พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๔

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๔19 มาตรา2 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 9 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 b3a4aa12… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจมาตรา ๘–๑๕ · 8 มาตรา
  2. หมวด ๒ มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้มาตรา ๑๖–๑๙ · 4 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๕ พระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟู ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๔”

  2. พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  3. ในพระราชกำหนดนี้ “สถาบันการเงิน” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินซึ่งประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๖ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกำหนดนี้

  4. เพื่อเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือจากมาตรการที่รัฐกำหนดให้ประชาชนต้องปฏิบัติอันเป็น การระงับ ยับยั้ง และแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการระบาดของโรคดังกล่าว ให้กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม มีหน้าที่และอำนาจ ดำเนินการตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชกำหนดนี้ด้วย

  5. นอกจากการให้กู้ยืมเงินตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินเป็นการเฉพาะคราว เพื่อให้สถาบันการเงิน นำไปให้ผู้ประกอบธุรกิจกู้ยืม หรือเพื่อใช้ประโยชน์ตามที่กำหนดในพระราชกำหนดนี้ ทั้งนี้ ภายในวงเงิน ไม่เกินสามแสนห้าหมื่นล้านบาท การให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินตามวรรคหนึ่ง อาจทำโดยวิธีการรับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่สถาบันการเงินผู้กู้เป็นผู้ออกก็ได้ มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙

    (๔) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับแก่การให้กู้ยืมเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยตามพระราชกำหนดนี้

  6. ในการดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ ให้สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจ เจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ได้รับยกเว้น ค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้

    (๑) ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจำนอง และค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนสัญญา หลักประกันทางธุรกิจ อันเนื่องมาจากการกู้ยืมเงินตามหมวด ๑ หรือการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อคืนทรัพย์สิน อันเป็นหลักประกันตามหมวด ๒

    (๒) ค่าธรรมเนียมอันเนื่องมาจากการโอนทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ให้แก่บรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อมตามหมวด ๑ หรือการโอนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเพื่อชำระหนี้ ให้แก่สถาบันการเงินหรือการโอนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันคืนผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สิน อันเป็นหลักประกันตามหมวด ๒

  7. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๗

  8. หมวด ๑ มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ

    8 มาตรา
  9. ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปให้ผู้ประกอบธุรกิจกู้ยืมตามที่กำหนดในหมวดนี้ ภายในวงเงินไม่เกิน สองแสนห้าหมื่นล้านบาท ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน เพิ่มเติมจากวงเงินตามวรรคหนึ่งได้ แต่เมื่อรวมกับวงเงินให้กู้ยืมตามหมวด ๒ แล้ว ต้องไม่เกินวงเงิน ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง อัตราดอกเบี้ยในการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้คิดในอัตรา ร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่งต่อปี

  10. ให้สถาบันการเงินยื่นคำขอกู้ยืมเงินต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ ใช้บังคับ แต่ในกรณีที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่และมีความจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือต่อไป หรือจะยุติ การดำเนินมาตรการ ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะขยายระยะเวลา ยื่นคำขอกู้ยืมเงินดังกล่าวออกไปอีกไม่เกินหนึ่งปีก็ได้ หรือจะยุติการดำเนินมาตรการนี้ก่อนกำหนดก็ได้ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ ในการให้กู้ยืมเงินตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้สถาบันการเงินผู้กู้ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้

  11. ๑๐

    เงินที่สถาบันการเงินได้รับตามมาตรา ๙ ต้องนำไปใช้ให้กู้ยืมแก่ผู้ประกอบธุรกิจ ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่จะให้กู้ยืม ไม่เกินห้าร้อยล้านบาทหรือจำนวนมากกว่านั้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ ให้พิจารณาวงเงินสินเชื่อ ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นเกณฑ์ วงเงินสินเชื่อตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงวงเงินสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคตามที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด

  12. ๑๑

    ในการให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๐ สถาบันการเงิน ต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๘

    (๑) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้กู้ยืมเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด

    (๒) คิดอัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด แต่ต้องไม่เกินร้อยละห้าต่อปี โดยในช่วงระยะเวลาสองปีแรกของสัญญาให้คิดอัตราดอกเบี้ยได้ ไม่เกินร้อยละสองต่อปี

    (๓) ไม่เรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้ประกอบธุรกิจในระหว่างหกเดือนแรกนับแต่วันที่ผู้ประกอบธุรกิจ ได้รับสินเชื่อของการยื่นขอสินเชื่อแต่ละคราว หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดตาม

    (๑) ให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึงเป็นสำคัญ ให้กระทรวงการคลังจ่ายเงินชดเชยตาม

    (๓) ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยเรียกเก็บ เพื่อจ่ายชดเชยให้แก่สถาบันการเงินต่อไป

  13. ๑๒

    ให้สถาบันการเงินชำระคืนเงินที่ได้กู้ยืมตามหมวดนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่ธนาคาร แห่งประเทศไทยภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้รับเงินกู้ หรือระยะเวลายาวกว่านั้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด การชำระคืนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด

  14. ๑๓

    เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบปัญหาหรือได้รับ ผลกระทบอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมมีวัตถุประสงค์ หน้าที่ และอำนาจในการค้าประกันสินเชื่อ ที่สถาบันการเงินให้ผู้ประกอบธุรกิจกู้ยืมตามพระราชกำหนดนี้ด้วย ในการค้าประกันสินเชื่อตามวรรคหนึ่ง ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม รับภาระไม่เกินร้อยละสี่สิบของวงเงินสินเชื่อทั้งหมดที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งได้ให้เงินกู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ตามมาตรา ๑๑ และมีการค้าประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมตามมาตรานี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อม ร่วมกันกำหนด เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๙ ค่าธรรมเนียมการค้าประกันสินเชื่อตามวรรคหนึ่ง ให้เรียกเก็บได้ไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดเจ็ดห้าต่อปี ของวงเงินค้าประกันสินเชื่อ โดยให้กระทรวงการคลังจ่ายเงินชดเชยค่าธรรมเนียมการค้าประกันสินเชื่อดังกล่าว ไม่เกินร้อยละสามจุดห้าของวงเงินค้าประกันสินเชื่อให้แก่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมยุติการค้าประกันสินเชื่อตามวรรคหนึ่ง เมื่อพ้นหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการกู้ยืมตามมาตรา ๙ การยุติการค้าประกันสินเชื่อดังกล่าว ไม่กระทบต่อสิทธิและความรับผิดที่เกิดขึ้นจากการค้าประกันที่กระทำไปก่อนแล้ว

  15. ๑๔

    ในระหว่างการดำเนินการตามมาตรา ๑๓ หากบรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อมขาดสภาพคล่องเฉพาะที่เกิดจากการดำเนินการตามมาตรา ๑๓ ให้กระทรวงการคลังมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามควรแก่กรณี เพื่อให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมสามารถดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการดำเนินการตามมาตรา ๑๓ หากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมมีภาระ ต้องชำระหนี้อันเป็นผลให้ขาดทุนเป็นจำนวนเท่าใด ให้กระทรวงการคลังชดใช้ให้ โดยให้สำนักงบประมาณ ตั้งงบประมาณชดใช้เป็นรายปีให้แล้วเสร็จภายในห้าปีนับแต่วันที่ทราบจำนวนเงินที่ขาดทุน หลักเกณฑ์และวิธีการในการคิดผลขาดทุนตามวรรคสองให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลัง ประกาศกำหนด

  16. ๑๕

    เมื่อบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมชำระหนี้ให้สถาบันการเงิน ตามมาตรา ๑๓ แล้ว ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นผู้รับช่วงสิทธิ ของสถาบันการเงินที่มีต่อผู้ประกอบธุรกิจ การบริหารจัดการหนี้ที่ได้รับช่วงสิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยจะกำหนดให้มอบหมายให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วย บริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือบุคคลอื่น ดำเนินการแทนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ถือว่าบรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ผลกำไรที่ได้จากการดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

  17. หมวด ๒ มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้

    4 มาตรา
  18. ๑๖

    ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินเพื่อใช้ ในการดำเนินการตามหมวดนี้ ภายในวงเงินไม่เกินหนึ่งแสนล้านบาท เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๑๐ ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน เพิ่มเติมจากวงเงินตามวรรคหนึ่งได้ แต่เมื่อรวมกับวงเงินให้กู้ยืมตามหมวด ๑ แล้ว ต้องไม่เกินวงเงิน ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง

  19. ๑๗

    สถาบันการเงินที่จะขอกู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยตามหมวดนี้ ต้องเป็นสถาบันการเงินที่ได้รับโอนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด แต่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้ประกอบธุรกิจเป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินนั้นอยู่แล้วก่อนวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

    (๒) ผู้ประกอบธุรกิจมีทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นของผู้ประกอบธุรกิจเองหรือของบุคคลอื่น เป็นหลักประกันการชำระหนี้ตาม

    (๑) อยู่แล้ว

    (๓) สถาบันการเงินรับโอนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันการชำระหนี้ตาม

    (๒) เพื่อชำระหนี้ ที่ค้างชำระอยู่ตามจำนวนที่ตกลงกัน

    (๔) ในการรับโอนทรัพย์สินตาม

    (๓) ต้องมีเงื่อนไขว่าผู้ประกอบธุรกิจ หรือเจ้าของทรัพย์สิน อันเป็นหลักประกัน หรือบุคคลอื่นซึ่งผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันกำหนด มีสิทธิซื้อทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันคืนได้ภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน ซึ่งต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ โอนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน หรือภายในระยะเวลาที่ยาวกว่านั้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศขยายตามมาตรา ๑๙

    (๕) เมื่อผู้ประกอบธุรกิจโอนทรัพย์สินตาม

    (๔) แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิเช่าทรัพย์สินนั้น จากสถาบันการเงินเพื่อไปประกอบธุรกิจตามสภาพแห่งทรัพย์สินได้ ตามอัตราค่าเช่าที่จะตกลงกัน แต่ต้องแจ้งความประสงค์ว่าจะเช่าให้สถาบันการเงินทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่โอนทรัพย์สิน

    (๖) ราคาทรัพย์สินที่สถาบันการเงินจะขายคืนให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สิน อันเป็นหลักประกันตาม

    (๔) ต้องไม่สูงกว่าราคาที่รับโอนไว้รวมกับค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดหักด้วยค่าเช่าตาม (๕)

  20. ๑๘

    เมื่อสถาบันการเงินทำสัญญารับโอนทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ตามมาตรา ๑๗ แล้ว สถาบันการเงินมีสิทธิกู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๑๑ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ให้สถาบันการเงินยื่นคำขอกู้ยืมเงิน ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามวรรคหนึ่งได้ไม่เกินจำนวนเงินที่เป็นราคารับโอนทรัพย์สินดังกล่าว โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่งต่อปี แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปอีกไม่เกินหนึ่งปีก็ได้

  21. ๑๙

    ให้สถาบันการเงินชำระคืนเงินที่ได้กู้ยืมตามหมวดนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่ธนาคาร แห่งประเทศไทยภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้รับเงินกู้ หรือระยะเวลายาวกว่านั้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด การชำระคืนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๑๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่การระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ส่งผลให้ความเสี่ยง ด้านเครดิตในระบบการเงินของประเทศปรับสูงขึ้นมาก แม้ในช่วงที่ผ่านมาภาครัฐจะดำเนินมาตรการ ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัว และต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางการเงินเพื่อสร้างสภาพคล่องเพิ่มเติม แก่ผู้ประกอบธุรกิจให้สอดคล้องกับวัฏจักรการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงมีมาตรการลดภาระหนี้ ของผู้ประกอบธุรกิจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจโอนทรัพย์สินชำระหนี้แก่สถาบันการเงินโดยมีเงื่อนไข ซื้อคืนในราคาที่โอนไปและมีสิทธิเช่าทรัพย์สินนั้นกลับไปใช้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะ ขาดสภาพคล่องหรือผิดนัดชำระหนี้อันจะส่งผลต่อฐานะทางการเงินของสถาบันการเงิน และต่อเสถียรภาพ ทางการเงินและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง การดำเนินมาตรการดังกล่าว จึงต้องกระทำโดยเร่งด่วนเพื่อป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามบานปลาย จึงเข้าลักษณะเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ ของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๓๙ ก หนา้ ๑๙ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนด รวม ๒ ฉบับ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอ ๑. พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒. พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๔ รวม ๒ ฉบับ ไปเพื่อรัฐสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นั้น ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติอนุมัติพระราชกำหนด รวม ๒ ฉบับดังกล่าว และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติอนุมัติพระราชกำหนด รวม ๒ ฉบับ ดังกล่าวแล้ว จึงประกาศมาตามความในมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกาศ ณ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖4 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/185ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYWM5MTI0MjAtNTUyYS00MTAxLWIwYWQtZDM1ZTJhMDA1YTBlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMDkyIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4s-C4q-C4meC4lCAyNTY0LTI24LiBLTUgKOC4ieC4muC4seC4mnVwZGF0ZSAyNTY0LTM54LiBLTE5KS5wZGYifQ.M7M1c5Xz5NabpuzSP0DUzqHsBqRCbM0x5Kiy1ma0to09 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:b3a4aa122b462b7772f65f7fecde8169bac99430ccfa0c222bd8f71f3d165223ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:22:16.309Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR