ปฏิจจวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กิเลสสงฺกิลิฏฺฐทุกํ ปฏิจฺจวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ปฏิจจวาร
กิเลสญฺเจวสงฺกิลิฏฺฐญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโสเจว- สงฺกิลิฏฺโฐจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โลภํ ปฏิจฺจ โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ ฯ จกฺกํ ฯ กิเลสญฺเจว- สงฺกิลิฏฺฐญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สงฺกิลิฏฺโฐเจวโนจกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: กิเลเส ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ กิเลสญฺเจวสงฺกิลิฏฺฐญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโสเจวสงฺกิลิฏฺโฐจ สงฺกิลิฏฺโฐเจวโนจกิเลโส จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: โลภํ ปฏิจฺจ โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สงฺกิลิฏฺโฐเจว- โนจกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สงฺกิลิฏฺฐญฺเจว- โนจกิเลสํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๕๔๖.๑} สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโสเจว- สงฺกิลิฏฺโฐจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สงฺกิลิฏฺเฐเจวโนจ- กิเลเส ขนฺเธ ปฏิจฺจ กิเลสา ฯ สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโสเจวสงฺกิลิฏฺโฐจ สงฺกิลิฏฺโฐเจวโนจกิเลโส จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กิเลสา จ ฯ กิเลสญฺเจวสงฺกิลิฏฺฐญฺจ สงฺกิลิฏฺฐญฺเจว- โนจกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโสเจวสงฺกิลิฏฺโฐ จ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ ฯ จกฺกํ ฯ {๕๔๖.๒} กิเลสญฺเจวสงฺกิลิฏฺฐญฺจ สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สงฺกิลิฏฺโฐเจวโนจกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสํ เอกํ ขนฺธญฺจ กิเลเส จ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ กิเลสญฺเจวสงฺกิลิฏฺฐญฺจ สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโสเจวสงฺกิลิฏฺโฐจ สงฺกิลิฏฺโฐเจวโนจกิเลโส จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ จกฺกํ ฯ
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐ-*ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือโมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ. พึงกระทำจักรนัย ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยกิเลสธรรมทั้งหลาย. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรมอาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยโลภะ. ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ กิเลสธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรมอาศัยธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และกิเลสธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรมและธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย. พึงกระทำจักรนัย. ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรมและธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม และกิเลสธรรมทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯ. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรมอาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม และโลภะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ. พึงกระทำจักรนัย.
เหตุยา นว อารมฺมเณ นว สพฺพตฺถ นว กมฺเม นว อาหาเร นว อวิคเต นว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙ ในกัมมปัจจัย มี " ๙ ในอาหารปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
กิเลสญฺเจวสงฺกิลิฏฺฐญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโสเจว- สงฺกิลิฏฺโฐจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉํ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห อุทฺธจฺจํ ปฏิจฺจ อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโสเจวสงฺกิลิฏฺโฐจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ กิเลสญฺเจวสงฺกิลิฏฺฐญฺจ สงฺกิลิฏฺฐญฺเจวโนจกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโสเจวสงฺกิลิฏฺโฐจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วิจิกิจฺฉญฺจ อุทฺธจฺจญฺจ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และสังกิลิฏฐ-*ธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยวิจิกิจฉา โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยอุทธัจจะ. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ. ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรมและธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และวิจิกิจฉา และอุทธัจจะ.
นเหตุยา ตีณิ นอธิปติยา นว นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นวิปฺปยุตฺเต นว ฯ เอวํ อิตเร เทฺว คณนาปิ สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๙. โดยนัยนี้ การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดีสังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่ เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะอุทธัจจะ อหิริกะ และอโนตตัปปะอาศัยโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๓๙๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยกิเลสเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะและสัมปยุตตขันธ์อาศัยโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๓)
สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ กิเลสอาศัยขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และกิเลสอาศัยขันธ์ ๑ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่ เป็นกิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ และอโนตตัปปะอาศัยโลภะและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๑) สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสและอาศัยกิเลสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๓๙๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและที่ถูกกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะอุทธัจจะ อหิริกะ และอโนตตัปปะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส และอาศัยโลภะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๓)๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่ เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาอาศัยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น โมหะที่สหรคด้วยอุทธัจจะอาศัยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๓๙๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง และที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และอาศัยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ (โดยนัยนี้ การนับ ๒ อย่างนอกนี้ สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวารสังสัฏฐวารและสัมปยุตตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)
ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ — ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”