๖. วิโมกขสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. วิโมกขสูตร ว่าด้วยวิโมกข์
ภิกษุทั้งหลาย วิโมกข์ ๘ ประการนี้ วิโมกข์ ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. บุคคลผู้มีรูป เห็นรูปทั้งหลาย นี้เป็นวิโมกข์ที่ ๑ ๒. บุคคลผู้มีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปทั้งหลายภายนอก นี้เป็นวิโมกข์ที่ ๒ @เชิงอรรถ : @ วิโมกข์(ความหลุดพ้น) หมายถึงภาวะที่จิตหลุดพ้นจากสิ่งรบกวนและน้อมดิ่งไปในอารมณ์นั้นๆ@(องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๖๖/๒๗๒) ดู ที.ม. ๑๐/๑๒๙/๖๓, ๑๗๔/๑๐๐, ที.ปา ๑๑/๓๓๙/๒๓๑, ๓๕๘/๒๗๑-๒๗๒,@ม.ม. ๑๓/๒๔๘/๒๒๓-๒๒๔, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๘๒๘/๕๓๐-๕๓๑ @ มีรูป ในที่นี้หมายถึงได้รูปฌานที่เกิดจากอาการทำบริกรรมในรูปภายในตน เช่น ทำบริกรรมผม เหงื่อ เนื้อ@เลือด กระดูก ฟัน เล็บ โดยวิธีการบริกรรมเป็นสีต่างๆ มีสีเขียว เหลือง แดง เป็นต้น@(องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๖๕/๒๗๐, ๖๖/๒๗๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๓๖๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ภูมิจาลวรรค ๗. อนริยโวหารสูตร ๓. บุคคลเป็นผู้น้อมใจไปว่า ‘งาม’ เท่านั้น นี้เป็นวิโมกข์ที่ ๓ ๔. บุคคลบรรลุอากาสานัญจายตนฌาน โดยกำหนดว่า ‘อากาศหา ที่สุดมิได้’ อยู่ เพราะล่วงรูปสัญญา ดับปฏิฆสัญญา ไม่กำหนด นานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวง นี้เป็นวิโมกข์ที่ ๔ ๕. บุคคลล่วงอากาสานัญจายตนฌาน โดยประการทั้งปวง บรรลุ วิญญาณัญจายตนฌาน โดยกำหนดว่า ‘วิญญาณหาที่สุดมิได้’ อยู่ นี้เป็นวิโมกข์ที่ ๕ ๖. บุคคลล่วงวิญญาณัญจายตนฌาน โดยประการทั้งปวง บรรลุ อากิญจัญญายตนฌาน โดยกำหนดว่า ‘ไม่มีอะไร’ อยู่ นี้เป็น วิโมกข์ที่ ๖ ๗. บุคคลล่วงอากิญจัญญายตนฌาน โดยประการทั้งปวง บรรลุ เนวสัญญานาสัญญายตนฌานอยู่ นี้เป็นวิโมกข์ที่ ๗ ๘. บุคคลล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน โดยประการทั้งปวง บรรลุ สัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ นี้เป็นวิโมกข์ที่ ๘ ภิกษุทั้งหลาย วิโมกข์ ๘ ประการนี้แล วิโมกขสูตรที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต วิโมกขสูตร
๗๓ อฏฺฐิเม ภิกฺขเว วิโมกฺขา ฯ กตเม อฏฺฐ รูปี รูปานิ ปสฺสติ อยํ ปฐโม วิโมกฺโข ฯ อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ อยํ ทุติโย วิโมกฺโข ฯ สุภนฺเตว อธิมุตฺโต โหติ อยํ ตติโย วิโมกฺโข ฯ สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมา นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา อนนฺโต อากาโสติ อากาสานญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ จตุตฺโถ วิโมกฺโข ฯ สพฺพโส อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม อนนฺตํ วิญฺญาณนฺติ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ ปญฺจโม วิโมกฺโข ฯ สพฺพโส วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม นตฺถิ กิญฺจีติ อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ ฉฏฺโฐ วิโมกฺโข ฯ สพฺพโส อากิญฺจญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ สตฺตโม วิโมกฺโข ฯ สพฺพโส เนวสญฺญา- นาสญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม สญฺญาเวทยิตนิโรธํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ อฏฺฐโม วิโมกฺโข ฯ อิเม โข ภิกฺขเว อฏฺฐ วิโมกฺขาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิโมกข์ ๘ ประการนี้ ๘ ประการเป็นไฉนคือ บุคคลผู้มีรูป ย่อมเห็นรูปทั้งหลาย นี้เป็นวิโมกข์ ประการที่ ๑ คนหนึ่งมีอรูปสัญญาในภายใน ย่อมเห็นรูปทั้งหลายในภายนอก นี้เป็นวิโมกข์ประการที่๒ คนที่น้อมใจว่า งาม นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๓ เพราะล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะดับปฏิฆสัญญา เพราะไม่ใส่ใจถึงนานัตตสัญญา บรรลุอากาสานัญจายตนะ โดยมนสิการว่า อากาศไม่มีที่สุด นี้เป็นวิโมกข์ประการที่๔ เพราะก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง บรรลุวิญญาณัญจายตนะโดยมนสิการว่า วิญญาณ ไม่มีที่สุด นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๕ เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง บรรลุอากิญจัญญายตนะ โดยมนสิการว่า ไม่มีอะไรหน่อยหนึ่ง นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๖ เพราะล่วงอากิญจัญญายตนะโดยประการทั้งปวง บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนะ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๗เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนะโดยประการทั้งปวง บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธนี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๘ ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิโมกข์ ๘ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๓