจฺจวารสทิสํ ตีณิ ฯ โนนตฺถิปจฺจยา โนวิคตปจฺจยา ฯ

ฯลฯ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ เนวาจยคามินาปจยคามิ ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลายมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ อาศัยกายายตนะ เนวาจคามิ ฯลฯ ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร มี ๓ นัย ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย

ข้อ ๑๐๖๙

นเหตุยา จตฺตาริ นอารมฺมเณ ปญฺจ นอธิปติยา ทฺวาทส นอนนฺตเร ปญฺจ นสมนนฺตเร นอญฺญมญฺเญ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต สตฺต นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน เอกาทส นกมฺเม สตฺต นวิปาเก สตฺตรส นอาหาเร นอินฺทฺริเย นฌาเน นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๑๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๕พึงนับอย่างนี้ ปัจจะนียะ จบ

ข้อ ๑๐๗๐

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ปญฺจ ... นอธิปติยา ทฺวาทส นอนนฺตเร นสมนนฺตเร นอญฺญมญฺเญ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต สตฺต นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน เอกาทส นกมฺเม สตฺต นวิปาเก สตฺตรส นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ

ข้อ ๑๐๗๑

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ จตฺตาริ ... อนนฺตเร สมนนฺตเร สหชาเต อญฺญมญฺเญ นิสฺสเย อุปนิสฺสเย ปุเรชาเต อาเสวเน กมฺเม จตฺตาริ วิปาเก เอกํ อาหาเร จตฺตาริ อินฺทฺริเย ฌาเน จตฺตาริ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต วิปฺปยุตฺเต อตฺถิยา นตฺถิยา วิคเต จตฺตาริ อวิคเต จตฺตาริ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปจฺจยวาโร สมตฺโต ฯ นิสฺสยวาโร ปจฺจยวารสทิโส ฯ

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๔ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ ในนัตถิปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๔ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ ปัจจยวาร จบบริบูรณ์ นิสสยวาร เหมือนกับ ปัจจยวาร

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/