อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๓๒๑

ปฏิจจวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๒๑–๑๓๗๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 52 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 52 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 27 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปริตฺตตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ มหคฺคตา ขนฺธา ฯ ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ มหคฺคตา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา ... เหตุปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาโณ ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ อปฺปมาโณ จ ธมฺมา ... เหตุปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

ปริตฺตญฺจ อปฺปมาณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา ... เหตุปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ฯ ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ มหคฺคตา ขนฺธา ฯ

มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาโณ ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ ฯ

มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา ... อธิปติปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาโณ ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ อปฺปมาโณ จ ธมฺมา ... อธิปติปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

ปริตฺตญฺจ อปฺปมาณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา สหชาตปจฺจยา สพฺเพปิ มหาภูตา กาตพฺพา ฯ อญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา ติสฺโส ปญฺหา กาตพฺพา ฯ อาเสวนปจฺจยา ติสฺโส ปญฺหา กาตพฺพา ฯ กมฺมปจฺจยา วิปากปจฺจยา เตรส ปญฺหา ฯ อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ

เหตุยา เตรส อารมฺมเณ ปญฺจ อธิปติยา นว อนนฺตเร ปญฺจ สมนนฺตเร ปญฺจ สหชาเต เตรส อญฺญมญฺเญ สตฺต นิสฺสเย เตรส อุปนิสฺสเย ปญฺจ ปุเรชาเต ตีณิ อาเสวเน ตีณิ กมฺเม เตรส วิปาเก เตรส อาหาเร อินฺทฺริเย ฌาเน มคฺเค เตรส สมฺปยุตฺเต ปญฺจ วิปฺปยุตฺเต เตรส อตฺถิยา เตรส นตฺถิยา ปญฺจ วิคเต ปญฺจ อวิคเต เตรส ฯ อนุโลมํ ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา ปริตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ เอกํ มหาภูตํ ... พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... ฯ

มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นอารมฺมณปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตญฺจ อปฺปมาณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ มหคฺคตา ขนฺธา ฯ ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ มหคฺคตา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ มหคฺคตาธิปติ วิปากํ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา วิปาเก มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา วิปากํ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อปฺปมาณาธิปติ ฯ

ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา วิปาเก มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอธิปติปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นอนนฺตรปจฺจยา นสมนนฺตรปจฺจยา นอญฺญมญฺญปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปริตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ สพฺเพ มหาภูตา วิตฺถาเรตพฺพา ฯ ปริตฺตมูลเก ติสฺโส ปญฺหา ฯ

มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ฯเปฯ นปุเรชาตปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา ... นปุเรชาตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาโณ ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตญฺจ อปฺปมาณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ มหคฺคตา ขนฺธา ฯ ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต ธมฺมา ... นอาเสวนปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ มหคฺคตา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา ... นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาโณ ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ อปฺปมาโณ จ ธมฺมา ... นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

ปริตฺตญฺจ อปฺปมาณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม ... นอาเสวนปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นอาเสวนปจฺจยา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา ปริตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ ปริตฺตา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ... ฯ

มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ มหคฺคตา เจตนา ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาโณ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อปฺปมาณา เจตนา ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นวิปากปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ พาหิรํ ... อาหาร ... อุตุ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ... ฯ

มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม ... นวิปากปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม ... นวิปากปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ มหคฺคโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นวิปากปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต จ อปฺปมาโณ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นวิปากปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

ปริตฺตญฺจ อปฺปมาณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตญฺจ มหคฺคตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ปริตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาหารปจฺจยา พาหิรํ ... อุตุ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ นอินฺทฺริยปจฺจยา พาหิรํ ... อาหาร ... อุตุ ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยํ นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ... พาหิรํ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ สพฺเพ มหาภูตา กาตพฺพา ฯ นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺเพ มหาภูตา กาตพฺพา ฯ นสมฺปยุตฺตปจฺจยา ... ฯ

... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... พาหิรํ ... อาหาร ... อุตุ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ มหคฺคตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ

อปฺปมาณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ... โนนตฺถิปจฺจยา โนวิคตปจฺจยา ฯ

นเหตุยา เอกํ นอารมฺมเณ ปญฺจ นอธิปติยา ทส นอนนฺตเร ปญฺจ นสมนนฺตเร ปญฺจ นอญฺญมญฺเญ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต ทฺวาทส นปจฺฉาชาเต เตรส นอาเสวเน เตรส นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย นฌาเน นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ปญฺจ โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ปญฺจ ... นอธิปติยา ทส นอนนฺตเร ปญฺจ นสมนนฺตเร นอญฺญมญฺเญ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต ทฺวาทส นปจฺฉาชาเต เตรส นอาเสวเน เตรส นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ปญฺจ โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ วิคเต เอกํ อวิคเต เอกํ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปฏิจฺจวาโร นิฏฺฐิโต ฯ สหชาตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นมหัคคตะอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นมหัคคตะอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นกฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓) อารัมมณปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะ อารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นมหัคคตะอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะ อารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) อธิปติปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) อนันตรปัจจัยเป็นต้น

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะอนันตร-ปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย (พึงเพิ่มมหาภูตรูปเข้าทั้งหมด)เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาต-ปัจจัย (พึงเพิ่มเป็น ๓ วาระ) เพราะอาเสวนปัจจัย (พึงเพิ่มเป็น ๓ วาระ)เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย (มี ๑๓ วาระ) เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

ข้อ

เหตุปัจจัย มี ๑๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๗ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๓ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑๓ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๓ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๓ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๓ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๓ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑๓ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ วิคตปัจจัย มี ๕ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑๓ วาระ อนุโลม จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๐

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นปริตตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)นอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๑

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้นฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะ อาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอธิปติปัจจัย

ข้อ ๑๒

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นมหัคคตะอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นมหัคคตะอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๑๓

สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๔

สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓) นอนันตรปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๕

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๑๖

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนปุเร-ชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงขยายมหาภูตรูปทั้งหมดให้พิสดาร ในอรูปาวจรภูมิบทที่มีปริตตะเป็นมูล มี ๓ วาระ) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาต-ปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาต-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๑๗

สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนปุเร-ชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)นปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๘

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะ นปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวน-ปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นมหัคคตะอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นมหัคคตะอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๑๙

สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะเกิดขึ้นฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวน-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๒๐

สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น เพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะ นอาเสวนปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๒๑

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)นกัมมปัจจัย

ข้อ ๒๒

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะ นกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นปริตตะอาศัยขันธ์ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... มหาภูตรูป ๑ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนกัมม-ปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตะอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณะอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร นวิปากปัจจัย

ข้อ ๒๓

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะ นวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้นฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญ-สัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนวิปาก-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนวิปาก-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนวิปาก-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอัปปมาณะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะและที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นอาหารปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๒๔

สภาวธรรมที่เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะ นอาหารปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม (พึงขยายให้พิสดาร) เพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ รูปชีวิตินทรีย์อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัยได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มมหาภูตรูปทั้งหมด)เพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นปริตตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มมหาภูตรูปทั้งหมด) เพราะนสัมปยุตตปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะ นวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะ ฯลฯ เพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

ข้อ ๒๕

นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๐ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๑๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๓ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้)ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

ข้อ ๒๖

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๑. ปฏิจจวาร นสมนันตรปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

ข้อ ๒๗

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ วิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ (สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๒๑}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ส่วนนี้ไม่มีเนื้อความอรรถกถา. -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ เสกขัตติกะ ปฏิจจวาร

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา