อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๕๒๙

สโมธานปริวาส

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๒๙–๕๕๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 26 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 26 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 9 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯ โส ปุน อุปสมฺปนฺโน ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯ โส ปุน อุปสมฺปนฺโน ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯ โส ปุน อุปสมฺปนฺโน ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯ โส ปุน อุปสมฺปนฺโน ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ยา อาปตฺติโย ชานาติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น ชานาติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ชานิตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อชานิตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ยา อาปตฺติโย ชานาติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น ชานาติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ชานิตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อชานิตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ยา อาปตฺติโย ชานาติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น ชานาติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ชานิตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อชานิตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ยา อาปตฺติโย ชานาติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น ชานาติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ ชานิตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อชานิตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา ชานิตฺวา ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยฏิถาปจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ยา อาปตฺติโย สรติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น สรติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ สริตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อสริตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ยา อาปตฺติโย สรติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น สรติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ สริตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อสริตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ยา อาปตฺติโย สรติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น สรติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ สริตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อสริตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ยา อาปตฺติโย สรติ ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย น สรติ ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ สริตฺวา ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ อสริตฺวา น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา สริตฺวา ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมปนฺโน ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา สามเณโร โหติ ฯเปฯ อุมฺมตฺตโก โหติ ฯเปฯ ขิตฺตจิตฺโต โหติ ฯเปฯ เวทนฏฺโฏ โหติ ฯเปฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ยถา ปริวาสํ วิตฺถาริตํ ตถา วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ ฯเปฯ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ฯเปฯ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ฯเปฯ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส เวทนฏฺโฏ โหติ ฯ {๕๔๙.๑} โส ปุน อเวทนฏฺโฏ หุตฺวา ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯเปฯ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯเปฯ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯเปฯ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ มานตฺตารโห ฯเปฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ มานตฺตํ จรนฺโต ฯเปฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ อพฺภานารโห อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯเปฯ มานตฺตารโห จ มานตฺตจารี จ อพฺภานารโห จ ยถา ปาริวาสิโก วิตฺถาริโต เอวํ วิตฺถาเรตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ อพฺภานารโห อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา สามเณโร โหติ ฯเปฯ อุมฺมตฺตโก โหติ ฯเปฯ ขิตฺตจิตฺโต โหติ ฯเปฯ เวทนฏฺโฏ โหติ ฯเปฯ ตสฺส โหนฺติ อาปตฺติโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯเปฯ เอกจฺจา อาปตฺติโย ชานาติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น ชานาติ ฯเปฯ เอกจฺจา อาปตฺติโย สรติ เอกจฺจา อาปตฺติโย น สรติ ฯเปฯ เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก เอกจฺจาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ยาสุ อาปตฺตีสุ นิพฺเพมติโก ตา อาปตฺติโย ฉาเทติ ยาสุ อาปตฺตีสุ เวมติโก ตา อาปตฺติโย น ฉาเทติ ฯ โส เวทนฏฺโฏ โหติ ฯ {๕๕๓.๑} โส ปุน อเวทนฏฺโฏ หุตฺวา ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯเปฯ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯเปฯ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก น ฉาเทติ ฯเปฯ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ นิพฺเพมติโก ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ยา อาปตฺติโย ปุพฺเพ เวมติโก น ฉาเทสิ ตา อาปตฺติโย ปจฺฉา นิพฺเพมติโก ฉาเทติ ฯ โส ภิกฺขุ มูลาย ปฏิกสฺสิตพฺโพ ยถาปฏิจฺฉนฺนานญฺจสฺส อาปตฺตีนํ ปุริมาย อาปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา ปริมาณาโย อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯเปฯ อปริมาณาโย อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯเปฯ เอกนามา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯเปฯ นานานามา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯเปฯ สภาคา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯเปฯ วิสภาคา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯเปฯ ววตฺถิตา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯเปฯ สมฺภินฺนา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา วิพฺภมติ ฯเปฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๖. สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ ๖. สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ ว่าด้วยสโมธานปริวาสกับการชักเข้าหาอาบัติเดิม ๔๐๐ กรณี ภิกษุกำลังอยู่ปริวาสสึกอุปสมบทใหม่

ข้อ ๑๗๒

ภิกษุทั้งหลาย ก็ ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึกเสีย ภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้น สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม (๑) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ปิดอาบัติเหล่านั้นสงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อนบรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๒) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ปิดไว้แล้วสึก ภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นสงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อนบรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๓) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ปิดไว้แล้วสึก ภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ปิดอาบัติเหล่านั้น สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๔)

ข้อ ๑๗๓

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ปิดไว้บ้าง ไม่ได้ปิดไว้บ้าง ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใด ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๒}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๖. สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง ปิดไว้บ้าง ไม่ได้ปิดไว้บ้าง ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่อาบัติเหล่าใดได้ปิดไว้เมื่อก่อน ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิมและพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๖) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง ปิดไว้บ้าง ไม่ได้ปิดไว้บ้าง ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดได้ปิดไว้เมื่อก่อน ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๗) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง ปิดไว้บ้าง ไม่ได้ปิดไว้บ้าง ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดได้ปิดไว้เมื่อก่อน ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๘)

ข้อ ๑๗๔

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ บางอย่างไม่รู้ ปิดอาบัติที่รู้ไม่ปิดอาบัติที่ไม่รู้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดรู้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อนรู้อาบัติเหล่านั้นไม่ปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใด ไม่รู้ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้น ไม่ปิดไว้ในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๙) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ บางอย่างไม่รู้ ปิดอาบัติที่รู้ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่รู้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดรู้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๓}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๖. สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ รู้อาบัติเหล่านั้นไม่ปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่รู้ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วปิดในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่เธอ (๑๐) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ บางอย่างไม่รู้ ปิดอาบัติที่รู้ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่รู้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดรู้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อนรู้อาบัติเหล่านั้นแล้วปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่รู้ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นไม่ปิดในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธาน-ปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๑๑) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ บางอย่างไม่รู้ ปิดอาบัติที่รู้ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่รู้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดรู้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อนรู้อาบัติเหล่านั้นแล้วปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่รู้ ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน รู้อาบัติเหล่านั้นแล้วปิดในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธาน-ปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๑๒)

ข้อ ๑๗๕

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ปิดอาบัติที่ระลึกได้ ไม่ปิดอาบัติที่ระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดระลึกได้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้แล้วไม่ปิดในภายหลังอาบัติเหล่าใดระลึกไม่ได้ ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้ ไม่ปิดในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อนบรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๑๓) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ปิดอาบัติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๔}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๖. สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ ที่ระลึกได้ ไม่ปิดอาบัติที่ระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดระลึกได้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้ไม่ปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใดระลึกไม่ได้ ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้แล้วปิดในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๑๔) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ปิดอาบัติที่ระลึกได้ ไม่ปิดอาบัติที่ระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดระลึกได้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้แล้วปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใดระลึกไม่ได้ ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้แล้วไม่ปิดในภายหลังสงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อนบรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๑๕) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ปิดอาบัติที่ระลึกได้ ไม่ปิดอาบัติที่ระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดระลึกได้แล้วได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้แล้วปิดในภายหลัง อาบัติเหล่าใดระลึกไม่ได้ ไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน ระลึกอาบัติเหล่านั้นได้ปิดในภายหลังสงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อนบรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๑๖)

ข้อ ๑๗๖

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ไม่แน่ใจในอาบัติบางอย่างปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดแน่ใจ ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๕}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๖. สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ นั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๑๗) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ไม่แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๑๘) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ไม่แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๑๙) ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวในระหว่าง แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ไม่แน่ใจในอาบัติบางอย่าง ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นสึกแล้วอุปสมบทใหม่ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๒๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๖}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๖. สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาสลดฐานะเป็นสามเณรเป็นต้น

ข้อ ๑๗๗

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ไม่ได้ปิดไว้แล้วกลับเป็นสามเณร ฯลฯ เกิดวิกลจริตฯลฯ เป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน ฯลฯ กระสับกระส่ายเพราะเวทนา ฯลฯ อาบัติของภิกษุนั้นปิดไว้บ้าง ไม่ได้ปิดไว้บ้าง ฯลฯ (พึงให้พิสดารเหมือนที่ให้พิสดารแล้วในตอนต้น) อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้ อาบัติบางอย่างไม่รู้ ฯลฯ อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้ อาบัติบางอย่างระลึกไม่ได้ ฯลฯ อาบัติบางอย่างแน่ใจ อาบัติบางอย่างไม่แน่ใจ ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิดอาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นกระสับกระส่ายเพราะเวทนา ครั้นหายจากกระสับกระส่ายเพราะเวทนาแล้ว อาบัติเหล่าใดภิกษุนั้นแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใด ภิกษุนั้นไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ฯลฯ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลังอาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจได้ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ฯลฯ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ฯลฯ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๒๑-๑๐๐) ภิกษุผู้ควรแก่มานัตเป็นต้น ต้องอาบัติสังฆาทิเสส

ข้อ ๑๗๘

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุผู้ควรแก่มานัต ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังประพฤติมานัต ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๗}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๖. สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุผู้ควรแก่อัพภาน ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ฯลฯ (ภิกษุผู้ควรแก่มานัต ภิกษุผู้ประพฤติมานัต และภิกษุผู้ควรแก่อัพภาน พึงให้พิสดารเหมือนปริวาส ฉะนั้น) (๑๐๑-๓๒๐) ภิกษุผู้ควรแก่อัพภานลดฐานะเป็นสามเณรเป็นต้น

ข้อ ๑๗๙

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุผู้ควรแก่อัพภาน ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ไม่ปิดไว้แล้ว ลดฐานะเป็นสามเณร ฯลฯ เกิดวิกลจริตฯลฯ มีจิตฟุ้งซ่าน ฯลฯ กระสับกระส่ายเพราะเวทนา ฯลฯ อาบัติของภิกษุนั้นปิดไว้บ้าง ไม่ได้ปิดไว้บ้าง ฯลฯ อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นรู้อาบัติบางอย่างไม่รู้ ฯลฯ อาบัติบางอย่างภิกษุนั้นระลึกได้ อาบัติบางอย่างระลึกไม่ได้ฯลฯ อาบัติบางอย่างแน่ใจ อาบัติบางอย่างไม่แน่ใจ ปิดอาบัติที่แน่ใจ ไม่ปิด อาบัติที่ไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นกระสับกระส่ายเพราะเวทนา ครั้นหายจากระสับกระส่ายเพราะเวทนาแล้ว อาบัติเหล่าใด ภิกษุนั้นแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ฯลฯ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลังอาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ฯลฯ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจไม่ปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง ฯลฯ อาบัติเหล่าใดแน่ใจได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง อาบัติเหล่าใดไม่แน่ใจไม่ได้ปิดไว้เมื่อก่อน แน่ใจปิดอาบัติเหล่านั้นในภายหลัง สงฆ์พึงชัก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๘}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๘. เทฺวภิกขุวารเอกาทสกะ ภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม และพึงให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อน บรรดาอาบัติตามที่ปิดไว้แก่ภิกษุนั้น (๓๒๑-๔๐๐) สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ จบ ๗. ปริมาณาทิวารอัฏฐกะ ว่าด้วยวาระอาบัติมีจำนวนนับได้เป็นต้น ๘ กรณี

ข้อ ๑๘๐

ภิกษุทั้งหลาย ก็ ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว มีจำนวนนับได้ ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ฯลฯ มีจำนวนนับไม่ได้ ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ฯลฯ อาบัติมีชื่ออย่างเดียวกัน ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ฯลฯ อาบัติมีชื่อต่างๆ กัน ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ฯลฯ อาบัติเป็นสภาคกัน ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ฯลฯ อาบัติไม่เป็นสภาคกัน ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ฯลฯ อาบัติกำหนดได้ ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ฯลฯ กระจายไป ไม่ได้ปิดไว้แล้วสึก ฯลฯ (พึงให้พิสดารเหมือนในตอนต้น)ปริมาณาทิวารอัฏฐกะ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๓๗๗.

(อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้) -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๑ สมุจจยขันธกะ เรื่องพระอุทายีเป็นต้น

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 2 จาก 26 ข้อ (ตั้งแต่ i550)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 1 จาก 26 ข้อ (ตั้งแต่ i550)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา