อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๒๔

ปฏิจจวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๔–๒๓๐พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 7 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 7 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 11 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานทุกํ ปฏิจฺจวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ปฏิจจวาร

ข้อ ๒๒๔

จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เอโก ขนฺโธ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตํ กฏตฺตา จ รูปํ ฯ จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิ ฯ {๒๒๔.๑} โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ เอกํ มหาภูตํ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา ฯ {๒๒๔.๒} โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๒๒๔.๓} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตํ ฯ {๒๒๔.๔} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ในปฏิสนธิขณะ จิต และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏ-*ฐานธรรม. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตต-*สังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐ-*สมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต จิตอาศัยหทัยวัตถุมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป และกฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกฏัตตารูป อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และจิตขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และจิตจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และจิต ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมและจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมและจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมและหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.

ข้อ ๒๒๕

เหตุยา นว อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ปญฺจ อาเสวเน ปญฺจ กมฺเม นว วิปาเก นว สพฺพตฺถ นว อวิคเต นว ฯ

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๕ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๕ ในกัมมปัจจัย มีวาระ ๙ ในวิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.

ข้อ ๒๒๖

จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจิกิจฺฉา- สหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจ- สหคโต โมโห ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุเก จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิ ฯ {๒๒๖.๑} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิ ฯ โนจิตฺต- สํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ เอกํ มหาภูตํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ {๒๒๖.๒} โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจ- สหคตํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ {๒๒๖.๓} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วิจิกิจฺฉา- สหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ {๒๒๖.๔} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุเก จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุเก จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตํ ฯ {๒๒๖.๕} จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺวปิ กาตพฺพา ฯ

จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะ อเหตุกปฏิสนธิ. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตต-*สังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ อเหตุกปฏิสนธิ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต จิต อาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิตซึ่งเป็นอเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยจิตที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิตซึ่งเป็นอเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกฏัตตารูป อาศัยจิต ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และจิตขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมและจิต ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมและหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และจิต. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และจิต จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะ และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน-*ธรรม และจิต ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐ-*สมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.

ข้อ ๒๒๗

จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิ ฯ โนจิตฺต- สํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ วตฺถุ เอกํ มหาภูตํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺต- สํสฏฺฐสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺว กาตพฺพา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐ-*สมุฏฐานธรรม ปฏิสนธิ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต มหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และจิตจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย ฯลฯ.

ข้อ ๒๒๘

นเหตุยา นว นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน ฉ นมคฺเค นว นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ฉ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓.

ข้อ ๒๒๙

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยกับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓. ฯลฯ

ข้อ ๒๓๐

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ... อนนฺตเร นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สหชาตวาโร ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ

ในอารัมมณปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ฯลฯ. สหชาตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ ๒๗๘

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะจิตและกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๒ จิต และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๒๗๙

สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์อาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๒๘๐

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรม ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้นจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ จิตอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ) (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๒๘๑

เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระอนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๒๘๒

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรม ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๒ จิตและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๒๘๓

สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตที่เป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตที่เป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยจิตที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตที่เป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ จิตและสัมปยุตตขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๒๘๔

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งระคนกับจิตมีจิตเป็น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในขณะปฏิสนธิที่เป็นอเหตุกะ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยจิตเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ จิตอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ที่ไม่มีเหตุซึ่งระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ (ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ พึงเพิ่มเป็น ๒ วาระ) (๓) นอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๒๘๕

สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรม ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ในปฏิสนธิ-ขณะ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑) สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๒ วาระ ย่อ) (๑)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๒๘๖

นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๓. ปัจจยวาร นฌานปัจจัย มี ๖ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

ข้อ ๒๘๗

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

ข้อ ๒๘๘

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ (ย่อ)(สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)

ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 1 จาก 7 ข้อ (ตั้งแต่ i229)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 1 จาก 7 ข้อ (ตั้งแต่ i229)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร