มีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะ มีเท้าเปียกห้ามเหยียบเสนาสนะ สวมรองเท้าห้ามเหยียบเสนาสนะ ทรงห้ามถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถู พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง เป็นต้น พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง พุทธานุญาตให้ปูลาดนอน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เรื่องห้ามภิกษุสวมรองเท้าเหยียบเสนาสนะ สมัยนั้น ภิกษุสวมรองเท้าเหยียบเสนาสนะ เสนาสนะเสียหาย ภิกษุทั้งหลาย จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสวมรองเท้าเหยียบเสนาสนะ ต้องอาบัติทุกกฏ” เรื่องห้ามภิกษุถ่มน้ำลายบนพื้นที่ทำบริกรรม สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายถ่มน้ำลายบนพื้นที่ทำบริกรรม พื้นผิวเสียหาย ภิกษุ ทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงถ่มน้ำลายบนพื้นที่ทำบริกรรม รูปใดถ่ม ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้กระโถน” เรื่องทรงอนุญาตผ้าพันเท้าเตียงและตั่ง สมัยนั้น เท้าเตียงและตั่งครูดพื้นที่ทำบริกรรม ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไป กราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ผ้าพัน” สมัยนั้น ภิกษุพิงฝาที่ทำบริกรรม ความงดงามเสียไป ภิกษุทั้งหลายจึงนำ เรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงพิงฝาที่ทำบริกรรม รูปใดพิง ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตพนักพิง” @เชิงอรรถ : @ ฝาที่ทำบริกรรม หมายถึงฝาสีขาว หรือฝาที่มีลวดลายจิตรกรรม (วิ.อ. ๓/๓๒๔/๓๕๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๑๕๓} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๖. เสนาสนขันธกะ] ๓. ตติยภาณวาร พนักพิงส่วนล่างครูดพื้น ส่วนบนครูดฝา ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูล พระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ผ้าพันทั้งข้างล่างและ ข้างบน” เรื่องทรงอนุญาตให้ปูผ้านอน สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายล้างเท้าแล้วยำเกรงที่จะนอน ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่อง นี้ไปกราบทูล พระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ปูผ้านอน”
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ มีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อโธเตหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมนฺติ ฯ เสนาสนํ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อโธเตหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมิตพฺพํ โย อกฺกเมยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเหยียบเสนาสนะด้วยเท้าที่ยังมิได้ล้างเสนาสนะเปรอะเปื้อน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเหยียบเสนาสนะด้วยเท้าที่ยังมิได้ล้าง รูปใดเหยียบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ มีเท้าเปียกห้ามเหยียบเสนาสนะ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อลฺเลหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมนฺติ ฯ เสนาสนํ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อลฺเลหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมิตพฺพํ โย อกฺกเมยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเหยียบเสนาสนะด้วยเท้าที่ยังเปียกเสนาสนะเปรอะเปื้อน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเหยียบเสนาสนะด้วยเท้าที่ยังเปียก รูปใดเหยียบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ สวมรองเท้าห้ามเหยียบเสนาสนะ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู สอุปาหนา เสนาสนํ อกฺกมนฺติ ฯ เสนาสนํ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว สอุปาหเนน เสนาสนํ อกฺกมิตพฺพํ โย อกฺกเมยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายสวมรองเท้าเหยียบเสนาสนะ เสนาสนะเปรอะเปื้อน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสวมรองเท้าไม่พึงเหยียบเสนาสนะ รูปใดเหยียบต้องอาบัติทุกกฏ ฯ ทรงห้ามถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถู
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปริกมฺมกตาย ภูมิยา นุฏฺฐหนฺติ ฯ วณฺโณ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ปริกมฺมกตาย ภูมิยา นุฏฺฐหิตพฺพํ โย นุฏฺฐเหยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว เขฬมลฺลกนฺติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถูแล้ว ความงามย่อมเสียไป ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถูแล้ว รูปใดถ่ม ต้องอาบัติทุกกฏดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกระโถน ฯ พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง
เตน โข ปน สมเยน มญฺจปาทาปิ ปีฐปาทาปิ ปริกมฺมกตํ ภูมึ วิลิขนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โจฬเกน ปลิเวเฐตุนฺติ ฯ
สมัยนั้น ทั้งเท้าเตียง ทั้งเท้าตั่ง ย่อมครูดพื้นที่ขัดถูแล้ว ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ผ้าพัน ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปริกมฺมกตํ ภิตฺตึ อปสฺเสนฺติ ฯ วณฺโณ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ปริกมฺมกตา ภิตฺติ อปสฺเสตพฺพา โย อปสฺเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว อปสฺเสนผลกนฺติ ฯ อปสฺเสนผลกํ เหฏฺฐโต ภูมึ วิลิขติ อุปริโต ภิตฺติญฺจ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว เหฏฺฐโต จ อุปริโต จ โจฬเกน ปลิเวเฐตุนฺติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายพิงฝาที่ขัดถูแล้ว ความงามย่อมเสียไป ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุไม่พึงพิงฝาที่ขัดถูแล้ว รูปใดพิง ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตพนักอิง พนักอิงส่วนล่างครูดพื้น และส่วนบนครูดฝา ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ผ้าพันทั้งข้างล่างและข้างบน ฯ พุทธานุญาตให้ปูลาดนอน
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู โธตปาทกา นิปชฺชิตุํ กุกฺกุจฺจายนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปจฺจตฺถริตฺวา นิปชฺชิตุนฺติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายล้างเท้าแล้วย่อมรังเกียจที่จะนอน จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ปูลาดก่อนแล้วนอน ฯ