๘. อัปปสาทปเวทนียสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. อัปปสาทปเวทนียสูตร ว่าด้วยเหตุที่ควรประกาศว่าไม่ควรเลื่อมใส
ภิกษุทั้งหลาย อุบาสกเมื่อมุ่งหวัง พึงประกาศความไม่เลื่อมใสต่อภิกษุ ผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ธรรม ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ลาภของคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๒. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ประโยชน์ของคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๓. ด่าบริภาษคฤหัสถ์ทั้งหลาย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๑๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๔. สติวรรค ๘. อัปปสาทปเวทนียสูตร ๔. ยุยงคฤหัสถ์ทั้งหลายให้แตกกัน ๕. กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า ๖. กล่าวติเตียนพระธรรม ๗. กล่าวติเตียนพระสงฆ์ ๘. อุบาสกทั้งหลายเห็นภิกษุนั้นในอโคจร ภิกษุทั้งหลาย อุบาสกเมื่อมุ่งหวัง พึงประกาศความไม่เลื่อมใสต่อภิกษุผู้ ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล ภิกษุทั้งหลาย อุบาสกเมื่อมุ่งหวัง พึงประกาศความเลื่อมใสต่อภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ธรรม ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ไม่ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ลาภของคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๒. ไม่ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ประโยชน์ของคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๓. ไม่ด่าไม่บริภาษคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๔. ไม่ยุยงคฤหัสถ์ทั้งหลายให้แตกกัน ๕. กล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้า ๖. กล่าวสรรเสริญพระธรรม ๗. กล่าวสรรเสริญพระสงฆ์ ๘. อุบาสกทั้งหลายเห็นภิกษุนั้นในโคจร ภิกษุทั้งหลาย อุบาสกเมื่อมุ่งหวัง พึงประกาศความเลื่อมใสต่อภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล อัปปสาทปเวทนียสูตรที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๑๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต อัปปสาทสูตร
๑๐๖ อฏฺฐหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมานา อุปาสกา อปฺปสาทํ ปเวเทยฺยุํ ฯ กตเมหิ อฏฺฐหิ ฯ คิหีนํ อลาภาย ปริสกฺกติ คิหีนํ อนตฺถาย ปริสกฺกติ คิหี อกฺโกสติ ปริภาสติ คิหี คิหีหิ วิเภเทติ พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสติ ธมฺมสฺส อวณฺณํ ภาสติ สงฺฆสฺส อวณฺณํ ภาสติ อโคจเร จ นํ ปสฺสนฺติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมานา อุปาสกา อปฺปสาทํ ปเวเทยฺยุํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสกหวังอยู่ พึงประกาศความไม่เลื่อมใส แก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุพยายามเพื่อความเสื่อมลาภแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ พยายามเพื่อความฉิบหายแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ด่าบริภาษคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ยุยงคฤหัสถ์ทั้งหลายให้แตกจากคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ติเตียนพระพุทธเจ้า ๑ ติเตียนพระธรรม ๑ ติเตียนพระสงฆ์ ๑ และเทวดาย่อมเห็นภิกษุนั้นโดยประการนั้น ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย@ นี้แปลตามรูปบาลีที่ปรากฏในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๓ หน้า ๓๕๗ ว่า ตโต จ เทวา นํ@ปสฺสนติ "ตโต จ เทวา" ในอรรถถามโนรถปูรณี ตติยภาคหน้า ๓๒๑ ปรากฏเป็น "อโคจเร"@และยกเป็นบทตั้งแก้ความว่า "ในอโคจร ๕ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงชวนให้เข้าใจว่า ฉบับบาลีที่@ลอกอักษรขอมมาเป็นอักษรไทยว่า" ตโต จ เทวา น่าจะพลาดคงจะเป็น อโคจเร จ ตาม@อรรถกถาแน่ ถ้าเป็นเช่นนี้ ความตรงนี้จะต้องเป็นว่า อุบาสกทั้งหลายย่อมเห็นภิกษุนั้นใน@ที่อโคจรทีเดียว อุบาสกหวังอยู่ พึงประกาศความไม่เลื่อมใสแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๙ ปสาทสูตร
๑๐๗ อฏฺฐหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมานา อุปาสกา ปสาทํ ปเวเทยฺยุํ ฯ กตเมหิ อฏฺฐหิ ฯ น คิหีนํ อลาภาย ปริสกฺกติ น คิหีนํ อนตฺถาย ปริสกฺกติ น คิหี อกฺโกสติ ปริภาสติ น คิหี คิหีหิ วิเภเทติ พุทฺธสฺส วณฺณํ ภาสติ ธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสติ สงฺฆสฺส วณฺณํ ภาสติ โคจเร จ นํ ปสฺสนฺติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมานา อุปาสกา ปสาทํ ปเวเทยฺยุนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสกหวังอยู่ พึงประกาศความเลื่อมใสแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุไม่พยายามเพื่อความเสื่อมลาภแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ไม่พยายามเพื่อความฉิบหายแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ไม่ด่าไม่บริภาษคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ ไม่ยุยงคฤหัสถ์ทั้งหลายให้แตกจากคฤหัสถ์ทั้งหลาย ๑ สรรเสริญพระพุทธเจ้า ๑ สรรเสริญพระธรรม ๑ สรรเสริญพระสงฆ์ ๑ และเพราะเหตุนี้ เทวดาทั้งหลายย่อมสรรเสริญอุบาสกนั้น ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสกหวังอยู่ พึงประกาศความเลื่อมใสแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๐