ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๐๙6 มาตราต้นฉบับ PDF · 2 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 c08317f1… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้าพ.ศ. ๒๕๐๙ พ.ศ. ๒๕๖๘ ตามที่มีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙พ.ศ. ๒๕๖๖ลงวันที่ ๙ตุลาคม๒๕๖๖นั้น โดยประกาศกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าวกำหนดให้นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับ ชำนาญการขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ซึ่งเป็นไปตามข้อ ๑๐ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖แต่เนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์มีอัตรากำลังของข้าราชการที่มีตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไปไม่เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ประกอบความเห็นของคณะกรรมการ ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย เรื่องเสร็จที่ ๑๓๕๓/๒๕๖๗เรื่อง การพิจารณาอนุมัติให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการแตกต่างจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙พ.ศ. ๒๕๖๘”

  2. ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙พ.ศ. ๒๕๖๖ลงวันที่ ๙ตุลาคม๒๕๖๖

  3. ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย ในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

    (๑) รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๒) ผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจ

    (๓) ผู้อำนวยการกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ

    (๔) ผู้อำนวยการกองข้อมูลธุรกิจ

    (๕) ผู้อำนวยการกองกำกับบัญชีธุรกิจ

    (๖) ผู้อำนวยการกองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน

    (๗) ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย

    (๘) ผู้อำนวยการกองธรรมาภิบาลธุรกิจ

    (๙) นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดกองทะเบียนธุรกิจ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กองข้อมูลธุรกิจ กองกำกับบัญชีธุรกิจ กองธุรกิจภูมิภาค และชุมชนและกองธรรมาภิบาลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๑๐) นักวิชาการพาณิชย์ระดับปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วตั้งแต่สามปี หรือปฏิบัติหน้าที่มาแล้วหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสามปีและผ่านการอบรมและทดสอบเกี่ยวกับกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดกองทะเบียนธุรกิจ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กองข้อมูลธุรกิจ กองกำกับบัญชีธุรกิจ กองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน และกองธรรมาภิบาลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๑๑) นิติกรตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักกฎหมาย กรมพัฒนา ธุรกิจการค้า

  4. ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย เฉพาะในท้องที่จังหวัดซึ่งความผิดทางพินัยได้เกิดขึ้น

    (๑) พาณิชย์จังหวัด

    (๒) นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

    (๓) นักวิชาการพาณิชย์ระดับปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วตั้งแต่สามปี หรือปฏิบัติ หน้าที่มาแล้วหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสามปี และผ่านการอบรมและทดสอบเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

  5. ให้ข้าราชการตามข้อ ๓หรือข้อ ๔แล้วแต่กรณี คนหนึ่งคนใดมีอำนาจ ปรับเป็นพินัยในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยซึ่งมีอัตราอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

  6. ให้ข้าราชการตามข้อ ๓หรือข้อ ๔แล้วแต่กรณี มีอำนาจปรับเป็นพินัย ในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยซึ่งมีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท โดยต้องทำเป็นองค์คณะ ประกอบด้วยข้าราชการไม่น้อยกว่าสามคน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๑๓กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๒/ตอนพิเศษ๑๑๔ง/หน้า ๑๑/๗มีนาคม๒๕๖๘

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10970ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNmM4MzVhY2MtZjhlYy00Y2Y4LWJmOTItMzhiMjMyYjAxZWI4IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKcwMDg5IOC4m-C4o-C4sOC4geC4suC4qCAyNTY4LeC4njExNOC4hy0xMS5wZGYifQ.0fUP7-wDEH5vEuR_ujJFafFdUc4CuOwUpqA7RyldpBc2 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:c08317f16364a7dd1a4322848e768ff94488fab1dc7716463f676153b0fa0520ดึงเมื่อ 2026-08-24T01:22:02.236Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR