ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 a9300687… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- ภาค ๑ บททั่วไปมาตรา ๑–๒๑๙ · 218 มาตรา
- ลักษณะ ๑ บทวิเคราะห์ศัพท์มาตรา ๑ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๒ ศาลมาตรา ๒–๕๓ · 48 มาตรา
- หมวด ๑ เขตอำนาจศาลมาตรา ๒–๙ · 13 มาตรา
- หมวด ๒ การคัดค้านผู้พิพากษามาตรา ๑๓–๑๔ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ อำนาจและหน้าที่ของศาล มาตรา ๑๕ห้ามมิให้ศาลใช้อำนาจนอกเขตศาลเว้นแต่มาตรา ๑๖–๓๓ · 17 มาตรา
- หมวด ๔ การนั่งพิจารณามาตรา ๓๕–๔๕ · 8 มาตรา
- หมวด ๕ รายงานและสำนวนความมาตรา ๔๖–๕๓ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๓ คู่ความมาตรา ๕๗–๖๖ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๔ การยื่นและส่งคำคู่ความและเอกสารมาตรา ๖๗–๘๓ · 17 มาตรา
- ลักษณะ ๕ พยานหลักฐานมาตรา ๘๔–๑๖๙/๓ · 86 มาตรา
- หมวด ๑ หลักทั่วไปมาตรา ๘๔–๑๐๕ · 20 มาตรา
- หมวด ๒ ว่าด้วยการมาศาลของพยานและการซักถามพยานมาตรา ๑๐๖–๑๒๑ · 17 มาตรา
- หมวด ๓ การนำพยานเอกสารมาสืบมาตรา ๑๒๒–๑๒๗ ทวิ · 6 มาตรา
- หมวด ๔ การตรวจและการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญโดยศาลมาตรา ๑๒๘–๑๓๐ · 4 มาตรา
- หมวด ๑ หลักทั่วไปว่าด้วยการชี้ขาดตัดสินคดีมาตรา ๑๓๑–๑๓๙ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ ข้อความและผลแห่งคำพิพากษาและคำสั่งมาตรา ๑๔๐–๑๔๘ · 8 มาตรา
- หมวด ๓ ค่าฤชาธรรมเนียมมาตรา ๑๔๙–๑๖๙/๓ · 22 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การกำหนดและการชำระค่าฤชาธรรมเนียมและการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล[๙๕]มาตรา ๑๔๙–๑๖๐ · 12 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ความรับผิดชั้นที่สุดในค่าฤชาธรรมเนียมมาตรา ๑๖๑–๑๖๙/๓ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๑ วิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้นมาตรา ๑๗๐–๑๘๗ · 20 มาตรา
- ลักษณะ ๒ วิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้นมาตรา ๑๘๙–๒๑๙ · 38 มาตรา
- หมวด ๑ วิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่มาตรา ๑๘๙–๑๙๖ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ การพิจารณาโดยขาดนัดมาตรา ๑๙๗–๒๐๙ · 19 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การขาดนัดยื่นคำให้การมาตรา ๑๙๗–๑๙๙ ฉ · 9 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การขาดนัดพิจารณามาตรา ๒๐๐–๒๐๙ · 10 มาตรา
- หมวด ๓ อนุญาโตตุลาการมาตรา ๒๑๐–๒๑๙ · 10 มาตรา
- หมวด ๔ การดำเนินคดีแบบกลุ่ม[๑๗๕]0 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บททั่วไป0 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การขออนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม0 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การพิจารณาคดีแบบกลุ่ม0 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ คำพิพากษาและการบังคับคดี0 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ อุทธรณ์และฎีกา0 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ ค่าธรรมเนียม0 มาตรา
- ภาค ๓ อุทธรณ์และฎีกามาตรา ๒๒๓–๒๕๒ · 27 มาตรา
- ลักษณะ ๑ อุทธรณ์มาตรา ๒๒๓–๒๔๕ · 22 มาตรา
- ลักษณะ ๒ ฎีกามาตรา ๒๔๗–๒๕๒ · 5 มาตรา
- ภาค ๔ วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาและการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาตรา ๒๕๓–๓๖๗ · 94 มาตรา
- ลักษณะ ๑ วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษามาตรา ๒๕๓–๒๗๐ · 16 มาตรา
- หมวด ๑ หลักทั่วไปมาตรา ๒๕๓–๒๖๕ · 13 มาตรา
- หมวด ๒ คำขอในเหตุฉุกเฉินมาตรา ๒๖๖–๒๗๐ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๒ การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง[มาตรา ๒๗๑–๓๖๗ · 78 มาตรา
- หมวด ๑ หลักทั่วไปมาตรา ๒๗๑–๒๙๔ · 22 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีมาตรา ๒๗๑ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ คำบังคับมาตรา ๒๗๒–๒๗๓ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การขอบังคับคดีมาตรา ๒๗๔–๒๗๕ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การพิจารณาคำขอบังคับคดีมาตรา ๒๗๖ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การขอให้ศาลไต่สวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษามาตรา ๒๗๗ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๖ อำนาจทั่วไปของเจ้าพนักงานบังคับคดีมาตรา ๒๗๘–๒๘๖ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๗ ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีมาตรา ๒๘๗–๒๙๑ · 5 มาตรา
- ส่วนที่ ๙ การถอนการบังคับคดีมาตรา ๒๙๒–๒๙๔ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๑๐0 มาตรา
- หมวด ๒ การบังคับคดีในกรณีที่เป็นหนี้เงินมาตรา ๒๙๘–๓๔๕ · 42 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ อำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีมาตรา ๒๙๘–๓๐๐ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีมาตรา ๓๐๑–๓๐๒ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การยึดทรัพย์สินมาตรา ๓๐๓–๓๑๕ · 12 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การอายัดสิทธิเรียกร้องมาตรา ๓๑๖–๓๒๐ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การขอให้ศาลบังคับบุคคลภายนอกชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องมาตรา ๓๒๑ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๖มาตรา ๓๒๕ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๗ การขอเฉลี่ยและการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปมาตรา ๓๒๖–๓๓๐ · 5 มาตรา
- ส่วนที่ ๘ การขายหรือจำหน่ายมาตรา ๓๓๑–๓๓๔ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๙ การตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์หรือการประกอบกิจการแทนการขายหรือจำหน่ายมาตรา ๓๓๖ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๑๐ การทำบัญชีส่วนเฉลี่ยมาตรา ๓๓๗–๓๔๔ · 8 มาตรา
- ส่วนที่ ๑๑ เงินค้างจ่ายมาตรา ๓๔๕ · 1 มาตรา
- หมวด ๓ การบังคับคดีในกรณีที่ให้ส่งคืนหรือส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่งมาตรา ๓๔๖–๓๔๗ · 2 มาตรา
- หมวด ๔ การบังคับคดีในกรณีที่ให้ขับไล่มาตรา ๓๕๓–๓๕๕ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๑มาตรา ๓๕๓–๓๕๔ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การบังคับคดีในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างมาตรา ๓๕๕ · 1 มาตรา
- หมวด ๕ การบังคับคดีในกรณีที่ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการมาตรา ๓๕๖–๓๕๙ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การบังคับคดีในกรณีที่ให้กระทำการมาตรา ๓๕๗–๓๕๘ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การบังคับคดีในกรณีที่ให้งดเว้นกระทำการมาตรา ๓๕๙ · 1 มาตรา
- หมวด ๖0 มาตรา
- หมวด ๗ การบังคับคดีในกรณีที่ขอให้ศาลสั่งจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษามาตรา ๓๖๑–๓๖๓ · 3 มาตรา
- หมวด ๘ การบังคับในกรณีมีการประกันในศาลมาตรา ๓๖๖–๓๖๗ · 2 มาตรา
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๘ การบังคับในกรณีมีการประกันในศาล
2 มาตรา- ๓๖๖
[ ถ้าบุคคลใดได้เข้าเป็นผู้ประกันในศาลโดยทำเป็นหนังสือหรือโดยวิธีอื่น เพื่อการ ชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น คำพิพากษาหรือคำสั่งเช่น ว่านั้นย่อมใช้บังคับแก่การประกันได้ โดยให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิร้องขอให้ศาลบังคับคดีแก่ผู้ประกันเสมือน หนึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยไม่ต้องฟ้องผู้ประกันเป็นคดีใหม่ ให้นำบทบัญญัติในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การประกันการปฏิบัติตามคำสั่งศาลในกรณีอื่นด้วยโดย อนุโลม
- ๓๖๗
[ ในกรณีที่คู่ความหรือบุคคลใดนำเงิน สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หนังสือประกัน ของธนาคาร หรือหลักประกันอย่างอื่นซึ่งอาจจ่ายเป็นเงินแทนได้ มาวางต่อศาลตามบทบัญญัติแห่งประมวล กฎหมายนี้หรือตามคำสั่งของศาล เช่น คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาหรือทุเลาการบังคับคดีใน ระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา หรือในกรณีอื่นใด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนั้นชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้สั่งจ่ายเงิน หรือดำเนินการเรียกเงินมาจ่ายให้แก่ตนได้ การขอและการดำเนินการตามมาตรานี้ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ตาราง๑ ค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) ลักษณะของคดี ทุนทรัพย์ อัตรา หมายเหตุ
(๑) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณ ค่าธรรมเนียมตาม
(ก) เป็นราคาเงินได้ ให้คิดค่าขึ้นศาลตามทุน
(ข) และ(ค) ถ้ารวม ทรัพย์ ดังต่อไปนี้ ลักษณะของคดี ทุนทรัพย์ อัตรา หมายเหตุ แล้วมีเศษไม่ถึงหนึ่ง บาทให้ปัดทิ้ง
(ก) คำฟ้องนอกจากที่ระบุไว้ใน
(ข) และ(ค) ไม่เกินห้าสิบล้าน ร้อยละ ๒ บาท แต่ไม่เกิน สองแสนบาท ส่วนที่เกินห้าสิบ ล้านบาทขึ้นไป ร้อยละ ๐.๑
(ข) คำร้องขอให้ศาลบังคับตามคาชี้ขาดของ ไม่เกินห้าสิบล้าน อนุญาโตตุลาการในประเทศหรือคำร้อง บาท ขอเพิกถอนคำชี้ขาดของ อนุญาโตตุลาการในประเทศ ร้อยละ ๐.๕ ของจำนวนที่ ร้องขอให้ ศาลบังคับ แต่ไม่เกินห้า หมื่นบาท ส่วนที่เกินห้าสิบ ล้านบาทขึ้นไป ร้อยละ ๐.๑ คำร้องขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของ ไม่เกินห้าสิบล้าน อนุญาโตตุลาการต่างประเทศหรือคำร้อง บาท ขอเพิกถอนคำชี้ขาดของ อนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ร้อยละ ๑ ของจำนวนที่ ร้องขอให้ ศาลบังคับ แต่ไม่เกิน หนึ่งแสน บาท ส่วนที่เกินห้าสิบ ล้านบาทขึ้นไป ร้อยละ ๐.๑
(ค) คำฟ้องขอให้บังคับจำนองหรือบังคับเอา ไม่เกินห้าสิบล้าน ร้อยละ ๑ ทรัพย์สินจำนองหลุด บาท ของจำนวน หนี้ที่ เรียกร้องแต่ ไม่เกินหนึ่ง แสนบาท ลักษณะของคดี
(๒) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจ คำนวณเป็นราคาเงินได้
(ก) คดีทั่วไปรวมทั้งคดีไม่มีข้อพิพาท ทุนทรัพย์ อัตรา ส่วนที่เกินห้าสิบ ล้านบาทขึ้นไป ร้อยละ ๐.๑ หมายเหตุ เรื่องละ ๒๐๐บาท
(ข) อุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งตามมาตรา ๒๒๗ หรือมาตรา ๒๒๘(๒) และ(๓) เรื่องละ ๒๐๐บาท
(๓) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณ เป็นราคาเงินได้และไม่อาจคำนวณเป็นราคา เงินได้รวมอยู่ด้วย ให้คิดค่าขึ้น ศาลตาม อัตราใน
(๑) แต่ไม่ให้น้อย กว่าอัตราใน (๒) (ก) หรือ
(ข) แล้วแต่ กรณี
(๔) คดีที่ขอให้ชำระค่าเสียหาย ค่าอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเลี้ยงชีพก็ดี เงินปี เงินเดือน เงินเบี้ย บำนาญ ค่าบำรุงรักษา หรือเงินอื่น ๆ ก็ดี บรรดาที่ให้จ่ายมีกำหนดเป็นระยะเวลาใน อนาคตนอกจากดอกเบี้ยค่าเช่า หรือ ค่าเสียหายที่ศาลมีอำนาจพิพากษาหรือสั่ง ตามมาตรา ๑๔๒อยู่แล้ว ถ้าคดีนั้นมีคำขอให้ ชำระหนี้ในเวลาปัจจุบัน หรือมีคำขอในข้อ ก่อนๆรวมอยู่ด้วยให้คิดค่าขึ้นศาลสำหรับคำ ขอในข้อนี้เป็นอีกส่วนหนึ่ง ๑๐๐บาท การอุทธรณ์หรือฎีกา คำสั่งตามมาตรา ๒๒๘
(๑) ไม่เรียกเก็บค่าขึ้น ศาล ตาราง๒ ค่าธรรมเนียมศาล (ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ)[๓๖๙] ลักษณะแห่ง กระบวนพิจารณา ศาลฎีกา และศาลอุทธรณ์
(๑) ค่าคำร้องขอตามมาตรา ๑๐๑ ในกรณีที่ยัง ไม่มีคดีอยู่ในศาล
(๒) ค่ารับรองสำเนาเอกสารต่าง ๆ โดยหัวหน้า สำนักงานประจำศาลยุติธรรมหรือเจ้า พนักงานบังคับคดีเป็นผู้รับรอง ฉบับละ
(๓) ใบสำคัญเพื่อแสดงว่าคำพิพากษาหรือคำสั่ง ได้ถึงที่สุดแล้ว ฉบับละ - ศาลชั้นต้น ชำระเมื่อใด ๑๐๐บาท เมื่อยื่นคำร้องขอ ๕๐บาท ๕๐บาท เมื่อยื่นคำร้อง ๕๐บาท ๕๐บาท เมื่อยื่นคำร้อง ตาราง๓ ค่าสืบพยานหลักฐานนอกศาล[๓๗๐] ในกรณีที่มีการสืบพยานหลักฐานนอกศาล ให้คิดค่าป่วยการให้ผู้พิพากษาในอัตราต่อคนวันละสาม ร้อยบาท และให้คิดค่าป่วยการให้เจ้าพนักงานศาลในอัตราต่อคนวันละหนึ่งร้อยห้าสิบบาท โดยให้ชำระเมื่อศาลมีคำสั่ง อนุญาต ในคดีที่มีการรวมการพิจารณา ให้คิดค่าป่วยการโดยถือว่าเป็นคดีเดียว ในกรณีที่มีคู่ความหลายฝ่ายหรือหลายคนเป็นผู้ขอ ให้เฉลี่ยกันชำระค่าป่วยการในอัตราตามวรรค หนึ่งคนละส่วนเท่าๆกัน ในกรณีจำเป็น ศาลอาจสั่งให้คู่ความฝ่ายที่ขอหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือหลายฝ่ายเป็นผู้จัดการหา พาหนะถ้าไม่จัดพาหนะมาให้ จะต้องชดใช้ค่าพาหนะที่เสียไปตามสมควร ตาราง๔ ค่าป่วยการ ค่าพาหนะและค่าเช่าที่พักของพยาน กับค่ารังวัดทำแผนที่[๓๗๑]
(๑) ให้ศาลกำหนดค่าป่วยการพยานตามรายได้และฐานะของพยานซึ่งมาศาลตามหมายเรียก แต่ ไม่ให้เกินวันละสี่ร้อยบาท กับค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของพยานที่เสียไปด้วยตามสมควร
(๒) ในกรณีที่ศาลสั่งให้รังวัดทำแผนที่
(ก) โดยเจ้าพนักงานศาล ให้ศาลกำหนดค่าป่วยการให้แก่เจ้าพนักงานศาลในอัตราต่อคนวันละ สองร้อยบาทกับค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของเจ้าพนักงานศาลที่เสียไปตามสมควร
(ข) โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น ให้ศาลกำหนดค่าป่วยการ ค่า พาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบของส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้น ถ้าส่วน ราชการหรือหน่วยงานนั้นไม่มีระเบียบดังกล่าวให้คิดตามอัตรา
(ก) ตาราง๕ ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี[๓๗๒] ค่าธรรมเนียม จำนวน หมายเหตุ ๑. ขายทอดตลาดหรือจำหน่าย ร้อยละ ๓ของจำนวนเงินที่ขาย ทั้งนี้ ต้องเสียค่าประกาศและค่า โดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินที่ยึดหรือจำหน่ายได้ ใช้สอยต่างหาก หรืออายัด ๒. จ่ายเงินที่ยึดหรืออายัดแก่ ร้อยละ ๒ ของจำนวนเงินที่ยึด เจ้าหนี้ หรืออายัด ๓. เมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัว ร้อยละ ๒ ของราคาทรัพย์สินที่ ส่วนการคำนวณราคาทรัพย์สิน เงินแล้วไม่มีการขายหรือ ยึด ที่ยึดหรืออายัดเพื่อเสีย จำหน่าย ค่าธรรมเนียมตามหมายเลข ๓ และ๔ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ๔. เมื่อยึดหรืออายัดเงินหรือ ร้อยละ ๑ ของจำนวนเงินที่ยึด เป็นผู้กำหนด ถ้าไม่ตกลงกันให้ อายัดทรัพย์สินแล้ว ไม่มี หรืออายัด หรือราคาทรัพย์สินที่ คู่ความที่เกี่ยวข้องเสนอเรื่องต่อ ศาลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา การขายหรือจำหน่าย อายัด ๒๙๖ ๕. ขายโดยวิธีประมูลระหว่าง ร้อยละ ๒ ของราคาประมูล คู่ความ สูงสุด ตาราง๖ ค่าทนายความ[๓๗๓]
(๑) ให้ศาลกำหนดค่าทนายความตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรไม่เกินอัตราขั้นสูงดังที่ระบุไว้ใน ตารางนี้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าคดีละสามพันบาท
(๒) การกำหนดค่าทนายความที่คู่ความจะต้องรับผิดนั้น ให้ศาลพิจารณาตามความยากง่ายแห่งคดี เทียบดูเวลาและงานที่ทนายความต้องปฏิบัติในการว่าคดีเรื่องนั้น อัตรา คดีมีทุนทรัพย์ คดีไม่มีทุนทรัพย์ อัตราขั้นสูงในศาลชั้นต้น ร้อยละ ๕ ๓๐,๐๐๐บาท อัตราขั้นสูงในศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ร้อยละ ๓ ๒๐,๐๐๐บาท ตาราง๗ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี[๓๗๔] ศาลอาจกำหนดให้คู่ความซึ่งต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมตามมาตรา ๑๖๑ ชดใช้ค่าใช้จ่ายใน การดำเนินคดีแก่คู่ความอีกฝ่ายตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร โดยในคดีมีทุนทรัพย์ต้องไม่เกิน ร้อยละ ๑ ของ จำนวนทุนทรัพย์ หรือในคดีไม่มีทุนทรัพย์ต้องไม่เกินห้าพันบาท การกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลคำนึงถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่คู่ความได้ เสียไป รวมทั้งลักษณะและวิธีการดำเนินคดีของคู่ความ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉะบับที่ ๒)พุทธศักราช๒๔๘๗[๓๗๕] มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉะบับที่ ๓)พ.ศ.๒๔๙๒[๓๗๖] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๔)พ.ศ.๒๔๙๓[๓๗๗] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วัดถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๕)พ.ศ.๒๔๙๙[๓๗๘] มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นหกสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อให้คดีลุล่วงไปโดยรวดเร็วยิ่งขึ้น และแก้ ข้อขัดข้องของศาลและคู่ความในการดำเนินกระบวนพิจารณาบางประการที่สำคัญ ทั้งสมควรปรับปรุงแก้ไขอัตราที่ กำหนดไว้ในตารางท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้เหมาะสมด้วย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๖)พ.ศ.๒๕๑๘[๓๗๙] มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา ๘มาตรา ๙และมาตรา ๑๐ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๐ การบังคับคดีตามคำพิพากษา หรือคำสั่งที่ยังไม่เสร็จสิ้นลงในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ หากมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๕หรือมาตรา ๒๘๖ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเมื่อผู้มีส่วนได้เสียในการ บังคับคดียื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องให้ศาลสั่งเพิกถอนเสียทั้งหมดหรือบางส่วน หรือสั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้น อย่างใดอย่างหนึ่งให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ เว้นแต่การบังคับคดีตามคำพิพากษา หรือคำสั่งที่กำหนด สิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา อันไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามมาตรา ๒๘๖
(๑) หรือ (๓)ที่มีจำนวนน้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็น จำนวนเงินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น มีจำนวนเท่ากับอัตราเงินเดือนขั้น ต่าสุดของข้าราชการพลเรือนในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีในศาลอุทธรณ์และ ศาลฎีกาลุล่วงไปโดยเหมาะสมและรวดเร็วยิ่งขึ้นและเพื่อเป็นหลักประกันในการดำรงชีพของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้ดีขึ้นกว่าเดิม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๗)พ.ศ.๒๕๒๑[๓๘๐] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือเนื่องจากค่าขึ้นศาล ค่าธรรมเนียมอื่น ๆค่าสืบพยาน นอกศาล ค่าป่วยการและค่าพาหนะพยานกับค่ารังวัดทำแผนที่ และอัตราค่าทนายความที่กำหนดไว้ในตารางท้าย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้อยู่ได้กำหนดไว้นานมาแล้ว ไม่เหมาะสมแก่ภาวะการณ์ในปัจจุบัน สมควรแก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ สอดคล้องกันด้วย จึงเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๘)พ.ศ.๒๕๒๒[๓๘๑] มาตรา นุเบกษาเป็นต้นไป ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมิได้ให้อำนาจศาลที่จะสั่งให้ส่งคำคู่ความหรือเอกสารโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ตอบรับในโอกาสแรก ทำให้คู่ความต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จำเป็น สมควร ให้มีการส่งคำคู่ความหรือเอกสารโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับในโอกาสแรกได้ จึงเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๙)พ.ศ.๒๕๒๗[๓๘๒] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน กำหนดให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมโดยวิธีปิดแสตมป์ตามจำนวนที่ต้องปิดลงไว้ ในคำคู่ความคำร้อง ใบรับหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าและไม่สะดวกในการเรียกเก็บและการ ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาล และการตรวจสอบคำคู่ความของศาล ทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณและเป็น ภาระในการจัดพิมพ์ และการเก็บรักษาแสตมป์ฤชาอากรอีกด้วย สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้มีการชำระหรือวาง ค่าธรรมเนียมศาลเป็นเงินสดโดยเจ้าพนักงานศาลออกใบรับให้ และสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการ ตรวจคำคู่ความของศาลให้สอดคล้องกับการชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าวด้วย จึงเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ.๒๕๒๗[๓๘๓] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้ บังคับอยู่ในปัจจุบัน
(๑) มีหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลื่อนการพิจารณาคดีของศาลที่ยังไม่รัดกุมพอ และมิได้มี บทบัญญัติให้อำนาจศาลในการสั่งให้คู่ความฝ่ายซึ่งขอเลื่อนคดีเสียค่าป่วยการพยานซึ่งมาศาลตามหมายเรียกและ เสียค่าใช้จ่ายในการที่คู่ความฝ่ายอื่นมาศาล
(๒) มีหลักเกณฑ์ในการที่ศาลจะสั่งตั้งเจ้าพนักงานหรือแพทย์ไปตรวจตัวความผู้แทน ทนายความ พยาน หรือบุคคลอื่นใดที่ถูกเรียกให้มาศาลแต่มาศาลไม่ได้เพราะอ้างว่าป่วยเจ็บอันเป็นเหตุให้มีการขอเลื่อนการนั่ง พิจารณาที่ยังไม่รัดกุมพอ
(๓) มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของทนายความในคดี ซึ่งมีความประสงค์จะถอนตัวจากการเป็นทนาย ที่จะต้องแจ้งให้ตัวความทราบก่อน อันเป็นเหตุให้มีการใช้สิทธิในการถอนตัวจากการเป็นทนายเพื่อประวิงการ พิจารณาคดีได้ ทำให้การพิจารณาคดีล่าช้า
(๔) มิได้กำหนดให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมในการส่งคำฟ้องโดยชัดแจ้งและมิได้มีการกำหนดวิธีการ ส่งคำฟ้องให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งบทบัญญัติที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่ส่งคำ ฟ้องแก่จำเลย แต่ในทางปฏิบัติโจทก์มิได้นำส่งเอง และในปัจจุบันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้โจทก์มีหน้าที่ส่งคำ ฟ้องแก่จำเลยในทุกคดีเพราะการคมนาคมสะดวกขึ้นในหลายท้องที่แล้ว
(๕) กำหนดเวลาที่โจทก์จะต้องร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายและสำเนาคำฟ้องไปให้แก่ จำเลยเพื่อแก้คดี ซึ่งกำหนดไว้สิบห้าวันนับแต่วันยื่นคำฟ้องนั้น เป็นกำหนดเวลาที่นานเกินไป
(๖) กำหนดเวลาที่โจทก์จะต้องแจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย โดยที่การไม่แจ้งตามกำหนดเวลาดังกล่าวถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ซึ่ง กำหนดไว้สิบห้าวันนับแต่วันยื่นคำฟ้องนั้น เป็นกำหนดเวลาที่นานเกินไป
(๗) มิได้กำหนดให้คู่ความมาศาลในวันชี้สองสถาน อันเป็นเหตุให้คู่ความมักจะขอเลื่อนคดีในวันนัด สืบพยานครั้งแรก และศาลไม่อาจดำเนินการไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงประนีประนอมหรือยอมรับในประเด็นข้อ พิพาทที่อาจตกลงกันได้
(๘) มีหลักเกณฑ์การบังคับคดีในส่วนที่เกี่ยวกับการขอเฉลี่ยทรัพย์สินที่ยังไม่รัดกุมพอ ทำให้เกิดความ ไม่เป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษี อากรได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นไว้ก่อนแล้ว และในกรณีที่เจ้าหนี้ผู้ยึดทรัพย์สินสละสิทธิในการบังคับคดีหรือ เพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด
(๙) มิได้กำหนดให้อำนาจศาลสั่งถอนการบังคับคดี ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ดำเนินการบังคับ คดีภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด
(๑๐) มิได้กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขอหมายบังคับคดีเพื่อชำระเป็นค่าธรรมเนียมเจ้า พนักงานบังคับคดี ในกรณีที่มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินซึ่งมิใช่ตัวเงิน หรือในกรณียึดหรืออายัดเงิน หรืออายัด ทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีนั้นเอง หรือถอนโดยคำสั่ง ศาลและผู้ขอให้ยึดหรืออายัดไม่ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี
(๑๑) มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับบังคับคดีในการฟ้องขับไล่ที่รัดกุมพอ ทำให้การบังคับคดีในคดีฟ้อง ขับไล่ประสบปัญหาและขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ถูกพิพากษาให้ขับไล่หรือต้องรื้อถอนสิ่ง ปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัยหรือทรัพย์ที่ครอบครองไม่ยอมปฏิบัติตามคำบังคับของศาลโดยใช้ วิธีหลีกเลี่ยงต่าง ๆ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเสียใหม่ เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและการบังคับคดีในคดีฟ้องขับไล่มีประสิทธิภาพ สามารถอำนวยความยุติธรรม มากขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๑)พ.ศ.๒๕๓๐[๓๘๔] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วย อนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอข้อพิพาท การพิจารณา การทำคาชี้ขาด และการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการนอกศาลไว้โดยเฉพาะแล้ว สมควรยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วย อนุญาโตตุลาการนอกศาลในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (มาตรา ๒๒๑) จึงเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ นี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ.๒๕๓๔[๓๘๕] มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา ๘มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑มาตรา ๑๒มาตรา ๑๓มาตรา ๑๔มาตรา ๑๕มาตรา ๑๖มาตรา ๑๘และ มาตรา ๑๙ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติว่าด้วยเขตอำนาจศาลในประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้ก่อให้เกิดปัญหาและความไม่เป็นธรรม เนื่องจากโจทก์ซึ่งมี ภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรไม่สามารถฟ้องคดีจำเลยซึ่งไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรได้ตราบใดที่ยังไม่ สามารถส่งหมายเรียกให้แก่จำเลยในราชอาณาจักรได้ แต่ในทางกลับกันโจทก์หรือจำเลยซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน ต่างประเทศสามารถฟ้องจำเลยหรือฟ้องแย้งโจทก์ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรได้ และบทบัญญัติเรื่องเขต อำนาจศาลโดยทั่วไปยังไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการดำเนินคดีในศาลประกอบกับในปัจจุบันยังไม่มี บทบัญญัติเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความและเอกสารให้แก่จำเลยหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่มีภูมิลำเนาอยู่ใน ราชอาณาจักรไว้โดยตรงคงอาศัยวิธีปฏิบัติของกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการต่างประเทศเป็นสำคัญซึ่งต้องใช้ เวลานานมากและในบางครั้งก็ไม่อาจส่งให้แก่บุคคลดังกล่าวได้ ทำให้การดำเนินคดีเป็นไปได้ด้วยความล่าช้าและ ยุ่งยาก นอกจากนี้ การพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นบางคดีได้ประสบความล่าช้าเนื่องจากการประวิงคดีของคู่ความ บางฝ่าย ทั้งหลักเกณฑ์การฟ้องคดีมโนสาเร่และคดีไม่มีข้อยุ่งยากที่ใช้บังคับอยู่มีข้อบกพร่องไม่สามารถนำมาบังคับใช้ กับสภาพเศรษฐกิจและสังคมขณะนี้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาล อุทธรณ์และศาลฎีกาก็ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากทำให้ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาไม่สามารถพิจารณาพิพากษาคดีให้ เสร็จลุล่วงไปได้โดยรวดเร็วทำให้คดีค้างพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น สมควรปรับปรุง บทบัญญัติว่าด้วยเขตอำนาจศาลโดยกำหนดให้โจทก์สามารถฟ้องคดีจำเลยซึ่งไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรได้ ง่ายขึ้นกว่าเดิม และกำหนดให้การฟ้องคดีหรือการร้องขอต่อศาลโดยทั่วไปเป็นไปโดยสะดวกและเป็นธรรมยิ่งขึ้น และสมควรเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยการส่งคำคู่ความและเอกสารให้แก่จำเลยซึ่งไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร โดยกำหนดให้การส่งคำคู่ความและเอกสารดังกล่าวเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น กับแก้ไขปรับปรุงให้ศาลมี ดุลพินิจในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมายในกรณีที่จำเลยต้องชำระเงินพร้อม ดอกเบี้ยแก่โจทก์ในกรณีที่ศาลเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์ประวิงคดีให้ล่าช้าโดยไม่สุจริต ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการ ฟ้องคดีมโนสาเร่และคดีไม่มีข้อยุ่งยากให้ทำได้กว้างขวางและสะดวกรวดเร็วขึ้น และปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการ อุทธรณ์ฎีกาให้ทำได้เฉพาะคดีที่มีเหตุผลสมควรที่จะขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์และศาลฎีการวมทั้งแก้ไข บทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ.๒๕๓๕[๓๘๖] มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันประกาศในราช กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา ๙ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๘ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่บรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติ นี้ใช้บังคับ และให้ใช้กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ยื่นฟ้องนั้นบังคับแก่คดีดังกล่าวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เว้นแต่มาตรา ๙ให้ใช้บังคับแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย มาตรา ๑๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้กำหนดให้มีกระบวนพิจารณาชั้นชี้สองสถานเพื่อประโยชน์ในการทำให้ การพิจารณาคดีสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่บทบัญญัติดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติให้สมประโยชน์ได้เพราะกำหนดให้ เป็นดุลพินิจของศาลที่จะทำการชี้สองสถานหรือไม่ก็ได้ และไม่มีสภาพบังคับให้คู่ความต้องมาศาลในวันชี้สองสถาน หากไม่มาคู่ความก็ไม่เสียสิทธิในการดำเนินกระบวนการพิจารณาแต่อย่างใด นอกจากนี้ บทบัญญัติเกี่ยวกับการอ้าง พยานหลักฐานและการส่งพยานหลักฐานไม่รัดกุมและเอื้ออำนวยแก่การชี้สองสถานกล่าวคือ เปิดโอกาสให้มีการอ้าง พยานหลักฐานกันอย่างฟุ่มเฟือย หรืออ้างพยานหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก หรือระบุอ้าง พยานที่จะต้องส่งประเด็นไปสืบยังศาลอื่นไว้มากเกินความจำเป็น หรือระบุอ้างในลักษณะเป็นการประวิงคดีทำให้ การพิจารณาคดีล่าช้า และไม่ให้โอกาสศาลได้ทราบถึงพยานหลักฐานของคู่ความก่อนวันชี้สองสถาน เพื่อให้ศาล สามารถสอบถามให้คู่ความรับกันได้ในบางประเด็นหรือทุกประเด็น อันจะทำให้สามารถตัดประเด็นที่ไม่จำเป็นออก และกำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบได้อย่างถูกต้องครบถ้วนทำให้คดีเสร็จไปโดยรวดเร็ว อีกทั้ง บทบัญญัติว่าด้วยการประชุมใหญ่ของศาลฎีกายังไม่คลุมถึงกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้มีการวินิจฉัยปัญหาโดยที่ ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาสมควรกำหนดให้ศาลทำการชี้สองสถานทุกคดีเว้นแต่คดีที่ไม่มีความจำเป็น และกำหนดให้ คู่ความทุกฝ่ายยื่นคำแถลงเสนอประเด็นข้อพิพาท ยื่นบัญชีระบุพยาน และส่งสำเนาพยานเอกสารที่ได้อ้างอิงไว้ต่อ ศาลก่อนวันชี้สองสถาน เพื่อให้ศาลทราบถึงพยานหลักฐานของคู่ความและสามารถกำหนดประเด็นข้อพิพาทและ หน้าที่นำสืบได้อย่างถูกต้องครบถ้วน รวมทั้งกำหนดให้มีการยื่นต้นฉบับพยานเอกสารและพยานวัตถุที่สำคัญต่อศาล ในวันชี้สองสถาน เพื่อให้คู่ความสามารถแสดงพยานหลักฐานหักล้างกันในประเด็นข้อพิพาท สมควรแก้ไขเพิ่มเติม บทบัญญัติว่าด้วยการประชุมใหญ่ของศาลฎีกาให้คลุมถึงกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้มีการวินิจฉัยปัญหาโดยที่ ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและสมควรแก้ไขบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ.๒๕๓๘[๓๘๗] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๕ พระราชบัญญัตินี้ไม่มีผลกระทบถึงกระบวนพิจารณาใดๆที่ได้กระทำไปแล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ส่วนกระบวนการพิจารณาใดที่ยังมิได้กระทำจนล่วงพ้นกำหนดเวลาที่จะต้องกระทำตาม กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนพระราชบัญญัตินี้ แต่ยังอยู่ในกำหนดเวลาที่อาจกระทำได้ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนิน กระบวนพิจารณานั้นได้ภายในกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการชี้สองสถานและ ระยะเวลาในการยื่นบัญชีระบุพยานตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในปัจจุบันยังไม่ เหมาะสม ไม่ช่วยทำให้การพิจารณาคดีสะดวกและรวดเร็วขึ้นตามที่มุ่งหมายไว้ สมควรแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้ เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๕)พ.ศ.๒๕๓๘[๓๘๘] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาเสียใหม่ โดยกำหนดให้จำเลยมีสิทธิยื่น คำร้องขอให้โจทก์วางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์หรือชั้นฎีกาได้ ด้วย ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมแก่จำเลยในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงในชั้นการพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาล ฎีกาว่าโจทก์จะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและปรับปรุงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาให้คลุมถึงการขอให้ระงับ แก้ไข หรือเพิกถอนการดำเนินการทางทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยหรือที่เกี่ยวกับ การกระทำที่ถูกฟ้องร้อง กับแก้ไขผลบังคับของคำสั่งศาลตามคำขอในวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับ ทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลย ให้มีผลใช้บังคับได้ทันที รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องให้ สอดคล้องกันด้วย เพื่อให้มาตรการในการคุ้มครองโจทก์ในระหว่างการพิจารณาของศาลและการบังคับชำระหนี้ตาม คำพิพากษาของศาลเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ให้จำเลยมีสิทธิจะขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการถูกบังคับโดยวิธีการชั่วคราว และการพิจารณาคำขอดังกล่าว เพื่อให้การ คุ้มครองสิทธิของจำเลยชัดเจนยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ.๒๕๓๙[๓๘๙] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๗ แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยกำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจควบคุมตัวผู้ถูกจับในกรณีที่ มีเหตุจำเป็นไว้ได้ไม่เกินสามวันและแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความ อาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ โดยกำหนดให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยสำนวนการ สอบสวนไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงให้ทันภายในกำหนดเวลาสี่สิบแปดชั่วโมง นับแต่เวลาที่ผู้ต้องหาถูกจับ อันมีผลให้ศาลต้องเปิดทำการในวันหยุดงานหรือในเวลาใด ๆ นอกเวลาทำการ ปกติ สมควรกำหนดให้ผู้พิพากษาและเจ้าพนักงานศาลได้รับเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานในวันหยุดราชการ หรือใน เวลาใดๆนอกเวลาทำงานได้ตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ.๒๕๔๒[๓๙๐] มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราช กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๗ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่บรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ และให้ใช้กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ยื่นฟ้องนั้น บังคับแก่คดีดังกล่าวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด มาตรา ๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือเนื่องจากบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ที่ใช้อยู่ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้การพิจารณาคดีล่าช้า และคู่ความต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควรเมื่อคำนึงถึงทุนทรัพย์ในคดีที่พิพาทกัน สมควรแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติ เกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ให้เหมาะสมขึ้น โดยให้ศาลดำเนินการไกล่เกลี่ยและเข้าช่วยเหลือคู่ความซึ่งไม่มี ความรู้ทางกฎหมายได้ เพื่อให้คดีได้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายของคู่ความ ทั้งสมควรแก้ไขปรับปรุง บทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบางมาตราที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของศาล และการบังคับ คดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้เหมาะสมและสอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๘)พ.ศ.๒๕๔๒[๓๙๑] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งบางเรื่องไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ ปัจจุบัน ทำให้การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเป็นไปโดยล่าช้า สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เหมาะสม ยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๙)พ.ศ.๒๕๔๓[๓๙๒] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่อ้างถึงบทบัญญัติในหมวด ๒การพิจารณาโดยขาดนัดแห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวนั้นอ้างถึงบทบัญญัติในหมวด ๒ การพิจารณาโดยขาดนัด แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ในบท มาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน มาตรา ๕ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ และให้ใช้กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ยื่นฟ้องนั้นบังคับแก่คดีดังกล่าวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาโดยขาดนัดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีความล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับ สภาวการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งมีบทบัญญัติที่ขาดความชัดเจนในหลายประการ เป็นเหตุให้การดำเนินคดีในกรณีที่คู่ความ ขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณาเป็นไปโดยล่าช้า และมีข้อโต้แย้งที่คู่ความอาจใช้เป็นช่องทางในการประวิง คดีได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาโดย ขาดนัดให้เหมาะสมและชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้ศาลสามารถพิพากษาให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีไปได้ เมื่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ และเพื่อให้กระบวนพิจารณาพิพากษาคดีที่คู่ความขาดนัดยื่นคำให้การ หรือขาดนัดพิจารณาเป็นไปด้วยความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย รวมทั้งรวดเร็ว ประหยัด และชัดเจนแน่นอนยิ่งขึ้น อันจะ เป็นหลักประกันการใช้สิทธิเรียกร้องของโจทก์และการคุ้มครองสิทธิของจำเลย ตลอดจนทำให้คดีที่ค้างการพิจารณา ในศาลลดน้อยลง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓[๓๙๓] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๕ บรรดากฎกระทรวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช ๒๔๗๗ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปโดย อนุโลมเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช ๒๔๗๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวงหรือข้อบังคับที่ตราขึ้นใหม่ใช้บังคับแทน มาตรา ๖ ให้ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัติ นี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมกำหนดให้สำนักงานศาลยุติธรรม เป็นหน่วยงานธุรการอิสระของศาลยุติธรรม แต่มิได้กำหนดให้กรมบังคับคดีเป็นหน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรม กรมบังคับคดีจึงยังอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม ดังนั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช ๒๔๗๗ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของประธานศาลฎีกา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๒๐)พ.ศ.๒๕๔๓[๓๙๔] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมกำหนดให้สำนักงานศาลยุติธรรม เป็นหน่วยงานธุรการอิสระของศาลยุติธรรม แต่มิได้กำหนดให้กรมบังคับคดีเป็นหน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรม กรมบังคับคดีจึงยังอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม ดังนั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๒๑)พ.ศ.๒๕๔๗[๓๙๕] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการงดการบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและการขายทอดตลาดทรัพย์สินของ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันบางส่วนยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ดังนั้น เพื่อให้ การบังคับคดีเป็นไปด้วยความเป็นธรรมโดยคุ้มครองสิทธิของบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีและให้ การขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็น ธรรมแก่ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่า ด้วยการขายทอดตลาด สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าวให้เหมาะสมและมีความชัดเจนยิ่งขึ้น จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๒)พ.ศ. ๒๕๔๘[๓๙๖] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๐ บทบัญญัติมาตรา ๙แห่งพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่การบังคับคดีของบรรดาคดีที่ ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ใช้ตาราง๕ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้ บังคับอยู่ในวันที่มีการฟ้องคดีบังคับแก่การบังคับคดีดังกล่าว มาตรา ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ใช้บังคับอยู่มีความไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ ปัจจุบัน เป็นเหตุให้การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นไปด้วยความล่าช้า และคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ตาม คำพิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่เพียงพอ ประกอบกับตาราง ๕ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ แพ่งได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีสูงเกินไป สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งและอัตราค่าธรรมเนียมเจ้า พนักงานบังคับคดีให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐[๓๙๗] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒๐พระราชบัญญัตินี้ไม่มีผลกระทบถึงกระบวนพิจารณาใด ๆที่ได้กระทำไปแล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ส่วนกระบวนพิจารณาใดที่ยังมิได้กระทำจนล่วงพ้นกำหนดเวลาที่จะต้องกระทำตาม กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนพระราชบัญญัตินี้ แต่ยังอยู่ในกำหนดเวลาที่อาจกระทำได้ตามบทบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนินกระบวนพิจารณานั้นได้ภายในกำหนดเวลาตามบทบัญญัติดังกล่าว มาตรา ๒๑ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในภาค ๑ ลักษณะ ๕ ว่าด้วยพยานหลักฐานแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับ สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของประเทศในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑[๓๙๘] มาตรา นุเบกษาเป็นต้นไป ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจา มาตรา ๒๑ บทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่มาตรา ๖ไม่ใช้บังคับแก่บรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ใช้กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่มีการฟ้องคดีบังคับแก่คดีดังกล่าวจนกว่า คดีจะถึงที่สุด สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมใดซึ่งกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนกำหนดให้เรียกเก็บ แต่ประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้กำหนดไว้ ห้ามมิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมนั้นจาก คู่ความสำหรับการดำเนินกระบวนพิจารณาตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นต้นไป มาตรา ๒๒ ให้ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับค่าฤชาธรรมเนียมยังมีความไม่เหมาะสมหลายประการ และไม่ได้แยกค่าฤชา ธรรมเนียมในการพิจารณาคดีออกจากค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี รวมทั้งอัตราค่าฤชาธรรมเนียมในตาราง ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งใช้บังคับมาเป็นเวลานานไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน สมควร แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมและตารางท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้มีความ เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ สมควรกำหนดให้หลักเกณฑ์และวิธีการในการไกล่เกลี่ยของศาล การแต่งตั้งผู้ ประนีประนอม รวมทั้งอำนาจหน้าที่ของผู้ประนีประนอม เป็นไปตามที่กำหนดในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา และแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การขอเลื่อนการนั่งพิจารณาและการพิจารณาคำขอเลื่อนการนั่งพิจารณาให้เคร่งครัด ยิ่งขึ้น ตลอดจนแก้ไขเพิ่มเติมการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีมโนสาเร่และคดีไม่มีข้อยุ่งยากให้ชัดเจนขึ้น จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๕)พ.ศ. ๒๕๕๑[๓๙๙] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งใน ส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง มิได้กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเจ้าพนักงานศาล และ มิได้มีบทบัญญัติกำหนดวิธีการส่งเอกสารเกี่ยวกับการบังคับคดีให้ชัดเจน เป็นเหตุให้การบังคับคดีเป็นไปโดยล่าช้า และมีข้อโต้แย้ง สมควรกำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีสถานะเสมือนเป็นเจ้าพนักงานศาล และกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการส่งเอกสารเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งและการรายงานการส่งเอกสารโดยเจ้าพนักงาน บังคับคดีให้ชัดเจน เพื่อให้การบังคับคดีดำเนินไปด้วยความเป็นธรรม สะดวก รวดเร็ว และประหยัดยิ่งขึ้น จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๖)พ.ศ. ๒๕๕๘[๔๐๐] มาตรา กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราช หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นกระบวนการ ดำเนินคดีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน เนื่องจากเป็นวิธีการที่สามารถ คุ้มครองผู้เสียหายจำนวนมากได้ในการดำเนินคดีเพียงครั้งเดียว และสามารถอำนวยความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายที่ไม่ มีความสามารถฟ้องคดีเพื่อเยียวยาความเสียหายด้วยตนเองได้ หรือผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายจำนวนเพียง เล็กน้อย เช่น คดีที่ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย การดำเนินคดีแบบกลุ่มจึงเป็นมาตรการที่สร้างความเข้มแข็งให้แก่ ประชาชนผู้ด้อยโอกาสในสังคมได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นวิธีการที่ประหยัดเวลาและ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และยังช่วยหลีกเลี่ยงความซ้าซ้อนในการฟ้องคดีและป้องกันความขัดแย้งกันของคำ พิพากษา ตลอดจนเป็นมาตรการในการลดปริมาณคดีที่จะขึ้นสู่ศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง สมควรแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อกำหนดกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินคดีแบบกลุ่ม จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๗)พ.ศ. ๒๕๕๘[๔๐๑] มาตรา นุเบกษาเป็นต้นไป ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจา มาตรา ๙ บรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับจนกว่าคดีนั้นจะถึงที่สุด มาตรา ๑๐ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งในส่วนการฎีกาไม่สามารถกลั่นกรองคดีที่ไม่เป็นสาระอันควรแก่การวินิจฉัยของศาลฎีกาได้อย่างมี ประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาเกิดความล่าช้า ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและ ความศรัทธาที่มีต่อระบบศาลยุติธรรม ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพให้ความเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้อย่างแท้จริงและรวดเร็วขึ้น สมควรกำหนดให้ศาลฎีกา มีอำนาจพิจารณาว่าคดีที่ได้ยื่นฎีกาใดสมควรอนุญาตให้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๘)พ.ศ. ๒๕๕๘[๔๐๒] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่ปัจจุบันมีคดีแพ่งที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ หรือประโยชน์ของสังคมเป็นส่วนรวมเช่นคดีสิ่งแวดล้อมคดีคุ้มครองผู้บริโภคเข้าสู่การพิจารณาของศาลเป็นจำนวน มาก ซึ่งคดีเหล่านี้เป็นคดีที่มีความยุ่งยากซับซ้อน สมควรกำหนดให้สามารถโอนคดีเหล่านี้ไปยังศาลแพ่งเป็นผู้ พิจารณาพิพากษาคดี โดยกำหนดให้ศาลแพ่งที่รับคดีไว้มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณานอกเขตศาลได้เพื่อให้องค์ คณะผู้พิพากษาสามารถออกไปสืบพยานที่อยู่นอกเขตอำนาจด้วยตนเองได้ และกำหนดให้ประธานศาลฎีกาโดย ความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งอัน จะช่วยให้การพิจารณาพิพากษาคดีเกิดความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้สมควรแก้ไขเพิ่มเติม การเก็บรักษาข้อมูลคดีของศาลโดยการจัดเก็บในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเป็น เครื่องมือในการส่งคาคู่ความและเอกสารระหว่างศาลกับคู่ความ หรือระหว่างคู่ความด้วยกัน และกำหนดวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการส่งหมายเรียกและคาฟ้องตั้งต้นคดีไปยังจำเลยหรือบุคคลภายนอกที่อยู่นอกราชอาณาจักรเพื่อให้มีความ สะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๙)พ.ศ. ๒๕๕๘[๔๐๓] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยที่ปัจจุบันการขายทอดตลาดห้องชุดในอาคาร ชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดและที่ดินจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน ซึ่งมีการค้างชำระค่าใช้จ่าย ส่วนกลาง ไม่เป็นที่น่าสนใจของตลาดเท่าที่ควร เพราะผู้ซื้อได้จะต้องรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ค้างชำระ แทนลูกหนี้ตามคาพิพากษาสมควรเพิ่มมาตรา ๓๐๙จัตวา เพื่อให้ผู้ซื้อห้องชุดในอาคารชุดและที่ดินจัดสรรจากการขาย ทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับความเป็นธรรมยิ่งขึ้น และเพื่อลดอุปสรรคในการขายทอดตลาดห้องชุด และที่ดินจัดสรรให้สามารถจำหน่ายออกไปได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว ส่งผลดีต่อผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี และระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๘[๔๐๔] มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันยังมิได้มีการกำหนดค่าป่วยการค่า พาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักของพยานที่ศาลเรียกมาให้ความเห็นต่อศาล ทั้งที่ความเห็นของพยานที่ศาลเรียกมา นั้นเป็นประโยชน์ต่อคู่ความทุกฝ่าย ดังนั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงสมควรกำหนดค่าป่วยการค่าพาหนะ เดินทางและค่าเช่าที่พักของพยานที่ศาลเรียกมาให้ความเห็นต่อศาลให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรม จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐[๔๐๕] มาตรา นุเบกษาเป็นต้นไป ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจา มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัตินี้ไม่มีผลกระทบถึงกระบวนพิจารณาของศาลและกระบวนวิธีการ บังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ได้กระทำไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขาย ทอดตลาดไว้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในประกาศขายทอดตลาดดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น มาตรา ๒๒ บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง ที่ออกตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง กับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมี กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง ที่ออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๒๓ ให้ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ใช้บังคับอยู่บางส่วนไม่เหมาะสมกับสภาพ เศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทำให้การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเป็นไปโดยล่าช้าไม่มี ประสิทธิภาพเพียงพอในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี และเปิดโอกาสให้มีการประวิงคดี สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำ พิพากษาและคำสั่งให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ปริยานุช,ปุณิกา/ผู้จัดทำ ปัญญา/ผู้ตรวจ ๙กันยายน๒๕๕๘ วิศนี/เพิ่มเติม ปัญญา/ตรวจ ๑๒ตุลาคม๒๕๕๘ นุสรา/ปรับปรุง ๑๒มกราคม๒๕๕๙ พรวิภา/เพิ่มเติม ๑๒กรกฎาคม๒๕๖๐ วิชพงษ์/ตรวจ ๑๘กรกฎาคม๒๕๖๐ [๑] ๒๕๔๓ [๒] ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๕๒/-/หน้า๗๒๓/๒๐มิถุนายน ๒๔๗๘ [๓] ๒๒)พ.ศ. ๒๕๔๘ ๒๕๓๔ ๒๕๓๔ ๒๕๓๔ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๒)พ.ศ.๒๕๓๔ ๒๕๕๘ ๒๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่ ๑๘)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๙ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๗ ๒๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๗ ๒๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่ ๒๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๘)พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๓๔ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๒๓)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ชื่อส่วนที่ ๑การกำหนดและการชำระค่าฤชาธรรมเนียม และการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ชื่อส่วนที่ ๒ ความรับผิดชั้นที่สุดในค่าฤชาธรรมเนียม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๖๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๓๔ พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินในคดีมโนสาเร่ พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้กำหนดขยายเป็น คดีที่ มีคำขอให้ ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่เกินสามแสนบาท พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินในคดีมโนสาเร่ พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้กำหนดขยายเป็น คดีฟ้องขับไล่ บุคคลใด ๆออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรือาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสามหมื่นบาท ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๙)พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๑)พ.ศ. ๒๕๓๐ ๒๗)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๖)พ.ศ. ๒๕๑๘ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๙ ๒๗)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๗)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๒๔๙แก้ไขเพิ่มเติมเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๗)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๗)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๒๕๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๒๗)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๗)พ.ศ. ๒๕๕๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ มาตรา ๒๗๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๓๘ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๙๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๓๑๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๖๐ ตาราง ๔ ค่าป่วยการ ค่าพาหนะ และค่าเช่าที่พักของพยาน กับค่ารังวัดทำแผนที่ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ตาราง ๕ ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ ๒๒)พ.ศ. ๒๕๔๘ ตาราง ๖ค่าทนายความ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ แพ่ง (ฉบับที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ตาราง ๗ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง(ฉบับที่ ๒๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๖๑/ตอนที่๗๙/หน้า๑๑๙๒/๓๑ธันวาคม๒๔๘๗ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๖๖/ตอนที่๕๒/หน้า๖๓๒/๒๐กันยายน๒๔๙๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๖๗/ตอนที่๕๘/หน้า๙๖๗/๒๔ตุลาคม๒๔๙๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๗๓/ตอนที่๒๑/หน้า๒๗๘/๑๓มีนาคม๒๔๙๙ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๒/ตอนที่๕/ฉบับพิเศษหน้า ๗๔/๙มกราคม๒๕๑๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๕/ตอนที่๓๗/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๓๑มีนาคม๒๕๒๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๖/ตอนที่๖๔/ฉบับพิเศษหน้า ๖/๒๘เมษายน๒๕๒๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๑/ตอนที่๑๓๖/ฉบับพิเศษหน้า๑/๒ตุลาคม๒๕๒๗ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๑/ตอนที่๑๓๖/ฉบับพิเศษหน้า๔/๒ตุลาคม๒๕๒๗ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๔/ตอนที่๑๕๖/ฉบับพิเศษหน้า๑๘/๑๒สิงหาคม๒๕๓๐ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๘/ตอนที่๑๔๙/ฉบับพิเศษหน้า๑๑/๒๗สิงหาคม๒๕๓๔ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๙/ตอนที่๑๖/หน้า๓๖/๔มีนาคม๒๕๓๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๒/ตอนที่๕๔ก/หน้า๑/๒๘ธันวาคม๒๕๓๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๒/ตอนที่๕๔ก/หน้า๘/๒๘ธันวาคม๒๕๓๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๓/ตอนที่๖๑ก/หน้า๔/๑๗พฤศจิกายน๒๕๓๙ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๖/ตอนที่๓๓ก/หน้า๑/๓พฤษภาคม๒๕๔๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๖/ตอนที่๓๓ก/หน้า๘/๓พฤษภาคม๒๕๔๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๗/ตอนที่๑๙ก/หน้า๑/๑๔มีนาคม๒๕๔๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๗/ตอนที่๑๐๓ก/หน้า ๑/๑๓พฤศจิกายน๒๕๔๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๗/ตอนที่๑๐๓ก/หน้า ๔/๑๓พฤศจิกายน๒๕๔๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๒/ตอนที่๓ก/หน้า ๑/๘มกราคม๒๕๔๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๒/ตอนที่๖๑ก/หน้า๓๐/๒๗กรกฎาคม๒๕๔๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๔/ตอนที่๘๙ก/หน้า๑/๑๐ธันวาคม๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๕/ตอนที่๓๒ก/หน้า๑๔/๑๑กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๕/ตอนที่๔๕ก/หน้า๑/๗มีนาคม๒๕๕๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๒/ตอนที่๒๘ก/หน้า๑/๘เมษายน๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๒/ตอนที่๘๖ก/หน้า๘๗/๘กันยายน๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๒/ตอนที่๙๘ก/หน้า๕๑/๘ตุลาคม๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๒/ตอนที่๑๑๐ก/หน้า๑/๑๙พฤศจิกายน๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๒/ตอนที่๑๒๐ก/หน้า ๙/๑๔ธันวาคม๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๔/ตอนที่๖๙ก/หน้า๑/๖กรกฎาคม๒๕๖๐
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://webdev.excise.go.th/act2560/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://webdev.excise.go.th/act2560/images/files/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%86/The_civil_procedure_code.pdf167 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:a9300687cb1a24872147b5c602471293fdbebbc6267ce44e073d331529d33a46ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:20.126Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR