อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯเล่ม ๓๐ ฉบับนี้แบ่ง ๑๙ เรื่อง อีกฉบับแบ่ง ๓๗ เรื่อง — เทียบตามลำดับไม่ได้ เปิดเล่ม ๓๐ ของฉบับนั้นแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๔๒

อุปสีวมาณวกปัญหานิทเทส

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๒–๒๘๐39 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง)3 ฉบับต้นฉบับพร้อมคำแปล เรียงข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อุปสีวมาณวกปญฺหานิทฺเทโส

เอโก อหํ สกฺก มหนฺตโมฆํ (อิจฺจายสฺมา อุปสีโว) อนิสฺสิโต โน วิสหามิ ตาริตุํ อารมฺมณํ พฺรูหิ สมนฺตจกฺขุ ยํ นิสฺสิโต โอฆมิมํ ตเรยฺยํ ฯ

เอโก อหํ สกฺก มหนฺตโมฆนฺติ เอโกติ ปุคฺคโล วา เม ทุติโย นตฺถิ ธมฺโม วา เม ทุติโย นตฺถิ ยํ วา ปุคฺคลํ นิสฺสาย ธมฺมํ วา นิสฺสาย มหนฺตํ กาโมฆํ ภโวฆํ ทิฏฺโฐฆํ อวิชฺโชฆํ ตเรยฺยํ อุตฺตเรยฺยํ ปตเรยฺยํ สมติกฺกเมยฺยํ วีติวตฺเตยฺยนฺติ เอโก ฯ สกฺกาติ สกฺโก ฯ ภควา สกฺยกุลา ปพฺพชิโตติปิ สกฺโก ฯ อถวา อทฺโธ มหทฺธโน ธนวาติปิ สกฺโก ฯ ตสฺสิมานิ ธนานิ เสยฺยถีทํ สทฺธาธนํ สีลธนํ หิริธนํ โอตฺตปฺปธนํ สุตธนํ จาคธนํ ปญฺญาธนํ สติปฏฺฐานธนํ ฯเปฯ นิพฺพานธนํ ฯ อิเมหิ อเนกวิเธหิ ธนรตเนหิ อทฺโธ มหทฺธโน ธนวาติปิ สกฺโก ฯ อถวา สกฺโก ปหุ วิสวี อลมตฺโต สูโร วีโร วิกฺกนฺโต อภิรุ อจฺฉมฺภี อนุตฺราสี อปลายี ปหีนภยเภรโว วิคตโลมหํโสติปิ สกฺโกติ เอโก อหํ สกฺก มหนฺตโมฆํ ฯ อิจฺจายสฺมา อุปสีโวติ อิจฺจาติ ปทสนฺธิ ฯ อายสฺมาติ ปิยวจนํ ฯ อุปสีโวติ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส นามํ ฯเปฯ อภิลาโปติ อิจฺจายสฺมา อุปสีโว ฯ

อนิสฺสิโต โน วิสหามิ ตาริตุนฺติ อนิสฺสิโตติ ปุคฺคลํ วา อนิสฺสิโต ธมฺมํ วา อนิสฺสิโต ฯ โน วิสหามีติ น อุสฺสหามิ น สกฺโกมิ น ปฏิพโล ฯ ตาริตุนฺติ มหนฺตํ กาโมฆํ ภโวฆํ ทิฏฺโฐฆํ อวิชฺโชฆํ ตาริตุํ อุตฺตริตุํ ปตริตุํ สมติกฺกมิตุํ วีติวตฺติตุนฺติ อนิสฺสิโต โน วิสหามิ ตาริตุํ ฯ

อารมฺมณํ พฺรูหิ สมนฺตจกฺขูติ อารมฺมณํ พฺรูหีติ อารมฺมณํ อาลมฺพณํ นิสฺสยํ อุปนิสฺสยํ พฺรูหิ อาจิกฺขาหิ เทเสหิ ปญฺญเปหิ ปฏฺฐเปหิ วิวราหิ วิภชาหิ อุตฺตานีกโรหิ ปกาเสหีติ อารมฺมณํ พฺรูหิ ฯ สมนฺตจกฺขูติ สมนฺตจกฺขุ วุจฺจติ สพฺพญฺญุตญาณํ ฯ ภควา เตน สพฺพญฺญุตญาเณน อุเปโต สมุเปโต อุปาคโต สมุปาคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต ฯ น ตสฺส อทิฏฺฐมิธตฺถิ กิญฺจิ อโถ อวิญฺญาตมชานิตพฺพํ สพฺพํ อภิญฺญาสิ ยทตฺถิ เนยฺยํ ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขูติ ฯ อารมฺมณํ พฺรูหิ สมนฺตจกฺขุ ฯ

ยํ นิสฺสิโต โอฆมิมํ ตเรยฺยนฺติ ยํ นิสฺสิโตติ ยํ วา ปุคฺคลํ นิสฺสิโต ธมฺมํ วา นิสฺสิโต ฯ โอฆมิมํ ตเรยฺยนฺติ มหนฺตํ กาโมฆํ ภโวฆํ ทิฏฺโฐฆํ อวิชฺโชฆํ ตเรยฺยํ อุตฺตเรยฺยํ ปตเรยฺยํ สมติกฺกเมยฺยํ วีติวตฺเตยฺยนฺติ ยํ นิสฺสิโต โอฆมิมํ ตเรยฺยํ ฯ เตนาห โส พฺราหฺมโณ เอโก อหํ สกฺก มหนฺตโมฆํ (อิจฺจายสฺมา อุปสีโว) อนิสฺสิโต โน วิสหามิ ตาริตุํ อารมฺมณํ พฺรูหิ สมนฺตจกฺขุ ยํ นิสฺสิโต โอฆมิมํ ตเรยฺยนฺติ ฯ

อากิญฺจญฺญํ เปกฺขมาโน สติมา (อุปสีวาติ ภควา) นตฺถีติ นิสฺสาย ตรสฺสุ โอฆํ กาเม ปหาย วิรโต กถาหิ ตณฺหกฺขยํ รตฺตมหาภิปสฺส ฯ

อากิญฺจญฺญํ เปกฺขมาโน สติมาติ โส พฺราหฺมโณ ปกติยา อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺตึ ลาภีเยว นิสฺสยํ น ชานาติ อยํ เม นิสฺสโยติ ฯ ตสฺส ภควา นิสฺสยญฺจ อาจิกฺขติ อุตฺตริญฺจ นิยฺยานปถํ อาจิกฺขติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐหิตฺวา ตตฺถ ชาเต จิตฺตเจตสิเก ธมฺเม อนิจฺจโต เปกฺขมาโน ทุกฺขโต โรคโต คณฺฑโต สลฺลโต อฆโต อาพาธโต ปโลกโต อีติโต อุปทฺทวโต อสาตโต ภยโต อุปสคฺคโต จลโต ปภงฺคุโต อทฺธุวโต อตาณโต อเลณโต อสรณโต อสรณีภูตโต ริตฺตโต ตุจฺฉโต สุญฺญโต อนตฺตโต อาทีนวโต วิปริณามธมฺมโต อสารกโต อฆมูลโต วิภวโต สาสวโต วธกโต สงฺขตโต มารามิสโต ชาติธมฺมโต ชราธมฺมโต พฺยาธิธมฺมโต มรณธมฺมโต โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสธมฺมโต สมุทยธมฺมโต อตฺถงฺคมโต อนสฺสาทโต อาทีนวโต อนิสฺสรณโต เปกฺขมาโน โอโลกยมาโน นิชฺฌายมาโน อุปปริกฺขมาโน ฯ สติมาติ ยา สติ อนุสฺสติ ปฏิสฺสติ ฯเปฯ สมฺมาสติ อยํ วุจฺจติ สติ ฯ อิมาย สติยา อุเปโต สมุเปโต อุปาคโต สมุปาคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต โส วุจฺจติ สติมาติ อากิญฺจญฺญํ เปกฺขมาโน สติมา ฯ อุปสีวาติ ภควาติ อุปสีวาติ ภควา ตํ พฺราหฺมณํ นาเมน อาลปติ ฯ ภควาติ คารวาธิวจนเมตํ ฯเปฯ สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ ภควาติ อุปสีวาติ ภควา ฯ

นตฺถีติ นิสฺสาย ตรสฺสุ โอฆนฺติ นตฺถิ กิญฺจีติ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ ฯ กึการณา นตฺถิ กิญฺจีติ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ ฯ วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺตึ สโต สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐหิตฺวา ตญฺเญว วิญฺญาณํ อภาเวติ วิภาเวติ อนฺตรธาเปติ นตฺถิ กิญฺจีติ ปสฺสติ ตํการณา นตฺถิ กิญฺจีติ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ ฯ ตํ นิสฺสาย อุปนิสฺสาย อารมฺมณํ อาลมฺพณํ กริตฺวา กาโมฆํ ภโวฆํ ทิฏฺโฐฆํ อวิชฺโชฆํ ตรสฺสุ อุตฺตรสฺสุ ปตรสฺสุ สมติกฺกมสฺสุ วีติวตฺตสฺสูติ นตฺถีติ นิสฺสาย ตรสฺสุ โอฆํ ฯ

กาเม ปหาย วิรโต กถาหีติ กาเมติ อุทฺทานโต เทฺว กามา วตฺถุกามา จ กิเลสกามา จ ฯเปฯ อิเม วุจฺจนฺติ วตฺถุกามา ฯเปฯ อิเม วุจฺจนฺติ กิเลสกามา ฯ กาเม ปหายาติ วตฺถุกาเม ปริชานิตฺวา กิเลสกาเม ปหาย ปชหิตฺวา วิโนเทตฺวา พฺยนฺตีกริตฺวา อนภาวงฺคเมตฺวาติ กาเม ปหาย ฯ วิรโต กถาหีติ กถงฺกถา วุจฺจติ วิจิกิจฺฉา ฯ ทุกฺเข กงฺขา ฯเปฯ ฉมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส มโนวิเลโข ฯ กถงฺกถาย อารโต วิรโต ปฏิวิรโต นิกฺขนฺโต นิสฺสฏฺโฐ วิปฺปมุตฺโต วิสํยุตฺโต วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรตีติ เอวมฺปิ วิรโต กถาหิ ฯ อถวา ทฺวตฺตึสาย ติรจฺฉานกถาย อารโต วิรโต ปฏิวิรโต นิกฺขนฺโต นิสฺสฏฺโฐ วิปฺปมุตฺโต วิสํยุตฺโต วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรตีติ เอวมฺปิ วิรโต กถาหีติ กาเม ปหาย วิรโต กถาหิ ฯ

ตณฺหกฺขยํ รตฺตมหาภิปสฺสาติ ตณฺหาติ รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา ฯ รตฺตนฺติ รตฺติ ฯ อโหติ ทิวโส ฯ รตฺติญฺจ ทิวา จ ตณฺหกฺขยํ ราคกฺขยํ โทสกฺขยํ โมหกฺขยํ คติกฺขยํ อุปปตฺติกฺขยํ ปฏิสนฺธิกฺขยํ ภวกฺขยํ สํสารกฺขยํ วฏฺฏกฺขยํ ปสฺส อภิปสฺส ทกฺข โอโลกย นิชฺฌาย อุปปริกฺขาติ ตณฺหกฺขยํ รตฺตมหาภิปสฺส ฯ เตนาห ภควา อากิญฺจญฺญํ เปกฺขมาโน สติมา (อุปสีวาติ ภควา) นตฺถีติ นิสฺสาย ตรสฺสุ โอฆํ กาเม ปหาย วิรโต กถาหิ ตณฺหกฺขยํ รตฺตมหาภิปสฺสาติ ฯ

สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค (อิจฺจายสฺมา อุปสีโว) อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญํ สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโต ติฏฺเฐ นุ โส ตตฺถ อนานุยายี ฯ

สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโคติ สพฺเพสูติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทายวจนเมตํ สพฺเพสูติ ฯ กาเมสูติ อุทฺทานโต เทฺว กามา วตฺถุกามา จ กิเลสกามา จ ฯเปฯ อิเม วุจฺจนฺติ วตฺถุกามา ฯเปฯ อิเม วุจฺจนฺติ กิเลสกามา ฯ สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโคติ สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค จตฺตราโค วนฺตราโค มุตฺตราโค ปหีนราโค ปฏินิสฺสฏฺฐราโค วิกฺขมฺภิตราโคติ สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค ฯ อิจฺจายสฺมา อุปสีโวติ อิจฺจาติ ปทสนฺธิ ฯ อายสฺมาติ ปิยวจนํ ฯ อุปสีโวติ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส นามํ ฯเปฯ อภิลาโปติ อิจฺจายสฺมา อุปสีโว ฯ

อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญนฺติ เหฏฺฐิมา ฉ สมาปตฺติโย หิตฺวา วชฺเชตฺวา ปริจฺจชิตฺวา อติกฺกมิตฺวา สมติกฺกมิตฺวา วีติวตฺติตฺวา อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺตึ นิสฺสิโต อลฺลีโน อุปาคโต สมุปาคโต อชฺโฌสิโต อธิมุตฺโตติ อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญํ ฯ

สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโตติ สญฺญาวิโมกฺขา วุจฺจนฺติ สตฺต สญฺญาสมาปตฺติโย ฯ ตาสํ สญฺญาสมาปตฺตีนํ อากิญฺจญฺญายตน- สมาปตฺติ วิโมกฺขา อคฺคา จ เสฏฺฐา จ วิเสฏฺฐา จ ปาโมกฺขา จ อุตฺตมา จ ปวรา จ ฯ ปรเม อคฺเค เสฏฺเฐ วิเสฏฺเฐ ปาโมกฺเข อุตฺตเม ปวเร อธิมุตฺติวิโมกฺเขน อธิมุตฺโต ตตฺราธิมุตฺโต ตทธิมุตฺโต ตจฺจริโต ตพฺพหุโล ตคฺครุโก ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณ ตปฺปพฺภาโร ตทาธิปเตยฺโยติ สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโต ฯ

ติฏฺเฐ นุ โส ตตฺถ อนานุยายีติ ติฏฺเฐ นูติ สํสยปุจฺฉา เทฺวฬฺหกปุจฺฉา อเนกํสปุจฺฉา เอวํ นุ โข น นุ โข กึ นุ โข กถํ นุ โขติ ติฏฺเฐ นุ ฯ ตตฺถาติ อากิญฺจญฺญายตเน ฯ อนานุยายีติ อนานุยายี อเวธมาโน อวิคจฺฉมาโน อนนฺตรธายมาโน อปริหิยมาโน ฯ อถวา อรชฺชมาโน อทุสฺสมาโน อมุยฺหมาโน อกิลิยมาโนติ ติฏฺเฐ นุ โส ตตฺถ อนานุยายี ฯ เตนาห โส พฺราหฺมโณ สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค (อิจฺจายสฺมา อุปสีโว) อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญํ สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโต ติฏฺเฐ นุ โส ตตฺถ อนานุยายีติ ฯ

สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค (อุปสีวาติ ภควา) อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญํ สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโต ติฏฺเฐยฺย โส ตตฺถ อนานุยายี ฯ

สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโคติ สพฺเพสูติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทายวจนเมตํ สพฺเพสูติ ฯ กาเมสูติ อุทฺทานโต เทฺว กามา วตฺถุกามา จ กิเลสกามา จ ฯเปฯ อิเม วุจฺจนฺติ วตฺถุกามา ฯเปฯ อิเม วุจฺจนฺติ กิเลสกามา ฯ สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโคติ สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค จตฺตราโค วนฺตราโค มุตฺตราโค ปหีนราโค ปฏินิสฺสฏฺฐราโค วิกฺขมฺภิตราโคติ สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค ฯ อุปสีวาติ ภควาติ อุปสีวาติ ภควา ตํ พฺราหฺมณํ นาเมน อาลปติ ฯ ภควาติ คารวาธิวจนเมตํ ฯเปฯ สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ ภควาติ อุปสีวาติ ภควา ฯ

อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญนฺติ เหฏฺฐิมา ฉ สมาปตฺติโย หิตฺวา วชฺเชตฺวา ปริจฺจชิตฺวา อติกฺกมิตฺวา สมติกฺกมิตฺวา วีติวตฺติตฺวา อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺตึ นิสฺสิโต อลฺลีโน อุปาคโต สมุปาคโต อชฺโฌสิโต อธิมุตฺโตติ อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญํ ฯ

สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโตติ สญฺญาวิโมกฺขา วุจฺจนฺติ สตฺต สญฺญาสมาปตฺติโย ฯ ตาสํ สญฺญาสมาปตฺตีนํ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ วิโมกฺขา อคฺคา จ เสฏฺฐา จ วิเสฏฺฐา จ ปาโมกฺขา จ อุตฺตมา จ ปวรา จ ฯ ปรเม อคฺเค เสฏฺเฐ วิเสฏฺเฐ ปาโมกฺเข อุตฺตเม ปวเร อธิมุตฺติวิโมกฺเขน อธิมุตฺโต ตตฺราธิมุตฺโต ตทธิมุตฺโต ตจฺจริโต ตพฺพหุโล ตคฺครุโก ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณ ตปฺปพฺภาโร ตทาธิปเตยฺโยติ สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโต ฯ

ติฏฺเฐยฺย โส ตตฺถ อนานุยายีติ ติฏฺเฐยฺยาติ ติฏฺเฐยฺย สฏฺฐีกปฺปสหสฺสานิ ฯ ตตฺถาติ อากิญฺจญฺญายตเน ฯ อนานุยายีติ อนานุยายี อเวธมาโน อวิคจฺฉมาโน อนนฺตรธายมาโน อปริหิยมาโน ฯ อถวา อรชฺชมาโน อทุสฺสมาโน อมุยฺหมาโน อกิลิยมาโนติ ติฏฺเฐยฺย โส ตตฺถ อนานุยายี ฯ เตนาห ภควา สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค (อุปสีวาติ ภควา) อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญํ สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโต ติฏฺเฐยฺย โส ตตฺถ อนานุยายีติ ฯ

ติฏฺเฐ เจ โส ตตฺถ อนานุยายี ปูคมฺปิ วสฺสานํ สมนฺตจกฺขุ ตตฺเถว โส สีติสิยา วิมุตฺโต ภเวถ วิญฺญาณํ ตถาวิธสฺส ฯ

ติฏฺเฐ เจ โส ตตฺถ อนานุยายีติ ติฏฺเฐ เจ โสติ สเจ โส ติฏฺเฐยฺย สฏฺฐีกปฺปสหสฺสานิ ฯ ตตฺถาติ อากิญฺจญฺญายตเน ฯ อนานุยายีติ อนานุยายี อเวธมาโน อวิคจฺฉมาโน อนนฺตรธายมาโน อปริหิยมาโน อถวา อรชฺชมาโน อทุสฺสมาโน อมุยฺหมาโน อกิลิยมาโนติ ติฏฺเฐ เจ โส ตตฺถ อนานุยายี ฯ

ปูคมฺปิ วสฺสานํ สมนฺตจกฺขูติ ปูคมฺปิ วสฺสานนฺติ ปูคมฺปิ วสฺสานํ พหุนฺนํ วสฺสานํ พหุนฺนํ วสฺสสตานํ พหุนฺนํ วสฺสสหสฺสานํ พหุนฺนํ วสฺสสตสหสฺสานํ พหุนฺนํ กปฺปสตานํ พหุนฺนํ กปฺปสหสฺสานํ พหุนฺนํ กปฺปสตสหสฺสานํ ฯ สมนฺตจกฺขูติ สมนฺตจกฺขุ วุจฺจติ สพฺพญฺญุตญาณํ ฯเปฯ ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขูติ ปูคมฺปิ วสฺสานํ สมนฺตจกฺขุ ฯ

ตตฺเถว โส สีติสิยา วิมุตฺโต ภเวถ วิญฺญาณํ ตถาวิธสฺสาติ ตตฺเถว โส สีติภาวมนุปฺปตฺโต ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตตฺเถว ติฏฺเฐยฺย ฯ อถวา ตสฺส วิญฺญาณํ จเวยฺย อุจฺฉิชฺเชยฺย วินสฺเสยฺย น ภเวยฺย น ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ นิพฺพตฺเตยฺย กามธาตุยา วา รูปธาตุยา วา อรูปธาตุยา วาติ อากิญฺจญฺญายตเน อุปฺปนฺนสฺส สสฺสตญฺจ อุจฺเฉทญฺจ ปุจฺฉติ อุทาหุ ตตฺเถว อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพาเยยฺย ฯ อถวา ตสฺส วิญฺญาณํ จเวยฺย ปุน ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ นิพฺพตฺเตยฺย กามธาตุยา วา รูปธาตุยา วา อรูปธาตุยา วาติ อากิญฺจญฺญายตเน อุปฺปนฺนสฺส ปรินิพฺพานญฺจ ปฏิสนฺธิญฺจ ปุจฺฉติ ฯ ตถาวิธสฺสาติ ตถาวิธสฺส ตาทิสสฺส ตสฺสณฺฐิตสฺส ตปฺปการสฺส ตปฺปฏิภาคสฺส อากิญฺจญฺญายตเน อุปฺปนฺนสฺสาติ ตตฺเถว โส สีติสิยา วิมุตฺโต ภเวถ วิญฺญาณํ ตถาวิธสฺส ฯ เตนาห โส พฺราหฺมโณ ติฏฺเฐ เจ โส ตตฺถ อนานุยายี ปูคมฺปิ วสฺสานํ สมนฺตจกฺขุ ตตฺเถว โส สีติสิยา วิมุตฺโต ภเวถ วิญฺญาณํ ตถาวิธสฺสาติ ฯ

อจฺจิ ยถา วาตเวเคน ขิตฺตํ (อุปสีวาติ ภควา) อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ เอวํ มุนิ นามกายา วิมุตฺโต อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ ฯ

อจฺจิ ยถา วาตเวเคน ขิตฺตนฺติ อจฺจิ วุจฺจติ ชาลสิขา ฯ วาตาติ ปุรตฺถิมา วาตา ปจฺฉิมา วาตา อุตฺตรา วาตา ทกฺขิณา วาตา สรชา วาตา อปรชา วาตา สีตา วาตา อุณฺหา วาตา อธิมตฺตา วาตา เวรมฺภวาตา ปกฺขวาตา สุปณฺณวาตา ตาลปณฺณวาตา วิธูปนวาตา ฯ วาตเวเคน ขิตฺตนฺติ วาตเวเคน ขิตฺตํ อุกฺขิตฺตํ นุนฺนํ ปนุนฺนํ ขมฺภิตํ วิกฺขมฺภิตนฺติ อจฺจิ ยถา วาตเวเคน ขิตฺตํ ฯ อุปสีวาติ ภควาติ อุปสีวาติ ภควา ตํ พฺราหฺมณํ นาเมน อาลปติ ฯ ภควาติ คารวาธิวจนเมตํ ฯเปฯ สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ ภควาติ อุปสีวาติ ภควา ฯ

อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขนฺติ อตฺถํ ปเลตีติ อตฺถํ ปเลติ อตฺถํ คเมติ อตฺถํ คจฺฉติ นิรุชฺฌติ วูปสมติ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ ฯ อุเปติ สงฺขนฺติ อมุกํ นาม ทิสํ คโตติ สงฺขํ น อุเปติ อุทฺเทสํ น อุเปติ คณนํ น อุเปติ ปณฺณตฺตึ น อุเปตีติ อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ ฯ

เอวํ มุนิ นามกายา วิมุตฺโตติ เอวนฺติ โอปมฺมสมฺปฏิปาทนํ ฯ มุนีติ โมนํ วุจฺจติ ญาณํ ฯเปฯ สงฺคชาลมติจฺจ โส มุนิ ฯ นามกายา วิมุตฺโตติ โส มุนิ ปกติยา ปุพฺเพ นามกายา วิมุตฺโต จ รูปกายา วิมุตฺโต จ ตทงฺคสมติกฺกมวิกฺขมฺภนปฺปหาเนน ปหีโน ตสฺส มุนิโน ภวนฺตํ อาคมฺม จตฺตาโร อริยมคฺคา ปฏิลทฺธา โหนฺติ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ปฏิลทฺธตฺตา นามกาโย จ รูปกาโย จ ปริญฺญาตา โหนฺติ นามกายสฺส จ รูปกายสฺส จ ปริญฺญาตตฺตา นามกายา จ รูปกายา จ มุตฺโต วิมุตฺโต อจฺจนฺตวิโมกฺเขนาติ เอวํ มุนิ นามกายา วิมุตฺโต ฯ

อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขนฺติ อตฺถํ ปเลตีติ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต ฯ น อุเปติ สงฺขนฺติ สงฺขํ น อุเปติ อุทฺเทสํ น อุเปติ คณนํ น อุเปติ ปณฺณตฺตึ น อุเปติ ขตฺติโยติ วา พฺราหฺมโณติ วา เวสฺโสติ วา สุทฺโทติ วา คหฏฺโฐติ วา ปพฺพชิโตติ วา เทโวติ วา มนุสฺโสติ วา รูปีติ วา อรูปีติ วา สญฺญีติ วา อสญฺญีติ วา เนวสญฺญีนาสญฺญีติ วา โส เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย นตฺถิ การณํ นตฺถิ เยน สงฺขํ คจฺเฉยฺยาติ อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ ฯ เตนาห ภควา อจฺจิ ยถา วาตเวเคน ขิตฺตํ (อุปสีวาติ ภควา) อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ เอวํ มุนิ นามกายา วิมุตฺโต อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขนฺติ ฯ

อตฺถงฺคโต โส อุทวา โส นตฺถิ อุทาหุ เว สสฺสติยา อโรโค ตมฺเม มุนี สาธุ วิยากโรหิ ตถาหิ เต วิทิโต เอส ธมฺโม ฯ

อตฺถงฺคโต โส อุทวา โส นตฺถีติ โส อตฺถงฺคโต อุทาหุ โส นตฺถิ โส นิรุทฺโธ อุจฺฉินฺโน วินฏฺโฐติ อตฺถงฺคโต โส อุทวา โส นตฺถิ ฯ

อุทาหุ เว สสฺสติยา อโรโคติ อุทาหุ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตตฺเถว ติฏฺเฐยฺยาติ อุทาหุ เว สสฺสติยา อโรโค ฯ

ตมฺเม มุนี สาธุ วิยากโรหีติ ตนฺติ ยํ ปุจฺฉามิ ยํ ยาจามิ ยํ อชฺเฌสามิ ยํ ปสาเทมิ ฯ มุนีติ โมนํ วุจฺจติ ญาณํ ฯเปฯ สงฺคชาลมติจฺจ โส มุนิ ฯ สาธุ วิยากโรหีติ สาธุ อาจิกฺขาหิ เทเสหิ ปญฺญเปหิ ปฏฺฐเปหิ วิวราหิ วิภชาหิ อุตฺตานีกโรหิ ปกาเสหีติ ตมฺเม มุนี สาธุ วิยากโรหิ ฯ

ตถาหิ เต วิทิโต เอส ธมฺโมติ ตถาหิ เต วิทิโต ญาโต ตุลิโต ตีริโต วิภาวิโต วิภูโต เอส ธมฺโมติ ตถาหิ เต วิทิโต เอส ธมฺโม ฯ เตนาห โส พฺราหฺมโณ อตฺถงฺคโต โส อุทวา โส นตฺถิ อุทาหุ เว สสฺสติยา อโรโค ตมฺเม มุนี สาธุ วิยากโรหิ ตถาหิ เต วิทิโต เอส ธมฺโมติ ฯ

อตฺถงฺคตสฺส น ปมาณมตฺถิ (อุปสีวาติ ภควา) เยน นํ วชฺชุ ตํ ตสฺส นตฺถิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ สมูหเตสุ สมูหตา วาทปถาปิ สพฺเพ ฯ

อตฺถงฺคตสฺส น ปมาณมตฺถีติ อตฺถงฺคตสฺส อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุตสฺส รูปปฺปมาณํ นตฺถิ เวทนาปฺปมาณํ นตฺถิ สญฺญาปฺปมาณํ นตฺถิ สงฺขารปฺปมาณํ นตฺถิ วิญฺญาณปฺปมาณํ นตฺถิ น สํวิชฺชติ น อุปลพฺภติ ปหีนํ สมุจฺฉินฺนํ วูปสนฺตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธํ อภพฺพุปฺปตฺติกํ ญาณคฺคินา ทฑฺฒนฺติ อตฺถงฺคตสฺส น ปมาณมตฺถิ ฯ อุปสีวาติ ภควาติ อุปสีวาติ ภควา ตํ พฺราหฺมณํ นาเมน อาลปติ ฯ ภควาติ คารวาธิวจนเมตํ ฯเปฯ สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ ภควาติ อุปสีวาติ ภควา ฯ

เยน นํ วชฺชุ ตํ ตสฺส นตฺถีติ เยน ราเคน วเทยฺยุํ เยน โทเสน วเทยฺยุํ เยน โมเหน วเทยฺยุํ เยน มาเนน วเทยฺยุํ ยาย ทิฏฺฐิยา วเทยฺยุํ เยน อุทฺธจฺเจน วเทยฺยุํ ยาย วิจิกิจฺฉาย วเทยฺยุํ เยหิ อนุสเยหิ วเทยฺยุํ รตฺโตติ วา ทุฏฺโฐติ วา มูโฬฺหติ วา วินิพนฺโธติ วา ปรามฏฺโฐติ วา วิกฺเขปคโตติ วา อนิฏฺฐงฺคโตติ วา ถามคโตติ วา เต อภิสงฺขารา ปหีนา อภิสงฺขารานํ ปหีนตฺตา คติยา เยน วเทยฺยุํ เนรยิโกติ วา ติรจฺฉานโยนิโกติ วา ปิตฺติวิสยิโกติ วา มนุสฺโสติ วา เทโวติ วา รูปีติ วา อรูปีติ วา สญฺญีติ วา อสญฺญีติ วา เนวสญฺญีนาสญฺญีติ วา โส เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย นตฺถิ การณํ นตฺถิ เยน วเทยฺยุํ กเถยฺยุํ โวหเรยฺยุนฺติ เยน นํ วชฺชุ ตํ ตสฺส นตฺถิ ฯ

สพฺเพสุ ธมฺเมสุ สมูหเตสูติ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ สพฺเพสุ ขนฺเธสุ สพฺเพสุ อายตเนสุ สพฺพาสุ ธาตูสุ สพฺพาสุ คตีสุ สพฺพาสุ อุปปตฺตีสุ สพฺพาสุ ปฏิสนฺธีสุ สพฺเพสุ ภเวสุ สพฺเพสุ สํสาเรสุ สพฺเพสุ วฏฺเฏสุ อูหเตสุ สมูหเตสุ อุทฺธเตสุ สมุทฺธเตสุ อุปฺปาติเตสุ สมุปฺปาติเตสุ ปหีเนสุ สมุจฺฉินฺเนสุ วูปสนฺเตสุ ปฏิปฺปสฺสทฺเธสุ อภพฺพุปฺปตฺติเกสุ ญาณคฺคินา ทฑฺเฒสูติ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ สมูหเตสุ ฯ

สมูหตา วาทปถาปิ สพฺเพติ วาทปถา วุจฺจนฺติ กิเลสา จ ขนฺธา จ อภิสงฺขารา จ ฯ ตสฺส วาทา จ วาทปถา จ อธิวจนานิ จ อธิวจนปถา จ นิรุตฺติ จ นิรุตฺติปถา จ ปญฺญตฺติ จ ปญฺญตฺติปถา จ อูหตา สมูหตา อุทฺธตา สมุทฺธตา อุปฺปาติตา สมุปฺปาติตา ปหีนา สมุจฺฉินฺนา วูปสนฺตา ปฏิปฺปสฺสทฺธา อภพฺพุปฺปตฺติกา ญาณคฺคินา ทฑฺฒาติ สมูหตา วาทปถาปิ สพฺเพ ฯ เตนาห ภควา อตฺถงฺคตสฺส น ปมาณมตฺถิ (อุปสีวาติ ภควา) เยน นํ วชฺชุ ตํ ตสฺส นตฺถิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ สมูหเตสุ สมูหตา วาทปถาปิ สพฺเพติ ฯ สห คาถาปริโยสานา ฯเปฯ สตฺถา เม ภนฺเต ภควา สาวโกหสฺมีติ ฯ อุปสีวมาณวกปญฺหานิทฺเทโส ฉฏฺโฐ ฯ -------------

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอุปสีวมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๖

พึงทราบวินิจฉัยในอุปสีวมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๖ ดังต่อไปนี้.

บทว่า มหนฺตโอฆํ คือ โอฆะใหญ่.

บทว่า อนิสฺสิโต ไม่อาศัยแล้ว คือไม่ติดบุคคลหรือธรรม.

บทว่า โน วิสหามิ คือ ข้าพระองค์ไม่อาจ.

บทว่า อารมฺมณํ อารมณ์ คือนิสัย.

บทว่า ยํ นิสฺสิโต คือ อาศัยธรรมหรือบุคคลใด.

พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศต่อไป.

บทว่า กาโมฆํ พึงข้ามกาโมฆะได้ด้วยอนาคามิมรรค พึงข้ามภโวฆะได้ด้วยอรหัตมรรค พึงข้ามทิฏโฐฆะได้ด้วยโสดาปัตติมรรค พึงข้ามอวิชโชฆะได้ด้วยอรหัตมรรค.

บทว่า สกฺยกุลา ปพฺพชิโต ออกบวชจากตระกูลศากยะ ท่านกล่าวด้วยอำนาจการแสดงตระกูลสูงของพระผู้มีพระภาคเจ้า.

บทว่า อาลมฺพณํ คือ ที่ยึดเหนี่ยว.

บทว่า นิสฺสยํ ที่อาศัย คือที่เกี่ยวเกาะ.

บทว่า อุปนิสฺสยํ ที่เข้าไปอาศัย คือที่พึ่ง.

บัดนี้ เพราะพราหมณ์นั้นเป็นผู้ได้อากิญจัญญายตนะ จึงไม่รู้นิสัยแม้มีอยู่นั้น ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงถึงนิสัยนั้น และทางออกไปให้ยิ่งขึ้นแก่พราหมณ์นั้น จึงตรัสคาถาว่า อากิญฺจญฺญํ ดังนี้เป็นต้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า เปกฺขมาโน เพ่งดู คือมีสติเพ่งดูอากิญจัญญายตนสมาบัตินั้น ทั้งเข้าและออกโดยมีความไม่เที่ยงเป็นต้น.

บทว่า นตฺถีติ นิสฺสาย อาศัยว่าไม่มี คือกระทำสมาบัติอันเป็นไปแล้วว่าไม่มีอะไรดังนี้ ให้เป็นอารมณ์.

บทว่า ตรสฺสุ โอฆํ พึงข้ามโอฆะ คือพึงข้ามโอฆะ ๔ อย่างตามสมควรแห่งวิปัสสนาอันเป็นไปแล้ว จำเดิมแต่นั้น.

บทว่า กถาหิ คือ จากความสงสัย.

บทว่า ตณฺหกฺขยํ รตฺต มหาภิปสฺส จงพิจารณาดูความสิ้นไปแห่งตัณหาตลอดคืนและวัน คือจงพิจารณาดูทำนิพพานให้แจ้งตลอดคืนและวัน.

ด้วยบทนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงสุขวิหารธรรมในปัจจุบันแก่พราหมณ์นั้น.

พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศต่อไป.

บทว่า ตญฺเญว วิญฺญาณํ อภาเวติ ไม่ยังวิญญาณนั้นนั่นแลให้เจริญ คือกระทำอากาสานัญจายตนะนั้นให้เป็นที่ยึดเหนี่ยว แล้วไม่ยังวิญญาณอันเป็นมหัคคตะอันเป็นไปแล้วให้เจริญ คือให้ถึงความไม่มี.

บทว่า วิภาเวติ ให้เป็นแจ้ง คือให้ถึงความไม่มีหลายๆ อย่าง.

บทว่า อนฺตรธาเปติ ให้หายไป คือให้ถึงความไม่เห็น.

บทว่า นตฺถิ กิญฺจีติ ปสฺสติ เห็นว่า ไม่มีอะไร คือเห็นว่าไม่มี โดยที่สุดแม้เพียงความแตกดับของเราเอง.

บัดนี้ อุปสีวมาณพสดับแล้วว่า กาเม ปหาย ละกามทั้งหลาย เมื่อพิจารณาเห็นกามทั้งหลายที่ตนละแล้วด้วยการข่มไว้ จึงกล่าวคาถามีอาทิว่า สพฺเพสุ ในกามทั้งปวงดังนี้.

บทว่า หิตฺวมญฺญํ ละสมาบัติอื่น คือละสมาบัติ ๖ อย่างอื่นเบื้องต่ำจากนั้น.

บทว่า สญฺญาวิโมกฺเข ปรเม น้อมใจไปในสัญญาวิโมกข์อย่างยิ่ง ได้แก่ในสัตตสัญญาวิโมกข์ คือในอากิญจัญญายตนสมาบัติอันสูงสุด.

บทว่า ติฏฺเฐ นุโส ตตฺถ อนานุยายี คือ บุคคลนั้นไม่หวั่นไหวพึงดำรงอยู่ในอากิญจัญญายตนพรหมโลกนั้นหรือหนอ.

พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศดังต่อไปนี้.

บทว่า อเวธมาโน ไม่หวั่นไหว คือไม่ข้อง.

บทว่า อวิคจฺฉ มาโน คือ ไม่ถึงความพลัดพราก.

บทว่า อนนฺตรธายมาโน คือ ไม่ถึงความอันตรธาน.

บทว่า อปริหายมาโน คือ ไม่ถึงความเสื่อมในระหว่าง.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงรู้ตามถึงฐานะในที่สุดหกหมื่นกัปของอุปสีวมาณพนั้น จึงตรัสคาถาที่ ๓.

อุปสีวมาณพครั้นสดับถึงฐานะในสมาบัตินั้นของบุคคลนั้น บัดนี้ เมื่อจะทูลถามถึงความเป็นสัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิของบุคคลนั้น จึงกล่าวคาถามีอาทิว่า ติฏฺเฐ เจ หากผู้นั้นพึงดำรงอยู่ในสมาบัตินั้น ดังนี้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ปูคมฺปิ วสฺสานํ แม้มากปี. ความว่า นับปีแม้ไม่น้อย. ปาฐะว่า ปูคมฺปิ วสฺสานิ บ้าง. ในบทนั้นแปลงฉัฏฐีวิภัตติเป็นปฐมาวิภัตติ.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ปูคํ แปลว่า มีมาก. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ปูคานิ บ้าง. ปาฐะแรกดีกว่า.

บทว่า ตตฺเถว โสสีติ สิยา วิมุตฺโต ผู้นั้นเป็นผู้พ้นแล้ว มีความเย็น พึงมีในสมาบัตินั้น คือบุคคลนั้นพ้นแล้วจากทุกข์ต่างๆ ในอากิญจัญญายตนะนั้น พึงถึงความเป็นผู้เย็น. อธิบายว่า เป็นผู้เที่ยงที่จะถึงนิพพานดำรงอยู่.

บทว่า ภเวถ วิญฺญาณํ ตถาวิธสฺส วิญญาณของผู้นั้นพึงมีหรือ หรือถามถึงความขาดสูญว่าวิญญาณของผู้นั้นพึงดับโดยไม่ยึดมั่นหรือ. ย่อมถามถึงแม้ปฏิสนธิของผู้นั้นว่า พึงมีเพื่อถือปฏิสนธิหรือ.

บทว่า ตสฺส วิญฺญาณํ จเวยฺย วิญญาณของผู้นั้นพึงเคลื่อนไป คือวิญญาณของผู้เกิดในอากิญจัญญายตนะนั้น พึงถึงความเคลื่อนไป.

บทว่า อุจฺฉิชฺเชยฺย คือ พึงขาดสูญ.

บทว่า วินสฺเสยฺย คือ พึงถึงความพินาศ.

บทว่า น ภเวยฺย คือ ถึงความไม่มี.

บทว่า อุปฺปนฺนสฺส คือ เกิดแล้วด้วยอำนาจแห่งปฏิสนธิ.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงถึงความดับโดยไม่ยึดมั่นของพระอริยสาวกผู้ไม่อาศัยอุจเฉททิฏฐิและสัสสตทิฏฐิเกิดขึ้นแล้ว ในที่นั้นจึงตรัสพระคาถา มีอาทิว่า อจฺจิ ยถา เหมือนเปลวไฟดังนี้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถํ ปเลติ ย่อมถึงซึ่งอันตั้งอยู่ไม่ได้ คือถึงความไม่มี.

บทว่า น อุเปติ สงฺขยํ ไม่เข้าถึงความนับ คือไม่ถึงการพูดไปว่าไปแล้วสู่ทิศโน้น.

บทว่า เอวํ มุนิ นามกายา วิมุตฺโต มุนีพ้นแล้วจากนามกายฉันนั้น คือ พระเสกขมุนีเกิดแล้วในที่นั้น ตามปกติเป็นผู้พ้นแล้วจากรูปกายมาก่อน ยังจตุตถมรรค (อรหัตมรรค) ให้เกิดในที่นั้นแล้ว พ้นแม้จากนามกายอีก เพราะกำหนดรู้นามกายเป็นพระขีณาสพผู้อุภโตภาควิมุตติ (พ้นทั้งสองส่วน) ย่อมถึงการตั้งอยู่ไม่ได้ ย่อมไม่ถึงการนับว่าเป็นกษัตริย์หรือเป็นพราหมณ์.

พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศต่อไปดังนี้.

บทว่า ขิตฺตา ซัดไป คือดับ.

บทว่า อุกฺขิตฺตา ซัดขึ้นไปแล้ว คือสูญหาย.

บทว่า นุนฺนา หายไป คือไล่ออกไป.

บทว่า ปนุนฺนา สิ้นไป คือทำให้ไกล.

บทว่า ขมฺภิตา หมดไป คือถอยไป.

บทว่า วิกฺขมฺภิตา หมดสิ้นไปแล้ว คือไม่เข้าไปใกล้อีกแล้ว.

บัดนี้ อุปสีวมาณพครั้นสดับว่า อตฺถํ ปเลติ ถึงการตั้งอยู่ไม่ได้มิได้กำหนดถึงการตั้งอยู่ไม่ได้โดยแยบคายของมุนีนั้น จึงกล่าวคาถาว่า อตฺถงฺคโต โส มุนีนั้นเป็นผู้ดับไปแล้ว ดังนี้เป็นต้น.

บทนั้นมีความดังนี้ มุนีนั้นเป็นผู้ดับไปแล้วหรือมุนีนั้นไม่มี หรือมุนีนั้นเป็นผู้ไม่มีโรค มีความไม่ปรวนแปรไปเป็นธรรมดา โดยความเป็นผู้เที่ยง ขอพระองค์ผู้เป็นมุนีโปรดตรัสบอกปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ด้วยดี พระองค์ทรงทราบธรรมนั้นแล้วแท้จริง.

พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศต่อไปดังนี้.

บทว่า นิรุทฺโธ ดับแล้วคือ ถึงความดับ.

บทว่า อุจฺฉินฺโน ขาดสูญแล้ว คือมีสันดานขาดสูญแล้ว.

บทว่า วินฏฺโฐ หายไปแล้ว คือถึงความพินาศ.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงถึงถ้อยคำที่ไม่ควรกล่าวอย่างนั้นแก่อุปสีวมาณพ จึงตรัสคาถาว่า อตฺถงฺคตสฺส ผู้ดับไปแล้วดังนี้ เป็นต้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถงฺคตสฺส คือ ดับ เพราะไม่ถือมั่น.

บทว่า น ปมาณมตฺถิ ไม่มีประมาณ คือไม่มีประมาณในรูปเป็นต้น.

บทว่า เยน นํ วชฺชุํ คือ ชนทั้งหลายพึงว่าบุคคลนั้นด้วยกิเลสมีราคะเป็นต้นใด.

บทว่า สพฺเพสุ ธมฺเมสุ ได้แก่ ธรรมมีขันธ์เป็นต้นทั้งปวง.

พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศต่อไปนี้.

บทว่า อธิวจนา จ ถ้อยคำยิ่ง คือที่พูดทำให้ยิ่งเพียงพูดว่า สิริวัฑฒกะ (เจริญด้วยสิริ) ธนวัฑฒกะ (เจริญด้วยทรัพย์) เป็นต้น ชื่อว่าอธิวจนา (ถ้อยคำยิ่ง). ทางแห่งถ้อยคำยิ่ง ชื่อว่าอธิวจนปถา ถ้อยคำที่พูดเจาะจงลงไปทำให้มีเหตุผลอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะปัจจัยทั้งหลายปรุงแต่ง ฉะนั้นจึงชื่อว่าสังขาร ดังนี้ ชื่อว่านิรุตติ. ทางแห่งนิรุตติ ชื่อว่านิรุตติปถา. ชื่อว่าบัญญัติ เพราะบัญญัติขึ้นโดยประการนั้นๆ อย่างนี้ว่า ตกฺโก (ตรึก) วิตกฺโก (การตรึก) สงฺกปฺโป (ความดำริ). ทางแห่งบัญญัติทั้งหลาย ชื่อว่าคลองแห่งบัญญัติ.

บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดดีแล้ว.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตร แม้นี้ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัต ด้วยประการฉะนี้.

เมื่อจบเทศนา ได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นกับที่กล่าวไว้แล้วนั่นแล.

จบอรรถกถาอุปสีมาณวกนิทเทสที่ ๖ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา