พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗89 มาตรา13 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 41 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f01150be… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๔–๒๓ · 20 มาตรา
  2. หมวด ๒ การเก็บภาษีส่วนเพิ่มมาตรา ๒๔–๕๒ · 29 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๑ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมาตรา ๒๖–๒๗ · 2 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๒ การคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒มาตรา ๒๘–๔๑ · 14 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๓ ภาษีส่วนเพิ่มต่างประเทศมาตรา ๔๒–๔๕ · 4 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๔ กิจการร่วมค้ามาตรา ๔๖–๔๙ · 4 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๕ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่มาตรา ๕๐–๕๑ · 2 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๖ ภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศไทยมาตรา ๕๒ · 1 มาตรา
  9. หมวด ๓ การยื่นรายงานหรือรายการ การชำระภาษีส่วนเพิ่ม และการขอคืนภาษีส่วนเพิ่มมาตรา ๕๓–๕๙ · 7 มาตรา
  10. หมวด ๔ อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมาตรา ๖๐–๗๐ · 11 มาตรา
  11. หมวด ๕ การอุทธรณ์มาตรา ๗๑–๗๖ · 6 มาตรา
  12. หมวด ๖ เบี้ยปรับและเงินเพิ่มมาตรา ๗๗–๗๙ · 3 มาตรา
  13. หมวด ๗ บทกำหนดโทษ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒มาตรา ๘๐–๘๙ · 10 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒ ก พระราชกำหนด ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖7 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยภาษีส่วนเพิ่ม พระราชกำหนดนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชกำหนดนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยและสนับสนุนมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ ที่นานาประเทศได้กำหนดร่วมกันให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่เสียภาษีจากการประกอบกิจการ ในแต่ละประเทศไม่น้อยกว่าอัตราภาษีขั้นต่ำ ซึ่งการตราพระราชกำหนดนี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติ ไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒ ก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๔ อำนาจเจ้าพนักงานประเมิน

    11 มาตรา
  2. ๖๐

    เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษี โดยให้มีอำนาจประเมินภาษีส่วนเพิ่มได้ ภายในกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการ

  3. ๖๑

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่ากลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ ของนิติบุคคลในเครือใดแสดงข้อมูลตามแบบรายงานข้อมูลตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษี ระหว่างประเทศที่ได้ยื่นไว้ ไม่ว่าจะได้ยื่นไว้ที่ประเทศใด ไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่ครบถ้วน หรือกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกใดได้แสดงรายการตามแบบแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้องตามความจริง หรือไม่ครบถ้วน ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกนิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า หรือกิจการร่วมค้าลูกนั้นมาไต่สวนและออกหมายเรียกพยาน กับสั่งให้นิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้าลูก หรือพยานนั้นนำบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาแสดงได้ แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันส่งหมาย ทั้งนี้ การออกหมายเรียกดังกล่าว จะต้องกระทำภายในกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้

    (๑) ภายในห้าปีนับแต่วันที่กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติของนิติบุคคลในเครือนั้นได้ยื่นแบบรายงาน ข้อมูลตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ สำหรับกรณีนิติบุคคลในเครือ และพยานที่เกี่ยวข้อง

    (๒) ภายในห้าปีนับแต่วันที่กิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกได้ยื่นแบบแสดงรายการ สำหรับกรณีกิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้าลูก และพยานที่เกี่ยวข้อง กำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หากปรากฏหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า นิติบุคคลในเครือ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติของนิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า หรือกิจการร่วมค้าลูกนั้นมีเจตนาหลีกเลี่ยง ภาษีหรือเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการคืนภาษีส่วนเพิ่ม อธิบดีจะอนุมัติให้ขยายเวลา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒ ก การออกหมายเรียกดังกล่าวเกินห้าปีก็ได้ แต่ต้องไม่เกินเจ็ดปีนับแต่วันที่กำหนดไว้ใน (๑) หรือ

    (๒) แล้วแต่กรณี แต่กรณีการขยายเวลาเพื่อประโยชน์ในการคืนภาษี ให้ขยายได้ไม่เกินกำหนดเวลา ตามที่มีสิทธิขอคืนภาษี

  4. ๖๒

    เมื่อได้จัดการตามมาตรา ๖๑ และทราบข้อความแล้ว เจ้าพนักงานประเมิน มีอำนาจแก้ไขจำนวนเงินที่ต้องชำระที่ได้แสดงไว้เดิมตามแบบรายงานข้อมูลตามมาตรการป้องกัน การกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ หรือแบบแสดงรายการได้โดยอาศัยพยานหลักฐานที่ปรากฏ และแจ้งจำนวนเงินที่ต้องชำระอีกไปยังผู้ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้

  5. ๖๓

    ถ้าผู้ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มไม่ปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน ตามมาตรา ๖๑ หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถาม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เจ้าพนักงานประเมิน มีอำนาจประเมินเงินภาษีส่วนเพิ่มตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องและแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระไปยัง ผู้ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม และให้ผู้นั้นชำระภาษีส่วนเพิ่มพร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ในกรณีนี้ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน

  6. ๖๔

    นิติบุคคลในเครือใดที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ ของนิติบุคคลในเครือใดที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบรายงานข้อมูลตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษี ระหว่างประเทศแต่ไม่ยื่น หรือกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกใดมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการ แต่ไม่ยื่น ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกนิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า หรือ กิจการร่วมค้าลูกนั้นมาไต่สวนและออกหมายเรียกพยาน กับสั่งให้นิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้าลูก หรือพยานนั้น นำบัญชีหรือพยานหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาแสดงได้ แต่ต้อง ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันส่งหมาย

  7. ๖๕

    เมื่อได้จัดการตามมาตรา ๖๔ และทราบข้อความแล้ว เจ้าพนักงานประเมิน มีอำนาจประเมินเงินภาษีส่วนเพิ่มและแจ้งจำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่ต้องชำระไปยังผู้ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม และให้ผู้นั้นชำระภาษีส่วนเพิ่มพร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒ ก

  8. ๖๖

    ถ้าผู้ได้รับหมายหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินไม่ปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่ง ตามมาตรา ๖๔ หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เจ้าพนักงานประเมิน มีอำนาจประเมินเงินภาษีส่วนเพิ่มตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องและแจ้งจำนวนภาษีส่วนเพิ่มไปยังผู้ต้องเสียภาษี ส่วนเพิ่ม และให้ผู้นั้นชำระภาษีส่วนเพิ่มพร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับหนังสือแจ้ง ในกรณีนี้ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน

  9. ๖๗

    เพื่อประโยชน์ในการคืนภาษีส่วนเพิ่มตามมาตรา ๕๙ เจ้าพนักงานประเมิน อาจส่งหนังสือแจ้งความแก่ผู้มีสิทธิขอคืนหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร หรือหลักฐานอันจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร

  10. ๖๘

    ภาษีส่วนเพิ่มซึ่งต้องเสียตามพระราชกำหนดนี้ เมื่อถึงกำหนดชำระแล้ว ถ้ามิได้เสียให้ถือเป็นภาษีค้าง และเพื่อให้ได้รับชำระภาษีค้าง ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดและ ขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีนั้นได้ทั่วราชอาณาจักร โดยมิต้องขอให้ศาล ออกหมายยึดหรือสั่ง อำนาจดังกล่าวอธิบดีจะมอบให้รองอธิบดีหรือสรรพากรภาคสำหรับการดำเนินการ ภายในเขตท้องที่ก็ได้ วิธีการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยอนุโลม ส่วนวิธีการอายัดให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดดังกล่าวให้หักค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดและขายทอดตลาด และเงินภาษีค้าง ถ้ามีเงินเหลือให้คืนแก่เจ้าของทรัพย์สิน

  11. ๖๙

    เมื่อได้มีคำสั่งยึดหรืออายัดตามมาตรา ๖๘ แล้ว ห้ามผู้ใดทำลาย ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่บุคคลอื่นซึ่งทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดดังกล่าว

  12. ๗๐

    เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา ๖๘ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ดังกล่าวมีอำนาจ ดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) ออกหมายเรียกผู้ต้องรับผิดชำระภาษีค้างและบุคคลใด ๆ ที่มีเหตุสมควรเชื่อว่าจะเป็น ประโยชน์แก่การจัดเก็บภาษีค้างมาให้ถ้อยคำ

    (๒) สั่งบุคคลตาม

    (๑) ให้นำบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่นอันจำเป็นแก่การจัดเก็บภาษีค้าง มาตรวจสอบ

    (๓) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรทำการตรวจค้นหรือยึดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่นของบุคคลตาม

    (๑) เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒ ก การดำเนินการตาม (๑) หรือ

    (๒) ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันที่ ได้รับหมายเรียกหรือคำสั่ง การออกคำสั่งและทำการตาม

    (๓) ต้องเป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10128ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZTM0OWU5NTEtZTkyMi00N2IwLTgxM2EtYTdlNGI1NWRjOTU0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKAwMDExIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4s-C4q-C4meC4lCAyNTY3LTgy4LiBLTEt4Lit4LiZ4Li44Lih4Lix4LiV4Li0LnBkZiJ9.4sSIy412dbTbap3RdITjTzN32npBqJ7-Ixyvky1kMl041 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:f01150beaaa491f47a34b8e353377bf05c453abe02d132011e2b582c4d8f05f8ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:25:43.380Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR