ปฏิจจวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อุปาทาน อุปาทานิยทุกํ ปฏิจฺจวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ อุปาทานอุปาทานิยทุกะ ปฏิจจวาร
อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจว- อุปาทานิโยจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐุปาทานํ ปฏิจฺจ กามุปาทานํ กามุปาทานํ ปฏิจฺจ ทิฏฺฐุปาทานํ ฯ จกฺกํ ฯ อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานิโยเจวโนจ- อุปาทาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทาเน ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ อุปาทานญฺเจว- อุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐุปาทานํ ปฏิจฺจ กามุปาทานํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ จกฺกํ ฯ {๔๖๐.๑} อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานิโยเจว- โนจอุปาทาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิยญฺเจวโนจ- อุปาทานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิ ยาว อชฺฌตฺติกา มหาภูตา ฯ อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโน- เจวอุปาทานิโยจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิเยเจวโนจ- อุปาทาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปาทานา ฯ อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อุปาทานา จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๔๖๐.๒} อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ อุปาทานิยญฺเจว- โนจอุปาทานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐุปาทานญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ กามุปาทานํ ฯ จกฺกํ ฯ อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานิโยเจว- โนจอุปาทาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิยญฺเจว- โนจอุปาทานํ เอกํ ขนฺธญฺจ อุปาทาเน จ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อุปาทาเน จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ {๔๖๐.๓} อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ อุปาทานิยญฺเจว- โนจอุปาทานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ เอกํ ขนฺธญฺจ ทิฏฺฐุปาทานญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กามุปาทานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ จกฺกํ ฯ เอวํ ยถา อุปาทานทุกํ เอวํ ปฏิจฺจวาโรปิ สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ กาตพฺโพ นินฺนานากรณา ฯ อามสนํ นานากรณํ ฯ
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานธรรม และอุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้ง อุปาทานธรรม และอุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ กามุปาทาน อาศัยทิฏฐุปาทาน ทิฏฐุปาทาน อาศัยกามุปาทาน. พึงกระทำจักรนัย. ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทา-*นิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย อาศัยอุปาทานธรรมทั้งหลาย. ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทาน-*ธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ กามุปาทาน และสัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย อาศัยทิฏฐุปาทานพึงกระทำจักรนัย. ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม ปฏิสนธิตลอดถึงอัชฌัตติกมหาภูตรูป. ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทาน-*ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อุปาทานธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม. ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และอุปาทานธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิย-*ธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ กามุปาทาน อาศัยทิฏฐุปาทาน และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย. พึงกระทำจักรนัย. ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรมและอุปาทานธรรมทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอุปาทานธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย. ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และกามุปาทาน และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม และทิฏฐุปาทาน ขันธ์ ๒ ฯลฯ. พึงกระทำจักรนัย. โดยนัยนี้ อุปาทานทุกะฉันใด ปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำฉันนั้น. ไม่มีแตกต่างกัน หลักจำแนกหัวข้อปัจจัยต่างกัน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๗๒. อุปาทานอุปาทานิยทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๗๒. อุปาทานอุปาทานิยทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่กามุปาทานอาศัยทิฏฐุปาทานเกิดขึ้น ทิฏฐุปาทานอาศัยกามุปาทานเกิดขึ้น (พึงทำเป็นจักกนัย) (๑) สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตต-ขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยอุปาทานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทานเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ กามุปาทาน สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยทิฏฐุปาทานเกิดขึ้น (พึงทำเป็นจักกนัย) (๓)
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานอาศัย สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่ม ข้อความจนถึงมหาภูตรูปที่เป็นภายใน) (๑) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ อุปาทานอาศัยขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๓๓๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๗๒. อุปาทานอุปาทานิยทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นอุปาทานเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อุปาทาน และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัย สภาวธรรมที่เป็นอุปาทานเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ กามุปาทานอาศัยทิฏฐุปาทานและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น (พึงทำเป็นจักกนัย) (๑) สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทานเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานและอาศัยอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยอุปาทานและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอุปาทานเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทานเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ กามุปาทาน และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานและอาศัยทิฏฐุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงทำเป็นจักกนัย) (๓) (โดยนัยนี้ ปฏิจจวาร สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวาร พึงทำเหมือนกับอุปาทานทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน แต่การระบุบุคคลต่างกัน)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๓๔๐}
ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ — ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”