อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๗๖๘

ปฏิจจวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๖๘–๑๗๙๕พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 28 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 28 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 26 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

มคฺคารมฺมณตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปตี ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ ปฏิจฺจ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปตี ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา มคฺคเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุกา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุกา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปตึ จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุกา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปตี ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุกา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปตี ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุกา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อธิปติปจฺจยา อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา สหชาตปจฺจยา อญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา อาเสวนปจฺจยา กมฺมปจฺจยา อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ

เหตุยา สตฺตรส อารมฺมเณ อธิปติยา อนนฺตเร สมนนฺตเร สหชาเต อญฺญมญฺเญ นิสฺสเย อุปนิสฺสเย ปุเรชาเต อาเสวเน กมฺเม อาหาเร อินฺทฺริเย ฌาเน มคฺเค สมฺปยุตฺเต วิปฺปยุตฺเต อตฺถิยา นตฺถิยา วิคเต อวิคเต สตฺตรส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปตี ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุกา อธิปติ ฯ มคฺคเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ อธิปติ ฯ มคฺคเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ อธิปติ ฯ

มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคาธิปตี ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ อธิปติ มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา มคฺคาธิปตี ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก อธิปติ ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคาธิปตี ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ อธิปติ ฯ

มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปตี ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มคฺคเหตุเก จ มคฺคาธิปตี จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก อธิปติ ฯ มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม ... มคฺคเหตุเก จ มคฺคาธิปตี จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ อธิปติ ฯ มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา ... นอธิปติปจฺจยา มคฺคเหตุเก จ มคฺคาธิปตี จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ อธิปติ ฯ

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา นปจฺฉาชาตปจฺจยา ปริปุณฺณา เทฺวปิ ฯ

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปตี ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา ... นอาเสวนปจฺจยา มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา ... นอาเสวนปจฺจยา มคฺคาธิปตึ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปตี ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา ... นอาเสวนปจฺจยา มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปตี จ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา มคฺคารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา เจตนา ฯ มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา มคฺคารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ เจตนา ฯ มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา ... นกมฺมปจฺจยา มคฺคารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมณา จ มคฺคาธิปติ จ เจตนา ฯ

มคฺคเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา มคฺคเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุกา เจตนา ฯ มคฺคเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา มคฺคเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ เจตนา ฯ มคฺคเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ ธมฺมา ... นกมฺมปจฺจยา มคฺคเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก จ มคฺคาธิปติ จ เจตนา ฯ

มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา มคฺคาธิปตี ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ เจตนา ปญฺจ ปญฺหา ฯ

มคฺคารมฺมณญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา ฯ ปฐมฆฏเน ตีณิ ฯ

มคฺคเหตุกญฺจ มคฺคาธิปติญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา ทุติยฆฏเน ตีณิ ปญฺหา ฯ

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา ปริปุณฺณํ ฯ

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ มคฺคารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

มคฺคารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปริปุณฺณํ ฯ อรูปนฺติ นิยาเมตพฺพํ ฯ

นเหตุยา เอกํ นอธิปติยา สตฺตรส นปุเรชาเต สตฺตรส นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน นว นกมฺเม สตฺตรส นวิปาเก สตฺตรส นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต สตฺตรส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ

เหตุปจฺจยา นอธิปติยา สตฺตรส ... นปุเรชาเต สตฺตรส นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน นกมฺเม นว นวิปาเก นวิปฺปยุตฺเต สตฺตรส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺพตฺถ เอกํ ฯ ฌาเน สมฺปยุตฺเต วิปฺปยุตฺเต นตฺถิยา วิคเต อวิคเต เอกํ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปฏิจฺจวาโร นิฏฺฐิโต ฯ สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ (๔) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๕)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยขันธ์ ๑ที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) อารัมมณปัจจัยเป็นต้น

ข้อ

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตร-ปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย เพราะกัมมปัจจัยเพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัยเพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัยเพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

ข้อ

เหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๑๗ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๑๗ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๑๗ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร สหชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๑๗ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๗ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๗ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ วิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิด ขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอธิปติปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๐

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๑๑

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๔) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น (๕)

ข้อ ๑๒

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๑๓

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น (๓) นปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๔

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย (พึงทำให้บริบูรณ์ทั้ง ๒ วาระ)นอาเสวนปัจจัย

ข้อ ๑๕

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๑๖

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๗

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) นกัมมปัจจัย

ข้อ ๑๘

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๑๙

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นเหตุเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๒๐

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมรรคเป็นอธิบดีอาศัยขันธ์ที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้น (มี ๕ วาระ) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย (ฆฏนาที่ ๑ มี ๓ วาระ) สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุและที่มีมรรคเป็นอธิบดีเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย (ฆฏนาที่ ๒ มี ๓ วาระ)นวิปากปัจจัย

ข้อ ๒๑

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (พึงทำให้บริบูรณ์)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร นมัคคปัจจัย

ข้อ ๒๒

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)นวิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๒๓

สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย (พึงทำให้บริบูรณ์ พึงกำหนดแน่นอนว่าเป็นอรูป)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

ข้อ ๒๔

นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๑๗ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ (พึงนับอย่างนี้)ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย

ข้อ ๒๕

นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย

ข้อ ๒๖

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ ฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจยานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ (สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๕๓๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถามัคคารัมมณติกะ

ในมัคคารัมมณติกะ ในอนุโลมแห่งปฏิจจวาระ ไม่มีวิปากปัจจัย.

แม้ในกัมมปัจจัย (แห่งปัญหาวาระ) ในติกะนี้ ก็ไม่ได้นานักขณิกกัมมปัจจัย.

อรรถกถามัคคารัมมณติกะ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา