๕. สิกขาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. สิกขาสูตร ว่าด้วยการลาสิกขาที่เป็นเหตุให้ได้รับฐานะที่น่าติเตียน
ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการ พร้อมทั้งเหตุคล้อยตามวาทะไม่ชอบ ธรรมที่น่าติเตียนในปัจจุบัน ย่อมมาถึงภิกษุหรือภิกษุณีบางรูปผู้บอกคืนสิกขา กลับมาเป็นคฤหัสถ์ ฐานะ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ไม่มีศรัทธาในกุศลธรรม ๒. ไม่มีหิริในกุศลธรรม ๓. ไม่มีโอตตัปปะในกุศลธรรม ๔. ไม่มีวิริยะในกุศลธรรม ๕. ไม่มีปัญญาในกุศลธรรม ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการ พร้อมทั้งเหตุคล้อยตามวาทะไม่ชอบธรรมที่น่าติเตียนในปัจจุบัน ย่อมมาถึงภิกษุหรือภิกษุณีบางรูปผู้บอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์ ฐานะ ๕ ประการ พร้อมทั้งเหตุที่น่าสรรเสริญในปัจจุบัน ย่อมมาถึงภิกษุหรือภิกษุณีบางรูป แม้มีทุกข์(ความทุกข์กาย) แม้มีโทมนัส(ความทุกข์ใจ) ร้องไห้น้ำตานองหน้าอยู่ ก็ยังประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้ @เชิงอรรถ : @ ฐานะ ในที่นี้หมายถึงเหตุปัจจัยที่น่าติเตียน (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๓๐/๓๒๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๗}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๑. เสขพลวรรค ๖. สมาปัตติสูตร ฐานะ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. มีศรัทธาในกุศลธรรม ๒. มีหิริในกุศลธรรม ๓. มีโอตตัปปะในกุศลธรรม ๔. มีวิริยะในกุศลธรรม ๕. มีปัญญาในกุศลธรรม ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการ พร้อมทั้งเหตุที่น่าสรรเสริญในปัจจุบันย่อมมาถึงภิกษุหรือภิกษุณีบางรูป แม้มีทุกข์ แม้มีโทมนัส ร้องไห้น้ำตานองหน้าอยู่ก็ยังประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้ สิกขาสูตรที่ ๕ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๕. สิกขสูตร
โย หิ โกจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปญฺจ สหธมฺมิกา วาทานุปาตา คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺฉนฺติ กตเม ปญฺจ สทฺธาปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ หิรีปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ โอตฺตปฺปํปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ วิริยํปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ปญฺญาปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ โย หิ โกจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม อิเม ปญฺจ สหธมฺมิกา วาทานุปาตา คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺฉนฺติ ฯ {๕.๑} โย หิ โกจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา สหาปิ ทุกฺเขน สหาปิ โทมนสฺเสน อสฺสุมุโขปิ รุทมาโน ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรติ ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปญฺจ สหธมฺมิกา ปาสํสํ ฐานํ อาคจฺฉนฺติ กตเม ปญฺจ สทฺธาปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ หิรีปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ โอตฺตปฺปํปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ วิริยํปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ปญฺญาปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ โย หิ โกจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา สหาปิ ทุกฺเขน สหาปิ โทมนสฺเสน อสฺสุมุโขปิ รุทมาโน ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรติ ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม อิเม ปญฺจ สหธมฺมิกา ปาสํสํ ฐานํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหรือภิกษุณีบางรูป ลาสิกขาสึกออกมาเป็นคฤหัสถ์ เธอย่อมถึงฐานะอันน่าติเตียน ซึ่งถูกกล่าวหาอันชอบแก่เหตุ ๕ประการในปัจจุบัน ๕ ประการเป็นไฉน คือ ท่านไม่มีแม้ศรัทธาในกุศลธรรม ๑ไม่มีแม้หิริในกุศลธรรม ๑ ไม่มีแม้โอตตัปปะในกุศลธรรม ๑ ไม่มีแม้ความเพียรในกุศลธรรม ๑ ไม่มีแม้ปัญญาในกุศลธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหรือภิกษุณีบางรูป ลาสิกขาสึกออกมาเป็นคฤหัสถ์ เธอย่อมถึงฐานะอันน่าติเตียน ซึ่งถูกกล่าวหาอันชอบแก่เหตุ ๕ ประการนี้แลในปัจจุบัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหรือภิกษุณีบางรูป แม้มีทุกข์ โทมนัส มีหน้านองด้วยน้ำตา ร้องไห้อยู่ ย่อมประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ เธอย่อมถึงฐานะอันน่าสรรเสริญที่ชอบแก่เหตุ ๕ ประการในปัจจุบัน ๕ ประการเป็นไฉน คือ เธอมีศรัทธาในกุศลธรรม ๑มีหิริในกุศลธรรม ๑ มีโอตตัปปะในกุศลธรรม ๑ มีความเพียรในกุศลธรรม ๑มีปัญญาในกุศลธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหรือภิกษุณีบางรูป แม้มีทุกข์โทมนัส มีหน้านองด้วยน้ำตา ร้องไห้อยู่ ย่อมประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ เธอย่อมถึงฐานะอันน่าสรรเสริญที่ชอบแก่เหตุ ๕ ประการนี้แลในปัจจุบัน ฯ จบสูตรที่ ๕