มาตรา ๑๓

พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๔ · ๒๕๖๔

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง

๑๓

เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบปัญหาหรือได้รับ ผลกระทบอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมมีวัตถุประสงค์ หน้าที่ และอำนาจในการค้าประกันสินเชื่อ ที่สถาบันการเงินให้ผู้ประกอบธุรกิจกู้ยืมตามพระราชกำหนดนี้ด้วย ในการค้าประกันสินเชื่อตามวรรคหนึ่ง ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม รับภาระไม่เกินร้อยละสี่สิบของวงเงินสินเชื่อทั้งหมดที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งได้ให้เงินกู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ตามมาตรา ๑๑ และมีการค้าประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมตามมาตรานี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อม ร่วมกันกำหนด เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๙ ค่าธรรมเนียมการค้าประกันสินเชื่อตามวรรคหนึ่ง ให้เรียกเก็บได้ไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดเจ็ดห้าต่อปี ของวงเงินค้าประกันสินเชื่อ โดยให้กระทรวงการคลังจ่ายเงินชดเชยค่าธรรมเนียมการค้าประกันสินเชื่อดังกล่าว ไม่เกินร้อยละสามจุดห้าของวงเงินค้าประกันสินเชื่อให้แก่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมยุติการค้าประกันสินเชื่อตามวรรคหนึ่ง เมื่อพ้นหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการกู้ยืมตามมาตรา ๙ การยุติการค้าประกันสินเชื่อดังกล่าว ไม่กระทบต่อสิทธิและความรับผิดที่เกิดขึ้นจากการค้าประกันที่กระทำไปก่อนแล้ว

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2564 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน