อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๑๘

ปัญหาวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๘–๔๖๔พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 347 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 82 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปญฺหาวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ปัญหาวาร

ข้อ ๑๑๘

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๑๑๙

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยเหตุ- *ปัจจัย คือ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะฯลฯ

ข้อ ๑๒๐

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัยในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป โดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๒๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูป โดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๒๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก และจิตตสมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก และกฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๒๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และวิตก โดยเหตุ-*ปัจจัย ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และวิตก โดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๒๔

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิตก และจิตตสมุฏ-*ฐานรูป โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิตกและกฏัตตารูป โดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๒๕

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยเหตุ-*ปัจจัย คือ เหตุที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๒๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยเหตุ- *ปัจจัย คือ เหตุที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร และจิตตสมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร และกฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๒๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และ อวิตักกอวิจารธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิจาร และจิตต-*สมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิจารและกฏัตตารูป โดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๒๘

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูป โดยเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๒๙

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นพิจารณากุศลกรรมที่ตนสั่งสมไว้ในก่อน ออกจากฌาน ที่มีวิตก วิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น มีราคะ โทมนัสเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น

ข้อ ๑๓๐

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นเพราะปรารภกุศลกรรมนั้น วิตก เกิดขึ้น พิจารณากุศลกรรมที่ตนได้สั่งสมไว้ในก่อน ออกจากฌานที่มีวิตก วิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภกุศลนั้นวิตก เกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ตนละแล้ว พิจารณากิเลสที่ตนข่มไว้ได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดแล้วในก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น วิตก เกิดขึ้นเพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม วิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๓๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต มีวิตก มีวิจาร โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติ-*ญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เกิดขึ้น

ข้อ ๑๓๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นเพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น พิจารณากุศลกรรมที่ตนสั่งสมไว้ในก่อน ออกจากฌาน ที่มีวิตก มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผลพิจารณาผล เพราะปรารภกุศลนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ตนละแล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดแล้วในก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตกเกิดขึ้น

ข้อ ๑๓๓

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ บุคคลออกจากฌาน ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ออกจากผลพิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้นนั้น วิตก เกิดขึ้น พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม และวิตก โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น วิตก เกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๓๔

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอารัมมณ-*ปัจจัย คือ บุคคลออกจากฌาน ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้นพิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น มีราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ

ข้อ ๑๓๕

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุส-*สติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมเกิดขึ้น

ข้อ ๑๓๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลออกจากฌาน ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ออกจากผลพิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้นนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๓๗

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมและวิจาร โดยอารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมเกิดขึ้น

ข้อ ๑๓๘

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจารแล้ว ฯลฯ ออกจากมรรคฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรคที่มีวิตก มีวิจาร แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดีย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น มีราคะ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะหทัยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น มีราคะ โทมนัส เกิดขึ้นเพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมเกิดขึ้น ฯลฯ

ข้อ ๑๓๙

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณ-*ปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้นนั้น วิตกเกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก โดยอารัมมณปัจจัย บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น วิตก เกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิจารธรรม และวิจาร วิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๔๐

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจาร-*ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและวิจาร โดยอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๔๑

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาระ และวิตก เกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน และวิตกฯลฯ แก่มรรค มีวิตก มีวิจาร และวิตก แก่ผล มีวิตก มีวิจารและวิตก แก่อาวัชชนะและวิตก โดยอารัมมณปัจจัย บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเพราะปรารภจักขุนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาระ และวิตก เกิดขึ้น บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งโสตะ ฯลฯ โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๔๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมเกิดขึ้น

ข้อ ๑๔๓

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและวิจาร วิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๔๔

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจาร- *ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมเกิดขึ้น

ข้อ ๑๔๕

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรมและวิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๔๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมเกิดขึ้น

ข้อ ๑๔๗

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก วิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๔๘

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิ-*วาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมเกิดขึ้น

ข้อ ๑๔๙

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรม และวิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๕๐

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้วพิจารณากุศลกรรมนั้น กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลกรรมที่ตนสั่งสมดีแล้วในก่อน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นออกจากฌาน มีวิตก มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรคพิจารณามรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดีย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นเพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๕๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้วพิจารณากุศลกรรมนั้น กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น บุคคลพิจารณากุศลกรรมที่ตนสั่งสมไว้ดีแล้วในก่อน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌาน มีวิตก มีวิจาร ฯลฯ กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากมรรคฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น บุคคลยินดี เพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมกระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นวิตก เกิดขึ้น ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติที่เป็นสวิจาระ เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๕๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๕๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจาร-*ธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๕๔

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่วิตก และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๕๕

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นกระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก เกิดขึ้น บุคคลพิจารณากุศลกรรมที่ตนสั่งสมไว้ดีแล้วในก่อน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌาน มีวิตก มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผลกระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลิน ซึ่งขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และวิตก โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๕๖

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี อย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และวิตก และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๕๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ-*ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคล ออกจากฌาน ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌานนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๕๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอธิปติ- *ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลออกจากฌาน ไม่มีวิตก มีเพียงวิจารฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นเพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตกกระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำขันธ์และวิตกนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น

ข้อ ๑๕๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ- *ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๖๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และวิจาร และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๖๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลออกจากฌาน ไม่มีวิตก มีเพียงวิจารฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตกเกิดขึ้น บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำขันธ์ และวิตกนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๖๒

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผลที่เป็นอวิตักก-*อวิจารธรรม และวิจาร โดยอธิปติปัจจัย ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๖๓

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌาน ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌาน เป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม เกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นเพราะกระทำจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งโสตะ ซึ่งฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียงกลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำโสตะ เป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ทิฏฐิเกิดขึ้น

ข้อ ๑๖๔

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ- *ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมและวิจาร กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำโสตะ เป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๖๕

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรคแก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๖๖

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติได้แก่ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌาน เป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน และวิตก แก่มรรค ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก แก่ผลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยอธิปติปัจจัย บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งหทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมและวิจาร กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำจักษุ โสตะ เป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น

ข้อ ๑๖๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้นเพราะกระทำขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

ข้อ ๑๖๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ วิตก เกิดขึ้น เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

ข้อ ๑๖๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตกเกิดขึ้น เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

ข้อ ๑๗๐

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้นเพราะกระทำขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

ข้อ ๑๗๑

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ วิตก เกิดขึ้น เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

ข้อ ๑๗๒

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตกเกิดขึ้น เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

ข้อ ๑๗๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมมรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ผล ที่เป็นสวิตักกสวิจารมัตตธรรม ผลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ผล ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผล-*สมาบัติ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๗๔

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอนันตร ปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิตกที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-*ธรรม ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก บริกรรมแห่งฌาน ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมเป็นปัจจัยแก่ฌาน ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมโดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๗๕

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมและวิจาร โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร บริกรรมแห่งทุติยฌาน เป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน โดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งตติย-*ฌาน ฯลฯ บริกรรมแห่งจตุตถฌาน ฯลฯ บริกรรมแห่งอากาสานัญจายตนะ ฯลฯ บริกรรมแห่งวิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ บริกรรมแห่งอากิญจัญญายตนะ ฯลฯ บริกรรมแห่งเนวสัญญา-*นาสัญญายตนะ ฯลฯ บริกรรมแห่งทิพพจักขุ ฯลฯ บริกรรมแห่งทิพพโสตธาตุ ฯลฯ บริกรรมแห่งอิทธิวิธญาณ ฯลฯ บริกรรมแห่งเจโตปริยญาณ ฯลฯ บริกรรมแห่งปุพเพนิวาสานุสสติ-*ญาณ ยถากัมมุปคญาณ อนาคตังสญาณ ฯลฯ โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตร-*ปัจจัย

ข้อ ๑๗๖

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ จุติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและวิจาร โดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ฌาน ที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๗๗

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ และวิตก โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู และวิตก อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน และวิตกโคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ผลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม และวิตก อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตกโดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๗๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอนันตร-*ปัจจัย คือ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิตกที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆ มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๗๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตร-*ปัจจัย คือ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตร-*ปัจจัย จุติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิตที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมโดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิจารที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอวิตักก-*อวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นอวิตักก-*อวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย ผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ และวิตก โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก โดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิต ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ และวิตก โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๓

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิจารที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรค ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ผลที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย เนวสัญญานาสัญญายตนะ แห่งพระอริยะผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๔

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ จุติจิต ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิต ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอนันตร-*ปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรม โดยอนันตรปัจจัย มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ผล ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมผลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม อนุโลมและวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของพระอริยะผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๕

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอวิตักก-*วิจารมัตตธรรม และวิตก โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นอวิตักกอวิจาร-*มัตตธรรม และวิตก โดยอนันตรปัจจัย เนวสัญญานาสัญญายตนะ แห่งพระอริยะผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๖

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ จุติจิต ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและวิจาร โดยอนันตรปัจจัย เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของพระอริยะผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๗

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ จุติจิต ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิต ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ และวิตก โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรม และวิตก โดยอนันตรปัจจัย เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของพระอริยะผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ จุติจิต ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิต ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอนันตร-*ปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๘๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-*ธรรม โดยอนันตรปัจจัย ผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-*ธรรม โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๙๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่วิจารที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๙๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆ และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-*ธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย ผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-*ธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๙๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ จุติจิต ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิต ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่อาวัชชะ และวิตกโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม และวิตก โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๙๓

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่โวทานโคตรภู และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โวทาน และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจาระ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลที่เป็นสวิตักกสวิจาระ อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่เป็นสวิตักกสวิจาระโดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๙๔

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิตก เป็นปัจจัยแก่วิตกที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งฌาน ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ฌาน ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย โคตรภู และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โวทาน และวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๙๕

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ อาวัชชนะ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอวิตักก-*อวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งทุติยฌาน และวิตก เป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งตติยฌาน และวิตก บริกรรมแห่งจตุตถฌาน และวิตก บริกรรมแห่งอากาสานัญจายตนะ และวิตก บริกรรมแห่งวิญญาณัญจายตนะ และวิตก บริกรรมแห่งอากิญจัญญายตนะและวิตก บริกรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนะ และวิตก บริกรรมแห่งทิพพจักขุ และวิตกบริกรรมแห่งทิพพโสตธาตุ และวิตก บริกรรมแห่งอิทธิวิธญาณ และวิตก บริกรรมแห่งเจโตปริย-*ญาณ และวิตก บริกรรมแห่งปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ อนาคตังสญาณและวิตก ฯลฯ โคตรภู และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โวทานและวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๙๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอนันตรปัจจัย จุติจิต ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอวิตักก-*วิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-*ธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งฌาน ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ฌาน ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย โคตรภู และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย โวทาน และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร อนุโลมและวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๙๗

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ และวิตก โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่โคตรภู และวิตก อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่โวทาน และวิตก โคตรภู และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตกโวทาน และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นสวิตักกวิจารธรรมและวิตก โดยอนันตรปัจจัย มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ผล ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก ผลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ผล ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยอนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๙๘

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยสมนันตรปัจจัย อนันตรปัจจัยก็ดี สมนันตรปัจจัยก็ดี เหมือนกัน

ข้อ ๑๙๙

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒

ข้อ ๒๐๐

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสหชาต-*ปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๐๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป โดยสหชาต-*ปัจจัย ฯลฯ

ข้อ ๒๐๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๐๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก และจิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๐๔

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตก โดยสหชาต-*ปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตก โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๐๕

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจารมัตต-*ธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ วิตก และจิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ วิตก และจิตตสมุฏฐานรูป ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๐๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสหชาต-*ปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัยขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๐๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยสหชาต-*ปัจจัย คือ วิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๐๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาต- *ปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร และจิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย วิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๐๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ วิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๑๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และ- *อวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ วิจาร และจิตตสมุฏ-*ฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๑๑

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย วิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตา-*รูป ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป วิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ขันธ์ เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ วิจาร เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิจาร มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ มหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๑๒

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๑๓

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสหชาต- *ปัจจัย คือ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสหชาต-*ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๑๔

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และกฏัตตารูป ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจารโดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๑๕

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ที่เป็นสวิตักกสวิจาร และวิตก โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๑๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๑๗

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๑๘

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-*ฐานรูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย

ข้อ ๒๑๙

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตก ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตก โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๒๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิตก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๒๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๒๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-*รูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-*รูปทั้งหลาย วิตกและมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ วิตก และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจาร โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๒๓

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๓ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจาร โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจาร โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๒๔

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาต-*ปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๒๕

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๒๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๒๗

สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิตก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๒๘

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจาร- *ธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๒๒๙

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอัญญ- *มัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญ-*มัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๓๐

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอัญญ- *มัญญปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอัญญมัญญปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๓๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอัญญมัญญ-*ปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๓๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญ-*ปัจจัย

ข้อ ๒๓๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก และหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๓๔

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตก โดยอัญญ-*มัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตก โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๓๕

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตก และหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตก และหทัย-*วัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๓๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดย อัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญ-*ปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๓๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอัญญ-*มัญญปัจจัย คือ วิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ

ข้อ ๒๓๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอัญญ- *มัญญปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร โดยอัญญมัญญ-*ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจารและหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตก เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๓๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๔๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจาร โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจาร โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจารและหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจาร และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๔๑

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอัญญมัญญ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัยขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัย-*วัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัยขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย วิจารเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจาร มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ

ข้อ ๒๔๒

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอัญญมัญญ-*ปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมโดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๔๓

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอัญญ- *มัญญปัจจัย คือ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอัญญมัญญ-*ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๔๔

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารมัตตธรรมและวิจาร โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๔๕

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๔๖

สวิตักกวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๔๗

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๔๘

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตก โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒และวิตก โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๔๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิตก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๕๐

อวิตักกอวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ และวิจาร และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๕๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิจาร โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๕๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจาร โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจาร โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๕๓

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญ-*มัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๕๔

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๕๕

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓และหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๕๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิตก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๒๕๗

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ มี ๗ นัย อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยนิสสยปัจจัย ฯลฯ มี ๕ นัย

ข้อ ๒๕๘

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยนิสสยปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยนิสสยปัจจัย วิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยนิสสยปัจจัยขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๕๙

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัยในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ ฯลฯ

ข้อ ๒๖๐

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยนิสสยปัจจัยหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก โดยนิสสยปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๖๑

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร ฯลฯ

ข้อ ๒๖๒

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ ฯลฯ

ข้อ ๒๖๓

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยนิสสยปัจจัย ปวัตติก็ดี ปฏิสนธิก็ดี พึงแสดง

ข้อ ๒๖๔

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิตก ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๖๕

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-*ฐานรูปทั้งหลาย โดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๖๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตก โดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๖๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ วิตก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๖๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๑ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๖๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-*รูปทั้งหลาย โดยนิสสยปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย วิตก และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิจาร โดยนิสสยปัจจัย ปฏิสนธิกะทั้งหลาย มี ๔ นัย ฯลฯ

ข้อ ๒๗๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยนิสสยปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยนิสสยปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจาร ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจาร โดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๒๗๑

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ มี ๓ นัย

ข้อ ๒๗๒

สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยนิสสยปัจจัย วาระทั้ง ๒ พึงให้พิสดาร

ข้อ ๒๗๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังฌานที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมให้เกิดขึ้นยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ สุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โทสะโมหะ มานะ ทิฏฐิ ฯลฯ ความปรารถนาแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมยังฌาน ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมให้เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ สมาบัติ ฯลฯ ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โทสะ โมหะมานะ ทิฏฐิ ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม แก่ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๗๔

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ สมาบัติ ฯลฯ ศีลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ บุคคลเข้าไปอาศัยความปรารถนาแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมให้เกิดขึ้นมรรค ฯลฯ สมาบัติ ฯลฯ ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม แก่ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๗๕

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ความปรารถนาแล้วยังฌานที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม แก่ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และวิจาร แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกายโดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๗๖

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม แก่ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๗๗

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม แก่ความปรารถนา และวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๗๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ สุตะ จาคะ ปัญญา ฯลฯ วิตกแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม แก่ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๗๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังฌานที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมให้เกิดขึ้นวิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ สุตะ จาคะ ปัญญา ฯลฯ วิตกแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังฌานที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมให้เกิดขึ้นยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ยังมรรคให้เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ฯลฯ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม แก่ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๘๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ สุตะ จาคะ ปัญญา ฯลฯ วิตกแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ฯลฯ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม แก่ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และวิจาร แก่สุขทางกายแก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๘๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ฯลฯ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม แก่ศีล สุตะจาคะ ปัญญา และวิจาร โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๘๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ฯลฯ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม แก่ความปรารถนา และวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๘๓

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ สุตะ จาคะ ปัญญา วิจารสุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ฤดู โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา วิจาร สุขทางกายทุกข์ทางกาย ฤดู โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม แก่ศีลสุตะ จาคะ ปัญญา วิจาร แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๘๔

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังฌานที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมให้เกิดขึ้นวิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ สุตะ จาคะ ปัญญา วิจารสุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ฤดู โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังฌานที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม แก่ศีล ฯลฯ แก่ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๘๕

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ เสนาสนะแล้วยังฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักก-*วิจารมัตตธรรม แก่ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๘๖

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม แก่ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และวิจาร โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๘๗

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม แก่ศีล แก่ความปรารถนา และวิตก โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย

ข้อ ๒๘๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ฯลฯ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ แก่ปัญญาโดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๘๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ฯลฯ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม แก่ศีล สุตะจาคะ ปัญญา และวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๙๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีลสุตะ จาคะ ปัญญา และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม แก่ศีล สุตะจาคะ ปัญญา และ วิจาร แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๙๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีล สุตะจาคะ ปัญญา และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม แก่ศีล สุตะ จาคะปัญญา และวิจาร โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๙๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ฯลฯ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม แก่ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ แก่ความปรารถนา และวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๙๓

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ แก่ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ แก่ความปรารถนา และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม แก่ศีล ฯลฯ แก่ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๙๔

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ศีล ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม แก่ศีล สุตะจาคะ ปัญญา และวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๙๕

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ศีล สุตะ จาคะปัญญา ฯลฯ ความปรารถนา และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม แก่ศีลสุตะ จาคะ ปัญญา และวิจาร แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๙๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ฯลฯ ความปรารถนา และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมแก่ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๙๗

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ ศีล สุตะจาคะ ปัญญา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา ฯลฯ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ แก่ความปรารถนา และวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๒๙๘

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยปุเรชาต- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพ-*โสตธาตุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจารโดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๒๙๙

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยปุเรชาต- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยงโดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตาแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะเกิดขึ้น โทมนัสเกิดขึ้น ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๓๐๐

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยปุเรชาต- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยงโดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตาแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น วิตกเกิดขึ้น ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตาแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภหทัยวัตถุนั้น วิตก เกิดขึ้น ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม และวิตก โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๓๐๑

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*วิจารธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ วัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๓๐๒

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยงโดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตาแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตกเกิดขึ้น โสตะ ฯลฯ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตาแล้วย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรม และวิตก เกิดขึ้น ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรม และวิตก โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๓๐๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยปัจฉาชาต- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย

ข้อ ๓๐๔

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยปัจฉาชาต-*ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ที่เกิดภายหลัง และวิตกเป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย

ข้อ ๓๐๕

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยปัจฉาชาต- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ที่เกิดภายหลัง และวิจาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย

ข้อ ๓๐๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ที่เกิดภายหลัง และวิจาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย

ข้อ ๓๐๗

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ที่เกิดภายหลัง และวิตกเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย

ข้อ ๓๐๘

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอาเสวน- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๐๙

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาเสวน-*ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิตก ที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย บริกรรมแห่งฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ฌานที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๐

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอาเสวน- *ปัจจัย คือ บริกรรมแห่งทุติยฌาน เป็นปัจจัยแก่วิจารในทุติยฌาน โดยอาเสวนปัจจัย บริกรรมแห่งตติยฌาน เป็นปัจจัยแก่ตติยฌาน บริกรรมแห่งจตุตถฌาน เป็นปัจจัยแก่จตุตถฌาน บริกรรมแห่งอากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่อากาสานัญจายตนะ บริกรรมแห่งวิญญาณัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ บริกรรมแห่งอากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่อากิญจัญญายตนะ บริกรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานา-*สัญญายตนะ บริกรรมแห่งทิพพจักขุ เป็นปัจจัยแก่ทิพพจักขุ บริกรรมแห่งทิพพโสตธาตุ เป็นปัจจัยแก่ทิพพโสตธาตุ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ เจโตปริยญาณ ฯลฯ บริกรรมแห่งบุพเพนิวาสานุสสติ-*ญาณ เป็นปัจจัยแก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ บริกรรมแห่งอนาคตังสญาณ ฯลฯ โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ บริกรรมแห่งฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ฌานที่เป็นอวิตักก-*วิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอาเสวนปัจจัย โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ และวิตก โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู และวิตก อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน และวิตกโคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๓

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาเสวน-*ปัจจัย คือ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิตกที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๔

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอาเสวน-*ปัจจัย คือ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดหลังๆโดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๕

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอาเสวน-*ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิจารที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆ และวิจาร โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ และวิตก โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๘

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอาเสวน- *ปัจจัย คือ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิจารที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๑๙

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาเสวน-*ปัจจัย คือ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๐

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆ และวิจาร โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่วิจารที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๓

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมที่เกิดหลังๆ และวิจาร โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๔

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่โวทานโคตรภูและวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โวทาน และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๕

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิตกเป็นปัจจัยแก่วิตกที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย บริกรรมแห่งฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย โคตรภู และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โวทานและวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยอวิตักกอวิจาร-*โดยอาเสวนปัจจัย คือ บริกรรมแห่งทุติยฌาน และวิตก เป็นปัจจัยแก่วิจารในทุติยฌานโดยอาเสวน-*ปัจจัย บริกรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนะ และวิตก ฯลฯ บริกรรมแห่งทิพพจักขุ ฯลฯ บริกรรมแห่งอนาคตสัญญาณ และวิตก เป็นปัจจัยแก่อนาคตตังสญาณ โดยอาเสวนปัจจัย โคตรภู และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอาเสวนปัจจัย โวทาน และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรค ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๗

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ บริกรรมแห่งฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ฌานที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โคตรภู และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โวทานและวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๘

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดก่อนๆ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมที่เกิดหลังๆ และวิตก โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลม และวิตก เป็นปัจจัยแก่โคตรภู และวิตก อนุโลม และวิตกเป็นปัจจัยแก่โวทาน และวิตก โคตรภู และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตกโวทาน และวิตก เป็นปัจจัยแก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๓๒๙

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๐

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยกัมม-*ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-*รูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจาร-*ธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะเจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตกและกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๔

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และวิตก โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและวิตก โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิตก โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๕

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิ- *จารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และวิตก และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและวิตก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิตก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยกัมม-*ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจารซึ่งเป็นวิบากและกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจารซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ทั้งหลาย และวิจาร และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และวิจาร และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิจาร และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๓๙

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๓๔๐

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย

ข้อ ๓๔๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยวิปาก-*ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สวิตักกสวิจารมูลกะ มีหัวข้อปัจจัยทั้ง ๗ บริบูรณ์

ข้อ ๓๔๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยวิปาก-*ปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ฯลฯ อวิตักกวิจารมัตตมูลกะ พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๕ พึงกำหนดคำว่า วิบาก

ข้อ ๓๔๓

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ วิจาร ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปากปัจจัย วิจาร เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปากปัจจัย

ข้อ ๓๔๔

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารมัตตธรรม โดยวิปาก-*ปัจจัย คือ วิจาร ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยวิปากปัจจัย

ข้อ ๓๔๕

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ วิจาร ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย

ข้อ ๓๔๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๔๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย

ข้อ ๓๔๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย

ข้อ ๓๔๙

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๕๐

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิตก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๕๑

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๕๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๕๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาหาร-*ปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอาหารปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สวิตักกสวิจารมูลกะ พึงแจกเป็นหัวข้อปัจจัย ๗ โดยเหตุนี้

ข้อ ๓๕๔

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอาหาร-*ปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๕๕

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอาหาร-*ปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๕๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และวิจาร และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๕๗

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย

ข้อ ๓๕๘

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๕๙

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอินทริย-*ปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอินทริยปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สวิตักกสวิจารมูลกะ พึงแจกเป็นหัวข้อปัจจัย ๗ โดยเหตุนี้

ข้อ ๓๖๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอินทริย-*ปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๖๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอินทริย-*ปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๖๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและวิจาร และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๖๓

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กาย-*วิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย

ข้อ ๓๖๔

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สวิตักกสวิจารมูลกะ พึงแจกเป็นหัวข้อปัจจัย ๗ โดยเหตุนี้

ข้อ ๓๖๕

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยฌาน- *ปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อวิตักกวิจารมัตตมูลกะ พึงแจกเป็นข้อปัจจัย ๕ โดยเหตุนี้

ข้อ ๓๖๖

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย วิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย วิจาร เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยฌานปัจจัย

ข้อ ๓๖๗

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยฌาน- *ปัจจัย คือ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยฌานปัจจัยในปฏิสนธิขณะ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยฌานปัจจัย

ข้อ ๓๖๘

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยฌานปัจจัย คือ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย

ข้อ ๓๖๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๗๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-*ฐานรูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๗๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย

ข้อ ๓๗๒

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๗๓

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-*รูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๗๔

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๗๕

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สวิตักกสวิจารมูลกะ พึงแจกเป็นหัวข้อปัจจัย ๗ โดยเหตุนี้

ข้อ ๓๗๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยมัคค-*ปัจจัย คือ องค์มรรคทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อวิตักกวิจารมัตตมูลกะ พึงแจกเป็นหัวข้อปัจจัย ๕ โดยเหตุนี้

ข้อ ๓๗๗

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๗๘

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ทั้งหลาย โดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๗๙

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-*ฐานรูปทั้งหลาย โดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๐

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยสัมปยุตต-*ปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัยขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสัมปยุตต-*ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยสัมปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตก โดยสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตก ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๔

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดย สัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัยขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๕

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยสัมปยุตต-*ปัจจัย คือ วิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยสัมปยุตต- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิจาร โดยสัมปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และ อวิตักกอวิจารธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจาร โดยสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจาร ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๘

อวิตักกวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยสัมปยุตต- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๘๙

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสัมปยุตต- *ปัจจัย คือ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๙๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๙๑

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตต-*ปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิตก ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๓๙๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยสัมปยุตต- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๓๙๓

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยวิปปยุตต-*ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๓๙๔

อวิตักกวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย วิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย วิจาร เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย วิจาร เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัยกายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๓๙๕

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมโดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๓๙๖

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยวิปปยุตต-*ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม และวิตก โดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๓๙๗

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม และวิจาร โดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๓๙๘

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรม และวิตก โดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๓๙๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๔๐๐

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักก-*สวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๔๐๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๔๐๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอัตถิ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๔๐๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย ในสวิตักกสวิจารมูลกะ หัวข้อปัจจัยที่เหลือ เหมือนกับ สหชาตปัจจัย

ข้อ ๔๐๔

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารมัตตธรรม โดยอัตถิ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๔๐๕

อวิตักกอวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอัตถิ-*ปัจจัย คือ วิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๔๐๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย อวิตักกวิจารมัตตมูลกะ มีหัวข้อปัจจัย ๕ เหมือนกับ สหชาตปัจจัย

ข้อ ๔๐๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ วิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตา-*รูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย วิจาร เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจาร โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยอัตถิปัจจัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป และกฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทารูปโดยอัตถิปัจจัย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทารูป โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิจารธรรม และวิจาร โดยอัตถิ-*ปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูป-*ชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๐๘

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น ราคะเกิดขึ้นโทมนัสเกิดขึ้น รูป ฯลฯ เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๐๙

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-*ธรรม โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและวิตก โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น วิตกเกิดขึ้น โสตะ ฯลฯ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดีย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น วิตกเกิดขึ้น หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๑๐

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และกฏัตตา-*รูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมโดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตต-*ธรรม และวิจาร โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๑๑

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น โสตะ ฯลฯ ฆานะ ชิวหา กาย ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๑๒

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๑๓

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๑๔

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๑๕

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตก โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตก โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๔๑๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ วิตก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจาร-*ธรรม โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๑๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๑๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *อวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น สหชาต ได้แก่ วิตก และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-*รูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจาร โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตก และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิจาร โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม วิตก และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม วิตก และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๑๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิจาร ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจาร โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๔๒๐

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิ-*ปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิตก ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๔๒๑

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๒๒

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๔๒๓

สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม วิตก และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ ๔๒๔

สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม วิตก และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม วิตก และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม วิตก และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๒๕

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยนัตถิปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย เหมือนกับ อนันตรปัจจัย อวิคตปัจจัย เหมือนกับ อัตถิปัจจัย

ข้อ ๔๒๖

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๑ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๒๑ ในอธิปติปัจจัย มี " ๒๓ ในอนันตรปัจจัย มี " ๒๕ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๒๕ ในสหชาตปัจจัย มี " ๓๐ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๒๘ ในนิสสยปัจจัย มี " ๓๐ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๒๕ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๕ ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๕ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒๑ ในกัมมปัจจัย มี " ๑๑ ในวิปากปัจจัย มี " ๒๑ ในอาหารปัจจัย มี " ๑๑ ในอินทริยปัจจัย มี " ๑๑ ในฌานปัจจัย มี " ๒๑ ในมัคคปัจจัย มีวาระ ๑๖ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๑๑ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย มี " ๓๐ ในนัตถิปัจจัย มี " ๒๕ ในวิคตปัจจัย มี " ๒๕ ในอวิคตปัจจัย มี " ๓๐ ปัจจัยสงเคราะห์ เหมือนกับ กุสลัตติกะ นั่นเทียว การนับปัญหาวาร ผู้มีปัญญาพึงกระทำอย่างนี้ อนุโลม จบ

ข้อ ๔๒๗

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอารัมมณ-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๒๘

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณ-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๒๙

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอารัมมณ-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๓๐

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๓๑

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๓๒

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๓๓

สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๓๔

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๓๕

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๔๓๖

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอารัมมณ-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๓๗

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๔๓๘

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก- *อวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย

ข้อ ๔๓๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๔๔๐

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอารัมมณ-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย

ข้อ ๔๔๑

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอารัมมณ-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๔๔๒

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณ-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปุเรชาต-*ปัจจัย

ข้อ ๔๔๓

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๔๔๔

อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๔๔๕

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม ฯลฯ มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต

ข้อ ๔๔๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม ฯลฯ มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต

ข้อ ๔๔๗

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจาร-*มัตตธรรม ฯลฯ มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย

ข้อ ๔๔๘

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม ฯลฯ มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต

ข้อ ๔๔๙

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๔๕๐

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๔๕๑

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย

ข้อ ๔๕๒

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๔๕๓

อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย

ข้อ ๔๕๔

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย

ข้อ ๔๕๕

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๔๕๖

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก-*อวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปัจฉา-*ชาตปัจจัย

ข้อ ๔๕๗

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก- *สวิจารธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยสหชาตปัจจัย

ข้อ ๔๕๘

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก- *วิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๔๕๙

สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก-*สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสย-*ปัจจัย

ข้อ ๔๖๐

สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม ฯลฯ มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต

ข้อ ๔๖๑

สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม ฯลฯ มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต อาหาร อินทริยปัจจนียมาติกา

ข้อ ๔๖๒

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี " ๒๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๒๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี " ๒๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มีวาระ ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๒๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๒๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๒๗ ผู้มีปัญญา เมื่อจะนับปัจจนียะ พึงนับตามบทเหล่านี้ปัจจนียะ จบ

ข้อ ๔๖๓

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ๑๑ ทั้งหมด ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑การนับอนุโลมปัจจนียะ พึงนับโดยเหตุนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ

ข้อ ๔๖๔

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๓ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๕ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๕ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓๐ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๘ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓๐ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๕ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๖ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ฯลฯ มี " ๓๐ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๕ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๕ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓๐ปัจจนียานุโลม พึงแจก โดยเหตุนี้ ปัจจนียานุโลม จบ วิตักกัตติกะ ที่ ๖ จบ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ ๖๖

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยเหตุปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย (๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกและกฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และวิตกโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และวิตกโดยเหตุปัจจัย (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิตก และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิตก และกฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย (๗)

ข้อ ๖๗

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและจิตต-สมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและกฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิจาร และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิจาร และกฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย (๓)

ข้อ ๖๘

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปโดยเหตุปัจจัย (๑) อารัมมณปัจจัย

ข้อ ๖๙

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌานที่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้ว พิจารณาผล พระอริยะพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น เห็นแจ้งขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจาร โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้นเพราะปรารภขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจาร ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น เพราะปรารภกุศลนั้น วิตกจึงเกิดขึ้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌานที่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้นนั้น วิตกจึงเกิดขึ้น พระอริยะพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นเห็นแจ้งขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น วิตกจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจาร วิตกจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่เจโต-ปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ และอนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจาร ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น เพราะปรารภกุศลนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌานที่มีทั้งวิตกและวิจารออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผล เพราะปรารภกุศลนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น พระอริยะพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น เห็นแจ้งขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจาร โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจาร ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น (๔)

ข้อ ๗๐

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมี เพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผล เพราะปรารภกุศลนั้น วิตกจึงเกิดขึ้นเห็นแจ้งขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น วิตกจึงเกิดขึ้นเพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตก วิตกจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผล เพราะปรารภกุศลนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น เห็นแจ้งขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตก ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณและอนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตก ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผล เพราะปรารภกุศลนั้นขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น เห็นแจ้งขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้นเพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตก ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น (๔)

ข้อ ๗๑

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค ผลที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะโดยอารัมมณปัจจัย รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กาย-วิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณเจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ และอนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะออกจากฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผล เพราะปรารภกุศลนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น พระอริยะพิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร มรรค ผล ที่มีทั้งวิตกวิจาร และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นแจ้งจักษุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินโสตะเป็นต้นนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะออกจากฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้นนั้น วิตกจึงเกิดขึ้น พระอริยะพิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค ผล ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตก โดยอารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นแจ้งจักษุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจาร และวิจารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น วิตกจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร วิตกจึงเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรคผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร โดยอารัมมณปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะออกจากฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้นนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร และวิตกจึงเกิดขึ้น พระอริยะพิจารณานิพพานนิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูและวิตก โวทานและวิตก มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกผลที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก อาวัชชนจิตและวิตกโดยอารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นแจ้ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร จักษุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร และวิตกจึงเกิดขึ้นบุคคลเห็นแจ้งโสตะ ฯลฯ โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินโสตะเป็นต้นนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น (๕)

ข้อ ๗๒

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร วิตกจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิจารเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณและอนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิจาร ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น (๔)

ข้อ ๗๓

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก วิตกจึงเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ และ อนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น (๔)อธิปติปัจจัย

ข้อ ๗๔

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ และสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานที่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรคออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำการพิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น บุคคลพิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานที่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรค

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำการพิจารณาผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น บุคคลยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจาร ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยอธิปติปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิบดีธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิบดีธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติ-ปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ และสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำการพิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น บุคคล พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานที่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่าง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร หนักแน่น เพราะทำการพิจารณาผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น บุคคลยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์และวิตกโดยอธิปติปัจจัย (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจาร ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์วิตก และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๗)

ข้อ ๗๕

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมี เพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ และสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำการพิจารณาผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น บุคคลยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำการพิจารณาผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น บุคคลยินดีเพลิดเพลิน ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์และวิตกนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิบดีธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลออกจากฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำการพิจารณาผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น บุคคลยินดี เพลิดเพลินขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์และวิตกนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น (๕)

ข้อ ๗๖

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ และสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค ผลที่ไม่มีทั้งวิตกวิจาร และวิจารโดยอธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัม-ปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะออกจากฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำการพิจารณาผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น พระอริยะพิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผล ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นเพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้นทิฏฐิจึงเกิดขึ้น บุคคลยินดีเพลิดเพลินโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูป... เสียง ...กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินโสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะออกจากฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำการพิจารณาผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นวิตกจึงเกิดขึ้น พระอริยะพิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค ผล ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอธิปติ-ปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่พระอริยะออกจากฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ออกจากมรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำการพิจารณาผลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น พระอริยะพิจารณา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร นิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูและวิตก โวทานและวิตก มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก ผลที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น (๕)

ข้อ ๗๗

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่เพราะทำขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คืออารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๗๘

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่เพราะทำขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คืออารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น (๓) อนันตรปัจจัย

ข้อ ๗๙

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจารโวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจาร มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่มีทั้งวิตกและวิจาร ผลที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่มีทั้งวิตกและวิจาร อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิตกซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ฯลฯ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตก ฯลฯ บริกรรมฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่วิญญาณ ๕ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร ฯลฯ บริกรรมทุติยฌานเป็นปัจจัยแก่วิจารในทุติยฌานโดยอนันตรปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร บริกรรมตติยฌาน ฯลฯ บริกรรมจตุตถฌาน ฯลฯ บริกรรมอากาสานัญจายตนะฯลฯ บริกรรมวิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ บริกรรมอากิญจัญญายตนะ ฯลฯ บริกรรมเนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ บริกรรมทิพพจักขุ ฯลฯ บริกรรม ทิพพโสตธาตุ ฯลฯ บริกรรมอิทธิวิธญาณ ฯลฯ บริกรรมเจโตปริยญาณ ฯลฯ บริกรรมปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ บริกรรมยถากัมมูปคญาณ ฯลฯ บริกรรมอนาคตังสญาณ ฯลฯ โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิจารโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัยบริกรรมฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผล-สมาบัติที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดก่อนๆเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิตกโดยอนันตรปัจจัยอนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภูและวิตก อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทานและวิตก โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกผลที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๕)

ข้อ ๘๐

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมี เพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิตกซึ่งเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร หลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติ-จิตที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิจารโดยอนันตรปัจจัย มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิตกโดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิตที่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตและวิตกโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๕)

ข้อ ๘๑

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ผลที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิตที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยอนันตร-ปัจจัย เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิจารโดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย ภวังคจิตที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตและวิตกโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัยเนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๕)

ข้อ ๘๒

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ภวังค-จิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตร-ปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัยมรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร วิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตร-ปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิจารโดยอนันตรปัจจัย มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัยภวังคจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตและวิตกโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๕)

ข้อ ๘๓

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตร-ปัจจัย อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่โวทานโคตรภูและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจาร โวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจาร มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ผลที่มีทั้งวิตกและวิจาร ผลที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ผลที่มีทั้งวิตกและวิจารอนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารซึ่งเกิดก่อนๆและวิตกเป็นปัจจัยแก่วิตกซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่มีทั้งวิตกวิจาร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร และวิตกเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัยบริกรรมฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย โคตรภูและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนจิตและวิตกเป็นปัจจัยแก่วิญญาณ ๕ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย บริกรรมทุติยฌานและวิตกเป็นปัจจัยแก่วิจารในทุติยฌานโดยอนันตรปัจจัย บริกรรมตติยฌานและวิตกฯลฯ บริกรรมจตุตถฌานและวิตก ฯลฯ บริกรรมอากาสานัญจายตนะและวิตกฯลฯ บริกรรมวิญญาณัญจายตนะและวิตก ฯลฯ บริกรรมอากิญจัญญายตนะและวิตก ฯลฯ บริกรรมเนวสัญญานาสัญญายตนะและวิตก ฯลฯ บริกรรมทิพพจักขุและวิตก ฯลฯ บริกรรมทิพพโสตธาตุและวิตก ฯลฯ บริกรรมอิทธิวิธญาณและวิตกฯลฯ บริกรรมเจโตปริยญาณและวิตก ฯลฯ บริกรรมปุพเพนิวาสานุสสติญาณและวิตก ฯลฯ บริกรรมยถากัมมูปคญาณและวิตก ฯลฯ บริกรรมอนาคตังสญาณและวิตก ฯลฯ โคตรภูและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร โวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ จุติจิตที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย บริกรรมฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย โคตรภูและวิตก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร เป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย โวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอนันตรปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และ วิตกโดยอนันตรปัจจัย อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่โคตรภูและวิตก อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่โวทานและวิตก โคตรภูและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกวิจาร และวิตกโวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ผลที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก ผลที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ผลที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๕) สมนันตรปัจจัย

ข้อ ๘๔

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสมนันตรปัจจัย (อนันตรปัจจัยและสมนันตรปัจจัยเหมือนกัน)สหชาตปัจจัย

ข้อ ๘๕

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยสหชาตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ แก่กฏัตตารูป ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตกโดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒และวิตกโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๗)

ข้อ ๘๖

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมี เพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ วิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและจิตต-สมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย วิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ วิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ วิจารและจิตตสมุฏฐานรูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๕)

ข้อ ๘๗

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย วิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป ฯลฯ วิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ฯลฯ วิจารเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจาร ฯลฯ มหาภูตรูป ๑เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ ฯลฯ มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ... มหา-ภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปโดยสหชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยสหชาตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและกฏัตตารูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยสหชาตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยสหชาตปัจจัย (๕)

ข้อ ๘๘

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยสหชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยสหชาตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตก ฯลฯ ขันธ์ ๒และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตกโดยสหชาตปัจจัย (๔)

ข้อ ๘๙

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ วิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาต-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ฯลฯ วิตกและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ วิตกและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจารโดยสหชาตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาต-ปัจจัย ขันธ์ ๓ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัยขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปโดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจารโดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจารโดยสหชาตปัจจัย (๔)

ข้อ ๙๐

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๙๑

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจาร เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารวิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัยฯลฯ ขันธ์ ๒ วิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร วิตกและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร วิตกและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยสหชาตปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร อัญญมัญญปัจจัย

ข้อ ๙๒

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดย อัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกและหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตกโดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตกโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ วิตกและหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัยฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ วิตกและหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย (๗)

ข้อ ๙๓

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ วิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตกเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ วิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ วิจารและหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ วิจารและหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย (๕)

ข้อ ๙๔

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร แก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดย อัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒และหทัยวัตถุ โดยอัญญมัญญปัจจัย ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ฯลฯ วิจารเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจาร ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ ฯลฯ ที่เป็นภายนอกฯลฯ ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตกโดย อัญญมัญญปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอัญญมัญญปัจจัย (๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร

ข้อ ๙๕

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยอัญญมัญญปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตกโดยอัญญ-มัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตกโดยอัญญมัญญปัจจัย (๓)

ข้อ ๙๖

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ วิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร วิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ วิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิ-ขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย (๔)

ข้อ ๙๗

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกเป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุโดยอัญญ-มัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุโดย อัญญมัญญปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจาร วิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญ-มัญญปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ วิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดย อัญญมัญญปัจจัย (๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร นิสสยปัจจัย

ข้อ ๙๘

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ (ย่อ)มี ๗ วาระ สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยนิสสยปัจจัย (ย่อ) มี ๕ วาระ สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยนิสสยปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตต-สมุฏฐานรูปโดยนิสสยปัจจัย วิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยนิสสยปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปโดยนิสสยปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยนิสสย-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยนิสสยปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยนิสสยปัจจัยในปฏิสนธิขณะ วิจาร ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและจิตตสมุฏฐานรูป ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจาร ฯลฯ (๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๗๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ ฯลฯ (๕)

ข้อ ๙๙

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัย-วัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยนิสสยปัจจัย ฯลฯ (พึงแสดงทั้งปวัตติกาลและปฏิสนธิกาล) (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตก ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตกโดยนิสสยปัจจัย ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔)

ข้อ ๑๐๐

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ วิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยนิสสยปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ฯลฯ วิตกและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจารโดยนิสสยปัจจัย (บทที่เป็นมูลซึ่งมีในปฏิสนธิกาล มี ๔ วาระ ย่อ) (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยนิสสย-ปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยนิสสยปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓และวิจาร ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจารโดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔)

ข้อ ๑๐๑

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจาร ฯลฯ มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยนิสสยปัจจัย (พึงขยายทั้ง ๒ วาระให้พิสดาร)อุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๑๐๒

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตก และวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจารแล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌานที่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ทำมรรค ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ...

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาแล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถทำฌานที่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ทำมรรค ... ทำสมาบัติ ... ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจารแล้ว ทำฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ฯลฯ ทำสมาบัติ ... อาศัยศีลที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนาแล้ว ทำฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ... ทำสมาบัติ ... ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจารแล้ว ทำฌาน ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ฯลฯ ทำอภิญญา ฯลฯ ทำสมาบัติ ให้เกิดขึ้น อาศัยศีลที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนาแล้วทำฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ฯลฯ ทำอภิญญา ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้นศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา และวิจาร ... สุขทางกาย... ทุกข์ทางกายโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนาและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๐๓

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารแล้วทำฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น อาศัยศีลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ...วิตกแล้วทำฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา และวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา และวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารแล้วให้ทานสมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌานที่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนา ฯลฯ ทำมรรค ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่มีวิตกมี เพียงวิจาร ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... วิตกแล้วให้ทาน สมาทานศีลรักษาอุโบสถ ทำฌานที่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ทำมรรคให้เกิดขึ้น ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารแล้วทำฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ฯลฯ ทำอภิญญา ฯลฯ ทำสมาบัติ ให้เกิดขึ้น อาศัยศีลที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... วิตกแล้วทำฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ฯลฯ ทำอภิญญา ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา และวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ... ปัญญา และวิจาร ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกายโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ... ปัญญา และวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา และวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา และวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนาและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๐๔

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารแล้วทำฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ... ทำอภิญญา ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้นอาศัยศีลที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ...วิจาร ... สุขทางกาย... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะแล้วทำฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำมรรค ... ทำอภิญญา ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... วิจาร ... สุขทางกาย... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ...เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ .. ปัญญา ... วิจาร ... สุขทางกายและทุกข์ทางกายโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารแล้วให้ทานสมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌานที่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนา ... ทำมรรค ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... วิจาร ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ... โภชนะ ... เสนาสนะแล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌานที่มีทั้งวิตกและวิจารให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนา ... ทำมรรค ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารแล้วทำฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนา ... ทำมรรค ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้นอาศัยศีลที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ เสนาสนะแล้วทำฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารให้เกิดขึ้น ทำวิปัสสนา ... ทำมรรค ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... ความปรารถนาและวิตกโดยอุปนิสสย-ปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๐๕

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูป-นิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาและวิจารเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ... ปัญญาและวิจารเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ... ปัญญาและวิจารเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาและวิจาร ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกายโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คืออนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ... ปัญญาและวิจารเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ... ปัญญาและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คืออารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาและวิจารเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนา และวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๐๖

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูป-นิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาและวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... ความปรารถนาและวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ... ปัญญา และวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ฯลฯ ความปรารถนาและวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ศีล... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญาและวิจาร ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกายโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คืออนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ความปรารถนาและวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... ศีล ... สุตะ ... จาคะ .. ปัญญา และวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คืออารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... ศีล ... สุตะ .. จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาและวิตกเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ ความปรารถนาและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๕) ปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๑๐๗

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วย ทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา ฯลฯ เห็นแจ้งโผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะ และวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้น วิตกจึงเกิดขึ้น ฯลฯ เห็นแจ้งหทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตายินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินหทัยวัตถุนั้น วิตกจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยปุเรชาตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยปุเรชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยปุเรชาตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้นขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น เห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย... รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินโสตะเป็นต้นนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยปุเรชาตปัจจัย (๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ปัจฉาชาตปัจจัย

ข้อ ๑๐๘

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดภายหลังและวิตกเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดภายหลังและวิจารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดภายหลังและวิจารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดภายหลังและวิตกเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)อาเสวนปัจจัย

ข้อ ๑๐๙

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตก และวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ... อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน ... โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาเสวน-ปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิตกที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย บริกรรมฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ บริกรรมทุติยฌานเป็นปัจจัยแก่วิจารในทุติยฌานโดยอาเสวนปัจจัย บริกรรมตติยฌานเป็นปัจจัยแก่ตติยฌาน ฯลฯ บริกรรมจตุตถฌานเป็นปัจจัยแก่จตุตถฌาน ฯลฯ บริกรรมอากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่อากาสา-นัญจายตนะ ฯลฯ บริกรรมวิญญาณัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะฯลฯ บริกรรมอากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่อากิญจัญญายตนะ ฯลฯ บริกรรมเนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ บริกรรมทิพพจักขุเป็นปัจจัยแก่ทิพพจักขุ ฯลฯ บริกรรมทิพพโสตธาตุเป็นปัจจัยแก่ทิพพ-โสตธาตุ ฯลฯ บริกรรมอิทธิวิธญาณ ฯลฯ บริกรรมเจโตปริยญาณ ฯลฯ บริกรรมปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ บริกรรมยถากัมมูปคญาณ ฯลฯ บริกรรม อนาคตังสญาณ ฯลฯ โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจาร ฯลฯ โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ บริกรรมฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร ฯลฯ โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิตกโดยอาเสวนปัจจัยอนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภูและวิตก ... อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทานและวิตก ...

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก ... โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอาเสวนปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๑๐

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิตกซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ วิตกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิตกโดยอาเสวนปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๑๑

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้ง วิตกและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่วิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ วิจารที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๓)

ข้อ ๑๑๒

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆโดยอาเสวนปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารที่เกิดก่อนๆ และวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารซึ่งเกิดหลังๆ และวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๓)

ข้อ ๑๑๓

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ... อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่โวทาน ... โคตรภูและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจาร ... โวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิตกเป็นปัจจัยแก่วิตกซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย บริกรรมฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวน-ปัจจัย โคตรภูและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ... โวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย บริกรรมทุติยฌานและวิตกเป็นปัจจัยแก่วิจารในทุติยฌานโดยอาเสวนปัจจัย ฯลฯ บริกรรมเนวสัญญานาสัญญายตนะและวิตก ฯลฯ บริกรรมทิพพจักขุและวิตก ฯลฯ บริกรรมอนาคตังสญาณและวิตกเป็นปัจจัยแก่อนาคตังสญาณโดยอาเสวนปัจจัย โคตรภูและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย โวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ บริกรรมฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโคตรภูและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจาร โวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอาเสวนปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารซึ่งเกิดก่อนๆ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารซึ่งเกิดหลังๆและวิตกโดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่โคตรภูและวิตก อนุโลมและวิตกเป็นปัจจัยแก่โวทานและวิตก โคตรภูและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตก โวทานและวิตกเป็นปัจจัยแก่มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอาเสวนปัจจัย (๕) กัมมปัจจัย

ข้อ ๑๑๔

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตก และวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารโดยกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยกัมมปัจจัยในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกที่เป็นวิบากโดยกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีทั้งวิตกวิจารและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีทั้งวิตกวิจารและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกและจิตต- สมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และวิตกโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และวิตกโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยกัมมปัจจัย (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์วิตกและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีทั้งวิตกวิจาร วิตกและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๗)

ข้อ ๑๑๕

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยกัมมปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและจิตต-สมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์วิจารและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร วิจารและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีทั้งวิตกวิจารและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๑) วิปากปัจจัย

ข้อ ๑๑๖

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตก และวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารเป็น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ปัญหาวารทั้ง ๗ วาระที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นมูลบริบูรณ์แล้ว) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ฯลฯ (พึงจัดปัญหาวารทั้ง ๕ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นมูลไว้และพึงกำหนดว่าเป็นวิบาก)

ข้อ ๑๑๗

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปากปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ วิจารที่เป็นวิปากเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปากปัจจัย วิจารเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปาก-ปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ วิจารที่เป็นวิปากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจารที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยวิปากปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ วิจารที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และจิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจารที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและกฏัตตารูปโดยวิปากปัจจัย (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร

ข้อ ๑๑๘

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยวิปากปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐาน-รูปโดยวิปากปัจจัย ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปโดยวิปากปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งมีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งมีทั้งวิตกวิจาร และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปากปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร อาหารปัจจัย

ข้อ ๑๑๙

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยอาหาร-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ด้วยเหตุนี้พึงจำแนกปัญหาวารทั้ง ๗ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นมูล) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและจิตต-สมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอาหารปัจจัย อินทรียปัจจัย

ข้อ ๑๒๐

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ อินทรีย์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์โดยอินทรียปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ อินทรีย์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยอินทรีย-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๗) (ด้วยเหตุนี้พึงจำแนกปัญหาวารทั้ง ๗ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นมูล) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ อินทรีย์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอินทรียปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ อินทรีย์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอินทรียปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ อินทรีย์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ วิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอินทรียปัจจัย ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ อินทรีย์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอินทรียปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย รูป-ชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอินทรียปัจจัย (๑) ฌานปัจจัย

ข้อ ๑๒๑

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ องค์ฌานที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๗) (ด้วยเหตุนี้พึงจำแนกปัญหาวารทั้ง ๗ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นมูล)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ องค์ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๕) (ด้วยเหตุนี้พึงจำแนกปัญหาวารทั้ง ๗ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นมูล) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ องค์ฌานที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยฌานปัจจัย วิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยฌาน-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยฌานปัจจัย วิจารเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยฌานปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยฌานปัจจัยในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยฌานปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและจิตตสมุฏฐานรูปโดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและกฏัตตารูปโดยฌานปัจจัย (๓)

ข้อ ๑๒๒

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ องค์ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ องค์ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ องค์ฌานที่ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร วิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยฌาน-ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ องค์ฌานที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปโดยฌานปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ องค์ฌานที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ องค์ฌานที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยฌานปัจจัย ได้แก่ องค์ฌานที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) มัคคปัจจัย

ข้อ ๑๒๓

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตก และวิจารโดยมัคคปัจจัย ได้แก่ องค์มรรคที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัม-ปยุตตขันธ์โดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ด้วยเหตุนี้พึงจำแนกปัญหาวารทั้ง ๗ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นมูล) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยมัคคปัจจัย ได้แก่ องค์มรรคที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สัม-ปยุตตขันธ์โดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ด้วยเหตุนี้พึงจำแนกปัญหาวารทั้ง ๕ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นมูล) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยมัคคปัจจัย ได้แก่ องค์มรรคที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยมัคคปัจจัย ได้แก่ องค์มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยมัคคปัจจัย ได้แก่ องค์มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยมัคคปัจจัย ได้แก่ องค์มรรคที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สัมปยุตตปัจจัย

ข้อ ๑๒๔

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยสัมปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตกโดยสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒และวิตก ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๒๕

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ วิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิจาร ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔)

ข้อ ๑๒๖

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้ง วิตกและวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร วิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๑๒๗

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย วิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยวิปปยุตตปัจจัยวิตกเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิตกเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)

ข้อ ๑๒๘

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้ง วิตกและวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย วิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยวิปปยุตตปัจจัยวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์โดยวิปปยุตตปัจจัย วิจารเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัยฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดย วิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมี เพียงวิจารและวิตกโดยวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมี เพียงวิจาร และวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร และวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตก วิจารและวิตกโดยวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยวิปปยุตตปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๒๙

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตต-สมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑) อัตถิปัจจัย

ข้อ ๑๓๐

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยอัตถิปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๓) (ในนัยที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นมูล ปัญหาวารที่เหลือเหมือนกับสหชาตปัจจัย)

ข้อ ๑๓๑

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมี เพียงวิจารโดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ วิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและจิตต-สมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย วิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่วิจารและกฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย วิตกเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๓) (ปัญหาวารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นมูล มี ๕ วาระ ที่เหลือเหมือนกับสหชาตปัจจัย)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร

ข้อ ๑๓๒

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้ง วิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะอาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ วิจารเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์โดยอัตถิปัจจัย วิจารเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจารโดยอัตถิปัจจัยมหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูปโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ ฯลฯ มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปโดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กาย-วิญญาณโดยอัตถิปัจจัย จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย... รูป ... เสียง ... กลิ่น ...รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัตถิปัจจัยในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้น วิตกจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตายินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินโสตะเป็นต้นนั้น วิตกจึงเกิดขึ้นหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิตกโดยอัตถิปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและจิตต-สมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและกฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารโดยอัตถิปัจจัย (๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินโสตะเป็นต้นนั้น ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกโดยอัตถิปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๓๓

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาว- ธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจาร และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจาร และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตกโดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระและอินทรียะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตต- สมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่ กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓และวิตกโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และวิตกโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔)

ข้อ ๑๓๔

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ วิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร ขันธ์ ๒ และวิจารเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย สหชาตะ ได้แก่ วิตกและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดย อัตถิปัจจัย สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจารโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและมหาภูต-รูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตกและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิจารโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร วิตกและกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร วิตกและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือสหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและวิจารเป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิจาร ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิจารโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๔)

ข้อ ๑๓๕

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และวิตก ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร และวิตกเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร และวิตกเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจารและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒และวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๓๖

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตก วิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือสหชาตะและปุเรชาตะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีทั้งวิตกวิจาร วิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตะปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร วิตกและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตต-สมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร วิตกและกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีทั้งวิตกวิจาร วิตกและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๒) นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย และอวิคตปัจจัย

ข้อ ๑๓๗

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย (นัตถิปัจจัยและวิคตปัจจัย เหมือนกับอนันตรปัจจัย อวิคตปัจจัยเหมือนกับอัตถิปัจจัย) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๑๓๘

เหตุปัจจัย มี ๑๑ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๒๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๒๓ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๒๕ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๒๕ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตปัจจัย มี ๓๐ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๒๘ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๓๐ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๒๕ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๕ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๒๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๑ วาระ วิปากปัจจัย มี ๒๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๑ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๑ วาระ ฌานปัจจัย มี ๒๑ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๖ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๑๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๓๐ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๒๕ วาระ วิคตปัจจัย มี ๒๕ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๓๐ วาระ (ฆฏนาก็เหมือนกับกุสลติกะ ผู้รู้พึงนับปัญหาวารอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจนียุทธาร

ข้อ ๑๓๙

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและ วิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย และกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย และกัมมปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมม-ปัจจัย (๖) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัยและกัมมปัจจัย (๗)

ข้อ ๑๔๐

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย และกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย (๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร

ข้อ ๑๔๑

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัยปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๔๒

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร มี ๔ อย่าง คือ สหชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ (๔)

ข้อ ๑๔๓

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัยและปุเรชาตปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาต-ปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย (๕)

ข้อ ๑๔๔

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปัจฉาชาตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยสหชาตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารโดยอุปนิสสยปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารโดยอารัมมณปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย (๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ (๑) สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร มี ๔ อย่าง คือ สหชาตะ ปัจฉาชาตะอาหาระ และอินทรียะ (๒) ปัจจนียุทธาร จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๑๔๕

นเหตุปัจจัย มี ๓๕ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓๕ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๓๕ วาระ นสหชาตปัจจัย มี ๒๙ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๒๙ วาระ นนิสสยปัจจัย มี ๒๙ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓๔ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๓๕ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓๕ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๓๕ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓๕ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓๕ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๓๕ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร นอินทรียปัจจัย มี ๓๕ วาระ นฌานปัจจัย มี ๓๕ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๓๕ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๒๙ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒๗ วาระ โนอัตถิปัจจัย มี ๒๗ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓๕ วาระ โนอวิคตปัจจัย มี ๒๗ วาระ (ผู้รู้ เมื่อจะนับปัจจนียะ พึงนับบทเหล่านี้) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย

ข้อ ๑๔๖

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร นอาหารปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๗ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ (การนับอนุโลมปัจจนียะ พึงนับโดยเหตุนี้) อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย

ข้อ ๑๔๗

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒๑ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๒๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๒๕ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๒๕ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๓๐ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒๘ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๓๐ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒๕ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๒๑ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๖. วิตักกติกะ ๗. ปัญหาวาร วิปากปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๒๑ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๑๖ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๙ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๓๐ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๒๕ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๒๕ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๓๐ วาระ (พึงจำแนกปัจจนียานุโลมโดยเหตุนี้) ปัจจนียานุโลม จบ วิตักกติกะ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๑๒๕}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๑ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาวิตักกติกะ

ในวิตักกติกะ คำว่า ยถากมฺมูปคญาณสฺส ปริกมฺมํ ได้แก่ บริกรรมแห่งทิพยจักษุญาณนั่นเอง เป็นบริกรรมเพื่อให้ยถากัมมูปคญาณนั้นเกิดขึ้น.

ก็คำนี้ตรัสหมายบริกรรมในเวลาใช้ญาณที่เกิดขึ้นแล้ว.

คำที่เหลือในอธิการนี้ท่านอธิบายไปตามบาลีนั่นเอง.

อรรถกถาวิตักกติกะ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา