๑๑. ตัณหาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑. ตัณหาสูตร ว่าด้วยตัณหาและมานะ
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรละตัณหา ๓ ประการ และควรละมานะ ๓ ประการ ตัณหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กามตัณหา (ความทะยานอยากในกามธาตุ) ๒. รูปตัณหา (ความทะยานอยากในรูปธาตุ) ๓. อรูปตัณหา (ความทะยานอยากในอรูปธาตุ) นี้คือตัณหา ๓ ประการที่ภิกษุควรละ มานะ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. มานะ (ความถือตัวว่าเสมอเขา) ๒. โอมานะ (ความถือตัวว่าด้อยกว่าเขา) @เชิงอรรถ : @ หมายถึงตัดตัณหาได้เด็ดขาดด้วยโลกุตตรมรรค ถอนสังโยชน์ ๑๐ ประการได้ ทำให้วัฏฏทุกข์หยุดการ@หมุนได้ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๗๗/๓๙๘) และดู องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑๗๗/๒๔๙, ๒๕๗/๓๗๓-๓๗๕ ประกอบ@ ดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๑๗/๕๗๓ @ ดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๘๗๘-๘๘๑/๕๕๗-๕๕๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๒๗}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑๐. อานิสังสวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๓. อติมานะ (ความถือตัวว่าดีกว่าเขา) นี้คือมานะ ๓ ประการที่ภิกษุควรละ ภิกษุทั้งหลาย เพราะภิกษุละตัณหา ๓ ประการนี้ได้ และละมานะ ๓ ประการนี้ได้ เราจึงเรียกภิกษุนี้ว่า ‘ตัดตัณหาได้แล้ว ถอนสังโยชน์ได้แล้ว ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้แล้วเพราะละมานะได้โดยชอบ’ ตัณหาสูตรที่ ๑๑ จบ อานิสังสวรรคที่ ๑๐ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปาตุภาวสูตร ๒. อานิสังสสูตร ๓. อนิจจสูตร ๔. ทุกขสูตร ๕. อนัตตสูตร ๖. นิพพานสูตร ๗. อนวัฏฐิตสูตร ๘. อุกขิตตาสิกสูตร ๙. อตัมมยสูตร ๑๐. ภวสูตร ๑๑. ตัณหาสูตร ทุติยปัณณาสก์ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๒๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๑๑. ตัณหาสูตร
๑๐๖ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว ตณฺหา ปหาตพฺพา ตโย จ มานา กตมา ติสฺโส ตณฺหา ปหาตพฺพา กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา อิมา ติสฺโส ตณฺหา ปหาตพฺพา กตเม ตโย มานา มาโน โอมาโน อติมาโน อิเม ตโย มานา ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อิมา ติสฺโส ตณฺหา ปหีนา โหนฺติ อิเม จ ตโย มานา อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อจฺเฉชฺชิ ตณฺหํ วิวตฺตยิ สญฺโญชนํ สมฺมา มานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ ฯ อานิสํสวคฺโค ปญฺจโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ ปาตุภาโว อานิสํโส อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตโต นิพฺพานํ ตโย อโนทิสํ วุตฺตา ภวา ตณฺหาย เต ทสาติ ฯ ทุติยปณฺณาสโก นิฏฺฐิโต ฯ ---------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหา ๓ และมานะ ๓ ควรละ ตัณหา ๓ เป็นไฉน คือ กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑ ตัณหา ๓ นี้ควรละ มานะ ๓เป็นไฉน คือ ความถือตัวว่าเสมอเขา ๑ ความถือตัวว่าเลวกว่าเขา ๑ ความถือตัวว่าดีกว่าเขา ๑ มานะ ๓ นี้ควรละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ตัณหา ๓ และมานะ๓ นี้ย่อมเป็นธรรมชาติอันภิกษุละได้แล้ว เมื่อนั้น ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหาขาดแล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว ได้กระทำที่สุดทุกข์เพราะละมานะได้โดยชอบ ฯ จบสูตรที่ ๑๑ จบอานิสังสวรรคที่ ๕ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปาตุภาวสูตร ๒. อานิสังสสูตร ๓. อนิจจสูตร ๔. ทุกขสูตร ๕. อนัตตสูตร ๖. นิพพานสูตร ๗. อโนทิสสสูตรที่ ๑ ๘. อโนทิสสูตรที่ ๒ ๙. อโนทิสสูตรที่ ๓ ๑๐. ภวสูตร ๑๑. ตัณหาสูตร ฯ จบทุติยปัณณาสก์ -----------------------------------------------------